[ NARUTO ] Meet Me On The Blossom Field I ALLSAKU

ตอนที่ 1 : [SASUSAKU] Letting go

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    24 เม.ย. 62


Letting go

[ Uchiha Sasuke x Haruno Sakura ft. Uchiha Itachi ]

I’d been holding on to you for so long

But now I must let go

EPIK HIGH (에픽하이) - 스포일러 (SPOILER) + 헤픈엔딩 (HAPPEN ENDING)   

 

            

            SAKURAA_HARUNOO : ซาสึเกะคุง

            SAKURAA_HARUNOO : วันนี้ตอนบ่ายว่างรึเปล่า?

            SAKURAA_HARUNOO : ออกมาเจอกันหน่อยได้มั๊ยจ๊ะ?

            SAKURAA_HARUNOO : J

           

            นิ้วยาววางค้างบนแป้นพิมพ์ นัยย์ตาสีเดียวกับท้องฟ้ายามเที่ยงคืนมองตัวอักษรบนหน้าจอผ่านพายุความรู้สึกที่กำลังหมุนวน ผ่านความทรงจำที่เริ่มไหลซึมออกมาเหมือนน้ำจากเขื่อนที่กำลังจะทลาย เขากระพริบตา สูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะพรมนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างเชื่องช้าพร้อมๆกับลมหายใจที่ค่อยๆระบายออก

 

            SASUKE_U : อ่า

            SASUKE_U : ที่ไหน?

 

            ซาสึเกะมองจุดสามจุดที่เป็นเครื่องหมายว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ขณะเอื้อมมือไปหยิบกาแฟที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นจิบ พอข้อความตอบกลับเด้งขึ้นมาเขาก็ไม่สามารถที่จะฝืนมุมปากไม่ให้ยกสูงขึ้นได้

 

            SAKURAA_HARUNOO : อิจิราคุเป็นไงจ๊ะ?

            SASUKE_U : เธออยู่กับนารูโตะมากไปแล้วมั้ง

            SAKURAA_HARUNOO : แหม ซาสึเกะคุงล่ะก็!

            SAKURAA_HARUNOO : อย่ามาทำเป็นซึนไปเลย! ฉันรู้นะว่าซาสึเกะคุงก็ชอบที่นั่นน่ะ L

            SASUKE_U : ใครบอกเธอ?

            SAKURAA_HARUNOO : ไม่เห็นจำเป็นต้องมีใครบอกเลย~

            SAKURAA_HARUNOO : ก็ฉันน่ะ รู้จักซาสึเกะคุงดีที่สุดเลยนี่นา

            SAKURAA_HARUNOO : ใช่มั๊ยล่า~ J

            SAKURAA_HARUNOO : ซาสึเกะคุง? ยังอยู่รึเปล่าจ๊ะ?

            SASUKE_U : ขอโทษที

            SASUKE_U : ไว้เจอกันสักบ่ายสอง?

            SAKURAA_HARUNOO : โอเค! J

 

            เขากดปิดกล่องข้อความก่อนจะปิดหน้าต่างนั้นทิ้ง ซาสึเกะสูดหายใจระริกขณะเอนตัวพิงกับเก้าอี้อย่างคนหมดแรงแล้วยกแขนขึ้นมาปิดตา

 

            ภาพความทรงจำเก่าๆซัดใส่เขาเหมือนคลื่นที่กระทบเข้าฝั่ง

           

 

******

 

            “เน่ๆ ซาสึเกะคุง”

          “ฮืม?”

          “เรามาคบกันมั๊ย?”

 

            ขายาวที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าชะงัก เจ้าของนัยย์ตาคมกริบเหมือนเหยี่ยวหันหน้ามามองคนข้างตัวด้วยความรู้สึกหลากหลายอย่างปนเปกัน ทั้งตกใจ ประหลาดใจ และพอใจ คิ้วเรียวเลิกขึ้นเป็นเชิงคำถามและหญิงสาวผมชมพูยิ้มกว้างโชว์ฟันเรียงสวยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่สดใสพอๆกับรอยยิ้มประจำตัวของเธอ

 

          “ก็ถ้ารอให้ซาสึเกะคุงขอล่ะก็ ฉันคงต้องอยู่บนนคานไปตลอดชีวิตแน่ๆเลย”

          “แล้วเธอรู้ได้ไงว่าฉันจะตอบตกลง?”

