[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 55 : CHAPTER 55 : Newspaper

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,099
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

CHAPTER 55

Newspaper

 

"มินอร์ว่า คนครบแล้ว จะให้เริ่มเลยไหม?" เด็กหนุ่มจากบ้านฮัฟเฟิลฟัฟหันไปกระทุ้งแขนสาวสะพรั่งที่นั่งข้าง ๆ ให้เงยหน้าขึ้นมาจากนิตยสารแปลงร่างวันนี้ซึ่งมีรูปตัวเธอเองอยู่บนหน้าปกในฐานะผู้ชนะเลิศในการประกวด ผู้ที่มีอนาคตอันสดใส

 

"อ้อ— เอาสิ เริ่มเลย ไม่ต้องเปลืองเวลาเหมือนปีที่แล้ว ฉันล่ะรำคาญ" สาวกริฟฟินดอร์ที่อยู่ชั้นปีเดียวกันตอบก่อนจะวางนิตยสารในมือไว้บนโต๊ะหลังจากที่เด็กปีห้าประมาณสามสี่คนเดินตามกันเข้ามาในตู้พรีเฟ็คเป็นกลุ่มสุดท้าย

 

"ออสการ์ รูธ ประธานนักเรียนชาย"

 

"มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล ประธานนักเรียนหญิง เข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะ— ตอนนี้ให้ปีห้าอยู่เฉย ๆ ค่อย ๆ เรียนรู้งานไปก่อน ปีหกไปจัดการเด็กปีหนึ่งให้เรียบร้อยตั้งแต่ลงรถไฟยันกลับเข้าหอพัก ส่วนปีเจ็ดก็รีบกลับเข้าหอพักไปอ่านหนังสือเตรียมสอบส.พ.บ.ส.ซะ" เธอพูดรวบรัดด้วยเสียงที่แฝงเอาไว้ซึ่งอำนาจ สีหน้าเอาจริงเอาจังของเธอทำให้ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากค้านอะไรออกมา

 

"ส่วนเรื่องตรวจระเบียงตอนกลางคืน—" ออสการ์พยายามแทรก

 

"ตรวจมันทุกที่ทุกบ้านทุกวันนั่นแหละ ไม่ต้องเรื่องมากแบ่งเวรให้เสียเวลา" ประธานนักเรียนสาวตัดบท

 

"ฉันพูดจริง ๆ นะ นายน่ะเอาเวลาไปดูฮอกวอตส์มันธ์ลี่เถอะ งานพวกนี้ฉันจัดการให้ได้" เธอหันไปอธิบายกับประธานนักเรียนชายที่ต้องมาทำงานด้วยกันในปีนี้อย่างใจกว้าง

 

"เธอก็เป็นเชสเซอร์ แน่ใจนะว่าไหว" ประธานนักเรียนหนุ่มถาม ความลังเลปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาอยู่ครู่หนึ่ง

 

"ปีที่แล้วสเปนเซอร์มูนยังทำได้ ปีนี้ฉันก็ต้องทำได้เหมือนกัน" เธอพยักหน้าตอบแบบส่ง ๆ

 

แต่แทนที่รูธจะแสดงท่าทางไม่พอใจออกมาที่โดนแย่งงานไปจนหมดเหมือนที่ใครหลายคนคิดว่าเขาจะเป็น เขากลับแสดงสีหน้าดีใจและซาบซึ้งถึงที่สุด ร่างเจ้าเนื้อของประธานชมรมฮอกวอตส์มันธ์ลี่กระโดดเข้าหาเชสเซอร์สาวโดยไม่ได้คิดว่าใครจะมองพวกเขายังไง

 

"ปล่อยฉันออสการ์ ไม่งั้นฉันจะจับนายโยนให้ปลาหมึกยักษ์ในทะเลสาบกิน" คำขู่ของมักกอนนากัลเป็นผล เพราะเมื่อเธอกล่าวจบเขาก็รีบผละหนีในทันทีราวกับว่าถูกของร้อน

 

"มันไม่เหมือนกันนะแม็กกี้ ปีที่แล้วพวกเขามีเลขาคอยช่วยกันทั้งคู่— ให้ตายเถอะ ฉันยังแค้นไม่หายเลยที่พวกเขาใช้งานกันยังกะฉันกับยัยตัวน่ารำคาญนี่เป็นแค่เอลฟ์" เด็กหนุ่มผู้มีกลุ่มผมสีดำยุ่งเหยิงพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

 

"เห็นด้วย— สเปนเซอร์มูนอะไรนั่นทำตัวรุ่มร่ามมาก แต่นั่นปากหรอพอตเตอร์" ลูเครเทีย แบล็กพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงเห็นด้วยก่อนจะขึ้นเสียงแข็งในประโยคหลัง เธอหรี่ตามองเขาราวกับงูที่กำลังจะฉกเหยื่อ

 

