COLOR OF RAINBOW เปิดตำนานสีแห่งสายรุ้ง

ตอนที่ 40 : Color of Rainbow :: SUNLIGHT :: Chapter 4 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ก.ค. 60

+

Sunlight Part

4

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ก็ถึงเวลาเดินทางไปออกค่ายของนักเรียนชั้นปีที่สองและสาม แซฟฟรอนเองก็เตรียมตัวมาเรียบร้อย เรื่องเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวอื่นๆ แคนเดิลได้จัดเตรียมให้เธอเรียบร้อยแล้ว โดยที่หญิงสาวไม่ต้องจัดแจงอะไรทั้งสิ้น หน้าประตูโรงเรียนมีเด็กๆทั้งปีสองและปีสามที่จับกลุ่มคุยกันอย่างตื่นเต้น

แต่ไม่ใช่กับแซฟฟรอน

ชุมชนเอเต้ที่แซฟฟรอนต้องไปนั้น อยู่ทางตอนใต้ของอาณาจักร มันเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางทะเลทราย จะเรียกว่า แคมป์ ก็ไม่แปลกเสียเท่าไหร่ ด้วยที่ตั้งและสภาพอากาศ เรียกได้ว่าแทบจะขาดแคลนน้ำ และสภาพอากาศก็สุดขั้ว

หากเป็นตอนกลางวัน อากาศก็จะร้อนจนทนไม่ได้

ตกกลางคืน ก็หนาวเหน็บเกินจะทน

ซึ่ง ชุมชนเอเต้ นั้นอยู่ในอาณาเขตของเมือง ไฟร์ท เมืองทางตอนใต้ของอาณาจักร ด้วยที่พื้นที่โดยรอบของเมืองแห่งนี้จะเป็นทะเลทรายเสียส่วนใหญ่ จึงไม่แปลกที่อากาศของตอนใต้จะร้อนเป็นพิเศษ

การเดินทางจากเมืองหลวงอย่าง เมดีน่า ไปยังเมืองต่างๆจะใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ มากสุดก็สามวัน เต็มที่ แต่ถ้าหากเร่งเดินทาง ใช้เวลาเดินทางเพียงวันเดียวก็เพียงพอแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าใช้การเดินทางประเภทไหน

 

ด้วยที่การเดินทางครั้งนี้ของแซฟฟรอน เป็นการเดินทางที่จัดการโดยโรงเรียน หญิงสาวจึงไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะทางโรงเรียนบังคับว่าให้ใช้รถม้าของทางโรงเรียนเพื่อเดินทางไปยังจุดมุ่งหมายของแต่ละคน ซึ่งทางโรงเรียนจะพาไปส่งที่จุดเริ่มต้นของแต่ละกลุ่มเท่านั้น นักเรียนชั้นปีที่สองและสามจะได้ทำความรู้จักกันระหว่างการเดินทางบนรถม้านี้เอง

นัยน์ตาสีสวยของแซฟฟรอนเหลือบมองรถม้าคันไม่เล็กมากที่พอมองจากข้างนอกก็สามารถเดาได้ว่า รถม้าคันนี้สามารถนั่งได้เพียงสองคนเท่านั้น หากแต่แซฟฟรอนรู้ดีว่า รถม้าของโรงเรียนนั้นถูกลงมนตราให้ข้างในเป็นบ้านหลังหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งต้องเข้าไปข้างในเสียก่อนถึงจะรู้ว่า รถม้าคันไม่เล็กนี้มีอะไรดีกว่าที่เห็นอีกเยอะ

หญิงสาวละสายตาจากรถม้าพลางมองไปรอบๆ แซฟฟรอนเห็นว่าเพื่อนร่วมห้องหลายคนเริ่มเจอรุ่นพี่ที่จะไปกับตนแล้ว ซึ่งถ้าหากใครพร้อมเดินทาง ก็สามารถออกเดินทางก่อนได้ แต่ต้องมีคู่ของตัวเองไปด้วย นัยน์ตาสีสวยหรี่ลงเมื่อเธอยังไม่เห็น คนที่คาดว่า น่าจะเป็นคู่ของเธอมาเสียที ร่างบางไม่ได้พูดอะไรแต่ไอมนตรารอบตัวที่กรุ่นอย่างเห็นได้ชัดเจนก็บอกได้เป็นอย่างดีว่า

เธอเริ่มหงุดหงิดแล้ว ถ้าคู่ของเธอไม่มาอีกในห้านาทีนี้

เธอก็จะไม่รอแล้ว!

