Before the everything fall like a snow

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,255 Views

  • 56 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    181

    Overall
    2,255

ตอนที่ 11 : ACT 1 View what i want :9 เพื่อน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    17 ธ.ค. 61

            หลังจากช่วงเที่ยงที่เริ่มเรียนถึงวิธีการสร้างอุปกรณเวทย์แล้ว ก็มาถึงช่วงลองสร้างจริงเลยดีกว่า แน่นอนว่าผมสร้างเป็นแล้วละ แต่พี่มิลลี่พึ่งฝึกสร้างนี้สิด้านการเขียนภาษาอังกฎษ เอ่อ ภาษาโบราณหนะ ก็ยังเขียนผิดๆถูกๆบ่าง อย่างเขียน light เป็น ilght บ้าง รึหนักสุดก็ llthg มั่ง อืมก็นะ พึ่งเริ่มฝึกเขียนภาษาอื่นก็แบบนี้แหละ


“เอาละวันนี้พอได้ก่อน พรั่งนี้ค่อยมาเรียนใหม่ละกัน”(ลุงกริฟ)


“ค่ะ อาจารย์กริฟ แล้วจะมาใหม่นะคะ เคียร์จัง ไว้เจอกันนะ”(พี่มิลลี่)


“อื่ม ไว้เจอกันนะ”(เคียร์)


พี่มิลลี่เหมือนจะทำสีหน้าเหมือนประหลาดใจซักพักก่อนที่จะยิ้มให้ แล้วก็ออกจากห้องวิจัยไป ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรเท่าไหรแต่ก็มีเรื่องหนึ่งอยู่ที่สงสัยอยู่


“อะ เอ่อลุง ทำไม พี่มิลลี่ทำไมพี่มีผมสีดำละ”(เคียร์)


“ง่ายๆเลยละ มิลลี่หนะ มีแม่เป็นมนุษย์หนะสิ เลยผมสีดำ แต่พื้นฐานแล้วเธอก็ยังเป็นเผ่าจิ่งจอกอยู่นั้นแหละ”(ลุงกริฟ)


“งั้นก็เหมือนชั้นหนะสิลุง”(เคียร์)


“จะว่าไปก็ใช่นะ แต่แค่เธอจะมีสายเลือกของมนุษย์อยู่ ส่วนหนูมิลลี่เค้าแสดงออกมาทางรูปร่างเลยละ”(ลุงกริฟ)


งั้นที่พี่มิลลี่ทำสีหน้าแปลกใจเมื่อกี่ก็แปลว่าทักเรามาแต่ไม่ได้หวังคำทักของเรากลับไปสินะ งันก็พอสรุปได้แล้วละ


“พี่มิลลี่ โดนเด็กในหมู่บ้านกีดกันงั้นเหรอ เพราะรูปลักษณ์ ที่เหมือนมนุษย์”(เคียร์)


“เพราะงี้ละนะถึงไม่ค่อยชอบเด็กหนะ เอาเรื่องแบบนี้มาล้อกันสนุกปาก กีดกันคนที่ไม่เข้าพวก เด็กมันก็เป็นอย่างนี่ละนะ”(ลุงกริฟ)


เฮ้อ โลกนี้ก็นังมีการกีดกันงั้นเหรอ แต่เราคงช่วยอะไรไม่ได้ละนะ ก็ขนาดเรายังกีดกันคนรอบข้างเลย เหอะๆ ช่างมันไปก่อนละกัน


“เอาละลุงได้เวลาไปฝึกอาวุธแล้ว แล้วเจอกันน้อ”(เคียร์)


“อ่าโชคดีละ”(ลุงกริฟ)


แล้วผมก็เดินออกมาจากห้อง แล้วก็ตรงไปที่บ้านของลุงโคแน่นอนว่าไปฝึกใช้อาวุธละนะ จะว่าไปเราก็ยังไม่มีอะไรที่ถนัดเป็นพิเศษเลยละนะ ลองมาหลายอย่างแล้วด้วย หอก ก็โอเคอยู่แต่ในระยะประชิดตัวรู้วึกลำบากหน่อยๆ ดาบก็โอเคอยู่ แต่อยากให้ฟันได้ไกลกว่านี้ ธนูก็เหตุผลเดียวกับหอกเลยละ ดาบคู่นี่ยิ่งไม่ไหวเลย มั่วซั่วไปหมด แล้วก็ ดาบสองมือ หนัก หนักไปละ ก็นะแรงของเด็กนี่เนอะ สุดท้ายเราก็ยังหาอาวุธที่ชอบจริงๆไม่ได้ละนะ เฮ้อ