"ใจร่ม ๆ สาวน้อย เธอกำลังสร้างศัตรูเพิ่มนะ ปีที่แล้วยังมีเรื่องกับไอ้พวกหน้าแมวนี่ไม่พอหรือไง" เจสเปอร์ นอตต์ซึ่งเป็นพรีเฟ็คปีเดียวกันออกตัวห้ามทัพในขณะที่สาว ๆ บ้านอื่นจ้องเธอราวกับว่าจะกินเลือดกินเนื้อเสียให้ได้

 

"พูดแบบแลกหมัดกันไหมพี่" พรีเฟ็คหน้าใหม่ออกโรงปกป้องรุ่นพี่ร่วมบ้าน เขาถกแขนเสื้อด้วยความเดือดดาลที่ปะทุออกมาอย่างง่ายดาย

 

"หยุด! ปีนี้ฉันไม่ต้องการเลขาหรืออะไรทั้งนั้น" ประธานนักเรียนสาวพูดเสียงดังก่อนที่สถานการณ์ตรงหน้าจะบานปลายไปมากกว่านี้ ปีเจ็ดหลายคนมองหน้ากันด้วยความแปลกใจในสิ่งที่เธอพูด

 

"อย่าให้เห็นอีกเชียวว่ามามีเรื่องกันเอง ไม่งั้นฉันจะหักคะแนนให้หมดบ้าน" มักกอนนากัลไม่วายขู่อีกคำรบเมื่อเหลือบเห็นเด็กบ้านตัวเองแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พวกบ้านงู

 

"แล้วเรื่องห้องน้ำพรีเฟ็คล่ะคะ ปีนี้จะเรื่องมากเหมือนปีที่แล้วหรือเปล่า" พรีเฟ็คบ้านเรเวนคลอยกมือขึ้นถามเหมือนตอนที่พวกเขายกเพื่อตอบคำถามกับศาสตราจารย์ในห้องเรียน มืออีกข้างของเธอดันแว่นกรอบเหลี่ยมบนใบหน้าให้เข้าที่

 

"ใช้ ๆ ไปเถอะ ยังไงพวกเอลฟ์ก็มาทำความสะอาดอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ แค่อย่าซุ่มซ่ามกันก็พอ" คราวนี้เป็นรูธที่ตอบแทนเพราะมักกอนนากัลหันไปวุ่นวายกับพรีเฟ็คร่วมบ้านของเธออยู่

 

"รหัสเปลี่ยนใหม่แล้วนะ คุกกี้อร่อยทุกรส จะได้ไม่ต้องเถียงกันให้เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนปีที่แล้วอีก" เขาหันไปจ้องตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องถกเถียงกันบนรถไฟเมื่อปีที่แล้ว ทั้งยังทำให้ฮัฟเฟิลฟัฟทั้งบ้านมานั่งประชุมกันที่ห้องนั่งเล่นกันทั้งคืนเพื่อหารือว่าคุกกี้รสไหนอร่อยที่สุด

 

"แต่ผมว่าพายอร่อยกว่าอีกนะ" เด็กปีห้าแย้งขึ้นมาเบา ๆ เขายกมือขึ้นกอดอกก่อนจะเริ่มหันไปถกเถียงกับตัวการเรื่องคุกกี้เมื่อปีที่แล้วที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน

 

"ไอเด็กพวกนี้นี่" ออสการ์ รูธพึมพำ เขาตีหน้าผากตัวเองเบา ๆ ด้วยมืออวบ ๆ ของตัวเองก่อนจะปลงตกแล้วร่วมถกเถียงเรื่อง อะไรอร่อยกว่าคุกกี้ กับรุ่นน้องร่วมบ้านอย่างจริงจัง

 

 

.

 

.

 

.

 

 

เดือนกันยายนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับสภาพอากาศที่ค่อย ๆ เย็นลงจนไม่รู้สึกความร้อนระอุที่หน้าร้อนทิ้งเอาไว้ให้ สำหรับใครหลายคนแล้วระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นคงดูวุ่นวาย แต่ลูเน็ตต้ากลับมองว่ามันค่อนข้างเงียบสงบเสียมากกว่า

 

เพราะอย่างน้อยการคอยห้ามทอม ริดเดิ้ลที่หัวเสียจนอยากจะสาปคำสาปโทษผิดสถานเดียวสักบทสองบทใส่คนจำพวกที่เขาเรียกว่า เหลือบไร ซึ่งคอยตามเกาะแกะเธออยู่ตลอดเวลามันก็ยังดีกว่าการปวดหัวไปกับพวกกระทรวงงี่เง่าตลอดปิดเทอมฤดูร้อนที่ผ่านมามากทีเดียว

 

การเรียนการสอนของปีหกเป็นอะไรที่ถือว่าค่อนข้างน่าปวดหัวกว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมา การบ้านเองก็เยอะกว่ามาก เพราะเนื้อหาของปีนี้มีแต่เรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ ทั้งยังสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้อีกมากในปีเจ็ดและการทำงานในอนาคต

 

