[Fic Harry Potter] My Lacuna tmr/oc | END

ตอนที่ 13 : CHAPTER 13 : Want

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,388
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 324 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

CHAPTER 13

Want

 

เมื่อกลับมาที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว แทนที่เด็กสาวข้างตัวเขาจะแยกตัวกลับบ้านของเธอไป แต่เธอกลับเดินตามเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉยจนถึงขั้นเข้ามาถึงในห้องที่เขาพักอยู่

 

"ตามมาทำไม" ทอมพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ เขาไม่ได้คิดจะปิดบังท่าทางไม่พอใจเอาไว้เลย

 

"นายยังไม่คืนหนังสือกับถุงชุดเครื่องแบบให้ฉัน" ลูเน็ตต้าบอกด้วยน้ำเสียงปกติ ใบหน้าน่ารักไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เธอเข้ามาห้องของคนอื่นโดยพละการณ์ ทั้งยังยื่นแขนออกมารอรับของจากเขาด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้กังวลใจอะไรเลย

 

ทอม ริดเดิ้ลไม่พูดอะไร เขายื่นของให้เด็กสาวอย่างจงใจทิ้งน้ำหนักของทั้งหมดลงมาแรง ๆ

 

"ฉันเกือบลืมไปอย่าง" ลูเน็ตต้าวางของทุกอย่างทิ้งไว้ที่พื้น

 

"มีคนฝากมาให้นาย" มือเล็ก ๆ ชูตั๋วรถไฟขึ้นสูงจนมันเกือบจะทิ่มหน้าของเขา เป็นอีกครั้งที่ไร้การตอบรับจากทอม มือหนาของเขาคว้ามันไปอย่างรวดเร็วก่อนจะส่งสายตาไล่เธอให้ออกจากห้องของเขาไปเร็ว ๆ

 

 

.

 

.

 

.

 

 

และหลังจากนั้นลูเน็ตต้าก็แทบจะไม่มีโอกาสได้คุยกับทอม ริดเดิ้ลอีกเลยตั้งแต่ฮอกวอตส์เปิดเรียน เธอจะได้เจอเขาเพียงแค่ที่ห้องเรียนเมื่อถึงคาบเรียน ที่ห้องโถงหรือสโมสรซลักเมื่อถึงเวลากินข้าวและที่ห้องนั่งเล่นของสลิธีรินเมื่อใกล้เวลาเคอร์ฟิวเท่านั้น

 

 

ไม่ว่าเธอจะพยายามคิดวิธีเข้าไปคุยกับเขามากเท่าไหร่เขาก็เหมือนจะหนีจากเธอไปไกลเท่านั้น

 

 

แต่สิ่งที่ลูเน็ตต้าเห็นได้ชัดที่สุดคือเขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว เขามีนักเรียนชายของสลิธีรินหลายคนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่แทบจะตลอดเวลาด้วยสีหน้านิ่งเรียบในขณะที่คนรอบตัวของพวกเขากลับมีสีหน้าเสมือนว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าใครในโรงเรียนทั้งที่พวกเขาอยู่เพียงแค่ปีสามเท่านั้น และกลุ่มนักเรียนหญิงก็เริ่มจะพูดถึงกลุ่มของพวกเขาบ่อยขึ้น ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะกลุ่มของริดเดิ้ลนั้นไม่เพียงแต่รวมเหล่าทายาทผู้มีชื่อเสียงและหน้าตาของโลกเวทมนตร์เอาไว้

 

 

กลุ่มของเขายังรวมเด็กในชั้นปีเดียวกันที่หน้าตาดีที่สุดในบ้านสลิธีรินเอาไว้อีกด้วย

 

 

ลูเน็ตต้ารู้สึกดีใจที่เขามีเพื่อนแม้ว่าใบหน้าของเขาจะไม่ได้แสดงถึงความยินดีหรือแสดงถึงการยอมรับเด็กหนุ่มพวกนั้นเป็นเพื่อนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็ยังดีกว่าการที่เขาต้องอยู่คนเดียว และมันทำให้เธอสบายใจมากขึ้นเพราะเขาไม่ได้โดนลอบทำร้ายอยู่ตลอดเหมือนตอนปีสองแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอยู่เงียบ ๆ ไม่สนใจอะไรนอกจากการเรียนเหมือนเมื่อสองปีที่ผ่านมา

