[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 23 : CHAPTER 23 : Snowflakes

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,882
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 262 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

CHAPTER 23

Snowflakes

 

"เธอก็รู้ว่าไม่มีใครจะทำอะไรแบบนั้นได้หรอก" มัลฟอยบอกพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ เหมือนกับคนอื่น ๆ ให้กับความคิดของเธอ

 

"ฉันว่าถ้ามีจริง ๆ วิกตอเรียคงจับคนพวกนั้นมาหักแขนหักขาก่อนที่จะถึงตัวเธอเสียอีก" เอเวอรี่ลดเสียงพูดเบาลงเมื่อพูดถึงสิ่งที่ดูจะเป็นไปได้ที่สุดขึ้นมาก่อนที่พวกเขาจะหัวเราะออกมาให้กับความคิดนั้นดังมากกว่าเดิม

 

'อย่าเพิ่งออกมะ...'

 

"ชู่ว" ลูเน็ตต้าขัดขวางการกระทำของทอมด้วยการยัดเอแคลร์ชิ้นเล็กที่เธอคว้ามาจากถาดที่เอลฟ์ถือผ่านหน้าของเธอไปก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ

 

"จำที่ 'จี.' สอนได้ไหม หลีกเลี่ยงการพูดมันต่อหน้าที่สาธารณะ" เธอกระซิบพร้อมกับเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อยในขณะที่มือเธอกำลังพยายามยัดขนมชิ้นเล็กให้มันเข้าปากคนตัวสูงได้ทั้งหมด

 

"ฉันจำเป็นต้องคุยกับมัน" ทอมกระซิบตอบอย่างไม่พอใจหลังจากที่เขากลืนของหวานที่เพิ่งโดนยัดเข้าปากหมด

 

"มันไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ "

 

"ปล่อยให้มันออกมาหรือให้คนทั้งโลกรู้ว่านายเป็นพาร์เซลเม้าท์แบบไหนหายนะมากกว่า" ลูเน็ตต้ากระซิบตอบอย่างไม่ยอมแพ้ก่อนที่ดวงตาสีเทาหม่นจะเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังจะเดินเข้ามาหา

 

"อย่าทำอะไรโง่ ๆ ทอม"

 

"ถ้าฉันโง่บนโลกนี้คงไม่มีใครฉลาด" ทอมเหยียดยิ้มก่อนจะทำหน้าไม่พอใจอีกครั้งเมื่อโดนเด็กสาวข้างตัวกระชากปกเสื้อสูทให้เขาไปเผชิญหน้ากับเธอ

 

"ทำอะไรของเธอ" ทอมถามอย่างหงุดหงิดในขณะที่เด็กหนุ่มอีกสี่คนที่เหลือพยายามอย่างยิ่งที่จะกลายสภาพเป็นอากาศรอบตัวพวกเขาเพราะพวกเขาไม่สามารถเดินหนีไปไหนได้ตามคำสั่งของทอม

 

"ช่วยชีวิตนายจากอนาคตที่ล่มจม" ลูเน็ตต้ากระซิบตอบอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่เธอพยายามแสร้งทำเป็นจัดปกเสื้อให้เขาทั้งที่ความจริงเธอกำลังล้วงเข้าไปในสูทของเขาเพื่อควานหาสัตว์เลี้ยงเจ้าปัญหาที่ร้องขอตามเขามาในงานด้วย

 

"ออกมาสิ่ มาอยู่กับฉันเร็ว" ลูเน็ตต้ากระซิบอย่างลนลานไม่น้อยเพราะเธอยังหามันไม่เจอและใครบางคนที่ว่านั้นก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

 

"โอ้ ในที่สุดพวกเธอก็มา" เป็นซลักฮอร์นที่แยกตัวมาจากนักเรียนคนอื่นเพื่อเดินตรงมาหากลุ่มนักเรียนคนโปรดทั้งหกคนของเขาโดยนักเรียนที่เขาโปรดปรานมากที่สุดทั้งสองคนกำลังยืนหันหน้าเข้าหากันและทำอะไรสักอย่างอยู่ซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดจะสนใจเท่าไหร่นัก

 

และในที่สุดงูเผือกตัวเล็กของทอมก็ยอมเลื้อยออกมาตามมือของลูเน็ตต้า เธอแสร้งทำเป็นจัดปกเสื้อให้เขาอีกเล็กน้อยก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับซลักฮอร์นที่กำลังยิ้มอย่างภาคภูมิใจและเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า

 