“ใจลอยอะไรหนะหนูเคียร์”(ลุงโคจุน)


“ก็ ยังหาอาวุธที่ชอบไม่เจอหยะลุงโค”(เคียร์)


“เอาน่าไม่ต้องรีบก็ได้ บางที อาวุธที่หนูเคียร์ชอบอาจจะถูกมองข้ามไปอยู่ก็ได้นะ ค่อยๆหาไปก็ไม่เสียหายอะไร”(ลุงโคจุน)


นั้นสิ เราอาจจะมองข้ามอะไรไป บางทีถ้าเราได้จับดาบยักษ์ของลุงโคก็อาจจะชอบก็ได้นะ ว่าไปนั้น


“อืมเย็นขนาดนี่แล้วเหรอ งั้นลุงโคจุน ไปก่อนนะคะ”(เคียร์)


“ในที่สุดก็เริ่มพูดแบบเด็กผู้หญิงแล้วเหรอ แล้วแล้วเจอกันนะหนูเคียร์”(ลุงโคจุน)


“ก็แม่บังคับมาหนะลุงโค แล้วเจอกันนะคะ”(เคียร์)


เหตุการในแต่ละวันก็เป็นแบบนี้ละนะ ไปเรียนกับลุงกริฟ ใกล่เย็นก็ไปฝึกกับลุงโค แล้วก็กลับบ้าน ระหว่างนี้พี่มิลลี่เริ่มเข้าหาผมแล้วละ ถึงตอนแรกจะกล้าๆกลัวๆก็เถอะ แต่ตอนนี้ก็ เรียกได้ว่าคุยกันได้ระดับหนึ่งละนะ ส่วนเรื่องอุปกรเวทย์มนตร์ผมเริ่มที่จะลองอะไรแปลกๆดูหน่อย เพราะคอร์ของวูฟมันเยอะดีนี่น่า ผมเลยลองใช้คำสั่ง Shield ดู ได้ผลด้วยละ มันดูเหมือนแผ่นกระจกบางๆ แต่แข็งมากเลยละ ผมลองใช้มีดของผมตีไปประมาน 10 รอบได้โล่ถึงแตก จะว่าไปมีดของผมตอนนี้มีลวดลายเยอะขึ้นมาย่างชัดเจนเลยละ คงเพราะช่วงล่าวูฟละด้วยมั้งอีกอย่างเริ่มต้นดว้ยอายุแค่นี้เหมือนโกงๆยังไงไม่รู้ มีก็เริ่มคมขึ้นมามากเลยด้วย ที่แต่ก่อนต้องแทงคอวูฟเป็นสิบแผลกว่าจะฆ่าได้ตัวหนึ่งแต่ ตอนนี้ก็สบายๆละ แค่แทงเข้าที่คอทีเดียววูฟก็ตายได้ เป็นมีดที่น่ากลัวจริงๆนะ แต่โล่นี่ก็ทนได้ตั้งสิบทีถ้าผมจ่ายพลังเวทย์เข้าไปมากกว่านี้จะแข็งขึ้นไหมน้า แล้วถ้าเกิดทำให้เป็นรูปทรงอื่นละ ผมลองใส่เป็น |Shield•Pattern:triangle| อ่าวไม่ทำงานซะงั้น เอาเป็นว่าช่างมันก่อนละกัน ค่อยมาคิดหาวิธีทีหลัง ทางพี่มิลลี่หลังผ่านไป หนึ่งสัปดาห์ก็สร้างอุปกรเวทย์ให้แสงสว่างได้แล้วละ น่าพอใจสำหรับคนธรรมดาพอสมควรเลยละ พอลุงกริฟเห็นแบบนั้นเลยเริ่มสอนอะไรที่ซับซ้นขึ้นกว่าเดิม  


หลังผ่านไปสามสัปดาห์ วันนั้นพี่มิลลี่มีอาการแปลกๆละ เหมือนมีอะไรคาใจอยู่แต่ก็ลังเลที่จะถาม ผมไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้เท่าไหรเลย มันอึดอัดหนะ ถ้าไม่มีฝ่ายไหนเริ่มถามก่อนก็คงจะไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรแล้ว


