[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 33 : CHAPTER 33 : Confuse

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 190 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

CHAPTER 33

Confuse

 

"นายน้อยขอรับ พินซ์เพิ่งส่งจดหมายจากที่ลอนดอนมาเมื่อครู่ ไม่ทราบว่านายน้อยจะอ่านตอนนี้เลยหรือไม่ขอรับ" เอลฟ์ตัวใหม่ที่เพิ่งได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่รับจดหมายแทนริตตี้เอลฟ์ชราที่ตายไปเมื่อเกือบห้าปีก่อนร้องถามนายน้อยด้วยท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะมันเพิ่งจะได้เจอตัวนายน้อยที่กำลังเป็นที่หวาดกลัวของผู้วิเศษเป็นครั้งแรก

 

"เอามาสิ่" เกลเลิร์ตตอบด้วยโทนเสียงราบเรียบเป็นปกติแล้วละสายตาจากหนังสือที่เขาให้วินดาไปหามา

 

"นี่ขอรับ" เอลฟ์ที่เกลเลิร์ตไม่เคยเห็นหน้าหรือคุ้นเสียงมาก่อนยกถาดทองที่มีจดหมายสองสามฉบับวางอยู่ขึ้นเหนือหัวให้กับเจ้านาย เมื่อรับรู้ได้ว่านายน้อยหยิบจดหมายไปแล้วมันก็หายตัวไปทันทีโดยที่ไม่ต้องคิดให้มากความ

 

"เพิ่งจะผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ ไม่รู้จักคำว่ารอหรือไงกัน" เกลเลิร์ตเอ่ยปากบ่นทันทีเมื่อคลี่เนื้อหาจดหมายออกแล้วรู้ว่าใครเป็นคนส่งมา

 

 

'ถึง G

 

ผมมีเรื่องที่สงสัยนิดหน่อย หวังว่าคุณจะช่วยไขข้อกระจ่างให้ผมได้

 

ปล.ถ้าคุณยังไม่โดนจับเข้าคุกไปเสียก่อน

 

จาก T'

 

 

'ถึง G

 

ผมคิดว่าเราควรจะเจอกันสักหน่อยหากว่าคุณกลับมาลอนดอนแล้ว

 

ปล.ถ้าคุณยังไม่ตาย

 

จาก T'

 

 

'ถึง G

 

หวังว่าคุณยังมีชีวิตอยู่และตอบจดหมายผมสักทีก่อนที่ผมจะฆ่าเอลฟ์ในบ้านคุณ

 

จาก T'

 

 

"คนที่รู้จักกับคุณจะกวนประสาทผมทุกคนไม่ได้นะครับ ลูเน็ต" ใบหน้าหล่อเหลาของชายย่างเข้าวัยทองกระตุกไม่หยุดตั้งแต่ได้เริ่มอ่านเนื้อความในจดหมายฉบับแรกจนถึงฉบับสุดท้าย

 

จากประสบการณ์ในการคาดเดาและการแอบไปส่องดูใบหน้าค่าตาของเด็กที่ชื่อทอม ริดเดิ้ล เกลเลิร์ตยอมรับว่าในตอนแรกตัวเองเคยคิดว่าเด็กแบบทอม ริดเดิ้ลที่เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของเขาถึงขั้นขอให้ลูเน็ตต้าไปดูแลเป็นเด็กที่ร้ายกาจ ซึ่งตรงกับที่เขาเคยปรารถนาให้เป็น รับมือยากและเล่ห์เหลี่ยมมากมายจนไม่อาจเผลอตัว จนกระทั่งได้มาเจอตัวและได้รู้จักจริง ๆ

 

เกลเลิร์ตไม่ปฏิเสธว่าทอม ริดเดิ้ลมีคุณสมบัติมากมายจนเหลือล้นสำหรับการกลายเป็นจอมวายร้ายหรือจอมมารคนใหม่ของโลกเวทมนตร์ได้อย่างง่ายดาย แต่นอกเหนือจากคุณสมบัติพวกนั้นแล้ว เขาจำเป็นจะต้องเพิ่มคุณสมบัติอีกข้อหนึ่งให้ทอม ริดเดิ้ลด้วย

 

 

นั่นก็คือไอเด็กนี่มันกวนประสาทเก่งเป็นที่หนึ่ง

 

 

เหมือนใครกันนะ?

 

 

อ่า... ใช่ เหมือนกับคนที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียงสมัยตอนที่รู้จักกับเขาใหม่ ๆ ไง ยิ่งถ้าเธออารมณ์ดีขึ้นมาเป็นพิเศษเธอก็จะกวนประสาทเก่งตามไปด้วย และมันโคตรจะน่าปวดหัวในความคิดของเขา

 

"เอ่อ-- เอลฟ์ตัวเมื่อกี้ชื่ออะไรนะ" เกลเลิร์ตที่เขียนตอบจดหมายของเด็กหนุ่มด้วยการถือวิสาสะใช้ปากกาขนนกเวทมนตร์ที่เขียนด้วยตัวเองของคนที่นอนเป็นผักเปื่อยบนเตียงพึมพำถามราวกับคนโง่งมเมื่อเขามองไปรอบห้องแล้วพบว่าเอลฟ์ตัวนั้นมันหายไปตอนไหนก็ไม่รู้

 

"โคลอี้!"

