[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 41 : CHAPTER 41 : Graveyard

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 160 ครั้ง
    18 เม.ย. 63

CHAPTER 41

Graveyard

 

ร่างของชายหญิงคู่หนึ่งปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่สุสานแห่งหนึ่งดูไม่คุ้นตา ป้ายหลุมศพรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่ไม้ที่ยึดกันเป็นรูปไม้กางเขนแบบง่าย ๆ หรือแท่นหินเรียบ ๆ ที่สลักชื่อของผู้ตาย จนกระทั่งเป็นแท่นหินสลักเป็นรูปร่างแบบต่าง ๆ ตั้งแต่สัตว์เลี้ยง ยมทูตตามความเชื่อของมักเกิ้ล หรือแม้แต่สลักเป็นรูปปั้นจำลองรูปร่างผู้ที่นอนหลับใหลอยู่ใต้พื้นดิน เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบบนพื้นดินแห้ง ๆ ที่มีวัชพืชขึ้นแซมปรากฏสู่สายตาของทั้งสองที่กำลังยืนอยู่ในร่มไม้ของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งของสุสาน

 

"ชายคนนั้น เขาคือคนที่เธอปรารถนาจะเจอ" มือเรียวยกขึ้นชี้ไปที่ชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรก่อนจะยกขึ้นกอดอกอย่างระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนแขนข้างซ้าย ชายคนนั้นกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าป้ายหลุมศพที่ถูกสลักเป็นยมทูตกำลังง้างเคียวในมือขึ้นสูง

 

ในสุสานนี้นอกจากชายที่ลูเน็ตต้าชี้ไปและทั้งสองแล้ว ยังมีมักเกิ้ลอีกสองสามคนกระจายตัวอยู่ตามหลุมฝังศพรอบสุสานอยู่ด้วย พวกเขาทุกคนล้วนจมลงไปกับภวังค์แห่งความหลังที่มีร่วมกับคนที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนคืนจนไม่ได้มีอารมณ์มาสนใจว่าใครจะเข้ามาหรือออกไปจากสุสานนี้

 

"ฉันบอกว่าอะไร?" มือเรียวเปลี่ยนมาขวางตัวของเด็กหนุ่มที่ทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนั้นเอาไว้

 

"ผมต้องการให้เขารู้ว่าผมมีตัวตน"

 

"ไม่คิดว่ามันย้อนแย้งกันเกินไปหน่อยหรอ?" ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายหันมามองหญิงสาวเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอถาม

 

"ในใจก่นด่าว่าเขาสารพัด รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาเป็นเพียงมักเกิ้ลโสโครกคนหนึ่งแต่ยังคิดจะเอาตัวเข้าไปเกลือกกลั้ว มันไม่ย้อนแย้งกับความเกลียดชังอยู่ในใจของเธอเกินไปหน่อยหรอ?" ลูเน็ตต้าขยายความ คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงเป็นคำถาม

 

ทอมไม่ยอมตอบสิ่งที่เธอถาม มือหนากำแน่นจนข้อขึ้นริ้วขาวเพราะไฟแห่งโทสะกำลังสุมอยู่เต็มอก

 

"ในเมื่อเธอมองเขาต่ำต้อยและไร้ค่าถึงเพียงนั้น เลือกที่จะไม่ยุ่งกับเขาเลยจะไม่เป็นการดีกว่าหรือ?" ลูเน็ตต้าสัมผัสได้ถึงแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในตัวทอม ริดเดิ้ล ความโกรธ ความเกลียด ความน้อยเนื้อต่ำใจ และอีกมากมายถูกแสดงออกมาผ่านแววตาสีดำสนิทของเขาอย่างชัดเจน

 

"พวกเขาสมควรที่จะต้องได้รับรู้สิ่งที่ผมได้รับบ้าง"

 

"อะไรล่ะ ที่เธอต้องการให้เขาได้รับรู้ ความเกลียดชัง การโดนทิ้งเอาไว้ด้านหลังให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ความเจ็บปวด หรืออะไรกันแน่" ถึงแม้ว่าดวงตาสีเทาหม่นจะเลื่อนไปมองทอม ริดเดิ้ล ซีเนียร์ที่กำลังพูดรำพึงรำพันอยู่กับป้ายหลุมศพ แต่มือเรียวก็ยังคงยกค้างห้ามทอมเอาไว้เช่นเดิม

 

ทอม ริดเดิ้ลมองเธออย่างแปลกใจ และเขากำลังสงสัยว่าเธอได้พินิจใจเขาหรือเปล่า เพราะสิ่งที่หญิงสาวพูดออกมานั้นมันไม่ผิดไปจากที่เขาต้องการให้เป็นนัก ทันทีที่เขาได้เห็นชายคนนั้น ทุกสิ่งที่เคยอัดอั้นอยู่ในใจก็พลันระเบิดออกมาอย่างหยุดไว้ไม่อยู่

 

เพียงชั่วครู่ความคิดอันตรายก็ผุดเข้ามาในหัว ทอม ริดเดิ้ลอยากจะทำให้มักเกิ้ลคนนั้นได้ลิ้มรสกับทุกสิ่งที่ทอมได้เผชิญในชีวิตอย่างทุกข์ทรมานอย่างถึงที่สุด และฆ่าเขาให้ตายไปเสีย

