คัดลอกลิงก์เเล้ว

( WANNA ONE ) Unlovely ☁ JinHwi

"ฮยองซอบว่า.. เรากับพี่จีฮุนใครน่ารักกว่ากัน?"

ยอดวิวรวม

5,384

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


5,384

ความคิดเห็น


42

คนติดตาม


532
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ก.ค. 60 / 06:06 น.
นิยาย ( WANNA ONE ) Unlovely ☁ JinHwi ( WANNA ONE ) Unlovely ☁ JinHwi | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

뭘까 어딜

มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่นะ

 

이쁘진 않은데

เธอเองก็ไม่ได้น่ารักขนาดนั้นสักหน่อย

 

자꾸만 눈이   살게 구는

แต่ทำไมสายตาของฉันถึงละจากเธอไม่ได้เลยสักที

(Come Over - Dean)

b
e
r
l
i
n
?
chocolate

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ก.ค. 60 / 06:06


 

Type : One Shot (OS)

Genre : Fluffy

Pairing : Jinyeong x Daehwi

Ps. เป็นเรื่องสั้นตอนเดียวจบค่ะ แต่ยาวหน่อยนะคะ ถ้าไม่รังเกียจการอ่านฟิคตอนเดียวยาวๆก็ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ 5555

 

 

 

 

 

 

 

“ฮยองซอบ”

“หืม?

“แกว่าเราน่ารักปะ”

“……?”

 

     มือขาววางหนังสือที่กำลังอ่านฆ่าเวลาลงบนเตียงนอนก่อนจะเท้าคางนอนมองเพื่อนตัวเล็กที่ลุกจากเตียงไปยืนมองกระจกตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

 

“ถามทำไมวะ”

“ถามไปก็รีบตอบๆมาเหอะน่า”

“ไม่รู้อ่ะ อยากรู้ก็ไปเสิร์ชกูเกิ้ลเอาเองดิ”

“ฮยองซอบเราจริงจังนะเว้ย”

 

     ดวงตากลมที่แฝงความร้อนรนอยู่ในแววตาหันกลับมาจ้องเพื่อนสนิทของตัวเองทันที เล่นเอาคนที่เพิ่งเอ่ยปากแกล้งเล่นๆไปเมื่อครู่นี้ถึงกับเด้งตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิด้วยความรู้สึกผิดทันที

 

“เออๆ ก็น่ารักอ่ะ”

“จริงอ่ะ”

“อือ”

“ละเรากับพี่จีฮุนใครน่ารักกว่ากัน”

“โห่ กล้าเทียบเนอะ นั่นเขาระดับคิ้วท์บอยของโรงเรียน ระดับคิ้วบอดแบบมึงหรอจะไปสู้”

“ฮยองซอบ นี่เพื่อนไง!

 

     มือบางรีบยกขึ้นแตะคิ้วตัวเองทันทีด้วยความกังวลใจ คิ้วบงคิ้วบอดอะไร ก็มั่นใจระดับหนึ่งเหอะว่าตัวเองก็มีคิ้วอ่ะ

 

“คิ้วบอดจริงหรอวะ?

“โอ้ย ฉันล้อเล่นว้อย”

 

     ใบหน้าน่ารักรีบหันไปเช็คกระจกอีกรอบทันทีก่อนจะหันมาทำหน้าหงิกใส่เพื่อนสนิทตัวเอง แกล้งไม่เข้าเรื่อง เอะอะก็แกล้ง เพื่อนกันจริงไหมเนี้ย เขาเองล่ะอยากจะถามจริงๆเลย !

 

“แล้วทำไมอยู่ๆถึงมาถามเรื่องนี้อ่ะ”

“ก็ไม่ทำไมอ่ะ ก็แค่อยากรู้”

“หรอ ถึงขั้นเอาตัวเองไปเทียบกับพี่จีฮุนจอจังเลยอ่ะหรอ”

“เลิกต่อปากต่อคำสักทีได้ปะ”

 

     เพื่อนตัวเล็กขี้แซ็วยักไหล่อย่างไม่แยแส ก่อนจะกลิ้งลงจากเตียงนุ่มลงไปนั่งกับพื้นพรมพร้อมเปิดกระเป๋านักเรียนออกหาสิ่งที่ต้องการ ปล่อยทิ้งให้อีแดฮวีกลายเป็นอากาศไปอย่างแท้จริง สุดท้ายเลยทำได้แค่นั่งเปื่อยมองหน้าตัวเองในกระจกไปเรื่อย จนดันมีความคิดแปลกๆเกี่ยวกับหน้าตาตัวเองลอยขึ้นมาซะได้น่ะสิ

 

ไม่ ไม่จริงสักหน่อย แดฮวีไม่ได้กังวลเรื่องหน้าตาตัวเองแค่เพราะนั่งเหม่อมองกระจกหรอกนะ

 

     มือบางคว้าเอามือถือเครื่องน้อยของตนที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงขึ้นมาเช็คเฟซบุ๊กเพื่อเหตุผลอะไรบางอย่าง ก่อนที่ใบหน้าอ่อนวัยจะห่อเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อกดเปิดแอปเฟซบุ๊กขึ้นมาปุ๊ป รูปคิ้วท์บอยคนดัง คนล่าสุดที่ตัวเองเพิ่งหวังสูงเอาตัวเองไปเทียบจนโดนฮยองซอบแซะเล่นเมื่อครู่ลอยผ่านเข้ามาในหน้าฟีด

 

ไม่สิ รูปพี่จีฮุนทำท่าจอจังอย่างน่ารักน่าหยิกแถมยังมีคนกดไลค์เป็นพัน กดแชร์เป็นร้อยนั่นไม่ได้ทำให้เขาท้อแท้ขนาดนี้ได้สักหน่อย

 

…แต่เป็นชื่อ ‘แบจินยอง’ที่ปรากฏในรายชื่อคนรู้จักในเฟซบุ๊กที่ถูกใจรูปนี้ร่วมกับคนนับพันนั่นด้วยต่างหากที่ทำให้ห่อเหี่ยวได้ขนาดนี้น่ะ

 

 

 

ถ้าน่ารักได้สักครึ่งนึงของพี่จีฮุนก็คงดีเนอะ..

 

 









 

“แดฮวี เดี๋ยวครูฝากยกหนังสือตามไปห้องพักครูทีนะ”

“ครับอาจารย์”

 

     เสียงเจี๊ยวจ๊าววุ่นวายดังขึ้นลั่นห้องมัธยมศึกษาปีที่สี่ จรวดกระดาษที่ถูกปาปลิวไปว่อนห้อง และเสียงโต๊ะหล่นโครมครามเพราะความห่ามของเด็กผู้ชายวัยกำลังโตที่เล่นปีนโต๊ะวิ่งไล่จับกันอย่างเต็มที่โดนไม่ต้องกลัวว่าจะมีเพื่อนผู้หญิงบอบบางที่ไหนร้องไห้ไปฟ้องครูเพราะได้รับบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น

 

ก็แหงล่ะนี่มันโรงเรียนมัธยมชายล้วนนี่นา

 

     แดฮวีละสายตาจากฮยองซอบและซอนโฮที่กำลังแบ่งฟากปาจรวดกระดาษกับปืนปากกาแข่งกับเพื่อนหลังห้องอย่างสนุกสนานกลับไปยังกองหนังสือเรียนนับยี่สิบเล่มที่ต้องแบกตามหลังคุณครูขึ้นไปห้องพักครูที่อยู่ตั้งชั้นสี่ด้วยความระเหี่ยใจ สัญญาเลยว่าขึ้นมอห้าเมื่อไร จะไม่ยอมรับหน้าที่หัวหน้าห้องอีกแล้ว นี่มันงานทาสประจำห้องชัดๆเหอะ !

 

     ระหว่างการเดินตามหลังอาจารย์ประจำวิชามาตลอดทางมีเพียงความเงียบสงบไปตลอดโถงทางเดิน เพราะในตอนนี้ยังคงเป็นเวลาเรียนอยู่ และที่สำคัญคือชั้นสามและชั้นสี่คือที่อยู่ของพวกรุ่นพี่มอห้าและมอหกเสียด้วย ดังนั้นเสียเจี๊ยวจ๊าวเล่นกันเป็นเด็กเลยบางหูลงไปเยอะเลย

 

“เดี๋ยวเธอยืนรอครูหน้าห้องแปปนะ ครูเข้าไปสั่งงานพี่เขาก่อน”

“ครับอาจารย์”

 

     สิ้นคำรับปากไป อาจารย์หนุ่มที่เดินนำหน้าแดฮวีมาแต่แรกก็เดินหลุบหายเข้าไปในห้องมัธยมปีที่ห้าห้องบีทันที และพอเสียงประตูห้องประกบกับบานประตูจนสนิทปุ๊ป…

 

ตุบ !

 

“โอ้ย เหนื่อยว้อย !

 

     ร่างบางโยนหนังสือลงบนเก้าอี้ม้ายาวหน้าห้องแล้วทรุดตัวนั่งเลื้อยไปกับม้านั่งทันที หนังสือเล่มนึงก็ไม่ใช่บางๆ ไม่เข้าใจทำไมต้องให้แบกมาคนเดียว กะอีแค่หน้าที่หัวหน้าห้องนี่ต้องทำมันคนเดียวทุกอย่างเลยหรือไง ! แล้วยังไม่พอนะ ครูยังจะมาแวะเข้าไปคุยอะไรกับพี่เขาอีก พูดกันหลังจากนี้ไม่ได้หรือไงนะ กลายเป็นต้องมารอครูเขาอีก อยากลงไปเล่นกับเพื่อนจะแย่แล้วเหอะ ฮึย !

 

ตุบ!

 

     เสียงหนังสือปริศนาตกดึงเด็กชายตัวน้อยที่นอนไถลไปกับกองหนังสือให้รีบสะดุ้งตัวขึ้นยืนตรงด้วยความตกใจในทันที มือบางรีบกวาดเอากองหนังสือขึ้นมากอดเอาไว้ลวกๆ มีทั้งเล่มที่ไหลลงพื้น ทั้งเล่มที่ปลิ้นกระเด้งไปด้านข้าง นั่นยิ่งทำให้คนตัวเล็กร้อนรนใจกว่าเดิมเสียอีก 

 

“ค่อยๆกอบก็ได้ หนังสือมันไม่วิ่งหนีไปไหนหรอก”

 

เอ๊ะ..

 

     เสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะของตน แดฮวียกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเงาสีดำที่ทาบทับกายของตนด้วยความฉงนสงสัย ก่อนที่หัวใจที่อาศัยอยู่ในอกข้างซ้ายจะเต้นช้าลงจนเหมือนคนที่ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินหลังโดนทำร้ายมาจนเป็นแผลฉกรรจ์

 

เขาเป็นผู้ชายตัวสูง เส้นผมสีดำสนิท ใบหน้าเรียบนิ่งและดวงตาลึกโหลพร้อมผ้าก็อซปิดตาที่ควรจะทำให้คนตรงหน้าเขาดูเสียสุขภาพไม่มากก็น้อย แต่น่าแปลกใจที่มันกลับรับเข้ากับใบหน้าเล็กๆของเขาได้อย่างเข้าที เอาง่ายๆก็เรียกได้ว่า..

 

หล่อทะลุผ้าก็อซเลยเถอะ

“อาจารย์เขาบอกว่าอาจจะคุยธุระนานหน่อย เลยให้พี่มาช่วยเราแบกหนังสือขึ้นไปชั้นสี่น่ะ”

 

“ถ้าไม่ว่าอะไรงั้น.. ไปกันเลยไหม?

 

     ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่แดฮวีเอาแต่อ้าริมฝีปากออกน้อยๆพร้อมสำรวจใบหน้าของผู้ชายตรงหน้าเสียจนอาจจะดูเสียมารยาท รู้ตัวอีกทีหนังสือส่วนหนึ่งที่ล้มระเนระนาดข้างตัวก็ถูกเจ้าของร่างสูงเอาไปรับผิดชอบเองเสียแล้ว เจ้าของใบหน้าเล็กขมวดคิ้วงุนงงเล็กน้อยกับท่าทางเป็นหินแกรนิตของเด็กตรงหน้า

“เป็นอะไร ทำหน้าเหมือนเห็นผี”

 

     ฝ่ามือใหญ่เลื่อนมาใกล้ใบหน้าของเด็กน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ และแดฮวีเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าตัวเองกำลังกลั้นหายใจเพราะอะไรกัน และทำไมถึงหาเสียงของตัวเองไม่เจอจนถึงตอนนี้ ไม่มีคำพูดคำใดหลุดออกจากริมฝีปากเล็กจนกระทั่ง..

 

ป้าบ !

 

“โอ้ย !

 

     ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือไวกว่าความคิดไปหลายเท่า เมื่อสักครู่นี้สัมผัสอุ่นๆของคนตรงหน้าแตะลงบนแก้มของคนตัวเล็กเบาๆเพียงเพื่อต้องการเช็คให้แน่ใจว่าเด็กที่นั่งแข็งเป็นหินตรงนี้ไม่ได้เป็นอะไรมากนัก แต่นิสัยมือไวกว่าสมองของแดฮวีก็ยังไม่หายไปไหน แถมยังกำเริบผิดเวลาอีกต่างหาก!

 

“น้องเอาหนังสือฟาดมือพี่ทำไมเนี้ย?

