[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 39 : CHAPTER 39 : Remorse

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 161 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

CHAPTER 39

Remorse

 

ในตอนเช้าของวันถัดมา ทอม ริดเดิ้ลยังคงไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าความรู้สึกที่มันปั่นป่วนอยู่ในหัวเขาตลอดทั้งคืนมันมีอะไรบ้าง ทุกอย่างผสมปนเปจนไม่อาจจะจับแยกออกจากกันได้

 

เมื่อคืนเขาไม่สามารถจะไปที่บ้านลินด์เซย์ผ่านทางเตาผิงของคฤหาสน์ชาฟิกได้เพราะเหมือนมีใครปิดเครือข่ายเอาไว้ทำให้เขาต้องกลับมาที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยการออกไปยืนโบกไม้กายสิทธิ์หน้าคฤหาสน์ชาฟิกเพื่อเรียกรถเมล์อัศวินราตรีแทนเนื่องจากไม่มีใครสามารถเสกกุญแจนำทางให้เขาได้เพราะมันผิดกฎหมายและไม่เคยมีใครเห็นสถานที่ที่เขาต้องการจะไปมาก่อน

 

แม้ว่าอารมณ์ของทอมจะเย็นลงมากแล้ว แต่ทอมยังสามารถพูดได้เต็มปากว่าเขาไม่พอใจอย่างยิ่งที่ตัวเองไม่สามารถตามลูเน็ตต้ากลับไปที่บ้านหลังนั้นซึ่งให้ความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นใจเล็ก ๆ กับเขามากกว่าที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้าเก่า ๆ ได้ แต่ทอมก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดแบบเต็มประตู เพราะอารมณ์ที่เขาเลือกจะไม่ควบคุมให้ดีเหมือนกับตลอดเวลาหลายปีที่ผ่าน ๆ มา

 

ทอมไม่มั่นใจนักว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นเขาที่เขาตาฝาดหรือว่ามันคือเรื่องจริงกันแน่ แต่ถึงกระนั้นการคาดเดาภายในใจของทอมมันเทไปอย่างหลังเกินครึ่งไปเยอะแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะมานั่งกุมหัวตัวเองอยู่ในห้องนอนที่ดูคับแคบเกินไปสำหรับเขาในวัยสิบห้าปีหลังจากที่ลงไปทานมื้อเช้าอันน้อยนิดที่เด็กเหลือขอคนอื่นเหลือเอาไว้ให้

 

แต่ทอมก็ไม่ได้นั่งเหมือนคนหมดหนทางนานขนาดนั้น เขารู้ตัวว่าควรจะไปพูดคุยปรับความเข้าใจกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นเมื่อคืนสักเล็กน้อยกับลูเน็ตต้าที่ยังจำเป็นสำหรับแผนการอันยิ่งใหญ่ในอนาคตของเขาหลังผ่านเรื่องเมื่อคืนนั้นและทะเลาะกับตัวเองในหัวมาแล้วหนึ่งวันเต็ม

 

ดังนั้นทอมจึงใช้เวลาตลอดวันที่สองหลังจากที่เกิดเรื่องไปกับการพยายามหายตัวไปบริเวณใกล้เคียงบ้านของลูเน็ตต้า เพราะเขารู้ดีว่าไม่สามารถหายตัวไปที่นั่นได้เนื่องจากคาถาที่ถูกลงเอาไว้

 

แต่แน่นอนว่ามันไม่เป็นผล เพราะเขายังอยู่ภายในห้องของตัวเองทุกครั้งราวกับว่าทุกพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงบ้านหลังนั้นจะถูกลงคาถาห้ามหายตัวเหมือนกันกับที่ฮอกวอตส์เอาไว้ทั้งหมดทั้งที่ตอนปิดเทอมใหม่ ๆ เขายังหายตัวไปได้อยู่เลย

 

ดังนั้นในตอนเช้าของวันที่สาม ทอม ริดเดิ้ลที่ยังไม่ได้เจอหน้าลูเน็ตต้าเลยจึงตัดสินใจปีนออกจากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าผ่านหน้าต่างห้องที่ขุ่นมัวของเขาแล้วเดินลัดเลาะไปตามทางที่เขาเคยใช้ในตอนที่ตัวเองยังไม่รู้จักกับเวทมนตร์หายตัวอย่างชำนาญเพื่อไปที่บ้านของเด็กสาวด้วยอารมณ์ที่หลากหลายไม่ต่างไปจากวันแรกแทนที่จะนั่งรถเมล์อัศวินราตรีเพราะเขาไม่อยากจะเสียเงินแม้แต่คนุตส์เดียว

 

แต่ก็ต้องผิดหวังอีกครั้งเมื่อมาถึงแล้วทอมพบว่าประตูบ้านล็อก และไม่อาจสะเดาะกลอนด้วยคาถาได้ แทนที่ประตูบ้านจะเปิดออกเพื่อต้อนรับเขาตามคำอนุญาตซึ่งอยู่ในหนึ่งข้อตกลงที่เกลเลิร์ตเสนอให้เขาหากเขาสามารถพินิจใจของเกลเลิร์ตได้เมื่อปีที่แล้ว กลับมีจดหมายที่เขียนด้วยลายมือสวยงามและเป็นระเบียบมากเกินกว่าจะเป็นลายมือของลูเน็ตต้าร่อนออกมาจากช่องรับจดหมายของประตูบ้านแทน

