[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 6 : CHAPTER 6 : Hogwarts

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 328 ครั้ง
    18 เม.ย. 63

CHAPTER 6

Hogwarts

 

'ถึง G.

 

ฉันกำลังจะกลับเข้าไปเรียนที่ฮอกวอตส์อีกรอบตามคำขอของเพื่อนนาย ระหว่างนี้ถ้าหากอยากจะติดต่อกันหวังว่านายคงรู้ว่าควรส่งจดหมายไปที่ไหน

 

ปล.ดูแลตัวเองและอย่าก่อเรื่องให้มาก ระหว่างนี้ฉันคงตามไปดูแลนายลำบากกว่าเดิม

 

รัก คิดถึงและเป็นห่วงเสมอ

L.'

 

 

"เอาไปส่งให้เขาทีนะ" มือเล็กพับจดหมายใส่ซองและยื่นให้กับนกที่เธอคิดว่ามันฉลาดที่สุดซึ่งมีเธอเป็นเจ้าของอย่างภูมิใจ แม้ก่อนหน้าเธอจะกังวลอยู่บ้างที่นกสุดที่รักที่เธอตามหามานานและคอยเลี้ยงคอยประคบประหงมมาอย่างดีบินตามมาถึงลอนดอนในที่สุด

 

ในเวลาปกติแล้วร่างเดิมของเธอที่เป็นสาวสะพรั่งจะไม่ค่อยชื่นชมมันสักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อพอเธอแปลงร่างตัวเองให้เด็กลงแล้วดูเหมือนผลข้างเคียงที่ตามมาทุกครั้งนั้นคือสมองเธอค่อย ๆ เริ่มจะมีคิดเหมือนเด็กมากเข้าไปทุก ๆ ที

 

 

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นกของเธอน่ะเก่ง เท่ ดูดี และฉลาดที่สุดเท่าที่โลกนี้จะเคยมีมา

 

 

เด็กหญิงมองมันบินออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะหยิบสัมภาระหนักอึ้งทั้งหมดของเธอมาไว้กับตัวและทำการหายตัวมาโผล่ที่ตรอกเล็ก ๆ ข้างสถานีรถไฟคริงครอส เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีมักเกิ้ลหรือใครสังเกตเห็นเธอร่างเล็กจึงกึ่งยกกึ่งลากสัมภาระของเธอเข้าไปในสถานีรถไฟเพื่อเอารถเข็นด้วยตัวเอง

 

หลังจากที่เธอจัดการยกกระเป๋าขึ้นรถเข็นได้ด้วยตัวเองแล้วขาเล็ก ๆ ก็รีบพาตัวเองเข้าชานชาลาหมายเลขเก้าเศษสามส่วนสี่ไปอย่างรวดเร็วเพราะเธอไม่ได้อยากจะโดนคำถามจากยามสถานีที่เป็นมักเกิ้ลสักเท่าไหร่ คนพวกนั้นมักมองเด็ก ๆ ที่เตรียมตัวจะผ่านแผงกั้นเข้าชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่ด้วยตัวคนเดียวว่าเป็นเด็กหลงทางตลอด

 

ลูเน็ตต้าขึ้นรถไฟในทันทีเมื่อมาถึง เธอไม่อยากจะเสียเวลาเดินอ้อยอิ่งอยู่ด้านล่างสักเท่าไหร่เพราะตรงนั้นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายกับเสียงสั่งกำชับและบอกลาของเด็ก ๆ กับผู้ปกครอง ไหนจะมีเสียงของพวกสัตว์เลี้ยงที่เข้ามาช่วยโหมโรงให้มันดูวุ่นวายมากกว่าเดิมอีก

 

เลี่ยงได้เธอก็อยากจะเลี่ยงสถานที่ที่มีเสียงดังมาก ๆ เอาไว้เพราะเธอไม่อยากจะหูหนวกก่อนที่จะได้แก่จริง ๆ เพราะแบบนั้นในตอนนี้ตู้รถไฟของปีหนึ่งยังคงมีห้องว่างอยู่มากเพราะเด็ก ๆ ยังไม่ได้ขึ้นมา เธอจึงเลือกที่จะสำรวจไปเรื่อย ๆ จนเจอห้องที่ถูกใจแล้วเข้าไปนั่งโดยทันที

