[ Fic Kimetsu no Yaiba x Oc ] ลำนำนภาห้วงหทัยวายุ

ตอนที่ 3 : Chapter 3 : ผู้นำหน่วยพิฆาตอสูร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    27 ธ.ค. 63

ผู้นำหน่วยพิฆาตอสูร

 

          ซาเนมิและซายะ เดินทางออกจากหอ ย่านเริงรมย์ แม้จะมีโออิรันหลายคนรู้สึกแปลกใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งเจ้าของหอของหญิงสาว ปกติแล้วจะมีรถมารถมาหรือขบวนอย่างยิ่งใหญ่หลังจากขายตัว เพื่อเป็นการแสดงฐานะอันมั่งคั่ง โอก้าซังลอบมองคนทั้งคู่ด้วยแววตาเปล่งประกายรอยยิ้ม

          เด็กสาวคนนี้ถึงแม้จะยังอายุเพียงแค่ 15 ปีก็ยังฉายแววมีเสน่ห์ดึงดูดแขก จนถึงขั้นยอมใช้เงินจำนวนมากมาไถ่ตัว แถมมันยังสร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับบรรดานางโลมคนอื่นๆไม่น้อย กลายเป็นการซุบซิบพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น มีทั้งการแสดงความยินดีและความอิจฉาริษยาประปราย ประจวบเหมาะกับเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนวานนี้ มีการต่อสู้เกิดขึ้น ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยว ต่างรู้กันดีว่าอันตราย

          สามวันหลังจากนั้น

          "คุณชินาซึงาวะ พาข้ามาที่ใดหรือ" น้ำเสียงหวานไพเราะกล่าวถามเปิดบทสนทนา เป็นการเดินทางที่ลึกลับซับซ้อนผ่านป่าเขา

          "ตามข้าเข้ามา ไม่ต้องถาม"

          "....เจ้าค่ะ" เอาแน่เอานอนคาดเดาอารมณ์อีกฝ่ายไม่ถูก ราวกับพายุเกรี้ยวกราดตลอดเวลา กระนั้นเธอกลับรู้สึกสบายยามอยู่ใกล้เขา

          พวกเขาทั้งคู่มาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ ซาเนมิเดินนำเข้าผ่านประตูอย่างเคยชิน เข้ามารายงานตัวกับนายเหนือหัวที่เคารพนับถือ ต้นดอกฟูจิปลูกรายล้อมคฤหาสน์หลังงาม บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น เพียงแค่พาหญิงสาวเข้าไปส่งก็หมดหน้าที่ตรงนี้ งานเสาหลักวายุยังเหลืออีกหลายอย่าง

          ภรรยาคู่ชีวิตของผู้นำองค์กรออกมาต้อนรับทั้งคู่ หลังจากได้รับข่าวแจ้งจากอีกาของซาเนมิ "ท่านคางายะรออยู่ที่ห้องรับรองแล้ว เชิญทั้งสองทางนี้" ชินาซึงาวะผงกหัวเล็กน้อยพลางหันมาส่งสายตาให้ดรุณีสาวเดินตาม

          "ชินาซึงาวะเจ้ามาแล้วหรือ ขอบคุณมาก" บุรุษผู้นึงเอ่ยน้ำเสียงสุขุมนุ่มลึกกล่าวทักทาย

          ซาเนมิก้มตัวลงคุกเข่าทำความเคารพต่อท่านผู้นำ ด้วยความเคารพอย่างจริงใจ สุขภาพร่างกายก็ยังปกติดีแม้อ่อนแรงลงไปบ้าง ตั้งแต่เจอกันครั้งนั้น ท่านคางายะมีร่างกายสูบผอมเห็นได้ชัด "เรื่องในครั้งนี้ก็คือเป็นภารกิจของข้า ถึงแม้ไม่รู้เหตุผลที่ท่านส่งไป แต่ข้าก็ได้ข้อมูลดีๆกลับด้วย"

          "ข้อมูล คงเกี่ยวกับพวกอสูรสินะ"

          "ขอรับ ข้าบังเอิญพบเจอกับอสูรในย่านโยชิวาระ มันสามารถกลบเกลื่อนกลิ่นจนแม้แต่ข้ายังตามไม่เจอร่องรอย ฝีมือก็ร้ายกาจ ข้าใช้ดาบนิจิรินสะบั้นลงที่คอ มันกลับไม่แตกสลาย มิหนำซ้ำยังสามารถฟื้นฟูคอกลับขึ้นมาใหม่ได้" เล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นข้อมูลแปลกประหลาด หลายอย่างเต็มไปด้วยความซับซ้อน ซาเนมิกล่าวต่อ "จากที่ประเมินฝีมือและความอันตรายแล้ว ข้าคิดว่าอสูรตนนั้น เป็นหนึ่งในสิบสองอสูรจันทรา"