 

 

'

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เราไม่ต้อนรับใครทั้งนั้น กรุณาไปให้พ้นจากประตูบานนี้ซะ

'

 

 

และใช่ กระดาษที่เขียนข้อความไล่กันอย่างโจ่งแจ้งนี้ไม่สามารถทำอะไรทอม ริดเดิ้ลผู้ที่เรียนรู้การเสแสร้งตีหน้ามึนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้ตลอดเวลาจากเซซิล เลสแตรงจ์ได้เลย

 

หน้าบ้านลินด์เซย์ซึ่งมีเพียงแม่มดสาวอย่างลูเน็ตต้าผู้เป็นเจ้าของ และเอลฟ์ประจำบ้านอีกหลายชีวิตอาศัยอยู่มักจะมีร่างของเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้ครอบครองใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักชิ้นเอกของปวงเทพนามทอม ริดเดิ้ลปรากฏตัวนั่งอยู่หน้าประตูบ้านด้วยใบหน้านิ่งเฉยในทุก ๆ วันตลอดสองสัปดาห์ของเดือนสิงหาคมจนมักเกิ้ลที่จำเป็นจะต้องเดินผ่านหน้าบ้านหลังนี้เพื่อไปและกลับที่ทำงานมองด้วยความแปลกใจจนเลิกให้ความสนใจเขาไปเอง

 

 

.

 

.

 

.

 

 

เนื่องจากตลอดเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาซึ่งมีทอม ริดเดิ้ลเข้าออกบ้านของเธออยู่เสมอด้วยคำอนุญาตของเกลเลิร์ตทำให้เธอจำเป็นจะต้องใช้เวทมนตร์เพื่อเปลี่ยนให้ตัวเองกลายเป็นลูเน็ตต้า เซลวินในวัยย่างเข้าสิบห้าปีอยู่ตลอดเวลา นั่นส่งผลให้ลูเน็ตต้า ไคลิกในร่างจริงของตัวเองตื่นขึ้นมาอีกครั้งจากการหลับใหลในเช้าของวันที่สามหลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของเอนิซซ่า

 

"พินซ์ เกลเลิร์ตหายไปไหน" ลูเน็ตต้าถามเสียงนิ่งเมื่อตัวเองลงมาชั้นล่างแล้วไม่เจอตัวคนที่สมควรจะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ของเดลี่พรอเฟ็ตอยู่ในห้องอาหารเพื่อรอเธอลงมากินมื้อเช้าพร้อมกันหรือไม่ก็สวมผ้ากันเปื้อนทำแพนเค้กอยู่ในครัวอย่างเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์

 

"ขอนายหญิงให้อภัยด้วย พินซ์ไม่รู้จริง ๆ ขอรับ เอลฟ์ทุกตัวที่นี่กว่าจะมารู้ตัวกันอีกทีนายน้อยก็หายไปแล้ว ไม่มีอะไรของนายน้อยหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่อย่างเดียวราวกับว่าเขาไม่เคยมาที่นี่มาก่อน" พินซ์โขกหัวกับพื้นอย่างละอายใจที่มันไม่สามารถให้คำตอบกับนายหญิงของมันได้

 

และจริงอย่างที่พินซ์ว่า เกลเลิร์ตไม่ได้ทิ้งอะไรไว้เลย ไม่มีแม้แต่โน้ตย่อหรือร่องรอย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลูเน็ตต้าตรวจจับได้ภายในบ้านล้วนแล้วแต่แสดงผลออกมาราวกับว่าเกลเลิร์ตของเธอไม่เคยได้ย่างกรายมาเยือนบ้านหลังนี้มานานแล้ว

 

มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่เกลเลิร์ตจะหายไปเฉย ๆ แบบที่ไม่บอกไม่กล่าวกัน เพราะเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนที่อุดมการณ์ที่เกลเลิร์ตมองว่ามันยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดกำลังรุ่งเรืองจนไม่อาจมีใครหยุดยั้งได้เขาก็มักจะหายไปแบบนี้

 

"หยุดโขกหัวได้แล้ว เล่าเรื่องระหว่างที่ฉันหลับไปมาให้หมด" ลูเน็ตต้าพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่คิดมากขณะที่พยายามจัดการกับมื้อเช้าให้หมดโดยเร็วที่สุด เธอพยายามคิดว่ามันคือเรื่องปกติที่เขาเคยทำ แต่เธอกลับไม่อาจคิดแบบนั้นได้

 

 

มันผิดปกติเกินไป เกลเลิร์ตไม่เคยลบร่องรอยของตัวเองจนเกลี้ยงแบบนี้

 

 

"เรียนนายหญิง ทุกอย่างยังปกติดีในตอนที่นายหญิงกลับมาจากงานเลี้ยง แต่นายน้อยหายไปตอนไหนพวกเราก็ไม่อาจรู้ได้จริง ๆ ขอรับ ทันทีที่พวกเรารู้สึกตัวถึงสิ่งผิดปกติ พวกเราก็สำรวจกันทั่วบ้านว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างยังอยู่ปลอดภัยและครบถ้วน วะ... เว้นก็ตะ.. แต่" พินซ์เสียงแผ่วลงในช่วงท้าย มันอึกอักไม่กล้าพูดออกมาเพราะรู้สึกละอายใจเหลือล้นจนอยากจะโขกหัวตัวเองให้ตายเพราะการทำหน้าที่ที่ผิดพลาด

