Before the everything fall like a snow

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,267 Views

  • 56 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    193

    Overall
    2,267

ตอนที่ 14 : ACT 1 View what i want :12 การเปลี่ยนแปลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    21 ม.ค. 62

            พวกมนุษย์ ให้อภัยไม่ได้เด็ดขาดอย่างงั้นเหรอ คำพูดของเจ้าหมอนั้นมันทำให้ผมคาใจ เพราะอะไรทำไมถึงคิดแบบนั้นพอผมถามไปก็ถูกตอบกลับมาว่า


“ทำไมข้าต้องบอกด้วยละ”(บาค์คั่น)


ก็นั้นหนะสิ พึ่งเจอกันไม่กี่วันคงยังไม่เชื่อใจอะไรมากถึงขั้นเล่าทุกอย่างให้ฟังหรอก แต่ก็ยังมีเปิดใจเล็กน้อยและก็มีการบอกความในใจมาส่วนหนึ่ง เป็นข่าวดีเลยละ เพราะเจ้าหมอนี่ยังเด็กอยู่ การพยายามดัดนิสัยก็ยังพอจะแก้ได้บ้าง. ถึงอ่าจจะแก้ได้ไม่หมด แต่ว่าถ้าใส่ใจก็น่าจะพอเปลียนแปลงอะไรได้ละนะ เอาละ


“อ่าฉันจะยอมแพ้ไปก่อนละกันนะ จะยังไม่ถามถึงปมในใจตอนนี้หรอก แค่ตอนนี้ละนะ แต่ตอนนี้ นายหนะอยากเก่งขึ้นรึปล่าวละ”(เคียร์)


“ทำไมเธอถึงถามเหมือนกับจะทำได้เลยละ”(บาค์คั่น)


“เพราะว่า ฉันทำได้หนะสิ”(เคียร์)


พอตอบไปหมอนี่ก็ทำท่าเหมือนลังเล ผมก็จะให้เวลาคิดให้เต็มที่เลยละกัน พอผ่านไปซักพักผมก็ได้คำตอบ


“ถ้าเธอทำได้ละก็ ข้าก็จะลองเชื่อดูละกัน”(บาค์คั่น)


เจ้าหมอนี่เป็นพวกเดะเระรึปล่าวน้อ หึๆ น่าสนใจจริงๆนั้นแหละ จะฝึกให้ซักหน่อยละกัน


“หุๆ เตรียมใจไว้ได้เลยละ แต่ว่า ก่อนอื่น นายร่ายเวทย์มนต์เป็นรึปล่าว ช่วยตอบแบบตรงไปตรงมาด้วยละ”(เคียร์)


“ชิ ดันมาพูดดักทางซะได้ เอ่อ ข้ายังร่ายเวทย์มนต์ไม่เป็น”(บาค์คั่น)


“ขอคุณที่ตอบไปอย่างตรงไปตรงมา และไม่ต้องเป็นห่วงไป ฉันจะฝึกให้นายเอง แต่แค่พื้นฐานละนะ นอกนั้นนายต้องไปหาฝึกเอาเอง นายจะต้องหาว่า นายถนัดอะไร ก่อนอื่นรู้วิธีการสำผัสถึงจิตรึปล่าวละ”(เคียร์)


“ไม่ละ”(บาค์คั่น)


“โฮ้ยๆ นี่นายได้ตั้งใจเรียนบ้างรึปล่าวเนี้ย”(เคียร์)


“อ่า ข้ายังไม่เคยเข้าเรียนเลยด้วยซ้ำ”(บาค์คั่น)


อืม ผมช๊อคไปเลยละ ไม่เคยคิดว่าเจ้านี่จะเป็นขนาดนี้ ผมถึงกับกุมขมับพร้อมกับถอยหายใจเลยละ


“เฮ้อ นายนี่มัน . . . . ช่างมันเถอะ วันนี้ก็เย็นมากแล้วด้วย งันคืนนี้นายลองพยายามจับ สัมผัสของจิต ให้ได้ก่อน ทริกง่ายๆ ลองนั่งเฉยๆแบบไม่คิดอะไรดูละ ซักพักนายจะรู้สึกอุ่นๆเอง พยายามเข้าละ”(เคียร์)


“แค่นั้นเหรอ”(บาค์คั่น)


“อ่าก็แค่นั้นแหละ”(เคียร์)