          คางายะพยักหน้า "เรื่องนี้เห็นทีต้องหารือกับพวกเสาหลักคนอื่นๆ"

          "ท่านคางายะ เด็กสาวผู้นี้คืออายาเมะ ซายะ คนที่ท่านต้องการพบขอรับ ข้าเกรงว่าตัวเธอจะได้รับอันตราย เพราะเธอมีเลือดพิเศษ"

          นั่งฟังทั้งสองคุยกันด้วยสีหน้าตึงเครียด มันยากจะลืมช่วงเวลาวันนั้น คุณชินาซึงาวะได้ช่วยชีวิตเกือบโดนอสูรสาวตัวนั้นจับกิน เลือดพิเศษ…. หมายความว่าอะไร "เลือดพิเศษเหรอคะ ข้าไม่เอ่อ...ไม่เข้าใจ" ก่อนแนะนำตัวน้ำเสียงอ่อนหวาน "ข้าอายาเมะ ซายะ ท่านคือคนที่อยากพบเจอข้าอย่างนั้นหรือ"

          "สมกับเป็นคนของตระกูลอายาเมะ ข้าไม่แปลกใจเท่าไหร่หากเธอจะเลือดหายาก หรืออยู่ในกลุ่มของมนุษย์ที่มีเลือดหายากนั้นเอง นั้นคือเลือดที่อสูรต้องการมาก เพราะมันสามารถให้คุณค่าทางโภชนาการแก้อสูรเท่ากับการกินคนปกติ 50-100 คนเลยทีเดียว"

          "พวกท่านกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่กันแน่ อสูร เลือดหายาก…."

          แสดงสีหน้าอ่อนโยน สายลมพัดเบาๆผ่านเข้ามาจากบานหน้าต่าง คางายะจ้องมองดรุณีน้อยด้วยความเอ็นดู "ข้าอุบุยาชิกิ คางายะ เป็นผู้นำขององค์กรนักล่าอสูรยินดีที่ได้พบเจอ ข้าคงต้องอธิบายใจเจ้าฟังก่อน เจ้าคงจะเคยได้ยินเรื่องของอสูรมาบ้างแล้ว งานของพวกเราคือการล่าอสูรและปกป้องช่วยเหลือผู้คน"

          "เหมือนกับที่คุณชินาซึงาวะทำในตอนนั้นสินะคะ"

          "อืม"

          "ชินาซึงาวะเจ้าออกไปก่อน ข้าขอคุยเป็นการส่วนกับอายาเมะสักหน่อย"

          "ขอรับ" ก่อนเสาหลักวายุหันหลังออกไป

          ภายในห้องรับรองแขกเหลือเพียงแค่สองคน ใบหน้าเรียวเล็กฉายแววประหลาดใจปนสงสัย ผู้นำองค์กรหน่วยพิฆาตอสูรต้องการพูดคุยอะไรกับเธอเป็นการส่วนตัว

          "ตระกูลอายาเมะ เคยเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่มีเกียรติและศักดิ์ศรีที่พร้อมจะถวายชีวิตมอบให้แด่องค์กรพิฆาตอสูร ผู้นำตระกูลรุ่นแรกมีสัมพันธไมตรีกับอดีตผู้นำหรือบรรพบุรุษของข้า ทำงานในเงามืดเปรียบเสมือนนักฆ่า แต่นับตั้งแต่คนของตระกูลอายาเมะถอนตัวไป ตั้งแต่รุ่นสิบสาม ก็ไม่เคยติดต่อกับตระกูลอุบุยะชิกิอีกเลย" คางายะจิบน้ำชาสังเกตมอง หญิงสาวเต็มเรื่องหน้าที่กำลังสับสน ดูเหมือนโชคยังเข้าข้างฝั่งของเขาอยู่แม้ผ่านมาสิบกว่าปี ก็ตามหาผู้เหลือคนสุดท้ายจนพบ

          "ข้าจำอะไรไม่ค่อยได้เลย ท่านคางายะ….."

          โศกนาฏกรรมในค่ำคืนนั้นส่งผลกระทบต่อจิตใจจนลืมเลือนเรื่องราวในอดีต เขาเข้าใจดีเลยล่ะว่ามันหนักเกินไปกว่าที่เด็กสาวคนนึงจะรับไหว "ซายะ ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่งจะสามารถจำได้ ที่เกิดเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน คนในหน่วยเก็บดาบประจำตระกูลของเจ้าได้"

          "ดาบประจำตระกูล ?" น้ำเสียงหวานฉายแววฉงนใจ อีกฝ่ายดูท่าทางรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวนางเยอะ บางทีมันคงจะช่วยฟื้นความทรงจำให้กลับมา ใบหน้าเรียวเล็กแย้มยิ้มเบาบาง "ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็อยากจะให้ท่าน ช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดได้หรือไม่"

