ตอนที่ 19 : ACT 2 The crack road to a new way Part:2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 ก.พ. 62

           หลังจากที่ลุงนิคพูดยืนยันถึงเรื่องของการเกิดใหม่ ว่าอาจจะเป็นไปได้ ในใจของผมก็เริ่มรู้สึกมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย แต่ว่านะ ถ้าเกิดใหม่แล้วความทรงใจทุกอย่างหายละ แล้วหน้าตารูปร่างแล้งก็เสียงพูด ก็น่าจะเปลี่ยนไปด้วยสิ แล้วแบบนี้พวกเราจะได้เจอกันอีกไหมนะเพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนี่สิ พวกผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน


           สวัสดีครับ ผมแฟรงค์ หลังจากมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้น ตอนนี้พวกผมเลยมาอยู่ที่ต่างโลกด้วยเหตุผลแปลกหลาดที่ลุงนิโคไลเล่ามา แถมตอนนี้ยังมีเรื่องที่เพื่อนผมที่ตายไปกลับมาเกิดใหม่อีก หลายๆอย่าตอนนี้มันเริ่มซับซ้อนจนหน้าปวดหัวเลยละ


           แต่ว่านะ ในขณะที่ผมกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่นั้น ผมก็สังเกตุเห็นใบหน้าและแววตาของเพื่อนผมตอนนี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ ยัยมินต์ จากใบหน้าอมทุกข์และเหม่อลอยและแววตาราวกับไร้ซึ่งแรงผลักดันในการใช้ชีวิต ได้เปลี่ยนมาใบหน้าที่มุ่งมั่นและแววตาที่ดูมีความหวัง ทำไมละทั้งๆที่แทบไม่มีโอกาศที่จะได้เจอกันอีกครั้ง ไม่รู้ว่าหมอนั้นหน้าตายังไง หรือแม้กระทั้งน้ำเสียง และก็ไม่รู้ว่าหมอนั้นจะยังจำพวกเราได้อยู่ไหม แต่ทำไมยัยมินต์ถึงยังมีความหวังได้ละ


“นี่ทำไมแกมองมาที่ฉันแล้วทำหน้าเหมือนสงสัยอะไรซักอย่างละ?”(มินต์)


“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ว่า . . . . . . อ่าช่างมันเถอะ”(แฟรงค์)


           ผมไม่กล้าที่จะถามออกไป ผมไม่อยากที่จะทำลายความคาดหวังของยัยนั่น ผมไม่ชอบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของยันมินต์ มันทำให้ผมรู้สึกแย่ไปด้วย เพราะเธอเคยเป็นคนที่ร่าเริงมาก่อน ความร่าเริงแบบไม่เสแสร้ง แต่ว่าตอนนี้หนะ เหมือนว่ายัยมินต์คนก่อนจะเริ่มกลับมาแล้ว เพราะฉนั้นเพื่อที่เธอจะกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อน ผมจะไม่ทำลายความคาดหวังนี้เด็ดขาด


“พวกเธอ อยากจะออกเดินทางรึปล่าวละ”(ลุงนิค)


           ลุงนิคพูดขึ้นมาพร้อมกับกระบอกฉีดยาขึ้นมาสองกระบอก รูปร่างของมันไม่เหมือนกับเข็มฉีดยาที่เห็นกันตามโรงพยาบาล มันเหมืนกับเครื่องพ่นสีที่เหล่านักต่อโมเดลชอบใช้กัน แต่เอาเข้าจริงๆมันก็เหมือนหลอดยาที่อยู่ในหนังแนวซอมบี้บางเรื่องนะ ว่าแต่ออกเดินทางเหรอ จริงอยู่ที่ป่าแห่งนี้ดูสงบน่าจะปลอดภัยพอสมควร แต่ว่าเราก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย แถมถ้าเราอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อยแล้วเรื่องอาหารละ ที่มีเก็บเอาไว้อาจจะมีพอกินไปซักพัก แต่สุดท้ายมันก็ต้องหมดอยู่ดี แถมตอนนี้ยัยมินต์ตาเป็นประกายเลยเชียว ผมว่าผมน่าจะรู้คำตอบแล้วละ