แต่โชคก็ยังเข้าข้างคู่ของแซฟฟรอนอยู่ไม่น้อย เมื่อร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับร่างสูงของพี่ชายอย่างไฟร์บริคที่เคียงคู่กันมา คิ้วเรียวสวยของแซฟฟรอนเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนสองมือน้อยๆจะยกขึ้นมากอดอกทอดสายตามองทั้งสองเรียบๆ

ยังไงก็ดูแลน้องฉันด้วยแล้วกันนะ

เสียงทุ้มของไฟร์บริคดังแว่วๆมา ทำเอาหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแสดคิ้วกระตุก ใบหน้าสวยของหญิงสาวนิ่งเรียบมากขึ้นกว่าเดิมแถมด้วยไอมนตรากรุ่นๆ

นายพูดอะไรผิดหรือเปล่าไฟร์…”

ไฟร์บริคที่เดินมาพร้อมกับซันไลท์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เขาเหลือบมองใบหน้าสวยของน้องสาวที่มองเขาด้วยสายตาคาดโทษก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างพร้อมกับตบบ่าของเพื่อนสนิทอย่างให้กำลังใจ

ไม่ผิดหรอก ยังไงน้องฉันก็เป็นผู้หญิง ฝากน้องฉันด้วยนะ ไปล่ะ ไฟร์บริคยิ้มกว้างมากขึ้นอีกเมื่อเห็นใบหน้าหล่อของเพื่อนชายแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างหมั่นไส้ ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเหลือบมองน้องสาวเพียงครู่เดียว ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปโดยไม่เอ่ยอะไรกับแซฟฟรอนสักคำ

แซฟฟรอนไม่สนใจหรอกว่าไฟร์บริคจะพูดหรือไม่พูดกับเธอ หญิงสาวทำเพียงจ้องร่างสูงตรงหน้าด้วยสายตาดุ ซันไลท์ยิ้มแหยๆให้ร่างบางตรงหน้า เขาไม่รู้จะพูดอะไรดี อยู่ๆจะให้เขาบอกว่า

ไง พี่เป็นคู่เธอเอง          

แบบนี้ก็ดูตลกเกินไป จะให้เดินขึ้นรถไปเฉยๆ ก็อาจเป็นการดูตลกไป ยิ่งแซฟฟรอนยืนกอดอกจ้องเขาตั้งแต่หัวแบบนี้อีก ก็ยิ่งทำให้เขาทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่ สุดท้ายก็เป็นแซฟฟรอนที่เบือนหน้าหนีและเดินขึ้นรถม้าไปก่อน

ร่างสูงถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อคิดได้ว่า ขึ้นรถตามไป ก็ต้องเจอบรรยากาศแบบเมื่อครู่อีก ซันไลท์หันมองร่างสูงของเพื่อนตัวเองที่เดินมาส่งและเดินกลับไปยังรถตัวเองเรียบร้อยแล้ว นัยน์ตาสีสวยของเขามองร่างบางของเบอร์รี่ที่กำลังพูดคุยกับไฟร์บริคด้วยท่าทางปกติ บางทีเขาก็อดคิดไม่ได้ เบอร์รี่เป็นคนที่ปรับตัวเข้าไปกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ใช่ว่าเขาจะทำไม่ได้ แต่คนที่เขาอยู่ด้วยนี่สิที่ทำให้ทุกอย่างมันต่างออกไป

เมื่อเลือกไม่ได้ ซันไลท์ก็ทำได้เพียงถอนหายใจและก้าวเท้ายาวๆของตนขึ้นไปบนรถม้าเช่นกัน เขาผิวปากอย่างถูกใจเมื่อเห็นว่าข้างในรถม้านั้นค่อนข้างกว้างและแบ่งสัดส่วนชัดเจน เขากวาดสายตามองห้องนั่งเล่นที่มีชุดโซฟาเรียบหรูและชุดน้ำชาที่ตั้งพร้อมอยู่บนโต๊ะ พอตรงเข้าไปก็มีชุดครัวเล็กๆที่ไว้ทำอาหารง่ายๆ พอหันไปทางซ้ายก็พบกับประตูห้องหนึ่งซึ่งด้านตรงข้ามก็มีอีกห้องหนึ่งเหมือนกัน

ซันไลท์มองอย่างครุ่นคิด ยังดีที่เขาพอจับพลังมนตราของแซฟฟรอนได้ ไม่อย่างงั้นต้องเป็นปัญหาแน่ๆถ้าเขาเผลอเปิดเข้าไปในห้องที่แซฟฟรอนอยู่ อาจตายแบบหาศพไม่เจอเลย