 

ผิดเวลาจริงๆนะ ผิดมหันต์เลยด้วย

 

     มือบางโยนหนังสือที่เหลือในมือทิ้งลงบนเก้าอี้ ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองก่อนจะรีบติดเกียร์หมาโกยแนบออกมาจากตรงนั้นทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม หน้าครู หน้าใครที่ไหนแล้วนอกจากหน้าตัวเองที่แตกระแหงเป็นผงๆในตอนนี้

 

และหลังจากวันนั้นมา อีแดฮวีคนด๋อยก็ไม่มีโอกาสได้เจอกับรุ่นพี่ผ้าก๊อซปิดตาคนนั้นอีกเลย

 

 







“แดกเข้าไปเยอะๆ กินเหมือนดมแค่นั้นมิน่าถึงได้ผอมเป็นไม้เสียบผีแบบนี้ไง”

“แดฮวีมันผอมหรือมึงอ้วนกันแน่เจี๊ยบ กูให้เวลามึงพิจารณาตัวเองสามวิ”

 

     เสียงฮยองซอบแซะซอนโฮกลางวงข้าวตอนกลางวันเป็นภาพที่เห็นได้เป็นประจำเสียจนคนถูกพูดถึงเลิกที่จะห้ามปราม ถอยมานั่งมองมันตีกันเงียบๆเสียแล้ว

 

     นับจนถึงวันนี้ก็นับว่าเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆแล้วที่แดฮวีไม่มีโอกาสได้เจอเขาคนนั้นอีกเลยแม้ว่าจะเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันและมันจะเป็นโรงเรียนกินนอนก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาแดฮวีจะด๋อยอยู่กับที่ไปตลอดซะหน่อย

 

แบจินยอง อายุสิบแปดปี หัวหน้าห้องมัธยมศึกษาปีที่ห้าห้องบี ควบตำแหน่งนักกีฬาฟันดาบประจำโรงเรียน

 

     นี่แหละคือข้อมูลที่แดฮวีไปขุดหามาจนพบ รวมทั้งเฟซบุ๊กของเขาแดฮวีก็มี แต่แน่นอนว่าไม่เอาเฟซตัวเองจริงๆไปแอดหรอก เฟซหลุมที่เคยสมัครไว้ลี้ภัยเวลาที่พี่ยองมินเข้ามาเช็คว่าแอบหนีเที่ยวกับเพื่อนหรือเปล่านั่นล่ะคือตัวเลือกสุดท้าย

 

     จัดว่าช่วงแรกๆชีวิตของแดฮวีมีความสุขและหวานชื่นมากก็ว่าได้ แค่ได้เห็นหน้า ได้เห็นสเตตัสข้อความของเขา ได้กดไลก์เขาเงียบๆแค่นี้หัวใจก็พองโตจนยิ้มใส่ฮยองซอบที่กำลังทะเลาะกับซอนโฮไปได้ทั้งวันแล้ว และแดฮวีก็คิดว่าใช้ชีวิตแบบแอบปลื้มไปตลอดก็คงไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งวันที่มีประกวดคิ้วท์บอยประจำโรงเรียนแล้วพี่จินยองผ้าก๊อซของแดฮวีลงรูปคู่กับเด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลหน้าตาน่ารักคนนึงพร้อมข้อความให้กำลังใจนั่นแหละ..

 

‘แฟนชัวร์เลยอ่ะ’

‘ไม่แฟนก็กำลังจีบกันอยู่’

‘จีฮุนโคตรน่ารักเลยเหอะ เห็นมานานแล้วสองคนนี้ตัวติดกันยังกับปาท่องโก๋ จะเปิดตัวกันวันประกาศผลเลยล่ะสิใช่มะ’

‘กูว่าไม่พ้นกันหรอกสองคนนี้ เดี๋ยวก็รักกัน’

 

     คอมเม้นเชิงกระเส้าเหย้าแหย่หลักสิบหลั่งไหลมากองเต็มใต้รูปคู่ของผู้ประกวดคิ้วท์บอยปีล่าสุดแสนน่ารักคนนั้นกับพี่จินยอง ทำเอาความสุขที่กอดแนบอกมาทั้งวันของแดฮวีพังลงไม่เป็นท่า หลังจากวันนั้นแดฮวีจำได้ว่าตัวเองนอนร้องไห้ใส่หมอนจนหมอนเปียกไปเป็นดวง เอาแต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าจะเฮิร์ตอะไรขนาดนั้น แฟนก็ไม่ใช่ ทีตอนอันแจฮยอนดาราในดวงใจประกาศแต่งงานฟ้าแลบยังไม่เสียใจขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ

 

‘ไร้สาระ แค่เพื่อนป่าววะ’

     

     คอมเม้นสุดท้ายที่ตอบด้านล่างโพสต์ด้วยฝีมือของเจ้าของโพสต์เองทำให้น้ำตาที่หลั่งไหลบนใบหน้าของคนตัวเล็กแห้งเหือดลงไปได้บ้าง แขนเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองจนทิ้งไว้เพียงดวงตาแดงๆเป็นอนุสรณ์ว่าเคยร้องไห้ หัวใจที่เคยนิ่งจนเหมือนหยุดเต้นกลับมาเต้นเร็วอีกครั้ง และตั้งแต่วันนั้นแดฮวีก็สัญญากับตัวเองไว้อย่างหนักแน่นว่าจะต้องแสดงตัวให้พี่จินยองรู้ให้ได้ว่าบนโลกนี้ยังมีคนชื่ออีแดฮวีอยู่อีกคนนะ!

 

 

..แต่แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ในสภาพอีแดฮวีคนด๋อยแบบตอนนี้อ่านะ

 

 

“ขึ้นได้ยังวะ อีกสิบนาทีหมดเวลาพักเที่ยงของมอต้นแล้วนะเว้ย เดี๋ยวพวกพี่มอปลายลงมาเราจะซวยเอา”

     เสียงของฮยองซอบที่เพิ่งสงบศึกกับซอนโฮลงได้ด้วยการตัดสินใจแบ่งคุกกี้ถุงที่ซื้อมากินเองให้เป็นค่าปิดปากไปสองชิ้นเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายุ่งๆ แม้ในใจแดฮวีจะอยากเอ่ยคำขอโทษเพื่อนเด็กเนิร์ดตรงหน้ามากแค่ไหน แต่ยังไงตอนนี้แดฮวีก็ยังลุกจากเก้าอี้แล้วเดินกลับห้องไปไม่ได้แน่ๆล่ะ

 

“อีกแปปนึง เดี๋ยวขอนั่งเล่นกินลมก่อน”

“กินลมบ้ากินลมบออะไรของแก กินมาเป็นครึ่งชั่วโมงละ กินอีกทีก็อืดลมตายกันพอดีเถอะ”

“เพราะปากจัดแบบนี้นี่เองพี่อูจินเขาถึงไม่รับรักมึงอ่ะ”

“ไอ้เจี๊ยบ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับมึง กูคุยกับแดฮวี มึงจะวกมาแซะกูเพื่อ !

 

     สงครามเล็กๆก่อหวอดขึ้นอีกรอบ แดฮวีส่ายหน้าไปมาเล็กๆด้วยความระอาใจ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความคาดหวัง เมื่อเห็นว่าพวกรุ่นพี่มอปลายเริ่มลงมาทานข้าวกันแล้วจำนวนนึง

 

แล้วเหมือนคนบนฟ้าจะเป็นใจให้แดฮวีในวันนี้..

 

     ชายหนุ่มกับใบหน้านิ่งเรียบที่คุ้นเคยในเส้นผมสีดำสนิทและผ้าก๊อซที่หายไป เขากำลังเดินลงมาเงียบๆกับเพื่อนในกลุ่มของเขา รวมทั้งปาร์คจีฮุนคนนั้นก็ด้วย ที่เดินหัวเราะคิกคักขนาบข้างเขาลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ไม่พอใจเลยสักนิด ให้ตายสิ

 

“มึงมีไรในใจกับกูก็บอกมาตรงๆเลยเหอะเจี๊ยบ เอะอะแซะกูแบบนี้มึงต้องมีความในใจกับกูแน่ๆ”

“กูจะไปมีอะไรล่ะ กูก็ด่าตามหน้างาน มึงทำตัวให้น่าด่าเองทำไมอ่ะ”

“กูเพื่อนมึงไหมล่ะ ทีแดฮวีมึงยังไม่ด่าขนาดนี้เลยอ่ะ!

 

     เสียงทะเลาะที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆเรียกให้สายตาหลายคู่หันมาจับจ้องมองยังโต๊ะกลุ่มของพวกเขาจนได้ และแม้ว่าแดฮวีจะใช้มือกดไหล่เพื่อนสองคนให้เลิกยืดอกใส่กันเอาไว้สุดแรง แต่ดูเหมือนเพื่อนสองคนของตนจะหามีความเกรงใจและมีสติไม่

 

“ก็แดฮวีมันนิสัยดีอ่ะ ไม่ปากหมาแบบมึงนี่”

“ไอ้เจี๊ยบ! มึงพูดแบบนี้มึงกับกูไปเจอกันบนโรงยิมเลยดีกว่า !

“พวกมึงพอได้แล้วคนมองหมดแล้ว”

 

     แต่ดูเหมือนเสียงห้ามของแดฮวีจะเป็นเพียงเสียงลมเท่านั้น เพราะหลังจากสิ้นสุดคำพูดของฮยองซอบ ไอ้ลูกเจี๊ยบซอนโฮก็ลงมือบิดจมูกเพื่อนจูดี้ไปเต็มแรงจนเสียงร้องแหลมๆเหมือนคนจมูกบี้ผสมความเจ็บปวดดังลั่นโรงอาหารเสียจนคนหันมามองกันทั้งโรง

 

     ดวงตากลมถลึงตาขึ้นด้วยความตกใจ เพราะเสียงร้องปานกระต่ายถูกตัดอุ้งเท้าของฮยองซอบที่ดังลั่นทำให้โต๊ะของแดฮวีเป็นจุดสนใจขึ้นมาทันที ทุกสายตามองจ้องมาที่พวกเขานับสิบยี่สิบคู่ แต่นั่นไม่ได้น่ากลัวเท่าสายตาลึกโหลคู่เดิมที่เคยจ้องมองเมื่อเดือนก่อนที่กำลังจ้องมาทางเขาด้วยนั่นต่างหาก

 

     ชายหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลสีเข้มขมวดคิ้วเล็กๆเมื่อมองมาทางพวกเขา และสิ่งที่ทำให้แดฮวีสติแตกเข้าไปใหญ่ก็คือพี่จินยองเขาอยู่ดีๆก็ยกมือขึ้นห้ามเพื่อนให้เลิกคุยกับตัวเองก่อนแล้วเดินดุ่มๆตรงมาทางนี้ต่างหาก

 

ชิบหายแล้ว ทำไงดีวะ ตอนแรกแค่อยากเจอหน้าเขาเฉยๆนะ แต่ไม่ได้อยากให้เขาเห็นเราสักหน่อยอ่ะ!

 

“ซอนโฮ ฮยองซอบ เจอกันบนห้องนะ เราต้องไปแล้ว เราปวดท้องมาก ไปนะ”

     มือน้อยกวาดทรัพย์สินของตัวเองขึ้นแนบอกก่อนจะติดเกียร์หมาวิ่งหนีสุดชีวิตอีกครั้งโดยไม่สนเสียงทะเลาะกันของเพื่อนสนิทสองคนหรือเสียงคนอื่นที่พูดจาซุบซิบกันตามหลังมาเลยแม้แต่นิดเดียว

 

 

 

 

 

 

“เน มาอึมโซเก จอจัง ~ ”

     เสียงหวานดังขึ้นอย่างน่ารักถูกกรอเล่นวนเป็นรอบที่สิบจากในมือถือเครื่องเล็กของอีแดฮวี ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่หน้ากระจกและหัดทำท่าจอจังตามปาร์คจีฮุนด้วยจริตของโพนี่ผสมมินนี่เม้าส์ สิ่งสายรุ้งน่ารักทั้งหลายแหล่บนโลกที่คิดว่าอาจจะอำนวยให้เกิดผลบุญต่อการแบ๊วครั้งนี้ให้มันออกมาสำเร็จสักครั้งหนึ่ง

 

ก็แค่คิดว่าอย่างน้อยถ้าจะไปเสนอหน้าให้พี่จินยองรู้จักก็น่าจะไปในร่างที่น่ารักๆสักหน่อยนึงเผื่อจะสู้คนที่ยืนข้างๆเขาได้บ้างก็แค่นั้นเอง

 

     รอยยิ้มหวานที่แปลกตาบนกระจก รวมทั้งท่าทางการบิดนิ้วที่ไม่คุ้นเคยทำเอาร่างกายของแดฮวีเกร็งไปทุกสัดส่วน หลังจากหมุนตัวไปมาอยู่หน้ากระจกได้เกือบสิบนาที สุดท้ายก็ถอดใจนอนแผ่ลงบนเตียงกว้างอย่างหมดแรง มือบางควานหามือถือข้างตัวก่อนจะเปิดขึ้นเข้าเช็คเฟซบุ๊กเหมือนเดิมแบบที่ทำเป็นประจำ แววตาใสระห้อยลงเล็กน้อยตอนที่เลื่อนฟีดไปเรื่อยๆแล้วก็ยังไม่พ้นภาพของจีฮุน คิ้วท์บอยคนล่าสุดที่เพิ่งประกาศผลไปเมื่อสองวันก่อนได้สักที

 

“จะฮ็อตอะไรกันนักกันหนานะ ตอนแรกในฟีดไม่มีใครแชร์รูปพี่เขาสักคน แล้วนี่มาจากไหนเยอะแยะเนี้ย บ้าจริง” 

     ริมฝีปากสีพีชเบะออกเล็กๆพร้อมขยับปากล้อเลียนคำว่า ‘จอจัง’ ด้วยความหมั่นไส้ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับอยู่ดีว่าปาร์คจีฮุนเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ที่สุดแล้วถ้าเทียบกับคนที่มาสมัครหลายๆคนในปีนี้

 