 

 

มันเป็นเพียงชั่วครู่เท่านั้นที่ลูเน็ตต้ารับรู้ถึงความรู้สึกและความคิดของทอมที่แผ่ออกมาจากตัวของเขาโดยที่ไม่จำเป็นต้องพินิจใจ

 

 

"รู้ใช่ไหมว่าอนาคตที่รุ่งโรจน์ของเธอจะมอดดับลงทันทีที่เธอลงมือทำมัน และอัซคาบันจะเป็นที่อยู่ใหม่ของเธอ" หญิงสาวกระซิบเข้าที่ข้างหูของทอม ริดเดิ้ลด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

 

มันไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมายของลูเน็ตต้าเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอรู้ดีว่าทอม ริดเดิ้ลไม่ใช่คนที่สามารถปล่อยวางอะไรได้ง่ายขนาดนั้น มันไม่ผิดที่เขาจะมีความคิดอันตรายเช่นนั้นอยู่ในหัว แต่เธอหวังอย่างยิ่งว่าทอมจะยอมฟังคำเธอแล้วเอาความคิดนั้นออกไปเสีย

 

แม้ว่าทอม ริดเดิ้ลจะยังคงมีท่าทีนิ่งเรียบ ไม่ยอมปริปากอะไรออกมาอยู่เช่นเดิม แต่ความคิดของเขากำลังทำงานอย่างหนัก ราวกับว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ในหัวกำลังวิ่งวนไปทั่วอย่างสะเปะสะปะและวุ่นวายชวนให้ปวดหัว

 

ไม่นานนักที่ทุกอย่างในหัวเขาเริ่มเข้าที่เข้าทาง ทอม ริดเดิ้ลก็ให้คำตอบกับตัวเองได้ว่าเขาไม่ควรจะผลีผลามทำอะไรลงไปตามแรงอารมณ์ของตัวเองจนเกิดเรื่องตามมาเหมือนตอนที่เขากระทำกับลูเน็ตต้าเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม

 

ทอมยอมทำตามข้อแม้ที่หญิงสาวยื่นให้ก่อนหน้านี้ แม้จะไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นสิ่งที่เขาสมควรจะทำมากที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบกับอนาคตที่มีแผนการหลายอย่างกำลังรอเขาอยู่

 

ทอมไม่มีโอกาสมองหน้าพ่อของเขาใกล้ ๆ เพราะหญิงสาวไม่อนุญาตให้เข้าไปใกล้มากกว่านี้ ถึงกระนั้นเพียงแค่ด้านข้างของชายคนนั้นที่เขามองเห็น ทอมก็รับรู้ได้ทันทีว่านั่นคือพ่อของเขาตามอย่างที่หญิงสาวบอก เพราะผิวขาวสีซีดที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อผ้าที่ยับยู่เล็กน้อยและเค้าโครงหน้าที่ได้เห็นก็เดาได้ไม่ยากว่าสมัยที่เขายังหนุ่มนั้นเป็นคนที่หล่อเหลาและคล้ายคลึงกับทอมมากเพียงใด

 

ผ่านไปไม่นานนัก ชายที่ลูเน็ตต้าชี้ให้ทอมดูว่าเขาคือทอม ริดเดิ้ล ซีเนียร์ก็หยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินออกไปจากสุสานด้วยท่าทางที่ดูเศร้าสร้อยกับแผ่นหลังกว้างที่สั่นเทาเล็กน้อย

 

"ตามมาสิ่" หญิงสาวเริ่มก้าวเดินอีกครั้ง แต่เธอไม่ได้เดินไปในทิศทางที่ทอม ริดเดิ้ล ซีเนียร์คนนั้นเดินไป เธอกำลังมุ่งหน้าไปยังป้ายหลุมศพที่ทำจากหินแกรนิตที่ชายคนนั้นเพิ่งจะเดินจากไป กลิ่นลาเวนเดอร์อ่อน ๆ จากเรือนผมสีน้ำตาลที่สยายเต็มแผ่นหลังเล็กของเธอลอยมาแตะจมูกเขาเพราะแรงลม

 

 

ไม่รู้ว่าทำไม แต่ทอมกลับรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นนี้เหลือเกิน

 

 

"รู้อะไรไหม บางทีสิ่งที่เธอต้องการให้มันเกิดขึ้นกับเขา มันอาจจะเกิดขึ้นแล้วก็ได้" ริมฝีปากสีแดงเข้มเหมือนลูกเชอร์รี่สุกเริ่มเอื้อนเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบอีกครั้งเมื่อรับรู้ได้ว่าทอม ริดเดิ้ลเลือกที่จะเดินตามเธอมาจริง ๆ แทนการเดินตามมักเกิ้ลคนนั้นออกไป

 

"คุณหมายความว่าอะไร"

 

"ฉันคิดว่าเธอคงรู้ว่าหล่อนคือใคร" ดวงตาสีเทาหม่นของลูเน็ตต้ามองชื่อที่ถูกสลักบนแผ่นหินด้านข้างรูปสลักด้วยความเย็นชา เธอคว้าไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาโบกเบา ๆ ครั้งหนึ่งแล้วเก็บมันไปอย่างรวดเร็วเพราะไม่ต้องการให้ทอมได้มีโอกาสสังเกตไม้ของเธอ