 

 

เพราะเหมือนว่าเขาจะรู้จักวิธีแก้แค้นที่ลูเน็ตต้าเคยพูดว่าอยากให้เขารู้จักมันเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

 

สิ่งที่ทำให้ลูเน็ตต้ายิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าทอม ริดเดิ้ลรู้จักกับวิธีแก้แค้นและกำลังใช้มันอย่างสนุกสนานก็คือ ไม่ว่าใครก็ตามที่ออกตัวดูเหมือนว่าจะเป็นศัตรูของกลุ่มของพวกเขาหรือเคยทำร้ายเขามาก่อน ในสองสามวันถัดมาก็จะไม่มีใครเจอคนเหล่านั้นที่ห้องโถงอีกเลยเป็นเวลาเกือบสัปดาห์แทบจะทุกราย

 

ลูเน็ตต้าปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอพิจารณาถึงคำพูดหว่านล้อมของคนที่ดูแลมากับมือเป็นสิบปีบ่อยมากขึ้น มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะน่าสนใจเพราะมันง่ายกว่าการที่ทำให้ทอม ริดเดิ้ลห่างไกลจากศาสตร์มืดเป็นอย่างมาก แต่เธอจะยังไม่ยอมทำแบบนั้นในตอนนี้แน่

 

 

เด็กหญิงบอกกับตัวเองในหัวว่าเธอจะพยายามจนกว่ามันจะไร้หนทางแล้วจริง ๆ

 

 

เรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นกับลูเน็ตต้าอีกครั้ง คนที่เธอพยายามจะเข้าหามาตลอดตั้งแต่เดือนกันยายนอย่างทอม ริดเดิ้ลกลับเริ่มเป็นฝ่ายเข้าหาเธอทีละเล็กทีน้อยโดยที่ลูเน็ตต้ารู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ผิดกับเธอที่ไม่ว่าจะพยายามเข้าหาทอมมากเท่าไหร่ หากเขาไม่ต้องการ เธอก็แทบไม่มีทางเข้าใกล้เขาได้เลย

 

เธอไม่ได้กีดกันทอม ริดเดิ้ลเลยแม้แต่ครั้งเดียวเมื่อรู้ว่าเขากำลังพยายามเข้าหาเธอ เพราะเธอต้องการสังเกตเพื่อหาเหตุผลว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม และจนถึงตอนนี้เธอก็ยังคงปล่อยให้เขาเข้าหาเธออย่างได้ใจนานจนจะเข้าสู่เดือนธันวาคมแล้ว

 

เรื่องประหลาดอย่างแรก ทั้งที่ความจริงแล้วทั้งสองคนนั่งกันอยู่คนละฝากของห้องสมุดด้วยซ้ำ แต่มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ทอม ริดเดิ้ลมานั่งอ่านหนังสือข้างลูเน็ตต้าที่ห้องสมุดแบบนี้ เธอจำได้ว่าเขาเริ่มแผนการนี้จากการที่จงใจนั่งอ่านหนังสือในโซนที่เธอชอบนั่งเกือบทุกวัน และเขาค่อย ๆ เขยิบที่นั่งของตัวเองเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น และใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนมานั่งอยู่ข้างเธอได้ในที่สุดในระยะเวลาเพียงสองสัปดาห์

 

และอีกเรื่องประหลาดที่ลูเน็ตต้ามั่นใจว่ามันเป็นฝีมือเขาแน่ ๆ คือ ไม่ว่าเด็กผู้ชายหน้าไหนก็ตามเข้ามาปฏิบัติตัวเกินเลยกับเธอเพียงเล็กน้อย พวกเขาจะหายไปจากชั้นเรียนในเช้าวันถัดมาและกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น

 