          “ง่ายจะตาย เพราะฉันรู้จักซาสึเกะคุงดีที่สุดน่ะสิ!

          “....”

          “สรุปเราคบกันแล้วเนอะ?”

          ซาสึเกะกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางแตะลงบนหน้าผากที่เคยเป็นปมด้อยของซากุระในวัยเด็กแต่ตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายที่เธอชอบที่สุด

 

          “อือ”

 

            และวันนั้นในเดือนเมษายน ช่วงเวลาที่ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า อุจิวะ ซาสึเกะรับฮารุโนะ ซากุระเข้ามาในหัวใจของเขาโดยสมบูรณ์ และในเวลานั้น ไม่มีเลยแม้แต่เสี้ยวความคิดเดียวที่เขาคิดจะปล่อยเธอไป

 

          5 ปีต่อมา

 

            “นี่ ซาสึเกะคุง”

         

เจ้าของชื่อเหลือบมองคนเรียกตัวเองที่นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาแล้วเลิกคิ้ว เดิมทีซากุระเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว ยิ่งพอเธอขดตัวแบบนั้นยิ่งดูบอกบางมากขึ้นไปอีก เขาถอนหายใจ ผูกเนกไทจนเสร็จเรียบร้อยก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงข้างซากุระ มือที่ใหญ่กว่าเธอมากเอื้อมไปดึงมือของหญิงสาวมากุม เขาใช้นิ้วโป้งไล้ไปบนหลังมือของเธอ ซาสึเกะเพิ่งสังเกตว่าข้อมือซากุระเล็กขนาดนี้

 

คนรักของเขาผอมลงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรนะ?

 

พอมองย้อนกลับไปช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้มองเธอจริงๆจังๆเลย ซาสึเกะเพิ่งรับสาขามาจากบริษัทใหญ่ของคุณพ่อ เวลาทั้งหมดที่เขามีจึงทุ่มเทไปกับการประคองบริษัทที่ตนรับผิดชอบและหาทางเพิ่มผลกำไร ซากุระเองก็ยุ่งๆกับที่โรงพยาบาลจนเวลาของเราแทบจะไม่ตรงกัน นอกจากการโทรหาอาทิตย์ละไม่กี่ครั้ง และทานมื้อกลางวันด้วยกันไม่กี่หน.... ครั้งสุดท้ายที่ได้มานั่งคุยกันจริงๆจังๆกับเธอแบบนี้นั้นเลือนลางจนเขาแทบจะจำไม่ได้แล้ว

 

ซากุระเอนศีรษะมาพิงที่ไหล่เขา

 

“นี่ ซาสึเกะคุง”

“หืม?”

“เราเลิกกันมั๊ย?”

 

และนั่นเป็นครั้งแรกที่ซาสึเกะเข้าใจความรู้สึกที่โลกหยุดหมุน ดวงตาเบิกกว้าง เขากำลังจะดันซากุระออกไปแต่เธอฝืนตัวเอาไว้ มือที่เขากุมไว้พลิกกลับมาประสานกัน ร่างเล็กๆที่ดูบอบบางนั่นกลับมีแรงเยอะอย่างน่าเหลือเชื่อ

 

“หมายความว่ายังไง?”

“เราเลิกกันเถอะ”

“ฉันขอเหตุผลซากุระ”

“เพราะเหมือนกับว่าฉันไม่จำเป็นกับซาสึเกะคุงอกต่อไปแล้ว”

“...”

“เหมือนกับว่าความสุขของซาสึเกะคุงไม่ได้อยู่กับฉันอีกต่อไปแล้ว”

“ไม่--

“ฉันไม่มีความสุขเลย ซาสึเกะคุง”

“...”