 

เมื่อเวทมนตร์ออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์ ดอกโครคัสสีม่วงช่อหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงฐานของป้ายหินนั้นพร้อมกับทอมที่เริ่มอ่านชื่อซึ่งถูกสลักบนป้ายหินนั้นในใจ

 

 

เซซิเลีย ริดเดิ้ล

1907 - 1926

 

 

ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างเล็กน้อยอย่างประหลาดใจกับเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาตั้งแต่แรก

 

"เธอคือภรรยาของเขา" จากข้อมูลที่เขาได้มาจากอะบราซัสนั้นบอกเอาไว้ว่า เซซิเลีย คือชื่อภรรยาใหม่ของทอม ริดเดิ้ล ซีเนียร์หลังจากที่เขาเดินทางกลับมาที่ลิตเติ้ลแฮงเกิลตันโดยปราศจากภรรยาคนแรกที่หนีตามกันไปอยู่ไกลถึงลอนดอนราว ๆ สองสามเดือนเมื่อสิบกว่าปีก่อน

 

"การตายของหล่อนทำให้เขาได้เผชิญอยู่กับทุกอย่างที่เธอปรารถนาจะให้เขาได้รับรู้มาหลายปีได้อย่างดีเชียวล่ะ"

 

"ได้ยังไง?"

 

"ความรักไงล่ะ" หญิงสาวแค่นยิ้มฝืดให้กับป้ายหลุมศพในขณะที่ทอมแค่นเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์

 

"ยิ่งเขารักหล่อนมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งเจ็บปวดที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องหล่อนจากความตายที่พรากชีวิตหล่อนไปได้มากเท่านั้น" จากความเย็นชาที่ลูเน็ตต้ามอบให้กับร่างไร้วิญญาณที่อยู่ใต้เท้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉย และถ้าหากทอม ริดเดิ้ลตั้งใจจับสังเกตเธอให้มากขึ้นอีกสักหน่อย มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกผิดอันบางเบาที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ

 

 

จะไม่ให้ลูเน็ตต้ารู้สึกผิดได้อย่างไร ในเมื่อเธอเป็นคนฆ่าผู้หญิงคนนี้ด้วยตัวเอง

 

 

แน่นอนว่าเซซิเลียไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์รายแรกที่ลูเน็ตต้าลงมือ และถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกชินชากับเรื่องพรรคนี้มานานแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่เสียใจและรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง

 

ดังนั้นตลอดชีวิตอันยาวนานที่ผ่านมาของลูเน็ตต้า ช่อดอกโครคัสมักจะถูกนำมาวางไว้ที่หลุมศพของผู้ที่ตายโดยไร้ซึ่งความผิดอะไรด้วยน้ำมือของเธอทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปเยือนหลุมศพของคนเหล่านั้นอยู่เสมอ

 

 

เพราะพวกเขาล้วนแล้วแต่ไม่ได้มีพิษภัยอะไรเลย เธอจึงได้แต่ภาวนาให้พวกเขาได้ไปเกิดในชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม

 

 

"น่าสมเพช" ทอม ริดเดิ้ลพึมพำเสียงเบาให้กับความรู้สึกอ่อนแอที่พวกเขามี ไม่ว่าจะเป็นแม่ที่เลือกความตายมากกว่าเขาหรือพ่อที่ไม่เคยรับรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย พวกเขาทั้งสองล้วนดูน่าสมเพชไปหมดทุกอย่างในความคิดของทอม

 

การมีความรักหมายถึงการมีจุดอ่อน เพราะมันคือความอ่อนแอและบอบบางของมนุษย์

 

 

แต่ก็ว่าอะไรได้ไม่เต็มปากนักหรอก เพราะเหมือนว่าตัวเขาเองก็เผลอตัวจนมีมันอยู่เหมือนกัน

 

 

"ไปเถอะ ใกล้จะได้เวลามื้อเย็นแล้ว เราควรไปหาอะไรกินกันสักหน่อย" ลูเน็ตต้าเลิกสนใจคนตายแล้วมาให้ความสนใจกับคนเป็นอย่างทอมและตัวเธอเองที่ยังจำเป็นจะต้องใช้ชีวิตต่อไปแทน

 

พระอาทิตย์กลมโตคล้อยต่ำเตรียมตัวจะแตะกับขอบฟ้าหม่นแสงลงมากแล้วหากเทียบกับตอนแรกที่ทั้งสองมาถึงที่นี่ นอกจากจะไม่มีใครอยู่ในนี้ยกเว้นพวกเขาทั้งสองคนแล้ว ความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ยังทำให้สุสานที่ดูวังเวงอยู่แล้วดูวังเวงขึ้นอีกหลายเท่าตัว

 

"ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปกับคุณ" ทอมปฏิเสธแล้วทำท่าจะหมุนตัวเดินหนีเธอไป

 