“ถ้าเกิดว่าผมเลือกที่จะออกเดินทางละ”(แฟรงค์)


“ในกรณีที่จะออกเดินทางนั้น พวกเธอต้องใช้ยาตัวนี่ เพราะข้างนอกนั้นจะมีอะไรตอนนี้พวกเราก็ยังไม่รู้ พอมันเป็นแบบนี้พวกเธอเลยต้องหาอะไรมาป้องกันตัว อย่างที่รู้กันยาตัวนี้จะทำให้ร่างกายของพวกเธอสามารถรับรู้แฟร์และใช้คุณสมบัติของมันได้ ลุงจะฝึกพวกเธอให้พร้อมสำหรับใช้แฟร์ ช่วงแรกๆที่ใช้ยานั้นอาจจะทรมานนิดหน่อย แต่ขอเตือนไว้อย่างหนึ่งนะ หากพวกเธอใช้ตัวยานี้แล้วละก็ พวกเธอจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยลับทันที ความเป็นส่วนตัวของพวกเธอจะถูกจำกัดไว้ ถ้าหากพวกเราได้กลับไปยังโลกของพวกเราแล้วละก็ การดำเนินชีวิตของพวกเธอจะเปลี่ยนไปง่ายๆคือจะถูกจำกัดสิทธิ พวกเธอจะยอมรับได้รึปล่าวละ”(ลุงนิค)


           ถูกจำกัดสิทธิงั้นเหรอ กับตัวยาที่พัฒนามาจากโครงการลับมันเลยไม่แปลกที่คนที่ใช้มันจะกลายมาเป็นผู้เกี่ยวข้องกับโครงการ ยิ่งเป็นโครงการลับแล้วเนี้ย ยิ่งให้ข้อมูลรั่วไหลออกไปไม่ได้แน่ๆ วิธีการที่ดีที่สุดที่จะไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลคือ ควบคุมตัวเอาไว้สินะ ก็ดีอีกแบบแหะ อย่างน้อยก็คงไม่ต้องหางานละนะ


“ลุงจะไม่บังคับที่ว่าพวกเธอจะไม่ใช้ตัวยากันหรอก แต่ว่านะ ลุงไม่สามารถดูแลพวกเธอไปได้ตลอดเวลา มันก็มีวิธีที่จะไม่ใช้ยานี่อยู่ถึงมันจะใช่เวลานานพอสมควร แต่มันเป็นเรื่องที่พวกเธอต้องตัดสินใจว่าจะใช้มันไหม ทางเลือกนี้มันอยู่ในกรณีที่พวกเธอเลือกออกเดินทางละนะ”(ลุงนิโคไล)


“หนูจะออกเดินทางค่ะ “(มินต์)


           ทันทีที่ตอบออกไปยัยมินต์ก็หยิบกระบอกฉีดยาขึ้นมาอย่างไม่ลังเล ในขนาดที่ผมกำลัง ลังเลอยู่ ยัยมินต์คงตัดสินใจไปแล้วแน่ๆ ดูจากแววตาของยัยนั้นตอนนี้ ยัยมินต์กลับมาเป็นแบบเมื่อก่อนแล้วละสินะ ไม่สิไม่ใช่เหมือนเมื่อก่อนซะทีเดียวแต่นิสัยที่ว่า ถ้าคิดจะทำอะไรซักอย่างแล้วก็จะทำจนถึงที่สุด คงจะกลับมาแล้วสินะรู้สึกพ่ายแพ้เลยละให้ตายสิ แต่ก็นะสมกับเป็นคนที่ผมคอยตามมาโดยตลอด ผมตัดสินใจได้แล้วละ


“ผมก็จะเอาด้วย”(แฟรงค์)


           ผมไม่สนหรอกว่าใครจะว่าผมยังไง แต่ว่าผมจะทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายของยัยมินต์ ความตั้งใจในแววตาของยั้ยนี่ ได้มอบเป้าหมายต่อไปให้ผม มันอาจจะไม่ใช่ความตั้งใจให้ผมเอง และมันอาจจะไม่ใช่เส้นทางของผม แต่ผมตัดสินใจแล้ว ตอนนี้ผู้นำทางของผมคือยัยมินต์


“ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม เพราะว่าทางเลือกนี้พวกเธอจะหันหลังกลับไปไม่ได้อีก”(ลุงนิค)


“ค่ะ!! ถ้ามันมีความเป็นไปได้ที่นันจะเกิดใหม่ หนูก็จะออกตามหา และจะต้องขอโทษนันถึงนันจะไม่ยกโทษให้ก็ตาม แต่หนูก็อยากที่จะคุยกันอีกครั้งให้ได้ไม่ว่าอะไรจะมาขวางก็ตาม”(มินต์)


“ผมก็ด้วย ไม่รู้ว่าใครจะว่าผมยังไงผมก็ไม่สน เพราะตอนนี้ความตั้งใจของยัยมินต์ก็คือความตั้งของผมด้วย ถึงจะเจ็บใจกับนิสัยเสียนี่ที่แก้ไม่หาย แต่ผมก็ชินแล้วที่จะให้คนอื่นกำหนดเป้าหมายให้แล้วละ และอีกอย่างถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะเจอเจ้านันอีกครั้งด้วยเหมือนกัน”(แฟรงค์)


“ความตั้งใจดีนี่มินต์ แต่แฟรงค์ลุงจะขอเตือนไว้ก่อนนะ การทำเพื่อคนอื่นมันก็ดีอยู่แต่ว่า ถ้ามันคือความตั้งใจที่เกิดจากคนอื่นไม่ใช่ที่เกิดจากความตั้งใจจริงของตัวเอง ส่วนมากมันจะเปราะบางและพังทลายได้ง่าย ลุงกลัวว่าพอถึงเวลานั้นเธอจะไม่สามารถเลือกเส้นทางของตัวเองได้ เพราะฉนั้นลุงจะให้คำแนะนำอย่างหนึ่ง ระหว่างที่เดินทางอยู่ก็ค่อยๆหาเส้นทางของตัวเองด้วยนะ นอกจากตัวเธอเองคงไม่มีใครมาสร้างเส้นทางของตัวเธอเองได้หรอกนะ”(ลุงนิค)


“ครับผมจะพยายามหาเส้นทางของตัวเองให้ได้ครับ”(แฟรงค์)


“แกเนี้ยยังเหมือนเมื่อก่อนเลยนะแฟรงค์”(มินต์)


“แกเองก็กลับมาเหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่ ถึงจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อยก็เถอะ”(แฟรงค์)


“ก็ไม่ต่างกันเท่าไหรนี่ แกเองก็มีอะไรซักอย่างเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกัน”(มินต์)


“เอาละในเมื่อตัดสินใจกันได้แล้วละก็ ลุงจะบอกวิธีใช้กระบอกฉีดยานั้น ก่อนอื่นตรงหลังด้ามจับจะมีสวิชอยู่ เปิดแล้วจอแสดงผลที่อยู่ข้างๆมันจะช่วยให้เห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนังได้ง่ายขึ้น ให้เล็งไปที่แขนจะง่ายที่สุด แนบที่แขนแล้วเหนี่ยวไกซะ”(ลุงนิค)


           เหนี่ยวไกเหรอ มันกระบอกฉีดยานี่ แต่มันก็คล้ายๆปืนนิดหน่อยละนะ พวกผมเริ่มทำตามขั้นตอนที่ลุงนิคบอกมา แล้วก็ถึงขั้นตอนสุดท้าย ผมเอากระบอกฉีดมาแนบไว้ที่แขน ตอนนี้ผมเริ่มเกิดความลังเล ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นหลังฉีดเข้าไป แต่ผมกลัวเจ็บนี่สิ ผมหันไปมองที่ยัยมินต์ ยัยมินต์ก็หันมามองผมพอดี


“อะไรกะนแกกลัวเจ็บเหรอ”(แฟรงค์)


“แกก็ด้วยไม่ใช่เหรอแฟรงค์”(มินต์)


“เอางี้ไหม ฉีดพร้อมกัน”(แฟรงค์)


“ไม่อะเดี๋ยวชั้นจะฉีดก่อนละกันมันจะเสียเวลา”(มินต์)