“เมื่อก่อนฉันคิดว่าแค่ได้อยู่ข้างๆซาสึเกะคุง ฉันก็มีความสุขมากๆแล้ว แต่ตอนนี้การได้อยู่ตรงนี้มันทำให้ฉันหายใจไม่ออก”

“...”

“ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเธอเจอสิ่งที่สำคัญกับตัวเองมากกว่า และฉันไม่อยากจะเป็นภาระ รู้รึเปล่าว่าทุกครั้งที่เราเจอกัน ตอนทานข้าวกลางวันด้วยกัน เธอแทบจะไม่มองฉันเลย เธอดูเครียด และความสัมพันธ์ของเราดูกลายเป็นหน้าที่ที่ทำให้เธอเหนื่อยกว่าเดิม”

“...”

“เพราะฉะนั้น เลิกกันเถอะนะ”

“...”

“ฉันเคยคิดกับตัวเองไว้ว่า ถ้าทำให้เธอมีความสุขไม่ได้ ฉันก็จะไม่มีทางทำให้ซาสึเกะคุงต้องทุกข์ใจ”

“เธอไม่รู้อะไร--

“ไม่หรอก ฉันน่ะรู้จักซาสึเกะคุงดีที่สุด”

เธอพลิกตัวในอ้อมแขนของเขา(เขากอดเธอตั้งแต่เมื่อไรกัน?) ดวงตาสีมรกตเป็นประกายด้วยหยาดน้ำตาที่กระทบแสงไฟ และรอยยิ้มที่เคยเปรียบเสมือนสายลมในฤดูร้อนตอนนี้กลับกลายเป็นเกล็ดหิมะในฤดูหนาวที่ทำให้ทั้งร่างเขาเย็นเฉียบ

 

“เราคงต้องปล่อยมือกันแล้วนะ”

 

เธอกระชับมือ และมันเป็นครั้งแรกที่ซาสึเกะสังเกตว่าเป็นซากุระที่กุมมือเขามาตลอด(เขาคลายมือออกตั้งแต่เมื่อไร?) และเมื่อความอบอุ่นที่เคยโอบล้อมมือของเขามาเสมอเริ่มผละออกไป จิตใต้สำนึกของซาสึเกะเริ่มต้นแผดเสียง ตะโกนบอกให้เขาทำอะไรสักอย่าง ขยับ! อย่าปล่อยเธอ! อย่าให้เธอไป! ขยับสิ!!

 

แต่สิ่งที่ซาสึเกะทำได้ทั้งหมดคือการนั่งอยู่ตรงนั้นราวกับคนโง่ และมองผู้หญิงที่เขารักเดินออกไปจากห้อง(ออกไปจากชีวิตของเขา)

 

ในเดือนตุลาคม ช่วงเวลาที่หยดฝนเม็ดแรกตกลงสู่พื้นถนนแห้งผาก อุจิวะ ซาสึเกะมองฮารุโนะ ซากุระเดินจากไปพร้อมกับฤดูร้อน ทิ้งเขาไว้กับฤดูหนาวและเสียงกรีดร้องที่เขาไม่รู้ว่ามาจากลมนอกหน้าต่าง หรือมาจากหัวใจของตัวเอง

 

*****

 

 

 

          ซาสึเกะมาก่อนเวลา ... เหมือนเดิม

            แต่ซากุระเองก็ยังมาถึงก่อนเขา ... เหมือนแต่ก่อน

 

            “ซาสึเกะคุง”

 

            รอยยิ้มนั้นยังเหมือนวันวาน รอยยิ้มเต็มหน้า ดวงตาสีน้ำทะเลลึกที่เต็มไปด้วยความมีชีวิต เปล่งประกายราวกับใบหญ้าที่แพรวพราวด้วยหยาดน้ำค้างยามเช้า และเหมือนทุกครั้งที่เขาอยู่ในบรรยากาศเดียวกันกับเธอ ซาสึเกะผ่อนคลายลงอย่างอัตโนมัติ

 

            ซากุระมีผลกับเขาแบบนี้เสมอ

 

            “ไง”

            “ฉันสั่งกาแฟไว้ให้แล้ว ขมปี๋แบบที่เธอชอบเลย~

 