 

"พูดมันออกมา"

 

"กล้องมองทะลุของนายหญิงหายไปขอรับ" พินซ์พูดเสียงแผ่วพลางนึกย้อนไปถึงตอนที่มันถือวิสาสะเข้าไปตรวจสอบห้องของนายหญิงที่ยังไม่ได้สติเพื่อให้มั่นใจว่าของในบ้านยังอยู่ครบถ้วนหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ที่แปลกเกินกว่าจะอธิบายได้กับพวกมันแล้วพบว่ากล้องมองทะลุราคาสูงลิบลิ่วเพราะมีเพียงชิ้นเดียวในโลกซึ่งควรจะอยู่ในกล่องกำมะหยี่ซึ่งถูกเก็บรักษาอย่างดีที่ลิ้นชักโต๊ะข้างหัวเตียงของนายหญิงหายไป

 

"มีอะไรอีกไหม" ลูเน็ตต้าหายใจเข้าออกแรง ๆ หลายครั้งพลางยกมือขึ้นลูบอกเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลออาละวาดกวาดชุดจานชามราคาแพงลงพื้นเพื่อระบายอารมณ์ ลูเน็ตต้าไม่ปฏิเสธว่าเธอโกรธที่สมบัติที่มีค่าและมีประโยชน์มาก ๆ อย่างกล้องมองทะลุที่เธอได้มันมาจากคนคนหนึ่งเมื่อนานมาแล้วซึ่งมีเพียงชิ้นเดียวและมันเป็นของเธอนั้นหายไป แต่การที่มันหายไปทำให้ลูเน็ตต้าสามารถรู้ได้ทันทีว่าไม่มีทางที่จะเป็นเกลเลิร์ตเอามันไป

 

เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ของเธอแม้จะร้ายกาจเพียงใดเขาไม่เคยลดตัวลงไปกระทำเรื่องอันน่ารังเกียจอย่างการลักขโมย และหากเขาลดตัวลงไปทำเรื่องพรรคนั้นจริง แหวนของพวกก๊อนท์ที่มีหัวแหวนเป็นหินชุบวิญญาณ หนึ่งในเครื่องรางยมทูตซึ่งเกลเลิร์ตยังไม่ลดละความพยายามในการตามหาย่อมต้องหายไปด้วยแล้ว

 

 

ลูเน็ตต้าคิดว่าอาจจะมีใครบางคนที่ไม่สมควรอยู่ที่บ้านหลังนี้อยู่กับเกลเลิร์ตในวันที่เขาหายตัวไปด้วย

 

 

"นายน้อยทอมกำลังพยายามเข้ามาในบ้านขอรับ" พินซ์รายงาน ก่อนหน้านี้ที่นายหญิงจะลงมา มันเพิ่งจะไปใช้เวทมนตร์เขียนจดหมายบอกนายน้อยให้กลับไป แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเพราะทอม ริดเดิ้ลเหยียดรอยยิ้มร้ายกาจใส่จดหมายทั้งยังนั่งปักหลักอยู่หน้าบ้านราวกับว่าเขาจะไม่ยอมไปไหนแน่ ๆ

 

"เพราะนายหญิงยังไม่ตื่นกระผมเลยถือวิสาสะเขียนจดหมายเชิญเขากลับไปตามที่นายหญิงสั่งเอาไว้ ตอนนี้นายหญิงจะให้กระผมจัดการอย่างไรต่อไปดีขอรับ?"

 

"ไม่ต้องเปิดประตูบ้านให้เขา อยากจะนั่งอยู่ตรงนั้นก็ปล่อยให้เขานั่งไป ฉันจะคอยดูว่าคนไร้ความอดทนแบบนั้นจะอดทนไปได้อีกนานแค่ไหน" ลูเน็ตต้าว่าเสียงเรียบราวกับว่าไม่ได้มีเยื่อใยใด ๆ ให้กับคนที่กำลังนั่งอยู่หน้าประตูบ้านเธอ

 

ทั้งที่ความเป็นจริง ลูเน็ตต้าเริ่มมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ มาได้พักหนึ่งแล้วว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อทอม ริดเดิ้ลมันคือความรู้สึกประเภทไหน และลูเน็ตต้ารู้ดีว่ามันเป็นความรู้สึกที่ไม่สมควรจะมีตัวตนอยู่ภายในใจของเธอเลยแม้แต่น้อยจะทำให้เธอรู้สึกสงสารและอยากจะวิ่งไปเปิดประตูรับเขาเข้ามาในบ้านเสียเดี๋ยวนี้ก็ตาม

 

แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความรู้สึกนั้นอีกเช่นกันที่ทำให้ลูเน็ตต้ารู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยกับสิ่งที่เขากระทำกับเธอ มันทำให้เธอไม่อยากจะแม้แต่เดินออกไปจากห้องนี้เพื่อเดินไปส่องตาแมวที่ประตูด้วยซ้ำ

 