     ลมหายใจอ่อนๆถอดถอนออกมาอย่างหมดเรี้ยวแรง ทิ้งมือถือลงข้างกายนอนแผ่เป็นปลาตากแห้งไปอีกสามสี่นาที  ก่อนจะเด้งตัวขึ้นนั่งบนเตียงทันที เมื่อได้ยินเสียงเคาะเบาๆดังมาจากด้านนอกประตูห้องตัวเอง

 

“ฮยองซอบหรอ แต่ว่ามันไปนอนห้องอื่นนี่นา 

 

ก๊อกๆ

 

     คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กๆด้วยความฉงน ก่อนจะยันตัวลุกจากเตียง ย่องไปยืนหน้าประตูแล้วเอาหูแนบแอบฟังเงียบๆ

 

ก๊อกๆ

 

     เสียงประตูดังขึ้นเบาๆอีกครั้งก่อนจะเงียบไปครู่ใหญ่ คิ้วเรียวขมวดแน่นเข้าหากัน มือทาบกับบานประตูอย่างใจจดใจจ่อ

 

“เปิดประตูหน่อยครับ ผมอยู่ข้างๆห้องเนี้ยแหละ อยากจะมาขอยืมยาสีฟันหน่อย ยาสีฟันหมด”

 

..โอเค

 

     มือเล็กเปิดประตูออกทันทีเมื่อรู้เป้าหมายของผู้มาเยือน ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าเพื่อนข้างห้องของตัวเองเป็นครั้งแรก

 

“ผมอยู่ห้องข้างๆน่ะครับ บังเอิญยาสีฟันมันหมดลืมไปซื้อ ขอยืมสักจึ๋งนึงได้ไหม”

 

     ผู้ชายตัวสูงในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำและโคลนสีเทาเข้มพอกหน้าจนมองไม่เห็นว่าหน้าตาเป็นยังไงและที่คาดผมของอินนิสฟรีสีชมพูครีมพูดยิ้มๆมาให้ แดฮวีหลังจากตั้งสติได้แล้วก็ค่อยๆพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปเอายาสีฟันมาบีบใส่แปรงสีฟันของเพื่อนหน้าดำข้างห้องที่อุตส่าพกยาสีฟันเปียกน้ำมายืนรอให้บีบให้อย่างรู้งาน

 

“ขอบใจมากนะ”

     ใบหน้าสีดำเปื้อนโคลนยกยิ้มที่ดูไม่ออกว่าเป็นยิ้มเพราะโคลนแน่นหนามาให้ก่อนจะเดินกลับห้องไป คนตัวเล็กแอบชะโงกมองตามเงียบๆ ถึงได้รู้ว่าชายหนุ่มข้างห้องของตนอยู่ข้างห้องจริงๆ แบบข้างๆกันเลย แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยแหะ..

 

เอ๊ะหรือเป็นเพราะแดฮวีไม่ค่อยออกไปทักทายเพื่อนรอบห้องกันแน่นะ?

 

     เสียงโทรศัพท์มือถือแจ้งเตือนอะไรสักอย่างสั่นครืดขึ้นมาจนเตียงสั่น คนตัวเล็กรีบปิดประตูห้อง กดล็อคประตูแล้วกระโจนตัวลงเตียงคว้ามือถือเครื่องน้อยมาเปิดดูทันที ก่อนที่ความตื่นเต้นในใจจะหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อตั้งใจอยากจะให้เป็นแจ้งเตือนพี่จินยองแต่มันดันเป็นข้อความของฮยองซอบที่ส่งมาในห้องแชทส่วนตัว

 

Hyungsofttt : ฮวีมึง 20:00

:DaeHwi : มีอะไรอีกอ่ะ  read.

:Daehwi : แค่จะไม่กลับมานอนห้องนี่ยังไม่พอเรอะread.

 

     ริมฝีปากบางคว่ำลงเล็กน้อย ปกติเข้าเพื่อนเนิร์ดดี้คนนี้ส่งข้อความมาหาบ่อยๆซะเมื่อไร ฮยองซอบชอบทิ้งให้แดฮวีนอนคนเดียวบ่อยๆ ซึ่งเหตุผลก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าจะไปนอนที่ไหน ถ้าไม่ไปสิงห้องซอนโฮกับพี่ชายมันก็ไปสิงห้องพี่อูจินสุดที่รักของมันกับพี่ดงฮยอนกะหาเรื่องสตรอว์เบอร์รี่ว่าไปให้พี่เขาสอนหนังสือให้อะไรแนวนั้นอีกแน่ๆอ่ะ

 

เอาจริงๆก็อิจฉาฮยองซอบมันนะ ที่ถึงจะเป็นเด็กที่ดูเนิร์ดขนาดนั้นแต่ดันมีความกล้าที่จะเข้าหาคนที่ตัวเองปลื้มจนมีตัวตนในสายตาของเขาได้จริงๆน่ะ

 

Hyungsofttt : เออนั่นแหละ วันนี้จะไปให้พี่อูจินติวฟิสิกส์ มึงก็นอนไปก่อนได้เลยนะไม่ต้องรอ แค่จะมาเตือนให้ล็อคห้องดีๆด้วย 20:02

Hyungsofttt : เฮ้ย ไว้ค่อยคุยกันนะ พี่ดงฮยอนกลับห้องมาละ เดี๋ยวเดินไปขอเขานอนด้วยกัน ขอพี่ดงฮยอนนี่ของ่ายกว่าขอพี่อูจินนี่อีกอ่ะ รายนั้นใจร้ายใส่ฉันตลอดเลย tt  20:02

Hyungsofttt : ไปละ ! 20:03

 

     สติกเกอร์รูปเหล่าผองเพื่อนคาคาโอะเฟรนด์กำลังเฮดีใจคือสติกเกอร์สุดท้ายที่แดฮวีตัดสินใจกดส่งไป แต่ก็ไม่ขึ้นว่าอีกฝ่ายจะกดเข้ามาอ่าน จึงตัดสินใจได้ว่าฮยองซอบคงปิดเน็ตไปคุยกับพี่ดงฮยอนแล้วจริงๆนั่นแหละ

     นิ้วมือสวยกดปิดหน้าจอมือถือลง ก่อนจะนอนแผ่ลงบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายยากในชีวิต

 

ถ้าได้ความมั่นใจสักครึ่งนึงจากฮยองซอบมาก็คงดีเนอะ..

 

 

 

 

 

 

“แดฮวี เดี๋ยวยกหนังสือตามครูไปที่ห้องพักครูหน่อยนะ”

“ครับ”

 

     เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังลั่นห้องอย่างเป็นปกติหลังเลิกคลาส และแดฮวีก็ยังถูกใช้ให้แบกหนังสือตามไปเก็บบนห้องพักครูตามปกติเช่นกัน ดวงตากลมมองซอนโฮกับฮยองซอบที่เล่นบวกเลขด้วยนิ้วกันอย่างสนุกสนานตาละห้อย ก่อนจะออกเดินตามหลังครูหนุ่มประจำวิชาเพราะคุณครูหันมาเรียกให้เดินตามหลังเขาไปได้แล้ว

 

“ห้องของเธอนี่ทำงานส่งครบกันทุกคนเป็นห้องเดียวเลยนะ ครูล่ะชื่นชมจริงๆ ถ้าตัดเรื่องเสียงดังไปหน่อยจะเป็นห้องที่เพอร์เฟกต์เลยรู้ไหม”

“ขอบคุณมากครับ ผมจะรับไปปรับปรุงครับผม”

 

     เสียงอาจารย์หนุ่มข้างหน้ายังคงเอ่ยชมสลับตำหนิห้องอื่นเมื่อเอามาเทียบกับห้องของคนตัวเล็กสลับไปมาไม่ขาดปากจนกระทั่งประสาทการรับรู้ของแดฮวีชาไปแล้วค่อนหู ความเบื่อหน่ายเกาะกินจิตใจและจิตวิญญาณของเด็กหนุ่มจนเสียอยากปาหนังสือลงพื้นมันตอนนี้แล้ววิ่งลงไปเล่นบวกเลขกับเพื่อน..

 

“อ่าว จินยอง ทำไมมาอยู่ตรงนี้ไม่เข้าเรียนหรือไง?

 

เดี๋ยวนะ…

 

“ผมมาส่งใบขอคาบน่ะครับ อาจารย์พัคเขาเรียกตัวผมไปซ้อมตอนนี้เลย”

“จริงสินะ การแข่งขันกีฬาประจำจังหวัดกำลังใกล้เข้ามาแล้วนี่นะ อืมดีๆ ขอให้โชคดีนะ”

 

     เป็นครั้งแรกที่แดฮวีรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่เกิดมาเป็นคนตัวเล็ก ตอนนี้เด็กน้อยกำลังพยายามบีบอัดตัวเองให้เป็นโมเลกุลที่เล็กที่สุดอยู่ด้านหลังของอาจารย์ โดยมีความหวังว่าชายหนุ่มที่ยืนคุยกับอาจารย์อยู่อีกฝั่งจะมองไม่เห็นเขาและเดินผ่านเขาไปเงียบๆซะ เพราะตอนนี้แดฮวียังไม่พร้อมจะเจอพี่เขาใดๆทั้งสิ้น ไม่พร้อมแนะนำตัว ไม่พร้อมรู้จัก ไม่พร้อมอะไรเลย ตอนนี้ยังฝึกทำจอจังไม่ได้เลย แถมหน้าก็สดอีกต่างหาก ผมก็สีดำเชยๆ ยังไม่น่ารักเลย ยังไม่พร้อมจะ—

 

“เออนี่แดฮวี รู้จักกับพี่จินยองไว้ซะสิ เป็นหัวหน้าห้องกันทั้งคู่นี่ แถมอยู่สายวิทย์คณิตเหมือนกันด้วย เผื่อในอนาคตมีอะไรจะได้ช่วยกันได้ไง”

 

ไม่นะ..

 

     คนตัวเล็กค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากกองหนังสือในอ้อมกอดขึ้นมองทางขวามือของตน อาจารย์หนุ่มผู้ปกติเป็นคนใจดีแต่วันนี้ใจร้ายเหลือเกินยืนยิ้มพร้อมหลบทางไปยืนข้างๆแถมยังผายมือไปทางคนตรงหน้าของเขาเป็นการแนะนำอีกต่างหาก

“นี่พี่แบจินยอง หัวหน้ามอห้าห้องบี นักฟันดาบประจำโรงเรียนของเรา ส่วนนี่แดฮวี หัวหน้ามอสี่ห้องบี เรียนเก่งที่สุดในห้องเลยนะคนนี้ ถ้าไม่นับอันฮยองซอบเด็กหัวกะทิล่ะนะ”

 

     เสียงหัวเราะของอาจารย์เสียงดังจนก้องโถงทางเดิน แต่น่าแปลกใจที่ในหูของแดฮวีกลับได้ยินแค่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำเบาๆชวนให้รู้สึกเหมือนใครเอาค้อนไล่ทุบไปรอบๆก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของตนจนปวดไปหมด

 

ไม่เอานะ ยังไม่พร้อมเลย ขอร้องล่ะ!

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะแดฮวี หวังว่ารอบนี้จะไม่เอาหนังสือตีพี่แล้วนะ”

“หืม หนังสือตี?

“ผมเปล่านะครับอาจารย์ !

 

     ใบหน้ากลมรีบเงยขึ้นส่ายหน้าไปมาจนหน้าม้าปลิวเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาทันที จนไม่ทันระวังตัวว่าการเงยหน้าขึ้นจากกองหนังสือในมือคราวนี้จะเป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อมของตัวเองเอง

 

“เด็กขี้โกหก”

     น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนบางๆบนริมฝีปากสีอ่อน รูปร่างที่สูงกว่าแม้ไม่มากแต่ก็ทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมอง ณ วินาทีนั้นแดฮวีรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกของคนตัวเองดับลงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยสักนิดเดียว...

 

“จินยอง ทำไมมานานจัง”

     เสียงหวานของบุคคลมาใหม่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง โดยไม่ต้องคิดให้นานว่าใคร สักพักเจ้าของเสียงน่ารักก็วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาแตะไหล่ของแบจินยองเอาไว้ พร้อมด้วยรอยยิ้มสดใสที่เคยมองเห็นแต่ในรูปมาตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา

 

“อ่าวจีฮุน สบายดีไหมล่ะเนี้ยไม่เห็นหน้าค่าตากันนานเลยนะ”

“สวัสดีครับอาจารย์คิม สบายดีครับ ผมก็อยู่ในห้องนั่นแหละอาจารย์อ่ะมองข้ามผมไปเองหรือเปล่า”

“จะไปมองข้ามอะไรกันล่ะ คนดังของโรงเรียนระดับเธอเนี้ยใครจะไปมองข้ามได้ ผิดที่ครูเองแหละที่ติดธุระในวันที่ต้องสอนห้องเธอบ่อยๆน่ะ”

 

     รอยยิ้มหวานๆของพัคจีฮุนเหมือนจะทำให้บรรยากาศอึดอัดเมื่อสักครู่สดชื่นขึ้นมาได้ทันตาเห็น ทั้งเสียงของอาจารย์คิมที่อ่อนโยนลง และสายตาของรุ่นพี่จินยองที่หันไปสนใจคนข้างตัวของตัวเอง จนเหมือนทุกคนจะลืมไปแล้วว่าตรงนี้มีอีแดฮวีอีกคนนึง

 

“เออใช่ แดฮวี ทำความรู้จักไว้สิ นี่พี่จีฮุน มอห้าห้องบีเหมือนกัน คนนี้นี่หัวกะทิของห้องเลยนะ ได้อันดับหนึ่งของระดับชั้นตลอด แถมยังเป็นคิ้--

“ผมไปก่อนนะครับอาจารย์ สวัสดีครับ”

 

     หนังสือทั้งกองถูกยัดใส่มืออาจารย์หนุ่มข้างตัวแบบไม่สนว่าใครครูใครนักเรียน ขาเรียวจ้ำอ้าวสุดชีวิตหันหลังหนีมาจากสถานการณ์ตรงนั้นอย่างไม่สนว่าตัวเองจะวิ่งชนใครก็ตาม มือเล็กๆยกขึ้นกอบกุมแก้มของตนที่ขึ้นสีจัดจนน่าอับอาย กว่าจะหยุดวิ่งได้ก็ตอนที่เอาตัวเองมานั่งหอบอยู่ที่ห้องเรียนข้างๆฮยองซอบได้อีกครั้งนั่นล่ะ

 

     มือเล็กข้างนึงที่กุมแก้มลดลงทาบลงบนหัวใจที่เต้นแรงจนแทบกระเด้งออกจากอก ก่อนจะทุบกำปั้นลงบนนั้นแรงๆหวังให้มันหยุดเต้นโครมครามจนน่าหวาดเสียวได้สักที

 

ครั้งที่สามแล้วที่อีแดฮวีวิ่งหนีพี่จินยอง

 

     แม้ไม่อยากจะทำแบบนี้เลยแต่ก็รู้ดีว่าจำเป็นจะต้องทำ ความมั่นใจที่เคยมีจนเปี่ยมล้นเหมือนมันลดลงทุกวัน และยิ่งมอดลงจนเหมือนเถ้าถ่านเมื่อเห็นพัคจีฮุนตัวเป็นๆกับตาที่ดูสว่างไสวน่าเข้าหา แถมยังดูเข้ากันดีมากเหลือเกินยามที่เขายืนอยู่ข้างๆพี่จินยองแบบนั้น มันยิ่งทำให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นไปอีกว่าแดฮวีสู้อะไรจีฮุนไม่ได้เลย ความมั่นใจที่น้อยกว่า ความน่ารักที่น้อยกว่า และความสดใสที่น้อยกว่า แล้วจะมีหน้าไปสู้กับเขา ไปอยู่ใกล้ๆพี่จินยองได้ยังไงกัน..