            มือเล็กยกขึ้นมาประสานกันบนโต๊ะก่อนใบหน้ารูปหัวใจจะวางลงบนนั้น ซากุระมองเขาด้วยดวงตาที่ยังเต็มไปด้วยความอ่อนโยนเหมือนเดิม เต็มไปด้วยความรักเหมือนเดิม

 

            แต่บางอย่างไม่เหมือนเดิม

          บางอย่างไม่มีทางที่จะกลับไปเป็นแบบเดิม

 

            “ไม่เจอกัน... นานเลย”

            “อื้อ... หกปีแล้วเนอะ”

 

            ถึงจะคุยกันอยู่บ้างบนโลกโซเชียลมีเดีย แต่ตั้งแต่ที่เธอเดินออกไปจากห้อง(จากชีวิต)ของเขา หลังจากวันที่ฤดูหนาวอันยาวนานเริ่มต้นขึ้น ซาสึเกะก็ไม่ได้พบซากุระแบบต่อหน้าอีกเลย อาจเป็นเพราะซากุระเลือกที่จะหลบหน้าเขา หรือเป็นเพราะเขาเองที่รู้สึกละอายเกินกว่าจะเผชิญหน้าเธอ คำถามที่มักผุดขึ้นมาในเวลาที่เขาทิ้งตัวลงบนที่นอนหลังจากวันที่เหนื่อยล้า ทำไมเขาถึงไม่ตามหาเธอ ซากุระจะยังอยากที่จะมีปฎิสัมพันธ์กับเขาอยู่หรือเปล่า จนถึงวินาทีนี้คำถามบางคำถามเหล่านั้นก็ยังไร้ซึ่งคำตอบ

 

            “ที่เธอนัดฉันมาวันนี้ มีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า?”

 

            ซาสึเกะยัดมือทั้งสองข้างที่เริ่มชื้นเหงื่อเข้าในกระเป๋าเสื้อฮู๊ด เขารู้ตัวว่าไม่ควรหวัง เขารู้ว่าควรจะยัดความคาดหวังที่ชูคอขึ้นมาทันทีตอนที่เห็นข้อความของเธอ ตอนที่ได้ยินเสียงของเธอ กลับเข้าไปส่วนลึกที่สุดในหัวใจ--ในที่ที่มันควรจะอยู่ เขารู้ว่าถ้าเขาหวัง มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะต้องเจ็บ แต่ตั้งแต่เมื่อไรกันที่มนุษย์สามารถควบคุมความไฝ่ฝันของตัวเองได้?

 

            ซาสึเกะเองก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง

            และแม้ว่าหัวใจของเขาจะแตกหักไปบ้าง แต่มันก็ยังคงทำงาน

 

            ซากุระยืดตัวตรง สองมือที่เคยประสานกันเลื่อนลงกุมแก้วมิลค์เชคที่วางอยู่ตรงหน้าเธอหลวมๆ ซาสึเกะเข้าใจท่าทางนั้นได้ในทันที--ผู้หญิงที่เขารักกำลังประหม่า

                                                                                       

          หญิงสาวหัวเราะแผ่วเบา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เบายิ่งกว่า ซาสึเกะมองเข้าไปในดวงตาสีมรกตของเธอ มองเงาของเขาสะท้อนบนนัยตาที่กำลังเปร่งกระกายยิ่งกว่าเดิมด้วยความสุข

 

ความหวังที่เขาพยายามจะกดเก็บมันไว้เริ่มตั้งขึ้นสูงเหมือนตัวต่อไม้ที่เขาเคยเล่นสมัยยังเด็ก

 

 

            “ฉันกำลังจะหมั้นล่ะ”

 

            และเหมือนสมัยยังเด็ก ตัวต่อไม้เหล่านั้นพังทลายลงเพราะเขาไม่ระมัดระวัง

 

          ซาสึเกะนั่งอยู่ตรงนั้น ตาเบิกกว้าง ในขณะที่สมองกำลังประมวลผลประโยคที่กระเด้งกระดอนไปมาในหัว โลกทั้งใบของเขาเหมือนหยุดหมุนลงไปพร้อมๆกับหัวใจที่แผ่วลงเรื่อยๆใต้แผ่นอก

 

            “ฉันกำลังจะหมั้นล่ะ”

 

          “กับ... ใคร?”

