[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 17 : CHAPTER 17 : Handwriting

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 283 ครั้ง
    24 พ.ค. 63

CHAPTER 17

Handwriting

 

ปิดเทอมฤดูร้อนของฮอกวอตส์มาถึงแล้ว และช่วงเวลาที่แสนสงบสุขของลูเน็ตต้าเองก็เดินทางมาถึงด้วยเช่นกัน ในที่สุดก็มีช่วงเวลาที่เธอจะได้เป็นตัวเองจริง ๆ และพักผ่อนอย่างเต็มที่เสียที ลูเน็ตต้าจะไม่ต้องคอยแสร้งทำตัวเป็นเด็กวัยสิบสามย่างสิบสี่ที่มีแต่เด็กหนุ่มชื่อทอม ริดเดิ้ลคอยตามประกบเธอตั้งแต่ลงมาจากหอนอนในตอนเช้าจนถึงขึ้นหอนอนในตอนดึกอีกต่อไป

 

 

อา... สรุปใครกันแน่นะที่ต้องเป็นฝ่ายคอยตามประกบน่ะ?

 

 

"ยินดีต้อนรับกลับมาขอรับ นายหญิง" เอลฟ์รับใช้กล่าวกับลูเน็ตต้าเมื่อเธอหายตัวจากสถานีคิงส์ครอสมาโผล่ที่บ้านของตัวเองที่ลอนดอน

 

"อาทิตย์นี้ฉันไม่ต้อนรับใครทั้งนั้น อย่าให้ใครเข้ามารบกวน" ลูเน็ตต้าสั่งเอลฟ์ไปพร้อม ๆ กับการแปลงร่างตัวเองให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมด้วยท่าทางเหนื่อยล้าก่อนจะเดินไปห้องนอนของตัวเองอย่างรวดเร็วเพราะเธอต้องการการพักผ่อนที่มากเพียงพอเพื่อที่จะมาชดเชยให้กับพลังที่เธอใช้ไปตลอดปี

 

ลูเน็ตต้าตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเช้าอันแสนสดใสของสัปดาห์ต่อมาและอาหารเช้าที่ถูกเตรียมเอาไว้รอเธอโดยพวกเอลฟ์ที่โต๊ะอาหาร ลูเน็ตต้าคิดว่ามันเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่พวกมักเกิ้ลไม่ได้มาทำสงครามใกล้กับเกาะอังกฤษในช่วงนี้ เพราะมันจะทำให้วันหยุดฤดูร้อนในปีนี้ของลูเน็ตต้าเงียบสงบ ไม่ต้องมาทนฟังเสียงระเบิดอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับปีที่แล้ว

 

"ไม่ได้มีใครมาวุ่นวายระหว่างที่ฉันไม่รู้เรื่องใช่ไหม พินนี่" ลูเน็ตต้าถามเอลฟ์รับใช้ของเธอที่คอยดูแลบ้านที่ลอนดอนระหว่างตัวเองที่จิ้มแพนเค้กเข้าปากอย่างสบายใจและอ่านหนังสือพิมพ์ของเดลี่พรอเฟ็ตไปพร้อม ๆ กัน

 

"กระผมชื่อพินซ์ขอรับนายหญิง ไม่ใช่พินนี่" เอลฟ์ชราที่อยู่กับเธอมานานเอ่ยตอบด้วยท่าทางนอบน้อมแม้ว่ามันจะรู้สึกไม่ชอบใจกับชื่อน่ารัก ๆ ที่นายหญิงของมันตั้งให้ใหม่สักเท่าไหร่

 

"ก็แค่ชื่อน่า" ลูเน็ตต้ากลอกตาอย่างเอือมระอา เธอก็แค่กำลังอารมณ์ดีกับมื้อเช้าแสนอร่อยก็เลยอยากจะตั้งชื่อให้มันใหม่ก็เท่านั้นเอง

 

"แล้วที่ฉันถาม?"