ชายหนุ่มเลือกเดินไปห้องตรงข้ามเพราะรู้ว่านี่จะเป็นห้องพักของเขาในช่วงเวลาเดินทางไปยังเมืองไฟร์ท หากการเดินทางไม่เคยเป็นปัญหาสำหรับเขา สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับเขาตอนนี้ก็คือ

ร่างบางที่อยู่ในรถม้าอีกคนนี่ต่างหาก

เขาจะเริ่มคุยกับอีกฝ่ายยังไงดี นี่คือปัญหาที่เขาคิดไม่ตกอยู่หลายวันแล้ว ร่างสูงทรุดนั่งกับเตียงด้วยใบหน้าคิดไม่ตก คิ้วเรียวเข้ารูปกับใบหน้าหล่อขมวดเข้าหากัน เสียงล้อของรถม้าที่ดังขึ้นพร้อมกับแรงสั่นเบาๆแล้วก็หายไปราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้นเลย พร้อมกับข้อความที่เด้งขึ้นบอกว่า ทางโรงเรียนจะส่งพวกเขาทั้งสองคนที่เมืองไฟร์ท ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง หลังจากนี้ให้พวกเขาไปหาทางยังชุมชนเอเต้กันเอาเอง

อย่างที่ซันไลท์เคยบอก การเดินทางไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา แต่การพูดคุยกับแซฟฟรอนที่เป็นผู้ร่วมเดินทางกับเขาต่างหากที่เป็นปัญหา!

ร่างสูงส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเก็บของให้มันเข้าที่เข้าทางจะได้ไม่เป็นการเสียเวลา เมื่อจัดการเสร็จแล้ว ซันไลท์ก็เลือกที่จะอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเพราะอากาศค่อนข้างร้อน ทำให้ตัวเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ยังดีที่เป็นห้องส่วนตัวและซันไลท์ก็ไม่คิดว่าแซฟฟรอนจะเปิดพรวดเข้ามาในห้องเขาอยู่แล้ว ร่างสูงจึงทำตัวเหมือนอยู่บ้านอยู่ห้องตามปกติ เขานุ่งผ้าขนหนูปกปิดแค่ครึ่งล่างหลังจากอาบน้ำเสร็จ โชว์ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นทุกสัดส่วน มันไม่ได้หนาจนเกินไป แต่มันพอดีกับรูปร่างและส่วนสูงของเขาเป็นอย่างยิ่ง พอบวกด้วยใบหน้าหล่อเหลาของเขาแล้ว คิ้วเรียวเข้ากับรูปหน้า นัยน์ตาสีสวยที่มีสีเดียวกับเส้นผมประปรายไปด้วยหยาดน้ำ หากใครมาเห็นเข้าต้องหลงใหลชายหนุ่มอย่างแน่นอน

ซันไลท์เดินออกจากห้องน้ำอย่างสบายใจแต่เขาก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นร่างบางของแซฟฟรอนที่เปิดประตูเข้ามาโดยไม่มีการเคาะเตือนใดๆทั้งสิ้น

“!!!”


นัยน์ตาสีสวยสองคู่ที่มีสีใกล้เคียงกันเบิกตากว้างทั้งคู่ ก่อนใบหน้าสวยของแซฟฟรอนจะนิ่งเรียบตามปกติโดยไม่ได้สนใจว่าภาพตรงหน้ามันจะบาดตาเธอแค่ไหน มือบางจับลูกบิดประตูแน่นขึ้นโดยที่ร่างบางไม่ได้รู้ตัว

            เอ่อ…”

            กลับกลายเป็นซันไลท์เองที่ต้องหลบสายตาที่จ้องตรงมายังเขาเสียเอง ชายหนุ่มเกาแก้มตัวเองอย่างเขินๆ ไม่มีแม้แต่เสียงร้องหวีดว้ายจากหญิงสาวตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

            เดี๋ยวนะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันผิดคิวอะไรไปหรือเปล่า

            ผู้หญิงมายืนจ้องผู้ชายโป๊แบบนี้ก็ได้เหรอ…?

เอ่อ...จะพูดว่าโป๊ก็เกินไปงั้นเกือบโป๊ก็ได้...