"เกลเลิร์ตไม่อยู่แล้ว คำอนุญาตของเขาถือเป็นโมฆะ นับแต่นี้หากเกลเลิร์ตไม่อยู่ที่นี่ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เปิดประตูต้อนรับทอม ริดเดิ้ลเข้าบ้านหากฉันไม่อนุญาต" ลูเน็ตต้าไม่รู้ว่าทอมกับเกลเลิร์ตทำข้อตกลงอะไรกันบ้างเขาถึงได้ไว้ใจให้เด็กอย่างทอม ริดเดิ้ลซึ่งเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานสามารถเข้านอกออกในบ้านของเธอได้ตามใจชอบ

 

แต่ตอนนี้คนทำข้อตกลงกับทอมไม่อยู่แล้ว และเธอไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับผลประโยชน์ของพวกเขาทั้งสองคน และในเหตุการณ์เมื่อวันนั้น ทอม ริดเดิ้ลเป็นฝ่ายผิด ดังนั้นการปล่อยให้เขาอดทนรอเธอที่หน้าบ้านอย่างสำนึกในความผิดของตัวเองโดยที่ไม่มีใครมีสิทธิ์เปิดประตูต้อนรับเขาเข้ามานั้นเป็นสิ่งสมควรแล้วสำหรับทอม ริดเดิ้ล

 

 

มันคือราคาที่ทอม ริดเดิ้ลจำเป็นจะต้องจ่ายให้กับลูเน็ตต้าสำหรับการที่เขาทำร้ายเธอทั้งร่างกายและจิตใจ

 

 

หญิงสาวทำท่าเหมือนเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นได้หลังจากที่นั่งใช้ความคิดของตัวเองเมื่อครู่นี้ มือเรียวถกแขนเสื้อคลุมผ้าซาตินเนื้อบางข้างซ้ายขึ้นเพื่อตรวจสอบอะไรบางอย่างที่เธอลืมไปเสียสนิท

 

บริเวณต้นแขนของเธอปรากฏรอยช้ำเป็นจ้ำตามขนาดมือของทอม ริดเดิ้ลที่ค่อย ๆ จางลงแล้วตามเวลาที่ผ่านไป ความปวดแล่นริ้วสู่สมองอย่างฉับพลันเมื่อเธอมองเห็นร่องรอยการกระทำของคนที่นั่งอยู่หน้าประตูบ้าน

 

"พินซ์ ยังมีน้ำยาฟื้นฟูเนื้อกระดูกเหลืออยู่ไหม" ลูเน็ตต้าถามเสียงนิ่งมองแขนของตัวเองที่เผลอใช้งานไปอย่างไม่ทันระวัง หญิงสาวค่อนข้างประหลาดใจอยู่พอสมควรเพราะร่องรอยที่ยังคงสามารถมองเห็นได้ทั้งที่มันควรจะหายไปตั้งแต่คืนแรกที่เธอหลับพักผ่อนแล้ว

 

การที่มันยังคงสร้างความเจ็บปวดจนลูเน็ตต้าสามารถเบ้หน้าได้ย่อมบ่งบอกได้อย่างง่ายดายว่าที่ต้นแขนของเธอมันไม่ได้เป็นแค่รอยช้ำธรรมดาทั่วไป ดูเหมือนกระดูกต้นแขนของเธอจะร้าวจากแรงมหาศาลซึ่งมีส่วนจากเวทมนตร์ในตัวของทอม ริดเดิ้ลเสียแล้ว

 

 

พละกำลังซึ่งมีส่วนช่วยจากเวทมนตร์ของเขาเยอะพอ ๆ กับโทรลล์ภูเขาโตเต็มวัยที่ลูเน็ตต้าเคยลงภาคสนามไปจัดการเมื่อนานมาแล้วเลยทีเดียว

 

 

"ตอนนี้เรามีแต่น้ำยาปลูกกระดูกขอรับ นายหญิง" พินซ์ที่หายตัวดัง 'ป๊อบ!' ไปดูน้ำยาที่นายหญิงถามหากลับมารายงานอีกครั้ง

 

"ดูเหมือนฉันจะต้องไปเซนต์มังโกสักหน่อย ดูแลบ้านด้วย" น้ำยาปลูกกระดูกมีฤทธิ์แรงเกินไปสำหรับกระดูกที่ร้าวของลูเน็ตต้า ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะไปหาหมอที่เซนต์มังโกแทนที่จะเสียเวลาปรุงน้ำยาด้วยตัวเองเพราะการจะปรุงน้ำยานั้นใช้เวลานานมากเกินไป และเธออาจจะได้มีอาการปวดเรื้อรังมากกว่าเดิมหากทิ้งมันไว้นาน

 

 

.

 

.

 

.

 

 

"พินซ์ เขายังไม่ไปอีกหรือ?" จากวันที่เธอตื่นขึ้นมาก็ผ่านไปร่วมสองสัปดาห์แล้ว หลังจากที่ไปเซนต์มังโกลูเน็ตต้ายังจำเป็นจะต้องพักการใช้แขนซ้ายที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลที่ต้นแขนตามคำสั่งของผู้บำบัดที่ค่อนข้างกังวลกับกระดูกที่ฟื้นตัวตัวเองช้ากว่าพ่อมดแม่มดทั่ว ๆ ไปของลูเน็ตต้า พวกเขาบอกว่าเธออาจจะต้องพันผ้าแบบนี้สักเดือนหนึ่งเพื่อให้มั่นใจว่ากระดูกที่ถูกฟื้นฟูขึ้นมาจะมีรูปร่างคงเดิม

 