เหล่าคุณชายทั้งหลายบ่นกันเป็นหมีกินผึ้งเนื่องจากพวกเขาต้องเรียนและฝึกซ้อมควิดดิชไปพร้อม ๆ กัน เพราะแมตช์แรกของฤดูกาลคือสลิธีรินกับกริฟฟินดอร์ซึ่งพวกเขาตั้งชื่อแมตช์นี้ไว้ว่า แมตช์ล้างแค้นให้ริชาร์ด พรอมสัน

 

แต่บ่นไปก็เท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ต้องจำใจทำสองอย่างไปพร้อม ๆ กันอยู่ดี และยังไม่วายต้องให้สาว ๆ อย่างพวกเธอคอยช่วยเหลือตามเก็บเนื้อหาแต่ละชั่วโมงอีกด้วย

 

เอนิซซ่า ชาฟิก ไม่ได้หายหน้าหายไปตาไปจากกลุ่มเหมือนกับปีที่แล้วอีกแล้ว เพราะตั้งแต่เปิดภาคเรียนใหม่มานี้หนุ่ม ๆ หลายคนที่ลูเน็ตต้ารู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง ก็มักจะวนเวียนมาสิงสถิตกับกลุ่มของพวกเธอบ่อย ๆ จนสี่หนุ่มที่เคยเห็นด้วยกับอุดมการณ์ของเอนิซซ่าเกิดอาการหวงเพื่อนขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

 

และจนถึงทุกวันนี้ เอนิซซ่าก็ยังไม่เคยได้ควงใครได้เกินสามวันเลยแม้แต่คนเดียว เพราะพวกผู้ชายพวกนั้นมักไปปรากฏตัวอยู่บนเตียงในห้องพยาบาลเสมอ ด้วยสาเหตุบางประการที่พวกเธอทุกคนรู้กันดี

 

ทอม ริดเดิ้ลเองก็อยู่กับเธอเสียส่วนใหญ่เหมือนกับที่ผ่าน ๆ มา แต่ก็มีบ้างในบางครั้งที่เขามักจะไปไหนมาไหนกับพวกผู้ชาย ในขณะที่ลูเน็ตต้าโดนสาว ๆ ลากไปทำนู่นทำนี่ตามประสาผู้หญิง

 

ลูเน็ตต้ารู้สึกชอบช่วงเวลาแบบนี้อย่างบอกไม่ถูก เธอได้มีความสุขกับเพื่อนกลุ่มแรกในชีวิต ในขณะที่ทอมเองก็ได้มีความสุขกับเพื่อนในวัยเดียวกัน ได้ใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นที่เล่นสนุกไปวัน ๆ อย่างที่ควรจะเป็น

 

 

แต่บนโลกนี้ล้วนไม่มีอะไรคงอยู่ถาวร ช่วงเวลาแห่งความสุขแบบนี้เองก็เช่นกัน

 

 

"อยากได้บัตเตอร์เบียร์ไหม ฉันไปดีลกับพี่โรสเมอร์ทาเอาไว้แล้ว" วิกตอเรียกระซิบเสียงเบาถามลูเน็ตต้าที่กำลังทาแยมลงบนขนมปัง

 

"ไม่ต้องไปฟังวิกเลยลูเน็ต ยัยนี่แค่กำลังหาข้ออ้างสำหรับการแอบหิ้วบัตเตอร์เบียร์กลับปราสาทเยอะ ๆ " วิกตอเรียหันขวับไปมองค้อนใส่เซซิลที่พยายามพูดกับลูเน็ตต้าอย่างไม่พอใจ

 

"นายนั่นแหละไม่ต้องมาห้ามฉัน สุดท้ายพวกเราก็กินมันด้วยกันอยู่ดี— ขอบใจ เธอรู้ใจฉันตลอด" วิกตอเรียพูดก่อนจะรับขนมปังที่ทาแยมผิวส้มไว้เยอะเป็นพิเศษจากเพื่อนสาวตัวเล็กมากิน

 

"เอาขนมจากฮันนี่ดุกส์ไหมลูเน็ต หรือว่าเธอจะเอาชาจากร้านมาดามฟุตตี้ฟุตเหมือนปีที่แล้ว" ราเชลหันมาถามระหว่างที่เซซิลกับวิกตอเรียเริ่มเถียงกันเป็นรอบที่สามของสัปดาห์

 

"ฮันนี่ดุกส์ก็ดีนะ ตามใจพวกเธอเลย" ลูเน็ตต้าหันไปตอบอย่างอารมณ์ดีจนดูไม่เหมือนคนที่ไม่เคยมีโอกาสไปฮอกส์มี้ดมาก่อน

 

อันที่จริงลูเน็ตต้าจะลงคาถากับใบอนุญาตเพื่อหลอกซลักฮอร์นแล้วแอบเซ็นใบอนุญาตของทอมก็ได้ แต่เธอไม่คิดจะทำแบบนั้น เพราะเธอรู้ดีว่าต่อให้ทอมมีใบอนุญาตพร้อมลายเซ็น เขาก็คงเลือกที่จะไม่ไปเหยียบฮอกส์มี้ดที่แสนวุ่นวายอยู่ดี ดังนั้นเธอกับทอมจึงเป็นเพียงนักเรียนสองคนในชั้นปีที่ยังไม่เคยไปฮอกส์มี้ดมาก่อน

