[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 3 : CHAPTER 3 : First meeting

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 338 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

CHAPTER 3

First meeting

 

"ผู้หญิงคนนั้นหัวแข็งมากทีเดียว" ลูเน็ตต้าพูดหลังจากที่มิสซิสโคลเดินออกไปแล้ว มือเรียวสะบัดอีกครั้งเพื่อจัดการขวดเหล้ากับแก้วและคราบเหล้ายินที่หกเลอะโต๊ะ

 

"ขอบคุณครับ เพราะคุณพวกเราได้รู้อะไรเยอะทีเดียว" ดัมเบิลดอร์ยิ้ม

 

"นายนั่นแหละรู้ ฉันรู้เรื่องเด็กคนนั้นตั้งแต่พลังเขาปรากฏออกมาแล้ว ถึงจะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากก็เถอะ" ลูเน็ตต้าพูดเสียงเบาในประโยคหลัง

 

"นายตามหล่อนออกไปเถอะ ฉันจะไม่ปรากฏตัวให้เด็กคนนั้นเห็นอย่างที่พูดไว้"

 

เมื่อออกมาจากห้องมิสซิสโคลหลุดออกจากภวังค์ที่ลูเน็ตต้าสร้างแล้วและหล่อนไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาเมื่อเห็นว่ามีดัมเบิลดอร์เพียงคนเดียวที่เดินออกมาจากห้อง หล่อนทำเหมือนที่พูดคุยกันในห้องเมื่อครู่นี้มีแค่หล่อนกับดัมเบิลดอร์เพียงสองคนเท่านั้น

 

มิสซิสโคลเดินนำดัมเบิลดอร์จากหน้าห้องทำงานไปขึ้นบันไดหิน ระหว่างทางไปขึ้นบันไดหล่อนออกคำสั่งกับผู้ช่วยและเด็ก ๆ เป็นระยะ ลูเน็ตต้าสังเกตและพบว่าเด็ก ๆ ที่นี่ก็ดูเหมือนว่าจะได้รับการเลี้ยงดูที่ดี แต่เสื้อผ้าเก่า ๆ กับสถานที่ที่อึมครึมเช่นนี้ดูไม่ค่อยจะเหมาะกับการเจริญเติบโตของเด็กเลยแม้แต่น้อยในความคิดของเธอ

 

"ถึงแล้วค่ะ" มิสซิสโคลบอกเมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นบนและหยุดที่ประตูบานแรกของระเบียงทางเดินยาวของชั้นนี้ หล่อนเคาะประตูแล้วเดินเข้าไปในนั้น

 

"ทอม เธอมีแขกมาเยี่ยม เขาคือคุณเอ่อ-- ฉันคิดว่าให้เขาพูดกับเธอเองน่าจะดีกว่า" หล่อนบอกแค่นั้นก่อนจะส่งยิ้มเล็กน้อยให้ดัมเบิลดอร์ก่อนจะกลับออกไป

 

"เธอสบายดีหรือทอม?" ดัมเบิลดอร์ทักทายเด็กคนเดียวภายในห้องทันทีที่เขาสามารถหาที่นั่งให้ตัวเองได้ ลูเน็ตต้ามองไปรอบ ๆ ก็พบว่ามันเป็นเพียงห้องเล็ก ๆ โล่ง ๆ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าตู้เสื้อผ้าและเตียงเหล็ก

 

เด็กชายที่ดัมเบิลดอร์เพิ่งทักทายกำลังนั่งทับผ้าห่มของตัวเอง ขาที่ห้อยจากเตียงลงพื้นนั้นเล็กนิดเดียวราวกับขาดสารอาหาร มือเล็ก ๆ ของเขากำลังถือหนังสืออยู่หนึ่งเล่ม

 

"ฉันคือศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์" เด็กชายมีท่าทีลังเลก่อนจะจับมือขึ้นเขย่า

 