จ้องพี่แบบนี้ พี่ก็เขินนะ มีอะไรหรือเปล่าครับ ซันไลท์เลือกที่จะเป็นคนทำลายความรู้สึกอึดอัดแบบนี้ออกก่อนพลางลูบเอาน้ำตามตัวออกไปพร้อมๆกัน

ไหนๆก็เห็นแล้ว ก็ปล่อยเลยตามเลยแล้วกัน

หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแสดไม่ได้พูดอะไร นัยน์ตาสีสวยของหญิงสาวหลุบมองพื้นทันทีที่สิ้นคำถามของชายหนุ่ม ซันไลท์แอบเห็นว่าหญิงสาวจับลูกบิดประตูแน่นยิ่งกว่าเดิมจนเห็นเส้นเลือดนูนเด่นขึ้นบนหลังฝ่ามือเลยทีเดียว

มือบางอีกข้างยังยกมืดทัดปอยผมที่ร่วงมาเกะกะสายตาด้วยท่าทางปกติ แต่ชายหนุ่มกลับสายตาดี เห็นว่าใบหูของหญิงสาวแดงเถือกชัดเจนตัดกับผิวขาวอมชมพูของเธอ

หรือว่าแซฟฟรอนจะเขิน…?

เมื่อลองถามร่างบางตรงหน้าแล้วแต่กลับไม่มีคำตอบหลุดออกจากริมฝีปากสีสวยของหญิงสาว ซันไลท์ก็ยกยิ้มอย่างมีเลศนัย แซเฟฟรอนไม่ตอบคำถามของเขา เธอนิ่งเงียบอย่างกับไม่ได้ยินคำถามของเขาเสียอย่างงั้น

ลองแกล้งดูหน่อยดีมั้ยนะ…?

ด้วยที่แซฟฟรอนกำลังตั้งสติเพราะภาพบาดตา หญิงสาวจึงไม่เห็นเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าก้าวยาวๆมาหาเธอเพียงสองก้าวก็ถึงตัวเธอแล้ว เมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง แซฟฟรอนก็ต้องกลั้นหายใจเมื่อเห็นแผงอกแกร่งที่ประปรายไปด้วยหยดน้ำในระยะใจ หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆอีกครั้งปละมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายร่างสูงตรงหน้าที่คลี่ยิ้มกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ

หรือชายตรงหน้าเธอจะเป็นบ้ากันนะ

มือหนาดึงข้อมือบางออกจากลูกบิดประตู แต่เขาก็ไม่อาจทำได้เมื่อร่างบางจับลูกบิดแน่นขนาดเขาเป็นผู้ชายออกแรงยังแกะมือหญิงสาวไม่ออกจากประตูเลย นัยน์ตาสีแสดของแซฟฟรอนตวัดมองร่างสูงที่กล้ามาแตะต้องตัวของเธออย่างไม่พอใจ

เขากล้าดียังไง

ถึงกล้าแตะเนื้อต้องตัวเธอแบบนี้!

ร่างบางชักมือหนีออกจากการจับต้องของอีกฝ่ายในทันที ไอมนตราครุกครุ่นอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีสวยที่มองเขาด้วยสายตาวิบวับประหนึ่งว่า ถ้าสายตาของเธอคมกริบเหมือนดาบหรือมีด มันคงบาดชายตรงหน้าจนตายไปแล้วก็ว่าได้

แต่มีหรือที่ซันไลท์จะแคร์

ใช่!

นอกจากชายหนุ่มจะไม่แคร์แล้ว ยังส่งรอยยิ้มหวานให้อีกต่างหาก คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ ยิ่งเห็นรอยยิ้มหวานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของอีกฝ่าย แซฟฟรอนก็หงุดหงิดขึ้นเป็นเท่าตัว

สรุปว่า มีอะไรครับ ถ้าไม่พูด พี่ก็จะยืนรอ…”

ซันไลท์เอ่ยถามอีกครั้งพร้อมกับเท้าแขนกับประตูห้องด้วยท่าทางหมั่นไส้

รอคุยกันมันตรงนี้เนี่ยแหละ ซันไลท์ว่าต่ออีกอย่างไม่ทุกข์ร้อน เดิมทีเขาก็เป็นคนแต่งตัวช้าอยู่แล้ว เขามักจะเช็ดผมให้แห้งก่อนแล้วค่อยแต่งตัว

เท่านั้นแหละ ซันไลท์ก็รู้สึกว่าอากาศในห้องมันหนาวขึ้นในพริบตา แต่ถามว่าเขาแคร์ไหม เขาสนใจไหม เขาก็ขอตอบแบบเดิม