 

"นายน้อยกิลดี้ของนายหญิงมาหาขอรับ แต่กระผมบอกว่านายหญิงไม่ว่างจะพบใครในเวลานี้" มันตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อพูดถึงชื่อของคนที่มาที่นี่เมื่อสามวันก่อน มันไม่ได้อยากจะเรียกชื่อนายน้อยแบบนั้นเลย แต่เป็นนายหญิงสั่งเอาไว้และมันไม่อยากลงโทษจึงเลือกที่จะเชื่อฟังนายหญิงแม้ว่านายน้อยจะน่ากลัวกว่ามากก็ตาม

 

"เขาบอกไหมว่ามาทำไม"

 

"ไม่ได้บอกขอรับ กระผมบอกไปว่านายหญิงกำลังพักผ่อน นายน้อยก็บอกแค่ว่าจะมาหาใหม่แล้วก็หายตัวไปเลย"

 

"พินนี่คิดว่าเขาจะมาที่นี่เพราะอะไร?" ลูเน็ตต้าหันไปมองเอลฟ์

 

"ฉันว่ากิลดี้ของฉันกำลังเหง..."

 

"เรียกผมว่า 'จี.' ยังจะดูน่ารักกว่าชื่อ 'กิลดี้' อีกนะครับ" ไม่ทันที่ลูเน็ตต้าจะพูดจบ คนที่อยู่ในบทสนทนาก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าเขาไม่พอใจและไม่ชอบชื่อที่หญิงสาวตั้งให้เขาเลยสักนิด

 

"อะไรกัน เมื่อก่อนยังยอมให้ฉันเรียกอยู่เลย" ลูเน็ตต้าแสร้งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา

 

"ว่าแต่... ว่างแล้วหรอถึงได้มาหากันถึงที่นี่?" หญิงสาวกลับมาทำใบหน้าปกติอีกครั้งก่อนจะถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะข่าวในหนังสือพิมพ์บอกว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนเขาเพิ่งปะทะกับพวกมือปราบมารที่นิวยอร์กมา

 

"ก็ไม่เชิงว่างหรอกครับ แต่อยากจะหาที่เงียบ ๆ อยู่สักระยะ" เขานั่งลงที่ด้านขวาของเธอและเริ่มจัดการมื้อเช้าที่เอลฟ์เอามาเสิร์ฟให้เขาอย่างรู้งาน

 

"คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?"

 

"แล้วทำไมไม่ไปที่ฝรั่งเศส?" เธอถามอย่างไม่ใส่ใจ ที่ลอนดอนนี้ไม่ค่อยจะมีข้าวของของคนข้างตัวเธอสักเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ที่ฝรั่งเศสเสียมากกว่า

 

"อ่อ... ฉันว่าฉันเข้าใจแล้ว กิลดี้ของฉันเหงานี่เอง" เธอยกยิ้มน่ารักพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่มีทางไปที่ฝรั่งเศสแน่นอนในเมื่อตัวเธอยังอยู่ที่ลอนดอนแบบนี้

 

"ขอร้องลูเน็ต ได้โปรดเรียกชื่อปกติของผม" เขาบอกด้วยสีหน้าอับจนปัญญาเมื่อยังเห็นว่าเธอเอาแต่เรียกเขาด้วยชื่ออันสุดแสนจะเด็กน้อยนั่น

 

 

เขาไม่ใช่เด็กแล้วนะ! เขาน่ะใกล้จะวัยทองอยู่รอมร่อทำไมต้องมาโดนเรียกด้วยชื่อหน่อมแน้มแบบนี้ด้วย!

 

 

"ฉันว่าชื่อนั้นก็ดีออก" ฉับพลันชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาก็ปรากฏตัวขึ้นมาให้เห็นอีกคนทำเอาลูเน็ตต้ากลอกตาไปมาอย่างรำคาญ

 

 

เหมือนว่าฤดูร้อนในปีนี้ของเธอมันจะไม่สงบอีกต่อไปแล้ว

 

 

"เงียบปากไปน่า ลูลู่" ชายเกือบวัยทองพูดออกไปอย่างรำคาญในขณะที่ลูเน็ตต้าถึงกับขำพรืดออกมาเพราะชื่อที่คนข้างตัวใช้เรียกมันทำให้บุคคลผู้น่าเกรงขามที่สุดคนหนึ่งในทุกโลกไม่เหลือความน่าเกรงขามอีกต่อไปแล้ว