 

            ซากุระหหลุบตาลง พวงแก้มเนียนนั้นขึ้นสีฝาดด้วยความเขินอาย ซาสึเกะสูดลมหายใจระริก มองริมฝีปากสีกลีบบัวที่ความหวานของมันยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นของเขาค่อยๆคลี่เป็นรอยยิ้ม

 

            มือที่ซ่อนอยู่ในฮู๊ดกำแน่น แน่นจนเล็บคมจิกเข้าไปในเนื้อจนได้เลือดแต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด กลับกัน ซาสึเกะในตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรเลย เขาเหมือนกับคนที่โดนน้ำเย็นจัดราดใส่ทั้งตัว ทุกอย่างชาและเขาอยากจะตะโกนออกมาให้สุดเสียง เขาอยากจะทำลายอะไรสักอย่างให้มีสภาพเดียวกับความหวังเขาเขา เขาอยากจะชกผู้ชายคนนั้นที่ซากุระรัก อยากจะทำให้เจ็บให้ได้เท่าเสี้ยวหนึ่งที่เขากำลังรู้สึกตอนนี้ อยากจะอุ้มซากุระที่อยู่ตรงหน้าของเขา(อยู่แค่ช่วงเอื้อมมือของเขา ไม่ใช่แค่ในความฝัน ไม่ใช่ภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกตัวเองแล้วหนีไปให้ไกล

 

            แต่เขาไม่มีสิทธิ์

            เป็นแค่คนที่ยังรัก... ไม่มีสิทธ์ขนาดนั้น

 

            “อิทาจิ”

            “เธอ.... ว่าไงนะ?”

            “ฉันกำลังจะหมั้นกับพี่อิทาจิจ้ะ เราเพิ่งคุยกันเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง เธอรู้เป็นคนแรกเลยนะซาสึเกะคุง”

 

            และมันเป็นตอนนั้นเองที่เศษซากหัวใจของเขาแหลกสลายจนไม่หลงเหลืออะไร

 

            ซาสึเกะรู้สึกเหมือนอยู่ๆเขาก็ถูกทิ้งลงทะเล จมดิ่งลงไปเรื่อยๆในความหนาวเหน็บที่ทิ่มแทงเขาเหมือนเข็มนับล้านเล่ม ชิ้นส่วนของความหวังที่ล่มสลายฉุดรั้งเขาลึกลงไป หัวใจที่แทบจะหยุดทำงานกำลังเค้นอากาศออกไปจากปอด คำพูดที่เขาอยากจะเอ่ยออกไปสำลักอยู่ในลำคอ และ โอ้ พระเจ้า เขารู้สึกเหมือนกำลังจะตาย ซาสึเกะก้มหน้าลง ปล่อยให้ผมสีปีกกาปกปิดแทนที่หน้ากากของเขาที่เริ่มจะร้าว เขาสูดหายใจระริก หมัดที่กำแน่นจนข้อขาวค่อยๆคลายออก เขายังมีสิ่งที่สำคัญที่ต้องถาม เขายังไม่สามารถพังทลายอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้ ที่นี่ ได้

 

            “เธอ.... อิทาจิ พี่ทำให้เธอมีความสุขรึเปล่า?”

 

            เพราะความสุขของซากุระคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และถ้ามีอะไรสักอย่างที่ซาสึเกะมั่นใจที่สุดในโลก

 

            “อื้อ!

