[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 7 : CHAPTER 7 : Too enjoyable

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 291 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

CHAPTER 7

Too enjoyable

 

เมื่อมาถึงหอพักพรีเฟ็คชายหญิงสองคนที่เป็นคนต้อนให้เด็กปีหนึ่งเดินมาถึงหอพักได้อย่างปลอดภัยและไม่หลงทางเริ่มที่จะอธิบายเกี่ยวกับความเป็นสลิธีรินด้วยใบหน้าอันแสนภาคภูมิใจ

 

ซึ่งราเชลนั้นนอกจากรหัสผ่านเข้าหอพักแล้วเธอง่วงเกินกว่าที่จะจดจำอะไรได้อีกจึงเลือกที่จะยืนสัปหงกโดยมีร่างเล็กของลูเน็ตต้าคอยประคองเอาไว้ และแน่นอนว่านอกจากราเชลที่ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีก ลูเน็ตต้าก็เป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มนักเรียนที่เลือกจะไม่ฟังอะไรก็ตามที่พรีเฟ็คกำลังพูดแม้แต่ประโยคเดียว

 

ลูเน็ตต้าไม่ได้อยากจะอวดเลยสักนิดว่าเธอน่ะรู้เกี่ยวกับที่นี่ดีกว่าใคร ด้วยสถิติทั้งหมดที่เธอมีความจำเป็นจะต้องกลับมาเรียนที่ฮอกวอตส์นี้ สามในสี่ส่วนเธอมักจะได้อยู่บ้านสลิธีรินตลอด และอีกหนึ่งส่วนที่เหลือลูเน็ตต้าก็จะไปอยู่ตามบ้านอื่น ๆ โดยการบังคับ ข่มขู่ หรืออะไรก็ตามเป็นเวลาหลายนาทีเพื่อให้หมวกคัดสรรตะโกนส่งเธอไปตามความจำเป็นในสิ่งที่เธอจะต้องทำในแต่ละครั้ง

 

จนพวกเขาพูดจบในที่สุดลูเน็ตต้าก็สามารถลากราเชลขึ้นหอนอนได้เสียทีแม้ว่าจะทุลักทุเลไปบ้างจนเกือบทำราเชลตกบันได แต่เมื่อมาถึงด้านบนก็พบว่าเธอจำเป็นจะต้องนอนร่วมกับนักเรียนหญิงอีกสองคน

 

"เอนิซซ่า ชาฟิก" เด็กหญิงผมสีน้ำตาลทองเริ่มแนะนำตัว น้ำเสียงเธอติดอายอยู่บ้าง ในขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลของเธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาใครสักคน

 

"วิกตอเรีย ฟลินต์" ใบหน้าบึ้งตึงของเด็กหญิงอีกคนเชิดขึ้นเมื่อกล่าวชื่อของตัวเองออกมา

 

"ลูเน็ตต้า เซลวิน" ลูเน็ตต้ามอบสีหน้าเรียบเฉยให้กับทายาทเลือดบริสุทธิ์อีกสองคน"

 

นั่นราเชล กรีนกราส" มือเล็กชี้ไปที่เด็กหญิงร่างผอมที่ตอนนี้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้วเมื่อหัวถึงหมอน

 

พวกเธอที่เหลือไม่ได้คุยอะไรกันอีก ต่างคนต่างจัดการธุระของตัวเองและเข้านอนในที่สุดก่อนที่จะมีน้ำเสียงติดไม่พอใจเล็กน้อยของฟลินต์ดังออกมาว่า "ราตรีสวัสดิ์"

 

และอีกไม่กี่อึดใจต่อมาชาฟิกก็บอก "ราตรีสวัสดิ์" ออกมาด้วย

 

นั่นทำให้ลูเน็ตต้าเองก็บอก "ราตรีสวัสดิ์" ออกไปเป็นคนสุดท้ายก่อนที่พวกเธอจะได้หลับจริง ๆ

 