 

"กิลดี้งี่เง่า เก็บปากแกไว้กินแพนเค้กสุดแสนจะหน่อมแน้มนั่นไปเสียเถอะ" เขานั่งลงที่ซ้ายมือของลูเน็ตต้าบ้างและเริ่มจัดการกับแพนเค้กรูปหมีน้อยที่เอลฟ์เอามาเสิร์ฟให้เขา

 

 

ก็หน่อมแน้มไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ แต่จะทำยังไงได้ก็ในเมื่อเจ้าของบ้านหล่อนชอบแบบนั้น

 

 

"ชื่อกิลดี้ผมยอมให้ลูเน็ตเรียกได้คนเดียวเท่านั้น" เขาจ้องหน้าคนที่นั่งอยู่ฝ่ายตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง

 

"จะเป็นการดีที่สุดถ้าคุณจะเรียกผมด้วยชื่อหรือนามสกุลของผม หรือถ้าคุณกลัวผมจนไม่กล้าพูดออกมาผมก็ไม่ถือสาอะไรหรอกนะ" เขายักไหล่

 

"งั้นแกก็ควรให้เกียรติฉันอย่างการเรียกฉันว่า 'ท่านผู้ยิ่งใหญ่' หรืออะไรคล้าย ๆ กันเหมือนที่คนอื่นเรียกสรรเสริญฉันนะ" เขาจิ้มแพนเค้กเข้าปาก

 

"แต่ในฐานะคนของลูเน็ตข้าจะให้แกเรียกว่า ลูซิเฟอร์ ก็ได้ แต่ถ้าแกยังเรียกฉันว่าลูลู่อีกละก็ฉันจะตัดหัวแกทิ้งซะ" ลูซิเฟอร์ทำท่าเหมือนจะปาดคอคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างจริงจัง

 

"ช่วยอย่าพูดเรื่องคอขาดบาดตายกันตอนเช้าได้ไหมหนุ่ม ๆ ลางร้ายนะนั่น" ลูเน็ตต้าที่จัดการแพนเค้กหน้าตาน่ารักเสร็จแล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ดวงตาสีเทาหม่นของเธอยังคงจับจ้องเนื้อหาภายในหนังสือพิมพ์

 

"ฉันชอบลางร้าย" ลูซิเฟอร์กล่าวอย่างชอบใจ

 

"ผมก็ตัวร้ายในสายตาคนทั่วโลก เพราะงั้นผมก็ชอบเหมือนกัน" คนผมบลอนด์ทองกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม

 

"แล้วเด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้างครับ? มีแววร้ายขึ้นเหมือนผมบ้างไหม?"

 

"อย่าให้เขาได้ร้ายกว่านี้เลย แค่นี้ก็ร้ายจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดแล้ว" ลูเน็ตต้าเปลี่ยนหน้าหนังสือพิมพ์

 

"งั้นดีเลย ผมจะได้ไปเอาเด็กคนนั้นมาเข้าร่วมกับผม" เขาเหยียดยิ้มอย่างร้ายกาจ

 

"ผมคิดว่าเด็กคนนั้นต้องเห็นด้วยกับอุดมการณ์ของผมแน่ ๆ คุณคิดเหมือนกับผมไหม?"

 

"เขาเป็นแค่เด็กอายุสิบสี่ เกลเลิร์ต" ลูเน็ตต้าพูดอย่างไม่พอใจกับความคิดที่เหมือนเขาจะแค่เอ่ยออกมาเล่น ๆ แต่เธอมั่นใจอย่างยิ่งว่าในหัวเขาจะต้องมีแผนจะไปรับตัวทอม ริดเดิ้ลมาไว้กับตัวเขาแล้วแน่ ๆ

 

"ว้าว เธอรู้อายุเด็กนี่ด้วย" ลูซิเฟอร์แสร้งทำหน้าประหลาดใจเพราะหวังจะกวนประสาทหญิงสาวคนเดียวบนโต๊ะอาหาร

 

"แสดงว่าต้องรู้วันเกิดของเด็กนี่แน่ คิดงั้นไหมเกลเลิร์ต?"