"นอกจากกลับไปนอนที่โรงเลี้ยงเด็กกำพร้า นายน้อยก็ไม่ยอมลุกไปไหนเลยขอรับ" พินซ์กล่าวรายงานนายหญิงซึ่งกำลังนั่งอยู่ที่พื้นกลางห้องนั่งเล่นในชุดตัวเดียวกันกับที่เธอใส่มาตลอดสามวันที่ผ่านมาและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยผิดไปจากเวลาปกติที่ลูเน็ตต้ามักจะแต่งตัวเหมือนคนพร้อมออกไปข้างนอกตลอดเวลา

 

"เขากินอะไรบ้างไหม" พูดกันตรง ๆ ลูเน็ตต้าเริ่มใจอ่อนแล้วที่เขายังคงนั่งปักหลักอยู่หน้าประตูบ้านเธอมาเกือบสองสัปดาห์ และไม่ว่าข้อความที่ถูกส่งออกไปทางช่องรับจดหมายของประตูบ้านจะถูกส่งออกไปกี่ครั้ง เขาก็มักจะเขียนตอบกลับมาด้วยถ้อยคำเช่นเดิมเสมอ

 

 

'

ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าเราจะได้คุยกัน

'

 

 

"ดูเหมือนก่อนมาที่นี่เขาจะแวะซื้ออาหารนิด ๆ หน่อย ๆ ติดตัวมาด้วยขอรับ" พินซ์รายงานตามความจริง ตอนแรกมันรู้สึกโกรธแทนนายหญิงอยู่ไม่น้อยสำหรับสิ่งที่เขาทำให้เจ้านายของมันร้องไห้

 

แต่สุดท้ายจากโกรธก็เปลี่ยนเป็นใจอ่อนสงสารแทน เพราะผ่านมาหลายวันแล้วแต่นายน้อยก็ยังคงนั่งตากแดดตากลมอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนราวกับเป็นรูปปั้นจนกระทั่งถึงเวลาสามทุ่มนายน้อยถึงได้กลับไปโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วกลับมาใหม่ในตอนเช้าของวันถัดมา

 

"ผ่านไปครึ่งเดือนยังทนได้ก็ปล่อยให้ทนต่อไป ฉันยังไม่ว่างจะคุยกับเขาตอนนี้" แม้ใจจะเริ่มอยากคุยตามที่ทอม ริดเดิ้ลต้องการขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว แต่ตอนนี้เธอยังไม่สามารถปล่อยวางเรื่องตรงหน้าแล้วตอบรับความต้องการของเขาได้

 

ลูเน็ตต้าจำเป็นจะต้องหาคำตอบเรื่องของเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ให้ได้เสียก่อน เธอยอมรับว่าแม้จะรู้สึกโกรธที่ของสำคัญหายไปพร้อมกับเขา แต่เธอยังไม่อาจปักใจเชื่อได้ว่าเขาเป็นคนเอาไปเพราะยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมากพอ

 

แต่ความรู้สึกโกรธของเธอมันน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับความกระวนกระวายใจที่ลูเน็ตต้ามี เธอค่อนข้างกระวนกระวายกับการที่เขาหายไปแบบผิดปกติเช่นนี้มาก ดังนั้นลูเน็ตต้าจึงสั่งให้พวกเอลฟ์เอาหนังสือพิมพ์ทั้งหมดตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมามาให้เธออ่านเผื่อว่าจะเจอเบาะแสของเขาผ่านหัวข้อข่าวในหนังสือพิมพ์

 

แน่นอนว่ากับแค่หนังสือพิมพ์ มันย่อมไม่มีทางบอกได้อย่างแน่นอนว่าตอนนี้จอมมารของโลกเวทมนตร์อยู่ที่ไหน แต่มันอาจจะให้คำตอบกับเธอได้ว่าเพราะอะไรเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ที่ลูเน็ตต้ามอบความเชื่อใจให้ถึงได้มีท่าทีราวกับคนกำลังปิดบังอะไรกับเธออยู่ในคืนสุดท้ายที่เธอได้เห็นเขา

 

แต่ไม่ใช่ว่าลูเน็ตต้าไม่คิดจะตามหาตัวเขา เมื่อหลายวันก่อนเธอกลับไปปราสาทลารอแชลล์ที่ฝรั่งเศสมาเพื่อดูว่าเกลเลิร์ตของเธอไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศรับลมทะเลอยู่ที่นั่นหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ต้องพบกับความว่างเปล่า

 

เอลฟ์ที่นั่นทุกตัวสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีใครเข้ามาเหยียบที่นี่เลยแม้แต่ลูซิเฟอร์ที่เงียบหายจากชีวิตเธอไปนานแล้วหลังจากที่ลูเน็ตต้ากลับมาลอนดอน

 

ลูเน็ตต้ารู้ดีว่าที่ที่เกลเลิร์ตคิดจะไปนั้นมีไม่กี่ที่ ปราสาทนูร์เมนการ์ดที่ออสเตรียซึ่งเป็นทั้งแหล่งกบดานและสถานที่จองจำกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ เพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ ของเกลเลิร์ตจึงเป็นตัวเลือกที่สองที่ลูเน็ตต้าคิดจะไป

 

แต่แน่นอนว่าเธอไม่สามารถหายตัวไปที่นั่นได้ เครือข่ายผงฟลูของที่นั่นก็ถูกปิดเอาไว้