ในขณะที่อีกฟากหนึ่งบรรยากาศที่อึดอัดอยู่ก่อนหน้านี้บนโต๊ะอาหารในห้องโถงก็ยิ่งเป็นหนักมากกว่าเดิมเมื่อมัลฟอยพบว่าเขาจำเป็นจะต้องมีเพื่อนร่วมห้องเป็น ริดเดิ้ล เด็กชายที่มีสีหน้านิ่งเรียบตลอดเวลา

 

และเขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาไม่ต้องการที่จะมีทอม ริดเดิ้ลเป็นเพื่อนร่วมห้อง เขาปิดผ้าม่านเข้าเตียงไปเป็นคนแรกและไม่พูดอะไรออกมาอีกในขณะที่โรซิเออร์กับเอเวอรี่ได้แต่ส่งยิ้มแหยแลกกันไปมาภายในห้อง

 

ช่วงที่กล่าวเปิดงานเลี้ยงต้อนรับของศาสตราจารย์ใหญ่ดิพพิตมีการแจ้งว่าการเรียนวันแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันจันทร์ซึ่งสร้างความดีใจให้แก่นักเรียนทุกชั้นปีเพราะนั่นหมายความว่า พวกเขายังมีเวลาว่างมากพอในการทำอะไรตามใจชอบในแทบจะทุกที่ของโรงเรียน ซึ่งลูเน็ตต้ากับราเชลก็ใช้มันไปกับการนั่งกินอาหารสามมื้อที่ห้องโถงและเตรียมเนื้อหาสำหรับการเรียนในห้องสมุดตามความคิดเห็นของราเชล

 

ลูเน็ตต้าไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าราเชลเป็นเด็กที่ค่อนข้างหัวไว เมื่ออ่านเนื้อหาไปเพียงสองสามครั้งเธอก็เริ่มจะทำความเข้าใจกับมันได้แทบจะในทันที ในขณะที่ลูเน็ตต้าปิดตาอ่านก็ยังรู้เรื่องเพราะเธอเรียนเรื่องพวกนี้มาแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

 

มันเป็นเรื่องน่าเบื่อที่สุดสำหรับลูเน็ตต้าในการอ่านหนังสือที่เธอเข้าใจอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่ต้องการที่จะทำตัวอวดฉลาดไปหยิบหนังสือยาก ๆ มานั่งอ่านให้คนอื่นเห็นอย่างโจ่งแจ้งสักเท่าไหร่ เวลาส่วนใหญ่ในห้องสมุดของลูเน็ตต้าจึงหมดไปกับการมองสีหน้ามีความสุขของราเชลที่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แทนการตั้งใจอ่านหนังสือ

 

อีกกิจกรรมหนึ่งที่เหมือนจะถูกบันทึกว่าลูเน็ตต้าจะต้องทำทุกวันคือการนั่งฟังฟลินต์เล่าเรื่องที่ตัวเองออกไปแกล้งเด็กบ้านอื่น ๆ กับชาฟิก และเรื่องที่เธออยากจะเข้าทีมควิดดิชของบ้านโดยเร็วที่สุดเท่าที่เธอจะสามารถทำได้

 

ราเชลเล่าให้ลูเน็ตต้าฟังว่าตอนที่ยังไม่ได้รับจดหมายเข้าเรียนเธอไม่ค่อยรู้จักกับสองตระกูลนี้เท่าไหร่ เพราะพ่อของเธอบอกว่าฟลินต์เป็นพวกใช้อารมณ์มากกว่าการวางแผนและเหตุผล ในขณะที่ชาฟิกเป็นพวกที่ค่อนข้างจะเงียบและแทบจะไม่มีบทบาทอะไรทางโลกเวทมนตร์เลย นายกรีนกราสจึงเลือกที่จะไม่พาลูกสาวไปทำความรู้จักกับทายาทของตระกูลทั้งสอง

 

"เซลวิน เธอไม่เบื่อหรอกับการนั่งจ้องหนังสือน่าปวดหัวพวกนั้นน่ะ" เป็นครั้งแรกที่วิกตอเรีย ฟลินต์เอ่ยทักลูเน็ตต้า น้ำเสียงของเธอติดเบื่อหน่ายเมื่อสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมห้องที่เงียบที่สุดเอาแต่นั่งอ่านหนังสือและจดอะไรลงไปในนั้นโดยไม่ยอมเล่าเรื่องอะไรของตัวเองให้คนอื่นฟังบ้าง แม้ว่าราเชลจะเป็นฝ่ายเล่าแทนลูเน็ตต้าไปหมดแล้วก็ตาม