 

"เธอคงเบื่อแย่เลย ฮอกส์มี้ดน่ะสนุกมากจริง ๆ นะ" เอนิซซ่าพูดด้วยความเสียดาย แม้ว่าจะมีซีเรียลเป็นอาหารเช้าของตัวเองอยู่แล้ว แต่เธอก็ยังแย่งแซนด์วิชในมือเนเลอัสมากินหน้าตาเฉย

 

"แอนน์! แซนด์วิชฉัน!" คนโดนแย่งพูดเสียงดัง เขาทำท่าจะแย่งของกินกลับคืนมาแต่ก็ต้องถอดใจยอมแพ้ เพราะเพื่อนสาวหน้าจิ้มลิ้มคนนี้ยัดมันเข้าปากไปเกินครึ่งชิ้นแล้ว

 

"ว่าแต่เธอเถอะ— จะไปกับพวกเราไหม หรือจะไปกับไอ้แชนด์หน้าเห่ยนั่น" เซซิลเลิกต่อล้อต่อเถียงกับวิกตอเรีย เขาหันมาให้ความสนใจกับเพื่อนสาวที่พักนี้มักมีเรื่องให้พวกเขาอารมณ์เสียจนต้องใช้คาถาระบายอารมณ์กันบ่อย ๆ

 

"แชนด์ไม่ได้หน้าตาเห่ยสักหน่อย ฉันว่าเขาก็โอเค— ถ้าไม่นับเรื่องที่เขาเคยพยายามจีบลูเน็ตน่ะนะ" เอนิซซ่าลดเสียงเบาในประโยคหลังเพราะไม่อยากทำให้ใครบางคนที่ช่วงนี้ชอบหัวเสียรู้สึกอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เช้า

 

"ฉันว่าอีวาน ลูกพี่ลูกน้องของเซฟไฟรัส หรือไม่ก็พี่น้องบ้านนอตต์ยังจะดูดีกว่าด้วยซ้ำ ซิกแพ็คพวกเขาแบบว่า—" โดยที่วิกตอเรียไม่ทันจะได้พูดจนจบประโยค ลูเน็ตต้าก็รีบตะครุบปากเธอไว้ในทันทีพร้อมกับเซซิลและเนเลอัสเริ่มกระแอมไอขึ้นมาพร้อมกันเหมือนกับทุกครั้ง

 

"ถึงหุ่นเขาจะ... อะแฮ่ม นั่นแหละ— แต่ฉันไม่สนหรอกนะ ลืมแล้วหรอว่าฉันถือกฎเดียวกับอะบราซัส— เราจะไม่คว้าคนบ้านเดียวกันเด็ดขาด" เอนิซซ่ายื่นคำขาด ใบหน้าจิ้มลิ้มเห่อร้อนฉับพลันเมื่อนึกภาพที่เธอบังเอิญเห็นเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนที่พรวดพราดเข้าเต๊นท์นักกีฬาเพื่อตามหาวิกตอเรียก่อนจะแย่งไส้กรอกที่เนเลอัสเล็งเอาไว้เป็นรอบที่สอง

 

"อย่างน้อยเธอก็ควรเลือกสรรให้ดีกว่านี้อีกสักหน่อย— พวกเราสนับสนุนให้เธอทำอย่างที่เคยพูดเอาไว้ก็จริง แต่ก็ใช่ว่าพวกเราจะยอมให้เธอคว้าใครมั่วซั่วมาควงเหมือนไอ้หัวซีดนี่นะ" วิญญาณความหวงเพื่อนเข้าสิงเซซิลอีกครั้ง เขาเริ่มเทศน์เอนิซซ่าก่อนจะพาลไปพาดพิงถึงอะบราซัสที่ถึงกับคิ้วกระตุกเมื่อได้ยิน

 

"เล่นงานทุกคนที่ฉันควงเนี่ยนะ— สนับสนุนตายล่ะพ่อคุณ" เอนิซซ่าขยับปากงึมงำคนเดียว

 

"เซซิล คอร์วุส เลสแตรงจ์ พูดให้มันดี ๆ ฉันไม่ได้คว้าใครมั่วซั่ว ผู้หญิงพวกนั้นวิ่งเข้ามาหาฉันเองต่างหาก— แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่ เพราะฉันหล่อ" นายน้อยมัลฟอยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงงึมงำของเอนิซซ่า เขารีบแก้ข่าวให้ตัวเองอย่างรวดเร็วแล้วพูดชมตัวเองอีกประโยค

 

"ทอม นายอย่าห้ามฉัน" คุณชายเลสแตรงจ์พูดกับคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนั่งคั่นเขากับอะบราซัสแล้วเคี้ยวไส้กรอกที่แฟนสาวป้อนให้ด้วยท่าทีจริงจัง

 