"คิดถึงกันล่ะสิ่ ตอนนี้อยู่นิ่ง ๆ กับฉันไปก่อนนะ" เพียงเสียงกระซิบเบา ๆ ของลูเน็ตต้า สัตว์เลี้ยงของคนตัวสูงที่ตอนแรกกำลังเลื้อยพันข้อมือเธอไปมาไม่ยอมอยู่นิ่งก็ยอมสงบลงแล้วเกาะอยู่บนข้อมือของเธอนิ่ง ๆ ราวกับว่ามันกำลังเลียนแบบการเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งให้เธออยู่

 

แม้ว่าในตอนแรกเธอจะรู้สึกถึงการมีอยู่ของเพนทาเนียมานานแล้วแต่มันกลับทำตัวเสมือนว่าไม่อยากให้ใครรับรู้ว่าตัวมันอยู่กับทอมตลอดเวลา ลูเน็ตต้าที่ไม่อยากวุ่นวายอะไรมากจึงเลือกที่จะสนองความต้องการของมันด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้มาโดยตลอด

 

แต่เมื่อเธอกลายเป็นเด็กหกขวบซึ่งค่อนข้างจะไม่รู้ความทำให้เธอเปิดเผยการมีอยู่ของมันและมันเองก็ดูชื่นชอบที่จะได้อยู่กับเธอด้วย แต่หลังจากที่เธอดื่มน้ำยาของซลักฮอร์นเข้าไปเธอกลับไม่ได้เจอและแทบจะไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมันอีกเลยจนกระทั่งในคืนนี้

 

ลูเน็ตต้าไม่รู้ว่าทอมทำอะไรกับเพนทาเนียหรือเปล่า แต่เธอคิดว่าทอมคงไม่ใช่คนประเภทที่คิดจะหาเรื่องกับสัตว์อย่างแน่นอนแม้ว่าในใจเธอจะแย้งขึ้นมาเบา ๆ ว่าเขาอาจจะเป็นแบบนั้นด้วยสาเหตุบางอย่างที่เธอไม่รู้ก็เป็นไปได้

 

"มาเถอะ ทุกคนต่างกำลังตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอให้พวกเธอมา" ซลักฮอร์นที่ก้าวเข้ามายืนแทรกกลางระหว่างลูเน็ตต้ากับทอมและจับไหล่ของเขาไว้เอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างมีความสุขเมื่อได้รับการพยักหน้าและรอยยิ้มจอมปลอมที่ทอมและเด็กหนุ่มทุกคนสร้างมันขึ้นมาเพื่อภาพลักษณ์ที่ดูดีในสายตาของคนอื่นจนลูเน็ตต้านึกแปลกใจไม่น้อยที่พวกเขาสามารถแสร้งทำมันได้อย่างแนบเนียน

 

"คุณเซลวิน ทางนั้นไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกนะ มาเถอะ" ลูเน็ตต้าที่คิดจะปลีกตัวไปยืนมองเงียบ ๆ ถึงกับหยุดชะงักเมื่อซลักฮอร์นที่รู้ตัวว่านักเรียนคนโปรดของเขาหายไปหนึ่งคนด้วยความช่วยเหลือจากทอม ริดเดิ้ลที่กำลังมองเธออยู่ร้องบอกพร้อมกับรอยยิ้ม

 

"ค่ะ" ลูเน็ตต้าขานรับอย่างอดไม่ได้แต่ก็ไม่วายคว้าแก้วไวน์ชั้นดีที่ซลักฮอร์นทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อให้ได้มันมาเลี้ยงแขกในงานจากถาดที่เอลฟ์ตัวหนึ่งกำลังถืออยู่ติดมือมาด้วยก่อนจะส่งสายตาไม่พอใจไปให้ทอมครั้งหนึ่ง

 

"ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับเหล่านักเรียนคนโปรดของผม!" ซลักฮอร์นพูดเสียงดังเมื่อสามารถพาพวกเขาทั้งหมดมาถึงตรงกลางของงานได้ในที่สุดก่อนที่เขาจะขยับยิ้มกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเสียงปรบมือของคนในงาน ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีนักเรียนชั้นปีอื่นที่เข้าเกณฑ์ของซลักฮฮร์นกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่แตกต่างกันไปรวมอยู่ด้วย

 

"นี่ทอม ริดเดิ้ล ลูกศิษย์คนโปรดของผม นักเรียนผู้เฉลียวฉลาดที่หาได้ยากยิ่งในฮอกวอตส์แห่งนี้" ซลักฮอร์นเริ่มแนะนำเด็กหนุ่มร่างสูงในทันทีเมื่อเส้นสายมากมายของเขากำลังเดินเข้ามารุมล้อม

 