 

"เจ้าค่ะนายน้อย" หัวหน้าเอลฟ์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเสียง 'ป๊อบ!' ร้องถามด้วยความนอบน้อม

 

"เอาจดหมายไปส่งให้ที ส่งกลับไปให้พินซ์ที่ลอนดอน มันรู้ว่าควรจัดการยังไงต่อ" เกลเลิร์ตยื่นจดหมายที่ประทับครั่งสีดำสนิทตามความเคยชินเมื่อต้องส่งจดหมายให้กับทอม ริดเดิ้ลให้กับโคลอี้พลางบ่นในใจเรื่องที่เด็กหนุ่มไม่ยอมให้เขาไปปรากฏตัวเพื่อที่จะได้พูดคุยกันไว ๆ แต่กลับขอให้เขียนจดหมายติดต่อกันแทน

 

 

ไอเด็กเรื่องมาก! เกลเลิร์ตไม่อยากได้มาร่วมวงอุดมการณ์ของเขาแล้ว!

 

 

"อ้อ เอ่อ เดี๋ยวก่อน เอลฟ์ตัวที่มาทำหน้าที่แทนริตตี้น่ะ ชื่ออะไรหรอ" เกลเลิร์ตร้องถามอีกครั้งด้วยความสงสัยก่อนที่โคลอี้จะดีดนิ้วตัวเองแล้วหายตัวไปจากตรงนั้น

 

"บันตี้เจ้าค่ะนายน้อย" มันตอบแล้วหายตัวไปจากตรงนั้นเมื่อเห็นว่านายน้อยของมันไม่ได้ต้องการอะไรจากมันอีก

 

 

.

 

.

 

.

 

 

"โคลอี้!!!!" เสียงร้องของนายน้อยเกลเลิร์ตดังลั่นไปทั่วตัวปราสาทตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ในอีกสามวันถัดมา

 

 

ป๊อบ!

 

 

"เจ้าค่ะนายน้อย!" โคลอี้ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเขาอย่างรวดเร็วแล้วร้องถามด้วยความตื่นตระหนกในเสียงร้องของนายน้อยแต่เช้าพร้อมกับเกลเลิร์ตที่หันตัวกลับมามองมันด้วยใบหน้าที่แสดงอารมณ์อย่างหลากหลายสลับกันไปมา แต่ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือนายน้อยของมันเริ่มดูไม่ต่างไปจากคนสติแตกแล้ว

 

"ละ.. ลูเน็ต ลูเน็ตหายไปไหน!" เกลเลิร์ตร้องถามเสียงดังราวกับคนสติแตกในขณะที่ชี้มือชี้ไม้ไปที่เตียงกว้างที่มีเพียงผ้าห่มที่ไม่ได้พับเก็บ กำยานที่จุดมาตลอดสองสัปดาห์ก็ถูกดับไปจนตอนนี้ไม่หลงเหลือกลิ่นอยู่ในห้องนี้แล้วด้วย ไหนจะเสื้อผ้าชุดล่าสุดที่เจ้าของห้องสวมใส่กองทิ้งเอาไว้ที่พื้นหน้าตู้เสื้อผ้านั่นอีก

 

"ขะ.. ขออภัยนะ.. นายน้อย คะ.. โคลอี้ม่ะ.. ไม่รู้เจ้าค่ะ!" เอลฟ์ร้องเสียงสั่นแล้วรีบโขกหัวกับพื้นห้องอย่างแรงจนเกิดเสียงดังเป็นจังหวะรัวเร็วต่อเนื่องกัน

 

"หยุดโขกหัวตัวเอง!" เกลเลิร์ตตวาดลั่นจนโคลอี้สะดุ้งแล้วหยุดการกระทำนั้นลง "สั่งเอลฟ์ให้ออกตามหาลูเน็ตให้ทั่วปราสาททุกซอกทุกมุม!" เขาเอ่ยอย่างหนักแน่นในขณะที่ขายาว ๆ ก็พาเจ้าของร่างเคลื่อนตัวออกจากห้องนอนว่างเปล่านั้นเพื่อไปยังจุดหมายอื่น ๆ ที่เขาคาดเดาเอาไว้ว่าลูเน็ตต้าอาจจะไปปรากฏตัวอยู่ที่นั่น

 

 

ห้องสมบัติ ไม่มี

 

ห้องอาหาร ไม่อยู่

 

ห้องครัว ไม่เจอ

 

ห้องสมุด ไม่เห็น

 