 

"ตามหลัก ฉันก็ต้องรู้ทุกอย่างอยู่แล้วไหมลู?" ลูเน็ตต้าพับหนังสือพิมพ์ลงเมื่อรู้สึกว่ามันไม่มีข่าวอะไรให้น่าสนใจเหลืออยู่อีก

 

"แต่คุณไม่ยักจะจำวันเกิดผมได้บ้าง วันเกิดผมทุกปีคุณไม่เคยส่งของขวัญมาเลย" เกลเลิร์ตแสร้งทำเหมือนว่าเขาน้อยใจ แม้จะรู้ดีว่าลูเน็ตต้าจำได้และเป็นเขาที่บอกเธอเองว่ามันไม่ดีเท่าไหร่ที่เธอจะคอยส่งของขวัญให้เขาในขณะที่เขากำลังเป็นที่หวาดกลัวของคนทั่วโลก อีกสาเหตุหนึ่งคือถ้าเกิดเขามัวแต่รอของขวัญจากเธอในวันเกิด เขาก็คงจะดูหมดความน่าเกรงขามในสายตาลูกน้องไปแล้ว

 

"ต้องไปดูหน่อยแล้วว่าไอเด็กคนนั้นมันมีดีอะไรขนาดที่ลูเน็ตจำเรื่องของเด็กนั่นได้" เขาแสร้งพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

 

"เขามีชื่อนะเกลเลิร์ต ชื่อทอม เลิกเรียกเขาว่าเด็กคนนั้นได้แล้ว" เธอถอนหายใจกับความเป็นเด็กน้อยขี้หวงของเกลเลิร์ต

 

 

เขาเป็นคนที่ทั้งโลกกำลังหวาดกลัวอยู่ไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงได้ทำตัวเป็นเด็กน้อยขี้หวงได้ขนาดนี้ทั้งที่เธอก็จำได้ดีว่าตัวเองไม่เคยสอนให้เขาเป็นแบบนั้นมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

 

"ขออภัยท่านลูลู่ นายหญิงและนายน้อยขอรับ" เอลฟ์ที่ชื่อพินซ์ตัวสั่นเมื่อได้รับสายตาอาฆาตแค้นและคำพึมพำเกี่ยวกับเรื่องจะจับมันไปทรมานต่าง ๆ นานาของท่านผู้ยิ่งใหญ่ในขณะที่นายหญิงและนายน้อยของมันหัวเราะชอบใจอย่างมากในตอนที่มันเอ่ยชื่อของท่านผู้ยิ่งใหญ่ด้วยชื่อที่นายน้อยตั้งให้และเป็นนายหญิงสั่งให้มันพูดผ่านทางจิตเมื่อครู่นี้

 

 

นายน้อยมันก็กลัว นายหญิงมันก็กลัว ท่านผู้ยิ่งใหญ่มันก็กลัว พวกท่านน่ะใจร้ายกับพินซ์เกินไปแล้ว มันยังไม่อยากหัวหลุดออกจากบ่าเพราะใครในตอนนี้!

 

 

แต่อย่างน้อยมันก็ดีใจที่จะไม่ต้องเรียกชื่อนายน้อยด้วยชื่อแบบนั้นอีกเพราะนายหญิงของมันยกเลิกคำสั่งให้เรียกชื่อนายน้อยด้วยชื่อน่ารัก ๆ แบบนั้นไปแล้วเมื่อครู่นี้ ซึ่งมันทำให้ท่านผู้ยิ่งใหญ่มองมันด้วยสายตาอาฆาตมากกว่าเดิม

 

"มีอะไร" ลูเน็ตต้าก็เอ่ยปากถามพินซ์หลังจากที่เธอหัวเราะจนพอใจแล้ว

 

"มีคนยืนจ้องบ้านของเราได้พักใหญ่แล้วขอรับ นายหญิง" มันบอกด้วยท่าทีนอบน้อมและหวาดกลัวไปพร้อม ๆ กัน

 

"ใคร?" เป็นเกลเลิร์ตที่ถามเรื่องที่เธอสงสัยออกไป เพราะบ้านของเธอที่ลอนดอนนี้แม้ว่าจะไม่ได้ลงคาถาป้องกันสายตาสอดรู้สอดเห็นของพวกมักเกิ้ลเอาไว้ แต่พวกมักเกิ้ลส่วนใหญ่ก็มักจะเดินผ่านไปมากันอย่างไม่ใส่ใจเพราะพวกเขารีบเกินกว่าจะหยุดให้ความสนใจกับบ้านของเธอที่มันมีรูปร่างเหมือนตึกแถวที่เป็นบ้านของพวกมักเกิ้ลทั่ว ๆ ไป

 

 

แล้วใครกันมายืนจ้องบ้านของเธอ?