"โอ้ ใช่ นี่ลูเน็ตต้า เซลวิน ลูกศิษย์คนโปรดอีกคนของผม" ซลักฮอร์นผายมือมาทางเธอ

 

"นักเรียนผู้โดดเด่นและเป็นที่จับตามองตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนด้วยผลการเรียนที่ไม่มีใครเคยทำได้ในฮอกวอตส์"

 

"อย่าบอกนะคะศาสตราจารย์ว่าเธอทำได้เกินความคาดหมายน่ะ" แขกคนหนึ่งในงานร้องถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

"ทุกวิชาเลยล่ะคุณคัฟฟ์" ซลักฮอร์นขยับยิ้มกว้างเมื่อได้รับปฏิกิริยาจากทุกคนที่ล้อมเขาตรงตามที่ได้คาดหวังเอาไว้ก่อนจะเริ่มแนะนำคนอื่น ๆ ต่อไปพร้อมกับคำถามมากมายที่แขกในงานต่างเอ่ยถามออกมาไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว

 

และแน่นอนว่าลูเน็ตต้าไม่สามารถอดทนกับความวุ่นวายของการเป็นจุดสนใจได้มากขนาดนั้นเธอจึงเลือกที่จะพยายามแทรกตัวหนีออกมายืนเงียบ ๆ ที่มุมหนึ่งของงานแทนแต่ก็ยังไม่วายมีแขกผู้หญิงอีกหลายคนของซลักฮอร์นตามมาพูดคุยถามไถ่มากมายตามประสาผู้หญิง

 

"คุณเซลวิน ฉันต้องขอชื่นชมเธอจริง ๆ" แม่มดสาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าประดับรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มองมายังเธอด้วยความชื่นชม

 

"เอ่อ... เรื่องอะไรหรอคะ?" ลูเน็ตต้าแสร้งทำเป็นอึกอักไม่เข้าใจสิ่งที่แม่มดสาวพยายามสื่อพร้อมกับเกาแก้มสีชมพูระเรื่อเพราะฤทธิ์ของไวน์ชั้นดีในมือ

 

"เรื่องการแต่งตัวของคุณไงล่ะ"

 

"ใช่แล้ว ฉันก็กำลังจะพูดอย่างที่คุณเมดาลีนพูดเลย"

 

"จริงด้วย ฉันถามได้ไหมว่าไปได้เข็มกลัดนั่นมาจากไหน มันสวยแล้วเข้ากับสีตาของเธอมากเลย" แม่มดอีกคนพูดพลางชี้มาที่เข็มกลัดที่ประดับอยู่ที่อกของเธอ

 

"อันนี้หรอคะ" เด็กสาวก้มลงมองแล้วลูบเข็มกลัดรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ทำจากเปลือกหอยมุกประดับด้วยเงินที่ถูกขึ้นรูปให้เป็นเถาไม้เลื้อยที่ฐานซึ่งถูกประดับด้วยดอกไม้เล็ก ๆ ที่ทำมาจากเพชรทั้งดอก

 

"สมบัติตกทอดของตระกูลน่ะค่ะ" เธอเผลอปล่อยให้ความเศร้าสร้อยมาครอบครองรอยยิ้มเป็นมิตรของเธอไปเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่มาของมัน

 

เรื่องราวของเข็มกลัดที่บ่งบอกถึงความเป็นเธอและเป็นสิ่งของชิ้นแรกและชิ้นเดียวที่อยู่ติดตัวเธอมาตลอดตั้งแต่เธอเกิด เธอจำได้ดีถึงที่มาของมันซึ่งได้ยินมาจากผู้มีพระคุณซึ่งต่อลมหายใจเฮือกใหญ่ให้กับเธอ

 

เมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว คู่สามีภรรยาไร้บุตรได้กลายเป็นพ่อแม่บุญธรรมเพราะพวกเขาตัดสินใจรับอุปการะเด็กทารกหญิงซึ่งถูกทิ้งเอาไว้ในถ้ำกลางป่าพร้อมกับกระดาษใบเล็ก ๆ ที่เขียนชื่อของเธอเอาไว้แนบอยู่กับเข็มกลัดที่แม้ว่าดูก็รู้ว่ามีราคาขนาดไหน แต่กลับไม่มีใครอยากจะซื้อต่อเพราะรูปร่างของพระจันทร์ที่เป็นจุดเด่นของเข็มกลัดนั้นแตกหักจนไม่น่ามอง

 

