Before the everything fall like a snow

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,268 Views

  • 56 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    194

    Overall
    2,268

ตอนที่ 13 : ACT 1 View what i want :11 Hatred

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

           หลังจากเหตุการที่เกิดขึ้นเมื่อซักครู่ พวกเราก็เดินตามหาวูฟกันต่อ แต่ว่าการออกมาล่าวูฟรอบนี้รู้สึกจะชิวกว่าปกตินะ เพราะพี่เซลนี่กับพี่มิลลี่นี่แหละ วูฟที่เจอก็ถูกยิงตายคาที่ในแทบจะทันที เริ่มสงสารพวกวูฟแล้วสิ ส่วนเรื่องแล่เอาคอร์กับเนื้อส่วนที่กินได้ตาลุงกับลุงโคก็ช่วยกัน ผมกับเด็กบ้านั้นก็เลยกลายเป็นพวกว่างงานไป เจ้าเด็กบ้ามันเดินเงียบมาซักพักละมั้ง ที่ผมเข้าไปช่วยคงทำมันช๊อคไม่น้อย ดูท่าความมั่นใจว่าตังเองเก่งสุดในหมู่บ้านจะพลังทลายไม่มีชิ้นดีแล้วละมั้งนะ ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดีสิ จะว่าไปกระเป๋าที่ไว้เก็บเนื้อวูฟนี่ เป็นกระเป๋ามิติสินะ สงสัยว่ามันจะเก็บได้เยอะแค่ไหนกันนะ


“นี่ตาลุงไอ่กระเป๋านี้เนี้ย มันเก็บไปขนาดไหนเหรอ”(เคียร์)


“สนใจงั้นเหรอยัยหนู เจ้านี่หนะมันจุได้ประมาณ 30 โลได้มั้งถ้าจำไม่ผิดละนะ”(ลุงกริฟ)


“แล้วเวลาข้างในถูกหยุดรึปล่าวละ”(เคียร์)


“ถ้าหมายถึงเวลาของมิติในกระเป๋านี่ละก็ ขอบอกว่าเวลาในนี้ไม่ถูกหยุดเอาไว้หรอกนะ แต่จะเวลาไหลไปช้ากว่าโลกปกติประมาน 5 เท่าละนะ ถ้าเป็นกระเป๋าระดับนั้นละก็ต้องใช้วัตถุดิบชั้นสูงแบบพวกหนังแมมมอสหยาดนำแข็งเลยละ”(ลุงกริฟ)


“แล้วระดับของวัตถุดิบมันมีผลยังไงกับกระเป๋าละ”(เคียร์)


“ไม่ใช่แค่กระเป๋าหรอกนะยัยหนู อุปกรเวทย์อื่นๆก็ด้วย เพราะต้องใช่เวทย์ที่ซับซ้อนขึ้นเลยต้องใส่พลังเวลทย์ลงไปมากขึ้น ตรงนี้ระดับของวัตถุดิบก็จะมีผลที่ว่าจะสามารถทนพลังเวทย์ที่จ่ายเข้ามาได้ไหม”(ลุงกริฟ)


“อ่อเป็นแบบนี้นี่เองเหรอ ถ้าเราค่อยๆจ่ายพลังเวทย์ลงไปละ แทนที่จะจ่ายไปทีเดียวหนะ”(เคียร์)


“วิธีนั้นใช้ไม่ได้ผลหนะเพราะว่าพอเราจ่ายพลังเวทย์ลงไป หลังจากที่วงเวทย์บนอุปกรทำงานแล้วมันจะดูดพลังเทย์ของเราไปทีเดียวเลยนี่สิ”(ลุงกริฟ)


“ควบคุมไม่ได้เลยเหรอ”(เคียร์)


“ไม่รู้สิ เราอาจจะยังไม่เจอวิธีควบคุมการจ่ายพลังเวทย์ก็ได้มั้ง ใครจะไปรู้ละ”(ลุงกริฟ)


“สองคนนี้เริ่มพูดอะไรยากๆกันอีกแล้ว”(พี่เซลนี่)


“ข้าว่าก็ปกติดีนะ”(ลุงโคจุน)