 

ลูเน็ตต้าไม่ได้สนใจอะไรมากนักเธอเลือกหยิบหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์ขึ้นมาอ่านตั้งแต่ได้เข้ามานั่งในห้องเพื่อสังเกตดูว่าพวกเขาเพิ่มเหตุการณ์สำคัญอะไรเข้ามาบ้างในระหว่างที่ลูเน็ตต้าทำตัวไร้แก่นสารเช่นการนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่ฝรั่งเศสและคอยออกมาทำความปรารถนาของพวกผู้วิเศษให้เป็นจริงสมใจพวกเขาบ้างเป็นครั้งคราว และกว่าจะรู้สึกตัวอีกทีรถไฟก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากชานชาลาแล้ว

 

"ขอโทษจ้ะ ฉันนั่งด้วยได้ไหม" เสียงหวานของเด็กหญิงเรือนผมสีน้ำตาลเข้มดังขึ้นอยู่หน้าประตู ลูเน็ตต้าไม่ได้หันหน้าขึ้นไปมองเธอด้วยซ้ำในขณะที่กล่าวอนุญาตให้เธอเข้ามานั่งด้วย

 

"ดีจัง ตู้อื่น ๆ น่ะเต็มหมดจนฉันเกรงใจไม่อยากจะเข้าไปนั่งด้วยเลย" เด็กหญิงคนดังกล่าวพูดอีกครั้งพลางนึกถึงตอนที่เธอเข้าไปถามตามห้องต่าง ๆ ที่มีเด็กที่เธอพอจะเคยเห็นหน้ามาบ้างตามงานเลี้ยงของผู้วิเศษแล้วพวกเขาต่างยกอะไรก็ตามที่อยู่ใกล้มือมากพอมาวางไว้บนที่นั่งรอบกายทั้งหมดก่อนจะปฏิเสธเธอ

 

"ฉันราเชล กรีนกราส" เด็กหญิงส่งยิ้มน่ารักให้ในขณะที่ยื่นมือซีดผอมจนกระดูกแทบจะทะลุของเธอออกมา

 

"ลูเน็ตต้า เซลวิน" ลูเน็ตต้ายอมเงยหน้ามองกรีนกราสเป็นครั้งแรก เด็กหญิงตรงหน้าเธอมีใบหน้าที่ส่อแววของความสวยที่ตกทอดกันมาเหมือนพวกกรีนกราสคนอื่น ๆ ที่เธอเคยเห็นเมื่อนานมาแล้วก่อนจะนึกเสียดายในความสวยของเธอที่ถูกบดบังด้วยความอ่อนแอและความเจ็บป่วย

 

ถ้าไม่ติดเรื่องคำสาปที่น่าสมเพชพวกนั้น ตระกูลนี้ก็คงจะได้ดิบได้ดีเกินหน้าเกินตาตระกูลอื่นไปแล้ว ดวงตาสีเทาหม่นจ้องอยู่นานก่อนจะละสายตาออกไปเมื่อคิดว่ามันเสียมารยาทที่ไปจ้องหน้าคนอื่น

 

"เซลวินหรือ?" ราเชลร้องถาม

 

"ไม่ใช่ว่าพวกเขาหายไปจากสังคมชั้นสูงนานแล้ว-- เอ่อ-- ขอโทษจ้ะ" เธอแสดงสีหน้ารู้สึกผิดออกมา

 

"อย่าใส่ใจเลย ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาไปทำอะไรมาถึงได้หายไป" ลูเน็ตต้าแสร้งส่ายหน้าอย่างปลง ๆ

 

"แล้วก็ไม่ต้องขอโทษหรอก บางทีพวกเขาอาจจะทำเรื่องร้ายกาจจนต้องหายไป" ลูเน็ตต้ามีแววตาแข็งกร้าวขึ้นในประโยคสุดท้ายก่อนจะหายไปเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

กรีนกราสต้องสาปกับเซลวินทรยศ ดูแล้วมันก็เหมือนจะเข้ากันดีอย่างน่าประหลาด

 

