Before the everything fall like a snow

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,262 Views

  • 56 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    188

    Overall
    2,262

ตอนที่ 12 : ACT 1 View what i want :10 คนที่เราไม่ชอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61

            “อ่าเช้าแล้วเหรอ”(เคียร์)


ทั้งๆที่ห้องยังมืดๆอยู่ แต่ก็น่าจะเช้าแล้วแหละ ทำไมผมถึงบอกว่าเช้าทั้งๆที่ห้องยังมือดๆอยู่หนะเหรอ ง่ายๆวันนี้เป็นวันแรกของ ฤดูพายุหิมะไงละ


“เอาละ ได้เวลาลุกออกจากเตียงอุ่นๆแล้ว(เคียร์)


ต้องเตรียมตัวออกไปล่าด้วยละนะ วันนี้ก็มีคนมาเพิ่มด้วยละ คงเดาไม่ยากหรอกเนอะ


“ไปแล้วนะคะ แม่”(เคียร์)


“จ้า ดูแลตัวเองด้วยนะจ๊ะลูกแม่”(แม่)


วันนี้นัดเจอกันหน้าหมู่บ้านแทนสินะ พอผมเดินไปถึงตาลุง ลุงโค แล้วก็พี่เซลนี่ก็ยืนรออยู่แล้วละ


“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ทุกคน”(เคียร์)


“มาช้านะยัยหนู”(ลุงกริฟ)


“ดีจ้าหนูเคียร์”(พี่เซลนี่)


“สวัสดีตอนเช้าหนูเคียร์”(ลุงโคจุน)


“แต่เหมือนว่าหนูจะไม่ได้มาเป็นคนสุดท้ายสินะคะ”(เคียร์)


คนที่จะออกไปล่าวันนี้มีทั้งหมด 6 คนละ จริงๆก็จะมีแค่ 5 คนนั้นแหละ แต่มันมีเด็กเปรดคนหนึ่งมาเพิ่มด้วยหนะสิ


“จะให้ไอ่หมอนั้นมาจริงๆเหรอลุง”(เคียร์)


“ไอ่เด็กนั้นมันห้ามไม่ค่อยได้ละนะ ไปรอบนี้ก็ให้บทเรียนมันหน่อยละกัน”(ลุงกริฟ)


“เอาจริงดิ เกิดมันตายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบละลุง”(เคียร์)


“ก็ทำยังไงก็ได้อย่าให้มันตายละกัน ถือซะว่าเป็นการฝึกละกัน”(ลุงกริฟ)


ไอ่หมอนี่ที่เราพูดถึงกันก็คือ บาค์คั่น เป็นหัวโจกของพวกเด็กเกเรประจำหมู่บ้านที่ชอบโม้ไปเรื่อยว่าตัวเองเก่งที่สุด ไอ่หมอนี่นี่แหละที่ชอบว่าพี่มิลลี่เป็นตัวประหลาด แถมมันยังตามรังควานพี่มิลลี่อีกต่างหาก ล่าสุดก็คงเห็นตาลุงไปชวนพี่มิลลี่มาออกล่า เพราะช่วงจบหลักศูตร์รวบรัดของพี่มิลลี่ละนะ หมอนั้นน่าจะอิจฉาละสิที่ตาลุงชวนพี่มิลลี่แทนที่จะเป็นตัวมันเอง เลยบอกว่าจะมาด้วย ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ


อ่อลืมบอกไปเลย หลังจากเริ่มตนการฝึกแบบรวบรัดของพี่มิลลี่ก็ผ่านมา 3 ปีละ ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วๆไปต้องฝึกประมาน 4-5ปีเลยละ ไอ่หลักสูตร์รวบรัดสุดโหดเนี้ย ตอนนี้ผม 8 ขวบแล้วละ ส่วนพี่มิลลี่ 11 ละ ตอนแรกผมแทบไม่เชื่อว่าพี่มิลลี่แก่กว่าผม 3 ปี เพราะตอนแรกที่เจอ บรรยากาศ กับ อะไรหลายๆอย่างทำให้ตอนนั้นดูเหมือนพี่มิลลี่อายุ 10 ขวบกว่าๆเลยละ ทั้งๆที่พึ่ง 8 ขวบ พี่มิลลี่เป็นเด็กโตเร็วสินะ อืมๆ แถมยังเก่งอีกต่างหาก ตอนนี้ความสูงพี่มิลลี่น่าจะประมาน 150 กว่าๆ มั้ง ค่อนข้างสูงเลยละ โตไปน่าจะสวยน่าดูเลยละ ส่วนผมเหรอ 110 กว่าๆเอง เริ่มห่วงอนาคตตัวเองแล้วสิ ผมเป็นพวกโตช้าสินะ