 

 

"ไม่ทราบขอรับนายน้อย เขาดูไม่เหมือนแขกที่เคยเข้ามาพบนายหญิงในบ้านหลังนี้" มันมีท่าทีกระอักกระอ่วน

 

"ฉันไปดูเอง" ลูซิเฟอร์เอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะหายตัวไปแล้วปรากฏตัวโผล่มาที่เดิมอีกครั้งอย่างรวดเร็วราวกับว่าเมื่อกี้เขาไม่ได้ลุกไปไหนเลย

 

"สรุปใคร?" ลูเน็ตต้าหันไปมองคนที่เพิ่งอาสาตัวเองออกไปดูว่าคนที่มาจ้องบ้านของเธอเป็นใคร

 

"เด็กของเธอ" เขาเหยียดยิ้มขึ้นมาด้วยความสนใจในตัวเด็กหนุ่มที่เขาออกไปดูเงียบ ๆ เมื่อครู่นี้

 

"ส่งจดหมายมาหาอย่างเดียวมันไม่พอหรือไงกัน?" ลูเน็ตต้าถอนหายใจยาวเหยียดหลังจากที่รับกล้องส่องทางไกลจากพินซ์มาส่องทะลุออกไปด้านนอกและพบกับทอม ริดเดิ้ลที่กำลังยืนจ้องหน้าบ้านของเธออย่างโจ้งแจ้งอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของถนน

 

"เสน่ห์แรงเหมือนเดิม" ลูซิเฟอร์หัวเราะชอบใจก่อนที่เขาจะหายตัวไปโดยที่ไม่บอกลาเหมือนกับทุกครั้ง

 

"เขาเป็นเด็กที่เปิดเผยดีนะครับ" เกลเลิร์ตหัวเราะบ้างก่อนจะขอตัวขึ้นไปพักที่ห้องใหม่ของเขาที่เอลฟ์จัดเตรียมไว้ให้ ทิ้งให้ลูเน็ตต้านั่งอยู่กับความรู้สึกงุนงงจนขมวดคิ้วตัวเองเป็นปมกับคำพูดของคนที่เธอคอยดูแลและเชื่อใจมาตลอดหลายสิบปี

 

 

กิลดี้เพ้อเจ้อน่า! เปิดเผยอะไร? ยังไง? เวลาอยู่ที่โรงเรียนไม่เห็นเขาจะเปิดเผยอะไรให้ใครเห็นเลยนะ!

 

 

ลูเน็ตต้าโคลงหัวไปมาไล่ความคิดเกี่ยวกับคำพูดของเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ออกไปจากหัวก่อนจะไปที่ห้องทำงานของตัวเองเพื่อเขียนจดหมายหาเด็กหนุ่มที่ตอนนี้หายตัวไปจากฝั่งตรงข้ามบ้านของเธอแล้ว

 

 

'ถึง ทอม ริดเดิ้ล

 

นายมีเรื่องอะไร แล้วมาจ้องหน้าบ้านฉันทำไม? พวกมักเกิ้ลไม่ได้สังเกตว่านายมอง แต่เอลฟ์ในบ้านฉันเห็นนะ

 

ลูเน็ตต้า'

 

 

เมื่อเขียนจดหมายด้วยลายมือที่เธอพยายามจะเขียนให้อ่านออกง่ายที่สุดจบ จดหมายก็ถูกนกของเธอที่เธอกังวลก่อนหน้านี้ว่ามันจะโดนมักเกิ้ลยิงตกไปที่ไหนสักที่ไปแล้วโผล่ตัวมาเอาไปส่งที่จุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