"รู้ไว้ซะ ถ้าทอมไม่ห้ามเอาไว้หน้าหล่อ ๆ ของนายได้อาบเลือดไปแล้ว— แล้วแบบย่อ ๆ แค่ 'C' น่ะรู้จักไหม" เซซิลแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ ของทอม ริดเดิ้ลที่เริ่มเอือมระอากับความวุ่นวายที่ข้ามหัวเขาไปมาแล้วพูดกับอะบราซัสด้วยท่าทีไม่พอใจ เพราะคุณชายเลสแตรงจ์คนนี้ไม่ชอบให้ใครมาเรียกชื่อกลางของตัวเองสักเท่าไหร่

 

"แต่ก็อย่างที่เซซิลว่า เธอน่ะเป็นผู้หญิงนะแอนน์ เพราะงั้นใช้เวลาเลือกให้มากกว่านี้หน่อยก็ได้ ไม่ใช่พอเห็นใครเข้าตาก็พุ่งเข้าหาเลย— แบบนั้นน่ะไม่เหมาะกับวิถีของพวกเราหรอกนะ" อะบราซัสเองก็ไม่ได้คิดจะหาเรื่องอะไรเซซิลอีก เขาเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจังแล้วยกมือขึ้นกอดอกพร้อมกับตีหน้าขรึมใส่เพื่อนสาวที่เลือกเดินทางเดียวกันกับเขา

 

"พวกนายอย่าทำตัวเป็นพ่อฉันได้ไหม ฉันขนลุกไปทั้งตัวแล้วนะ" ใบหน้าจิ้มลิ้มของเอนิซซ่ามีสีหน้าปั้นยากเพราะที่โดนสองหนุ่มรุมเทศน์ใส่

 

"พวกเขาพูดก็เพราะห่วงเธอนะ" ลูเน็ตต้าพูดไปตามสิ่งที่เห็นและสัมผัสได้

 

"ไม่ได้ห่วง! / ใครเขาห่วงกัน!" เซซิลกับอะบราซัสพูดพร้อมกัน พวกเขาพร้อมใจสะบัดหน้าหนีไปคนละทิศละทางก่อนจะกลับมาให้ความสนใจกับมื้อเช้าอีกครั้งจนสาว ๆ อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

 

"นายเป็นอะไรหรือเปล่าเซฟ ไม่เห็นพูดอะไรบ้างเลย" ราเชลหันหน้ามาถามเซฟไฟรัสที่กำลังนั่งทำหน้าเครียดกับหนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ตในมือด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วเซฟไฟรัสไม่เคยพลาดการตักเตือนเอนิซซ่าเลยสักครั้ง

 

"นายคงไม่ได้โดนข่าวของเดลี่พรอเฟ็ตล้างสมองหรอกใช่ไหม? เมื่อวานพวกเราไม่ได้ซ้อมหนักกันเกินไปซักหน่อย จริงไหม ทะ— เซซิล?" วิกตอเรียชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าเธออาจจะพลั้งปากพูดอะไรออกมาก่อนจะแสร้งทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

 

"ยัง— ฉันยังไม่ได้โดนล้างสมอง แต่คราวนี้ฉันว่าพวกเขาเล่นแรงเกินไปหน่อย" เซฟไฟรัสตอบ ความวิตกกังวลของเขาแผ่ออกมาโดยรอบจนทุกคนรู้สึกได้

 

"เมอร์ลิน— พวกเขาคิดกันดีแล้วใช่ไหมถึงได้กล้าทำอะไรโจ่งแจ้งขนาดนี้" เอนิซซ่าที่คว้าหนังสือพิมพ์มาร้องอุทานก่อนจะส่งต่อให้กับราเชลได้อ่านบ้าง และราเชลก็ไม่ลืมที่จะแบ่งให้ลูเน็ตต้ากับวิกตอเรียได้อ่านไปพร้อมกัน

 

 

เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์หายไปไหน ?

 

เป็นที่รู้กันดีในเหล่าสังคมผู้วิเศษของพวกเราว่าจอมวายร้ายผู้ยึดมั่นและเชิดชูในอุดมการณ์ 'เพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่' อย่างเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์นั้นได้แผ่ขยายอำนาจไปทั่วโลกเวทมนตร์เป็นเวลายาวนาน

 

ผู้วิเศษหลายท่านที่กำลังอ่านคอลัมน์นี้ในขณะนี้คงมองว่ามันเป็นเรื่องดีที่เขาเงียบหายไป แต่ทว่าเราจะไว้ใจความสงบสุขเช่นนี้ไปได้อีกนานเท่าใดกัน? เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ยังคงลอยนวลอยู่ที่ไหนก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้

 

ดังนั้นแล้ว พวกเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการกระทำอันอุกอาจที่อาจนำไปสู่การเปิดเผยโลกเวทมนตร์ของเขาและเหล่าสาวกจะไม่หวนกลับคืนมาอีกครั้ง

 

พวกเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าโลกเวทมนตร์ยังคงปลอดภัย ?