 

 

ตอนนี้แดฮวียังไม่พร้อม ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามยังไม่ดีพร้อมพอจะรู้จักกับพี่จินยองเลยจริงๆ..

 





 

 

 

 

“จะนอนได้ยังอ่ะ”

     เสียงของฮยองซอบที่เพิ่งวางหนังสือวิชาเคมีในมือลงกระเป๋าดังขึ้นเบาๆเรียกเพื่อนตัวน้อยที่หลังจากถามคำถามแปลกๆเรื่องความน่ารัก กับเรื่องคิ้วmNบอยคนล่าสุดพี่จีฮุนไปแล้วก็เอาแต่นั่งหน้ากระจกจ้องหน้าตัวเองไม่เลิกมานานสองนานจนตอนนี้ก็สามทุ่มกว่าและเขาเองก็ง่วงนอนจนตาปิดไปครึ่งดวงแล้ว

 

“ฮยองซอบ”

“อะไรอีกเล่า เรียกจังวุ้ยวันนี้”

 

     ดวงหน้ากลมหันมามองเพื่อนรักพร้อมท่าทางเศร้าสร้อยที่เล่นเอาคนตัวขาวที่เพิ่งแอบแซะเพื่อนไปเมื่อกี้รู้สึกผิดขึ้นมาทันใด

“เออ มีไรล่ะ”

“แกว่าเราน่ารักพอหรือยัง”

เรื่องน่ารักอีกละ น่ารักพอหรือยังนี่มันหมายความว่าไง พอสำหรับอะไรล่ะ”

 

     ลมหายใจอุ่นๆถอดถอนออกมาเบาๆ ก่อนจะกดปิดหน้าจอมือถือที่ค้างหน้าเฟซบุ๊กของผู้ชายคนเดิมที่แอบมองมาหลายเดือนมีคนแท็กรูปเขาถ่ายรูปคู่กับคิ้วท์บอยประจำปี พร้อมทำท่าจอจังด้วยกันด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มกันทั้งคู่ลงเงียบๆ 

“ไม่รู้สิ.. แค่คิดว่าน่ารักพอหรือยังแค่นั้นเองมั้ง”

 

     ฮยองซอบขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่เข้าใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้รู้สึกได้ว่าเพื่อนรักของตนแปลกไป แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าจะเป็นหนักเท่าวันนี้มาก่อนเลย

“แกอ่ะน่ารักในแบบของแกอยู่แล้ว อย่าเอาตัวเองไปเทียบกับพี่จีฮุนเลย พี่เขาอ่ะน่ารักแบบทุกคนลงมติว่าน่ารัก แต่แกอ่ะน่ารักในสายตาฉัน แล้วก็เพื่อนๆในห้องนะเว้ย นิสัยแกอ่ะน่ารัก แกเป็นคนดี แกเป็นเพื่อนที่ดี แก---

“แต่สุดท้ายก็น่ารักไม่เท่าพี่จีฮุนใช่ไหมล่ะ”

 

     เสียงสั่นเครือเล็กๆของแดฮวีเรียกให้คนตัวขาวรีบผุดลุกจากเตียงแล้วกระโจนข้ามเตียงมาดึงเพื่อนตัวเล็กไปนั่งปลายเตียงเพื่อคุยกันทันที

“แกจะร้องไห้ทำไมเนี้ยแดฮวี มีอะไรก็บอกฉันดิวะ มัวแต่ถามคำถามแปลกๆ วนไปวนมาไม่บอกกันแล้วจะทำยังไงได้ล่---

“ฉันว่าฉันชอบเขาแล้วฮยองซอบ”

“..ชอบใคร”

 

     ข้อมือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาที่ท่วมดวงตาออกทีหนึ่งก่อนจะพูดต่อทันทีเหมือนกับเขื่อนแตก

“ตอนแรกฉันคิดว่าฉันแค่ปลื้มเขา แต่เปล่าเลย แค่เห็นเขาอยู่ข้างคนอื่นหัวใจฉันมันก็ปวดไปหมดจนแทบแย่ ฮึก.. ฉันเคยคิดว่าฉันจะสู้กับคนที่อยู่ข้างๆเขาได้ แต่ไม่เลย.. ฉันไม่มีอะไรดีพอจะสู้เขาได้เลยฮยองซอบ ฉันว่าฉันคงแพ้แล้ว ฉันมันไม่มีดีอะไรเลย ฮยองซอบ ฉันแพ้แล้ว ฮือ..

 

     แม้จะยังไม่เข้าใจสถานการณ์มากนัก แต่ฮยองซอบก็ตัดสินใจดึงคนตัวเล็กกว่าเข้ามากอดปลอบอยู่ดี น้ำตาของแดฮวีที่เห็นได้ยาก แต่เห็นกี่ครั้งก็อดใจอ่อนไม่ได้ไปเสียทุกทีสินะ

“แกไปชอบใครเขาเข้า ทำไมแกไม่บอกฉัน ทำไมแกไม่บอกกันเอาแต่เก็บไว้จนล้นคนเดียวจนถึงขนาดนี้ได้ยังไงแดฮวี แกไม่ไว้ใจฉันหรอ”

 

     ศีรษะกลมส่ายไปมาอยู่บนลาดไหล่แคบของเพื่อน เสียงสะอึกเบาๆจากการร้องไห้ดังขึ้น มือเล็กลูบกลุ่มผมนิ่มของคนเป็นเพื่อนอย่างต้องการปลอบประโลมใจ ก่อนจะชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นขัดบทสนทนา

“ใครมาเคาะดึกๆดื่นๆวะ”

“คนข้างห้องมาขอยาสีฟันอีกมั้ง”

“คนข้างห้อง?

 

     คนตัวเล็กกว่าพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะค่อยๆถอนกอดออก มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาที่ติดอยู่บนแก้มใสจนเหลือแค่ดวงตาช้ำๆที่ทำให้รู้ว่าเพิ่งร้องไห้มาทิ้งเอาไว้

“เขาบอกว่าลืมซื้อยาสีฟันน่ะ เลยชอบมาขอยืมบ่อยๆ”

“บ่อยของแกนี่กี่วันละ”

 

     จมูกกลมรั้นขึ้นสูดจมูกเบาๆ ก่อนจะยกนิ้วขึ้นนับ จนกระทั้งหยุดที่เลขสี่ ฮยองซอบขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่เข้าใจทันที

“มาสี่ครั้งแถมทุกครั้งฉันต้องไม่อยู่ห้องด้วยเนี่ยอ่านะ”

“แต่วันนี้แกก็อยู่ไม่ใช่หรือไง”

 

     เพื่อนตัวขาวส่ายหน้าไปมาเป็นการตัดบทสนทนาก่อนจะกำชับให้แดฮวีนั่งรอบนเตียงก่อน ตัวเองจะเดินไปเปิดประตูเอง และอีแดฮวีก็ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีด้วยการทรุดตัวลงนอนบนเตียงและพยายามหยุดร้องไห้เองเงียบๆรอฮยองซอบแต่โดยดี จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบสามสิบวิ แต่ยังไม่มีวี่แววของเพื่อนตัวเล็กจะเดินกลับมาหาสักที สุดท้ายเลยต้องลุกเดินไปหน้าประตูเอง และทันทีที่เปิดประตูออก คนตัวเล็กก็ชะงักยืนค้างอยู่หน้าประตูอีกครั้งนึง เมื่อไม่เจอเพื่อนจูดี้ของตัวเอง แต่ดันเจอผู้ชายหน้าดำในสภาพเดิม เพิ่มเติมคือวันนี้ใส่เสื้อนอนแขนยาวสีดำกับกางเกงนอนสีดำยืนถือแปรงสีฟันรอด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเหมือนหลายๆวันที่ผ่านมา

“เพื่อนของคุณเขาออกมาบอกว่าจะไปนอนห้องเพื่อนอีกคนน่ะครับ”

“ฮยองซอบน่ะนะ?

 

     ชายหนุ่มแปลกหน้าพยักหน้ารับเบาๆ และถึงแม้คิ้วของแดฮวียังขมวดด้วยความไม่เข้าใจอย่างหนักหน่วง แต่ก็ยอมหันหลังเดินเข้าห้องน้ำไปคว้ายาสีฟันมาถือเอาไว้อยู่ดี แต่เมื่อหันหลังจะเดินออกจากห้องน้ำคนตัวเล็กก็ต้องสะดุ้งตกใจจนสะโพกชนอ่างล้างหน้าเมื่อชายหนุ่มปริศนาคนนั้นยืนปิดทางออกห้องน้ำเอาไว้เสียอย่างนั้น

“คุณเข้ามาในห้องผมทำไม ออกไปยืนรอหน้าห้อง ผมกำลังจะเอายาสีฟันไปให้แล้วไง”

“ผมขอล้างหน้าเอาโคลนออกที่ห้องคุณได้ไหม คือ.. โคลนมันเข้าตากับจมูกผมน่ะ ตอนนี้เริ่มหายใจไม่ออกละ”

 

     ไม่พูดเปล่า ยังเงยหน้าโชว์โคลนสีดำๆที่เกาะจมูกและตาตัวเองให้ดูอีกด้วย ร่างผอมบางถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าลวกๆ แล้วเดินเลี่ยงคนตัวสูงออกมายืนพิงกำแพงหน้าห้องน้ำรออย่างใจเย็น

 

จูดี้มันจะไปนอนกับพี่อูจิน หรือซอนโฮกะทันหันโดยที่ไม่บอกกันสักคำจริงๆหรอวะ..

 

     ไม่ทันขาดคำ สัญญาณสั่นสะเทือนเตือนว่ามีแชทเข้าใหม่ก็มาถึงอย่างทันใจ นิ้วเรียวสไลด์มือถือเปิดออก ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น

 

Hyungsofttt : เออ.. กูไปนอนกับซอนโฮดีกว่า วันนี้อยากคุยอะไรกับมันนิดหน่อยอ่ะ 21:30

Hyungsofttt : มึงก็ดูแลตัวเองดีๆ แล้วก็อย่านอนดึกนะเว้ย ล็อคห้องดี พรุ่งนี้เจอกัน 21:30

Hyungsofttt : โชคดีเพื่อน 21:31

 

“ไปจริงหรอวะ?

     ไม่อยากจะเชื่อสายตา ฮยองซอบทิ้งเพื่อนกลางทางหน้าตาเฉย เป็นไปได้ไง มันไม่เคยใจร้ายขนาดนี้มาก่อนเลยนะ !

 

     ขณะกำลังตัดสินใจจะเปิดวอร์กลับกับเพื่อนตัวขาวที่อยู่ๆก็ทิ้งกันกลางทางดีไหม เสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี แดฮวีรีบเก็บมือถือไว้ด้านหลังตัวเองอย่างไว มือน้อยหยิบยาสีฟันที่ติดมือขึ้นมาทันที

“เมื่อกี้เราเผลอเอายาสีฟันติดมือมาอ่ะ ถ้างั้นเดี๋ยวเราบีบให้ละกัน ละคุณก็ไป…”

 

     เสียงยาสีฟันหลอดน้อยตกลงพื้นเสียงดัง ตุบ แต่ประสาทการรับรู้ของคนตัวเล็กเหมือนจะมืดบอดไปในบัดดล  เมื่อเห็นใบหน้าชัดๆภายใต้โคลนหนาของเพื่อนข้างห้องที่ชอบมาเคาะประตูขอยืมยาสีฟันบ่อยๆจนชิน มือเล็กไวกว่าความคิด รีบคว้าลูกบิดประตูด้านหลังของตัวเองทันที

 

ปัง !