 

"สนใจไปทำเรื่องสนุก ๆ กับฉันไหม" ดวงตาสีฟ้าอมเขียวของฟลินต์เป็นประกายในขณะที่ราเชลกับเอนิซซ่า ชาฟิกพยักหน้าหลาย ๆ ครั้งเป็นการเสริมให้เธอทำอะไรอย่างอื่นบ้างนอกจากใช้สายตากวาดไปทั่วแผ่นกระดาษและจดตัวอักษรยึกยือที่มีแต่เธอคนเดียวที่อ่านมันออก

 

"เอาสิ่" ลูเน็ตต้าตอบรับโดยไม่ได้ละสายตาออกมาจากหนังสือปรุงยา หัวเล็ก ๆ ของเธอกำลังประมวลผลอยู่เพราะเธอรู้สึกได้ว่ามันเหมือนจะมีอะไรสักอย่างไม่ถูกต้อง ในขณะที่วิกตอเรีย ฟลินต์กลอกตาไปมาที่เธอไม่แม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นเองด้วยซ้ำก่อนที่จะตัดสินใจเป็นฝ่ายลากลูเน็ตต้าออกมาจากหอนอนได้ในที่สุดแม้ว่ามือเธอยังคงถือหนังสืออยู่ก็ตาม

 

"เรากำลังจะไปที่ไหน" ลูเน็ตต้าละสายตาจากหนังสือเมื่อเงยหน้าขึ้นมาถามคนที่กึ่งลากกึ่งจูงเธอ และเธอก็พบความจริงอีกอย่างว่าดูเหมือนเธอจะเป็นคนที่มีขนาดตัวเล็กกว่าทุกคนในห้อง ทั้ง ๆ ที่เอนิซซ่า ชาฟิกดูเหมือนจะตัวเล็กที่สุดก็ตาม แต่แน่นอนว่ามันหยาบคายมากหากใครจะบอกว่าเธอเตี้ย

 

 

เธอแค่โตช้า

 

 

"โถงทางเดิน" วิกตอเรียหันกลับมามอง

 

"ฉันจะทำให้เธอรู้จักและได้เห็นอะไรสนุก ๆ แทนหนังสือพวกนั้น" ใบหน้าเล็กของเด็กหญิงปรากฏรอยยิ้มร้ายก่อนจะส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเบา ๆ

 

"รู้ไหม สิ่งที่เธอทำน่ะง่ายมากเลย" เธอบอกเมื่อทั้งสองสามารถหาที่นั่งได้ตรงระเบียง

 

"เธอจะทำเป็นอ่านหนังสือ คุยกับฉันหรืออะไรก็ได้ แล้วก็ยื่นขาออกไปเมื่อฉันส่งสัญญาณ" เธอตบมือ

 

"และใช่ เรื่องสนุกก็จะเกิดขึ้นในนั้นตอนนั้น!" เธอส่งสายตาเป็นประกายวิบวับมาให้ลูเน็ตต้าที่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเลยนอกจากพยักหน้าและก็ก้มลงไปอ่านหนังสือต่อเหมือนว่าเมื่อกี้เด็กหญิงข้างตัวเธอไม่ได้กำลังวางแผนจะแกล้งคนอื่น

 

"ตอนนี้แหละ!" เด็กหญิงกระซิบเบา ๆ ในขณะที่ลูเน็ตต้าเองก็แกล้งทำท่าเป็นยืดแข้งยืดขาเหมือนบิดขี้เกียจ

 

และเป็นอย่างที่คิด เด็กฮัฟเฟิลฟัฟผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่งเพิ่งโดนเธอขัดขาจนล้มหน้าจุ่มพื้นไปจัง ๆ

 