“แต่ในหนังสือมันบอกมายาวกว่านี้นี่”(บาค์คั่น)


“โฮ่ ถึงจะโดดเรียนแต่ก็ยังอ่านหนังสือเหรอ ในหนังสือหนะนะ มันอ้อมค้อมไปงั้นแหล


ะจริงๆก็เป็นไปตามที่ฉันบอกละนะ เอาละขอตัวกลับบ้านก่อนละกัน แล้วก็พรุ่งนี้ก็ไปล่าวูฟด่วยละ ฝึกในพื้นที่จริงจะทำให้นายเก่งไวขึ้น”(เคียร์)


“อ . .อ่า”(บาค์คั่น)


อ่าเจ้านี่ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่า ที่เคยอ่านมาทั้งหมดนั้นมันไรประโยชน์ ที่เหลือก็ต้องมาคอยดูว่า หมอนี่จะทำได้ไหม ผมทิ้งให้หมอนี่ที่กำลังสับสนไว้แล้วก็เดินกลับบ้านไป


แล้วเช้าวันต่อมาก็มาถึง วันนี้ก็เหมือนๆกับวันก่อนๆ อากาศที่สดใส(สำหรับชาวจิ้งจอกหิมะ) กับข้าวผีมือท่านแม่ที่กินทุกวัน ก็ไม่มีเบื่อ พอกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าเสร็จผมก็ออกจากบ้านไปตามปกติ แต่วันนี้จะเป็นวันที่ไม่ปกติเหมือนทุกๆวัน เพราะอะไรหนะเหรอ


“ช้าจังนะเธอเนี้ย”(บาค์คั่น)


“อ่าๆโทษทีละกัน”(เคียร์)


อะเผลอตอบไปตามความเคยชินซะแล้วทำเอานึกถึงชีวิตที่แล้วเลยนะเนี้ยแต่เอ๊ะ


“นี่นายมารอนานแค่ไหนแล้วเนี้ย”(เคียร์)


“ตั้งแต่เธอร้องเสียงแปลกๆตอนกินข้าวเช้านั้นแหละ”(บาค์คั่น)


จริงอยู่ที่แม่ทำอาหารอร่อยมากแต่ นี่เราอุทานออมากดังขนาดไหนเนี้ย


“อ่าช่างเรื่องนั้นเถอะตอนนี้เรากำลังไปสายนะ”(เคียร์)


“เพราะเธอช้าไม่ใช่เหรอ”(บาค์คั่น)


แล้วผมกับหมอนี่ก็เดินไปจนถึงจุดนัดพบ ก็หน้าหมู่บ้านนั้นแหละ พอไปถึงทุกคนก็แปลกใจเลยละ


“ทำไมวันนี้เดินมาด้วยกันกับเด็กนั่นละยัยหนู”(ลุงกริฟ)


“ก็มีอะไรหลายอย่างละนะ แต่ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะเป็นคนสอนหมอนี่เอง ลุงโคไม่ขัดข้องใช่ม่า”(เคียร์)


“อ่าไม่ขัดข้องอะไรทั้งสิน ทักษะที่ข้าสอนไปหนูเคียร์สามารถเอาไปทำอะไรก็ได้ข้าไม่ว่าอะไรหรอก”(ลุงโคจุน)


“แล้วพี่มิลลี่ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ที่จะให้หมอนี่มาอยู่ในกลุ่ม”(เคียร์)


“ไม่เป็นไรหรอกจ้าเคียร์จัง พี่หนะสนใจแค่เคียร์จังเท่านั้นแหละจ้า”(พี่มิลลี่)


หว๋าบางที่พี่มิลลี่ก็ดูน่ากลัว . . . ในหลายๆความหมายละนะ


“วัยรุ่นนี่น้า ถึงจะเป็นเรื่องต้องห้ามแต่ก็ ร้อนแรงดีจริงๆเลยนะเนี้ย”(พี่เซลนี่)


“เย้ย พี่เซลนี่คิดอะไรอยู่เนี้ย”(เคียร์)


“เอาละๆ จะไรสาระกันจนอาทิตย์ตกดินก็ได้นะ แต่ว่า ชั้นจะไปละนะ”(ลุงกริฟ)


“เย้ย ตาลุงรอด้วยสิ”(เคียร์)


เพราะตาลุงเลย พวกเราถึงออกมาจากหมู่บ้านได้ซักที จะว่าไมเมื่อคืนเราคิดตลอดทั้งคืนเลยว่าจะฝึกหมอนั้นด้วยวิธีไหนดี วิธีการใช้ดาบของหมอนั้น มันเหมือนกับ . . .