เธอคิดมาตลอดว่าพระจันทร์ที่แตกหักของเข็มกลัดนั้นช่างเหมาะสมกับเธอเหลือเกิน เพราะชีวิตของเธอไม่เคยมีอะไรสมบูรณ์พร้อมเหมือนกับพระจันทร์เต็มดวงอันเป็นชื่อของเธอเลยสักครั้ง

 

 

และนั่นทำให้เธอเกลียดพระจันทร์เต็มดวงรวมไปถึงชื่อของตัวเองมาตลอด

 

 

เมื่อสามารถสร้างฐานะให้ตัวเองได้สำเร็จเธอจึงตัดสินใจหาช่างเครื่องประดับฝีมือดีสักคนมาช่วยเจียระไนรูปร่างของพระจันทร์เสียใหม่ให้มันกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สามารถบ่งบอกถึงความเป็นตัวเธอได้มากที่สุดแทน

 

 

เป็นพระจันทร์เสี้ยวที่โดดเดี่ยวมาตลอดสองพันกว่าปี

 

 

แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เธอไม่สามารถลืมเลือนความเศร้าในอดีตของเธอได้เลย แต่ลูเน็ตต้าก็ยังเต็มใจที่จะติดมันทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเสมอ

 

และรอยยิ้มเศร้าสร้อยนั้นเองที่เป็นสาเหตุให้แม่มดทั้งหลายที่มีท่าทีสนใจเข็มกลัดนั้นต่างรู้สึกไม่ดีขึ้นมาเล็กน้อย

 

"มันสวยมากเลยล่ะค่ะ" แม่มดคนหนึ่งตัดสินใจพูดออกมาเพื่อทำให้บรรยากาศชวนเศร้านั้นหายไปก่อนจะกลับมาครึกครื้นอีกครั้งเมื่อแม้มดคนอื่นต่างก็พากันเห็นด้วย

 

"แล้วกำไลของเธอล่ะ มันดูเหมือนจริงมากเลย"

 

"มันเป็นของจริงค่ะ" ลูเน็ตต้ายื่นแขนออกไปให้กลุ่มคนที่รายล้อมรอบตัวเธอได้มองเห็นพีนี่ที่กำลังหลับสนิทคาข้อมือของเธอตั้งแต่ตอนไหนเธอเองก็ไม่รู้

 

"เมอร์ลิน นี่มันสวยและวิเศษมาก" แม่มดหลายคนอุทานพร้อมกับคิดในใจว่าหากกลับจากงานเลี้ยงนี้แล้วพวกเธอจะลองไปหางูมาสักตัวเพื่อให้มันมาเลื้อยที่ข้อมือเป็นกำไลให้แบบนี้บ้าง

 

"ถ้าเธอจะยังพอมีเวลาว่างจากการเรียนเหลืออยู่บ้าง เธอจะรังเกียจไหมถ้าฉันอยากจะชวนเธอมาเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทของฉัน" แม่มดคนแรกที่เป็นคนเริ่มการสนทนาเกี่ยวกับการแต่งกายของเธอเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจและสายตาที่ทอประกายของความคาดหวัง

 

"หนูยินดีเสมอค่ะคุณเมดาลีน" ลูเน็ตต้าคลี่รอยยิ้มสดใสขึ้นมาอีกครั้งทำเอาแม่มดสาวหลายคนต่างถึงกับร้องออกมาเบา ๆ เพราะความน่ารักของเธอ

 

"คุณเซลวิน ไม่ทราบว่าคุณสนใจอาชีพไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า ผมสามารถแนะนำให้คุณได้นะ" ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดภูมิฐานแทรกตัวเข้ามายืนตรงหน้าเธอท่ามกลางกลุ่มแม่มดที่รุมเธออยู่แล้วเอ่ยถามเธอพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตร

 

"เกรงว่าจะต้องทำให้คุณผิดหวังแล้ว หนูยังไม่ได้คิดเรื่องอาชีพของตัวเองเลยค่ะ" ลูเน็ตต้าแสร้งปั้นหน้ารู้สึกผิดให้กับคนที่เธอพินิจใจแล้วรู้ว่าเขาเป็นคนใหญ่คนโตในกระทรวงที่กำลังมองหาคนมีแววเข้าไปทำงานด้วย

 

"ทำไมคุณไม่ลองคุยกับรุ่นพี่ปีหกหรือปีเจ็ดดูล่ะคะ?"