ไม่ล่ะ

ถึงสายตาของแซฟฟรอนที่จ้องมองเขาจะน่ากลัวขนาดไหน แต่การไม่เห็นร่างบางของหญิงสาวตรงหน้าไม่อยู่ในคลองสายตาน่ากลัวยิ่งกว่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเห็นแซฟฟรอนแสดงท่าทีต่างไปจากเดิม

ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย

แซฟฟรอนจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งเรียบปานจะเชือดให้ตายด้วยสายตา ก่อนหญิงสาวจะหลุบสายตาลงเล็กน้อย ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจในขณะที่ตัวเองก็เช็ดผมไปพร้อมๆกับรอคำตอบจากหญิงสาว

 ฉันจะไปรอข้างนอก

ราวกับมีใครมาจุดพลุฉลองรอบๆตัวซันไลท์ก็ว่าได้ นัยน์ตาสีสวยของเขาเปล่งประกายวิบวับอย่างชอบใจพร้อมกับตะโกรบอกตัวเองในใจดังๆว่า

แซฟฟรอนคุยกับเขาแล้วโว้ย!!!’ 

ถึงแม้ว่าซันไลท์จะดีใจขนาดไหน เขาก็ทำได้เพียงส่งรอยยิ้มหวานมากกว่าเดิมแล้วพยักหน้าน้อยๆตอบกลับร่างบางที่มองค้อนเขาอีกรอบก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปในทันที ทิ้งให้เขาส่ายหน้าไปมากับอาการรั้นของอีกฝ่าย

ซันไลท์ปิดประตูห้องตัวเองอีกครั้งก่อนที่จะไม่ลืมลงกลอนประตูห้องเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบเมื่อครู่อีก ซันไลท์เชื่อว่าหากใครได้มายืนเสียงหัวเราะของเขาตอนนี้ คงต้องหาว่าเขาโรคจิตแน่ๆ เพราะเขาเอาแต่หัวเราะในลำคอไม่หยุด

หึๆๆๆ

 

หงุดหงิด…’ แซฟฟรอนรู้สึกเพียงอย่างเดียวหลังจากก้าวเท้าออกจากห้องของอีกฝ่าย ใบหน้าสวยของหญิงสาวไม่นิ่งเรียบเหมือนอย่างเคย เห็นได้ชัดจากคิ้วเรียวสวยได้รูปของเธอที่ขมวดเข้าหากัน นัยน์ตาสีแสดที่เห็นทุกอย่างอยู่ขวางหูขวางตาเธอไปหมด ร่างบางทิ้งตัวเองลงบนโซฟา สองมือบางก็กอดอกอย่างไม่พอใจ แม้ว่าตรงหน้าเธอจะมีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงรายการข่าวอยู่ตลอดและบอกเวลาการเดินทางของครั้งนี้ควบคู่กันไป แต่ก็ไม่อาจช่วยให้เธอหายอารมณ์เสียจากเหตุการณ์เมื่อครู่เลยแม้แต่นิดเดียว

ปกติแซฟฟรอนเป็นคนรอบคอบ ทุกครั้งที่เธอจะทำอะไร เธอก็จะทำตามแผนที่วางเอาไว้ เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดตามมาทีหลัง แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่ หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้เธอทำไปโดยไม่รู้ตัว เช่น การเปิดประตูห้องของซันไลท์ เป็นต้น แซฟฟรอนถึงนั่งหัวเสียอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่

ยิ่งคิดใบหน้าสวยของหญิงสาวก็ระเรือสีขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูอีกครั้ง แผ่นหลังเหยียดตรงดั่งนางพญาเช่นเดียวกับใบหน้าสวยที่นิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น เธอไม่แม้จะเหลียวหลังมองผู้ร่วมเดินทางเลยด้วยซ้ำว่าเขาจะเดินมาหาเธอหรือไม่

ไม่มองและไม่เรียก

ดีที่ซันไลท์รู้อยู่แล้วว่าตัวเองต้องทำอะไรอย่างยังไง เขาเดินมานั่งข้างหญิงสาวและสัมผัสได้ว่าร่างบางที่นั่งอยู่ก่อนแล้วแอบเกร็งเล็กน้อย เขาได้แต่อมยิ้มและไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป นัยน์ตาสีสวยทั้งคู่ได้แต่จ้องภาพข่าวตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน คนหนึ่งอารมณ์ดีถึงขนาดฮัมเพลงเบาๆ ต่างกับอีกคนที่หรี่ตาลงเรื่อยๆอย่างหงุดหงิด

“…”