 

การเสกกุญแจนำทางเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเธอไม่ได้ไปเยือนนูร์เมนการ์ดบ่อยมากนักทำให้การนึกภาพสถานที่นั้นเป็นเรื่องยากเกินไป

 

การจะใช้ไม้กวาดเดินทางข้ามประเทศเป็นเรื่องที่อันตรายเกินไปใหญ่เพราะเสี่ยงมากที่พวกมักเกิ้ลจะเห็นเข้าหากเธอไม่ระวังตัวมากพอ

 

การเดินทางแบบมักเกิ้ลยิ่งไม่สามารถทำได้เพราะปราสาทนั้นอยู่บนเทือกเขาสูงที่มีหิมะตกหนักตลอดเวลาทำให้จำเป็นจะต้องเดินเท้าหลายวันถึงจะสามารถไปถึงตัวปราสาทได้

 

แต่ลูเน็ตต้าไม่ได้เหลือเวลามากขนาดนั้น ทันทีที่สองสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมจบลง เธอจำเป็นจะต้องกลับไปเรียนปีห้าที่ฮอกวอตส์ต่ออย่างไม่อาจเลี่ยง

 

 

ลูเน็ตต้าพยายามทุกทางแล้วเพื่อที่จะหาทางไปพบเขา แต่มันกลับไม่ได้อะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว

 

 

และแน่นอนว่าลูเน็ตต้าไม่ได้ไว้ใจคนอื่นมากขนาดนั้น เธอไม่คิดจะบอกให้ใครรู้ว่าเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์หายตัวไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชายที่ชื่อว่าอัลบัส ดัมเบิลดอร์

 

เพราะหากเธอบอกเขาขึ้นมา อัลบัสคงไม่ลังเลที่จะเดินหน้าตามหาตัวเกลเลิร์ตแน่ เพราะเกลเลิร์ตไม่ได้อยู่ในสถานที่ซึ่งพวกกระทรวงไม่สามารถบุกเข้ามาได้แล้ว

 

และหากอัลบัสทำเช่นนั้น พวกกระทรวงก็จะรู้ด้วยเพราะคนพวกนั้นตามติดอัลบัส ดัมเบิลดอร์เสียยิ่งกว่าอะไร และสิ่งที่หนักที่สุดอย่างการปะทะที่ลูเน็ตต้ายังไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้อาจจะเกิดขึ้นโดยมิอาจหยุดยั้งได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมานั่งจมกองหนังสือพิมพ์ที่วางระเกะระกะทั่วห้องนั่งเล่นด้วยสภาพที่ดูไม่จืดแบบนี้แทน

 

แต่ข่าวที่อยู่ในคอลัมน์หนึ่งของหนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ตฉบับที่ถูกตีพิมพ์ตอนต้นเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับตอนที่ลูเน็ตต้ายังนอนเป็นผักอยู่ที่ฝรั่งเศสนั้นกลับทำให้เธอมีสภาพที่เลวร้ายหนักกว่าสภาพที่ดูไม่ได้ของเธอในตอนนี้ยิ่งกว่าเดิม

 

 

'สังเวยมักเกิ้ลหกศพแด่ประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่'

 

 

.

 

.

 

.

 

 

'

ตื๊อเท่านั้นที่ครองใจผู้หญิงทั้งโลกได้

C.L.'

 

 

'

ฉันไม่ได้ต้องการครองใจใคร และฉันจะไม่ทนเรื่องงี่เง่าพวกนี้อีกต่อไปแล้ว แค่สองสัปดาห์ก็เกินพอ

'

 

 

'

ยืนมองจากวิลต์เชียร์ไปที่ลอนดอนก็รู้ว่าเธอไม่มีทางใจอ่อนง่าย ๆ ถ้าไม่คิดจะตามตื๊อต่อไปก็บอกลายัยพวกนั้นทั้งกลุ่มได้เลย พวกเราจะขาดคนมีประโยชน์ไปพร้อมกันถึงสี่คน และแผนของเราจะพังไม่เป็นท่าเพราะอารมณ์หึงหวงของมายลอร์ดผู้เป็นที่รักยิ่งของพวกเรา

A.M.'

 

 

'

ฉันไม่ได้หึง และไม่เคยมีความรู้สึกแบบนั้น

'

 

 

'

ถึงจะรู้เรื่องช้าไปบ้าง แต่ขอยืนยันว่ายืนดูจากปารีสยังดูออกว่ามายลอร์ดหึงเธอ

Z.R.'

 

 

'

ฉันไม่ได้พลาดอะไรไปหรอกใช่ไหม?

N.A.'

 

 

.

 

.

 

.