 

"เธอคิดว่าเธอจะได้ไปอยู่บ้านไหนหรือ" เด็กหญิงเริ่มต้นถามคำถาม

 

"ถ้าตามพวกญาติฉัน ฉันคงไปสลิธีรินแหงเลย" ราเชลถอนหายใจ เธอคิดว่าตัวเองเหมาะกับฮัฟเฟิลฟัฟมากกว่าเพราะอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เป็นพวกอวดดี มีความกล้าหาญ ฉลาดตั้งแต่เกิดหรืออะไรทำนองนั้นเลย

 

"คงสลิธีรินเหมือนกัน" ลูเน็ตต้าตัดสินใจปิดหนังสือแล้วมาให้ความสนใจกับการสนทนาของกรีนกราสแทน

 

"เลือดบริสุทธิ์ส่วนใหญ่ก็อยู่บ้านนั้นกันทั้งนั้น" เพราะอย่างน้อยเซลวินก็ไม่ได้ถูกถอดออกจากรายนามเลือดบริสุทธิ์ของโลกเวทมนตร์

 

"งั้นเรามาเป็นเพื่อนกันดีไหม" ราเชลถามเสียงเบา เธอไม่ค่อยมีเพื่อนมากนักในวัยเด็กแม้ว่าพ่อกับแม่จะพาเธอไปตามงานเลี้ยงหรือเที่ยวเล่นตามบ้านของพวกเลือดบริสุทธิ์ตระกูลอื่น ๆ บ่อยแค่ไหนก็ตาม

 

"ถ้าเธอไม่รังเกียจฉันก็ยินดี" ลูเน็ตต้าส่งรอยยิ้มน่ารักให้

 

"จริงหรือ? เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ" ราเชลดีใจจนเผลอกระโดดออกมา

 

"เอ่อ-- ขอโทษที ฉันเผลอดีใจมากเกินไปหน่อย" เธอนั่งลงเงียบ ๆ ด้วยสีหน้ารู้สึกผิดอีกครั้ง ท่าทางของกรีนกราสทำให้ลูเน็ตต้าสามารถรู้ได้ว่าที่บ้านของพวกเขาคงเคร่งเรื่องกฎระเบียบและมารยาทมากขนาดไหน

 

"อยากทำอะไรก็ตามใจเธอเถอะ เธอไม่ได้อยู่ที่บ้านของตัวเองแล้ว" ลูเน็ตต้าเว้นวรรค

 

"จะไม่มีใครว่าเธอได้หรอก อย่างน้อยก็ฉันคนหนึ่ง" เพียงพูดจบประโยคเด็กหญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอก็ถลาตัวเข้ามากอดเธอทันทีด้วยความดีใจ สีหน้าของราเชลดีขึ้นมากเมื่อเธอได้ยิ้มออกมาผิดกับใบหน้าอมทุกข์ที่เธอทำมาตลอดจนกระทั่งเมื่อครู่นี้

 

เมื่อสามารถควบคุมอาการของตัวเองได้แล้วเด็กหญิงก็กลับไปนั่งฝั่งของตัวเองอีกครั้งก่อนจะชวนลูเน็ตต้าคุยถึงเรื่องต่าง ๆ มากมายอย่างเช่นเรื่องพ่อที่แสนเข้มงวดกับแม่ที่ป่วยกระปอดกระแปดของเธอ เรื่องชีวิตที่ผ่านมาของลูเน็ตต้าก่อนจะมาอยู่ที่นี่ซึ่งเธอโกหกมันทั้งหมดยกเว้นแต่เรื่องที่ว่าเธอเพิ่งมาจากฝรั่งเศส หรือเรื่องเล่าทั้งหมดที่ราเชลเคยได้ยินมาเกี่ยวกับฮอกวอตส์ผ่านปากลูกพี่ลูกน้องคนอื่นที่ไม่เคยจะยอมเล่นกับเธอก่อนจะไปจบที่เรื่องขนมหวานของโปรดในตอนที่รถเข็นขายของมาถึงหน้าประตูห้องของทั้งสอง

 