"เขาได้กินข้าวบ้างรึเปล่า" ลูเน็ตต้าพูดออกมาอย่างสงสัย เพียงก้าวเดียวเธอก็ประชิดตัวเล็กคนนั้นแล้ว ดวงตาสีเทาหม่นสังเกตเด็กที่ชื่อ 'ทอม ริดเดิ้ล' ซึ่งเธอดูตั้งใจสังเกตเป็นพิเศษในสายตาของดัมเบิลดอร์

 

ในสายตาของลูเน็ตต้าเขาไม่มีความเป็นก๊อนท์เหลืออยู่เลย เขาดูหล่อกว่าเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน ลูเน็ตต้าไม่รู้ว่ามักเกิ้ลที่ก๊อนท์หลงรักหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เธอพอจะเคยเห็นหน้าตาของพวกก๊อนท์อยู่บ้างจึงทำให้เธอรู้ว่า เมโรเพ ก๊อนท์สมหวังตามคำพูดก่อนตายของเธอ

 

ขาเล็กยาวของเขาทำให้ลูเน็ตต้าเดาออกได้ง่าย ๆ ว่าเด็กคนนี้ค่อนข้างสูงสำหรับเด็กในวัยสิบเอ็ดปี เรือนผมสีดำกับผิวสีขาวซีดนั้นทำให้เขาดูดีไม่ใช่น้อย ๆ

 

"ศาสตราจารย์หรือ" เด็กชายทวนคำพูด สีหน้าของเขาแสดงความระแวงออกมาอย่างปิดไม่มิด

 

"เหมือนคำว่า นายแพทย์ อะไรแบบนั้นหรือเปล่า แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ หล่อนให้คุณมาตรวจอาการผมหรอ" มือเล็กชี้ออกไปที่ประตู ซึ่งถ้าเขามองเห็น

 

 

มือเล็ก ๆ ของเขากำลังชี้ตรงมาที่ลูเน็ตต้าพอดิบพอดี

 

 

เมื่อเห็นว่าดัมเบิลดอร์หันมองตามมือของเด็กชายแล้วระบายยิ้มออกมา แววตาสนุกสนานของเขาโผล่ออกมาวูบหนึ่ง

 

"ฉันยืนผิดที่สิ่นะ" ลูเน็ตต้าพูดก่อนจะขยับตัวไปยืนด้านหลังของดัมเบิลดอร์แทบจะในทันที

 

"เปล่า ไม่ใช่หรอก" ดัมเบิลดอร์ไม่ได้เก็บยิ้มของเขากลับไปแม้แต่น้อย

 

"ผมไม่เชื่อคุณหรอก พวกเขาต้องการให้คุณมาดูผมใช่ไหมล่ะ บอกความจริงกับผมมา" เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยพลังคล้ายว่าจะออกคำสั่งซึ่งมันน่าแปลกใจกับเด็กวัยนี้ และดูเหมือนนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาใช้น้ำเสียงแบบนี้คุยกับคนอื่น

 

"คุณเป็นใคร" เด็กชายยอมแพ้เมื่อเห็นว่าผ่านไปครู่หนึ่งแล้วผู้ชายตรงหน้าเขายังไม่ยอมพูดอะไรออกมา แต่สายตาของเขายังเต็มไปด้วยความระแวงอย่างปิดไม่มิด

 

"ฉันบอกเธอแล้วว่าฉันคือศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ และฉันทำงานในโรงเรียนที่มีชื่อว่าฮอกวอตส์ ไม่ใช่โรงพยาบาล" เขายิ้ม

 

"และฉันมาที่นี่เพื่อบอกเธอว่าเธอสามารถที่จะไปเรียนที่โรงเรียนของฉัน ซึ่งมันจะเป็นโรงเรียนใหม่ของเธอ ถ้าเธอต้องการน่ะนะ"

 

"คุณหลอกผมไม่ได้หรอกนะ ผมไม่ไปหรอก เข้าใจไหม แมวแก่อย่างหล่อนควรจะไปโรงพยาบาลบ้ามากกว่าผมเสียอีก ผมไม่เคยทำอะไรเอมมี่ เบนสันหรือเดนนิส บิชอปเลยแม้แต่ปลายเล็บ คุณไปถามพวกเขาสองคนได้ พวกนั้นต้องตอบเหมือนที่ผมบอก" เขามีท่าทีโกรธเล็กน้อย มือเขาชี้ผ่านหัวของดัมเบิลดอร์ไปแทนที่จะเป็นประตูเหมือนเมื่อครู่