โถงภาพ มืดไป ไม่น่ามีใครอยู่

 

 

เกลเลิร์ตเดินไปทั่วปราสาทพร้อม ๆ กับพวกเอลฟ์ที่หายตัวไปโผล่ตรงนั้นตรงนี้กันให้วุ่นวายจนเกิดเสียง 'ป๊อบ!' ดังขึ้นอยู่ตลอดเวลาทั้งยังมีเสียงแหลมสูงของเอลฟ์ทุกตัวในปราสาทที่พากันเรียกร้องเจ้านายกันระงมจนฟังดูน่าปวดหัว

 

เขาลากสังขารที่เริ่มล่วงเลยไปตามกาลเวลาของตัวเองเดินไปดูจนทั่วทุกห้องที่เขาพอจะนึกออกว่าลูเน็ตต้าจะไปแต่มันกลับไร้วี่แวว พวกเอลฟ์เองก็เหมือนว่าจะยังตามหานายหญิงของตัวเองไม่พบด้วยเช่นกัน

 

เกลเลิร์ตไม่เคยรู้สึกร้อนรนและสติแตกแบบนี้มาก่อน ความคิดในหัวสมองตีกันจนมั่วซั่วจนคิดอะไรไม่ออกแล้วเหมือนจะระเบิดออกมาในเร็ว ๆ นี้แน่

 

 

เมอร์ลิน! เขาสาบานได้ว่าเขาจะต้องเป็นบ้าแน่ ๆ ถ้าหาตัวเธอไม่เจอ!

 

 

"คิดสิ่คิด ลูเน็ตจะไปไหนได้บ้าง" เกลเลิร์ตพึมพำไม่หยุดในขณะที่ขายาว ๆ ของตัวเองก็ยังก้าวเดินไปอย่างรวดเร็วจนเกือบเบรกตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเขาเกิดนึกอะไรออก

 

 

นอกตัวปราสาท!

 

 

"เมอร์ลิน! ลูเน็ต!" เกลเลิร์ตร้องเสียงดังแล้วออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่สนใจว่ามันออกจะเป็นการฝืนสังขารของตัวเองในทันทีที่พบตัวคนที่เขาตามหา เมื่ออยู่ในระยะที่ใกล้พอเขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะโผเข้ากอดเธอเต็มแรงจนร่างเล็กเซไปด้านหลังเล็กน้อย

 

"นายฝีมือตกไปแล้วหรือ หาคนแค่คนเดียวใช้เวลาตั้งครึ่งชั่วโมง" หญิงสาวผู้เป็นต้นเหตุในการสร้างความวายป่วงในยามเช้าตรู่ของวันร้องถามอย่างหยอกล้อพลางกลั้วหัวเราะอย่างสนุกสนาน

 

"คุณต้องจินตนาการไม่ออกแน่ว่าเมื่อกี้ผมสติแตกขนาดไหนตอนที่ไม่เจอคุณที่ห้อง" เกลเลิร์ตยังคงกอดเธอแน่นแล้วพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเป็นสัญญาณเตือนเล็ก ๆ ว่าเขาใกล้จะบ่อน้ำตาแตกภายในเร็ว ๆ นี้แล้ว

 

พูดกันตามความจริงเกลเลิร์ตดีใจมากที่ลูเน็ตต้าฟื้นขึ้นมาหลังจากที่หมดสติไปถึงสองสัปดาห์เต็มด้วยใบหน้าที่ดูมีชีวิตชีวา แต่ความรู้สึกยินดีมันกลับน้อยลงไปเลยเมื่อนำมาเทียบกันกับสติที่แตกกระเจิงอยู่ตลอดระยะเวลาครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เพราะเขาดันเผลอคิดไปว่าตัวเองจะไม่ได้เจอกับเธออีกแล้ว

 

 

ลูเน็ตต้าสอนเขาว่าทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ และเพราะคำสอนนี้เองที่ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะมีความคิดแบบนั้นฟุ้งอยู่เต็มหัวจนเหมือนจะระเบิดออกมา

 

 

"ฉันอยู่นี่แล้ว" ลูเน็ตต้ายกยิ้ม มือเรียวของเธอยกขึ้นลูบหลังคนตัวสูงอย่างปลอบโยนระคนรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำให้เขาเป็นห่วง เธอแค่อยากจะสร้างสีสันเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับปราสาทที่เงียบสงบมาหลายสิบปีก็เท่านั้น แต่เธอดันลืมคิดไปเลยว่าตอนนี้มีชายใกล้วัยทองที่มีความรู้สึกอ่อนไหวง่ายอยู่ด้วยจึงเผลอทำให้เขาสติแตกได้ขนาดนี้

 

 

แม้ว่าลึก ๆ จะยังพึงพอใจกับความวุ่นวายที่เธอสร้างขึ้นได้ก็เถอะ

 

 