วิกตอเรีย ฟลินต์ดึงร่างเล็กออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วราวกับว่าเมื่อกี้พวกเธอไม่ได้ทำอะไรโดยมีใบหน้าเรียบนิ่งของลูเน็ตต้าเป็นเครื่องยืนยันอีกที

 

"เธอเนียนมาก! เห็นไหมยัยนั่นล้มหน้าคะมำไปเลย!" เด็กหญิงพูดขึ้นเมื่อเดินออกมาไกลแล้ว เธอหัวเราะอย่างสะใจราวกับว่าเธอได้เป็นคนแกล้งเสียเองในขณะที่ลูเน็ตต้าเพียงแค่อมยิ้มน้อย ๆ

 

"เธอชอบใช่ไหมล่ะ!" วิกตอเรียร้องถามเมื่อเห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏที่มุมปากของคนตัวเล็ก

 

"รู้ไหมแอนน์ไม่เคยทำได้แบบเธอเลยทั้ง ๆ ที่ฉันสอนวิธีนี้ไปเป็นสิบกว่าครั้ง!"

 

"แอนน์?"

 

"เอนิซซ่าน่ะ หล่อนชอบให้เรียกแอนน์มากกว่า" วิกตอเรียยักไหล่ เธอไม่เคยสอนคนอื่นแกล้งใครแล้วมันได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจเหมือนกับครั้งนี้มาก่อน มันทำให้เธอมีความสุขเป็นบ้าเลย! และเธอคิดว่าหากเธอกับลูเน็ตต้าไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ อาจจะมีเรื่องสนุก ๆ ให้เธอเห็นได้มากกว่านี้

 

"เธอเรียกฉันว่าวิกก็ได้นะ ตอนนี้เราสนิทกันแล้ว" วิกตอเรียยิ้มกว้างผิดกับปกติที่ลูเน็ตต้าจะเห็นแต่หล่อนเอาแต่ทำหน้าบึ้งอยู่ตลอด

 

"เรียกฉันว่าลูเน็ตก็ได้" ลูเน็ตต้าหันหน้าไปบอก เพราะในห้องนอนเหลือแต่วิกตอเรียเท่านั้นที่เอาแต่เรียกนามสกุลมาตลอด ขนาดเอนิซซ่า ชาฟิกที่ดูจะขี้อายยังเรียกเธอว่าลูเน็ตก่อนวิกตอเรียด้วยซ้ำ

 

แม้ว่าเธอจะเคยคุยกับเอนิซซ่าเพียงไม่กี่ครั้ง เพราะใบหน้าของเอนิซซ่ามักแสดงสิ่งที่เธอต้องการหรือกำลังเป็นอยู่ได้เป็นอย่างดี ลูเน็ตต้าที่มองออกแทบทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งจึงเป็นอีกคนที่สนิทกับเอนิซซ่า ชาฟิกได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่เคยเรียกหล่อนว่าแอนน์ก็ตาม

 

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นพวกเธอสี่คนก็เริ่มที่จะสนิทและไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้นโดยมีวิกตอเรียคอยเป็นไม้กันหมาตลอดเวลาที่ไม่ว่าใครก็ตามคิดจะเข้ามากลั่นแกล้งราเชลกับเอนิซซ่า

 

ลูเน็ตต้าเองก็ทำแบบนั้นบ้างในบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่เธอเลือกที่จะใช้การกดดันทางสายตาและคำพูดแทนที่จะเป็นการลงไม้ลงมือหรือแยกเขี้ยวใส่คนไปทั่วแบบวิกตอเรียที่ทำไปตามแบบฉบับของฟลินต์

 

โดยปกติแล้วทุกครั้งที่เธอได้กลับมาเรียนที่ฮอกวอตส์เธอมักจะอยู่ตัวคนเดียวเสียส่วนใหญ่เพราะไม่ต้องการสุงสิงกับใครและทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาให้เสร็จสิ้น แล้วออกจากโรงเรียนนี้ไปอย่างเร็วที่สุดก็เท่านั้น แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีเพื่อนซึ่งมันก็น่าจะนับได้ว่าเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง

 

 