 

     มือใหญ่จับมือเล็กที่กุมลูกบิดประตูเอาไว้ก่อนจะดันกระแทกประตูจนมันปิดลง ส่งผลให้คนตัวเล็กถูกบังคับให้เดินเข้าชิดประตูไม้ทันทีโดยมีคนตัวสูงกว่ายืนบังทางหนีทีไล่ตรงหน้า แถมฝ่ามือของตัวเองก็โดนจับกุมเอาไว้จนหนีไปไหนไม่รอดอีกด้วย

“เลิกหนีพี่สักทีได้ไหม”

“ทำแบบนี้ทำไมเนี้ย เป็นบ้าหรือไง ออกไปไกลๆเลยนะ !

 

 

ตอนนี้แดฮวียังน่ารักไม่พอ...

 

“ทำไมล่ะ พี่ไปทำอะไรให้เราไม่พอใจหรือไง ทำไมถึงต้องคอยจะหนีตลอดเวลา” 

     ปลายนิ้วหนาเชยคางนิ่มขึ้นกะจะให้สบตากับตัวเอง แต่คนตัวเล็กกลับหลับตาปี๋แถมเอียงใบหน้าหนีไม่ยอมจำนนแต่โดยดีจนคนโตกว่าอ่อนใจ

 

“แดฮวี.. นี่เรารังเกียจพี่ขนาดนี้เลยหรอ”

“ออกไป.. อย่ามาใกล้เรา”

 

     เสียงสั่นเครือเหมือนคนใกล้จะร้องไห้ยิ่งทำให้บรรยากาศอึดอัดเข้าไปใหญ่ ตอนนี้แดฮวีไม่แน่ใจว่าคำพูดของตนจะทำร้ายคนตรงหน้ามากแค่ไหน แต่เขาแค่ต้องการให้จินยองถอยห่างออกไป รออยู่ตรงนั้นตรงที่ไกลๆ จนกว่าวันที่แดฮวีจะน่ารักขึ้น เก่งขึ้น ดีขึ้นจนสู้พี่จีฮุนได้ แดฮวีจะเดินเข้าไปหาเอง แดฮวีจะแนะนำตัวให้พี่จินยองรู้จักเอง แดฮวีจะมีความมั่นใจมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เขายังไม่พร้อม เขา--

 

ฟอด

 

     ดวงตากลมโตเปิดออกกว้างด้วยความตกใจ ฝ่ามือเล็กอีกข้างที่เป็นอิสระยกขึ้นดันอกของคนตัวสูงกว่าที่เดินลบระยะห่างระหว่างกันและกันลงไปทีละนิดจนสุดแรง แต่ก็พ่ายแพ้คนอายุมากกว่า แขนยาวรวบรอบเอวบอบบางเข้าไปจนประชิด ปลายจมูกโด่งจากที่แค่กดลงบนผิวแก้มเพื่อฉวยโอกาสเก็บเกี่ยวความหอมละมุนเริ่มหนักขึ้นเมื่อริมฝีปากนิ่มของคนตรงหน้ากดจูบลงบนแก้มเนียนด้วยจนฝ่ามือบางที่เป็นปราการด่านสุดท้ายที่ใช้กั้นสร้างสร้างระยะห่างจำต้องยอมพ่ายแพ้ไป มือน้อยกำเสื้อสีดำของจินยองแน่นจนมันยับคานิ้วเล็กๆ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนเหมือนมันต้องการจะพังออกไปจากอกของแดฮวีแล้ววิ่งเข้าไปอยู่กับชายตรงหน้าเสียให้ได้

 

ไม่ได้นะอีแดฮวี

 

“อย่าทำแบบนี้ ออกไป” 

     มือน้อยกำเนื้อผ้าของคนตรงหน้าไว้แน่น ก่อนจะตัดใจดันคนสูงกว่าออกห่างตัว ดวงตาสีนิลจ้องคนตัวเล็กด้วยท่าทางไม่เข้าใจ 

“ทำไมล่ะแดฮวี”

“พี่นั่นแหละที่เราต้องถามว่าทำไม มาทำแบบนี้กับเราทำไม”

“แล้วทำไมพี่จะทำไม่ได้”

“ก็เราไม่ได้เป็นอะไรกัน !

“แต่แดฮวีชอบพี่”

“ไม่!.. ฮะพี่พูดว่าอะไรนะ!?”

 

     ดวงตาคมจดจ้องคนตัวเล็กกว่านิ่งเสียจนมือน้อยที่กำสาบเสื้อเอาไว้แน่นสั่นระริกจนคลายแรงออกอย่างช่วยไม่ได้

 

“เราแอบชอบพี่”

 

“ชอบมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยกล้าจะเดินเข้ามาบอกพี่ตรงๆเลย”

 

“ทีนี้ทำไมไม่ผลักพี่แล้วโกหกพี่อีกล่ะว่าไม่จริง”

 

“เพราะมันคือเรื่องจริงใช่ไหมล่ะ”

“พี่ไปเอาข้อมูลพวกนั้นมาจากไหน!

“จะเอามาจากไหนก็ช่าง พี่แค่อยากได้ยินจากปากเราเองแค่นั้นว่าเราเองก็คิดเหมือนกันกับพี่”

คิดเหมือนกันอะไร !?”

“เหมือนกันที่พี่ก็ชอบเราไง”

 

อะไรนะ…

     

     ลมหายใจร้อนถอดถอนออกมาอย่างพ่ายแพ้ เมื่อเห็นใบหน้าตกใจปนฉงนสงสัยของคนเด็กกว่าตรงหน้า

 

 ...อีแดฮวีเขาคิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องบังเอิญหรือยังไง คิดว่าตัวเองเป็นคนวางแผนทุกอย่างอย่างนั้นหรอ?

 

เหอะ..

 





  ..เขาน่ะชอบแดฮวีก่อนที่แดฮวีจะชอบเขาเสียอีกเถอะ

 

 



 

 

หลิน ดูนั่นดิ”

“ไหน?

      ดวงตาเรียวรีของไลควานลินมองตามปลายนิ้วของคนตัวเล็กกว่าที่ชี้นิ้วไปทางกลุ่มเด็กเข้าใหม่ที่กำลังยืนต่อแถวรับของว่างระหว่างรอปฐมนิเทศอย่างงงๆ

 

“อะไรวะ ก็แค่เด็กมาต่อแถวรับขนม เด็กๆคุยเล่นกัน เด็กลั้นลา ไม่เห็นมีอะ---

 

ป้าบ!

 

“ลืมเอาตามาจากไทเปหรอไลควานลิน นี่ ฉันให้ดูนี่ น้องคนนี้อ่ะ ที่กำลังเล่นพัดลมเป็ดอยู่กับเพื่อนอ่ะ โคตรโดดเด่นเลย ไม่รู้สึกหรอ”

“ถึงจะอยู่ชั้นเดียวกันแต่ฉันก็อายุน้อยกว่านะเว้ย ทำไมไม่ทะนุถนอมกันบ้างวะคนอะไรมือหนักเท้าหนัก ใจร้าย”

 

     เจ้าของใบหน้าหวานจิปากอย่างไม่สบอารมณ์กับเพื่อนต่างวัยชาวไทเปที่แทนจะได้ชวนคุยง่ายๆก็เอาแต่ลูบศีษะตัวเองปอยๆ แถมบ่นฟ้าบ่นสวรรค์จนน่ารำคาญ สุดท้ายพัคจีฮุนจึงตัดสินใจย้ายที่นั่งไปนั่งข้างเพื่อนคู่ใจอีกคนแทน ทิ้งให้ควานลินโวยวายตามหลังเป็นผีจีนไปซะ

 

“ทะเลาะอะไรกับควานลินมาอีกล่ะ”

“ไม่ได้ทะเลาะหรอก มันตาฟางอ่ะ พูดมากด้วย สงสัยติดน้องชายมา คุยไม่รู้เรื่องรำคาญ”

 

     เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นเงียบๆ คนตัวเล็กเอียงคอมองกลุ่มเด็กๆเข้าใหม่อย่างสนอกสนใจ ก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นชวนคุยต่อทันที

“แบจิน แกดูนั่นดิ”

“ดูอะไรดูแกอ่านะ”

“ไม่ใช่ ตลกมากอ่อดูนู่นว้อย !

     เสียงหัวเราะตามประแสคนชอบแหย่ดังขึ้นเบาๆอีกรอบเมื่อเขาตัดสินใจกวนประสาทเพื่อนแก้มแดงข้างๆด้วยการเมินปลายนิ้วที่ชี้ไปยังกลุ่มเด็กๆแล้วทอดสายตามองใบหน้าหวานข้างกายแทนจนโดนจีฮุนโวยเข้าให้ ถึงได้ยอมแพ้หันไปมองตามปลายนิ้วเรียวเสียที

 

“มีอะไรอ่ะ ก็แค่เด็กต่อแถวกินของว่าง”

“ตาฟางแบบไอ้ผีจีนอีกละ มีตาหามีแววไม่อ่ะ นี่มองไม่เห็นจริงๆหรอว่ามีเด็กคนนึงโดดเด่นออกมาจากกลุ่มอ่ะ”

“ไหนอ่ะไม่เห็นมีเลย”

“โอ้ย น่ารำคาญ ไม่คุยกับพวกแกแล้วว้อย!

 

     ยังไม่ทันหันไปถามอะไรต่อพัคจีฮุนก็กระแทกเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งชายหนุ่มให้นั่งจ๋องอยู่กับจานข้าวใต้ต้นไม้พร้อมกับไลควานลินที่นั่งกดมือถืออยู่ที่โต๊ะข้างๆสองคนเสียอย่างนั้น 

 

เดี๋ยวก็คงหนีไปนั่งกับกลุ่มพวกเพื่อนๆทีมที่ลงประกวดคิ้วท์บอยประจำโรงเรียนอีกเหมือนเคย คนดังนี่เข้าใจยากจริงๆเลยแหะ ทั้งๆที่เป็นเพื่อนกันแท้ๆนะ..

 

     มือของเขากำช้อนเขี่ยข้าวเล่นไปมาอย่างไม่อยากอาหารเท่าไรแต่ก็ไม่อยากลุกเอาจานข้าวไปเก็บ มองกวาดสายตาไปรอบสนามเพื่อฆ่าเวลา ก่อนจะทิ้งสายตาไว้ที่กลุ่มคนที่ต่อแถวรับของว่างแทนอย่างอดไม่ได้เพราะเสียงวุ่นวายที่ดังทะลุมาถึงฝั่งนี้ แม้จะอดรำคาญในใจเล็กๆไม่ได้ก็ตามแต่ก็ห้ามไม่ได้อยู่ดีว่าเสียงหัวเราะร่าเริงสดใสของเด็กๆเหล่านั้นทำให้เขาคิดถึงตัวเองตอนที่เพิ่งสอบเข้ามัธยมปลายได้ ว่ามันน่าตื่นเต้นมากขนาด---

 

เดี๋ยวนะ..

 

     ดวงตาคมหรี่เล็กลงจดจ้องไปยังเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังยืนหัวเราะผลักเพื่อนในแถวไปมาอย่างมีความสุข บนใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่ รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะทำให้ดวงไฟทุกดวงบนโลกดับลงได้ รอยยิ้มที่สดใสจนเขาตกใจว่าบนโลกนี้มีใครที่สามารถยิ้มแล้วทำให้โลกสว่างไปทั้งใบแบบนั้นได้อีกหรอ

 

ไม่รู้ว่าเจ้าของรอยยิ้มสดใสคนนั้นใช่คนที่จีฮุนพยายามชี้ให้เขาดูหรือไม่ แต่ถึงไม่ใช่เขาเองก็คงไม่คิดมองหาตัวของเด็กคนนั้นให้เหนื่อยแล้วล่ะ เพราะสำหรับจินยองแล้ว คนที่โดดเด่นที่สุดในสายตาของเขาจนทำให้คนรอบข้างเป็นได้แค่หมอกเงาจางๆก็คือเด็กคนนั้นนั่นล่ะ

 

 และนั่นก็คือครั้งแรกที่จินยองได้เจอสิ่งที่ทำให้ชีวิตอีกสองปีที่เหลือในการเรียนมอปลายของเขาน่าสนใจมากกว่าที่เคย..

 

     และเคยมีใครเป็นไหมบางคนไม่เคยเจอหน้ากันเลยเวลาอยู่ในโรงเรียน แต่พอเราบังเอิญไปมองหน้าของเขาสักครั้งนึง ไม่ว่าไปที่ไหนเราก็จะเจอเขาเป็นคนแรกๆเสมอ

 

จินยองเป็นตามทฤษฎีนั้นเป๊ะๆเลยล่ะ

 

“ไอ้ซอบเอาแว่นกูคืนมา!

“กูไม่คืน แล้วมึงจะทำไม ไอ้แว่นหัก แบร่”

“ไอ้.. กวนติงกูหรอ ได้ มึงได้ วันนี้มึงต้องตาย!

     เสียงโวยวายดังลั่นห้องสมุดจนเขาต้องยอมวางหนังสือลงอย่างอดไม่ได้ ความไม่พอใจพุ่งพลานไปทั้งกาย จินยองขยับขาลุกขึ้นเตรียมจะเดินไปหาบรรณารักษ์ประจำหอสมุดที่นั่งประทับตราหนังสือห่างจากตรงจุดอ่านหนังสือตรงนี้ไปเพียงห้าชั้นหนังสือเท่านั้น

 

แต่แล้วเสียงเล็กๆปริศนาก็รั้งขาของเขาเอาไว้..

 

“ซอนโฮอย่าตีเพื่อน ฮยองซอบเอาแว่นซอนโฮมาอย่าตีกัน นี่มันห้องสมุด อย่าสงเสียงดังรบกวนคนอื่นเขาได้ไหม”

     

      จินยองหันไปตามเสียงอ่อนโยนนั่นทันที ณ วินาทีนั้นเขาถึงเข้าใจทันทีว่าคำว่าอ่อนระทวยมันเป็นยังไง..