"ขอบคุณที่อยู่ดูแลฉัน นายเก่งมาก แล้วก็โคลอี้ บอกให้พวกเอลฟ์กลับไปทำงานของตัวเองได้แล้วล่ะ" ลูเน็ตต้าเอ่ยชมอย่างจริงใจแล้วเรียกหัวหน้าของเอลฟ์ทั้งหมดออกมาเพื่อให้มันไปออกคำสั่งให้เอลฟ์ในปราสาทหยุดแหกปากเรียกหาเจ้านายด้วยเสียงแหลมบาดหูนั้นสักทีทันทีที่ตัวเองได้เป็นอิสระจากพันธนาการมนุษย์ของเกลเลิร์ตที่ทำตัวเหมือนสิ่งที่เรียกว่า พ่อ ที่เธอไม่เคยได้รู้จักมาก่อนเข้าไปทุกทีพร้อมกับความรู้สึกที่อบอุ่นอย่างประหลาดก่อตัวอยู่ภายในใจของเธอ

 

มันแตกต่างไปจากความรู้สึกที่เธอเคยมี แม้มันจะใกล้เคียงกับของทอม ริดเดิ้ลมาก แต่มันกลับมีเส้นบาง ๆ เป็นตัวกั้นและบ่งบอกว่ามันเป็นความรู้สึกคนละอย่างกันและเธอพูดได้เต็มปากว่าเธอชอบที่จะได้มีความรู้สึกแบบนี้

 

"คุณหมายถึงอะไร" เกลเลิร์ตขมวดคิ้วยุ่งอย่างไม่เข้าใจกับคำชมของหญิงสาวเพราะเธอไม่ยอมอธิบายต่อว่าเขาเก่งในเรื่องไหนหรือเก่งอย่างไร

 

"เรื่องที่พาฉันมาที่นี่ไงล่ะ พนันได้เลยว่ายังพักอยู่ที่ลอนดอนผ่านไปเดือนนึงฉันก็ไม่ฟื้นง่าย ๆ หรอก" เธอหมุนตัวหันหลังให้เขาแล้วก้าวเดินออกไปตามทางเดินที่ปูด้วยหินซึ่งทอดตัวสู่ทะเลกว้างเดียวกันกับที่สามารถมองเห็นได้จากศาลาในสวนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของตัวปราสาท

 

"ผมแค่เดาน่ะครับว่าคุณคงจะมีอาการแบบนั้นเพราะเรื่องน้ำยาหดตัวกับน้ำยาลุ--"

 

"ไม่พูดถึงมันอีกจะดีกว่า ทุกครั้งที่นึกหรือพูดถึงมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนคนโง่" มือเรียวยกขึ้นเป็นเชิงห้ามพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแล้วหยุดยืนมองวิวทิวทัศน์ที่ตนเองค่อนข้างชื่นชอบแต่ไม่ได้มีโอกาสลงมาดูใกล้ ๆ แบบนี้สักเท่าไหร่นัก

 

"เด็กคนนั้น-- ทอมน่ะ เขาส่งจดหมายมาบ้างไหม" เธอถามเสียงแผ่วจนเขาที่ยืนเว้นระยะอยู่ด้านหลังต้องเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้นเพื่อตั้งใจฟังคำถามให้ดี

 

"คิดถึงหรอครับ" เกลเลิร์ตเอ่ยถามอย่างหยอกล้อ

 

"คิดถึง!? ไม่มีทาง! ฉันแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้างระหว่างที่ฉันไม่ได้สติต่างหาก!" ลูเน็ตต้าทำเสียงดังกลบเกลื่อนแล้วรีบหันไปทางอื่นที่มั่นใจว่าเกลเลิร์ตจะมองไม่เห็นสีหน้าตื่นตระหนกที่เธอไม่สามารถปกปิดเอาไว้ได้

 

"เขาส่งมาครับ เขาบอกว่าอยากจะเจอผมเพราะมีเรื่องข้องใจ ผมเลยตอบไปว่าถ้าเสร็จธุระที่ฝรั่งเศสเมื่อไหร่จะส่งจดหมายนัดอีกรอบ" เกลเลิร์ตหัวเราะเบา ๆ อย่างนึกขบขันในท่าทางน่าเอ็นดูของลูเน็ตต้าแล้วเอ่ยตอบตามความจริง

 

"แล้วชุดนี่มันอะไรกันครับ?" เขาขมวดคิ้วแล้วร้องถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่นักในการแต่งตัวของคนที่เพิ่งจะฟื้นจากการหมดสติมาเป็นเวลาสองสัปดาห์เต็ม ๆ ที่ออกจะเต็มยศไปสักหน่อยสำหรับการอยู่ในบริเวณที่พักของตัวเองในวันว่าง ๆ แบบนี้

 