 

 

"ลืมภารกิจตัวเองไปแล้วหรืออย่างไร ลูเน็ตต้า"

 

"หายหัวไปไหนมา" หญิงสาวเจ้าของบ้านอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างจะผิดปกติไปไม่น้อยเพราะแทนที่จะมีใบหน้าผุดผ่องแลดูสดใสอยู่ตลอดเวลากลับมีรอยดำคล้ำปรากฏอยู่รอบดวงตาราวกับคนอดหลับอดนอนหลายคืนติดต่อกัน

 

"วุ่นวายนิดหน่อย ต้องโผล่ไปที่นู่นนี่นั่นกันให้หัวหมุนเพราะพวกปีศาจชั้นล่างทำงานไร้ประสิทธิภาพ" ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วมุ่นมองไปที่คู่พันธสัญญาอย่างประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นสภาพดูไม่ได้ของเธอทั้งที่เขาไม่ได้สั่งลงโทษอะไร

 

"คำตอบล่ะ ที่ฉันถาม"

 

"แน่นอนว่าไม่ แต่เขาควรจะสำนึกผิดต่อไปในสิ่งที่เขาทำกับฉัน" ลูเน็ตต้าเอ่ยตอบอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเลิกสนใจไปแล้วว่าทอม ริดเดิ้ลจะมานั่งเฝ้าอยู่หน้าบ้านของเธอเพื่อรอให้ใครเปิดประตูให้เขาหรือพยายามที่จะปีนเข้าบ้านเธอเหมือนตอนสัปดาห์แรกที่เขามาหรือไม่

 

เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเวลาล่วงเลยไปกี่วันแล้วนับจากครั้งล่าสุดที่เธอถามเรื่องเขาจากพินซ์ เพราะเธอจำเป็นจะต้องตามหาตัวเกลเลิร์ตหรือไม่ก็ลูกน้องของเขาสักคนก่อนที่จะเปิดเทอมเพื่อที่จะถามถึงข่าวที่เกิดขึ้น

 

ลูเน็ตต้าผิดเองที่ชอบอ่านนิตยสารแม่มดรายสัปดาห์มากกว่าหนังสือพิมพ์ที่มีแต่เรื่องให้น่าปวดหัว ไม่อย่างนั้นเธอคงได้ถามเกลเลิร์ตไปนานแล้ว และคงไม่ต้องมากระวนกระวายใจกับเรื่องของเขาแบบนี้

 

"รู้ไหมว่าเกลเลิร์ตเขาไปอยู่ที่ไหน" ลูเน็ตต้าร้องถามคนที่มีประกายบางอย่างซึ่งไม่อาจมองเห็นแผ่ออกมาจากตัวเพื่อส่งเสริมความหล่อเหลาและน่าเกรงขามตลอดเวลาซึ่งกำลังทิ้งตัวลงจิบน้ำชากลิ่นหอมบนเก้าอี้ที่เขาเสกขึ้นมาเองทั้งหมด เพราะโซฟาที่ควรจะมีอยู่ในห้องถูกลูเน็ตต้าใช้เวทมนตร์ทำให้มันหายไปแล้วเนื่องจากเธอจำเป็นจะต้องใช้พื้นที่กับหนังสือพิมพ์กองใหญ่ และกระดาษซึ่งมีแต่ตัวอักษรขยุกขยิกและเส้นมากมายโยงเชื่อมต่อกันหลายแผ่น

 

"รู้ แต่ไม่บอก"

 

"ใครกันกล้าได้กล้าเสียขนาดสละของมีค่าเพื่อมาใช้ต่อรองปิดปากคุณ คนพวกนั้นคงโง่เต็มที" ลูเน็ตต้าแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ

 

การที่ใครสักคนต้องการทำการแลกเปลี่ยนกับชายตรงหน้าเธอล้วนแล้วแต่จะต้องมีสิ่งที่คุ้มค่ามากพอจนเขารู้สึกพึงพอใจมาแลก การแลกเปลี่ยนนั้นจึงจะสมบูรณ์

 

ซึ่งบนโลกนี้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ลูเน็ตต้าพอจะนึกออกว่ามันสามารถนำมาต่อรองปิดปากลูซิเฟอร์ได้

 

 

วิญญาณของผู้ที่ทำการแลกเปลี่ยนกับเขา

 

 

"ใช่ โง่มาก แต่มันคุ้มกับฉัน ดังนั้นฉันไม่คิดจะบอกเธอ ไม่แม้แต่เบาะแสด้วย" ลูซิเฟอร์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ถึงเขาจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่เขายังมีสัจจะมากพอที่จะทำตามข้อแลกเปลี่ยนที่อีกฝ่ายยอมขายวิญญาณของตัวเองให้เขาเพื่อแลกกับการที่เขายอมปิดปากให้สนิท ไม่ไปเป่าหูใครต่อใครให้ทั่วว่าเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์อยู่ที่ไหนตามใจชอบเหมือนที่เขาเคยทำเป็นครั้งคราว

 

"แล้วคุณมาทำอะไร คงไม่คิดจะมาเพื่อเวทนาสภาพของฉันตอนนี้หรอกใช่ไหม"

 

"อ่า... ใช่ เซซิเลีย ใช่ชื่อนี้หรือเปล่านะ" ลูซิเฟอร์ทำท่าครุ่นคิด

 

"สิบกว่าปีได้แล้วหรือเปล่าที่เธอไม่ได้ไปที่นั่น"

 

"ฉันไม่ได้มีเวลามาฟังคุณเล่นลิ้นกับฉันนะ" ลูเน็ตต้าขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใจว่าเขากำลังจะสื่อถึงอะไร เรื่องราวหลาย ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตอันยาวนานของเธอล้วนจางหายไปตามกาลเวลาเสียส่วนใหญ่

 

มันจะผุดกลับมาก็ต่อเมื่อมีอะไรมากระตุ้นให้เธอจำได้เท่านั้น และการเล่นลิ้นของลูซิเฟอร์นี้ไม่ได้ช่วยกระตุ้นความทรงจำอะไรของเธอได้เลย

 

"เด็กในภารกิจ ลิตเติ้ลแฮงเกิลตะ..."