"แต่เธอดูเหมือนยังมีคำถามที่ต้องการคำตอบอยู่นะ ใครจะรู้ บางทีฉันอาจจะให้คำตอบกับเธอได้ก็ได้" เธอพูดลอย ๆ แล้วหมุนตัวเดินไปคนละทางกับเขาบ้าง

 

"ฉันไม่ได้อยากจะเข้าข้างตัวเองนักหรอกนะ แต่ในหมู่บ้านที่มีแต่มักเกิ้ลที่เธอเกลียดชังนักหนาเต็มไปหมดแบบนี้ มีแต่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่สามารถพาเธอกลับลอนดอนได้ แต่ถ้าเธอไม่ต้องการก็ลืมมันไปเสียเถอะ" หญิงสาวยักไหล่ราวกับว่าสิ่งที่เธอพูดมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ทั้งยังเดินจากเขาไปไกลเรื่อย ๆ เรือนผมสีน้ำตาลที่สยายเต็มแผ่นหลังเล็กปลิวไปตามสายลมที่กำลังพัดเอื่อย

 

หนึ่ง

 

.

 

สอง

 

.

 

สาม

 

"ก็ได้" น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ดังขึ้นมาหลังจากที่ลูเน็ตต้านับในใจไปสามวินาที เพียงชั่วครู่ขายาว ๆ ของทอม ริดเดิ้ลก็พาตัวเองมาอยู่ด้านข้างหญิงสาวอีกครั้งพร้อมกับใบหน้าที่แฝงความเย่อหยิ่งเอาไว้เล็กน้อย

 

นับว่าทำลายสถิติใหม่ เพราะเวลาปกติเมื่ออยู่ที่ฮอกวอตส์ ลูเน็ตต้าต้องนับถึงเลขห้าหรือมากกว่านั้นเสียก่อนถึงจะได้ยินเสียงฝีเท้าที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดเล็ก ๆ เพราะไม่มีทางเลือกของเขาตามหลังเธอมา

 

"ฉันคิดว่าดัมเบิลดอร์คงเคยสอนเธอเรื่องคำลงท้ายประโยคแล้วนะ" อันที่จริงหากเป็นเวลาปกติที่ฮอกวอตส์นั้นเธอจะไม่ค่อยใส่ใจกับมารยาททางคำพูดของทอมสักเท่าไหร่ เพราะเขาไม่เคยพลาดเรื่องนี้เลย

 

แต่ตอนนี้ลูเน็ตต้าไม่ปฏิเสธเลยว่าเธอกำลังอารมณ์ดีเพราะทอมเลือกที่จะฟังเธอแทนการเอาแต่ใจของตัวเอง ดังนั้นการพูดเรื่องนี้ออกไปจึงเป็นเพียงการเหน็บแนมอย่างหยอกล้อเท่านั้น เธอไม่ได้คิดจะหาเรื่องอะไรเขาเลย

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นลูเน็ตต้าก็ยังไม่คิดจะยกโทษเรื่องที่เขาใช้อารมณ์กับเธอแล้วทำกระดูกที่ฟื้นตัวช้าเสียยิ่งกว่าอะไรของเธอร้าวหรอกนะ

 

 

"ครับ" ทอมกระแทกเสียงอย่างหงุดหงิด ดวงตาสีดำสนิทกลอกไปมาเบา ๆ พร้อมกับเบะปากเล็ก ๆ เหมือนที่ลูเน็ตต้าชอบทำเมื่อเจอเรื่องที่ไม่ชวนให้สบอารมณ์แล้วกลับไปทำหน้าไร้อารมณ์ก่อนที่คนข้าง ๆ จะเห็นเข้า

 

ไม่นานนักร่างสองร่างของชายหญิงคู่หนึ่งก็ออกมาจากสุสานของลิตเติ้ลแฮงเกิลตันที่ทั้งสองไม่ได้เดินผ่านในตอนแรกที่เอาแต่มุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์ริดเดิ้ล ถนนที่ปูด้วยหินของหมู่บ้านปรากฏสู่สายตาอีกครั้ง แต่มันไม่ได้สว่างมากเท่าตอนกลางวันแล้ว เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงโพล้เพล้และไฟสาธารณะของเมืองยังไม่ได้ถูกเปิดใช้

 

ตลอดสองข้างทางกลับมาขนาบด้วยบ้านเรือนที่กระจุกตัวเบียดเสียดกันอีกครั้ง มีมักเกิ้ลหลายคนรวมถึงเกวียนเทียมม้าขนธัญพืชสวนกันไปมาประปราย โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขากำลังมุ่งหน้ากลับเข้าบ้านตัวเอง แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่เลือกจะเดินเข้าบาร์เหล้าแทน

 

และลูเน็ตต้ากับทอมก็เป็นคนประเภทหลังที่เลือกเข้าบาร์เหล้าซึ่งเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์มากหน้าหลายตาที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นภาระงานแล้วมาสุมหัวเล่นพนันหรือสังสรรค์กันที่นี่ เพราะบาร์นี้ขายอาหารให้กับคนที่เดินทางผ่านมาหรือคนในหมู่บ้านที่ขี้เกียจเกินกว่าจะทำอาหารเย็นกินเอง

 

ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน บาร์เหล้ามักจะเป็นแหล่งข่าวและแหล่งซ่องสุมของโจรขโมยอยู่เสมอ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ลูเน็ตต้าซึ่งไม่ได้เกล้าผมให้ถูกธรรมเนียมพวกผู้ดีและแต่งตัวเหมือนพวกคนมีอันจะกินที่มักตกเป็นเหยื่อของหัวขโมยจะถูกจับจ้องเป็นพิเศษในทันทีที่เดินเข้ามา

 

ทอม ริดเดิ้ลที่อยู่ด้านข้างก็โดนแบบนั้นเช่นกัน แต่ไม่ใช่เพราะเขามีสมบัติล่อตาล่อใจให้ฉุดขโมยไปได้เหมือนกับลูเน็ตต้าที่สวมสร้อยไข่มุกล้อมเพชรเม็ดโต แต่มันเป็นเพราะหน้าตาที่เหมือนกับเศรษฐีประจำหมู่บ้านต่างหากที่ทำให้เขาถูกจ้องมองด้วยสายตาแปลก ๆ ราวกับคนเห็นผี

 

แต่ก่อนที่คนพวกนี้จะได้คิดแผนฉุดสร้อยของลูเน็ตต้าหรือซุบซิบนินทาเรื่องของทอม พวกเขาก็ต้องรีบเบนสายตากลับไปสนใจเรื่องตรงหน้าของตัวเองแทนเพราะบรรยากาศประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว มันทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่าหากตัวเองคิดจะมีเรื่องกับทั้งสองขึ้นมา มันคงไม่ต่างไปจากการหาเรื่องให้ตัวเองได้ตายเร็วขึ้น

 

ทันทีที่อาหารมาเสิร์ฟให้ทั้งสองซึ่งนั่งอยู่มุมหนึ่งของร้านหลังจากที่พวกเขาสั่งไปได้พักใหญ่แล้ว ลูเน็ตต้าก็โบกมือเบา ๆ เป็นการร่ายคาถาสกัดเสียงในทันที มันคือการส่งสัญญาณเล็ก ๆ ให้ทอมรู้ว่าเขาสามารถถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะมีมักเกิ้ลหูดีคนไหนมาได้ยินเข้า

 

"คุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะมาหาใคร?" ทอมเอ่ยปากถามทันทีหลังจากเงียบอยู่นาน เขาเพิ่งจะตีกับตัวเองในความคิดเสร็จว่าควรจะเริ่มถามคำถามไหนก่อน เพราะเลือกไม่ถูกว่าควรจะถามอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับเขา และไม่ทำให้ตัวเองพลาดท่าให้หญิงสาวที่มักทำให้เขาพลาดมานับครั้งไม่ถ้วนเมื่อได้อยู่กับเธอ

 

 

หญิงสาวตรงหน้าเขาคือผู้หญิงที่อันตรายอย่างร้ายกาจ และเธออันตรายมากกว่าใครทั้งหมดที่เขาเคยรู้จักในชีวิตนี้

 

 

"ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่ฉันจะเดาไม่ได้ และอีกอย่างฉันคือคนที่จัดการเรื่องการเงินให้กับเธอ มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ฉันจะอยากจับตามองเด็กที่ฉันช่วยเหลือ ดังนั้นถ้าฉันไม่รู้สิ่ถึงจะเรียกว่าแปลก" เธอตอบหลังจากที่จัดการกับมันบดในจานด้วยมือข้างเดียวเรียบร้อย

 

"คุณกำลังบุกรุกความเป็นส่วนตัวของผม และคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะทำมัน"

 

"ไม่มีกฎหมายของโลกเวทมนตร์ข้อไหนที่บอกว่าฉันทำมันไม่ได้ และหากเธอจะเอาเรื่องกับฉันเธอคงต้องเอาเรื่องกับคนแทบจะทั้งกระทรวงด้วย"

 

ทอมแค่นเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ เพราะเขาไม่สามารถเถียงเธอได้ กฎหมายของผู้วิเศษนั้นไม่ได้มีข้อไหนห้ามไม่ให้เธอจับตามองเขาอย่างที่เธอว่าจริง ๆ และใครหลายคนก็กำลังทำเรื่องแบบนั้นกับเขาอยู่จริง ๆ

 

"ถ้าคุณรู้อยู่แล้วว่าเขาอยู่ที่ไหน ทำไมคุณถึงไม่บอกให้ผมไปสุสานนั่นตั้งแต่แรก?"

 

"เธอเป็นคนนำฉันไปคฤหาสน์หลังนั้นเองนะ ทำไมฉันต้องห้ามด้วยล่ะ" เธอย้อนถามแล้วพยายามจัดการอาหารในจานให้หมดโดยเร็ว เพราะเธอไม่ชอบการกินไปพูดไป มันไม่ใช่มารยาทที่ดีเท่าไหร่นัก

 

ทอมไม่พูดอะไรออกมาอีกหลังจากที่เห็นหญิงสาวก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหาร เขาเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้าที่หญิงสาวสั่งให้บ้าง และกว่าจะได้คุยกันอีกทีพวกเขาก็จัดการกับมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

"ผมมีคำถาม"

 