 

"ฉันไปคุยมาแล้วล่ะ" เขาถอนหายใจเบา ๆ "บอกตามตรงว่ายังไม่มีใครเข้าตาฉันเลยนอกจากเธอ"

 

"แล้วทอมล่ะคะ หนูคิดว่าคุณอาจจะถูกใจเขาก็ได้" ลูเน็ตต้าชี้ไปที่เด็กหนุ่มร่างสูงที่เป็นจุดเด่นของงานไม่ต่างจากซลักฮอร์นและเพื่อนคนอื่น ๆ ของเขา

 

"คุณรู้ไหมคะ เขาถูกทำนายว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเวทมนตร์ด้วย" เธออ้างถึงคำทำนายซึ่งถูกเก็บไว้ที่หอพยากรณ์ของกระทรวงเวทมนตร์ซึ่งเธอใช้วิธีการเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการล่วงรู้ถึงคำทำนายของทอม ริดเดิ้ลที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้มันเลยด้วยซ้ำ

 

"น่าสนใจทีเดียว ถ้าอย่างนั้นหากเธอต้องการความช่วยเหลืออะไรขึ้นมาสามารถติดต่อฉันผ่านซลักฮอร์นได้เสมอ" เขากล่าวก่อนจะขอตัวเพื่อพยายามแทรกเข้าไปยืนอยู่ในกลุ่มคนที่กำลังให้ความสนใจกับทอมที่ยังคงยืนอยู่ตรงกลางของงาน

 

"ผมคิดว่ามันยังเร็วเกินไปสำหรับผมครับ" ทอมตอบคำถามของผู้หญิงคนหนึ่งด้วยใบหน้าที่แสร้งทำเป็นเสียดายทั้งที่ความจริงเขาไม่ได้สนใจมันเลย

 

"ผมเพิ่งปีสี่เองครับ พวกคุณคงต้องยกโอกาสล้ำค่านี้ให้กับพวกรุ่นพี่ก่อน" ลูเน็ตต้าได้ยินเสียงของเขาดังลอดออกมาจากความวุ่นวายขนาดย่อมรอบ ๆ ตัวเขาก่อนจะพูดอะไรอีกนิดหน่อยซึ่งลูเน็ตต้าคิดว่าน่าจะเป็นการตัดบทให้พวกเขาไปสนใจคนอื่นแทน

 

ซึ่งนั่นทำให้ลูเน็ตต้าค่อนข้างแปลกใจเพราะทอมดูเป็นคนที่พยายามจะมีอำนาจอยู่เหนือคนอื่นอยู่เสมอ แต่เขากลับปฏิเสธหนทางมากมายที่จะทำให้เขามีชื่อเสียงซึ่งกำลังรายล้อมรอบตัวเขาอยู่ และลูเน็ตต้าก็แปลกใจมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าเขาเดินตรงเข้ามาหาเธอทันทีที่สามารถสลัดความวุ่นวายออกไปได้แล้ว

 

"โอ้ หนุ่มน้อยดาวเด่นของงานเดินมาที่นี่ล่ะ" แม่มดคนหนึ่งร้องบอกเมื่อเห็นทอมกำลังเดินเข้ามาหากลุ่มของพวกเธอ

 

"เขาดูดีมากเลย เมอร์ลิน ทำไมถึงไม่ให้ฉันเกิดช้ากว่านี้นะ"

 

"มีอะไรหรอ" ลูเน็ตต้าถามเมื่อเขาแทรกตัวมายืนข้างเธอได้ในที่สุด

 

"เบื่อ" เขากระซิบขณะที่กำลังแจกรอยยิ้มอบอุ่นให้กับแม่มดที่กำลังรุมล้อมทั้งสองอยู่ก่อนจะเริ่มเอ่ยขอดึงตัวลูเน็ตต้าออกมาจากความวุ่นวาย

 

"ก็เลยลากฉันมาด้วย?"

 

"ฉันเพิ่งจะช่วยชีวิตเธอออกมาจากความวุ่นวายพวกนั้น"

 

"โอ้ เมอร์ลินเป็นพยาน ทอม ริดเดิ้ลให้ช่วยเหลือฉัน" ลูเน็ตต้าแสร้งทำสีหน้าซาบซึ้งใจเกิดเหตุที่เธอเรียนรู้มาจากการเล่นใหญ่ของวิกตอเรียเพื่อแกล้งคนตัวสูงอย่างนึกสนุกเพราะฤทธิ์ของไวน์ที่เธอดื่มมันเข้าไปเป็นแก้วที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจจะนับได้จนทอมเลิกคิ้วมองเธออย่างแปลกใจ เพราะหากเป็นเวลาปกติแล้วลูเน็ตต้า เซลวิน เด็กสาวที่ดูเป็นผู้ใหญ่ตลอดเวลาจะไม่มีทางมาทำอะไรแบบนี้อย่างแน่นอน

 