แม้ลูเน็ตต้าจะรู้สึกว่าเพื่อนของเธอเป็นคนที่ แปลกที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา ก็ตาม

 

 

โดยที่ลูเน็ตต้าแทบจะไม่รู้ตัว เวลามักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอเมื่อคนเรามีช่วงเวลาที่เป็นสุข เธอสนิทกับเพื่อนมากขึ้น ใช้ชีวิตแบบเด็กวัยสิบเอ็ดปีต่อไปโดยที่ยังไม่มีใครจับได้ยกเว้นก็แต่ดัมเบิลดอร์ที่คอยส่งสายตามาหาเธอบ้างในบางครั้งที่มีโอกาส ซึ่งเธอไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร

 

เธอเรียน เธอเล่น เธอมีความสุขกับของกินไปพร้อม ๆ กับราเชล เธอแกล้งคนอื่นกับวิกตอเรีย เธอช่วยเหลือเอนิซซ่าบ้างในหลาย ๆ ครั้ง เธอทำทุกอย่างตามใจตัวเองเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ โดยที่ลืมจุดประสงค์หลักของการที่เธอมาฮอกวอตส์ครั้งนี้ไปโดยสิ้นเชิง

 

และกว่าเธอจะมารู้ตัวอีกทีเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสัปดาห์แห่งการสอบของเดือนมิถุนายนแล้ว เธอลืมเรื่องทอม ริดเดิ้ลที่ดัมเบิลดอร์ขอเอาไว้ไปเสียสนิท และเมื่อนึกขึ้นได้ลูเน็ตต้าก็ให้เหตุผลกับมันว่า

 

 

เขาก็ดูเงียบเป็นปกติดีนี่

 

 

โดยที่ไม่รู้เลยว่าในขณะที่เธอกำลังใช้ชีวิตในฮอกวอตส์เหมือนกับเด็กคนอื่นอย่างมีความสุข หลายสิ่งหลายอย่างในฮอกวอตส์เองก็กำลังทำให้ทอม ริดเดิ้ลเปลี่ยนไปทีละเล็กทีละน้อย

 

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาในคราบเด็กสิบเอ็ดขวบ ชีวิตเด็กปีหนึ่งของลูเน็ตต้าที่ฮอกวอตส์ทำให้เธอรู้ว่าเธอบินได้เก่งขึ้นในชั่วโมงการบินทั้งที่เมื่อก่อนเธอไม่กล้าแม้แต่จะจับไม้กวาด และยังคงสามารถรักษาระดับความรู้ความสามารถให้อยู่ในแนวหน้าของเด็กปีหนึ่งได้มาโดยตลอดโดยมีผลสอบที่ถูกส่งมาให้ในสัปดาห์ที่สองของเดือนมิถุนายนเป็นเครื่องยืนยัน

 

 

เธอได้ เกินความคาดหมาย ในทุกรายวิชา

 

 

เธอเก่ง เธอรู้ดีและเธอก็เป็นแบบนั้นมาโดยตลอด

 

 

แม้ว่าเด็กเรเวนคลอหลายคนมีท่าทางอิจฉาลูเน็ตต้าเพราะอย่างมากที่สุดพวกเขาก็ได้เกินความคาดหมายกันมาแค่สองหรือสามวิชาเท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่เธอเพียงคนเดียวที่ทำคะแนนได้สูงขนาดนี้

 

ทอม ริดเดิ้ลเองก็เช่นกัน เขาได้ เกินความคาดหมาย ทุกวิชายกเว้นการบิน เพราะเขาไม่ถนัดที่จะทำอะไรก็ตามที่มันต้องออกแรงและเสียเหงื่อ หลังจากนั้นได้ไม่นานลูเน็ตต้าก็เห็นว่าด้านข้างของทอม ริดเดิ้ลที่ปกติมักจะมีเพียงอากาศ ในตอนนี้รายล้อมไปด้วยทายาทมัลฟอย เอเวอรี่และโรซิเออร์ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ใส่ใจเขามากตลอดทั้งเทอม แต่เธอก็พอจะเห็นเขาผ่านตาอยู่บ้าง

 