"ว่ามาสิ่ ถ้าฉันสามารถให้คำตอบกับเธอได้ ฉันก็จะตอบ" ลูเน็ตต้าพยักหน้าเบา ๆ ในขณะที่คว้าเงินปอนด์ของมักเกิ้ลที่เตรียมเอาไว้อยู่ก่อนแล้วขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะแล้วพาเขาออกมาจากบาร์เหล้า

 

"คุณรู้จักวิธีทำให้เป็นอมตะไหม?" ทอมถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนเขากำลังพยายามกดดันให้เธอยอมตอบสิ่งที่เขาต้องการจะรู้

 

"เธออยากรู้ไปทำไม" ลูเน็ตต้าชะงักค้างไปครู่หนึ่งร้องถามอย่างแปลกใจ ที่ผ่านมาเธอคงปล่อยปละเขามากเกินไปทำให้เขายังคงพยายามวิ่งเข้าหาศาสตร์มืดอยู่แบบนี้

 

ลูเน็ตต้าไม่มั่นใจว่าเธอพลาดอะไรไปตอนไหนทำไมเขาถึงได้ปรารถนาในสิ่งที่อันตรายเกินกว่าจะครอบครองได้เช่นนี้ หลังจากนี้ไปเธอคงต้องพยายามมากกว่าเดิมเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เขาเข้าใกล้มันไปมากกว่านี้

 

 

ลูเน็ตต้าไม่อยากให้เขามีชีวิตยืนยาวแต่ต้องแลกกับความทุกข์ทรมานเช่นเธอ

 

 

"ผมแค่อยากรู้เอาไว้เป็นความรู้ให้ตัวเอง" ทอม ริดเดิ้ลใช้ข้ออ้างเดียวกันกับที่เคยใช้กับเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ในเวลานี้ ต่อให้เธอจะอันตรายมากพอ ๆ กับดัมเบิลดอร์ที่รู้จักตัวตนเขามากเกินไป ความคิดเล็ก ๆ ในหัวมันทำให้เขาเชื่ออยู่ดีว่าเธอน่าจะให้คำตอบดี ๆ กับเขาได้ ไม่ใช่คำตอบบ่ายเบี่ยงเหมือนเกลเลิร์ต

 

"ฉันคิดว่าเราอาจจะต้องคุยกันนานสักหน่อย คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมหากฉันต้องการไปคุยที่ห้องนอนของเธอ" หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ด้วยความกังวลเล็กน้อย แม้จะไม่มีมักเกิ้ลเดินสวนกันไปมาเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว แต่เรื่องที่เขาถามขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะจะพูดขึ้นมาอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ หญิงสาวเริ่มออกตัวเดินนำเขาไปที่ตรอกเล็ก ๆ มืด ๆ แถวนั้น

 

"คุณมีคำตอบให้ผมหรือเปล่า?" เด็กหนุ่มเลิกคิ้วมองเธออย่างประเมิน เพราะหลังจากที่ดัมเบิลดอร์มาหาตอนเขาอายุสิบเอ็ดขวบ เขาก็ไม่เคยให้ใครเข้าไปเหยียบพื้นห้องที่คับแคบของเขามาก่อนเลย แต่หากเธอมอบในสิ่งที่เขาต้องการได้แลกกับการที่เธออยู่ในห้องนั้นไม่นานมันก็ฟังดูคุ้มอยู่ไม่น้อย

 

ลูเน็ตต้ามองเขาอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าออกไปอย่างไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นัก เมื่อเห็นแบบนั้นทอมก็ยื่นมือออกมาพร้อมกันกับเธอ พริบตาเดียวที่มือทั้งสองประสานกันร่างสองร่างนั้นก็หายไปทันที

 

 

พรึ่บ!

 

 

ทั้งสองปรากฏขึ้นอีกครั้งในห้องที่คับแคบของทอม ริดเดิ้ลซึ่งอยู่บนชั้นสองของโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยที่ทอมเป็นคนนึกถึงจุดหมายที่ต้องการจะมา และเวทมนตร์ในตัวลูเน็ตต้าทำให้การหายตัวจากลิตเติ้ลแฮงเกิลตันมายังลอนดอนเป็นไปด้วยความราบรื่น ทั้งยังไม่ทิ้งร่องรอยอะไรให้พวกกระทรวงหรือใครตรวจสอบได้อีกด้วย

 

"คำตอบล่ะ" ทอมเปิดประเด็นอีกครั้งหลังจากที่ลูเน็ตต้าร่ายคาถาสกัดเสียงเสร็จแล้ว ริมฝีปากสีเข้มเม้มเข้าหากันแล้วคลายออกอย่างรวดเร็ว

 

เธอตัดสินใจแล้วที่จะให้คำตอบเขากับเขา แม้เธอจะรู้ดีว่ามันไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีเลย เพราะมันอาจจะทำให้ทอมเข้าใกล้กับศาสตร์มืดเข้าไปอีกก้าวใหญ่ แต่อย่างน้อย มันอาจจะดีกว่าการที่เขารู้มันด้วยตัวเองโดยที่เธอไม่สามารถห้ามเขาได้

 

หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วเสกเก้าอี้ตัวหนึ่งขึ้นมานั่งในขณะที่ทอมยังคงยืนนิ่งพลางใช้สายตาคาดคั้นมองมาที่เธอเหมือนเดิม