"ฉันก็แต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศไง เหมือนกับทุกครั้ง" ลูเน็ตต้าหัวเราะออกมาแล้วหมุนตัวไปรอบ ๆ ให้เขาสังเกตเสื้อผ้าบนตัวของเธอได้อย่างถนัดตา

 

"แล้วมันบรรยากาศอะไรกันล่ะครับ?" เขาตีหน้ามึนถามกลับพลางสังเกตชุดสวยที่ลูเน็ตต้ากำลังสวมใส่อยู่

 

"ดูพระอาทิตย์ขึ้น รับแสงแดดยามเช้าแล้วก็รับลมทะเลไง" เธอตอบแล้วเริ่มชี้มือชี้ไม้ไปตามเสื้อผ้าและเครื่องประดับต่าง ๆ บนตัวเธอแล้วพูดอธิบายว่าแต่ละชิ้นนั้นสื่อถึงอะไร

 

อย่างเช่นหมวกสานประดับดอกไม้ใบเล็กที่อยู่บนหัวนั้นหมายถึงหาดทรายสีขาวซึ่งอยู่ด้านล่างทางเดินที่ปูด้วยหินที่พวกเขากำลังยืนอยู่ เสื้อแต่งผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดหมายถึงฟองคลื่นของทะเล

 

กระโปรงสุ่มสีฟ้าหรือน้ำเงิน-- จะสีอะไรก็ช่างที่ค่อนข้างจะฟูฟ่องกว่าปกตินั้นหมายถึงทะเลที่ค่อนข้างสงบของเช้าวันนี้ รองเท้าหุ้มส้นสูงสีดำนั้นหมายถึงเวลากลางคืนที่ได้หมดไปแล้ว และเครื่องประดับทับทิมที่เขาเคยเห็นเธอนำมาใส่สองสามครั้งนั้นหมายถึงพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากขอบฟ้า

 

 

ก็ดูมีหลักการ แต่เขาก็ไม่เข้าใจอยู่นั่นแหละว่าคำว่า แต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศ ของเธอนั้นมันมีประโยชน์อะไร

 

 

อย่างไรก็ตามเกลเลิร์ตก็ไม่เคยที่จะคัดค้านเรื่องการแต่งตัวของลูเน็ตต้าเลยสักครั้ง ในทุกครั้งที่เขารู้สึกแปลกตากว่าปกติเขาเพียงแค่เอ่ยถามว่าที่เธอแต่งนั้นมันเข้ากับบรรยากาศอย่างไรแล้วฟังเธอสาธยายเงียบ ๆ ด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มเล็ก ๆ เมื่อได้เห็นว่าคนตัวเล็กนั้นมีความสุขมากแค่ไหนเมื่อได้นำเสนอชุดของตัวเองให้กับเขา

 

เขาพอจะรู้จากลูซิเฟอร์มาบ้างว่าที่ลูเน็ตต้าเป็นแบบนี้เพราะปมเล็ก ๆ ภายในจิตใจของเธอ ซึ่งหมอนั่นไม่ยอมบอกเขาว่ามันคืออะไร และเขาเองก็ไม่เคยคิดที่จะถามลูเน็ตต้าให้ยุ่งยากด้วย เพราะเขารู้ดีว่าหากเธออยากบอก เธอก็จะพูดให้เขาฟังเอง

 

 

แต่ก็เอาเถอะ ขอเพียงเธอได้มีความสุขกับการที่ได้ทำ เขาเองก็พอใจและไม่คิดคัดค้านแล้ว

 

 

"คุณเพิ่งฟื้น ออกมาตากแดดตากลมแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ" เขาเอ่ยดุเบา ๆ แม้ว่าใบหน้าของเขาจะยกยิ้มเล็ก ๆ อยู่ก็ตาม

 

"พวกมักเกิ้ลบอกว่าแสดงแดดตอนเช้ามีประโยชน์มากเลยนะ อีกอย่างลมทะเลมันนี้ก็ไม่ได้แรงเหมือนวันอื่น ๆ สักหน่อย"

 

"คุณไม่ใช่ต้นไม้ เพราะงั้นไม่จำเป็นต้องเดินออกมารับแดดในวันที่คุณเพิ่งจะฟื้นก็ได้ครับ" เขาทำท่าจะคว้าตัวลูเน็ตต้ากลับเข้าไปในตัวปราสาทเพื่อที่จะได้เริ่มกินมื้อเช้าแต่คนตัวเล็กนั้นเร็วมากพอที่จะหลบหนีจากพันธนาการมนุษย์อันแน่นหนาของเขา

 

ทั้งสองวิ่งไล่กันอยู่ตรงทางเดินที่ปูด้วยหินนั้นอยู่นานโดยที่รองเท้าส้นสูงและกระโปรงฟูฟ่องของลูเน็ตต้าไม่ได้ทำตัวเป็นปัญหาเช่นการทำให้เธอวิ่งลำบากหรือสะดุดชายกระโปรงล้มเลย กลับกันมันแปรสภาพตัวเองไปไม่ต่างจากอาวุธชั้นเยี่ยม

 

กระโปรงฟู ๆ นั้นทำให้เกลเลิร์ตเข้าใกล้ตัวเธอได้ลำบากขึ้น และหากเขาเข้าใกล้เธอมากจนอาจจะจับตัวเธอได้ ลูเน็ตต้าก็จะเหยียบเท้าเขาด้วยรองเท้าส้นสูงเป็นการทำให้เขาเสียหลักและเธอรอดจากการโดนจับได้โดยปริยาย

 

 

ต้องแบบนี้สิ่! ทั้งสวยและมีประโยชน์!