“นี่ เจ้าเด็กบ้า”(เคียร์)


“ห๋า มีอะไรละ”(บาค์คั่น)


“ฉันหนะ อยากให้นายพยายามวิ่งล่อพวกวูฟหนะ”(เคียร์)


“ห๋า!! ? จะบ้าเหรอไง จำเมื่อวานไม่ได้เหรอว่าข้าโดนอะไรหนะ”(บาค์คั่น)


“เอาเหอะน่าจะมันจะกระโจนใส่นายเดี๋ยวฉันช่วงเองแหละเหมือนเมื่อวานยังไงละ แล้วถ้าหากนายชินกับความเร็วของพวกวูฟโดยที่ไม่ต้องพึ่งเวทย์เสริมพลังละก็ นายจะเก่งขึ้นมากเลยละ”(เคียร์)


หมอนั้นก็คิดอะไรซักพักนึ่ง


“จำที่ฝึกกันเมื่อวานได้ไหมละ ความถนัดของนายฉันรู้จากเมื่วานนี้แหละ วิธีการต่อสู้ของนายหนะ ต้อง ฝึกด้วยวิธีนี่แหละ ถ้าเกิดนายตามความเร็วทันละก็ นายก็จะโจมตีมันโดนด้วยเหมือนกันนั้นแหละ”(เคียร์)


“ทำไมเธอถึงมองออกขนาดนั้นละ ทั้งๆที่อายุน้อยกว่าข้าด้วยซ้ำเนี้ย รู้สึก เสียศักศรียังไงไม่รู้สิ”(บาค์คั่น)


‘ขอโทษทีละกัน’(เคียร์)


“ห๊ะ พูดอะไรนะ”(บาค์คั่น)


“ปล่าวหรอก ไม่มีอะไรหรอก นายหู้เพี้ยนแน่ๆ”(เคียร์)


ที่เรียนรู้ได้ไวขนาดนี่ เป็นเพราะเราเกิดใหม่ละนะ เหมือนกับว่าโกงอยู่เลยแหะ รู้สึกไม่ดีเลย แต่ก็ คนบนโลกนี้หนะ เก่งมากเลยละ ผมคิดไม่ออกเลยว่า ถ้าเกิดใหม่โดยที่ความทรงจำไม่เหลือเนี้ย จะเป็นยังไงน้า คิดไม่ออกเลยจริงๆ


“เป็นอะไรไปหนะยัยผี”(บาค์คั่น)


“อ อะ ไม่มีอะไรหรอก”(เคียร์)


“เธอนี่แปลกจังเลยนะ”(บาค์คั่น)


“หืม แปลกเรื่องอะไรเหรอ”(เคียร์)


“ทำไมเธอถึง ต้องมาฝึกให้ข้าละ เพื่อเยาะเย้ย หรือเพื่อแสดงพลังละ”(บาค์คั่น)


“เพราะอะไรหนะเหรอ บอกไม่ถูกแหะ ถ้าให้พูดสั้นๆก็คือ ฉันสนใจนายละนะ”(เคียร์)


“สนใจเหรอ แค่สนใจเนี้ยนะ”(บาค์คั่น)


“ก็เอ่อ สิ แค่นั้นหนะแหละ เอาละพวกมันมาแล้ว เอาละเตรียมตัว”(เคียร์)


“ชิ ไม่ต้องบอกก็รู้น่า”(บาค์คั่น)


แล้วเวลาแห่งการฝึกก็ได้เริ่มอีกครั้ง วูฟนั้นพวกมันมีนิสัยแย่อย่างหนึ่งคือในจะจ่องเล่นงานคนที่พวกมันคิดว่าอ่อนแอที่สุดก่อน มันเลยกลายเป็นว่า ถ้าหันหลังให้ก็โดนไล่ตามทันที หันหลังเป็นวิธีล่อวูฟอย่างดีเลยละ และก็นิสัยเสียอีกอย่างคือมันชอบเล่นกับเหยื่อที่อ่อนแอ มันเลยตระครุบเหยื่อแทนที่จะฆ่าและกินในทันที ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งปีเลยละกว่าจะเข้าใจพฤติกรรมของพวกมันอย่าถ่องแท้ ถึงมันจะเหนื่อยที่จะต้องล่าไปด้วยสังเกตุไปด้วย แต่มันก็คุ้มที่เหนื่อยละนะ