 

อ่านต่อหน้า 7

 

 

"เดลี่พรอเฟ็ตไม่ได้มีอำนาจหนุนหลังเยอะขนาดนั้น— พวกเขามีสิทธิ์โดนสาวกของกรินเดลวัลด์ถล่มแบบไม่เหลือซากได้เลย บางทีอาจจะภายในวันนี้ด้วยซ้ำ" อะบราซัสพูดต่อเมื่อหนังสือพิมพ์เวียนมาถึงมือเขาพร้อมกับทอมมองหน้าเคร่งเครียดของลูเน็ตต้าครู่หนึ่ง

 

"อาจจะไม่มีอะไรก็ได้— เดลี่พรอเฟ็ตเป็นพวกชอบตั้งคำถามแบบแกว่งเท้าหาเสี้ยนไปทั่วอยู่แล้ว" เนเลอัสตัดบทก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ในขณะที่เซฟไฟรัสพยายามคว้าหนังสือพิมพ์จากอะบราซัสกลับคืนมา

 

เพราะเนเลอัสรู้จักเซฟไฟรัสดีกว่าใคร เขารู้ดีว่าแท้จริงแล้วเซฟไฟรัสรักน้าสาวที่เขาเอาแต่บ่นว่ารำคาญนักหนามากขนาดไหน ดังนั้นการที่มีข่าวเช่นนี้ตีพิมพ์ออกมามันย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เพื่อนของเขาจะรู้สึกไม่ดีแบบนี้

 

"พวกเราไปกันเถอะ ได้เวลาเรียกรวมตัวแล้ว" เขาพูดต่อพลางคว้าเซฟไฟรัสที่เริ่มแสดงอาการไม่ค่อยดีให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับคนอื่น ๆ ที่ทยอยลุกออกจากโต๊ะอาหาร

 

"ฉันขอได้ไหม?" ลูเน็ตต้าถามแล้วชี้ไปที่ของในมือของเซฟไฟรัส เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

 

"นายคงไม่เอาหนังสือพิมพ์ไปที่ฮอกส์มี้ดด้วยหรอกนะ" ลูเน็ตต้าให้เหตุผล เซฟไฟรัสคล้ายว่าเพิ่งจะรู้ตัว เขายื่นหนังสือพิมพ์ให้เธอแต่โดยดีก่อนที่ทุกคนจะทยอยบอกลาเธอกับทอมแล้วพากันออกไปจากห้องโถงที่มีเพียงเด็กปีหนึ่งและปีสองเป็นส่วนใหญ่

 

"เธอไม่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์" ร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาอีกครั้งขณะที่ลูเน็ตต้าให้ความสนใจกับข่าวหน้าเจ็ดของหนังสือพิมพ์แทนที่จะเป็นมื้อเช้าที่เธอเพิ่งจะกินไปได้ไม่กี่คำเพราะต้องคอยทาแยมลงบนขนมปังให้กับวิกตอเรียที่มักจะเอาแต่พูดแล้วลืมกินจนติดเป็นนิสัย

 

"ก็ใช่ แต่ตอนนี้ต่อให้ไม่ชอบฉันก็จำเป็นต้องอ่าน— ไอ้พวกบัดซบเอ๊ย" ลูเน็ตต้าตอบก่อนจะสบถออกมาเบา ๆ อย่างเหลืออด มือเรียวกำหนังสือพิมพ์ในมือจนมันยับยู่ การกระทำของเธอสร้างความแปลกใจให้กับทอมที่คอยสังเกตอยู่ตลอดมากพอสมควร

 

"ซัลลาซาร์เป็นพยาน ครั้งหน้าฉันจะเผาให้วอดทั้งกระทรวงเลยคอยดู— ทอม วันนี้ฉันอาจจะไม่ว่าง นายมีอะไรที่จะต้องไปทำหรือเปล่า?" เธอพึมพำคนเดียวอย่างหัวเสียก่อนจะเงยหน้าถามเด็กหนุ่มที่เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นแฟนหนุ่มของเธอด้วยท่าทางปกติ

 

"ทำไมถึงไม่ว่าง?" ทอมตอบกลับคำถามของลูเน็ตต้าด้วยคำถามของเขา

 

ลูเน็ตต้าจำเป็นจะต้องได้คำตอบสำหรับการกระทำของกระทรวงและเดลี่พรอเฟ็ตที่เธอไม่เคยได้ยินจากใครมาก่อน และเธอเชื่อว่าในเวลานี้ คนที่จะสามารถมอบคำตอบให้กับเธอได้นั้นต้องอยู่ที่ฮอกส์มี้ดแทนที่จะเป็นห้องทำงานในปราสาทอย่างแน่นอน

 

"ถ้าฉันบอกว่าฉันต้องไปฮอกส์มี้ด นายจะเชื่อไหม?" ลูเน็ตต้าเปรย คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับนัยน์ตาสีเทาหม่นที่มองเขาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก

 