“ก็เป็นแบบนี้ประจำแหละนะคะ ตอนอยู่แลปก็คุยอะไรทำนองนี้กันตลอดบางเรื่องหนูก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกค่า”(พี่มิลลี่)


“เอาละไปกันต่อเถอะ เราต้องไปอีกไกลนะ ค่อยเดินไปคุยไปก็ได้”(ลุงโคจุน)


ต่อจากนั้นพวกเราก็เดินค้นหาววูฟกันต่อ แล้วมันก็เป็นแบบเดิมละนะ สองคนนั้นทำผมตกงานเลยแหะ แล้วดูเหมือนว่าซองธนูนั้นจะเป็นกระเป๋ามิติด้วยแหะ และการล่าวันนี้ก็จบลง เนื้อวูฟเต็มกระเป๋าโดยที่เราแทบไม่ได้ออกแรงอะไรเลย สรุปแล้วพี่เซลนี่สอนอะไรพี่มิลลี่บ้างละเนี้ย ค่อยถามละกัน


“วันนี้ทำได้ดีมากเลยนะ หนูมิลลี่”(พี่เซลนี่)


“แหมๆ ก็พี่เซลนี่สอนหนูเองนี่นา”(พี่มิลลี่)


“แล้วพี่เซลนี่ฝึกอะไรให้พี่มิลลี่บ้างละเนี้ย”(เคียร์)


“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะ ก็แค่แข่งกันว่าใครจะยินโดนก่อนเท่านั้นเอง”(พี่มิลลี่)


“ห๊ะ!?”(เคียร์)


“เดี๋ยวยิงใส่กันแบบนั้นไม่อันตรายเหรอ”(ลุงกริฟ)


“นี่ๆรอฟังหนูมิลลี่ให้จบก่อนสิ ก็ง่ายแค่เราใช้ธนูหัวจุกยางแค่นี้ก็ไม่เป็นอันตรายแล้ว”(พี่เซลนี่)


แล้วพี่เซลนี่ก็หยิบลูกธนูที่ว่าขึ้นมาให้ดู บนโลกนี้มีของแบบนี้ด้วยเหรอ


“ถึงจะบอกว่าเป็นยางก็เถอะนะ แต่ตอนโดนพี่เซลนี่ยิงเข้าที่ท้องนี่ก็ทำเอาทะงจุกทั้งเข่าอ่อนเลยละ”(พี่มิลลี่)


พี่มิลลี่หน้าซีดเลยแหะ ท่าทางจะจุกสุดๆเลยแหะ ว่าแต่


“เหมือนเราจะลืมใครบางคนไปนะ”(เคียร์)


“อ่อถ้าเจ้าเด็กนั้นมันเดินกลับบ้านไปนานแล้วละ”(ลุงกริฟ)


“เอ๋ ไม่ทันสังเกตุเลยนะเนี้ย แล้วบ้านเจ้าเด็กบ้านั้นอยู่ไหนละ”(เคียร์)


“เดี๋ยวนี้สนใจคนอื่นด้วยเหรอเนี้ย”(ลุงกริฟ)


“วันแบบนี้ก็ต้องมีบ้างแหละน่าตาลุง แล้วจะบอกได้รึยังละ”(เคียร์)


“อืมบ้านของเจ้านั้นอยู่ทางหมู่บ้านตรงนู้นหนะ สังเกตุง่ายๆว่าเป็นหลังเล็กๆ น่าจะเล็กที่สุดในหมู่บ้านแล้วละ ว่าแต่ทำไมถึงเกิดสนใจเจ้าเด็กนั้นขึ้นมาละ”(ลุงกริฟ)


“ปกติแล้วเนี้ยคนเราจะมีนิสัยยังไงมันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปัจจัยบางอย่าใช่ไหมละ”(เคียร์)


“แล้ว มันเกี่ยวอะไปกับที่เธอสนใจเด็กนั้นละ”(ลุงกริฟ)


“ก็แค่อยากรู้ว่า อะไรทำให้เด็กบ้านั้นเป็นเด็กแสบประจำหมู่บ้านได้เท่านั้นเอง ลุงพอจะรู้อะไรบ้างรึปล่าวละ”(เคียร์)