 

 

และถ้าเขามองเห็น มันเป็นอีกครั้งที่เด็กชายกำลังชี้หน้าลูเน็ตต้าอยู่

 

 

"ฉันต้องไปยืนหลังเขาไหมเนี่ยจะได้ไม่ชี้มาตรงฉันอีก" ดัมเบิลดอร์หลุดขำออกมาเล็กน้อยเมื่อลูเน็ตต้าพูดออกมาแบบนั้น เด็กคนนั้นทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ เวลาเขาชี้มาที่เธอถึงแม้ว่าตัวเขาจะมองไม่เห็นเธอก็ตาม

 

"ฉันเป็นครู และครูไม่ได้ทำงานในโรงพยาบาลบ้า" เขาทำเหมือนไม่ได้สนใจลูเน็ตต้าและยิ้มให้กับเด็กชาย เหมือนเมื่อครู่นี้เขาเพียงแค่ขำอาการของเด็กชายมากกว่าขำอะไรก็ตามที่เด็กชายมองไม่เห็น

 

"และหากเธอนั่งเงียบ ๆ ฉันจะเล่าเรื่องฮอกวอตส์ให้เธอฟัง และถ้าหากเธอไม่สนใจจะไปเรียนที่นั่น ก็จะไม่มีใครบังคับเธอ"

 

"ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะบังคับได้หรือเปล่า" เด็กชายยิ้มเยาะอย่างไม่รักษามารยาท

 

"ฮอกวอตส์-- โรงเรียนสำหรับเด็กผู้มีความสามารถพิเศษ" เขาพูดโดยที่ไม่ได้สนใจประโยคเมื่อครู่ของเด็กชาย

 

"ผมไม่ใช่คนบ้า!" เด็กชายตะโกนออกมา

 

"เธอไม่ได้บ้า และฮอกวอตส์ก็ไม่ใช่ที่ของคนบ้า ฮอกวอตส์คือโรงเรียนสำหรับสอนเวทมนตร์" เด็กชายชะงักค้างก่อนจะจ้องตาดัมเบิลดอร์เพื่อจับผิดอะไรสักอย่าง

 

"เวทมนตร์หรือ?" เด็กชายกระซิบ ดัมเบิลดอร์พยักหน้าแทนคำตอบ

 

"สิ่งที่ผมทำได้น่ะ-- ที่ทำได้มาตลอด-- เรียกว่าเวทมนตร์หรอ?" เด็กชายมองมือของตัวเอง

 

"อะไรล่ะที่เธอทำได้" ดัมเบิลดอร์ถามด้วยรอยยิ้ม บทสนทนาพวกนี้ไม่ได้ทำให้ลูเน็ตต้านึกอยากสนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอรู้มันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

ผิดกับดัมเบิลดอร์ที่ไม่รู้อะไรเลยเพราะเธอขี้เกียจที่จะบอกเขา ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะมองอะไรสักอย่างที่วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ที่ริมหน้าต่าง ลูเน็ตต้านับได้ว่ามันมีทั้งหมดเจ็ดชิ้น

 

"หลายอย่าง" ทอม ริดเดิ้ลแสดงอาการตื่นเต้นเล็กน้อยออกมาให้ดัมเบิลดอร์เห็น

 

"ผมทำให้ของเคลื่อนที่เองได้โดยไม่ต้องแตะ ทำให้พวกสัตว์ทำตามคำสั่งของผมได้โดยที่ไม่ต้องฝึก และผมทำให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับพวกคนที่ทำให้ผมรำคาญได้และผมทำให้พวกเขาเจ็บปวดได้ด้วย ถ้าเกิดว่าผมต้องการให้เป็นแบบนั้น" เขาลุกขึ้นเดินไปมาก่อนจะกลับมานั่งที่เดิมและจ้องมองมือของตัวเองอีกครั้ง

 