"แม่ฉันไม่อยากให้ฉันกินของหวานมาก" ราเชลพูดขณะที่กำลังกินเค้กคำโต

 

"ท่านบอกว่ามันมีคำสาปที่ทำให้ฉันนอนไม่หลับ"

 

"พวกมักเกิ้ลให้เหตุผลว่าเป็นเพราะน้ำตาลในนั้นน่ะที่จะทำให้เธอกระปรี้กระเปร่าและตาสว่างไปอีกนาน" ลูเน็ตต้าให้เหตุผล แม้ว่าในตอนแรกเธอจะไม่ค่อยเชื่อทฤษฎีของพวกมักเกิ้ลนัก แต่เมื่อได้ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองเหมือนที่พวกมักเกิ้ลทำเธอก็เริ่มจะเชื่อเหมือนพวกเขาขึ้นมา

 

"ฉันเคยพิสูจน์ด้วยการกินเค้กคาราเมลขนาดสองปอนด์ด้วยตัวคนเดียวและปรากฏว่าฉันตาสว่างจนนอนไม่หลับทั้งคืน" เธอบอกในขณะที่กำลังกินพายฟักทอง

 

"เป็นแบบนี้นี่เอง" ราเชลอ้าปากค้างเมื่อได้ยินเรื่องเล่าของลูเน็ตต้า

 

"แต่เพราะเธอ ดังนั้นตอนนี้ฉันสามารถกินเค้กได้อย่างสบายใจแล้ว" เธอฉีกยิ้มกว้างจนทำให้ลูเน็ตต้าหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความเป็นเด็กของราเชล

 

เมื่อเห็นภาพแบบนั้นตรงหน้าลูเน็ตต้าก็คิดอะไรบางอย่างได้ว่าบางทีเธออาจจะต้องทำตัวให้สมกับเด็กวัยสิบเอ็ดปีที่ไม่ต้องมีเรื่องให้คิดอยู่ในหัวตลอดเวลาบ้าง เพราะไม่บ่อยนักที่เธอจะได้มีโอกาสย้อนกลับมาซึมซับความเป็นเด็กแบบนี้

 

พวกเธอใช้เวลาทั้งหมดระหว่างการเดินทางด้วยรถไฟไปกับการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันอีกรอบจนกว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็มีรุ่นพี่เดินบอกตามห้องของเด็กปีหนึ่งว่าควรจะเปลี่ยนไปใส่เครื่องแบบได้แล้ว ซึ่งทั้งสองใช้เวลาเพียงไม่นานก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและพอดีกับที่รถไฟจอดเทียบชานชาลาของฮอกวอตส์

 

"จับมือฉันไว้นะลูเน็ต ฉันมั่นใจว่าเธอไม่อยากจะตกลงไป" ราเชลพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแปลก ๆ ไปจากตัวเธอปกติ เหมือนเธอพยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อให้ลูเน็ตต้าสบายใจว่าเธอจะไม่มีวันตกลงไปในทะเลสาบและโดนหมึกยักษ์จับไปกินตามแบบที่ราเชลเล่าตอนอยู่บนรถไฟอย่างแน่นอน

 

ซึ่งเมื่อทั้งสองนั่งลงบนเรือเรียบร้อยแล้วกลับเป็นราเชลเสียเองที่บีบมือเธอแน่นและหลับตาปี๋ตลอดทางที่เรือกำลังลอยไปที่ตัวปราสาทฮอกวอตส์ เมื่อขึ้นถึงฝั่งเด็ก ๆ ปีหนึ่งทุกคนต่างร้องออกมาอย่างตกตะลึงให้ความใหญ่โตและสวยงามของตัวปราสาทที่พวกเขาจะได้เรียนตลอดเจ็ดปี ซึ่งราเชลเองก็เป็นหนึ่งในนั้นในขณะที่ไม่ว่าลูเน็ตต้าจะมองไปทางที่คนอื่นพากันชี้ให้ดูเธอก็ไม่เห็นจะตื่นเต้นไปกับมันแม้แต่น้อย

 

 

มันก็เหมือนเดิมดีทุกอย่าง และยังโชคดีที่ไม่มีอะไรพังหรือเสียหาย

 