ช่วงฝึกโหดช่วงแรกๆของพี่มิลลี่ก็เหมือนผมวะนแรกนั้นแหละ แต่ค่อนข้างจะซอฟหว่าหน่อยๆละนะ อ่าผมมันเด็กประหลาดสินะ ฝึกวันเดียวร่ายเวทย์ได้หนะ จริงๆพี่มิลลี่ก็ร่ายเวทย์เป็นอยู่แล้วแหละ แต่ แก้ผ้ากลางอากาศหนาวติดลบ 20 องษาแล้วใครจะไปตั้งสมาธิได้ละถูกไหม ช่วงเช้าจะฝึกร่ายเวทย์พร้อมชุดนอนกลางอากาศหนาวเห็บ ส่วนตอนบ่ายฝึกสร้างอุปกรเวทย์กับตาลุง พอเย็นๆก็ฝึกใช่อาวุธกับลุงโค เป็นแบบนี้ไปประมาณ 4 เดือนได้ จนพี่มิลลี่ร่ายเวทย์กลางอากาศหนาวได้แล้วตารางก็หดเหลือลงมาคือช่วงบ่ายฝึกสร้างอุปกรเวทย์กับฝึกใช้อาวุธกับลุงโคเท่านั้นเอง ส่วนช่วงเช้าพี่มิลลี่ก็ชอบมาขลุกอยู่ที่ห้องสมุดกับผมพร้องฝึกไร้ร่าย เวทย์ที่พี่มิลลี่ถนัดก็คือเวทย์ลมละ เลยฝึกไร้ร่ายด้วย Airshield แล้วก็ฝึกขยายพลังเวทย์ด้วยการร่าย Airshield ค้างเอาไว้แล้วหุ้มไว้รอบตัว พี่มิลลี่ยังมีความถนัดอีกอย่าง ก็คือการคำนวน ที่ขนาดพี่เซลนี่ที่เป็นเอลฟ์ยังเอ่ยปากชมเลยละ ซึ่งแน่นอนพีมิลลี่เลยได้ไปเรียนกับพี่เซลนี่แทน แล้วนี่ก็คือกิจวัตรประจำวันของพวกผมในช่วง 3 ปีละนะ สำหรับผมคงต้องขอบคุณความทรงจำในช่วงชีวิตก่อนละนะ ที่ทำให้ผมทำเข้าใจอะไรหลายๆอย่างเร็วขนาดนี้ แต่สำหรับพี่มิลลี่นี่ เรียกได้ว่า อัจฉริยะของแท้เลย ถ้าผมไม่มีความทรงจำเก่าก็คงตามไม่ทันแน่ๆเลยนะ ระหว่างที่คิดอยู่พี่มิลลี่ก็มาถึงพอดี


“สวัสดีค่ะทุกคน ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ”(พี่มิลลี่)


“อยู่นานๆมันหนาวนะเนี้ย มาเร็วๆก็ได้นะ(ลุงกริฟ)


“ไม่เป็นไรๆ พวกพี่พึ่งมาถึงไม่นานนี้เองแหละ”(พี่เซลนี่)


“ข้าพึ่งมาถึงเองแหละ ไม่ต้องคิดมาๆ”(ลุงโคจุน)


“เอาจริงดิตาลุง เสื้อหนาขนาดนั้นยังหนาวอีกเหรอให้ยืมม่ะ”(เคียร์)


“เสิ้อตัวเล็กขนาดนั้นใครจะใส่ได้ละ”(ลุงกริฟ)


“ก็จริงแหะ”(เคียร์)


“ดีจ้าเคียร์จัง”(พี่มิลลี่)


“อืม ดีจ้าพี่มิลลี่ แต่ ไม่เป็นไรแน่นะพี่มิลลี่ ที่ไอ่หมอนั้นมาด้วยหนะ”(เคียร์)


“ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะพี่ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหรหรอก พี่สนใจแค่เคียร์จังเท่านั้นแหละนะ คิๆ”(พี่มิลลี่)