"เธอเมา" ทอมพูดหลังจากที่สังเกตเห็นแก้วที่ว่างเปล่าในมือของเด็กสาวตัวเล็กอย่างไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะแย่งแก้วในมือของเธอมาส่งให้กับเอลฟ์ตัวหนึ่งที่เดินผ่านพวกเขาไปพอดี

 

"อย่ามาใส่ร้ายฉัน ฉันยังปกติดี" เธอบอกเขาด้วยท่าทางและน้ำเสียงปกติเพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอไม่ได้เมาอย่างที่เขาพูดแม้ว่าแก้มของเธอจะขึ้นสีชมพูระเรื่อเป็นการฟ้องว่าเธอเริ่มเมาแล้วก็ตาม

 

"กลับกันเถอะ"

 

"ไม่ได้นะ ฉันยังไม่ได้กินอาหารในงานเลย" ลูเน็ตต้าแย้งก่อนจะเดินหนีเขาไปที่โซนอาหารของงานแล้วเลือกหยิบอาหารใส่จานให้ตัวเองในทันทีโดยที่ทอมก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากการยืนเป็นเบ๊คอยถือจานอาหารที่เธอส่งมาให้เขาแล้วก็นั่งเฝ้าเธอกินมันทั้งหมดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

 

ทอมมั่นใจมากว่าเขาสังเกตรอบตัวเธออยู่ตลอดเวลาด้วยสาเหตุอะไรสักอย่างที่เขาเองก็หาคำตอบไม่ได้ว่าจะทำไปทำไม แต่สุดท้ายแล้วเขาก็พลาดอยู่ดีเพราะเผลอเพียงพริบตาเดียวแก้วไวน์แก้วใหม่ก็มาอยู่ในมือของเด็กสาวแล้ว และมันเป็นอีกครั้งที่ทอมไม่มีโอกาสแม้แต่วินาทีเดียวในการห้ามไม่ให้เธอดื่มมัน

 

 

เพราะทันทีที่ลูเน็ตต้าได้มันมาไว้ในมือ เธอก็กระดกรวดเดียวจนหมดแก้วแล้ว

 

 

"เราต้องกลับกันได้แล้ว ลูเน็ต" ทอมออกคำสั่งกดดันเธอด้วยใบหน้าจริงจังของเขาและไม่วายรีบฉุดให้เธอลุกขึ้นเดินตามเขาไปในทันทีเพราะเขาไม่ต้องการให้เธอได้มีโอกาสนั่งเถียงเขาแล้วแอบหยิบไวน์แก้วใหม่ขึ้นมาดื่มโดยที่เขาไม่ทันสังเกตอีก

 

"คนอื่นไม่กลับกับเราหรอ" ลูเน็ตต้าเอียงคอถามโดยที่เธอไม่ได้ปฏิเสธที่ทอมจับข้อมือของเธอเอาไว้เลยก่อนจะหันไปมองมัลฟอย เลสแตรงจ์ โรซิเออร์และเอเวอรี่ที่ยังยืนพูดคุยอยู่ในวงสนทนากับซลักฮอร์นอย่างสนุกสนาน

 

"พวกนั้นมีขา จะกลับเมื่อไหร่ก็เรื่องของพวกนั้น" เขาพูดก่อนจะรับเสื้อคลุมจากนักเรียนอาสาที่รับเสื้อคลุมจากลูเน็ตต้าไปในตอนแรกกลับมาคลุมให้เธอก่อนที่จะต้องออกไปเผชิญกับลมหนาวยามค่ำคืนของต้นเดือนธันวาคม

 

"ฉันก็มีขานะ ทำไมฉันต้องกลับตอนนี้ด้วย" แม้ปากจะพูดออกมาเหมือนว่าเธอไม่อยากจะกลับ แต่มือเล็ก ๆ ของลูเน็ตต้านั้นกลับกระชับเสื้อคลุมที่ทอมเป็นคนจัดการคลุมให้เธอแต่โดยดีแล้วยกขาตัวเองขึ้นมาให้คนตัวสูงดู

 

"เห็นไหม ฉันมีขา"

 

"เธอเมาเพราะงั้นต้องกลับตอนนี้" ทอมพยายามบอกอย่างใจเย็นด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทั้งที่ในใจของเขากลับรู้สึกตลกไม่น้อยกับท่าทางของเด็กสาวตรงหน้าเขา

 

"โถ่ ฉันไม่เมาสักหน่อย" ไหล่เล็กลู่ลงในทันทีเมื่อได้ยินคำขาดของคนตัวสูงในขณะที่เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ว่าเธอยังมีสติสมประกอบดีและยังไม่เมาเลยแม้แต่นิดเดียว

 