 

 

ทั้งสองวิ่งไล่จับกันราวกับเด็กน้อยอยู่นานจนกระทั่งเกลเลิร์ตสามารถคว้าข้อมือเล็ก ๆ ของลูเน็ตต้าได้ในที่สุด การเล่นแบบไร้สาระของคนทั้งสองจึงได้จบลงอย่างสมบูรณ์พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข

 

"นี่ เกลเลิร์ต"

 

"ครับ?"

 

"นายเคยมีความรู้สึกแปลก ๆ ไหม?" เธอเกริ่นพลางพยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุดหลังจากที่พวกเขายืนพักจนหายเหนื่อยแล้ว

 

"แบบไหนล่ะครับที่เรียกว่าแปลกสำหรับคุณ"

 

"ฉันก็ไม่รู้ ฉันอธิบายไม่ถูก" ลูเน็ตต้ามองวิวทิวทัศน์ตรงหน้าด้วยสายตาลอกแล่กซึ่งแน่นอนว่าเกลเลิร์ตไม่มีทางได้เห็นมันเพราะเขาเองก็กำลังทอดสายตามองทะเลที่มีลมพัดเอื่อย ๆ ปะทะเข้ากับใบหน้า

 

"บางครั้ง มันก็รู้สึกดี ดีมาก ๆ ทั้งอบอุ่น มีความสุข สบายใจ อยากจะอยู่แบบนั้นนาน ๆ แต่บางครั้งก็รู้สึกหวง อยากให้มันเป็นของฉันเพียงคนเดียว มันดูงี่เง่ามากหลาย ๆ ครั้ง" ลูเน็ตต้าพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเธอกำลังรู้สึกดีไม่น้อยที่ได้พูดถึงมัน

 

"และความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นกับเด็กคนนั้น" เกลเลิร์ตพูดต่อให้ความคิดในหัวของเขานั้นสมบูรณ์ในขณะที่ลูเน็ตต้าหันขวับมามองเขาอย่างตกตะลึง

 

"นายรู้ได้ยังไง ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าหมายถึงใครน่ะ!" ลูเน็ตต้าละล่ำละลักบอกพร้อมกับดวงตาสีเทาหม่นที่มองไปรอบ ๆ อย่างอยู่ไม่สุขเพื่อหลบสายตาของเกลเลิร์ตที่จ้องมองเธออย่างขบขัน

 

"งั้นผมคงต้องขัดคำพูดของคุณแล้วขอถามว่ากลิ่นในน้ำยาลุ่มหลงที่คุณได้กินขึ้นไปมีกลิ่นอะไรบ้าง"

 

"ธนบัตรของมักเกิ้ล เหรียญเกลเลียน ลาเวนเดอร์ คาราเมล..." หญิงสาวลากเสียงยาวอย่างลังเลว่าเธอควรจะบอกกลิ่นสุดท้ายที่ยังคงติดจมูกได้รูปของเธอออกไปดีหรือไม่

 

"อะ.. อบเชย.." เธออ้อมแอ้มพูดเสียงเบาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนราวกับเด็กที่กำลังปกปิดเรื่องราวอะไรสักอย่างกับพ่อแม่ของพวกเขา

 

"ลูเน็ต ผมจำได้ว่าคุณไม่ได้ชอบกลิ่นอบเชยนะ" เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์พลางเอ่ยถามอย่างหยอกเย้า เพราะเขาไม่จำเป็นจะต้องเดาก็รู้แล้วว่ากลิ่นอบเชยที่ว่ามันมาจากไหน

 

"ใช่ ฉันไม่ได้ชอบกลิ่นนั้น แต่ฉันได้กลิ่นมันจริง ๆ นี่" ลูเน็ตต้าพูดงึมงำกับตัวเองเสียงเบาวกไปวนมาจนใบหน้าสวยนั้นขึ้นสีขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

 

"มะ.. มันไม่ใช่แบบที่คิดหรอกใช่ไหม" เป็นครั้งแรกที่ลูเน็ตต้าเอ่ยถามเขาแล้วใช้ดวงตาสีเทาหม่นของเธอสบตาตรง ๆ กับดวงตาสองสีของเกลเลิร์ตที่กำลังยิ้มอมยิ้มเล็ก ๆ อย่างรู้สึกเอ็นดูกับท่าทางของเธอ