ลูเน็ตต้าตัดสินใจได้หลายวันแล้วว่ามันอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีหากทอม ริดเดิ้ลได้รู้เรื่องนี้ด้วย เพราะเธอเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็วอย่างไรเขาก็ต้องได้รู้เรื่องนี้อยู่ดีด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังนั้นลูเน็ตต้าจึงอยากจะให้เขาได้รู้มันจากปากเธอ และอีกประการหนึ่งคือเธอไม่อยากทิ้งเขาไว้ที่ปราสาทเพียงคนเดียว

 

"ไม่— เธอจะไปได้ยังไง พวกเราไม่มีใบอนุญาต" ใบหน้าหล่อเหลาเคลือบไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาสีดำสนิทหรี่มองคนตัวเล็กที่ดูเหมือนว่ากำลังมีแผนการอะไรบางอย่างที่ไม่น่าไว้วางใจและสุ่มเสี่ยงต่อการโดนหักคะแนนบ้านอยู่ในหัว

 

"รู้อะไรไหมคะทอมมี่— พวกเราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กระดาษนั่นเลยถ้ารู้จักที่นี่ดีพอ" เธอยกมือขึ้นมาวางประสานไว้บนโต๊ะก่อนะยื่นหน้าเข้ามาใกล้เล็กน้อยเพื่อให้สะดวกต่อการกระซิบ

 

ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อยกยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นว่าทอมเริ่มเข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อพร้อมกับขยิบตาครั้งหนึ่งเมื่อมองเห็นความยินยอมระคนไม่พอใจเล็ก ๆ บนใบหน้าหล่อเหลาของเขา

 

"ตามใจเธอ" ทอมโคลงหัวเบา ๆ ให้กับท่าทางเล่นหูเล่นตาและความระริกระรี้เหมือนเด็กน้อยที่พ่อแม่อนุญาตให้ออกไปเล่นซนข้างนอกของลูเน็ตต้า รุ่นพี่ปีหกคู่สุดท้ายที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะสลิธีรินลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากห้องโถงเพื่อไปยังทางลับซึ่งมีเพียงนักเรียนและศิษย์เก่าไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยมีโอกาสได้ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของมัน

 

 

.

 

.

 

.

 

 

เพล้ง!

 

 

"ไง" เสียงหวานของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อรู้สึกถึงการมาของใครบางคน

 

"กรี๊ดดดดดดดด!!!!!" เสียงกรีดร้องอันเนื่องมาจากอาการตกใจดังขึ้นตามมาในทันที เจ้าของเสียงกรีดร้องพยายามตั้งสติแล้วกวาดมือกวาดไม้ไปทั่วเพื่อควานหาอาวุธมาป้องกันตัวเอง

 

"แอรีอานนา! เกิดอะไรขึ้น!" เสียงทุ้มของชายใกล้วัยทองดังขึ้นตามมา ไม่นานนักเขาก็ตามเข้ามาถึงสถานที่ซึ่งเป็นต้นเสียงพร้อมกับไม้กายสิทธิ์ที่เตรียมพร้อมอยู่ในมือ

 

"แอรีอานนา เธอมีอะไร! แล้วมันจะมีวันไหนบ้างไหมที่เธอจะไม่กรี๊ดเหมือนผีแบนชี!" เสียงคำรามของชายอีกคนดังขึ้นตามมา เขารีบย้ายร่างตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องครัวซึ่งอยู่ด้านหลังร้านของตัวเอง

 

"นิสัยขี้ตกใจยังแก้ไม่หายอีกหรือ" เด็กสาวที่เพิ่งใช้ทางลับมาโผล่ที่นี่เอ่ยถามอย่างไม่จริงจังนักขณะที่เด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทำหน้ามุ่ย เพราะเขารำคาญเสียงแหลมสูงที่เพิ่งจบลงเมื่อครู่นี้มาก

 

"เด็กนักเรียน! ตั้งสองคน! เมอร์ลินเถอะ มันยังมีใครรู้ทางลับนี้อีกหรือไง!? อัลบัส!" ชายที่ไว้หนวดเครายาวทั้งยังยุ่งเหยิงเอ่ยถามชายอีกคนที่ดูสะอาดสะอ้านกว่ามาก

 

"ตอนนี้มีคนเดียวอาเบอร์ฟอร์ธ มีนักเรียนคนเดียว— ส่วนอีกคนไม่ใช่ ชู่วว แอรีอานนา ไม่มีอะไรแล้ว" พี่คนโตของบ้านพูดด้วยท่าทีสงบนิ่ง เขารีบลดไม้กายสิทธิ์ในมือลงทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใครก่อนจะหันไปคุยกับน้องสาวที่ยังมีท่าทีลนลานอยู่ไม่สุข

 

"ก็เห็นกันอยู่ทนโท่ว่าสองคน! พี่ตาบอดหรือไง!? ห้ะ เดี๋ยวนะ—" อาเบอร์ฟอร์ธ ดัมเบิลดอร์ยังไม่หยุดโวยวาย เขาชี้มือชี้ไม้ไปที่เด็กนักเรียนสองคนพร้อมกับสลับมองเด็กกับพี่ชายก่อนจะชะงักค้างเมื่อสังเกตได้ว่าภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่นี้มันมีอะไรเปลี่ยนไป