"ยังไงปีหน้าเธอก็ได้มาดื่มอีก" เขาบอกก่อนจะจูงมือเธอออกมาเผชิญกับสภาพอากาศที่ค่อนข้างหนาวมากกว่าคืนที่ผ่าน ๆ มาที่ระเบียงทางเดินชั้นเจ็ดซึ่งเป็นที่อยู่ของห้องต้องประสงค์ที่ซลักฮอร์นเลือกให้เป็นที่จัดงานเลี้ยงในปีนี้ของเขาแทนที่จะเป็นห้องทำงานของตัวเองเหมือนกับปีที่ผ่าน ๆ มา

 

ซึ่งระยะทางยาวไกลที่ทำให้ทอมกับลูเน็ตต้าจำเป็นจะต้องฝ่าลมหนาวในยามค่ำคืนนี้เองเป็นสาเหตุที่ทำให้ทอมอดไม่ได้เลยที่จะบ่นศาสตราจารย์ประจำบ้านในใจไปหลายประโยค

 

แต่ในความโชคร้ายที่จะต้องเดินกลับหอท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นก็ยังมีโชคดีอยู่บ้างเพราะพระจันทร์ที่ใกล้จะเต็มดวงของคืนนี้สามารถทำหน้าที่ส่องทางให้พวกเขาแทนคบไฟที่ถูกดับไปแล้วได้อย่างดีทำให้พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาเพื่อเสกคาถาลูมอส

 

"อะไร?" ทอมหันกลับมามองลูเน็ตต้าที่ยังคงมีใบหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อเพราะฤทธิ์ไวน์หยุดยืนนิ่งแล้วเหม่อมองออกไปที่ช่องว่างของโถงทางเดินอย่างไม่เข้าใจ

 

"หิมะแรกตกแล้ว" ลูเน็ตต้าบอกก่อนจะดึงเขาออกมายืนกลางลานสนามหญ้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ที่พวกเขาอยู่ในตอนแรกเท่าไหร่นักก่อนจะยื่นมือออกไปรอรับเกล็ดหิมะที่ค่อย ๆ ร่วงลงมาจากท้องฟ้าด้วยใบหน้าคาดหวัง

 

"เธอเห็นหรอ?" ทอมถามอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะยื่นมือออกมารอบ้างอยู่นานแต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นความว่างเปล่า เพราะไม่มีอะไรตกมาใส่มือของเขาหรือลูเน็ตต้าเลยสักอย่างเดียว

 

"เห็นสิ่" ลูเน็ตต้าเก็บมือเข้าไปซุกอยู่ในเสื้อคลุมของเธออีกครั้งเพราะลมหนาวที่เพิ่งพัดผ่านมาเมื่อครู่

 

"ก็เมื่อกี้มันลอยมาตกใส่หน้าฉัน" ทอมไม่ได้ตอบอะไรออกมานอกจากยกยิ้มเล็กน้อยให้กับคำตอบที่แสนจะตรงไปตรงมาผิดกับปกติที่มักจะเล่นลิ้นอยู่เสมอในขณะที่ลูเน็ตต้าก็เอาแต่จ้องมองบนท้องฟ้าด้วยท่าทางเหม่อลอยราวกับว่าความคิดและจิตใจของเธอได้ปลิวไปพร้อมกับสายลมที่เริ่มจะรุนแรงขึ้นกว่าเมื่อครู่นี้แล้ว

 

"รู้ไหมพวกมักเกิ้ลเชื่อว่าถ้าอธิษฐานกับหิมะแรกแล้วมันจะเป็นจริง"

 

"เธอเชื่อ?"

 

"บนโลกนี้ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ"

 

"แล้วเธออธิษฐานไปว่าอะไร" ลูเน็ตต้าหันหน้ากลับมามองคนตัวสูงที่มองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาเบา ๆ และส่ายหัวเป็นการบอกว่าเธอไม่ได้อธิษฐานทั้งที่ความจริงเธอได้อธิษฐานกับมันไปตั้งแต่แรกที่เธอเห็นมันที่โถงทางเดินแล้ว

 

 

เธอขอให้แผนการของเธอสำเร็จและทอม ริดเดิ้ลเป็นคนดี

 

 

"กลับกันเถอะ" ทอมบอกก่อนที่จะได้รับเสียงครางในลำคอและการออกตัวเดินของเด็กสาวเป็นคำตอบ

 