 

            คืออิทาจิจะไม่มีวันผิดพลาดแบบเขา

 

            ซาสึเกะเหยียดยิ้มหยันกับตัวเอง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามส่งอากาศที่แสนสำคัญผ่านก้อนที่ขมวดอยู่ในลำคอของเขาจนเจ็บเข้าปอดให้ได้มากที่สุด ซาสึเกะเงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับดวงตาสีเดียวกับใบอ่อนของต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิที่ตอนนี้มีความกังวลและไม่แน่ใจฉายชัด และยิ้มอีกครั้ง

 

            เขาไม่รู้ว่ามันออกมาในสภาพไหน แต่ถ้ามันทำให้เธอยิ้มตอบแบบในตอนนี้ได้ ซาสึเกะก็ไม่คิดจะสนใจ

           

            ตลอดเวลาท่ผ่านมา ตั้งแต่ที่เราแยกทางกันวันนั้น ลึกๆในหัวใจของเขายังคงเกาะเกี่ยวกับความหวังว่าเธอจะกลับมา ด้วยความสิ้นหวังเท่ากับชายที่กำลังจะจมน้ำกอดขอนไม้ เหมือนชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับความคิดนั้น และในตอนนี้ ยามที่ทุกอย่างมาถึงจุดสิ้นสุด

 

            มือของซาสึเกะคลายออกอย่างสมบูรณ์ เขาดึงมืออกจากกระเป๋าฮู๊ดด่อนจะวางลงบนตัก

 

            “ยินดีด้วยนะ”

 

            คงต้องถึงเวลาที่จะต้องปล่อยมันไปสักที

 

            เพราะถ้ายังฝืนยึดเหนี่ยวอยู่ต่อไป นอกจากตัวเขาเองก็ยังมีคนที่เขารักที่สุดอีกสองคนที่จะต้องเจ็บปวดตามไปด้วย

 

            “ขอให้เธอมีความสุขมากๆ”

 

            และซาสึเกะรู้ว่าอิทาจิจะรักและดูแลซากุระได้ดีและถูกต้องกว่าเขา--พี่ชายของเขาดีกว่าเขาในทุกด้านเสมอ

 

            “ฉันมีความสุขกับเธอด้วยจริงๆ”

 

            เพราะถ้าซากุระมีความสุข มันก็ไม่อยากที่เขาจะมีความสุขไปด้วย

 

            “ขอบคุณนะจ๊ะซาสึเกะคุง ฉัน--

 

            ประโยคถูกตัดเพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของซากุระ เธอขมวดคิ้วก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดู และทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ ซากุระที่สว่างไสวอยู่แล้วก็เจิดจ้าขึ้นจนเขารู้สึกอยากจะหันหน้าหนี

 

            “พี่อิทาจิน่ะ”

           

            ซาสึเกะพยักหน้าหนึ่งครั้ง ก้อนที่ติดอยู่ในลำคอใหญ่ขึ้นจนมันเริ่มทำให้พูดลำบาก

 

            “แล้ว... เจอกันเร็วๆนี้?”

 

            ซากุระหัวเราะ และซาสึเกะปิดเปลือกตาลง ซึมซาบเสียงที่เขาคิดว่าไพเราะที่สุดในโลก บันทึกมันไว้ในกล่องความทรงจำที่เขาจะไม่มีทางลืม

 

            กล่องที่มีชื่อว่าฮารุโนะ ซากุระ

 

            “เจอกันจ้ะซาสึเกะคุง”

 

            เธอยืนขึ้น หยิบกระเป๋าขึ้นถือและหันหลังเตรียมจะเดินจากไป และมันเป็นตอนนั้นที่มือของซาสึเกะโฉบออกไปคว้าข้อมือเธอไว้ก่อนที่ตัวเขาเองจะได้ทันอนุญาต

 

            “จ๊ะ?”

 

            “ฉัน...”

 

            “ซาสึเกะคุง?”

 

            ประกายความกังวลกลับมาฉายชัดในลูกแก้วคู่นั้นอีกครั้ง ซากุระหันกลับมาหาเขาเต็มตัวแล้วยื่นมือมาอังบริเวณหน้าผาก ซาสึเกะสูดลมหายใจเข้า พาเอากลิ่นแอปเปิ้ลและพีชที่ดูจะติดตัวเธอไปทุกที่เพื่อทุเลาความร้อนผ่าวบริเวณขอบตาและความรู้สึกบีบรัดในอก

 

            “ซาสึเกะคุง?”