ลูเน็ตต้าไม่เข้าใจว่าเขาจะทำแบบนั้นไปทำไมจนกระทั่งเขาเริ่มที่จะมานั่งตรงข้ามกับเธอเวลากินอาหารทุกมื้อในห้องโถงและคอยตักอาหารให้เธอแทนเพื่อน ๆ รวมไปถึงการทำงานคู่กับเธอทุกครั้งที่มีโอกาสซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าจัดการงานของตัวเองและนั่งมองหน้าลูเน็ตต้าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก

 

ในสายตาคนอื่น นี่คือการประกาศกลาย ๆ จากทอม ริดเดิ้ลว่าเขาจองเธอเอาไว้แล้ว และจะไม่มีใครหน้าไหนแย่งเธอจากเขาไปได้ แต่ในสายตาของลูเน็ตต้า เขาเหมือนกำลังพยายามจะหลอกล่อเธอด้วยการกระทำที่เหมือนว่ากำลังสนใจในตัวเธอในขณะที่ลูเน็ตต้าเองก็ทำให้เขาตายใจว่าเขาจะสามารถหลอกเธอได้ง่าย ๆ เช่นกัน

 

 

เขากำลังคิดว่าตนเองกำลังถือไพ่เหนือกว่า

 

 

แต่เปล่าเลย

 

 

ลูเน็ตต้ามองมันออกทุกอย่างและเป็นเธอต่างหากที่ถือไพ่เหนือกว่าพร้อมกับพยายามควบคุมการกระทำของเขาไปด้วยอย่างแนบเนียน

 

 

"ฉันอยากรู้" น้ำเสียงเรียบนิ่งของทอม ริดเดิ้ลดังขึ้นข้าง ๆ ในขณะที่ลูเน็ตต้ากำลังจดข้อมูลในหนังสือเล่มหนาลงหนังสือเรียนของตัวเองที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือยึกยือจนแทบจะไม่มีพื้นที่ว่างเหลืออยู่แล้ว

 

"มีเรื่องไหนที่นายยังไม่รู้อีกหรือ?" ลูเน็ตต้าแสร้งตอบด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

 

"อย่าเพิ่งกวนประสาทฉันตอนนี้เซลวิน" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาสีดำสนิทละจากหนังสือในมือจ้องหน้าเธอนิ่ง

 

"ว่ามาสิ่"

 

"ที่เธอเคยพูดว่าสอนฉันได้ เธอจะสอนอะไร" เขาพูดออกไปตามตรง เพราะตั้งแต่เธอพูดคำนั้นออกมาที่ตรอกไดแอกอนเขาก็ไม่สามารถหยุดคิดถึงคำพูดของเด็กหญิงตรงหน้าได้อีกเลย ความสงสัยของเขามาทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ และเขาไม่ชอบเวลาที่ตัวเองมีเรื่องที่ยังไม่รู้

 

"ฉันสอนได้ทุกอย่างที่นายต้องการ" ลูเน็ตต้าเลิกเขียนแล้วหมุนปากกาขนนกในมือตัวเองไปมา

 

"แต่บางทีมันอาจจะไม่จำเป็นแล้วก็ได้" เด็กสาวพูดอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ในขณะที่ดวงตาสีดำสนิทของทอม ริดเดิ้ลฉายประกายของความพึงพอใจออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น

 

"งั้นคงต้องพิสูจน์กันสักหน่อย" ทอมยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยในขณะที่ลูเน็ตต้าเปลี่ยนจากนั่งหมุนปากกาขนนกเป็นนั่งเท้าคางจ้องตาเขาด้วยสีหน้าที่เขาไม่ชอบที่สุดเพราะเขาตีความหมายของมันไม่ออก

 

"ห้องต้องประสงค์คืนนี้ตอนสองทุ่มตรง" เขากระซิบเข้าที่ข้างหูของเธอเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับแววตาร้ายกาจที่ลูเน็ตต้ามองเห็นมันปรากฏออกมาวูบหนึ่ง และเธอก็ลงความเห็นที่มีต่อเขาในหัวเล็ก ๆ ของเธอว่า

 

 

ทอม ริดเดิ้ลน่ะร้ายยิ่งกว่าเกลเลิร์ตของเธอเสียอีก!