"ผมรู้-- ผมรู้ว่าผมไม่เหมือนคนอื่นที่นี่" เขากระซิบ

 

"ผมรู้มาตลอดว่าผมมีอะไรบางอย่าง ผมรู้ว่าผมพิเศษ"

 

"เธอคิดถูกแล้ว" ดวงตาประกายสีฟ้าของเขามองเด็กชายอย่างพินิจก่อนจะพูดออกไป

 

"เธอเป็นพ่อมด" เด็กชายเงยหน้าในทันที เขาดูเหมือนจะมีความสุขอยู่ท่วมท้น แต่ใบหน้าที่ควรจะยิ้มดีใจเหมือนเด็กมักเกิ้ลบอร์นที่รู้ว่าตัวเองมีเวทมนตร์กลับมีรอยยิ้มแข็งกระด้างและดูคล้ายสัตว์ร้ายปรากฏออกมาเพียงเล็กน้อย

 

"คุณเป็นพ่อมดเหมือนกันหรือ" ดัมเบิลดอร์พยักหน้าแทนคำตอบอีกครั้ง

 

"พิสูจน์สิ่" เด็กชายพูดออกมาในทันที น้ำเสียงของเขาดูคล้ายจะออกคำสั่งอีกครั้ง

 

"ฉันคิดว่าหากเธอตอบตกลงที่จะไปเรียน--"

 

"แน่ล่ะ ผมไปเรียนแน่" เด็กชายพูดออกมาทั้งที่ดัมเบิลดอร์ยังพูดไม่จบดี

 

"เช่นนั้นเธอควรเรียกฉันว่าศาสตราจารย์และมีคำลงท้ายประโยคด้วย" ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจเล็กน้อย

 

"เอ่อ-- ขอโทษครับ-- ผมหมายถึงได้โปรดแสดงให้ผมดูว่าคุณเองก็เป็นพ่อมด"เด็กชายมีสีหน้าแข็งค้างก่อนจะพูดด้วยท่าทางสุภาพเป็นคนละคนกับก่อนหน้านี้

 

"หึ รู้ตัวแล้วสิ่นะเด็กน้อย" ลูเน็ตต้าแค่นยิ้ม เด็กชายควรรู้ตัวได้พักใหญ่แล้วว่าเขานั้นพูดหรือแสดงอะไรที่ไม่สมควรให้คนที่เพิ่งจะรู้จักกันเพียงวันเดียวรู้เรื่องไปมากแค่ไหน

 

แต่ก็ไม่ทันแล้ว ดัมเบิลดอร์คงระแวงในตัวเด็กคนนี้มากขึ้นพอสมควรและคงคาดหวังว่าลูเน็ตต้าจะดูแลเด็กคนนี้ให้ดีในแบบที่ดัมเบิลดอร์คาดหวังไว้ในความคิดของเขาเอง

 

ดัมเบิลดอร์ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมามากไปกว่าการหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาและโบกมันเบา ๆ และตู้เสื้อผ้าในห้องของเด็กชายก็ลุกเป็นไฟ ทอม ริดเดิ้ลลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ความตื่นตระหนกฉายออกมาผ่านใบหน้าของเขา ดูก็รู้ว่าในตู้นั่นคงมีของที่สำคัญกับเขาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

 

หลังจากที่ความตื่นตระหนกหายไปความโกรธก็ดูเหมือนจะเข้าครอบงำ เขาเหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่างกับดัมเบิลดอร์ที่นั่งยกยิ้มสบาย ๆ ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรกับการที่มีไฟไหม้ในห้อง แต่ไม่ทันไรไฟนั้นก็หายไปเสียก่อนที่เด็กชายจะได้ลงมือทำอะไรสักอย่างโดยที่ตู้เสื้อผ้าของเด็กชายไม่มีร่องรอยของการโดนไฟไหม้เลยแม้แต่น้อย เขามองตู้สลับกับดัมเบิลดอร์และไม้กายสิทธิ์ก่อนจะแสดงสีหน้าต้องการมันออกมา

 

"ผมจะหามันได้จากที่ไหน" เด็กชายชี้ไปที่ไม้ในมือของดัมเบิลดอร์

 