"รู้ไหม พวกมักเกิ้ลมีความเชื่ออีกอย่างว่าถ้ามีคนมาถามว่าเห็นหิมะแรกไหมจะเป็นการขอความรัก" ลูเน็ตต้าชวนคุยด้วยน้ำเสียงติดง่วงงุนในขณะที่ค่อย ๆ เดินเป็นจังหวะช้า ๆ พร้อมกับทอมที่เดินช้าลงกว่าปกติมากเพื่อรอให้เธอที่สติเริ่มไม่สมประกอบดีเดินทันเขา

 

"ในหัวเธอมีแต่เรื่องแบบนี้หรือไง" ทอมเลิกคิ้วถามเพราะเธอพูดเรื่องความเชื่อของมักเกิ้ลเป็นครั้งที่สองแล้ว ฉับพลันทอมก็หน้าแดงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เมื่อนึกถึงประโยคที่เขาเพิ่งจะพูดกับเธอไปเมื่อประมาณห้านาทีก่อนหน้านี้

 

"นายหน้าแดง" ลูเน็ตต้าไม่ตอบคำถามของเขาแต่กลับถามคำถามใหม่แทนเมื่อเธอพบเจอกับสิ่งผิดปกติที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนบนใบหน้าที่ฉายแววหล่อเหลาของทอม ริดเดิ้ล

 

"ฉันแค่หนาว"

 

'นายท่าน ข้ารู้ว่าท่านเขินนาง'

 

'หุบปากซะไองูทรยศ'

 

 

_______________

Talk :

หิมะแรกกกกกก งู้ยย หวังว่าจะชอบตอนนี้กันนะคะะ สามารถถามคำถามกันมาได้นะคะ เรายินดีตอบให้ทุกคำถามเลยค่าา //อยากจะลองมี QA โดยที่เราเป็นคนตอบบ้าง เพราะปกติถามคนอื่นตลอด 5555 สามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ เราจะนำคอมเมนต์ของทุกคนมาเป็นตัวช่วยในการปรับปรุงนิยายของเราให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ เย่ ช่วงนี้ดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพนะคะทุกคน

เป็นห่วงและรักทุกคนเลยค่าา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 262 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 19:50
    ทำเีมากพี่งู เราต้องการคนชงพอดี ไม่งั้นน่าจะอีกนานกว่าพี่ทอมเราจะรู้ตัว
    #816
    0
  2. #408 JTWIA (@Nam_29032547) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 12:17
    แล้วถ้าตอบว่าเห็นหิมะแรก มันก็คือการตอบรับการขอความรักนั้น > #408
    0
  3. วันที่ 7 เมษายน 2563 / 19:05
    มันน้วยไปหมดด ชอบความงูทรยศ
    #306
    0
  4. #164 Len-Night (@Len-Night) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 12:54
    ไองูทรยศ555555555
    #164
    0
  5. #163 Jarucar (@Jarucar) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 03:03
    นั้ลล้าคค
    #163
    0
  6. #160 Mean to Sky. (@Aunthikaa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 23:49
    พีนี่รู้กกกกก
    #160
    0
  7. #159 violetdaffodil (@Happiness_pyc) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 16:47
    นายท่านจอมซึน ปากแข็งมาก พีนีระวังตัวไว้ด้วย5555
    #159
    0
  8. #158 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 16:38
    เขินก็บอก โถ่
    #158
    0
  9. #157 hitamichimasaki (@hitamichimasaki) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 16:32
    ทอมมีความสุภาพบุรุษเบาๆกับสุภาพสตรีบางท่าน แค่ไม่นับงูทรยศ5555 สรุปที่พีนี่หายไปนี่ทอมขังน้องไว้ในห้องหรือยังไง
    #157
    0
  10. #156 yokna93 (@yokna93) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 16:12
    อย่าทำร้ายน้องงูนะ~~
    #156
    0
  11. #155 -Sayuri- (@Cinderera22) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 15:51
    ไอต้าวทอมคนน่ารัก เขินเขาก็บอกมาเลยว่าเขิน!!!
    #155
    0
  12. #154 yai nu (@piinkhyun) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 15:49
    สงสารงู5555555
    #154
    0
  13. #153 fatee28 (@fatee28) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 15:21

    หน้าแดงแหละเธอ หึหึ
    #153
    0
  14. #152 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 14:58
    แกกก บับ นี่น้ำตาซึมตอนอ่านคำอธิษฐานของลูเน็ต ทอมมี่นายต้องเป็นคนดีนะเว้ย ขอร้อง
    #152
    0
  15. #151 fangWitchada (@fangWitchada) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 14:52
    นะ นะ...น่ารัก
    #151
    0
  16. #150 Kurokiko L. (@ohorut) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 14:48
    ยังคงขำกับคำว่างูทรยศ โถน้องพีนี่ 5555
    #150
    0