 

 

เมื่อลูเน็ตต้าลากตัวเองขึ้นมาถึงชั้นเจ็ดท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเสียจนไม่อยากทำอะไรเลยได้ในที่สุด เธอก็พบกับเด็กสลิธีรินที่เธอจำได้ว่าพวกเขาอยู่ในกลุ่มของทอม ริดเดิ้ลกำลังเดินไปมาอยู่สองสามคน

 

ทั้งที่ความจริงแล้วตรงนี้ไม่ควรจะมีเด็กสลิธีรินคนไหนขึ้นมาเดินบนนี้เลย เพราะชั้นนี้คือถิ่นของเด็กกริฟฟินดอร์ คู่ปรับตลอดกาลของสลิธีริน แต่คนตัวเล็กไม่ได้สนใจเด็กพวกนั้น เธอเดินผ่านกำแพงไปมาพลางนึกถึงทอม ริดเดิ้ลไปด้วยเพราะเขาน่าจะรอเธออยู่ในนั้นอยู่แล้ว

 

จนกระทั่งประตูบานสูงปรากฏ เธอไม่รอช้าที่จะเปิดประตูออกแล้วเดินเข้ามาแทบจะในทันที และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าลูเน็ตต้าก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย ทอม ริดเดิ้ลกำลังนั่งอย่างสง่าผ่าเผยราวกับว่าเขาคือพระราชาอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวสวยที่อยู่อีกฟากของห้องพร้อมด้วยใบหน้าที่ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมา

 

"ตรงเวลาดี" ทอมยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเทาหม่นของลูเน็ตต้ามองไปรอบ ๆ ห้องกว้างก็พบกับเหล่าทายาทของตระกูลแนวหน้าของโลกเวทมนตร์แทบจะทุกคนยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ฝั่งหนึ่งของห้อง

 

"เรามาเริ่มกันเลยดีไหม" พวกเขาบางคนกำลังมีท่าทีให้ความสนใจอย่างมากในขณะที่บางคนก็เพียงยืนมองลูเน็ตต้าเงียบ ๆ ด้วยสายตาเหมือนกำลังประเมินเธออยู่

 

"ฉันหวังว่านายคงรู้ว่าถ้าส่งพวกเขามามันจะเป็นยังไง" เพราะห้องต้องประสงค์จะปรากฏทุกอย่างที่บุคคลที่อยู่ภายในห้องต้องการ ดังนั้นเก้าอี้ไม้ตัวสวยอีกตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาเมื่อลูเน็ตต้าอยากจะนั่งมากกว่ายืนคุยกับทอม ริดเดิ้ลหลังจากที่เธอพูดจบ

 

"จะไม่ลองหน่อยหรอ?" ทอม ริดเดิ้ลถามเธอด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดูเหมือนจะเสียดายที่เธอพูดออกมาแบบนั้น

 

"ถ้าอยากขนาดนั้นก็เข้ามาพร้อมกันเลยสิ่ จะได้ทำให้มันจบไปเร็ว ๆ " ลูเน็ตต้าเริ่มบิดขี้เกียจอย่างไม่รักษากิริยา ปกติเธอจะไม่ทำอะไรทำนองนี้ให้ใครเห็นเท่าไหร่แต่เพราะเธอกินอิ่มมากเกินไปหน่อยทำให้ตอนนี้เริ่มจะรู้สึกง่วงขึ้นมาบ้างแล้ว สติที่โดนความง่วงครอบครองไปแล้วส่วนหนึ่งจึงไม่คิดจะใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเองอีก และแบบนั้นมันยิ่งทำให้ทอม ริดเดิ้ลรู้สึกสนุกมากขึ้น

 

หากเธอทำไม่ได้ เขาก็จะถือว่าวันนี้เป็นวันที่เขาจะกำจัดบุคคลที่น่าระแวงที่สุดไม่ต่างจากศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ให้พ้นทาง แต่หากเธอทำได้ เขาก็จะไม่ลังเลที่จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะเอาเธอมาเป็นของเขา

 

"เอาสิ่ ถ้าเธอต้องการ" เขาหันไปพยักหน้าให้คนของเขาเป็นเชิงอนุญาต

 