           ไม่ทันขาดคำยัยมินต์ก็หลับตาแล้วฉีดยาเข้าไป ยัยนี่จะใจแข็งไปไหนเนี้ย งันผมก็ฉีดเข้าไปด้วยละกัน


            ทันทีที่เข็มถูกเจาะเข้าไปในผิวหนังแล้วยาเข้าไปในเส้นเลือดนั้น ผมก็รู้สึกได้ถึงความอุ่นแปลกๆรอบๆแขนที่ฉีดยาเข้าไป แล้วจากนั้นความรู้สึกนี้ก็เริ่มลามไปเรื่อยๆ จากแขนขึ้นไปที่ไหล่ แล้วก็เริ่มลามไปทั้วๆตัว ผมรู้สึกไปเองรึปล่าวว่ามันร้อนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับร่างกายจะลุกเป็นไฟ และความเจ็บปวดที่ราวกับเข็มทิ่มแทงทั้วทั้งร่าง สายตาที่เริ่มพล่ามัว ความรู้สึกประหลาดนี้ที่อยู่ๆมันก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแทบจะสลบลงไปเพราะร่างกายเริ่มทนไม่ไหว แต่ผมรู้สึกว่าถ้าผมสลบไปตอนนี้ละก็มันจะไม่ดีแน่ๆ ผมกัดฟันและกำมือแน่นเพื่อขมความเจ็บปวดนี้ เล็บที่จิกลงไปที่ฝ่ามือนั้นทำให้เกิดรอยบาดและเลือดเริ่มไหลออกมา แต่บาดแผลนั้นมันก็เที่ยบไม่ได้เลยกัยสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ แต่มันยังดีที่รอยแผลที่เกิดจากเล็บนั้นยังพอทำให้ผมประครองสติไว้ได้ แล้วผมจะต้องทนแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน แต่ว่านะ ยัยมินต์ก็น่าจะเป็นหมือนกันกับผมแน่ๆ ถึงจะไม่ได้ยินเสียงร้องทรมาณออกมาซักนิด แต่ก็พอได้ยินเสียงหายใจที่หอบราวกับกำลังจะหมดแรงเต็มที แบบนี้ผมเลยต้องอดทนไวสินะ เพราะขนาดยัยมินต์ยังทำได้เลยนี่นะ


           พอผ่านมาซักพักความเจ็บปวดก็เริ่มทุเลาลง ความรู้สึกร้อนตอนนี้นั้นมันค่อยๆลดลงแล้วด้วย และสุดท้ายก็ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดบ้าๆนั้นอีกแล้ว แต่ก็มีความรู้สึกอุ่นๆทั่วทั้งตัวอยู่ แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรแถมมันยังรู้สึกดีกว่าปกติอีกด้วย ราวกับอาการที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี่เป็นเรื่องโกหกเลย


“ลุงละแปลกใจจริงๆที่พวกเธอไม่สลบลงไป ลุงคิดว่าอาการสลบเป็นผลข้างของการใช้ตัวยาซะอีก”(ลุงนิค)


“ไม่รู้สิคะ หนูรู้สึกว่าถ้าเกิดหนูสลบไปละก็ มันน่าจะไม่ดีแน่ๆ ถึงไม่มีเหตุผลแต่ก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆค่ะ แฟรงค์แกก็คิดแบบนั้นเหมือนกันรึปล่าวละ”(มินต์)


“อ่าใช่ คิดเหมือนกันเลย ไม่รู้สิ รู้สึกว่าจะแก้ไขอะไรไม่ได้ถ้าเกิดสลบไป”(แฟรงค์)


           เหมือนตอนนี้ลุงนิคจะคิดอะไรซักอย่างอยู่นะ พอผ่านไปซักพักใหญ่ๆ ลุงนิคก็เริ่มให้พวกเราทำอะไรซักอย่าง


“พวกเธอทั้งสองคน ลองตั้งสมาธิแล้วจินตนาการว่ามีน้ำปริมาณเท่าแก้วเล็กๆลอยอยู่เหนือฝ่ามือขึ้นมานิดหน่อยดูสิ”(ลุงนิค)


““เอ๊ะ!?””(มินต์/แฟรงค์)


“ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นก็ได้ลุงแค่อยากจะให้ลองดูก่อนไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก”(ลุงนิค)


“ผมจะลองดูละกันนะครับ”(แฟรงค์)


           ตามที่ลุงนิคบอกก่อนอื่นก็ต้องตั้งสมาธิก่อน ความรู้สึกอุ่นๆเมื่อกี้พอเริ่มต้องสมาธิก็ามผัดถึงมันได้ดียิ่งขึ้น มันไม่ใช่ความรู้สึกที่เกิดจากสภาพรอบๆตัว แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในตัวผมเอง ถ้าพูดกันตามนิยายต่างโลกทั้วๆไปละก็ความรู้สึกนี้น่าคล้ายๆกับการใช่เวทมนต์ละมั้งนะ ความเจ็บปวดเมื่อมันก็เหมือนๆกับการรับพลังเวทย์เข้ามามากเกินไปจนร่างกายปรับตัวไม่ทันสินะ หึๆ ผมว่าผมเข้าใจพวกมันแล้ว ถึงจะไม่ใช่ทุกอย่างแต่ผมคิดว่า ผมสามาถใช้มันได้แน่ๆ ผมรวบรวมความรู้สึกทุกอย่างไปไว้ที่ผ่ามือ และก็จินตนาการภาพของน้ำที่ลอยอยู่บนฝ่ามือ


“ฮะฮ่า!! ได้แล้ว”(แฟรงค์)


“มีเรื่องให้แปลกใจอยู่ตลอดเวลาเลยจริงๆ ไม่คิดว่าเธอจะใช่มันได้ทันทีเลยนะเนี้ย”(ลุงนิค)


“ผมว่ามันคือความบังเอิญเล็กน้อยนะครับ ที่หลักการมันคล้ายๆกับเวทมนต์ในนิยายแนวต่างโลกที่ผมเคยอ่านมามันเลยง่ายขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ผมว่าจินตนาการเพียวๆโดยไม่ใช้คำพูดเลยเนี้ย มันยากไปนิดหนึ่งนะครับ”(แฟรงค์)


“ก็จริงนะ พอไม่มีคำพูดแล้วรู้สึกว่ามันจะยากขึ้นมาก ว่าแต่นิยายแนวต่างโลกเหรอ น่าสงสัย ถ้าเกิดว่ากลับไปฝั่งนั้นได้เห็นทีลุงจะต้องซื้อมาอ่านบ้างแล้วละนะ”(ลุงนิค)


“เอ่อ คือ . . .”(มินต์)


“หืมมีอะไรเหรอ ?”(แฟรงค์)


“ที่ว่าง่ายเนี้ยแกทำยังไงเหรอ? ฉันลองทำตามที่ลุงนิคบอกหมดทุกอย่างแล้วนะแต่น้ำก็ไม่ออกมา”(มินต์)


             เหมือนยัยมินต์จะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร แต่ผมก็พอเข้าใจอยู่ละนะ ยัยมินต์ไม่ค่อยอ่านนิยายอะไรพวกนั้นเท่าไหร เลยยังไม่ค่อยเข้าใจว่ามันจะต้องทำแบบไหนบ้าง ผมเลยเริ่มที่จะอธิบายว่าต้องทำยังไง พอหลังจากผ่านไป สามสี่นาที ยังมินต์ก็เริ่มเข้าใจมันมากขึ้นแล้ว แต่ไม่ใช่แค่ยัยมิรต์นี่สิ ลุงนิคก็เหมือนจะเข้าใจอะไรมากขึ้นด้วย


“แบบนี้นี่เอง ค่อยเข้าใจอะไรได้มากขึ้นมาหน่อยแล้วละ”(มินต์)


“ลุงก็พึ่งรู้เหมือนกันว่า มันมีวิธีแบบนี้อยู่ด้วย น่าสนใจดีเหมือนกัน คิดไม่ถึงว่าเรื่องในนิยายเพ้อฝันพวกนั้นจะมีผลต่องานวิจัยได้ ทีนี้โครงการจะได้ก้าวหน้าขึ้นอีกแน่ๆ น่าสนใจๆ”(ลุงนิค)