“ก็ไม่ค่อยรู้อะไรเท่าไหรหรอก ไม่ลองไปถามผู้ใหญ่บ้านดูละ”(ลุงกริฟ)


“เอ๋ แปลกแหะตาลุง ปกติจะรู้เรื่องนั้นนี้ประจำไม่ใช่เหรอ ทำไมงวดนี้ถึงไม่มีข้อมูลอะไรเลยละเนี้ย”(เคียร์)


“จะเอาอะไรมากกับคนที่วันๆอยู่แต่ห้องสมุดละ”(ลุงกริฟ)


“หึๆ บนโลกนี้ยังมีอะไรที่ตาลุงยังไม่รู้อยู่ด้วยสินะ”(เคียร์)


หลังจากนั้นผมก็แยกกีบทุกคนและตรงไปหาบ้านเจ้าเด็กนั้นตามที่ตาลุงบอกมาแล้วก็มาถึง


“จะว่าไปก็หลังเล็กที่สุดจริงๆด้วยละนะ”(เคียร์)


หว๋าเผลอหลุดพูดความคิดออกไปเลยแหะ นิสัยไม่ดีเลยเรา จะว่าไปแล้วนอกจากหลังเล็กแล้วยังโทรมด้วย เริ่มเห็นใจเจ้าเด็กบ้านั้นแล้วแหะ


มองไปข้างๆบ้านก็เห็นเจ้าบ้านั้นกำลังยืนทำอะไรซักอย่างอยู่ มองไม่ชัดแหะ เดินเข้าไปดูหน่อยละกัน


“ไงเจ้าเด็กที่เก่งที่สุดในหมู่บ้าน”(เคียร์)


พอทักไปแบบนั้นก็สดุ้งโหยงเลย เหอะๆ


“ชิ จะมาตอกย้ำอะไรข้าอีกยัยเด็กผี วันนี้หนะข้าแพ้พวกเธอแล้ว ถึงจะน่าเจ็บใจที่ต้องบอกแบบนี้ แต่มันก็จริงที่วันนี้ข้าทำอะไรไม่ได้เลย”(บาค์คั่น)


“โอ้ ก็รู้ตัวเองดีนี่นา นึกว่าจะเป็นพวกสมองกล้ามแบบสุดโต่งสะอีก”(เคียร์)


“ถ้าจะมาเพื่อเยาะเย้ยละก็ ก็รีบๆไปๆให้พ้นๆซะ”(บาค์คั่น)


พอมองดูที่เจ้านี่ถืออยู่ มันคือดาบไม้ละ อ่อคงผึกเหวี่ยงดาบอยู่สินะ หึๆ ชักน่าสนใจแล้วละสิ


“ฝึกดาบอยู่เหรอ ให้ชั้นเป็นคู่ซ้อมให้ดีไหมละ”(เคียร์)


“ไม่ใช่ว่า เธอเก่งแต่เวทย์มนต์เหรอยัยเด็กผี”(บาค์คั่น)


อึก นี้เราใช้เวทย์บ่อยเกินไปจนถูกจดจำแบบนั้นแล้วเหรอ ไม่ๆ เจ้าบ้านี้พึ่งเคยเห็นเราสู้ครั้งเดียวเอง เลยด่วนตัดสินแบบนั้นสินะ เหอะๆ


“พูดแบบนั้นระวังเสียใจละ”(เคียร์)


ผมเดินไปหยิบกิ่งไม้ขนาดพอดีมือที่อยู่ใกล้ๆแถวนั้นโชคดีจริงๆเลยนะที่เจอขนาดพอดีมือเนี้ย


“เอาละพร้อมรึยังละ เข้ามาได้ทุกเมื่อเลย เจ้าเด็กบ้า”(เคียร์)


“ไม่ต้องให้เธอบอกหรอกยัยเด็กผี”(บาค์คั่น)


แล้วเจ้าหมอนี่ก็พุงตรงเข้ามา โดยจ้องจะใช้ดาบแทงมาที่ผม แค่มองก็รู้แล้ว เจ้านี้ไม่รู้วิธีใช้ดาบ แต่ท่วงท่าการวิ่งของเจ้านี้ คือการก้มตัวลงต่ำเพื่อลดแรงต้านและเพิ่มความเร็ว แต่นั้นไม่ใช้วิธีใช้ดาบนะเจ้าบ้า