 

เสียงที่หน้าต่างห้องนอนดึงความสนใจของทอม ริดเดิ้ลที่กลับมานั่งอ่านหนังสือบนที่นอนของตัวเองได้พักหนึ่งแล้วให้หันไปมอง มือหนาปิดหนังสือในมือลงก่อนจะเปิดหน้าต่างให้นกฮูกตัวใหญ่เข้ามาในห้องของเขาแล้วเขาก็ตกตะลึงกับขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ของมัน มือหนารับจดหมายที่นกฮูกเอามาด้วยไปอ่านหลังจากที่เลิกตะลึงกับขนาดของนกที่เข้ามาในห้องของเขาแล้วทอมก็กระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจเมื่อรู้ว่าเป็นใครส่งจดหมายมาหาเขา

 

 

แต่ตัวก็เล็กแค่นิดเดียว มีนกฮูกใหญ่ขนาดนี้มันไม่เห็นสมส่วนกันเลยนะ

 

 

'ถึง ลูเน็ตต้า เซลวิน

 

ฉันไม่เห็นว่าเธอจะส่งจดหมายมาสักทีเลยไปดูให้แน่ใจว่าเธอยังไม่ตาย จำได้ว่าเธอเคยบอกว่าจะพาฉันไปเลือกซื้อปากกาขนนกใหม่ เจอกันวันที่ 25 มิถุนายนที่ร้านหม้อใหญ่รั่วตอน 11 โมงตรงและห้ามสาย

 

ปล. หัดคัดลายมือสะบ้าง ลายมือเธออ่านยากเป็นบ้า

 

ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล'

 

 

"กล้าดียังไงมาว่าลายมือฉัน!" ลูเน็ตต้าร้องออกมาอย่างไม่พอใจเมื่อได้รับจดหมายตอบกลับในตอนสายของวันเดียวกัน ดวงตาสีเทาหม่นมองจดหมายที่เขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบและอ่านง่ายของเขาอย่างคาดโทษ

 

ในตอนที่ลูเน็ตต้าเป็นเพียงเด็กทารก เธอกำพร้าแต่เกิดและถูกนำมาเลี้ยงโดยครอบครัวมักเกิ้ลครอบครัวหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะตายกันหมดเพราะเธอที่เริ่มรู้ความและควบคุมเวทมนตร์ของตัวเองไม่ได้จนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

 

เหตุการณ์นั้นทำให้เธอตัดสินใจที่จะหลบหนีไปเรื่อย ๆ หนีจากสิ่งมีชีวิตแทบทุกอย่างบนโลกอันแสนโหดร้าย เพราะเธอไม่อยากทำร้ายใครด้วยพลังที่เธอไม่สามารถควบคุมได้อีก ดังนั้นเธอจึงต้องหาเลี้ยงตัวเองไปพร้อม ๆ กับการฝึกควบคุมพลังด้วยตัวคนเดียว

 

มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ลูเน็ตต้าไม่เคยได้มีเวลาฝึกฝนหรือหัดเขียนตัวอักษรให้เป็นระเบียบหรือสวยงามเหมือนกับเด็กทั่ว ๆ ไป เธอพอจะอ่านหนังสือออกแต่เพิ่งจะมาเขียนหนังสือเป็นก็ตอนที่เพิ่งจะรู้จักกับเหล่าผู้ก่อตั้งของโรงเรียนฮอกวอตส์

 

แม้ในตอนนั้นเธอจะมีสภาพเป็นแบบนี้และรู้จักกับลูซิเฟอร์ได้พักใหญ่แล้ว แต่เขาก็ไม่เคยสอนเธอในเรื่องพื้นฐานที่ควรจะรู้พวกนี้เลย เขามักจะสอนให้เธอรู้จักที่จะทำพันธสัญญาให้สมน้ำสมเนื้อและเป็นประโยชน์แก่ตัวเขาเองเสียมากกว่า

 