"ต้นไม้ที่มีตัวโบวทรัคเกิลทำรังอยู่" ลูเน็ตต้าพูดกวนประสาททั้งที่รู้ดีว่านอกจากดัมเบิลดอร์แล้วก็ไม่มีทางที่คนอื่นจะได้ยิน

 

"เมื่อถึงเวลาของเธอ" ดัมเบิลดอร์มองไปที่ตู้เสื้อผ้าของเด็กชาย

 

"ฉันคิดว่ามีอะไรอยากจะออกมาข้างนอกนะ" เป็นครั้งแรกที่เด็กชายแสดงอาการตกใจจนสะดุ้งออกมาให้พวกเขาเห็นเมื่อมีเสียงกุกกักดังออกมาจากภายในตู้

 

"เอามันออกมาสิ่"

 

"มีอะไรที่ไม่ควรจะอยู่ในนั้นอยู่หรือเปล่า?" ดัมเบิลดอร์ถามเมื่อเด็กชายทำท่าลังเลที่จะหยิบอะไรสักอย่างออกมาจากช่องเล็ก ๆ เหนือราวแขวนเสื้อผ้า ลูเน็ตต้าหันไปมองด้วยความอยากรู้บ้าง

 

เด็กชายค่อย ๆ หยิบกล่องกระดาษที่ส่งเสียงออกมาราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในนั้นด้วยมือที่สั่นเทา เขาดูเหมือนกำลังหวาดกลัว เด็กชายนำกล่องวางไว้บนตักเมื่อเขากลับมานั่งที่เตียงของตัวเองอีกครั้ง

 

"ครับ ผมคิดว่ามี" เด็กชายตอบเสียงเรียบทั้งที่เขากำลังแสดงอาการตรงกันข้ามออกมา

 

"เปิดสิ่" เด็กชายไม่ตอบอีก เขาเปิดฝากล่องออกและเทมันลงบนเตียงทั้งหมดโดยที่เขาไม่ได้มองมันเลย ดัมเบิลดอร์กับลูเน็ตต้าเห็นว่าของที่เคยสั่นอยู่ในกล่องนั้นเป็นเพียงของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ปะปนกันกับของที่เขาไม่ควรมีอย่างปลอกสวมนิ้วเย็บผ้า หรือหีบเพลงอันเล็กเก่า ๆ หมอง ๆ

 

"เขาขโมยของคนอื่น" ลูเน็ตต้าบอกเสียงเรียบ

 

"ฉันไม่เห็นว่ามันจะน่าสนุกตรงไหนกับการขโมยของคนอื่นมาเก็บไว้เอง ถ้าเป็นที่ฮอกวอตส์เขาโดนทำโทษแน่"

 

"ฉันหวังว่าเธอจะเอาของพวกนี้ไปคืนเจ้าของพร้อมกับคำขอโทษนะ" ดัมเบิลดอร์บอกเด็กชาย

 

"และฉันจะรู้ว่าเธอคืนหรือไม่คืน ขอเตือนไว้ก่อนว่าเราไม่ยอมให้มีการขโมยเกิดขึ้นที่ฮอกวอตส์อย่างแน่นอน" เด็กชายไม่มีสีหน้ารู้สึกผิดหรืออับอายเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับจ้องมองดัมเบิลดอร์ราวกับกำลังประเมินอะไรสักอย่างก่อนจะพูดออกมา

 

"ครับ ศาสตราจารย์"

 

"ที่ฮอกวอตส์" ดัมเบิลดอร์เริ่มเล่าเรื่องอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเด็กชายสงบลงแล้ว

 

"เราไม่เพียงแค่สอนเวทมนตร์ให้เธอ แต่เราจะสอนให้เธอรู้จักที่จะควบคุมมันด้วย เธออาจจะเคยใช้พลังของเธอทำอะไรบางอย่าง ซึ่งฉันเข้าใจว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ ในแนวทางที่ไม่มีสอนหรือไม่เป็นที่ยอมรับของโรงเรียน" ดัมเบิลดอร์เว้นวรรคและสังเกตเด็กชายตรงหน้า