"แล้วอย่าหาว่าฉันไม่ใจดีล่ะ" ลูเน็ตต้าป้องปากหาวเพราะเธอเริ่มจะง่วงขึ้นมาจริง ๆ แล้ว และมันไม่ใช่การทำทีข่มศัตรูว่าเรื่องแค่นี้มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยแต่ดูเหมือนพวกเขากำลังเข้าใจผิด บางคนที่เดินตรงเข้ามาหาเธอกำลังมีสีหน้าไม่พอใจอย่างมากเมื่อเห็นว่าเธอทำแบบนั้นทั้งยังไม่คิดจะยืนขึ้นมาด้วยซ้ำ

 

"การขัดจังหวะคนที่กำลังง่วงน่ะ ไม่ใช่เรื่องดีเลยนะรู้ไหม" ลูเน็ตต้าบอกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายเมื่อเลสแตรงจ์เป็นคนเริ่มเสกคาถาใส่เธอในขณะที่เธอแค่ปัดมือเพื่อหลบคาถาเขาเท่านั้นและนั่นเหมือนจะทำให้เลสแตรงจ์เริ่มโกรธขึ้นมา คาถามากมายถูกรัวใส่เด็กหญิงทันทีเมื่อเธอพูดจบ

 

มันเป็นภาพที่ดูจะโหดร้ายเกินไปสักหน่อยเพราะเด็กชายสี่คนกำลังรุมเสกคาถาใส่เด็กสาวตัวเล็กที่เพิ่งจะอายุสิบสามที่ไม่มีเวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเพื่อหยิบไม้กายสิทธิ์ของตัวเองออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม โดยที่เด็กชายอีกคนหนึ่งอยู่เฉย ๆ และไม่คิดจะทำอะไรสักอย่างนอกจากการนั่งมองด้วยแววตาสนุกสนาน ชื่อของคาถาที่ถูกเอ่ยออกมาเริ่มบ่งบอกถึงพลังการทำลายล้างที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

 

ลูเน็ตต้ารู้ได้ในทันทีว่าพวกเขายังไม่ชำนาญในคาถาชั้นสูงที่พวกเขากำลังใช้เท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าประทับใจสำหรับเด็กวัยสิบสามที่ใจกล้ามากพอจะใช้มัน และน่าภูมิใจเป็นพิเศษเมื่อมัลฟอยผู้ได้คะแนนวิชาคาถาเพียง พอรับได้ สามารถเสกคาถาชั้นสูงออกมาได้โดยไม่มีข้อผิดพลาด แต่พลังของคาถาที่ถูกเสกออกมามันยังไม่รุนแรงเท่าคาถาที่มีประสิทธิภาพเต็มที่

 

"ไม่พักกันหน่อยหรอ พวกเขาเหงื่อออกแล้วนะ" ลูเน็ตต้าแค่นเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว และกลุ่มเด็กชายตรงหน้าเธอก็เหงื่อออกเต็มไปหมดจนเหมือนว่าพวกเขาไปตกน้ำมาในขณะที่ลูเน็ตต้ายังมีสภาพเหมือนเดิมทุกประการตั้งแต่เดินเข้ามาข้างในห้อง

 

"อย่าพูดมาก เซลวิน" เลสแตรงจ์พูดออกมาอย่างหัวเสีย

 

"หยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้วจริงจังกับพวกเราได้แล้ว"

 

"รู้ไหมการสู้ด้วยความโกรธน่ะ เป็นการกระทำที่โง่เง่าที่สุดที่ฉันเคยเห็นมาเลยเลสแตรงจ์" ลูเน็ตต้าพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับการยั่วยุของเลสแตรงจ์เลยแม้แต่น้อย

 

"ฉันไม่เคยเห็นคนพวกนั้นจบด้วยดีสักราย" ชั่วขณะหนึ่งดวงตาสีเทาหม่นที่มองไปยังเลสแตรงจ์เต็มไปด้วยความสมเพชอย่างไม่ปิดบัง เธอยอมรับว่าพวกพ้องของริดเดิ้ลนั้นเก่งพอตัว แต่พวกเขาควรหัดที่จะควบคุมอารมณ์และเก็บสีหน้ากันให้เก่งกว่านี้

 