และแล้วการวิ่งจ้าละหวั่นของเจ้าเด็กนั้นก็เริ่มขึ้น ในช่วงวันแรกๆนั้น เจ้าหมอนั้นก็โดนพวกวูฟตะครุบ จนผทต้องไปช่วยอยู่บ่อยครั้ง และพอเข้าช่วงเย็นนั้นก็จะไปฝึกใช้อาวุธที่สนามฝึกของลุงโคโดยที่ผมเป็นครูฝึกให้ จนหมอนั้นเริ่มชินกับการใช่มีด นั้นคือเรื่องของสัปดาห์แรก และพอเข้าช่วงสัปดาห์ที่สอง ก็เริ่มเห็นการพัฒนา การเรียนรู้ของหมอนี้ค่อนข้างไวเลยละ ยกเว้นเรื่องเวทย์มนต์ละนะ แต่ทักษะทางร่างกายนี่ สุดยอดไปเลย เริ่มตามความเร็วของวูฟทันในสัปดาห์ที่ 2 เริ่มหลบการพุ่งโจมตีของวูฟได้ และในช่วงสัปดาห์ที่ 3 นั้น เจ้าหมอนี่ก็ใช้มีดแทงสวนวูปที่กระโจนมากลับไปได้แล้ว และตอนนี้คือสัปดาห์ที่ 4 นับตั้งแต่วันที่เริ่มฝึก


“นี่เจ้าเด็กบ้า”(เคียร์)


“เฮ้อ ซักครั้งเถอะ เมื่อไหร่อาจารย์จะเรียกชื่อข้าซักทีเนี้ย แล้วมีอะไรเหรอ”(บาค์คั่น)


ตั้งแต่สัปดาห์ที่สอง หมอนี่ก็เริ่มเรียกผมว่าอาจารย์ตอนแรกผมรู้ากแปลกๆเลยบอกให้เรียกเหมือนเดิม แต่เหมือนหมอนี่จะไม่ยอม และยังคงเรียกว่าอาจารย์ต่อ และดูเหมือนอัคติที่มีต่อพี่มิลลี่จะลดน้อยลงด้วยละนะ


“ถ้านายไม่หยุดเรียกฉันอย่างนั้นฉันก็จะเรียกนายว่าเจ้าเด็กบ้าต่อไปละนะ”(เคียร์)


“นี่บาค์ นายก็รู้นี่ การที่จะเปลี่ยนความคิดของเคียร์จังเนี้ยเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้”(พี่มิลลี่)


“ก็นั้นหนะสิ”(บาค์คั่น)


เป็นสัญญาณที่ดีเลยละ สองคนนี่เริ่มคุยกันตั้งแต่ อาทิตย์ที่สาม พอเริ่มเปิดพูดคุยกันได้ ผ่านไปไม่นานก็เข้าก็เป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ


“เอาละๆ ฉันขอเข้าประเด็นก่อนละกัน เจ้าเด็กบ้า วันนี้ฉันหนะอยากให้นาย ฆ่าวูฟให้ได้ซักตัวหนะ”(เคียร์)


“ห๊ะ แต่ว่าอาจารย์ ถ้าข้าฆ่าไม่ได้ซักตัวเลยละ”(บาค์คั่น)


“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ แต่ว่าอยากให้ลองพยายามดูหน่อยละนะ”(เคียร์)


“งั้นข้าจะลองพยายามดูละกัน จับตามองเอาไว้ใด้ดีละอาจารย์”(บาค์คั่น)


อยู่ดีๆก็ฮึกเหิมขึ้นมาซะงั้น


“อารมณ์นายนี่แปลปรวนรึไงเนี้ย ฉันจะทำเป็นไม่สนใจละก็แต่ก่อนอื่น รู้สึกเราจะเดินมาเจอพวกวูฟแล้วละนะ เตรียมตัวให้ดีละ”(เคียร์)


พอวูฟเข้ามาจู่โจม ทุกตัวในฝูงก็ถูกจัดการอย่างง่ายดาย ด้วยฝีมือของ พี่เซลนี่ และ พี่มิลลี่ แต่ก็เหลือไว้หนึ่งตัวเพื่อทดสอบฝีมือของเจ้าหมอนั้น