 

     เด็กคนนั้นเป็นเจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ ใบหน้ากลม แก้มก็กลม รูปร่างเล็กและดูบอบบางจนเขาหวาดกลัวว่าถ้าเผลอแตะต้องแรงเกินไปบนร่างกายของน้องจะบุบสลายขึ้นมาได้ รวมทั้งท่าทางดุๆและใบหน้าจริงจังนั่นด้วย ที่ไม่ได้ดูน่ากลัวสำหรับเขาเลยสักนิด หรือเรียกง่ายๆว่า..

 

น่ารักทะลุความดุเลยก็ว่าได้

“เออ ในนี้มันลำบากนัก กูออกไปนั่งอ่านหนังสือที่ห้องก็ได้”

“งั้นกูไปด้วย กูจะตามไปกวนประสาทมึง”

“มึงโรคจิตหรอฮยองซอบ?

     เด็กสามคนตรงนั้นหยิบหนังสือขึ้นแนบตัวคนละเล่มก่อนจะลุกขึ้นเดินมาทางเขา และจินยองเองแม้จะรู้ตัวว่าไม่ใช่คนโดดเด่นขนาดที่ใครก็ต้องเหลียวมองแต่ก็อดประหม่าจนต้องก้มลงฟุบแกล้งนอนหลับลงกับโต๊ะไม่ได้อยู่ดี ดวงตาสีเข้มลอบมองผ่านช่องว่างของแขนตัวเองจดจ้องไปยังคนตัวเล็กที่เดินตามหลังเพื่อนอีกสองคนที่ยังตีกันไม่เลิกไปติดๆ จนกระทั่งแผ่นหลังแคบหายออกไปจากในกรอบสายตา เขาถึงปล่อยลมหายใจที่กลั้นเอาไว้ด้วยความประหม่าออกมาจนทรุดลงไปนอนบนโต๊ะจริงๆจนได้

 

จะทำยังไงถึงจะได้รู้จักกันนะ..

 

 

 

 

 

 

 

“วันนี้สั่งงานหน้าหนึ่งร้อยแปดสิบถึงหน้าสองร้อยนะ วันนี้ครูมีธุระเข้ามาสอนไม่ได้ ยังไงก็ฝากหัวหน้าห้องคุมเพื่อนให้ทำโจทย์ละรวมส่งครูบนโต๊ะด้วยเข้าใจไหม”

“ครับผม”

 

     ท่ามกลางเสียงโหยหวนด้วยความเซ็งสุดขีดที่อุตสาห์ไม่มีใครเข้าสอนแต่ยังต้องทำงาน ก็ต้องมีคนเก็บอาการเก่งที่สุด ไม่แสดงท่าทีดีใจหรือเสียใจออกไปและตอบรับอย่างแข็งขันเพราะหน้าที่หัวหน้าห้องมันกดบ่าอยู่

 

ใช่แล้ว จินยองเองแหละ..

 

“เออใช่ แบจินยอง”

“ครับ?

“ครูฝากลงไปห้องถ่ายเอกสาร ถ่ายชีทแผ่นนี้ให้เพื่อนมาหน่อยนะ เอาให้ครบชุดคนในห้อง เดี๋ยวเอาบัตรประจำตัวครูไป ไปบอกเขาว่าอาจารย์คิมฝากถ่าย”

“ครับผม”

 

     โค้งตัวทีนึงก่อนจะรับบัตรประจำตัวและชีตวิชาเคมีจากมืออาจารย์เดินมุ่งหน้าไปทางประตู บางทีจินยองว่ามันก็คงถึงเวลาแล้วจริงๆที่ต้องสละตำแหน่งหัวหน้าห้องที่ไม่สามารถเล่นสนุกแบบชาวบ้านเขาได้สักทีออกไปให้คนอื่นรับหน้าที่ต่อ แต่ผ่านมาปีที่สองแล้วก็ยังสลัดไม่หลุด เพราะพัคจีฮุนที่ชอบเสนอชื่อเขาทุกที และถ้าเป็นจีฮุนคนน่ารักเสนอขึ้นมาทีไรผู้ชายที่ไหนจะไม่เออออห่อหมกตามบ้างล่ะ

 

ทุกคนหลงเสน่ห์มันหมดยกเว้นเขา เพราะเขาคือผู้ที่มองเห็นธาตุแท้ความปีศาจร้ายในตัวมันไงล่ะ..

     

     บานประตูห้องเรียนถูกผลักออกอย่างไม่เบาแรงนัก ก่อนที่จินยองจะรีบเอื้อมมือไปคว้าประตูไม้ไว้ไม่ให้มันกระแทกผนังแทบไม่ทันเมื่อเห็นเด็กน้อยที่คุ้นเคยนอนแผ่อยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวและหนังสือระเนระนาดอยู่หน้าห้อง บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดเคลื่อนไหวไปเกือบครู่ใหญ่ ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะแต้มรอยยิ้มเอ็นดูขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

 

เป็นหัวหน้าห้องเหมือนกันสินะเจ้าเด็กคนนี้ ตอนมอสี่เขาก็เคยโดนใช้ยกหนังสือทำไมจะไม่รู้..

 

     ขายาวย่องเข้าไปใกล้อย่างเงียบเชียบ ก้มลงสำรวจใบหน้าและทรวดทรงของคนตัวเล็กจนมั่นใจว่าเก็บทุกความทรงจำไว้ในเมมโมรี่แล้ว จึงย้อนกลับไปมองป้ายชื่อบนอกเป็นที่สุดท้าย

 

อีแดฮวี

 

ตุบ!

 

เชี้ย..

 

     เพราะเผลอเข้าไปใกล้มากเกินไป ชายเสื้อสูทของเขาที่ไม่ได้ระมัดระวังกวาดเอาหนังสือเล่มน้อยที่หมิ่นเหม่อยู่บนเก้าอี้ไม้ให้ตกลงบนพื้นเสียงดังลั่น ร่างเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นก่อนจะกอบหนังสือใส่ตัวแบบเป็นบ้าเป็นหลังจนเขาอึ้งไปครู่ใหญ่

 

ไม่ธรรมดาเลยนะเนี้ย..

 

“ค่อยๆกอบก็ได้ หนังสือมันไม่วิ่งหนีไปไหนหรอก” 

     นั่นคือคำแรกที่เขาตัดสินใจเอ่ยกับคนตัวเล็กไป ดวงตากลมเงยขึ้นมองเขานิ่งด้วยความตระหนก ไม่แน่ใจนักว่าน้องตกใจหน้าเขาหรือตกใจแผลตากุ้งยิงของเขากันแน่ เขารู้เพียงแค่ ณ วินาทีนั้นเขาเหมือนโดนมนตร์สะกดให้ลืมวิธีหายใจไปช่วยขณะหนึ่ง

 

เหมือนเด็กผู้หญิงเลยแหะ

 

น่ารักชะมัด..

 

 

     ชีตแผ่นน้อยกับบัตรของอาจารย์ถูกซ่อนไว้ด้านหลังของตัวเองในทันที

 “อาจารย์เขาบอกว่าอาจจะคุยธุระนานหน่อย เลยให้พี่มาช่วยเราแบกหนังสือขึ้นไปชั้นสี่น่ะ”

 

“ถ้าไม่ว่าอะไรงั้น.. ไปกันเลยไหม?”

 

     ดวงตากลมยังจดจ้องเขาพร้อมริมฝีปากเล็กที่เปิดออกเล็กๆอย่างน่าเอ็นดูจนเขาเริ่มประหม่าไปหมดแล้วสิ

 “เป็นอะไร ทำหน้าเหมือนเห็นผี”

 

พยายามแล้วนะ..

 

     พยายามจะเล่นมุกตลกแล้วนะ แม้ว่ามันจะไม่เป็นตัวเองมากก็ตามเหอะ ช่วยขำหน่อยสิ ไม่ก็อย่ามองกันด้วยสายตาหวาดกลัวแบบนั้นเลยนะ ขอเถอะ

 

     และไม่รู้อะไรดลใจให้เขาถือวิสาสะยื่นมือไปตรงหน้าของเด็กน้อยที่ยั่งนั่งอ้าปากค้างมองเขาอยู่อย่างนั้น เอาจริงๆเขาก็แค่คิดจะปัดปอยผมที่เกือบแตะเปลือกตาสวยให้เฉยๆเท่านั้นเอง

 

     แต่น้องอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้น..

 

ป้าบ !

 

“โอ้ย ! น้องเอาหนังสือฟาดมือพี่ทำไมเนี้ย?”

 

     เขาไม่แน่ใจนักว่าเมื่อครู่ใช้เสียงดุมากเกินไปหรือยังไง แต่น้องเขาก็โยนหนังสือทิ้งไว้ด้านหลังแล้ววิ่งหนีจินยองไปเสียแล้วสิ แต่ยังโชคดีอยู่ ที่หลังจากนั้นเขาก็มีโอกาสได้เจอหน้าของแดฮวีอีกหลายๆครั้ง แต่งานนี้เขารู้ตัวแล้วว่าควรทำยังไง..

 

เขาควร ‘แอบ’ ไงล่ะ

 

     เพราะรู้ว่าไปให้เห็นจังๆแล้วคงวิ่งหนีอีกเหมือนหลายครั้งที่เคยเป็นมา แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าน้องวิ่งหนีเขาทำไม แต่มนุษย์เอเลี่ยนข้างกายก็เอาแต่แหย่ไม่หยุดว่า..

ฉันเห็นน้องแก้มแดงๆตอนวิ่งหนีแกด้วยอ่ะจินยอง’

 

‘เชื่อฉันดิ น้องเขาเขินแกชัวร์’

 

‘ฉันว่าน้องเขาชอบแกจริงๆนะเว้ย’

 

‘พี่แบเรามีคนมาแอบชอบว่ะ ในที่สุด ฮิฮิ้ววว’

 

     ..ขอบคุณพัคจีฮุนจริงๆที่ทำให้ชีวิตของจินยองปั่นป่วนได้ขนาดนี้น่ะ

 

     ร่างสูงรีบหลบเข้าหลังกำแพงทันที พร้อมมาส์กสีดำที่ถูกดึงขึ้นปิดจนถึงจมูกเมื่อกลุ่มสามแสบเดินเข้ามาในร้านสะดวกซื้อในโรงเรียนตรงตามเวลาที่เขาเคยจับเอาไว้เหมือนอย่างทุกวัน เสียงเฮฮาวุ่นวายดังขึ้นอย่างมีชีวิตชีวา รวมทั้งใบหน้าอ่อนวัยที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเสียจนดอกไม้สดแถวนี้แทบจะพากันเหี่ยวเฉาไปหมดเพราะไม่สามารถโดดเด่นสู้คนน่ารักตรงหน้าของเขาได้

 

เออ.. เขาดูเวอร์ไปใช่ไหมนะ?

 

 

แต่เอาเถอะ ก็เขาคิดแบบนั้นจริงๆนี่นา

 

“ฮยองซอบเอาป็อกกี้รสสตรอว์เบอร์รี่ไหม?

“เอาๆๆ ! เอาช็อกโกแล็ตด้วย เดี๋ยวเราจะซื้อไปฝากพี่อูจิน วันพฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้ฉันจะเดินหน้าเต็มกำลังละ  จะไปอยู่ห้องพี่อูจินให้เขาเบื่อหน้าเลย ช่วงนี้พี่แกชอบชมคนอื่นให้ฟังบ่อยๆ เหอะ ฉันจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกจำไว้เลย !

“สนแต่คนที่ชอบ ไม่สนเพื่อนเลยนะ”

 

     เสียงเล็กเอ่ยขึ้นล้อเลียนเพื่อน ก่อนที่จะเดินมาทางเชลฟ์ขนมกินเล่นที่เขายืนอยู่เพื่อหยิบป็อกกี้สองรสไว้กับตัวแล้วเดินผ่านเขาไปยังแคชเชียร์จ่ายเงิน จนกระทั่งเด็กสามคนนั้นเดินออกจากร้านไปแล้ว แต่กลิ่นหอมหวานจากกายของคนตัวเล็กที่ทิ้งเอาไว้ตอนเดินผ่านเขาไปยังคงส่งผลต่อจิตใจของจินยองอย่างรุนแรงจนน่ากลัว..

 

แบจินยอง นายบ้าไปแล้ว นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วนะ..

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไม่ใช่เรื่องเล่นๆจริงๆด้วย”

     เสียงทุ้มต่ำของคนตัวสูงเอ่ยขึ้นเรียบๆ ก่อนที่เจ้าของคำพูดดังกล่าวจะนอนเหยียดขาเล่นมือถืออย่างเซ็งๆอยู่บนเตียงเดี่ยวของตัวเองโดยมีชายหนุ่มอีกคนที่มีศักดิ์เป็นถึงเพื่อนในกลุ่ม แต่เขาดันไม่รักมันเลยสักนิดในตอนนี้

“แค่สี่คืนเองควานลิน เพื่อนกันน่า”

“เลิกคบกันตอนนี้เลยก็ได้นะจินยอง”

“ควานลิน..

 

     หนุ่มต่างด้าวถอนหายใจเฮือกใหญ่ซะจนห้องแทบสั่น แม้ในใจของจินยองจะรู้สึกผิดมากแค่ไหนก็ตามที่แบกข้าวของข้ามจากหอชายปีกขวามาขอนอนเบียดที่หอมันที่อยู่ปีกซ้ายเพียงเพราะรู้อะไรดีๆมาจากจีฮุนว่าห้องของควานลินอยู่ชั้นเดียวกับน้องเขาก็เท่านั้นเองแหละ

 

“นี่มึงจริงจังขนาดนี้เลยหรอวะ?

“ไม่รู้”

“โอโห่ ไม่รู้หรอ อีกนิดก็สตอล์กเกอร์แล้วอ่ะพูดจริง”

 

     จินยองย่นคิ้วเล็กๆใส่เพื่อนตัวสูงที่แซะกันไม่หยุดเสียที

 

ก็รู้แหละว่าดูไม่ดี แต่ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ จะมีโอกาสไหนได้คุยกับน้องเขาตรงๆสักทีล่ะ..