ทอม ริดเดิ้ลมักนั่งคนเดียวหน้าเตาผิงจนดึกดื่นเมื่ออยู่ในช่วงที่นักเรียนไม่สามารถจะออกไปเดินเพ่นพ่านด้านนอกหอพักได้พร้อมกับหนังสือมากมายรอบ ๆ ตัวเขาในขณะที่นักเรียนคนอื่นไม่ได้ให้ความสนใจและเลือกที่จะเดินขึ้นหอนอนไป และใช้เวลาว่างในตอนกลางวันส่วนใหญ่อยู่ที่ห้องสมุด

 

ด้วยความคิดเด็ก ๆ ในบางครั้งของลูเน็ตต้าทำให้บางที (ซึ่งเป็นส่วนใหญ่) ก็ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปทักทายหรือทำอะไรก็ตามกับเขา เพราะรังสีอะไรบางอย่างที่มันออกมาจากตัวเขาแม้ว่าเธอจะไม่สามารถมองเห็นมันก็ตาม

 

เขากลายเป็นเด็กที่เงียบและไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาอีกเลยหลังจากวันแรกที่เขามาเหยียบที่ฮอกวอตส์ เด็กชายเลือกที่จะไปห้องสมุดเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเองมากกว่าที่จะถามใครก็ตามในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น รุ่นพี่ หรือแม้แต่ศาสตราจารย์ประจำวิชานั้น ๆ ก็ตาม

 

อย่างไรก็ตามตลอดปีหนึ่งเขาไม่สามารถพิสูจน์กับพวกมัลฟอยได้ว่าตัวเขานั้นไม่ใช่เลือดสีโคลน นามสกุลของเขาไม่ได้อยู่ในรายนามเลือดบริสุทธิ์ และไม่ได้เป็นที่คุ้นหูของใครเลย

 

แต่ถึงกระนั้นผลสอบที่ส่งมาให้เขาในสัปดาห์ที่สองของเดือนมิถุนายนก็เป็นสิ่งที่มัลฟอยยอมเข้าหาเขาด้วยเหตุผลที่ว่าพ่อของเขาอยากให้เขาคบกับเพื่อนที่เก่ง ๆ โดยที่ลืมไปแล้วว่าเขาพูดอะไรไว้ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก

 

จากที่ลูเน็ตต้าพยายามกลับมาสังเกตเด็กชาย ทำให้เธอรู้ได้ว่าทอม ริดเดิ้ลไม่ได้พูดคุยกับมัลฟอยบ่อยนัก เธอไม่ค่อยรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างระหว่างพวกเขาสองคนเพราะความสะเพร่าที่เอาแต่ใช้ชีวิตเป็นเด็กน้อยของเธอ

 

แต่สิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจได้นอกจากการแอบไปตีสนิทเนียน ๆ กับโรซิเออร์และเอเวอรี่เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้วนั่นคือใบหน้าที่แอบมีแววแข็งกร้าวและอยู่เหนือกว่าเล็กน้อยแต่มีอยู่ตลอดเวลาของทอม ริดเดิ้ลเมื่ออยู่กับมัลฟอย

 

หากดูเผิน ๆ ใบหน้าของเขาก็เหมือนจะไม่มีความรู้สึกอะไร พวกเขาทำเหมือนว่าได้ใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของปีหนึ่งไปกับการทำความรู้จักและเข้าใจกันได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่มองตากันเท่านั้น แต่ลูเน็ตต้าค่อนข้างมั่นใจว่าในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่ ใบหน้าแบบนั้นของเขาทำให้ลูเน็ตต้ามั่นใจว่า

 

 

ทอม ริดเดิ้ลเป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นที่สุดที่เธอเคยเห็น

 

 

และมัลฟอยเองก็กำลังชดใช้กับการปากดีของเขาโดยที่ลูเน็ตต้าเดาไม่ได้เลยว่าทอม ริดเดิ้ลจะใช้วิธีแบบไหน

 