เด็กสาวหันมองโรซิเออร์กับเอเวอรี่ที่มีสีหน้าไม่เต็มใจอย่างยิ่งยวดที่จะต้องเสกคาถาร้ายกาจใส่เด็กหญิงที่พวกเขานับเป็นเพื่อนที่ปฏิบัติตัวดีกับพวกเขามาโดยตลอด ในขณะที่มัลฟอยมองเธอด้วยสายตาที่ดูสับสน

 

เขาได้รับคำสั่งจากพ่อให้เข้าหาริดเดิ้ลและเด็กหญิงตรงหน้า เพราะพ่อเขาบอกว่าทั้งสองคนต่างมีประโยชน์ต่อตัวเขาและมัลฟอยในอนาคต แต่ตอนนี้เขากำลังลงมือกับคนที่พ่อต้องการให้เข้าหา เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีระหว่างตามน้ำไปกับริดเดิ้ลหรือจะหยุดเพื่อช่วยเหลือเด็กหญิงตรงหน้า และเลสแตรงจ์ผู้ที่มีแต่ความโกรธสุมอยู่เต็มไปหมดจนไม่อาจคิดได้ว่าเขาจะใจเย็นลงเร็ว ๆ นี้

 

"เหนื่อยก็พักไม่ดีกว่าหรอ" ลูเน็ตต้าเหยียดยิ้มเมื่อยังคงเห็นว่าพวกเขายังไม่เลิกที่จะรุมเสกคาถาใส่เธอโดยที่เธอปัดมือไปมาเหมือนปัดแมลงวันเพื่อปัดคาถาพวกนั้นออกไป

 

"ไม่คิดจะฟังกันบ้างเลยสิ่นะ" ลูเน็ตต้าโคลงหัวไปมาก่อนจะหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาในที่สุด

 

"ครูซิโอ"

 

น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้นมาและหลังจากนั้นทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวนของเด็กชายสี่คนที่ก่อนหน้านี้รุมเสกคาถาใส่เด็กสาวไม่หยุดล้มลงไปนอนชักดิ้นชักงออยู่ที่พื้นด้วยความเจ็บปวดอย่างหมดสภาพ

 

วินาทีนั้นตาสีดำสนิทของทอม ริดเดิ้ลมีประกายตื่นเต้นอยู่เต็มไปหมด เขาค่อนข้างพึงพอใจที่เห็นเธอเสกคาถาแบบนั้นออกมาให้เขาเห็นอีกครั้ง สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เขายืนยันกับตัวเองได้แล้วว่าลูเน็ตต้า เซลวินเป็นบุคคลอันตรายที่น่าเอามาไว้ใกล้ตัวเขามากที่สุด

 

มัลฟอย โรซิเออร์ เอเวอรี่และเลสแตรงจ์ยังคงมีสติอยู่ครบถ้วน พวกเขาค่อนข้างอึดทีเดียวในความคิดของลูเน็ตต้า เพราะพวกเขาสามารถทนความรุนแรงของคำสาปกรีดแทงของลูเน็ตต้าได้มากกว่าหนึ่งนาที เหมือนว่าพลังของลูเน็ตต้าจะลดน้องลงไปด้วยเมื่อเธอแปลงร่างตัวเองให้เด็กลง เพราะหากเป็นลูเน็ตต้าในสภาพปกติเป็นคนเสก ไม่แน่ว่าพวกเขาคงสลบไปแล้วตั้งแต่สามสิบวินาทีแรกแล้ว ไม่มีทางได้จ้องหน้าเธอราวกับว่าเธอเป็นปีศาจร้ายที่กำลังจะเอาชีวิตพวกเขาแบบนี้แน่ ๆ

 

"ดะ-- ได้-- ได้โปรด--" เสียงร้องของมัลฟอยดังขึ้นเป็นคนแรก เขาจะทนไม่ความเจ็บปวดนี้ไม่ไหวแล้ว อะบราซัส มัลฟอยเคยฝันว่าโดนเด็กสาวตรงหน้าร่ายคำสาปกรีดแทงใส่เขาซึ่งเขาคิดว่าในฝันมันเจ็บมากจนเหมือนว่าร่างเขาจะสลาย แต่ในตอนนี้มันเจ็บปวดมากกว่าในฝันของเขามาก ความเจ็บปวดที่เขากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนว่าเธอกำลังจงใจให้ใครร้องขอเธอออกมาให้ได้