 

     ชายหนุ่มนั่งรอจนกระทั้งสองทุ่มตรง ก่อนจะลุกหยิบโคลนพอกหน้าและที่คาดผมน่ารักดุ๊กดิ๊กเพื่อทำให้ภาพลักษณ์ดูเป็นพิษเป็นภัยน้อยที่สุดเอามาใส่ พอกโคลนที่ลงทุนซื้อมาใช้ทั้งๆที่ปกติใช้ไม่เป็นมาพอกจนหน้าดำมะเมี่ยม รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นมาในหัวของชายหนุ่มเล็กๆตอนที่หยิบแปรงสีฟันเอาไปทำให้เปียกน้ำแล้วเดินออกมานอกห้องแล้วควานลินร้องตกใจออกมาลั่นห้องพร้อมคำว่า ‘มึงเป็นใครเนี้ย กูจำมึงไม่ได้แล้วไอ้บ้า!

 

..แปลว่าแผนการของเขาน่าจะไปได้สวยเลยไงล่ะ

      

     มือหนากุมอกข้างซ้ายของตัวเองอย่างลุ้นๆยามที่ก้าวเท้าออกจากห้องเบอร์สามศูนย์เจ็ดของควานลินเพื่อเดินตรงมายังห้องเบอร์สามหนึ่งศูนย์ที่อยู่ถัดกันไปสองสามห้อง กำปั้นกลมๆถูกกำขึ้นมาค้างไว้หน้าประตู ก่อนจะสะบัดลงบนบานประตูเบาๆไปสองที

 

     จินยองเอาหูเข้าไปใกล้บานประตูให้ได้มากที่สุด แต่ก็พยายามระวังไม่ให้โคลนบนหน้าเปื้อนประตูด้วย เสียงฝีเท้าเล็กๆน่ารัก(ในความคิดของเขา)ดังเข้ามาใกล้ประตูขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าประตู แต่กลับไม่ยอมเปิดประตูออกต้อนรับเขาอยู่ดี แม้เขาจะทดลองเคาะประตูไปอีกสองทีก็ตาม

 

“เปิดประตูหน่อยครับ ผมอยู่ข้างๆห้องเนี้ยแหละ อยากจะมาขอยืมยาสีฟันหน่อย ยาสีฟันหมด

 

แอ๊ด..

 

     ประตูไม้เปิดออกทันทีที่เขาเอ่ยคำขอออกไป ร่างผอมบางในชุดเสื้อแขนยาวผ้านิ่มและกางเกงขาสั้นยืนเท้าประตูจ้องเขาด้วยดวงตาเรียบนิ่งเสียจนเขาเกิดประหม่าขึ้นมาอีกรอบ

 

..จ้องหน้าดุกันขนาดนี้ถ้าไม่น่ารักนะจะแจ้งตำรวจจับข้อหาใจร้ายเกินไปซะให้เข็ด

 

“ผมอยู่ห้องข้างๆน่ะครับ บังเอิญยาสีฟันมันหมดลืมไปซื้อ ขอยืมสักจึ๋งนึงได้ไหม”

 

     เสียงแปลกๆที่ถูกดัดให้สูงขึ้นหนึ่งคีย์เอ่ยออกไปพร้อมรอยยิ้มแปลกๆด้วย ไม่แน่ใจว่ามันจะทำให้น้องกลัวหรือระแวงหรือเปล่า แต่เห็นท่าทางอ่อนใจของแดฮวีแล้วน่าจะเป็นรำคาญซะมากกว่า..

 

     แต่สุดท้ายคนน่ารักของเขาก็กลับมาอีกครั้งพร้อมยาสีฟันในมือ จัดการบีบลงแปรงให้อย่างดี ก่อนจะถอยหลังไปยืนมองหน้าเขานิ่งๆเหมือนเดิม เหมือนเป็นการตอกใส่หน้าของเขาจังๆว่า ‘แบจินยองเวลาของนายหมดลงแล้ว กลับที่ของนายไปซะ!

 

“ขอบคุณมากนะ”

 

     ส่งยิ้มแปลกๆไปให้อีกทีหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะรีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวกลับห้องของควานลินทันทีโดยไม่กล้าหันหลังไปมองน้องเขาด้วยซ้ำ ว่าน้องจะมองตามมาไหมหรือปิดประตูหนีแล้วด่าเขาในใจกันแน่

 

..แต่ก็แค่หวังว่าแดฮวีจะไม่ใจร้ายกับเขามากเกินไปหรอกนะ?

 

 

 

 

     ความจริงแล้วการได้แอบมองแดฮวีทุกวันมันก็มีความสุขดีพอจะทำให้ชีวิตมอปลายที่เหลือของเขามีสีสันไปได้จนเรียนจบแล้วล่ะ ถ้าเกิดวันนั้นจีฮุนไม่ทำพังเสียก่อน..

 

“จินยอง ทำไมมานานจัง” 

     เสียงหวานๆที่เคยชินดังขึ้นจากด้านหลังของเขา สีหน้าของแดฮวีมืดมนลง และตอนนั้นเขาอยากจะหันไปยกมือทำปางห้ามญาติให้จีฮุนมันรออยู่ไกลๆก่อน รอให้เขาได้ทำความรู้จักกับน้องก่อนมากเหลือเกิน

 

“อ่าวจีฮุน สบายดีไหมล่ะเนี้ยไม่เห็นหน้าค่าตากันนานเลยนะ”

“สวัสดีครับอาจารย์คิม สบายดีครับ ผมก็อยู่ในห้องนั่นแหละอาจารย์อ่ะมองข้ามผมไปเองหรือเปล่า”

     บทสนทนาของเพื่อนตัวเล็กและอาจารย์ประจำวิชาเคมีของเขาดังขึ้นทำลายบรรยากาศอึดอัดลง แต่กลับก่อบรรยากาศอึมครึมระหว่างจินยองและน้องตัวเล็กข้างหน้าของเขาได้เป็นอย่างดีเสียจนเขากลัวใจ รวมทั้งฝ่ามือเล็กๆที่แตะลงบนไหล่ของเขาในตอนนี้เสียด้วย และแม้เขาจะหันไปมองหน้าเพื่อนเพื่อส่งซิก ส่งสัญญาณให้กี่ครั้งก็ตามแต่ ไอ้ตัวดีก็ไม่ได้สนใจกันเลยจนหมดปัญญาจะสื่อสารกันทางโทรจิตแล้ว ไหนใครบอกว่าเพื่อนกันมองตากันต้องรู้ใจไงวะ?

 

“เออใช่ แดฮวี ทำความรู้จักไว้สิ นี่พี่จีฮุน มอห้าห้องบีเหมือนกัน คนนี้นี่หัวกะทิของห้องเลยนะ ได้อันดับหนึ่งของระดับชั้นตลอด แถมยังเป็นคิ้--”

“ผมไปก่อนนะครับอาจารย์ สวัสดีครับ”

      ฝ่ามือใหญ่ยื่นไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ ก่อนจะยกขึ้นปิดปากของตัวเองทันทีที่รู้ตัวว่าเกือบส่งเสียงเรียกคนตัวเล็กที่เดินหนีออกไปเมื่อสักครู่นี้ออกมา

 

“ว้าว.. ท่าเมื่อกี้เหมือนพระเอกตอนพยายามจะรั้งนางเอกไม่ให้วิ่งหนีเลยนะแบจิน”

“กลับห้องไปเลยไป”

     เสียงทุ้มต่ำของจินยองที่ปกติเคยรักษาความนิ่งเอาไว้ได้เสมอ ณ บัดนี้กลับไม่คงที่เสียจนเขารู้สึกหงุดหงิดตัวเอง 

 

     วันนั้นทั้งวันเขาจำได้แค่ว่าไม่มีสมาธิเรียนหนังสือเลยแม้แต่ตัวเดียว ในหัวมีแต่สีหน้าผิดหวังของเด็กน้อยคนนั้นวนเวียนไปมาจนปวดหัวไปหมด สุดท้ายจึงตัดสินใจบุกไปห้องควานลินอีกครั้ง และรอบนี้เขาไม่คิดจะวางแผนไปช่วงที่เพื่อนน้องไม่อยู่ หรือไปก่อนสามทุ่มเพื่อไม่เป็นการรบกวน หรืออะไรทั้งสิ้น โคลนบนหน้าที่พอกมาไม่หนาเท่าทุกวันมายืนอยู่หน้าห้องเบอร์สามหนึ่งศูนย์เบอร์เดิม คำพูดห้วนๆบอกเด็กตัวขาวที่ไม่ใช่แดฮวีตอนออกมาเปิดประตูว่าให้ไปอยู่ที่อื่นก่อนซะ เพราะเขาจะเคลียร์กับแดฮวีสองคน หรือแม้กระทั่งยอมล้างหน้าเปิดเผยตัวตนแบบทื่อๆ และทำอะไรสุดโต่งออกไปมากมายจนทำเอาเด็กน้อยในอาณัติของตนตระหนกตกใจก็ตาม

 

เขาก็แค่คิดว่าแค่แอบมองแดฮวีตลอดไปคงไม่พอเสียแล้วแค่นั้นเอง..







     ดวงตากลมใสจดจ้องเขาอย่างไม่คงที่มากนัก ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องจนเกือบจะน่าอึดอัด

“พี่พูดอะไรออกมา”

 

“พี่รู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา”

 

“นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะพี่”

 

     เสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้นแผ่วเบาจนเขาใจเสีย ฝ่ามือหนาประคองใบหน้ากลมให้เลิกหลบสายตาและหันกลับมาอยู่ในระยะสายตาเช่นเดิม แต่คนตัวเล็กก็ยังคงหลุบตามองทางอื่นที่ไม่ใช่เขาอยู่ดี

“พี่ก็ไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆสักครั้งเลยแดฮวี”

“ไม่จริงหรอก..

“พี่ชอบเราจริงๆ ชอบเราก่อนที่เราจะชอบพี่เสียอีก”

“พี่โกหก คนแบบพี่จะมาชอบเราที่ไม่มีดีอะไรเลยสักอย่างไปทำไม”

“พี่ไม่ได้โกหก เรานั่นแหละกำลังโกหกตัวเองว่าสิ่งที่พี่พูดไม่ใช่เรื่องจริง ทั้งๆที่มันจริงทั้งหมด”

“พี่.. โกหก..

 

     ริมฝีปากสีพีชเม้มเข้าหากันแน่นจนขึ้นสีเลือดฝาดอมชมพูระเรื่อ ค่อยๆเปิดออกเอื่อนเอ่ยคำพูดตัดพ้อมากมายออกมาไม่หยุดไม่หย่อน แต่หูของชายหนุ่มกลับชาไปเสียจนไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เมื่อสิ่งที่เขาเห็นตอนนี้มีเพียงริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่กำลังยั่วยุให้เขาทำตามอำเภอใจตัวเองอีกครั้งล่องลอยอยู่ต่อหน้าของตน

 

“พี่เป็นทั้งนักกีฬา เป็นทั้งหัวหน้าห้อง พี่เรียนเก่ง พี่ดีพร้อม แถมยังมีคนน่ารักที่สุดในโรงเรียนอยู่ข้างๆ พี่ไม่มีทางหันมามองเราหรอก พี่อย่าโกหกเราให้เราสบายใจอีกเลย เรา..

 

     ดวงตาคมสลับมองระหว่างแววตาหวาดระแวงของเด็กน้อยตรงหน้ากับริมฝีปากสีระเรื่อที่สั่นเทา เขาจะต้องเรียกสติตัวเองให้กลับมาเดี๋ยวนี้ ตอนนี้เลย..

 

“พี่อย่าโกหกเราอีกเลยนะ”

 

“เราขอร้อง แค่เราชอบพี่ข้างเดียวเราก็เสียใจจะแย่อยู่แล้ว”

 

“ถ้าพี่เข้าใจแล้วก็ช่วยถอยออกไปไกลๆ แล้วเลิ---

 

     มือเล็กที่วางเกะกะอยู่บนอกของเขาออกแรงผลักร่างตรงหน้าเต็มแรงทันทีแต่ก็เหมือนจะช้าเกินไปอยู่ดี มือหนากดหลังคอของคนเด็กกว่าให้แหงนขึ้นรับสัมผัสอ่อนโยนที่ทาบทับลงบนริมฝีปากไร้เดียงสาจนแนบแน่น ความตื่นตระหนกส่งผลให้มือน้อยบนแผ่นอกกว้างตีสะเปะสะปะไปทั่ว ก่อนจะถูกชายตรงหน้าเดินเข้ามาจนแนบชิด แผ่นหลังบางแนบสนิทกับบานประตู แผ่นอกบางถูกกายสูงตรงหน้าเบียดเข้าจนทำให้มือน้อยที่ตบตีไปทั่วไม่สามารถขยับไปไหนได้ ริมฝีปากนิ่มของชายหนุ่มขบเม้มเบาๆไปตามเนื้ออุ่นที่ยังคงตามไม่เท่าทันอย่างใจเย็น ก่อนที่จะปล่อยมือจากลูกบิดประตูมารวบเอาเอวเล็กของคนเด็กกว่ารั้งเข้าจนร่างกายของคนทั้งสองแนบชิดกัน และดูเหมือนเรียวลิ้นชื้นที่พยายามแตะริมฝีปากนิ่มไปมาเบาๆอย่างต้องการขออนุญาตพันธนาการบางสิ่งบางอย่างให้ลึกซึ้งกว่านั้นจะมากเกินที่เด็กน้อยอนุญาตเอาไว้ มือของแดฮวีที่เป็นอิสระข้างเดียวที่เหลือยกขึ้นตีหัวไหล่ของคนตรงหน้ารัวๆจนคนฉวยโอกาสยอมถอนจุมพิตออกไปจนได้

 

“พี่จินยอง เราจริงจังนะ!