“งั้นหนูจะลองดูนะคะลุงนิค นี่แฟรงค์ ถ้ามีตรงไหนที่ฉันไม่ถูกละก็แกบอกได้เลยนะ”(มินต์)


“ก็ได้อยู่หรอก แต่ก็นะ ถ้าได้ไม่ได้เดี๋ยวก็จะได้เห็นกันละ”(แฟรงค์)


           ไม่นานหลังจากยัยมินต์เงียบไปไม่ถึงนาที ยัยมินต์ก็เสกน้ำออกมาได้แล้วเหลือเชื่อเลย ผมยังใช้เวลาเป็นนาทีกว่าที่น้ำจะออกมาแบบนี้ ยัยมินต์ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมไใได้เห็นยัยมินต์ทำหน้าแบบนั้น


“ฮุๆ นี่แฟรงค์ ฉันเจอวิธีที่ทำได้ง่ายกว่าจินตนาการแล้วละ”(มินต์)


“วิธีที่ทำได้ง่ายกว่างั้นเหรอ”(แฟรงค์)


“มีอะไรให้แปลกใจอรกแล้วสินะ เหอะๆ”(ลุงนิค)


           ผมพอรู้แล้วละว่าเจ้านันติดนิสัยพูดมาจากใคร


“ก่อนอื่นเลยการจะให้ของไม่ที่มีอยู่ออกมาเลยเนี้ย มันยากมากเลยใช่ม่า แต่ว่าถ้าเราใช้ของที่มีอยู่ละ”(มินต์)


““ของที่มีอยู่เหรอ ?””(แฟรงค์/ลุงนิค)


“ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณลุงนิคที่ให้โจทย์ง่ายๆอย่าง การเสกน้ำ ละนะ”(มินต์)


           อ่อเป็นแบบเองนี้สินะ แค่ควบคุมอะตอมในอากาศ ก็สร้างน้ำได้ขึ้นมาง่ายๆเหรอ ยัยนี่เจ๋งใช้ได้เลยแหะ ส่วนลุงนิคก็ยิ้มออกมาอย่างพึ่งพอใจเลยละ


“วิธีแบบนี้ก็ใช้ได้เหมือนกันสินะ นี่สิที่เรียกว่าแทรกแซงธรรมชาติโดยแท้จริง”(ลุงนิค)


“คิดวิธีนี้ไม่ถึงจริงๆแหะ สมกับเป็นแกเลยนะยัยมินต์”(แฟรงค์)


“ฮุๆ ถ้าแกไม่ยอกฉันถึงวิธีการนั้นฉันก็คงทำไม่ได้หรอก”(มินต์)


“รู้สึกเหมือนลุงจะเจอเพรชเม็ดใหญ่เข้าให้แล้วสิ พวกเธอทั้งคู่เก่งมากเลยนะ แต่ว่าคำว่าใช้ได้กับใช้คล่องหนะ มันไม่เหมือนกันหรอก เพราะฉนั้นตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกเราจะฝึกกันจนกว่าพวกเธอจะใช้มันจนคล่อง และถ้าถึงเวลานั้นละก็พวกเราก็พร้อมที่จะออกเดินทาง ตกลงไหม”(ลุงนิค)


““ครับ/ค่ะ””(แฟรงค์/มินต์)


“ดีมาก เอาละ วันนี้ไปเตรียมตัวสำหรับมือเย็นกันดีกว่า”(ลุงนิค)


---------------------


           ช่วงเวลาที่ท้องฟ้าสว่างสดใส ณ ป่าแห่งหนึ่งที่ซึ่งดูแล้วไร้ผู้คน แต่ก็มีผู้ที่อาศัยอยู่ในส่วนลึกของป่า และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผู้ที่อาศัยอยู่นั้นออกมาสำรวจและตรวจตาความปกติรอบๆที่พักอาศัย


“โธ่ อาจารย์นี่ละก็ ทำไมหายไปแต่เช้ากันละเนี้ย หายากมากเลยนะที่อาจารย์จะออกไปทำธุระเนี้ย แล้วทำไมไม่บอกอะไรเลยเนี้ย เป็นอาจารย์ที่น่าปวดหัวจริงๆ”(??)