 

"นิทานสามพี่น้องของบีเดิลยอดกวี เธอเคยอ่านมันหรือเปล่า?" หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเปิดปากถาม

 

"ไม่ มันเป็นนิทานที่ไร้สาระเกินไป"

 

"ใช่ แต่รู้อะไรไหม มีคนจำนวนไม่น้อยเลยปักใจเชื่อนิทานของเขา" จริงอย่างที่ทอม ริดเดิ้ลบอก มันเป็นเพียงนิทานที่ไร้สาระ แต่กระนั้นก็ยังมีคนหลายคนเลือกที่จะเชื่อมัน และมีอีกหลายคนที่เดินหน้าตามหาวัตถุในนิทานดังกล่าวอย่างไม่เคยลดละความพยายาม

 

"เมื่อนานมาแล้ว มีพ่อมดสามคนกำลังจะข้ามแม่น้ำที่ลึกเกินกว่าจะเดินข้าม ทั้งยังเชี่ยวกรากเกินกว่าจะว่ายข้ามไป และใช่-- พวกเขาเป็นผู้วิเศษเหมือนกับพวกเรา เพียงแค่โบกไม้กายสิทธิ์พวกเขาก็สามารถสร้างสะพานข้ามมันไปได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองแรงอะไรเลย

 

เมื่อเดินไปถึงกลางสะพาน พวกเขาก็พบกับยมทูตเจ้าเล่ห์ที่กระหายในวิญญาณตนหนึ่งขวางทางเอาไว้ เขาโกรธมากที่ไม่ได้รับวิญญาณทั้งสามดวงไป เพราะปกติแล้วทุกคนที่พยายามข้ามแม่น้ำดังกล่าวมักจะจบชีวิตลงตรงนั้นเสมอ

 

อย่างที่บอก ยมทูตตนนั้นมีความเจ้าเล่ห์มากพอ เขาแสร้งทำเป็นยินดีกับความฉลาดและเวทมนตร์ที่พวกเขามี และบอกว่าพวกเขาทั้งสามสมควรที่จะได้รับรางวัลในฐานะที่ฉลาดมากพอที่จะหลีกหนีจากยมทูตได้

 

นิทานบอกเอาไว้ว่าคนโตนั้นชื่นชอบการต่อสู้ เขาขอไม้กายสิทธิ์ที่ทรงอำนาจเหนือไม้ใด ๆ บนโลกนี้ ต้องเป็นไม้ที่ทำให้เจ้าของชนะในการประลองเสมอ และมันจะต้องเป็นไม้ที่ทรงอำนาจและมีค่าคู่ควรกับเขาที่สามารถเอาชนะยมทูตได้ เมื่อได้ยินแบบนั้นยมทูตจึงข้ามสะพานไปหักกิ่งต้นเอลเดอร์ที่ขึ้นอยู่ริมแม่น้ำมาให้" มือเรียวเสกคาถาโดยที่ไม่ใช้ไม้เรียกให้กระดาษเปล่าและปากกาขนนกมาปรากฏตรงหน้าก่อนจะขีดเส้นยาว ๆ ลงไป

 

"คนกลางถูกอธิบายเอาไว้ว่าเขาเป็นคนหยิ่งยโส เขาต้องการทำให้ยมทูตรู้สึกอับอายมากขึ้นอีกจึงร้องขออำนาจที่สามารถเรียกใครก็ได้กลับมาจากความตาย ยมทูตตนนั้นจึงมอบก้อนหินก้อนหนึ่งให้เขาแล้วบอกว่าหินก้อนนี้จะนำพาคนตายกลับมาหาเขาได้" มือเรียววาดวงกลมทับเส้นยาวก่อนหน้า

 

"คนสุดท้าย นิทานบอกว่าเขาฉลาดและถ่อมตัวที่สุดในบรรดาพี่น้อง เขาไม่คิดไว้ใจยมทูตเลยจึงร้องขอสิ่งที่จะทำให้เขาออกไปจากตรงนั้นโดยที่แม้แต่ยมทูตก็ไม่สามารถติดตามเขาไปได้ ยมทูตจึงมอบผ้าคลุมล่องหนของตัวเองให้เขาอย่างไม่เต็มใจแล้วหลีกทางให้กับสามพี่น้องที่พวกผู้วิเศษเชื่อกันว่าเป็นคนตระกูลเพฟเวอเรลล์" หญิงสาววาดสามเหลี่ยมล้อมสิ่งที่เธอขีดเขียนเอาไว้ก่อนหน้า

 

"พวกผู้วิเศษยังเชื่อกันว่า หากใครได้ครอบครองวัตถุเวทมนตร์ทั้งสามชิ้นนี้จะมีชีวิตเป็นนิรันดร์และกลายเป็นนายแห่งความตาย ดังนั้นจึงมีคนจำนวนไม่น้อยออกเดินทางตามหาของเหล่านี้แล้วจบชีวิตลงโดยที่อาจจะเคยครอบครองชิ้นใดชิ้นหนึ่ง หรือไม่ก็ไม่เคยได้เห็นมันเลย" เธอยื่นกระดาษให้ทอมดู