แต่ด้วยฝีมือของโรวีน่า เรเวนคลอเธอก็สามารถเขียนหนังสือได้ในที่สุด แม้ว่าจะไม่เคยแม้แต่จะคิดฝึกหัดคัดให้มันเป็นระเบียบสวยงามเลยแต่มันก็นับว่าเป็นบุญแล้วสำหรับคนที่อยู่ตัวคนเดียวมาตั้งแต่จำความได้แบบเธอที่สามารถอ่านออกเขียนได้เหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ที่ได้รับการเรียนการสอนมาอย่างดี

 

ซึ่งเธอก็ไม่ได้คิดจะสนใจลายมือของตัวเองเท่าไหร่นักเพราะหากไม่เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์เธอก็ไม่ค่อยจะได้เขียนหนังสืออยู่แล้ว

 

 

เพราะแบบนั้นเธอจะไม่ฟังที่ทอม ริดเดิ้ลบอกให้เธอคัดลายมือเด็ดขาด!

 

 

.

 

.

 

.

 

 

"แน่ใจนะว่าไม่อยากให้ผมไปด้วยน่ะ" เกลเลิร์ตเอ่ยถามเป็นรอบที่สิบของวันเมื่อรู้ว่าวันนี้ลูเน็ตต้าจะต้องออกไปเจอทอม ริดเดิ้ลที่ร้านหม้อใหญ่รั่วเพื่อไปจัดการเรื่องปากกาขนนกของเขา

 

"ไม่เป็นไร" ลูเน็ตต้าปฏิเสธด้วยสีหน้าเอือมระอา

 

"เขาไม่ทำอะไรฉันหรอกน่า ไม่ต้องเป็นห่วง" ลูเน็ตต้ากล่าวทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะแปลงร่างตัวเองให้กลายเป็นเด็กอายุสิบสามย่างสิบสี่ในชุดกระโปรงสีน้ำตาลและหายตัวไปอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากจะฟังอะไรที่เกลเลิร์ตจะพูดออกมาอีก

 

"กลัวจะไม่ได้เจอฉันหรอ?" ลูเน็ตต้าเอ่ยทักคนตัวสูงที่กำลังนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะตัวหนึ่งในร้านหม้อใหญ่รั่วจากด้านหลังของเขา ดวงตาสีเทาหม่นมองนาฬิกาที่ถูกแขวนเอาไว้ก็เห็นว่าตอนนี้มันเพิ่งสิบโมงครึ่งเท่านั้น

 

"ฉันแค่ไม่อยากอยู่ที่นั่น" เขาแก้ตัวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาสีดำสนิทยังคงไล่อ่านเนื้อหาภายในหนังสือ

 

"งั้นเราก็ไปกันเถอะ" เด็กสาวบอก เขาเพียงหยักหน้ารับเบา ๆ เท่านั้นและยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่แบบเดิม

 

"นี่ หนังสือมันไม่ได้จะระเบิดตัวเองทิ้งสักหน่อยถ้านายละสายตาจากมันน่ะ" ลูเน็ตต้าบอกอย่างไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเขายังไม่ยอมลุกขึ้นยืน มือเรียวคว้าหนังสือที่ทอมอ่านมาไว้ในมือของตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มของผู้ชนะเมื่อทำให้ทอม ริดเดิ้ลเลิกให้ความสนใจกับหนังสือได้สำเร็จ

 

"เอาคืนมา"

 

"จัดการธุระเสร็จแล้วฉันจะคืน" เธอยกยิ้มใส่ทอมก่อนจะจับแขนเสื้อเชิ้ตที่ออกจะเก่าไปหน่อยของเขาเพื่อเป็นการจูงให้เขาเดินตามเธอไปสักทีเมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะก้าวเดินไปไหน เมื่อมาถึงหลังร้านมือเรียวก็คว้าไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาและเคาะที่ก้อนอิฐทั้งหมดสามครั้งและตรอกไดแอกอนก็ปรากฏสู่สายตาของทั้งสอง

 

"เพิ่งรู้ว่ามันต้องเคาะ" ทอมพึมพำกับตัวเสียงเบา

 

"ห้ะ? นายไม่รู้หรอ" ลูเน็ตต้าถามอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงพึมพำของเขา

 

"แล้วปีก่อน ๆ นายมาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย?"