 

"เธอกำลังจะทำให้พวกเขาตาย พอได้แล้ว" ทอม ริดเดิ้ลบอกเสียงเย็นเพื่อให้เธอหยุด แต่เธอก็ยังคงสาปพวกพ้องของเขาต่อไปเกือบสิบวินาทีได้โดยที่คนโดนกลับรู้สึกเหมือนว่ามันผ่านไปเป็นสิบ ๆ ปีและเธอก็ยอมหยุดลงในที่สุด

 

"หลีกไป" ทอมบอกกับทั้งสี่คนที่ยังนอนแผ่อยู่ที่พื้นและหอบหายใจอย่างหนัก แต่เมื่อหัวหน้ากลุ่มสั่งมาแบบนั้น พวกเขาก็จำเป็นจะต้องพาร่างของตัวเองที่เหมือนจะแหลกเป็นชิ้น ๆ ออกไปให้พ้นทางอย่างเร็วที่สุด

 

"อะไรอีก" ลูเน็ตต้าถามเสียงนิ่งและจ้องไปยังทอม ริดเดิ้ลตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัว เธอรู้สึกอารมณ์เสียไม่น้อยเพราะเธอง่วงแต่กลับนอนไม่ได้ ทั้งยังต้องมานั่งปัดคาถาไปมาจนเธอเริ่มเบื่อและทนไม่ไหวจนต้องกำราบพวกเขาให้จบ ๆ ไปเร็ว ๆ คนตัวเล็กรู้สึกผิดและเสียใจเล็กน้อยที่ผิดคำพูดที่ให้ไว้กับดัมเบิลดอร์ แต่มันช่วยไม่ได้เพราะเด็กพวกนี้เป็นฝ่ายเริ่มก่อนเอง และเธอสาบานได้ว่าเธอไม่ได้แม้แต่จะคิดรังแกพวกเขาเลย

 

ทอม ริดเดิ้ลไม่ตอบอะไรออกมา ขายาว ๆ ของเขาพาตัวเองมาหยุดยืนตรงหน้าเด็กสาวอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีดำสนิทกำลังจับจ้องเธออย่างประเมินและรู้สึกพึงพอใจไม่น้อย

 

"ฉันมีข้อเ--"

 

"ฉันง่วง และนายต้องพาฉันกลับหอนอน" โดยที่ทอมยังไม่ทันจะพูดอะไรจบ ลูเน็ตต้าก็แทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดในทันทีเพราะเธอต้องการนอนมากกว่ามานั่งฟังอะไรจากเขาอีก ร่างเล็กทิ้งตัวเข้าหาทอม ริดเดิ้ลในทันทีโดยที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ฉับพลันมือหนาก็รับคนตัวเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดทันก่อนที่เธอจะล้มไปกองอยู่ที่พื้น

 

"แยกย้าย" ทอมหันมาพูดกับพวกพ้องของเขาโดยที่ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าพวกเขาหมดสภาพไม่น่ามองขนาดไหน ทอมอุ้มลูเน็ตต้าไว้กับตัวก่อนจะพาเธอกลับหอนอนโดยไม่สนใจสายตาใด ๆ จากทั้งสี่คนหรือเด็กสลิธีรินที่เขาสั่งให้มาเฝ้าทางเอาไว้เลย

 

เขารู้สึกโล่งอกที่ไม่มีใครมาเห็นระหว่างทางที่เขากำลังอุ้มเด็กผู้หญิงกลับเข้ามาห้องนั่งเล่น เพราะเขาไม่ชอบให้ตัวเองไปอยู่ในข่าวซุบซิบนินทาของฮอกวอตส์ และเวลานี้ก็ใกล้จะเคอร์ฟิวแล้วจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่มีใครนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเลยแม้แต่คนเดียว

 