อ่า ท่าทางพี่มิลลี่จะติดผมจริงๆแล้วละ ทำไมถึงติดผมขนาดนี้นะ


“ทำไมมียัยเด็กผีมาอยู่ด้วยละเนี้ย นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ กับบ้นไปซะไป”


โอ้ทีเสียงห้าวๆของเด็กเปรดดังมาจากทางด้านหลังผมด้วยละ เฮ้อ ผมจะทำเป็นเมินละกัน ไอ่หมอนี้ก็คือ บาค์คั่น น่ารำคารใช่ไหมละ


“นี่ตาลุงคนมาครบละไปกันเถอะ ช้ากว่านี้จะไม่ทันเอา”(เคียร์)


“แล้วทำไมอาจารย์กริฟถึงชวนยัยประหลาดนี่มาแทนที่จะเป็นข้าละ”(บาค์คั้น)


“เอาละ ได้เวลาก็ไปกัน เดี๋ยวจะไม่ทันการนะ”(ลุงกริฟ)


“ต้อบข้าอาสิ อาจารย์!!”(บาค์คั่น)


เหมือนทุกคนไม่สนใจเสียงของเจ้าเด็กเปรดนั้นเลย สะใจนิดๆแหะ แล้วตาลุงก็เดินมากระซิบข้างๆผม


《นี่เคียร์》(ลุงกริฟ)


《มีอะไรหรอลุง》(เคียร์)


《วันนี้ไม่ต้องทำอะไรมากก็ได้ อยากทดสอบสองคนนี่ดูหนะ》(ลุงกริฟ)


《แต่ถ้ามีปัญฟาเมื่อไหรลงมือตามสะดวกสินะ》(เคียร์)


“นี่กระซิบอะไรกัน”(บาค์คั่น)


“เรื่องส่วนตัวหนะ หาเวลาคุยไม่ได้เฉยๆ ไม่ต้องสนใจก็ได้”(เคียร์)


“แน่ใจว่ามีแค่นั้น”(บาค์คั่น)


“ถึงมีมากกว่านี้นายรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์”(เคียร์)


“ชิ”(บาค์คั่น)


นี่ก็จะรู้ให้ได้ทุกเรื่องเลยรึไง น่าบื่อแห๊ะ แต่เอาเหอะ ไปไปเถียงกับเด็กมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แล้วเราก็เดินกันต่อไปซักพัก ในที่สุดเราก็เจอวูฟกลุ่มแรกซักที พวกมันมีทั้งหมดสี่ตัวละ ไม่เยอะเท่าครังแรกที่ผมเจอแหะ


“เอาละพวกเราจะล่อให้สองตัวนะ ทั้งสองคนลองดูคนละตัวละกัน”(ลุงกริฟ)


“สองคนงั้นเหรอ อ่อยังเด็กผีนั้นมาดูเฉยๆสินะ นึกว่าจะแน่ซะอีก”(บาค์คั่น)


ไอ่เด็กบ้านี้ ไม่พูดวันนึ่งจะตายไหมห๊ะ


“ก็แค่อยากรู้ว่าคนที่อ้างตัวว่าเก่งที่สุดในหมู่บ้านจะทำได้แค่ไหนเท่านั้นเอง พยายามเข้าละ”(เคียร์)


“นี้แกดูถูกข้าเหรอยัยเด็กผี”(บาค์คั่น)


“คำพูดฉันมีส่วนไหนดูถูกกันนะ รึว่าคุณจะตีโพยตีพายไปเองละคะ เอ้ารีบๆเตรียมตัวได้แล้วคุณคนเก่ง”(เคียร์)


“หนอย คอยดูเถอะยัยผี”(บาค์คั่น)


“จะคอยดูละกัน หึๆ พี่มิลลี่ ครั้งแรกมันจะเจ็บนิดหน่อยนะ!!”(เคียร์)


“เดี๋ยวสิจ๊ะ เจ็บอะไรยังไงละ แล้วทำไมพูดเหมือนเรื่องลามกแบบนั้นเนี้ย!!”(พี่มิลลี่)


ทำไมพี่มิลลี่รู้เรื่องแบบนั้นด้วยเนี้ย เหอะๆ เอาเป็นว่าช่างมันละกัน


“เจ๋งเหมือนกันหนิยัยหนู”(ลุงกริฟ)