“เร็วดีนี่ สำหรับเด็กทั่วไปละก็ นายเก่งมาก แต่ว่านะ”(เคียร์)


ผมหลบดาบไม้ที่เจ้าบ้านี้แทงมาระหว่างพูด บอกตามตรงแทบไม่ต้อใช้สมาธิเลยละ แล้วผมก็ใช้กิ่งไม้บัดดาบของเจ้าบ้านี้แล้วดาบก็กระเด็นหลุดมือ แล้วก็ใช้เท้าขัดขาเจ้านี้จนล้มลงไป


“แต่สำหรับวูฟแล้วเนี้ย นายยังช้าอยู่ละนะ”(เคียร์)


“บ้าจริง นี้เธอแอบใช้เวทย์มนต์เหรอยัยเด็กผี”(บาค์คั่น)


“บ้ารึปล่าว ชั่นจะใช้เวทย์มนต์ กับมือสมัคเล่นอน่างนายทำไมละ เอาลุกขึ้นมาได้แล้ว ชั้นจะเป็คู่มือให้นายจนกว่าจะพอใจเอง ไม่ต้องห่วง”(เคียร์)


“ชิ ไม่ต้องให้เธอบอกหรอกน่า”(บาค์คั่น)


แล้วเจ้าหมอนี่ก็เดินไปหยิบดาบที่ลอยไปเมื่อกี้ น่าแปลกจังแหะ เจ้าหมอนี่ถึงจะก้าวร้าวก็จริง แต่ก็ไม่ได้เป็นขนาดเมื่อเช้า อะไรคือสาเหตุละ แต่ก็พอเดาๆได้หน่อยๆละนะ ไอ่หมอนี้เล่นจ้องเธอคนนั้นตั้งแต่เช้าเลยนี้ ด้วยสายตาอาฆาตด้วย


“นี่ทำไมนายถึงเกลียดพี่มิลลี่ขนาดนั้นละ”(เคียร์)


“หา ทำไมข้าต้องตอบเธอด้วยละ”(บาค์คั่น)


“นายหนะ เกลียดพวกมนุษย์งั้นเหรอ”(เคียร์)


พอพูดจบประโยค หมอนั้นก็นิ่งไปในทันที เอาแล้วสิ นี่เราเผลอทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไปแล้วสินะ


“พวกมนุษย์ พวกเวรนั้น”(บาค์คั่น)


หมอนั้นพึมพัมออกมาพร้อมกับจ้องมองมาที่ผม ถึงเสียงจะเบาแต่ก็เพียงพอที่ผมจะได้ยิน และสายตาที่จ้องมองมานั้นเป็นสายตาที่มีทั้งความแค้นและเศร้าในขนาดเดียวกัน


“ให้อภัยไม่ได้ เด็ดขาด”(บาค์คั่น)


E- ND


:11

Hatred


(มุมบ่นเล็กน้อย)

ขอสวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านก่อนละกัน ถึงจะสวัสดีย้อนหลังถึง 13 วันก็เถอะแต่แหม ช่วงปีใหม่มานี่อีเว้นเยอะแยะเลยไม่มีเวลามานั่งเขียนต่อ มีแอบอู้นิดหน่อยด้วยเน้อ แต่ด้วยความพยายามต่อต้านความขี้เกียจ ในที่สุดก็เข็นตอนใหม่ออกมาได้ซักทีเย้ ถึงตอนนี้จะสั้นๆไปหน่ยแต่รับรองว่าตอนหน้าจะมีเยอะกว่านี้แน่นอน แต่สำหรับตอนนี้ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านด้วยนะ ไปละ ขอให้สนุกกับการอ่านน้อ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #17 YuMeiMei (@YuMeiMei) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 16:49
    สนุกดีนิ ตอนใหม่มาเร็วๆนะ
    #17
    0
  2. #14 Xzes (@Xzes) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 18:16

    ขอบคุณครับ
    #14
    0