เพราะเขาไม่สามารถพาเธอไปส่งถึงเตียงของเธอได้ และในขณะเดียวกันเขาก็ไม่สามารถพาเธอไปนอนที่ห้องนอนของเขาได้เช่นกัน ทอม ริดเดิ้ลจึงตัดสินใจวางลูเน็ตต้าไว้ที่โซฟาตัวที่ใกล้กับเตาผิงมากที่สุด ก่อนจะเดินไปห้องนอนของตัวเองเพื่อหยิบหมอนกับผ้าห่มลงมาให้คนตัวเล็ก

 

"ฉันจะถือว่าเธอตกลง" ทอมบอกกับลูเน็ตต้าที่หลับสนิทไปแล้ว เขาจ้องใบหน้าเล็กอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโคลงหัวตัวเองเบา ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองคิดอะไรบ้า ๆ และหลังจากที่คุยกับตัวเองในหัวอยู่นาน เขาก็ตัดสินใจได้ว่าจะนั่งหลับอยู่ที่โซฟาอีกตัวไม่ไกลจากเธอแทนที่จะกลับขึ้นไปนอนบนห้อง

 

 

_______________

Talk :

เธอกำลังจะทำให้ทอมร้ายกว่าเดิมนะยัยน้องงงง ไหนบอกจะทำให้เขาเป็นคนดีไงลูกกก ส่วนเลสแตรงจ์ มัลฟอย โรซิเออร์กับเอเวอรี่ก็กลายเป็นหมาหัวเน่าโดนทิ้งไว้ที่ห้องต้องประสงค์เฉยเลยแง ไม่เสียใจนะโอ๋ ๆ หวังว่าจะชอบตอนนี้กันนะคะ เรามาเป็นกำลังใจให้ยัยน้องไม่ไขว้เขวกันเถอะค่ะ! คอมเมนต์ติชมได้นะคะ เราจะนำคอมเม้นต์ของทุกคนมาปรับปรุงให้นิยายของเราดีขึ้นค่ะ! อย่าลืมดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพด้วยนะคะทุกคน

รักทุกคนค่าาาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 324 ครั้ง

846 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 18:34
    แล้วตอนเช้าคือคนอื่นลงมาเจอสองคนนี้นอนกองกันอยู่ในห้องนักเล่นสินะ ที่ฮอกวอร์ตน่ะ ข่าวซุบซิบมันไปไกลและไวมากนะเออ
    #806
    0
  2. #612 UNicornG (@UNicornG) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 13:57
    ยังไม่รู้ตัวอีก~😋
    #612
    0
  3. #414 P-A-I-N (@P-A-I-N-T) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:01
    เขินนนอ้ากกกกก เเต่ก็คือเอ็นดูทั้ง4คนนั้นเอ็นดูมัลฟินด้วยย5555 เเต่คือเขินจีง เพุ้ายนงงบบววาสราทรคาว
    #414
    0
  4. #241 SeaStar ☆' (@seastar1222) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 19:10
    เด็ก13นี่มันไม่เบานะเออ
    #241
    0
  5. #186 Barea (@boonyaratku7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 09:33
    ตามตรงก็คือ พระเจ้า ทอมนี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว มันจะอะไรขนาดนั้นวะคะ
    #186
    0
  6. #67 violetdaffodil (@Happiness_pyc) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 02:08
    ดีกรีความทะเยอทะยานสูงมากกกกก ระวังลูเน็ตต้าผลักตกล่วงลงมาน้าทอม
    #67
    0
  7. #66 irene612 (@paploy61244) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 21:04
    แบบทอมนี่ต้องสั่งสอนความมั่นหน้าของตัวเองให้เข็ดสักที555 จัดการเบยน้อนน
    #66
    0
  8. #65 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 17:14
    รออออออ
    #65
    0
  9. #64 Poison_M.KS. (@kanokwan2538) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 12:15
    ทอมคนรว้ายๆ 555555
    #64
    0
  10. #63 elpanpon (@elpanpon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 11:58
    แผนซ้อนแผนป้ะเตง ทอมเธอหลอกน้องไม่ได้หรอก
    #63
    0
  11. #62 yai nu (@piinkhyun) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 11:53
    เขาอุ้มกันแล้วแม่
    #62
    0