 

"แต่แน่นอนว่าเธอไม่ใช่เด็กคนแรก และไม่ใช่เด็กคนสุดท้ายที่ปล่อยให้เวทมนตร์อยู่เหนือการควบคุม แต่เธอควรจะรู้ไว้ว่าที่ฮอกวอตส์ เราไล่นักเรียนออกได้ และที่กระทรวงเวทมนตร์-- กระทรวงนี้มีจริง ๆ นะ พวกเขาจะลงโทษคนที่ทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรงกว่าที่ฮอกวอตส์ เธอต้องยอมรับว่าเมื่อได้เข้ามาอยู่ในโลกเวทมนตร์แล้ว เธอก็จำเป็นที่จะต้องเคารพกฎของโลกเวทมนตร์ด้วย"

 

"ครับ" ดัมเบิลดอร์คงดูออกยากพอสมควรว่าเด็กชายกำลังคิดอะไรอยู่ ในขณะที่ลูเน็ตต้ามั่นใจว่าเธอค่อนข้างจะรู้ทันความคิดของเด็กคนนี้พอสมควร มือเล็ก ๆ ของเขากำลังเก็บของเข้ากล่องกระดาษ

 

"ผมไม่มีเงินเลย" จู่ ๆ เด็กชายก็พูดออกมาทำให้ดัมเบิลดอร์คลี่รอยยิ้มอบอุ่นของเขาอีกครั้ง

 

"ไม่ต้องเอาเงินกองทุนของฮอกวอตส์ออกให้เขา ให้เขาใช้เงินในธนาคารของฉัน" ลูเน็ตต้าบอกดัมเบิลดอร์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะจ้องมองไปที่ทอม ริดเดิ้ลด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกในความคิดของดัมเบิลดอร์

 

"ไม่เป็นปัญหา ที่ฮอกวอตส์ความช่วยเหลือมักมาหาผู้ที่ร้องขอเสมอ" เขาเว้นวรรคก่อนจะหันมามองลูเน็ตต้าครู่หนึ่ง

 

"เรามีแม่มดใจดีคนหนึ่งที่ยินดีจะออกค่าใช้จ่ายให้แก่เด็กที่จะเข้าเรียนในปีนี้ทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ" เขาโกหกเพื่อให้เด็กชายเชื่อ ทั้งที่ความจริงเขาไม่ต้องฟังสิ่งที่แม่มดผมสีน้ำตาลเข้มที่ตอนนี้ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาพูดออกมาก็ได้ แต่ในเมื่อเจ้าตัวพูดเอง เขาก็ไม่อยากจะปฏิเสธน้ำใจสักเท่าไหร่

 

"เธอคงจะต้องเดินทางไปซื้อตำราคาถาและของใช้จำเป็นอื่น ๆ อาจจะเป็นของใช้หรือ--"

 

"เงินที่ว่าจะได้มายังไง แล้วปกติแล้วต้องไปซื้อของที่ไหน" ไม่ทันที่ดัมเบิลดอร์จะพูดจบ เด็กชายพูดแทรกเขาโดยไม่สนใจว่าเขาจะพูดอะไรอีกแล้ว

 

"ที่ตรอกไดแอกอน" ดัมเบิลดอร์ถอนหายใจอีกครั้ง

 

"ฉันมีรายการหนังสือและของใช้ที่โรงเรียนติดมาด้วย ฉันสามารถไปช่วยหาของทุกอย่า--"

 

"ผมไม่ต้องการคุณ" เด็กชายสวนขึ้นอีกครั้ง "ผมเคยชินกับการทำอะไรให้ตัวเองด้วยตัวคนเดียว ผมไปทั่วลอนดอนตามลำพังเป็นประจำอยู่แล้ว แล้วจะไปตรอกนั้นได้ยังไง-- ครับ" เด็กชายสบตากับดัมเบิลดอร์ ไม่นานนักเขาก็ถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะบอกทางจากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าวูลส์นี้ไปที่ร้านหม้อใหญ่รั่วอย่างละเอียดและทวนให้ฟังอีกสองสามครั้งเผื่อว่าเขาจะลืม