“แล้วที่พี่ทำไปเมื่อกี้มันดูเหมือนเล่นๆมากนักหรือไงแดฮวี”

“พี่ ขอร้องล่ะ..

“จะขอร้องอะไรอีก ที่ทำไปเมื่อกี้มันยังจริงจังไม่พอใช่ไหมต้องแบบไหนถึงเรียกจริงจังสำหรับเรา ตรงนู้นไหม?

“ลองทำสิเราต่อยหน้าหงายแน่!

 

     คนตัวเล็กขืนตัวสุดชีวิตเมื่อถูกแรงเยอะกว่าทำท่าจะลากเข้าไปทางส่วนของห้องนอน แดฮวีถลึงตาขู่อย่างเอาเรื่อง

 

“แดฮวี พี่ไม่ได้โกหกจริงๆ สาบานให้สอบตกทุกวิชาจนโดนไล่ออกจากโรงเรียนเลยก็ได้ว่าพี่พูดจริง”

 

     ท่าทางไม่ไว้ใจมองมาทางชายหนุ่มอย่างปิดไม่มิด และเขาก็แทบอยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้เป็นรูมันเสียตรงนี้เลย

“..จริงหรอ”

“จริงๆ..

“ตั้งแต่เมื่อไร”

“หมายถึงอะไร”

“ชอบ.. ตั้งแต่เมื่อไร”

 

     ความเงียบเข้ามาเบียดระหว่างคนทั้งสองคนอีกครั้งเมื่อจินยองนิ่งไป เด็กน้อยเริ่มหน้ามุ่ยอีกรอบจนเขารีบกระวีกระวาดพูดออกมาทันที

“ถ้าสะดุดตาก็ตั้งแต่แรกที่เห็นในแถวรับของว่างวันปฐมนิเทศ แต่ชอบจริงจังน่ะไม่รู้หรอก รู้ตัวอีกทีก็มายืนต่อหน้าเราแล้วเนี้ย”

“งั้นหรอ”

“อืม”

 

     ดวงตากลมคลายความระแวงลงไปได้นิดหน่อย อ้อมแขนน้อยๆที่กอดอกค่อยๆลดเกราะกำบังลง และนั่นคือสัญญาณที่ดี

 

“แล้วเราล่ะ”

“เราทำไม”

“เริ่มชอบพี่ตั้งแต่เมื่อไร”

“ไม่บอก”

“อ่าว”

 

     คนตัวเล็กหมุนลูกบิดประตูด้านหลังตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูออกกว้าง ออกแรงดึงแขนจินยองที่ยังคงมึนเล็กน้อยจนชายหนุ่มเซเดินออกมานอกประตู และก่อนที่เขาจะได้ทันทักท้วงอะไรประตูก็ปิดปังใส่หน้าเขาเสียแล้วสิ

 

“แดฮวีอา คุยกับพี่ให้รู้เรื่องก่อนสิ”

      เคาะประตูสลับเรียกชื่อคนน่ารักแต่แสนจะใจร้ายที่อยู่อีกฟากของประตูอยู่นานสองนาน สุดท้ายถึงได้ตัดใจเดินกลับห้องควานลินไปอย่างหมดอาลัยตายยาก

 

 

นี่แปลว่านกจริงๆใช่ไหมเนี้ย..

 

 

เอ๊ะ หรือว่าไม่..

 

“หายไปทำอะไรตั้งนานสองนาน มือถือแจ้งเตือนไม่หยุดแล้วเนี้ย”

“มือถือกู?

“เออ เสียงดังคนจะหลับจะนอน”

 

     หลังจากปิดประตูห้องนอนตัวเองลงเขาก็ต้องรีบปล่อยมือจากลูกบิดมารับมือถือเครื่องน้อยของตัวเองที่ลอยละล่องข้ามห้องมาด้วยฝีมือของควานลินทันที จนอยากจะลุกไปถีบเพื่อนตัวดีสักโป้ง แต่เหมือนสิ่งในมือของตัวเองจะดีมากพอที่จะไม่อยากเตะเพื่อนเสียแล้วสิ

 

     รูปโปรไฟล์ของคนน่ารักที่เพิ่งทำท่าเหมือนหักอกเขาไปสักครู่นี้ปรากฏขึ้นบนรายชื่อเพื่อนใหม่ในเฟซบุ๊กกำลังรอให้เขากดตอบรับอยู่นี่มัน…

 

“ควานลิน”

“อะไรอีกไอ้--- อั๊ก!

“ขอบใจมากมึง กูไม่นกแล้วว่ะ”

 

     ท่าทางดีใจเกินเหตุของเพื่อนหน้าตายของตัวเองแม้จะทำให้ควานลินสงสัยมากแค่ไหนก็ตามแต่ที่น่าสงสัยกว่าก็คือ..

“แล้วมึงมาถีบกูทำไมเนี้ย?

“กูพอใจ”

“เอ้า!

 

     และแล้วชีวิตที่น่าเศร้าของควานลินก็ดำเนินไปตลอดทั้งคืน เมื่อเพื่อนตัวไม่เล็กข้างกายเอาแต่นอนแชตคุยกับใครตลอดทั้งคืน เสียงตือดึ่ง ตือดึ่งยาวนานติดกันสิบสองชั่วโมง จนเขาไม่ได้หลับไม่ได้นอน

 

เออ มึงคือเจ้าของห้อง พรุ่งนี้กูย้ายออกให้ก็ได้วะ โธ่เอ้ย /น้ำตาคลอ

 


ผลงานทั้งหมด ของ เจี๊ยบห้ามื้อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

42 ความคิดเห็น

  1. #42 Hiphophop (@hubhup) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 21:16
    โอ๊ยยยย น่ารักๆๆ น่ารักๆๆๆๆๆ น่าร้ากกกกก ><
    #42
    0
  2. วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 12:42
    แงงงง น่ารักกกกก
    #41
    0
  3. #40 pcxyaek (@pcxyaek) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 22:31
    ฮ่อยยยยยน่าร้ากกก
    #40
    0
  4. วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 22:00
    น่ารักกก
    #39
    0
  5. วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 01:43
    แง่งง น่ารักมากๆๆเลย
    #38
    0
  6. #37 eeepob (@ppoobb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 15:01
    ชอบมากเลยอ่ะ น่ารัก แงงงง นี่แอบอ่านตอนเรียน แต่ชอบตอนจินยองแอบชอบน้องมาก งืออิอ <3
    #37
    0
  7. วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 06:20
    โอ่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย น่ารักมากกกกกกกกกกกก มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบสำนวนไรท์จังเลยค่ะ ฮืออออออออ ยิ่งอ่านยิ่งรส.ว่าแบจินหล่อมากๆๆๆๆๆๆๆๆ น้องหวีน่ารักมากเลยหนูรู้กกกกกกก
    #36
    0
  8. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 01:34
    ชอบมากค่าาาาา น่ารัก
    #35
    0
  9. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 19:41
    นี่คือการรีวิวฟิค


    น่ารักมากๆ ฮือด้ใ้รงดดดรรดงรสกวีกนำำึงา



    จบการรีวิว

    #34
    0
  10. #33 kty18122546 (@kty18122546) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 03:34
    หลินไปนอนกันฮุนสิ
    #33
    0
  11. #32 amaicbhh (@nuntikan71) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 01:34
    555 น่ารักกกกกมากงื้อออ
    #32
    0
  12. วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 13:03
    ฮืออออออออ พี่จินยองที่ว่าร้าย แต่ยัยจี้ร้ายกว่า! แต่ก็ต้องขอบคุณเขาล่ะนะคะ5555 พี่จินยองแบบว่า ฮือๆๆๆๆ ข่นบร้าา เขินไปหมดแล้ว นี่มันแอบชอบซ้อนแอบชอบ ค่ดน่ารัก ;-; ไม่ไหวแล้วว ภาษาไรท์ก็ดีเว่อ ชอบไปหมดเลยค่ะ ฮือ ขอบคุณผลงานดีๆ นะคะ ~
    #31
    0
  13. #30 Velveteen (@ploy121244) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 21:22
    ฟิคน่ารักจัง
    #30
    0
  14. #29 0สนิท (@Ncb_jge) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 21:05
    สงสารสุดคือหลิน55
    #29
    0
  15. #28 Tinkerbell (@ninasrin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 03:47
    น่ารักมากเลยยยย
    #28
    0
  16. วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 20:58
    ฮืออออออออ เขินมากๆเลยค่ะไรท์ พออ่านพาร์ทของแดฮวีไปเรื่อยๆแล้วแอบดราม่านิสนึง แต่พอเข้าพาร์ทพี่แบจินเท่านั้นล่ะ โอ้ยยยยยยยยยยยยยยย มีความจิกหมอนขาดไปหลายใบมาก เขินอ่า เขินๆๆๆๆ ขอบคุณที่แต่งเรื่องสั้นดีๆให้อ่านนะคะ ไรท์สู้ๆค่ะ



    #27
    0
  17. วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 23:54
    โอ้ยน่ารักมากกกก ฮือ ตอนที่อ่านพาร์ทพี่จินยองนี่แบบกรี๊ดแตกมาก แบบแกเขาคิดเหมือนกัน โอ้ยน่ารักเด้อ อยากหยิกแดฮวีมาก เอ็นดูมากอ่ะลูกสาวสุด อยากให้มีต่อ แอบรู้สึกค้าง อยากรู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไงกันต่อ แงง แต่ชอบเรื่องนี้มาก มาเจอเรื่องนี้ช้าไปแต่ก็มานะ ชอบบบ
    #26
    0
  18. #25 @S_CB (@sutattacb) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 17:23
    โอ่ย ชอบบบบบบบยยย เขิน-//-
    #25
    0
  19. วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 21:52
    นี่อ่านซ้ำหลายรอบมาก
    ชอบมากกกกกกก
    #24
    0
  20. #23 nitaloveray_120 (@nitaloveray_120) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 11:43
    งืออออ น่ารักมาก เป็นฟิคที่ฟิลกู๊ดมากค่ะชอบมากๆเลย อ่านได้เรื่อยๆไม่เบื่อเลย เราชอบฟิคแนวนี้มากพอได้มาเจอฟิคที่ภาษาดีๆดำเนินเรื่องดีๆแบบนี้ยิ่งชอบเข้าไปกันใหญ่ รอติดตามผลงานของไรท์ต่อไปนะคะ ชอบมากจนไม่รู้จะเอาคำไหนมาอธิบายแล้วTT
    ชอบความซึนๆของพี่แบที่มีต่อน้องหวีแล่วก็ชอบความคิดไปเองของน้องหวีที่มีต่อพี่แบด้วย คิดไปเองจนแวบนึงแอบเชียร์ให้พี่แบจับกดซะสิ้นๆเรื่องไป5555555555 โอเคค่ะข้ามมันไป55555555555 เป็นฟิคที่อ่านแล้วไม่อยากให้จบเลยค่ะอยากให้มีภาคต่อ งอแง แง้ ชอบนะคะ/ปาหัวใจ
    #23
    0
  21. #22 llCAVA?? (@thewayback) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 20:50
    โอ้ยยยยยยยยยยยย เราไม่ไหวแล้วววว เรายิ้มแก้มจะปริ จะฉีกถึงหูอยู่แล้วค่ะ ชอบบบบบ ชอบอีกแล้ววว ไรเตอร์ขาาา นี่มันน่ารักมากกกๆๆๆ เป็นหนึ่งตอนที่ดีจนไม่อยากให้จบ อยากจะขอยาวๆกว่านี้เลยค่ะ งือออ ชอบคาแรคเตอร์จินยองแบบนี้จริงๆนะ ชอบมากๆ มันน่ารัก และซึนดี555555 โอ้ยยย นี่พิมไปยิ้มไปเลยค่ะ แล้วแดฮวีลูกกก มาแบบนี้น่ารักมากกก สองคนนี้เหมาะกับแนวมัธยมสดใสแอบรักจริงๆค่ะ 55555บรรยายดีมากจริงๆ เรายิ้มตามตลอดเลย หนูน่ารักในแบบที่หนูเป็นนั่นแหละลูกกขาของแม่ งือออ เราชอบพาร์ทพี่จินยองอ่ะ ตอนมาเคาะห้องแล้วพอกหน้ามานี่ในใจ แน่ๆ จินยองแน่ๆแต่อยากรู้ว่าน้องมันจะรู้ยังไง แล้วแบบตอนไปล้างหน้านี่โอ้ยยย ถ้าเราเป็นน้องก็ช็อคนะคะ 555555 ตลกการไปนอนกับน้องหลินด้วย ทุ่มเท55555 ชอบๆๆๆๆ สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณยัยจี้เค้านะคะ แอบชอบให้แบบเป็นเพื่อนกันแล้วน้องเข้าใจผิด 55555 มันน่ารักทุกตัวละครเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆแบบนี้นะคะ อยากอ่านอีกเรื่อยๆเลยค่ะ อิอิ
    #22
    0
  22. วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 17:56
    สู้ๆนะไรท์สนุกมากกกกกภาษาสวยดีเขินคุณแพมากกกกก
    #21
    0
  23. #20 cy14b (@cy14b) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 09:30
    น่ารักกกกกกกก ;-; พี่แพคนซึน
    #20
    0
  24. วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 22:00
    น่ารักมากเลยค่า ?? อะไรมันจะดีต่อใจขนาดนี้ ตอนจบแอบสงสารเด็กไทเปเค้านะคะ55555555555555555
    #19
    0
  25. #18 chomnrs (@chomnrs) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 14:15
    ฮืออออออ น่ารักกกกกก ไม่ไหว ชอบมากค่ะ tttttt
    #18
    0