 

"ครั้งแรก คนที่พาฉันมาแค่ลูบอิฐเฉย ๆ มันก็เปิดแล้ว" ทอมตอบตามความจริง

 

"ครั้งต่อมาฉันลองลูบแล้วมันไม่เห็นเปิดก็เลยนั่งรอในร้านให้ใครสักคนใช้ทางผ่านนี่แล้วเข้ามาพร้อมพวกเขา"

 

ลูเน็ตต้ารู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อยและรู้สึกตลกขึ้นมาพร้อม ๆ กันเมื่อได้ยินคำตอบของเขา เพราะคนที่พามาครั้งแรกแล้วลูบก้อนอิฐให้เขาดูก็คือตัวเธอเอง ซึ่งตามความจริงแล้วความผิดนี้จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากเธอ

 

แต่แล้วเธอก็ปัดความผิดออกไปจากตัวเองด้วยเหตุผลที่ว่าตอนนั้นเธอไม่มีไม้กายสิทธิ์ เขาเองก็ยังไม่มีไม้กายสิทธิ์ เพราะแบบนั้นก็เลยเคาะก้อนอิฐไม่ได้ เธอจึงต้องตั้งสมาธิไปที่มือแล้วลูบมันแทนการเคาะด้วยไม้แล้วบอกให้เขาจำอิฐก้อนนี้เอาไว้แทน

 

 

แต่เธอแค่ไม่คิดว่าเขาจะคิดว่ามันต้องลูบแทนเคาะนี่! ซัลลาซาร์! ลูกหลานนายซื่อบื้อเกินไปแล้ว!

 

 

_______________

Talk :

น้องทอมคนซื่อแห่งปี น้องงงงงงงง ไม่รู้จะขำหรือสงสารดี //กลั้นขำ หวังว่าจะชอบตอนนี้กันนะคะ คอมเม้นต์ติชมกันได้ค่า เราจะนำคอมเมนต์ของทุกคนไปช่วยปรับปรุงนิยายของเราให้มันดีขึ้นค่ะ! เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ อย่าลืมดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพด้วยนะคะทุกคนนน

รักทุกคนค่าาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 283 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. #845 cxtttt (@cxtttt) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 16:00
    กิลดี้55555
    #845
    0
  2. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 19:09
    น้องงงงงงงงงงทอม แอบสับสนกับอายุ แปลว่าลูลู่นี่ยุคก่อนเกลเลิร์ตใช่มั้ย ส่วนน้องลูเน็ต นี่น้องอายุเท่าผู้ก่อนตั้งฮอกอวอร์ตเลยเหรอ //เอามือทาบอก
    #810
    0
  3. #619 Bad_Quinn (@ParkJiKimTae0230) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 17:38
    เอ็นดูอ่ะ ลูบตามเเล้วไม่เปิด555555555
    #619
    0
  4. #427 P-A-I-N (@P-A-I-N-T) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 01:02
    เเอบสับสนตอนกิลดี้กับลูลู่เเค่คือสนุกมากกกเเงงงงงชอบ
    #427
    0
  5. #193 Barea (@boonyaratku7) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:35
    น้องงงงงง555555555
    #193
    0
  6. #99 linrasa (@linrasa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 19:44

    ทอมมี่กลับกิลดี้น่าร้าาาม้ากกค่ะ
    #99
    0
  7. #98 PB4515 (@PB4515) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 19:25
    กิลดี้แลพทอมมี่น่าร้ากกกก รีบๆมาอัพเพิ่มน้าาาา รอยุ
    #98
    0
  8. #97 PB4515 (@PB4515) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 19:24
    กิลดี้แลพทอมมี่น่าร้ากกกก รีบๆมาอัพเพิ่มน้าาาา รอยุ
    #97
    0
  9. #96 yai nu (@piinkhyun) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 18:40
    ชอบกิลดี้อ่า555555
    #96
    0
  10. #95 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 18:35
    ทอมมี่น่ารักอีกแล้ว
    #95
    0
  11. #94 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 18:10
    พ่อคนซื่อ 5555 // ว่าแต่คิดถึงเขาก็บอกมาเถอะทอม ทำเป็นฟอร์มนะ อิอิอิ
    #94
    0