 

ก่อนจะเข้าสู่ห้องโถงหลักเพื่อเข้าสู่พิธีคัดสรรบ้านของเด็ก ๆ มีศาสตราจารย์ออกมาต้อนรับพวกเขาพร้อมกับสุนทรพจน์ปลุกกำลังใจเล็ก ๆ อย่างการเอาเรื่องคะแนนและถ้วยรางวัลบ้านดีเด่นมาล่อเด็ก ๆ ให้ตั้งใจเรียน

 

แน่นอนว่าลูเน็ตต้าเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ใส่ใจจะฟังมันนักเพราะไม่ว่าจะครั้งไหนที่เธอเข้ามาเรียนที่นี่ คำพูดแบบเดิมทุกประโยคนี้ก็จะถูกยกมาพูดให้เด็กปีหนึ่งเสมอ จนกระทั่งพิธีคัดสรรมาถึงเด็ก ๆ รอบกายเธอค่อย ๆ ถูกเรียกขึ้นไปคัดสรรผ่านหมวกเก่า ๆ ของกริฟฟินดอร์เรื่อย ๆ และแน่นอนว่าราเชล กรีนกราสนั้นได้ไปสลิธีรินเหมือนกับบรรดาญาติของเธอ

 

"ริดเดิ้ล, ทอม"

 

คราวนี้ลูเน็ตต้าเงยหน้าขึ้นมาจากรองเท้าของเธอเพื่อมองการคัดสรรของเด็กชายที่ดัมเบิลดอร์คาดหวังให้เธอดูแลอย่างไม่ได้ตั้งใจเท่าไหร่นัก สลิธีรินจะดูเป็นตัวเลือกที่เป็นไปได้มากที่สุดในหัวเล็ก ๆ ของเธอ เพราะการกระทำของเขาตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงครั้งที่สองและสามที่เธอได้เจอกับเขา พร้อมกับสายเลือดของก๊อนท์ มันเป็นสิ่งการันตีชั้นยอดว่าทอม ริดเดิ้ล

 

 

คือสลิธีรินขนานแท้

 

 

แล้วเธอก็ถูกเสมอ

 

 

"สลิธีริน!"

 

เด็กที่อยู่ด้านหน้าเธอสองสามคนถูกเรียกไปหลังจากนั้นและในที่สุดพวกเขาก็เรียกชื่อของเธอสักที

 

"เซลวิน, ลูเน็ตต้า"

 

และมันเป็นอย่างที่ลูเน็ตต้าคาดการณ์เอาไว้ เสียงดังฮือฮาจากบรรดาลูก ๆ ของเหล่าผู้วิเศษดังขึ้นไปทั่วห้องโถงเพราะเรื่องเล่าจากพ่อแม่ของเขาที่บอกว่าพวกเซลวินหายตัวไปจากหน้าประวัติศาสตร์ผู้วิเศษอย่างไร้ร่องรอยไปเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วด้วยสาเหตุอะไรสักอย่างที่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้แต่ตระกูลของพวกเขาก็ไม่ได้ถูกถอดออกจากรายนามเลือดบริสุทธิ์สักที

 

เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานและหาข้อยุติไม่ได้ เหล่าผู้ที่เกี่ยวข้องจึงเลี่ยงที่จะยกเรื่องพวกนี้ขึ้นมาพูดให้เป็นประเด็นอีก และมันนำพามาซึ่งความเสียดายแก่ตระกูลผู้วิเศษอีกมากที่ยังยึดติดและแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าพวกเขานั้นคือพวกเลือดบริสุทธิ์

 

"เธอมาอีกแล้วเรอะ!!!" เสียงของหมวกคัดสรรดังขึ้นในหัวของเธอเมื่อมันถูกวางลงบนหัวทันทีที่ลูเน็ตต้าขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ หมวกมีท่าทีเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย ถ้าหากเขาสามารถกลายร่างคนได้คงแสดงอาการเบื่อหน่ายออกมาอย่างไม่สิ้นสุดอย่างแน่นอน

 

"ฉันล่ะเบื่อเธอจริง ๆ !"