 

"เธอจะมองเห็นร้านนั้นได้แม้ว่ามักเกิ้ล-- เอ่อ พวกคนไม่มีเวทมนตร์น่ะ จะมองไม่เห็น--"

 

"แล้วเรื่องเงินล่ะครับ ผมจะได้มายังไง" เด็กชายทำดัมเบิลดอร์ถอนหายใจมาจะเป็นรอบที่สิบของวันได้แล้ว ทั้งที่ปกติเขาไม่ใช่คนชอบถอนหายใจสักเท่าไหร่นัก

 

"ไปที่ร้านหม้อใหญ่รั่วแล้วมองหาทอม-- เอ่อ เขาเป็นคนขายเหล้าที่บาร์น่ะ คงจำชื่อได้นะ เขาชื่อเหมือนเธอ แล้วเขาจะพาเธอไปหาคนที่จะจัดการเงินให้" ดัมเบิลดอร์ตอบออกมาอย่างรู้ทันลูเน็ตต้า เขารู้ดีว่าเธอไม่ค่อยชอบให้คนแปลกหน้าไปแวะเวียนแถว ๆ บ้านของเธอบ่อย ๆ ในขณะที่ทอม ริดเดิ้ลแสดงท่าทางหงุดหงิดออกมาเมื่อได้ยินคำว่า ทอม สีหน้าของเขาแสดงออกมาเหมือนไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่

 

"ทำไมทำท่าแบบนั้นล่ะ ไม่ชอบชื่อ ทอม หรอ" ดัมเบิลดอร์ถามอีกครั้ง

 

"มีคนชื่อนี้ตั้งเยอะตั้งแยะ" เด็กชายพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ และเหมือนเขาจะเก็บความอยากรู้เอาไว้ไม่อยู่ เด็กชายถามออกมาอย่างรวดเร็ว

 

"พ่อผมเป็นพ่อมดด้วยหรือเปล่า เขาชื่อ ทอม ริดเดิ้ล ใช่ไหม คนพวกนั้นบอกผม"

 

"ฉันเสียใจ แต่ฉันไม่รู้หรอก" ดัมเบิลดอร์ส่ายหัวช้า ๆ น้ำเสียงคล้ายจะปลอบประโลมเด็กชาย

 

"แม่ผมคงไม่มีเวทมนตร์ ไม่อย่างนั้นหล่อนคงไม่ตายหรอก" เด็กชายพึมพำคนเดียวทำให้ลูเน็ตต้าแค่นเสียง "หึ" ออกมาอย่างอดไม่ได้

 

"คงต้องเป็นพ่อนะที่เป็นพ่อมด แล้วถ้าผมได้ของทุกอย่างครบแล้ว ผมจะได้ไปฮอกวอตส์เมื่อไหร่?"

 

"รายละเอียดทั้งหมดอยู่ที่กระดาษแผ่นที่สองในซองนั่น เธอจะออกเดินทางจากสถานีรถไฟคิงส์ครอสในวันที่หนึ่งกันยายน ฉันใส่ตั๋วรถไฟของเธอไว้ให้แล้ว" เด็กชายพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นยืนและยื่นมือออกมาจับกับดัมเบิลดอร์และเขย่าอีกครั้งก่อนจะบอกอะไรบางอย่างที่ดัมเบิลดอร์น่าจะเดาออกอยู่แล้ว

 

"ผมพูดกับงูได้ ผมรู้ตอนที่เราไปเที่ยวในชนบท-- มันมาหาผมและกระซิบกับผม" เด็กชายเว้นวรรค

 

"มันเป็นเรื่องธรรมดาของพ่อมดแม่มดหรือเปล่าครับ?"