ในขณะที่โรซิเออร์กับเอเวอรี่เองก็ดูเหมือนเข้ากับทอมได้ดี แม้พวกเขาจะแอบมาเล่าให้ฟังบ้างว่าพวกเขาค่อนข้างหวาดกลัวในความเก่งอย่างร้ายกาจของริดเดิ้ลที่ทำให้มัลฟอยยอมจำนนในที่สุด

 

ลูเน็ตต้าคิดว่าอย่างน้อยเขาก็มีเพื่อนจนได้และไม่ได้คิดจะทำอะไรต่อจากนั้นอีก เพราะเธอคิดว่าไว้เธอกลับร่างเดิมเมื่อไหร่หรือรอขึ้นปีสองค่อยคิดมันก็ยังไม่สาย เธอยังมีเวลาอีกนานในการคอยสังเกตและดูแลเขา แม้ว่าปีนี้เธอจะพลาดไปแล้วก็ตาม

 

 

.

 

.

 

.

 

 

"ถ้าพวกเธอเหงา จะมาที่คฤหาสน์ฉันก็ได้นะ" เอนิซซ่าพูดขึ้นเมื่อทั้งสี่คนหาห้องว่างบนรถไฟเดินทางกลับลอนดอนได้แล้ว

 

"พ่อฉันคงไม่ยอมให้ไปแน่" ราเชลมีสีหน้ากังวลเมื่อนึกถึงผู้เป็นพ่อ เธอยังจำได้ดีเมื่อพูดถึงเรื่องเพื่อน ๆ ในช่วงหยุดยาววันคริสต์มาสที่ผ่านมา เขาแทบจะไม่คุยกับเธอจนกระทั่งเธอต้องกลับมาเรียนฮอกวอตส์ แม้ว่าแม่ของเธอจะดีใจจนร้องไห้ออกมาเพราะในที่สุดเธอก็มีเพื่อนเหมือนเด็กคนอื่นเสียที

 

"งั้นฉันก็จะไม่เสนอให้พวกเธอมาที่บ้านฉันแน่นอน" ลูเน็ตต้าทำไม้ทำมือสื่อว่าเธอจะไม่ยุ่ง เพราะเธอรู้ดีว่าหากเพื่อนของเธอเสนอว่าจะมาเล่นที่บ้านของเซลวินพวกหล่อนคงไม่ได้ออกจากบ้านตลอดสองเดือนอย่างแน่นอน และมันจะเป็นการยุ่งยากหากพวกหล่อนแห่กันมาบ้านของเธอตลอดหน้าร้อนเพื่อเล่นด้วยกันเพราะเธออาจจะไม่มีเวลาคิดเรื่องที่จะต้องพยายามสังเกตและดูแลทอม ริดเดิ้ลให้มากกว่านี้ หรือพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าที่แปลงร่างเป็นเด็กมาเกือบปีเลย

 

"งั้นก็ส่งจดหมายหากันบ่อย ๆ ก็พอแล้ว" วิกตอเรียสรุป

 

"ในเมื่อไปหาที่บ้านไม่ได้ เราค่อยนัดเจอกันที่ตรอกไดแอกอนก็ได้" เธอเสนอ เพราะบ้านเธอเองให้เมอร์ลินหรือใครเป็นพยานก็ได้ พ่อแม่ของเธอไม่มีทางที่จะต้อนรับเพื่อนของเธอแน่ ๆ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยกับความคิดของวิกตอเรียที่นาน ๆ ที่จะพูดอะไรที่มันเป็นความคิดดี ๆ เพราะส่วนใหญ่วิกตอเรียมักจะพูดถึงแต่เรื่องพากันหนีเรียน หลับในคาบหรือแกล้งคนอื่นเสียมากกว่า

 

วิกตอเรียโบกมือลากันตอนที่จัดการสัมภาระตัวเองเรียบร้อยแล้วเพราะหล่อนปฏิเสธที่จะกอดลาในขณะที่ลูเน็ตต้าไม่ทันจะพูดอะไรออกไปก็โดนเด็กหญิงอีกสองคนรุมกอดเป็นที่เรียบร้อย

 