 

"ทำลายตัวเองไปสิ่"

 

"ทำแบบนั้นฉันไม่มีหน้าไปพบพวกเขาทั้งสี่คนที่สร้างฉันขึ้นมาแน่!" น้ำเสียงที่ดังในหัวนั้นฉุนเฉียวอยู่พอสมควร

 

"เอาล่ะ ไม่ต้องมาบังคับฉันเหมือนคราวก่อน ๆ อีก บอกมาเลยว่าเธอจะไปที่ไหนแล้วฉันจะประเคนเธอไปเลย!"

 

"แน่นอนว่าต้องเป็นบ้านที่เป็นตัวตนของฉันมากที่สุด"

 

"สลิธีริน!!" เมื่อได้ยินแบบนั้นหมวกคัดสรรก็ร้องออกมาดังลั่นแทบจะในทันที เธอลงจากเก้าอี้และมองไปทางโต๊ะสลิธีรินก็พบว่าราเชลกำลังโบกไม้โบกมือด้วยแรงน้อย ๆ ของหล่อนเรียกเธออยู่ มีเสียงตบมือดังขึ้นระหว่างทางเบา ๆ พอเป็นพิธีในระหว่างที่ลูเน็ตต้าเดินไปนั่งข้าง ๆ ของราเชล และไม่ไกลกันนักทอม ริดเดิ้ลเองก็เริ่มจะผูกมิตรกับเด็กชายรอบ ๆ ตัวเขาสองสามคน

 

เมื่อเห็นว่าเขาดูเหมือนกำลังจะมีเพื่อนใหม่แล้วเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ตอนนี้ดิพพิตกำลังพูดสุนทรพจน์ของเขาก่อนจะเริ่มงานเลี้ยงต้อนรับนักเรียนอย่างรวดเร็วพร้อมกับอาหารหลากหลายชนิดที่โผล่ขึ้นมาบนโต๊ะ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอกับราเชลจะมีอะไรที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน มันเป็นเรื่องที่พวกเธอมีความคิดเห็นเหมือนกันทุกประการตั้งแต่เริ่มคุยกันมาทั้งวันนี้

 

 

เรื่องของกิน

 

 

"เธอต้องกินเข้าไปเยอะ ๆ นะลูเน็ต จะได้โตไว ๆ ยังไงล่ะ!" ราเชลคอยตักเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่บนโต๊ะให้เธอจนมันกองพะเนินเต็มจานและเธอกินมันไม่ทัน ดูเหมือนราเชลจะใส่ใจกับอาหารของเธอมากกว่าของตัวเองเสียอีก ซึ่งมันก็ไม่แปลกเพราะเวลายืนเทียบกันแล้วลูเน็ตต้าค่อนข้างเตี้ยกว่าราเชลพอสมควร

 

"คนที่กินเยอะ ๆ น่ะต้องเป็นเธอต่างหาก" ลูเน็ตต้าแบ่งเนื้อสัตว์บางส่วนจากจานเธอออกไปให้

 

"จะได้แข็งแรงแล้วก็มีเนื้อมีหนังเหมือนคนอื่นบ้าง" เธอไม่ค่อยชอบแขนซีดผอมของเพื่อนใหม่เท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะมองสักกี่ครั้งมันมักจะให้ความรู้สึกเหมือนว่าแขนนั่นพร้อมจะหักอยู่ตลอดเวลาแม้ว่าราเชลจะไม่ได้ขยับแขนของตัวเองเลยก็ตาม

 

มันเป็นเรื่องปกติที่สลิธีรินจะเป็นโต๊ะที่เงียบที่สุดไม่ต่างจากเรเวนคลอ ให้ขณะที่กริฟฟินดอร์นั้นเหมือนจะตะโกนคุยกันอยู่ตลอดเวลา เพราะแบบนั้นราเชลจึงจำเป็นต้องกินแบบเรียบร้อยผิดกับภาพลักษณ์ราวกับคนอดอยากเมื่อตอนกลางวันไปโดยสิ้นเชิง เพราะแม้ว่าสลิธีรินจะไม่คุยกันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะไม่ให้ความสนใจกับเด็กปีหนึ่งที่จะเข้ามาอยู่ร่วมหอพักเดียวกันกับพวกเขาเลยแม้แต่คนเดียว