หิวหรือยัง ให้พี่ทำอาหารเผื่อมั้ย ใบหน้าสวยหันมองชายหนุ่มข้างกายที่เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้มองหน้าเธอเลยแม้แต่นิดเดียว นัยน์ตาสีสวยของเขายังจับจ้องภาพข่าวตรงหน้าไม่ห่าง หญิงสาวถอนหายใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรชายหนุ่มกลับ

ตั้งแต่ไฟร์บริคเข้าเรียนเพื่อความสนุก เธอจึงเข้าตามในปีต่อมา ตั้งแต่นั้นมาแซฟฟรอนก็เห็นชายคนนี้อยู่ข้างกายพี่ชายเธอมาตลอด ทุกครั้งที่เธอไปหาไฟร์บริค ไม่มีครั้งไหนเลยเธอจะไม่เห็นเข้าอยู่ในคลองสายตา การที่เขาเป็นเพื่อนกับพี่ชายเธอนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่แซฟฟรอนมักจะรู้สึกแปลกๆทุกครั้งที่สบสายตากับชายหนุ่ม

นั่นทำให้แซฟฟรอนรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง

หญิงสาวจึงเลือกที่จะอยู่ห่างชายหนุ่มคนนี้มากกว่าปกติ ไม่เจอหน้า ไม่สบตา ไม่แม้กระทั่งจะเอ่ยคำทักทาย

แต่โชคชะตามักเล่นตลกเสมอ

ซันไลท์มักจะอยู่ในทุกๆที่เธอไปเสมอ และเมื่อครั้งไปร้านขนม สพรินดริฟท์นั่นแหละที่เป็นคนบอกเธอว่า ใครคู่กับเธอในการออกค่ายครั้งนี้ จริงๆแล้วการที่สพรินดริฟท์เอามาบอกแบบนี้ก็ไม่ถูก แต่เพราะผู้เป็นพี่ชายเห็นว่าเธอทำหน้ายุ่งคิ้วขมวดเหมือนมีเรื่องในใจมาตลอด นั่นทำให้สพรินดริฟท์เลือกที่จะบอกน้องสาวคนโต และในทันทีที่เธอทราบ ร่างกายของเธอก็ตรงดิ่งไปหาชายหนุ่มในพริบตาเดียว หากเธอไม่ได้เบอร์รี่เอ่ยทัก เธอคงทำอะไรไร้สติไปอีกแน่ๆ

พี่รู้ว่าพี่หน้าตาดี แต่ไม่ต้องจ้องพี่ขนาดนั้นก็ได้นะ เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้งทำเอาหญิงสาวที่อยู่ในภวังค์กระพริบตาถี่ๆอีกครั้งก่อนจะเบนหน้าหนีในทันที ริมฝีปากสีสวยเม้มเข้าหากันเล็กน้อย

ไปเอาความมั่นหน้านี้มาจากไหนกัน!

ยิ่งเห็นใบหน้านิ่งแสดงอารมณ์มากเท่าไหร่ ซันไลท์ก็อารมณ์ดีมากเท่านั้น ร่างสูงละสายตาจากภาพข่าวมาหาหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแสดสวยที่ไม่แม้แต่มองหน้าเขาแล้วฉีกยิ้มกว้างจนทำให้ร่างบางที่ถูกมองต้องหันมาไม่ได้ นัยน์ตาสีสวยของแซฟฟรอนเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มโชว์ฟันเรียงสวยของอีกฝ่าย

“…”

แซฟฟรอนก็ยังไม่ตอบอะไร หญิงสาวได้แต่หงุดหงิดกับตัวเองในใจและคิดว่า เธอควรจะให้แคนเดิลมากับเธอด้วย เธอไม่น่าให้คนสนิทล่วงหน้าไปก่อนเลย ยิ่งเธอเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของซันไลท์มากเท่าไหร่ หญิงสาวก็ยิ่งนึกไม่ออกว่าตัวเองจะพูดอะไรกับอีกฝ่าย สมองเธอตื้อไม่หมด

นี่ไม่เหมือนตัวเธอเลย!