“เอาละตอนนี้ที่นี่เป็นเวทีของนายแล้ว จงแสดงความสามารถที่ฝึกฝนมาให้ฉันดูหน่อยสิ”(เคียร์)


พอหมอนั้นหันหลัง วูฟก็ถูกดึงความสนใจไปในทันที มันไม่สนใจว่าเพื่อนๆของมันจะตายไปแล้วหรือไม่ แต่ตอนนี้มันได้มุงความสนใจที่อยากจะเล่นกับเหยื่อที่อ่อนแอแทนแล้ว และมันก็คิดว่าคนที่หันหลังให้มันตอนนี่คือคนที่อ่อนแอ มันพุ่งตังไปหวังจะตระครุบเหยื่อของมัน แต่ทว่า


“นี่ไอ้หมาจรจัด ข้าไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ”(บาค์คั่น)


ราวกับมันใจว่าจะหลบได้แน่นอน เลยมีการพูดเล่นหัวก่อนที่จะหลบวูปที่พุ่งตรงมาทางขวา ด้วยการก้าวขาเพียงนิดเดียว และวูฟที่โจมตีพลาดไป มันก็รีบตั้งท่าใหม่ แต่ว่าก่อนหน้านี้ตอนที่ที่มันพลาดนั้น มันก็ได้ถูกฝากรอยแผลไว้ที่ขาหน้าขวาของมัน ความเจ็บปวดที่พึ่งแล่นเข้ามานั้นคงจะทำให้มันชะงักไป และนั้นก็สิ่งที่ทำให้มันชะตาขาด เพราะจังหวะที่มันชะงักเพัยวแปปเดียว เหยื่องของมันก็พุ่งตัวและใช้มีดเข้าเสียบเข้าไปที่คอ แผลนั้นลึกพอที่จะทำให้หลอดลมของมันขาดออก และในที่สุดมันก็สิ้นลม


หมอนั้นดึงมีดออกมาจากคอของวูฟ ด้วยอาการที่เหนื่อยหอบ และมือที่เต็มไปด้วยเลือดของวูฟนั้น มันช่างขัดกับภาพของเด็กอายุไม่ถึงสิบสองจริงๆนั้นแหละ แล้วเจ้านั่น ก็ถอนหายใจออกมา


“เฮ้อ ข้าทำได้แล้วอาจารย์”(บาค์คั่น)


“อ่า ในที่สุดก็ทำได้แล้วนะ เพราะฉนั้น นายจะเข้าสู่ขั้นตอนการฝึกขั้นต่อไปแล้วละ”(เคียร์)


“ห๊ะ ขั้นต่อไป ยังเหลืออะไรอีกงั้นเหรอ”(บาค์คั่น)


“อ่า ฝึกใช้เวทย์ยังไงละ”(เคียร์)


E-ND


12:

การเปลี่ยแปลง


(บ่นเล็กน้อย)

ต้องขอโทษคนที่รออ่านด้วยเน้อ ที่อัพช้าก็คืออู้นั้นแหละ บวกกับช่วงนี้ติดซีรี่ไรเดอร์ด้วย แต่สัญญาจากตอนที่แล้วก็คือ ตอนนี้จะยาวกว่าตอนก่อนน้อ ยังไงก็ขอให้อ่านให้สนุกละกันน้อ และก็ขอโทษอีกครั้งที่อัพช้าจนเลยมาวันจันทร์ แทนที่จะเป็นวันอาทิตย์น้อ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #20 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 21:44

    ไรเดอร์ภาคใหม่รึครับเคยดูไป 2 ตอนก็เว้นยาวเลยคงต้องไปดูมั่งหล่ะ ขอบคุณสำหรับตอนใหม่นะครับ

    #20
    1
    • #20-1 YusakanoNeko (@YusakanoNeko) (จากตอนที่ 14)
      21 มกราคม 2562 / 23:52
      ทางนี้พึ่งเริ่มดูภาค Gaim น้อ ชอบธีมมันแปลกๆดี เลยมานั่งดู เลยกลายเป็นติดเลยหนะ
      #20-1
  2. #18 Xzes (@Xzes) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 06:54

    ไม่เป็นไรครับอย่างน้อยก็อัพ
    #18
    0