“นี่พี่มิลลี่”(เคียร์)


“เอ๊ะ มีอะไรเหรอเคียร์จัง”(พี่มิลลี่)


“พี่มิลลี่วันนี้ดูแปลกๆนะ มีอะไรรึปล่าว”(เคียร์)


“ถ้าเคียร์จังไม่รังเกียจละก็ พี่จะของถามอะไรซักอย่างหนะ”(พี่มิลลี่)


“ได้สิ ถ้าไม่แทงใจดำเกินไปละนะ”(เคียร์)


“นี่เคียร์จัง เคียร์จังหนะไม่รู้สึกรังเกียจพี่บ้างเลยเหรอ”(พี่มิลลี่)


อ่า คงรู้สึกแบบนั้นสินะ เจอสังคมที่ตัวเองโดนปฎิเสษ ตั้งแต่เด็ก ความมันใจก็เลยไม่ค่อยมี บวกกับความเชื่อใจในตัวคนรอบข้างก็เริ่มหมดลง


“สีผมของพี่ก็เป็นสีดำอีก พี่ไม่แน่ใจว่าพี่เป็นตัวอะไรกันแน่ ทุกคนก็บอกว่าพี่เป็นตัวประหลาดกันหมด นี่เคียร์จังบอกพี่มาหน่อยได้ไหมว่าตอนนี้ เคียร์จังรังเกียจพี่รึปล่าว”(พี่มิลลี่)


“ไม่นี่ ผมหนะไม่ได้รังเกียจ รึว่ารู้สึกว่าพี่มิลลี่เป็นตัวปหลาดเลยนะ”(เคียร์)


“เอ๊ะ ?”(พี่มิลลี่)


เหมือนว่าพี่มิลลี่จะนึกว่าผมจะตอบอีกแบบนะ แต่โทดทีผมไม่เหมือนเด็กทั่วไปละนะ


“พี่มิลลี่หนะ ไม่ใช่ตัวปะหลาดหรอกนะ แค่ไม่มีหูจิ่งจอกกับมีผมสีดำแค่นั้นเอง”(เคียร์)


ถึงจะคนละสถานการณ์กันแต่ผมก็รู้ดีการโดนคนรอบข้างปฎิเสธมันเจ็บปวดแค่ไหน ทั้งความที่ไม่ค่อยจะเชื่อใจคนนอบข้าง อย่างน้อย ผมก็ไม่อยากให้เหตุการแบบที่ผมเจอมันเกิดขึ้นกับใครหรอกนะ


“งั้นเอาอย่างงี้นะพี่มิลลี่ มาเป็นกันเถอะ”(เคียร์)


“ไม่เป็นไรแน่นะเคียร์จัง”(พี่มิลลี่)


“อืมไม่เป็นไรหรอกน่า”(เคียร์)


“ไม่รังเกียจพี่ใช่ไหม”(พี่มิลลี่)


“ก็บอกตั้งแต่แรกแล้วนี่ว่าไม่รังเกียจหรอก กลับกันผมว่าพี่มิลลี่น่ารักด้วยซ้ำ”(เคียร์)


พอผมพูดจบพี่มิลลี่ก็น้ำตาซึมออกมา เอ๊ะผมทำอะไรผิดเหรอ ทำไมพี่มิลลี่ร้องไห้ออกมาละ เอ๋ๆๆ ผมรนลานทำอะไรไม่ถูกเลยละ ทำไงดีละ เอาเป็นว่าวิธีนี้ละกัน


“เอ๊ะๆ เคียร์จัง ?”(พี่มิลลี่)


วิธีนี้เหมือนจะได้ผลนะ อ่าผมเข้ามากอดพี่มิลลี่ที่กำลังร้องไห้อยู่ละ ทำไมผมถึงคิดวิธีแบบนี้ขึ้นมาได้ละเนี้ย


“พี่มิลลี่ไม่ต้องไปฟังคำดูถูกของพวกที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวของพี่ก็ได้นะ ฟังเฉพาะคำชมสิ คำชมหนะ แล้วก็อย่างพี่มิลลี่หนะ ซักวันต้องมีคนที่ชมว่าพี่น่ารักบ้างแหละน่า”(เคียร์)