“หืมเจ๋งอะไรเหรอลุง”(เคียร์)


“ที่รับมืกับไอ้เด็นนั้นได้หนะ”(ลุงกริฟ)


“ก็แค่เด็กวัยกำลังห้าวหนะให้รับบทเรียนซะหน่อยเดี๋ยวก็เปลียนไปเองนั้นแหละ ถ้าไม่ก็จนปัญญาละนะ”(เคียร์)


“รู้สึกที่โตเกินวัยจะเป็นเธอซะมากกว่านะ”(ลุงกริฟ)


“พูดอะไรหนะลุง ส่วนสูงที่แทบติดดินกับความเขียงนี้เรียกว่าโตเหรอ ที่โตเกินวัยหนะพี่มิลลี่มากกว่าอีก”(เคียร์)


“เหอะๆๆ ไม่ใช้โตแบบนั้นยัยหนู”(ลุงกริฟ)


“แล้วเราจะไม่ไปช่วยอะไรจริงๆ เหรอ”(เคียร์)


“อ่าไม่ต้องละ แค่สองตัวไม่เท่าไหรหรอก ยัยเซลนี่เก็บได้สบายๆน่า”(ลุงกริฟ)


ลุงพูดยังไม่ทันขาดคำวูฟสองตัวแรกที่วิ่งมาก็มีธนูปักที่ตาขวาทั้งคู่ แล้วมันก็นอนลงไปแบบนิ่งสนิด เอ๊ะ


“โอ๊ะ ง่ายๆเลยแหะ”(เคียร์)


“ใช่ไหมละ”(ลุงกริฟ)


“นี่พี่เซลนี่ไปฝึกมาเพิ่มเหรอเนี้ย”(เคียร์)


“ใช่จ้าระหว่างไปฝึกกับหนูมิลลี่พี่ก็ไปฝึกมาเพิ่มด้วยละ”(พี่เซลนี่)


แล้วพี่มิลลี่ละ จะเป็นยังไงนะ พอหันไปก็เห็นพี่มิลลี่ยืนขึ้นสายธนูอยู่ ตอนนี้พี่มิลลี่นิ่งมากเลยละ ไม่รู้หรอกว่าไปฝึกอะไรกันมาบ้างแต่ครั้งแรกที่เผชิญหน้ากับวูฟกลับนิ่งได้ขนาดนี้ พี่มิลลี่นี่สุดยอดไปเลยแหะ เหมือนรู้สึกถึงกระแสลมอ่อนๆรอบตัวด้วย แอร์ชิลสินะ แอร์บัพเพิ่มความแม่นยำกับ เสริมพลังเวทย์ส่วนมือเอาไว้ด้วย แล้วลูกธนูก็ถูกยิงออกไปถูกปริเวณตาซ้ายของวูฟตัวที่กำลังวิ่งมาหาแล้วก็ล้มลงไปแนบนิ่งกับพื้น ฝึกมาแค่ 3 ปีทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ


ส่วนเจ้าเด็กเปรดนั้นละ กำลังยืนตัวสั้นขนาดที่วูฟกำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ท่าถือดาบที่ดูไม่มั่นคงน่าจะหลุดมือเอาง่ายๆ เฮ้อหนักกว่าเราซะอีก พอกำลังจะโดนงับค่อยช่วยละกัน


“คิเนซิส”(เคียร์)


ใช้แค่ เล่มเดียวก็พอมั้ง จังหวะเดียวกับที่วูฟกำลังคร่อมตัวของเด็กเปรดนั้นและกำลังจะงับเข้าไปที่คอ เจ้าเด็กบ้านั้นก็ใช้มือทั้งสองยกขึ้นมากัน


“เฮ้อใจไม่สู้เลยน้า”(เคียร์)


ผมจึงส่งมีดลงไปเสียทะลุคอของวูฟ ก่อนที่มันจะได้ลิ้มลองรสชาติเนื้อของมนุษย์ มันก็สิ้นลม และนอนแนบนิ่งเป็นศพในที่สุด


“เนี้ยนะเก่งที่สุดในหมู่บ้านหนะ”(เคียร์)


สุดท้ายก็เป็นภาระจนได้


E- ND

:10

คนที่เราไม่ชอบ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #8 wakure (@wakure) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 22:04

    คู่ปรับรึเปล่าน้อบาร์คั่น

    #8
    0