 

"ไม่ใช่เรื่องธรรมดา" ดัมเบิลดอร์ลุกขึ้นยืน

 

"แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีคนเป็นแบบเธอ" เขาบอกทอมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนที่เขามักจะใช้บอกกับเด็กนักเรียนในโรงเรียน ดวงตาสีฟ้าประกายของเขาจับจ้องใบหน้าของทอม ริดเดิ้ลอย่างใคร่รู้และมีแววสนุกสนานเล็กน้อยเหมือนปกติโผล่ออกมาวูบหนึ่ง พวกเขาสองคนมองกันก่อนจะปล่อยมือออก

 

"ลาก่อนทอม หวังว่าฉันจะเจอเธอที่ฮอกวอตส์นะ" เขาพูดก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับลูเน็ตต้าที่เด็กชายไม่ได้รับรู้ถึงการมีตัวตนของเธอเลย

 

 

_______________

 

Talk :

ตอนนี้ค่อนข้างยาวกว่าที่คิดไว้มากเพราะตัดจบไม่ถูกเลยค่ะ ; - ; //ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราอิงมาจากในหนังสือด้วยเพราะอยากให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุด ในตอนหน้าจะได้เจอกันจริง ๆ แล้วนะคะระหว่างลูเน็ตต้ากับน้องทอม เยย่ คอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ เราจะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ! แล้วก็ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันนะคะ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะะ

รักทุกคนค่าา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 338 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 17:24
    เขียนดีๆๆๆ งานเขียนของไรต์มันแทรกเข้าไปในบทเดิมได้อย่างพอดีมากๆ ไหลลื่น ไม่ติดขัด รู้สึกเลยว่าดัมเบิลดอร์เป็นคนฉลาดในการใช้คำ ตอบสนองได้โดยไม่คายความลับมากเกินไป ไม่แสดงอารมณ์ไม่เห็นด้วย แล้วก็ไม่ทำให้คนที่พูดด้วยรู้สึกด้อยค่า ซึ่งมันคือคาแรคเตอร์ของดัมเบิลดอร์ในหนังสือเป๊ะเลย ไรต์เอามาเน้นย้ำให้ชัดขึ้นอีก เราว่าเขียนเก่ง
    #796
    1
    • #796-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 3)
      19 มิถุนายน 2563 / 17:38
      ฮือออ คุณรีดคะ เราเขินจนตัวจะลอยได้แล้วค่ะ ;-; ขอบคุณสำหรับคำชมจริงๆนะคะ ใจเรามันฟูมากๆเลยแง้
      #796-1
  2. #770 252555555 (@252555555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 23:59
    บางทีในโลกเวทมนตร์ควรเข้มงวดเรื่องเด็กให้มากกว่านี้อย่างน้อยก็ควรให้อยู่โลกเวทมนตร์ก็ยังดี
    #770
    0
  3. #182 Barea (@boonyaratku7) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 21:28
    โอเคอย่างแรกเลยนะ ถ้าให้พูดตามตรงคือถ้าเราเจอเด็กนิสัยอย่างทอมเมื่อไหร่คงโดดถีบขาคู่ตั้งแต่ประโยคแรๆแล้วล่ะค่ะ55555555 (ในกรณีที่เราไม่เคยรู้ภูมิหลังน้องมาก่อนน่ะนะ)
    #182
    0
  4. #6 ployz21 (@ploy2104) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 07:47
    งุ้ รอเขาเจอกันจริง เราชอบภาษาคุณไรท์มาดเลยค่ะ สู้ๆคับ
    #6
    1
    • #6-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 3)
      5 มีนาคม 2563 / 14:02
      ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้กันน้าค้าา
      #6-1
  5. #5 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 00:53
    ความคิดของพระนางลึกลับมาก มีคำผิดนิดหน่อย สู้ๆนะคะ สำนวนดีมาก
    #5
    1
    • #5-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 3)
      5 มีนาคม 2563 / 14:02
      แงง ขอบคุณที่ช่วยเตือนนะคะะแล้วก็ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้กันนะคะะ
      #5-1
  6. #4 yai nu (@piinkhyun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 22:07
    น้องทอมน่ารักและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
    #4
    1
    • #4-1 whitecatw/champagne (@YunaHarujii_) (จากตอนที่ 3)
      5 มีนาคม 2563 / 13:20
      เราทำใจเขียนให้น้องทอมไปด้านใดด้านนึงสุดๆไม่ได้จริงๆแงง ; - ;
      #4-1