 

            “อ่า”

 

            “ฉัน--

 

            “ฉันไม่เป็นไร”

 

            ในสักวันหนึ่ง

 

            “พี่จะดูแลเธอได้ดีแน่ๆ”

 

            เหมือนที่เขาทำให้เธอไม่ได้

 

            “ยินดีด้วยจริงๆ... อีกครั้งนะซากุระ”

 

            ขอให้เธอมีความสุข

 

            “รักกันนานๆ”

 

            และซาสึเกะ อุจิวะจะรักฮารุโนะ ซากุระตลอดไป

 

 

                       

            ซาสึเกะท้าวคาง ดวงตาสีดียวกับท้องฟ้ายามเที่ยงคืนมองหญิงสาวผมสีชมพูผ่านหน้าต่าง มองเธอเดินเข้าไปในอ้อมแขนของผู้ชายอีกคนที่สำคัญกับซาสึเกะพอๆกับเธอ มองคนที่เขารักที่สุดในโลกทั้งสองคนมอบความรักให้กัน

 

            อิทาจิมองมาทางเขาก่อนริมฝีปากบางเฉียบของพี่จะยกยิ้มอ่อนโยนแบบเดียวกับที่พี่มอบให้เขาเสมอ แม้เขาจะทำความผิดร้ายแรง แม้เขาจะทำตัวน่าผิดหวัง

 

            มือที่ไม่ได้โอบซากุระยกขึ้นทำเครื่องหมายโทรศัพท์ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินหายไปในฝูงชน

 

            ซาสึเกะก้มหน้าลงมองเอสเพรสโซ่ในแก้วเซรามิคสีขาวตรงหน้าของเขา หยดน้ำหยดนึงตกใส่ในแก้ว ก่อนจะตามมาด้วยอีกหยด อีกหยด และอีกหยด จนกระทั่งเขาเลิกที่จะนับ

 

            นิ้วเรียวเกี่ยวหูแก้วแล้วขึ้นจรดริมฝีปาก ก่อนจะจิบเครื่องดื่มที่เขาแทบจะดื่มแทนน้ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอย่างเชื่องช้าราวกับกาแฟในแก้วคือยาพิษและเขาคือนักโทษประหาร

 

            เขาวางแก้วลงบนโต๊ะ เอนตัวพิงกับเก้าอี้ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายสลิง แล้วยกต้นแขนขึ้นมาปิดดวงตาเปียกชื้น

 

            “ขม... ชะมัดเลยแหะ”

 

             

 

สวัสดีค่ะ! นี่ศรีเอง แฮ่

อยู่เรือนี้มาก็ตั้งนานเพิ่งได้มาเขียนคู่นี้ครั้งแรกจริงๆจังๆ รู้สึกเขินแปลกๆแหะ (...)

อันนี้ก็เป็นรวมOS/SF ออลซากุระค่ะ กับใครบ้างก็ดูจากหน้าบทความได้เลย~

             

            

 

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #8 Iam4ll4l0ne (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 19:45
    ตอนนี้เหมาะกับเพลง let her go - passenger มากๆเลยค่ะ ฮรุกTT
    #8
    0
  2. #7 แอ๋วซ่าส์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 16:43

    น้ำตาไหลเลย เข้าใจความรุ้สึกเกะมากเลย รออ่านยุน๊าาาา

    #7
    0
  3. #6 Kkunlert (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 03:50

    เขียนดีมาก เข้าถึงอารมณ์ของซาสึเกะตอนกินกาแฟได้เลย มาต่อนะคะ รออ่านอยู่ค่ะ สู้ๆ

    #6
    0
  4. #5 K a r e p 2 5 4 4 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 23:09

    ตอนแรกก็ดราม่าแล้ว(╥﹏╥)

    #5
    0
  5. #4 Yuri Yurina (=w=) SSCX (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 18:16
    เปิดมาก็ดราม่าเลย​ (สำหรับเกะล่ะนะ)​
    #4
    0
  6. #3 Ceing-Sakura (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 18:09
    ขออีกค่ะ พี่ไรท์ น่าาาา
    #3
    0