 

"พี่ลูนี่!" น้องสาวคนเล็กของบ้านร้องเสียงดังด้วยความปีติยินดี เธอไม่รอช้าที่จะวิ่งไปกอดหญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่อีกฝั่งของครัวในขณะที่พี่ชายคนรองของเธอยังคงยืนอ้าปากค้างและเบิกตากว้างราวกับเห็นผี

 

"ขอโทษที่ไม่ได้มาเยี่ยมนะแอรี่" ลูเน็ตต้าหลุดหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนบ้านดัมเบิลดอร์หลังจากที่เธอคืนสภาพกลับสู่ร่างเดิมเพื่อช่วยพิสูจน์คำพูดที่อัลบัสบอกกับน้องชายของเขา

 

"หนูคิดถึงพี่มาก ๆ เลย พี่ไปอยู่ไหนมาคะ หนูกับอาร์บี้คิดถึงขนมของพี่ลูนี่มาก ๆ พี่รู้ไหมว่าอาร์บี้เพ้อเหมือนคนบ้าตอนเห็นขนมที่พี่อัลบัสหิ้วมาให้จนหนูต้องไล่เขาออกไปนอนนอกบ้าน" แอรีอานนาพูดยาวเหยียดโดยที่ไม่เว้นจังหวะให้ใครแทรกแล้วกระชับกอดให้แน่นขึ้นอีกสองสามทีจนพอใจแล้วจึงผละออก

 

"อย่าเชียวอาร์บี้— ฉันมั่นใจว่าร้านนี้จะไม่เหลือแม้แต่ซากถ้านายทำมัน" ลูเน็ตต้ายกมือห้ามอาเบอร์ฟอร์ธที่ทำท่าจะเข้ามากอดเธออีกคน น้ำเสียงที่เธอใช้ฟังดูแล้วคล้ายว่าไม่ได้จริงจังอะไร แต่สายตาของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเธอคือสิ่งยืนยันว่าเธอไม่ได้พูดเล่น ๆ

 

"คุณมาทำอะไรที่นี่— ทั้งคุณ และคุณริดเดิ้ล" อัลบัสยังคงท่าทางสงบนิ่งเอาไว้เช่นเดิม เขาเดินมารวมกับน้องชายที่ยืนชะงักอยู่ตรงกลางห้องกับน้องสาวแล้วเลิกคิ้วถามเธอ

 

"ฉันไม่อยากทิ้งเขาไว้ที่ปราสาท— และฉันคิดว่าเรามีอะไรต้องหารือกันสักหน่อย"

 

 

_______________

 

Talk :

ก่อนอื่นต้องขอโทษที่มาอัพช้านะคะะ //ก้มกราบ พอดีว่าไรท์ติดธุระนิดหน่อย แล้วหัวก็ตัน ๆ แต่งแล้วลบอยู่ตั้งหลายรอบ ; - ; หวังว่าจะไม่งอนกันนะคะะ เพราะไรท์มาง้อแล้วววว

สำหรับตอนนี้มาแจกความวุ่นวายของเด็ก ๆ ค่ะ 555555 ในส่วนของคุณพรีเฟ็คฮัฟเฟิลฟัฟก็คือเขาเถียงกันเรื่องของกินอีกแล้ววว สำหรับตอนนี้มีความเห็นยังไงก็อย่าลืมมาคอมเมนต์ติชมหรือพูดคุยกันนะคะะ เราพร้อมนำคำติชมของคุณรีดมาใช้แก้ไขให้ผลงานของเราดีขึ้นเสมอค่าาา

ดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคนน

รักและเป็นห่วงคุณรีดเสมอค่ะะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. #679 CS_Rabbit (@CS_Rabbit) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 13:01
    ถึงกับมีรัศมีความหวงแผ่ออกมาเลย 555555
    #679
    0
  2. #677 Stellae_Star (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 12:14

    จะรอดูการประชุมพรีเฟ็คปีหน้าเลยค่ะว่าจะหรรษาขนาดไหน 555+
    #677
    0
  3. #676 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 11:51

    เอนิซซ่าอาจลงเอยกับมัลฟอยอะ

    #676
    0
  4. #675 Moragod Thinnamai (@Moragod-T) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 10:48
    เอนิซซ่าโดนเพื่อนหวงหนักมาก สุดท้ายนางอาจลงเอยกับคนในกลุ่มเองก็ได้นะ 5555
    #675
    0
  5. #673 -Sayuri- (@Cinderera22) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 08:56
    ชอบเด็กฮัฟเฟิลมาก จริงจังที่สุดกับเรื่องของกินอ่ะเนอะ55555555555555555555
    #673
    0
  6. #671 yatadan2004 (@yatadan2004) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 08:11
    อุ๊บ 555555+
    แหม น้องทิม
    #671
    1
  7. #670 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 07:39
    ทอมคนขี้หึง2020 คึๆๆๆ
    #670
    0