 

"ผมเกรงว่าจะต้องบอกว่ามันใช่ครับ เป็นแบบที่คุณคิด" เกลเลิร์ตพยักหน้าตอบพลางเบนสายตาไปที่อื่นเพราะเผลอตัวพินิจใจเธอเข้าจัง ๆ ในตอนที่เธอสบตาเขาโดยที่เธอไม่ได้คิดจะป้องกันความทรงจำภายในหัวของตัวเองเลยแม้แต่น้อย และเขาเองก็ไม่อยากจะล่วงเกินความทรงจำเหล่านั้นสักเท่าไหร่

 

 

แต่บางที เขาคิดว่าการสอดมือเข้าไปจัดการอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีก็ได้

 

 

"ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันน่ะไม่เคยมีความรู้สึกแบบนั้นหรอกนะ แล้วในชีวิตนี้ก็คงจะไม่มีมันด้วย" ลูเน็ตต้าพึมพำแล้วกำกระโปรงของตัวเองจนมันยับเป็นรอยพร้อม ๆ กับคิดอะไรมากมายในหัวเพื่อหาเหตุผลมาให้คำตอบกับตัวเอง เชื่อมโยงเรื่องราวและความเป็นไปได้ภายในหัวที่ใกล้ยุ่งเหยิงเต็มทีเพราะเธอมีแต่อะไรก็ไม่รู้อยู่เต็มไปหมด

 

"ไม่เคยมีไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีนะครับ" เขาเอ่ยตอบเสียงพึมพำไม่รู้จบของหญิงสาวข้างตัว

 

"ผมขอถามอะไรได้ไหมครับ?"

 

"อือ" ลูเน็ตต้าที่เม้มริมฝีปากสีชมพูระเรื่อพยักหน้าแล้วครางตอบในลำคอ

 

"คุณคิดไว้หรือยังครับ เรื่องบอกตัวตนจริง ๆ ของคุณให้กับเด็กคนนั้น" เกลเลิร์ตเหลือบมองเธอผ่านทางหางตาด้วยความเป็นห่วง

 

ทอม ริดเดิ้ลนั้นเป็นเด็กที่ขี้ระแวงเกินไป มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เขาจะสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมลูเน็ตต้าถึงตัดสินใจปกปิดตัวตนที่แท้จริงของตัวเองให้มันยุ่งยาก

 

โดยปกติแล้วหากลูเน็ตต้าคิดจะปรากฏตัวให้คนที่ไม่เคยเจอเธอมาก่อนได้เห็นเพื่อยื่นมือเข้าไปจัดการอะไรสักอย่าง เธอมักจะเปิดเผยตัวตนของเธออย่างตรงไปตรงมาเพื่อที่ทุกอย่างจะได้ดำเนินต่อไปได้อย่างง่ายดายและจบลงอย่างเร็วที่สุด

 

เกลเลิร์ตพอจะรู้มาบ้างว่าในบางครั้งลูเน็ตต้าก็มักจะเลือกใช้วิธีปกปิดตัวตนจริง ๆ ของเธอในบางครั้งอย่างเช่นการกลับเข้าไปเรียนที่ฮอกวอตส์แบบซ้ำ ๆ ซาก ๆ เพื่อปฏิบัติภารกิจหรือการต้องปลอมตัวเป็นใครสักคนไปจัดการเรื่องใหญ่ ๆ

 

แต่ทุกครั้งที่ลูเน็ตต้าทำแบบนั้น เธอไม่เคยเลยสักครั้งที่จะเปิดเผยตัวตนจริง ๆ ให้ใครได้รู้เพราะเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ลูเน็ตต้าก็จะหายไปจากชีวิตของคนพวกนั้นราวกับว่าพวกเขาไม่เคยได้รู้จักกับตัวตนปลอมที่เธอสร้างขึ้นมาก่อนทุกครั้ง

 

เกลเลิร์ตพูดได้เต็มปากว่าเขาไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในประเภทไม่ให้ค่ากับสิ่งที่เรียกว่า ความรัก หรือความสัมพันธ์ในเชิงใกล้เคียงนั้น ถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่เคยเจอ แต่เขาก็เชื่อว่าสิ่งที่เรียกว่าความรักนี้มีพลังอำนาจในตัวเองไม่น้อยเพราะมันสามารถทำเรื่องอัศจรรย์ที่ไม่เคยมีใครคาดถึงได้อย่างมากมาย

 

และความรู้สึกที่ลูเน็ตต้ามีให้เด็กคนนั้นมันเริ่มจะหยั่งรากลึกจนยากที่เธอจะถอนตัวออกมาเหมือนกับทุกครั้งแล้ว เขารู้สึกกังวลเหลือเกินว่าลูเน็ตต้าจะทนกับการที่เธอจะต้องหายไปจากชีวิตของทอม ริดเดิ้ลเหมือนกับที่เคยทำกับคนอื่นได้จริง ๆ หรือ