 

ซึ่งถ้าลูกพี่ลูกน้องสักคนบนโต๊ะอาหารที่แม้ว่าจะไม่สนิทกันและไม่เคยเล่นด้วยกันเลยก็ตามเขียนเรื่องราวของเธอส่งไปให้ที่บ้านเธอละก็

 

 

ชีวิตของราเชล กรีนกราสคงต้องเป็นอันจบสิ้นแน่ ๆ

 

 

ในขณะที่ลูเน็ตต้าทำทุกอย่างด้วยความเงียบ มีกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างสำรวจบ้างเล็กน้อยก่อนจะวางมือจากอาหารเพื่อเตรียมตัวกลับไปนอนพักที่หอนอนของตัวเองหลังจากที่เธออิ่มท้องแล้ว

 

การมีเพื่อนใหม่ของทอม ริดเดิ้ลไม่ค่อยราบรื่นนัก รอบตัวเขามีมัลฟอย โรซิเออร์และเอเวอรี่ แม้ว่าเขารู้สึกว่าจะเข้ากันได้ดีกับโรซิเออร์และเอเวอรี่ แต่ก็ยังไม่เท่าที่สองคนนั้นสนิทกับมัลฟอย

 

พวกเขาสามคนชวนคุยกันเงียบ ๆ โดยที่ทอมไม่สามารถที่จะเข้าไปอยู่ในวงสนทนานั้นได้เพราะเขาไม่รู้ว่าทั้งสามกำลังคุยเรื่องอะไรจนกระทั่งหนึ่งในนั้นเริ่มปริปากพูดกับเขา

 

"นายนามสกุลริดเดิ้ลหรือ" คนที่แนะนำตัวกับเขาว่าตัวเองมาจากตระกูลมัลฟอยพูด "แล้วแม่นายนามสกุลอะไร"

 

"ฉันไม่รู้ แต่หล่อนคงไม่ใช่แม่มด" ใบหน้าฉายแววหล่อเหลานั้นติดหงุดหงิดเล็กน้อย เขาไม่อยากให้มีคนพูดถึงแม่ที่ไม่ยอมมีชีวิตอยู่เพื่อดูแลเขา

 

"เขาเป็นมักเกิ้ลบอร์นแน่เลยอะบราซัส" คนที่มาจากตระกูลโรซิเออร์กระซิบ

 

"พวกเราไม่เห็นจะเคยได้ยินนามสกุลของเขาจากที่ไหนเลย" ทอมที่ได้ยินทุกอย่างชัดเจนกำลังโกรธ แม้ว่าเขาจะยังเก็บอาการอยู่จนอีกสามคนไม่รู้ก็ตาม

 

"โทษที แต่พ่อแม่ฉันให้ฉันเลือกคบแต่พวกเก่ง ๆ แล้วก็พวกเลือดบริสุทธิ์น่ะ" มัลฟอยพูดอีกครั้ง

 

"ฉันว่าเราคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้ พ่อฉันเอาเรื่องฉันแน่ถ้ามีเพื่อนเป็นเลือดสีโคลนน่ะ ยกเว้นว่านายจะเก่งพอให้คนยอมรับน่ะนะ" เด็กชายผมสีบลอนด์สว่างยิ้มเยาะใส่เขาอย่างร้ายกาจในขณะที่เด็กชายอีกสองคนไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา

 

 

พวกเขาเพียงแค่เงียบและปล่อยให้มัลฟอยพูด

 

 

ทอมไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไปนอกจากสีหน้าเรียบนิ่งและสายตาที่อ่านไม่ออก ทั้งสามไม่ได้สนใจคนที่พยายามจะเป็นเพื่อนกับเขาอีก พวกเขาชวนคุยกันเพียงสามคนโดยที่ทอม ริดเดิ้ลไม่อาจรับรู้เรื่องที่พวกเขาคุยกันหรือชวนโรซิเออร์กับเอเวอรี่ที่ดูจะเป็นมิตรคุยได้อีกเลย

 

 

แล้วคนพวกนี้จะได้เห็นดีกัน

 

 

_______________

 

Talk :

คุณชายมัลฟอยปากร้ายยยยยยยย น้องทอมอย่าไปยอมนะ!! คอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ เราจะนำไปปรับปรุงนิยายเรื่องนี้ของเราให้ดีขึ้นค่ะ! แล้วก็ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ขอบคุณความน่ารักของทุกคนที่เป็นกำลังใจให้เรามาก ๆ เลย ขอบคุณนะคะ!