           เด็กสาวเผ่าเอลฟ์นั้นบ่นถึงอาจารย์ของตัวเองด้วยความหงุดหงิด ในขนาดที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านกิ่งไม้บนต้นไม้ที่สูงใหญ่ ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ แต่ไม่นานเธอก็ต้องแปลกใจกับบางสิงที่ได้พบ เธอได้เห็นว่าต้นไม้บางส่วนที่ควรจะมีอยู่นั้นได้หายไป เมื่อเห็นดังนั้นเธอเลยไม่รอช้าที่จะเข้าไปเช็คสถานการณ์ แล้วสิ่งที่เธอพบเมื่อไปถึงนั้นก็คือ


“นี่มันอะไรเนี้ย ทำไมตั้นไม้รอบๆถึงหายไปหมดเลยละ แถมบ้านทรงแปลกๆนั้น ทำไมถึงมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ละเนี้ย เมื่อวานนี้ยังไม่เห็นมีอยู่เลยนี้ ต้องรีบกลับไปบอกอาจารย์ . . . . อาจารย์ไม่อยู่นี่หว่า โธ่ ทำไมต้องมาหายในช่วงที่มีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นเนี้ย กลับมาจะให้งดข้าวเย็นซะเลย”(เด็กสาวเอลฟ์ปริศนา)


           เธอจึงตัดสินใจที่จะลงไปตรวจสอบด้วยตัวเอง ถ้าตามสถานการณ์ปกติเธอจะรออาจารย์ของเธอก่อนเสมอแต่เหมือนว่าวันนี้จะอารมย์ไม่ดีเลยอาจจะใจร้อนไปบ้าง หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรแย่ๆขึ้นหรอกนะ


E- ND

ACT:2

Part:2

เส้นทาง ความตั้งใจ และการเตรียมใจ




---------------

(บ่นเล็กน้อย)

หุๆๆๆๆ ตอนต่อไปเปิดตัวเอลฟ์โลลิละ หมีทั้งหลาย ถ้าดีใจกันเฮสิ เอ้า เฮ้!!!!!!!!


เอาละพับความบ้าไว้ตรงนั้นก่อนละกันนะ เดี๋ยวกลัวว่า จะมีคนมาบุกจับถึงในบ้าน อืมๆ ใช่ที่สุดเราก็ปั่นตอนใหม่ออกมาได้ซักที่เฮ้อ ชั้นละเบื่อความอู้ของตัวเองจริงๆ ไหนจะเกม มังงะ อนิเมะ เหอะๆทำไมสิ่งยั่วยวนช่วงนี้มันเยอะจังน้า ดูสิ กระเป๋าตังแห้งไปหมดแล้วเนี้ย เปิดดูข้างในมาเจอแต่ฝุ่น อนาคตน่าจะได้ปั่นน้ำขายแน่ๆเลย อ่อไม่ต้องห่วงนะถึงจะได้ปั้นน้ำขายจริงๆแต่ก็จะยังปั่นนิยายเรื่งนี้ต่อไปน้อ ผู้ติดตามอ่านทั้งหลายไม่ต้องกลัวดองน้อ ให้กลัวอย่างเดียวถ้าเราเกิดอู้ขึ้นมาละก็ ตอนจะออกช้าลงนั้นแหละ เอาละจะจบการบ่นไว้แค่นี้ละกันนะ ยังไงก็ขอให้สนุกกับการอ่านด้วยละ แล้วที่สำคัญจะดีมากถ้าชวนเพื่อนรึใครมาอ่านด้วยก็ดีนะ เหอะๆๆ ยังไงก็พูดคุยแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่เหมือนเดิมนะ บัยไปละน้อเจอกันตอนหน้านะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #37 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:28

    จะเจอกันตอนไหนน๊อ

    #37
    0
  2. #36 ad123c (@ad123c) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:41
    ยากให้พวกเค้กเจอกันเร็วๆจังเลยค่ะ
    #36
    0
  3. #35 lnwkhunza (@lnwkhunza) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:00
    อยากให้ถึงตอนที่เจอกันไวๆ =3=
    #35
    0