ลูเน็ตต้ายกยิ้มเล็กน้อยให้กับเพื่อนอีกสองคนเพราะวิกตอเรียแยกไปก่อนแล้ว เธอเองก็ขอตัวออกมาบ้างเพราะจะได้ไปหามุมเล็ก ๆ เพื่อหายตัวกลับบ้านของตัวเอง ร่างเล็กเอาแต่คิดในหัวว่าเธอจะไม่ทำอะไรอีกนอกจากหลับให้เต็มอิ่มแล้วค่อยมาคิดเรื่องของเด็กชายที่ดัมเบิลดอร์ต้องการให้ดูแลหลังจากนั้น

 

 

เพราะเธอถือคติว่า หัวเธอจะแล่นดีก็ต่อเมื่อพักผ่อนเต็มอิ่มก็เท่านั้น

 

 

_______________

 

Talk :

แล้วเราก็จบปีหนึ่งไปอย่างรวดเร็วค่ะ 555555 น้องได้เพื่อนใหม่มาเพิ่มเป็นเดอะแก๊งแล้ววว ส่วนน้องทอมนั้นก็เอาคะแนนฟาดหน้ามัลฟอยของเราซะเรียบเลย น้องทอมเก่งที่สุ๊ดดดดดด

คอมเมนต์ติชมและเป็นกำลังใจได้นะคะ เราจะนำไปปรับปรุงนิยายของเราให้ดีขึ้นค่ะ คอมเมนต์ของทุกคนทำให้เรามีแรงฮึดอยากจะแต่งต่อไปเรื่อย ๆเลยค่ะ! อยู่เป็นกำลังใจให้กันไปจนจบเลยนะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ

รักทุกคนค่าาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 291 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 17:52
    ใช้ชีวิตอย่างสมวัยสินะลูเซ็ตต้า น้องทอมเลยกลายเป็นพี่ทอมไปเลย
    #800
    1
  2. #237 SeaStar ☆' (@seastar1222) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 17:24
    หนูบ่นว่ามาเรียนซ้ำบ่อย แต่หนูก็ใช้ชีวิตเต็มที่จนลืมภารกิจอะลูก ปวดหัวแทนดัมเบิลดอร์5555555555555
    #237
    0
  3. #183 Barea (@boonyaratku7) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 22:01
    คุณหน่องหนูลืมภารกิจตัวเองไปไดยังง๊ายยยรู้กกกกกก
    #183
    0
  4. วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 16:06
    ลืมภารกิจไปเลยน่าาายัยน้องงง
    #31
    0
  5. #30 yai nu (@piinkhyun) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 14:31
    รอปี2ค้าบ
    #30
    0
  6. #29 violetdaffodil (@Happiness_pyc) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 12:54
    ปี1แทบจะไม่ได้คุยกับทอมเลย ปี2นี่แหละอย่างน้อยก็ต้องทักกันบ้างล่ะเนอะ เอาใจช่วยไรท์นะคะ
    #29
    1
    • #29-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 7)
      8 มีนาคม 2563 / 12:58
      มาเป็นกำลังใจให้น้องลูเน็ตต้าของเราไม่ลืมน้องทอมไปด้วยกันนะคะ! แล้วก็ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้น้าค้าาา
      #29-1
  7. #28 lily001 (@gingkornkaew21) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 12:34
    รอติดตามค่า สนุกมากๆเลย
    #28
    1
    • #28-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 7)
      8 มีนาคม 2563 / 12:55
      ขอบคุณที่ชอบแล้วก็ติดตามนิยายเรื่องนี้นะคะะ
      #28-1
  8. #27 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 11:53
    จบปีแรกไปอย่างรวดเร็ว ดีค่ะๆ รีบๆโตจะได้ชอบกันเร็วๆ ชอบกันตอนเด็กมันแปลกๆ
    #27
    1
    • #27-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 7)
      8 มีนาคม 2563 / 12:03
      คิดเหมือนกันเลยค่ะ!! เรารู้สึกบาปยังไงไม่รู้เวลาต้องแต่งให้เด็กๆงุ้งงิ้งกัน ; - ;
      #27-1
  9. #26 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 11:39
    อยู่ติดตามแน่นอนค่ะไรท์
    #26
    1