พี่มิลลี่หยุดร้องแล้วละ แต่ไม่นึกว่าพี่มิลลี่จะกอดผมกลับมาด้วยแหะ


“พี่จะเป็นเพื่อนกับเคียร์จังนะ แต่เคียร์จังต้องไม่ทิ้งพี่ไปไหนละ”(พี่มิลลี่)


“เอ่อ คือผมไม่แน่ใจว่าจะได้อยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนหนะสิ”(เคียร์)


ไปสัญญาแบบนั้นก็แย่สิเราอีกไม่กี่ปีก็จะต้องไปเมืองมนุษย์แล้วนี่


“ไม่เป็นไรถึงเคียร์จังจะทิ้งพี่ พี่ก็จะตามไปละแล้วก็ไม่ยอมตัดใจด้วย”(พี่มิลลี่)


เฮ้ยจากเด็เรียบร้อยกลายเป็นสายดื้อรั้นเต็มตัวละเหรอ เหมือนผมจะไปเผลอสับสวิชอะไรซักอย่าในตัวพี่มิลลี่ไปนะ


“เฮ้อ ฟังนะพี่มิลลี่ อีกไม่ถึง5ปีต่อจากนี้ผมจะออกจากหมู่บ้าน แล้วไปที่เมืองหลวงของมนุษย์ แน่นอนว่าเป็นการเดินทางที่อาจจะไม่ราบลื่น และอันตรายมีอยู่ทุกที่ พี่มิลลี่ยังจะไปด้วยอยู่ไหม”(เคียร์)


“แน่นอนพี่ จะ ไป ด้วย”(พี่มิลลี่)


เอาจริงดิ ไม่คิดอะไรเลยเหรอ ตอบมาแบบไม่ลังเลเลยเหรอ


“แล้วพ่อของพี่มิลลี่ละจะอนุญาติเหรอ”(เคียร์)


“แน่นอนว่าต้องอนุญาติ”(พี่มิลลี่)


เอ่อผมจนปัญญาแล้ว เหอะๆรู้สึกว่าต่อให้ยกเหตุผลมาแค่ไหนคุณเธอก็จะตามไปท่าเดียวเลยแหะ แล้วตาลุงก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง


“โอ้เคียร์ มิลลี่ ไม่อยู่นี่แปปเดียวสนิดกันขนาดนี้แล้วเหรอ”(ลุงกริฟ)


จริงด้วยตอนนี้พี่มิลลี่กอดราวกับผมเป็นตุ๊กตาอยู่นี่นา เหอะๆ


“ลุงมีปัญหานิดหน่อยหนะ พอดีไปเผลอเล่นเรื่องที่จะไปเมืองพวกมนุษย์ให้พี่มิลลี่ฟังแล้ว พี่มิลลี่จะตามไปด้วยหนะสิ”(เคียร์)


“เฮ้ยๆ เอาจริงเหรอหนูมิลลี่”(ลุงกริฟ)


“ค่ะ หนูจะตามเคียร์จังไปด้วย”(พี่มิลลี่)


“ไอ่ได้มันก็ได้อยู่หรอกนะ ต้องไปปรึกษายัยแคลร์ด้วยสิ เอาเป็นว่า เธอเตรียมตัวไว้ให้ดีละมิลลี่”(ลุงกริฟ)


“เตรียมตัวเหรอคะ ?”(พี่มิลลี่)


“ใช่แล้วละ เตรียมตัวสำหรับ หลักสูตรรวบรัดฉบับยัยแคลร์ยังไงละ”(ลุงกริฟ)


E -ND

:9

เพื่อน?


(มุมบ่นเล็กน้อย)

อ่าต้องขอโทษสำหรับคนที่รอตอนใหม่น้อ พอดีวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่สบายนิดหน่อยแหละ เลยขออู้อะนะ เลยจะขอเพิ่มวันหยุดเป็นเสาร์อาทิตย์เลยละกัน ฮุๆๆๆ แต่วันธรรมดาจะอัพวันเว้นวันเน้อ ก็คือ จันทร์ พุธ แล้วก็ วันศุกร์นั้นเอง ปรบมือ สัปดาห์หนึ่งออกสามตอนน้อ ยังไงก็ขอให้สนุกกับการอ่านนะ










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น