 

ทอมมองสัญลักษณ์ในกระดาษอย่างประหลาดใจ ไม่ใช่เพราะรู้สึกประหลาดใจกับนิทานไร้สาระที่อีกฝ่ายเล่า แต่มันเป็นเพราะเขารู้สึกคุ้นเคยและคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเคยเห็นอยู่บ่อย ๆ

 

"สัญลักษณ์ของกรินเดลวัลด์"

 

 

_______________

 

*ดอกโครคัสหรือดอกบัวดินฝรั่ง มีความหมายแฝงว่า ไม่มีพิษไม่มีภัย ในประวัติศาสตร์ได้กล่าวถึงดอกไม้ชนิดนี้ว่าเป็นดอกไม้ที่ชาวโรมันนิยมปลูกบนหลุมฝังศพ เพราะพวกเขามีความเชื่อว่าดอกโครคัสสามารถทำให้ผู้ตายได้จุติใหม่โดยมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมค่ะ

 

Talk :

ขอสารภาพว่าตอนนี้เป็นอีกตอนที่แต่งยากมากเลยค่ะ เพราะไรท์ตัดสินใจอยู่นานมากว่าควรจะให้น้องทอมรู้สึกหรือทำยังไงกับการที่ได้เจอพ่อเป็นครั้งแรก มันอาจจะเป็นช่วงสั้น ๆ แต่ไรท์ใช้เวลาตรงนั้นนานมาก ๆ เลย พิมพ์ ๆ ลบ ๆ ตั้งหลายรอบ //ปาดน้ำตา

จริง ๆ จะต่อเนื้อหาอีกสักหน่อยแต่พอมาเห็นจำนวนตัวอักษรแล้วเลยขอตัดให้ขาดเลยฉับ ๆๆ ตรงนี้ก่อนนะคะ ก่อนที่มันจะยาวเกินไปจนตอนหน้าไม่มีอะไรให้แต่ง ; - ;

สำหรับตอนนี้เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนนน มาคอมเมนต์พูดคุยหรือถามไรท์กันได้นะคะ แล้วก็ติชมกันได้ตลอดเลยยย ( อยากอ่านคอมเมนต์ของทุกคนมาก ๆ ) อย่าลืมเป็นกำลังใจให้ทอมกับลูเน็ตแล้วก็ไรท์กันด้วยนะคะะ ทุกกำลังใจของทุกคนส่งมาถึงไรท์ไม่มีตกหล่นแน่นอนค่ะะะ สุดท้ายนี้ก็อย่าลืมดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคนนนน

รักและเป็นห่วงทุกคนเลยค่ะะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 160 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 21:57
    ชอบตรงที่ไรต์แต่งได้เนียนมากๆ มันแทรกเข้าไปในเนื้อเรื่องหลักได้เนียนจริงๆ แต่งดีจังค่ะ อืออ ชมรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้
    #827
    0
  2. #418 Guitarista (@Guitarista) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 15:17
    สนุกมากๆค่ะ
    #418
    0
  3. #415 Manzanas (@apple28012542) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:16

    กลัวว่าพอทอมเห็นพ่อเป็นแบบนั้นเพราะความรัก ก็จะยิ่งปฏิเสธใจตัวเองเข้าไปอีก
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #415
    0
  4. #411 Unnil (@Unnill) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 22:40
    รออๆๆๆ หนุกมากก
    #411
    0
  5. #409 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 12:32
    ทอมยอมรับแล้วว่ามีความรัก ว่้ายยยยย
    #409
    0
  6. #406 Luciano_aummy (@Luciano_aummy) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 08:18
    สนุกมากๆๆๆๆค่ะ
    #406
    0
  7. #405 Moragod Thinnamai (@Moragod-T) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 08:00

    สนุกมากค่ะ ทอมเหมือนจะยอมรับแล้วว่าตัวเองกำลังมีความรัก

    #405
    0
  8. #404 Lolita​ (@Delphi) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 06:57
    สนุกมากเลยค่ะ
    #404
    0
  9. #403 peempeem000 (@peempeem000) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 05:10

    สนุกมากค่ะรอติดตามต่อไป.. ปล.อยากได้ฉากเลิฟซีน อุอิอุอิ
    #403
    0
  10. #402 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 02:19
    ทอมมี่นายอย่าเป็นเลย อยู่ไปจนแก่กับลูเน็ตน้อยดีกว่า ไรท์สู้ๆน้า เรื่อยๆ
    #402
    0
  11. #401 p__p_pinn (@patamavan555) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 01:52
    อัพแล้วรีบมาอ่านเลย55555
    นุ้งทอมอย่าคิดที่จะเป็นอมตะเลยมันทรมานนะลูก เข้าใจนางเอกเลยเพราะว่าอยู่มานานถ้าเทียบกับทอมซึ่งน้องยังเด็กแล้วก็ยังไม่รู้ผลลัพธ์จากการเป็นอมตะเลยไม่เข้าใจ ต้องเห็นกับตาตัวเองงี้ ขอให้ตอนจบแฮปปี้ด้วยเถอะะ5555555อยากเห็นทั้งคู่มาความสุขอยู่ด้วยกัน เลิฟเลิฟ
    #401
    0