 

"พินซ์! ทอมยังอยู่ที่หน้าบ้านหรือเปล่า?" หญิงสาวร้องขัดประโยคที่ลูซิเฟอร์กำลังพูดด้วยน้ำเสียงเอื่อย ๆ

 

"เขาไม่มาได้ห้าวันแล้วขอรับ นายหญิง"

 

"อย่าลืมจัดการกับสภาพตัวเองแล้วรีบไปรีบกลับล่ะ" ลูซิเฟอร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนคนไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนแล้วก็หายไปจากตรงนั้นราวกับเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้นมา

 

ฉับพลันร่างเล็กของลูเน็ตต้าที่นั่งอยู่ที่พื้นห้องในท่าเดิมมาหลายวันแล้วก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนราวกับถูกของร้อนแล้วออกไปจากบ้านหลังนั้นในทันทีโดยไม่ลืมจัดการกับสภาพที่ดูไม่ได้ของตัวเองด้วยความรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย

 

 

อย่าได้คิดทำอะไรโง่ ๆ เชียว ทอม ริดเดิ้ล

 

 

_______________

Talk :

ตอนที่แล้วทอมทำตัวไม่น่ารักเลย ตอนนี้เลยมานั่งรอให้เขาเปิดประตูบ้านให้เพื่อที่จะได้คุยกัน แต่แค่สองสัปดาห์บอกเลยน้องลูเน็ตไม่ใจอ่อนหรอกนะะ

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับตอนนี้ คอมเม้นต์พูดคุยและติชมกันได้นะคะทุกคนน แล้วก็เป็นกำลังให้ทอมกับลูเน็ตแล้วก็ไรท์ด้วยนะคะะ ช่วงนี้ต้องดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกันนะคะทุกคน ถึงจะช้าไปสักหน่อยแต่ก็สวัสดีวันปีใหม่ไทยค่ะะ

รักและเป็นห่วงทุกคนนะคะะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 161 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. #376 Moragod Thinnamai (@Moragod-T) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 11:06
    กลัวเกลเลิร์ตอ่ะ โรมิลดานางน่าสงสัยยย
    #376
    0
  2. #375 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 09:26
    สมน้ำหน้าทอม #เจ้าทอมมันงี่เง่า ชิ
    #375
    0
  3. #374 -Sayuri- (@Cinderera22) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 08:00
    เห้อ ไอ่เด่กทอมเอ้ย ไปหึงเขาเองแล้วยังไปทำเขาเจ็บตัวอีก แล้วเกลหายไปไหนนน;-; ผู้หญิงคนนั้นที่ยุเกลเป็นคนเอาไปรึเปล่าเนี่ย
    #374
    0
  4. #373 hitamichimasaki (@hitamichimasaki) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 08:00
    ลูกทอมของแม่อย่าพึ่งทำอะไรนะลูก~~ ลูเน็ตไปเอาลูกฉันกลับมาเลยนะ เอากลับมาเฝ้าหน้าบ้าน(?) หรืออะไรก็ได้ ลูกเรเป็นคนดี หน้าตาก็ดีตาม แค่หึงนิดหน่อย(?) จำฝังใจ(หรือจำคิดเจ้าแค้นนะ) เป็นคนตลก(ในหมู่เพื่อน)เล็กน้อย

    #มองจากไทยยังรู้ว่าหนูหึงค่ะลูก555
    #373
    0
  5. #372 thangkwa Chantabut (@thangkwani1) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 04:29
    ไม่ชอบทอม
    #372
    1
    • #372-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 39)
      15 เมษายน 2563 / 07:50
      แงง ใจเย็น ๆ ก่อนน้าาาา อย่าเพิ่งไม่ชอบหรือเกลียดน้องนะคะะ ; - ; //ลูบหลัง
      #372-1
  6. #371 HDK_RMK (@HDK_RMK) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 01:03
    ทอมไม่สมควรที่จะได้เข้ามาในบ้านลูเน็ตอีกเลยอ่ะ นิสัยแย่
    #371
    3
    • #371-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 39)
      15 เมษายน 2563 / 01:25
      ทอมไม่น่ารักเลยจริง ๆ ค่ะ แต่อย่าเพิ่งเกลียดน้องทอมนะคะ แงง ; - ;
      #371-1
    • #371-3 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 39)
      15 เมษายน 2563 / 01:28
      โล่งอกก ขอบคุณที่ติดตามนะคะะะ ♡︎
      #371-3
  7. #370 ARikaSayuki (@kgrockcg) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 01:01
    ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกจริงๆ..
    #370
    0
  8. #369 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 00:38
    ถ้าเป็นลินดานี่จะตบให้หัวหลุดบอกเลย แล้วถามจริง กิลดี้เป็นคนพานางเข้าบ้านแล้วถ้านางไปขโมยของในห้องนอนลูเน็ตแบบนี้กิลดี้จะไม่รู้เลยหรอวะ ห้องนอนลิ้นชักหัวเตียงเลยนะ รู้ถึงสถานที่เก็บขนาดนี้ โมโหอะ โมโหจริง
    #369
    1
    • #369-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 39)
      15 เมษายน 2563 / 01:26
      ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะะะะ //ลูบหลังๆๆ
      #369-1