สรุปว่ายังไงครับ ให้พี่ทำเผื่อมั้ย เสียงทุ้มเอ่ยถามอีกครั้งพร้อมกับลุกขึ้นจะไปทำอาหารอย่างที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ ซันไลท์ยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยเป็นคำตอบ

ไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ ชายหนุ่มเข้าใจทุกอย่างที่แซฟฟรอนอยากจะสื่อออกมาอยู่แล้ว แม้ว่าจะต้องทำความเข้าใจกับท่าทีของเธอสักครู่หนึ่งก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ยากจนเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้การเรียนรู้อยู่แล้ว เมื่อได้คำตอบที่ต้องการ ซันไลท์ก็ไม่รอช้าเดินเข้าครัวไปอย่างอารมณ์ดี เขาไม่แม้จะถามว่าหญิงสาวจะกินอะไร แพ้อาหารอะไรมั้ยเลยด้วยซ้ำ

แซฟฟรอนมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยสายตานิ่งเรียบ หญิงสาวเบือนหน้าหนีพลางมองภาพข่าวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเนื้อสเต็กชั้นดีหอมกรุ่นราดด้วยซอสิพิเศษพร้อมผักเครื่องเคียงตั้งอยู่ตรงหน้าหญิงสาวนั่นแหละ ถึงสามารถเรียกสติของหญิงสาวได้

ชายหนุ่มวางจานของตัวเองลงข้างๆหญิงสาวพลางท่าทางของอีกฝ่ายไปพร้อมๆกัน ยิ่งเห็นนัยน์ตาสีแสดของแซฟฟรอนอ่อนลงพร้อมกับสองแก้มน้อยๆที่ระเรือสีชมพูบางๆ ซันไลท์ก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ สวัสดิการของโรงเรียนเวทแห่งนี้ดีเสมอ แม้กระทั่งของกินในครัวก็มีให้เสร็จสรรพ ทำให้เขาสามารถเนรมิตอาหารจานนี้ออกมาได้ แซฟฟรอนกินได้ทุกอย่าง แต่หญิงสาวโปรดปรานเนื้อเหนือสิ่งอื่นใด

ซันไลท์หัวเราะเบาๆ เขาเคาะโต๊ะเล็กๆตรงหน้าสองที ฉับพลันโต๊ะเล็กๆก็กลายเป็นโต๊ะอาหารในพริบตาเดียว เช่นเดียวกับโซฟาที่เขานั่งกันเมื่อครู่ ก็ถูกเปลี่ยนเป็นเก้าอี้แบบเดียวกับโต๊ะอาหารแม้ว่าแซฟฟรอนจะนั่งอยู่ก็ตามที หญิงสาวไม่ได้แปลกใจอะไรมากนอกจากมองชายหนุ่มที่จัดแจงทุกอย่างให้เธอด้วยสายตาเรียบๆ ช้อนส้อมมีดกฎขึ้นข้างจานในพริบตาเดียว ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที จากห้องนั่งเล่นสบายๆก็กลายเป็นห้องอาหารสุดหรูพร้อมเชิงเทียนบนโต๊ะอาหาร เช่นเดียวกับบรรยากาศในรถม้าที่สลัวลงในวินาทีที่เปลวเทียนบนโต๊ะสว่างขึ้น เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ย้ายตัวเองมานั่งตรงข้ามหญิงสาว

แล้วสรุปว่ามีอะไรจะคุยเหรอ

“…”

แซฟฟรอนไม่ตอบ หญิงสาวเริ่มลงมือหั่นมือตรงหน้าเมื่อเห็นชายหนุ่มเริ่มหั่นเนื้อในจานของเขาเหมือนกัน ชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไร ชายหนุ่มได้แต่หั่นเนื้อไปเรื่อยๆ แล้วตักใส่จานหญิงสาวโดยไม่พูดอะไร แซฟฟรอนตวัดสายตามองชายหนุ่มอีกครั้ง นัยน์ตาสีสวยไม่ได้มองค้อนหรือว่าอะไรเขา มีแต่ความแปลกใจอยู่ในดวงตาคู่สวยนั้น ซันไลท์ยิ้มกว้าง

กินสิ แซฟฟรอนหลุบตาลง ก่อนจะเอ่ยสั้นๆ

ขอบคุณ ซันไลท์ยิ้มกว้าง แม้ว่าหญิงสาวจะพูดเบามากก็ตาม แต่เขาก็นั่งอยู่ตรงข้ามหญิงสาวแค่นี้ เป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะไม่ได้ยิน ตัวเขากับแซฟฟรอนรู้จักกันมาตั้งแต่แซฟฟรอนเรียนตอนปีหนึ่ง ซึ่งถ้าให้นับตามที่แซฟฟรอนรู้จักเขาก็คือสามปี

แต่ถ้าถามเขา

เขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่ากี่ร้อยปีมาแล้ว ตัวซันไลท์เองก็ไม่ได้จำเช่นกัน