 

"ฉะ-- ฉันไม่เคยคิด" ลูเน็ตต้าตอบเสียงเบาอย่างตรงไปตรงมาแล้วเริ่มคิดถึงเรื่องดังกล่าว หากให้พูดตามความจริงแล้วลูเน็ตต้าไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีความรู้สึกอะไรแบบนั้นขึ้นมาอีกหลังจากเหตุการณ์ที่เธอลงมือจัดการพวกเซลวินตัวจริงเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว

 

เธอเพียงแค่คิดว่าจะต้องทำให้ภารกิจสำเร็จ เธอมั่นใจมาตลอดว่าตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายชนะในแผนการมากมายที่เธอวางเอาไว้ตามข้อตกลงและแลกกับอิสระที่เธอต้องการอย่างการมีชีวิตธรรมดา ๆ ที่ตายได้ทุกเมื่อเหมือนคนทั่วไป

 

 

แต่เธอประมาทเกินไป

 

 

ลูเน็ตต้าประมาทจนถึงขั้นพาตัวเองที่มีความรู้สึกแปลกประหลาดกับฝั่งตรงข้ามลงมาอยู่ในแผนเสียเอง

 

 

แล้วในทางข้างหน้าเธอควรจะทำยังไงต่อไปกันล่ะ เธอจะทำยังไงต่อไปกับแผนการที่ตัวเองเผลอมีความรู้สึกที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอยู่ด้วยแล้วแบบนี้น่ะ

 

 

_______________

Talk :

น้องทอมคนค่าตัวแพง ตอนนี้ไรท์มีเงินจ่ายค่าตัวน้องแล้วนะคะ น้องเลยได้มีบทโผล่มาออกมาเป็นชื่อกับจดหมาย 5555 หวังว่าทุกคนจะชอบตอนนี้กันนะคะ อย่าลืมคอมเมนต์ติชมและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะะ ดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะทุกคน

รักและเป็นห่วงทุกคนนะคะะ เราจะต้องผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันค่ะฮึ้บๆ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 190 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 20:59
    รออออๆๆๆ พี่ทอมนั่งไม่ละมั้งป่านนี้
    #821
    0
  2. #298 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 18:44
    รอถึงวันนั้นอย่างตื่นเต้น
    #298
    0
  3. #297 naphwaree (@naphwaree) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 13:43
    ทอม55555
    #297
    0
  4. #296 hitamichimasaki (@hitamichimasaki) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:32
    ทอมลูกใครสั่งใครสอนหนูเขียนปล.แบบนั้น
    #296
    0
  5. #295 Luciano_aummy (@Luciano_aummy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 18:57
    ฮื่อ อยากอ่านต่อตลอดๆๆๆๆเลยค่ะ สนุกมากๆ มาต่อไวๆนะคะ
    #295
    0
  6. #294 fatee28 (@fatee28) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 18:47

    รู้สึกตื่นเต้น ใจเต้นงะไรท์ ลุ้นๆ
    #294
    0
  7. #292 -Sayuri- (@Cinderera22) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 17:16
    รู้หรอกที่ส่งจดหมายมาหาจีคือจะถามเรื่องเขาอ่ะ แหมมมม
    #292
    0
  8. #291 Unnil (@Unnill) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 16:26
    ทอมคิดถึงลูเน็ตใช่มะ ดูออกก
    #291
    0
  9. #290 没有 (@kaowfang55) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 16:22
    นี่มัน!!!hotel del luna รู้สึกดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆที่มีคนแต่งแบบนี้ออกมา รักไรท์มากกกกก
    #290
    4
    • #290-2 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 33)
      5 เมษายน 2563 / 16:24
      แงง ไม่คิดว่าจะมีคนดูออกด้วยย นิสัยเรื่องการแต่งตัวของน้องลูเน็ตเราได้แรงบันดาลใจมาจากบอสจางใน hotel del luna เลยค่ะะ ดีใจมากๆเลยนะคะที่รีดชอบ รักรีดเหมือนกันค่าาา
      #290-2
    • #290-4 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 33)
      5 เมษายน 2563 / 16:32
      วางใจได้เลยค่ะว่าเรื่องนี้แฮปเอนแน่นอนน เพราะไรท์ทำใจแต่งตอนจบเศร้าไม่ได้ค่ะแงง ; - ;
      #290-4
  10. #289 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 16:03
    อยากรู้ตอนที่ทอมรู้ความจริงจังเลยค่ะว่าจะเป็นไง ตื่นเต้นๆๆ
    #289
    1
    • #289-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 33)
      5 เมษายน 2563 / 16:25
      ต้องรอลุ้นตอนต่อๆไปนะคะะ อีกไม่กี่อึดใจก็จะได้รู้แน้วววว
      #289-1