รักทุกคนค่าาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 328 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 17:45
    เขียนดีอ่ะเราชอบบบ มันมีความขลังของแฮร์รี่ พอตเตอร์ฉบับออริจินอลแฝงอยู่เนียนไปกับเรื่องราวใหม่ที่เติมเข้ามา นี่ขำหมวกคัดสรรท้องแข็งเลย แสดงว่าลูเน็ตต้าคือปลอมเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กบ่อยมาก ส่วนน้องทอม เอาจริงๆนะ ถ้าน้องไม่ได้มาอยู่สลิธีริน โลกเราอาจจะไม่มีจอมมารชื่อโวลเดอมอร์ก็ได้
    #799
    0
  2. #767 m.ppmm (@maprang_bell) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 06:47
    สงสารน้องทอม
    #767
    0
  3. #281 hoshijung (@fatin-creammy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 13:55
    ถ้าถึงช่วงของแฮร์รี่ที่ทำปราสาทพังเป็นว่าเล่น คงโดนน้องลูด่ายับเลย555
    #281
    0
  4. #236 SeaStar ☆' (@seastar1222) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 17:17
    ถูกจริตกับฟิคเรื่องนี้มาก อ่านแค่นี้ก็รู้สึกชอบน้องลูกับราเชลแล้ว ;_;
    #236
    0
  5. #25 violetdaffodil (@Happiness_pyc) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 22:45
    เหมือนลูเน็ตต้าจะมีปัญหากับหมวกขัดสรรมาช้านาน555555 ปากร้ายเกินไปแล้วมัลฟอย แล้วเราจะได้เห็นดีกัน
    #25
    0
  6. #24 violetdaffodil (@Happiness_pyc) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 22:45
    เหมือนลูเน็ตต้าจะมีปัญหากับหมวกขัดสรรมาช้านาน555555 ปากร้ายเกินไปแล้วมัลฟอย แล้วเราจะได้เห็นดีกัน
    #24
    0
  7. #23 violetdaffodil (@Happiness_pyc) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 22:45
    เหมือนลูเน็ตต้าจะมีปัญหากับหมวกขัดสรรมาช้านาน555555 ปากร้ายเกินไปแล้วมัลฟอย แล้วเราจะได้เห็นดีกัน
    #23
    0
  8. #22 violetdaffodil (@Happiness_pyc) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 22:45
    เหมือนลูเน็ตต้าจะมีปัญหากับหมวกขัดสรรมาช้านาน555555 ปากร้ายเกินไปแล้วมัลฟอย แล้วเราจะได้เห็นดีกัน
    #22
    0
  9. #21 violetdaffodil (@Happiness_pyc) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 22:45
    เหมือนลูเน็ตต้าจะมีปัญหากับหมวกขัดสรรมาช้านาน555555 ปากร้ายเกินไปแล้วมัลฟอย แล้วเราจะได้เห็นดีกัน
    #21
    0
  10. #20 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 19:19
    ทอมสู้ๆเด้อ
    #20
    1
    • #20-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 6)
      7 มีนาคม 2563 / 22:47
      ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้น้องทอมน้าค้าา
      #20-1
  11. วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 18:33
    สนุกมากค่ะ
    #19
    1
  12. #18 yai nu (@piinkhyun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 14:40
    ลูเน็ตต้าน่ารักน้า
    #18
    1
    • #18-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 6)
      7 มีนาคม 2563 / 15:52
      ขอบคุณที่เอ็นดูยัยน้องนะคะะ
      #18-1
  13. #17 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 14:35
    เอ้อออ แต่สุดท้ายนายก็กลายเป็นเพื่อนสนิทเขานะมัลฟอยยย
    #17
    0