เคยไปที่ชุมชนเอเต้หรือเปล่า หลังจากที่ทานอาหารตรงหน้าไปได้สักพพัก แซฟฟรอนก็เอ่ยถามขึ้นโดยไม่ได้มองใบหน้าอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย สองมือของเธอก็ยังหั่นเนื้อตรงหน้าอยู่ตลอดแม้ว่าซันไลท์จะแบ่งส่วนของเขาให้หญิงสาวด้วยก็ตาม

เคยไปตอนเด็กๆน่ะ ที่บ้านเคยพาไปอยู่ แซฟฟรอนจิ้มเนื้อเข้าปากพลางพยักหน้าเบาๆ นัยน์ตาสีแสดสวยวิบวับเมื่อลิ้นรับรู้รสชาติอาหารที่ถูกปากเธอเป็นที่สุด แก้มนวลของหญิงสาวระเรื่อสีเล็กน้อยก่อนจะเก็บอาการเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอค่อนข้างชอบอาหารมื้อนี้มากทีเดียว

แล้ว…”

ที่นั่นมีปัญหา…” แต่ไม่ทันที่แซฟฟรอนพูดจบ เสียงทุ้มของชายหนุ่มก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อนทั้งๆที่ใบหน้าประดับรอยยิ้มอยู่ตลอด แต่สิ่งที่เขาพูดขึ้นมา คือสิ่งที่แซฟฟรอนอยากคุยกับเขา ในเมื่อโรงเรียนเวทส่งพวกเขาทั้งสองมาทำงาน การทำงานก็ต้องปรึกษากับเพื่อนร่วมงานให้ดีเสียก่อน หากลงมือโดยไม่ปรึกษากัน อาจมีปัญหาตามหลังมาก็เป็นได้ หญิงสาวเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก เธอไม่ทำยังได้เลยด้วยซ้ำแต่ชายหนุ่มตรงหน้าที่มีศักดิ์เป็นรุ่นพี่ของเธอนั้น

มันไม่ใช่

ซันไลท์ยังต้องมีเกรดวิชานี้เพื่อเลื่อนชั้นขึ้นในปีถัดไป

“!!!”

ซันไลท์หัวเราะเบาๆเมื่อเห็นนัยน์ตาสีสวยของแซฟฟรอนเบิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่กลับตามปกติ ไม่ต้องให้เขาพูด มันก็เดาได้อยู่แล้ว ทางโรงเรียนเวทไม่มีทางส่งพวกเขาไปในที่ที่ไม่มีปัญหาหรอก ไม่อย่างงั้นสิ่งที่พวกเขาเรียนมาก็ไม่มีค่าเลยสิ แต่แซฟฟรอนก็ต้องถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ แซฟฟรอนไม่ชอบให้ใครเรียกเธอเต็มยศแล้วไหนจะใบหน้าทะเล้นของชายหนุ่มนั่นอีก แถมชายหนุ่มยังยักคิ้วให้อย่างกวนๆอีกต่างหาก

เขาไม่กวนเธอสักวัน

มันจะตายมั้ย…?

ยิ่งเธอได้ยินน้ำเสียงกวนๆนั่นอีก ยิ่งทำให้แซฟฟรอนหมดอารมณ์ในการทานอาหารตรงหน้า แม้มันจะอร่อยถูกปากเธอมากแค่ไหน แต่สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ

เธอไม่ชอบคนกวนประสาท!

พี่เดาจากปีที่แล้วน่ะ แล้วยังไงต่อเหรอ ระดับท่านหญิงแซฟฟรอน คลาวด์สกาย พี่คิดว่าเราคงรู้อะไรมาบ้างแล้วใช่มั้ย


 



หาเรื่องใส่ตัว คือ เรื่องที่ซันไลท์ถนัดมากกกกกก!

มาดูกันค่ะ ว่าฮีจะโดนแซฟฟรอนเชือดมั้ยตอนหน้า

555555555555

#แซฟฟรอนซันไลท์

#รังแกพระเอก คือหน้าที่ของเรา 

         

naru

142 ความคิดเห็น

  1. #139 『Piano』 (@kimikavenus) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 19:22
    นางเขินน่ารักมากกกกก ซันไลท์ก็แกล้งเพลินเลย โถ่55555
    #139
    0
  2. #138 『Piano』 (@kimikavenus) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 20:18
    ขุ่นพระ เป็นสาวเป็นนาง เข้าห้องผู้ชายพรวดพราดได้ไงงงง
    #138
    0
  3. #137 『Piano』 (@kimikavenus) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 21:57
    หูยยยย ซวยแล้ว ก่อนจะเจออากาศร้อน น่าจะโดนแซฟเผาก่อน
    #137
    0