          "ข้ากับพ่อเจ้าเคยรู้จักกันมาก่อน เขาต้องการที่จะให้คนในครอบครัวกลับมาทำหน้าที่เดิม หน่วยพิฆาตอสูรเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อจัดการเหล่าอสูรของมุซัน ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เหตุใดถึงต้องสังหารครอบครัวของเจ้าทุกคน ซายะ เจ้ารอดมาได้ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์" ก่อนไม่นาน คางายะเรียกคนรับใช้ให้นำดาบนิชิรินที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ วางตรงหน้าซายะ "นี่เป็นดาบนิจิรินของตระกูลเจ้า มันถึงเวลาที่จะส่งมอบคืนแก่เจ้าของแล้ว"

          นัยน์ตาคู่หวานจ้องมองดาบนิจิริน ฝักดาบลวดลายหลากสีแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปลอกดาบและตัวดาบแกะสลักอย่างประณีตด้ามดาบทำมาจากเหล็กที่ขึ้นรูปมาแบบพิเศษ ดรุณีน้อยนั่งมองเหม่อสักพักใหญ่ๆ มันเป็นความคุ้นเคย มือเล็กนุ่มนิ่มลูบปลอกดาบเบาๆ อย่างทะนุถนอม ช่างผู้แกะสลักและทำดาบคงจะเป็นยอดฝีมือแน่ หากเรื่องทั้งหมดเป็นความจริงก็เท่ากับดาบเล่มนี้ถูกส่งต่อตั้งแต่ บรรพบุรุษรุ่นแรกจนมาถึงตัวเธอ "ขอบคุณเจ้าค่ะ" โค้งหัวเล็กน้อย

          ‘大空’ ด้านในสลักอักษรคำว่า โอโซดะหรือนภา ซายะฝืนยิ้มมอง ในใจเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย

          เหม่อมองล่องลอยนานสองนาน จนปวดหัวตุ๊บๆ ราวกับมีภาพความทรงจำฉากย้อนไปย้อนมา บุรุษผู้หนึ่งที่ไม่มีเค้าโครงลักษณะเป็นมนุษย์อยู่ในความทรงจำ กำลังต่อสู้กับใครบางคนเพื่อปกป้องเธอ น้ำตาสีใสคลอเบ้าตาโศก อสูรเป็นคนสังหารครอบครัวของเธอ ช่วงชิงชีวิต แล้วการที่ได้ออกมาจากย่านโยชิวาระ เป็นหนึ่งในความฝัน พอได้มารับรู้เรื่องราวต่างๆซายะ แม้หวาดหวั่นเพียงใด ท่านคางายะเป็นคนมอบชีวิตใหม่ และคุณชินาซึงาวะ

          "ข้าอยากขอเข้าร่วมกลุ่มพิฆาตอสูร" จ้องมองอย่างจริงใจหนักแน่น ต้องแก้แค้นให้กับคนในตระกูลให้ได้ อสูรหกตานั่น มักหลอกหลอนในความฝัน

          "เจ้าในตอนนี้ยังเข้าร่วมไม่ได้หรอก"

          "หมายความว่าเยี่ยงเจ้าคะ"

          "ตอนนี้ก็ยังไม่มีความสามารถมากพอในการต่อสู้กับอสูร ซายะข้าใจเจ้าดีว่าอยากเข้าร่วม เพื่อแต่เจ้าต้องฝึกฝนทักษะต่างๆและจะได้รับเข้าการทดสอบที่จะจัดขึ้นในทุกๆปี"

          "แต่ข้า…. คุณชินาซึงาวะเคยช่วยชีวิตข้าจากอสูรไว้ และเพื่อแก้แค้นให้กับคนในตระกูล ขอให้ข้าได้เข้าร่วมด้วยเถิด"

         "ในเมื่อมีความประสงค์เช่นนั้น เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะส่งไปให้อดีตเสาหลักสั่งสอน ผู้เลี้ยงดู หรือนักดาบที่ผันตัวเป็นผู้สั่งสอนและคัดเลือกนักดาบใหม่ๆ ให้กลุ่ม ซึ่งผู้ที่จะเป็นได้ล้วนเป็นนักดาบระดับสูงของกลุ่ม" ทั้งสองฝ่ายต่างพูดคุยกันอยู่นาน "เจ้าพักที่เรือนรับรองข้าก่อน พรุ่งนี้ข้าจะส่งผู้เลี้ยงดูมาให้ช่วยสอน"

          "ขอบคุณ ท่านคางายะ"

          ซายะขอตัวออกมานั่งด้านนอก มือทั้งสองข้างถือดาบนิจิรินไว้แนบไม่ห่างกาย เธอเลือกเดินเส้นทางนี้จะถอยหลังกลับไปไม่ได้แล้ว ได้ทำตามใจอิสระไม่มีคนบังคับเช่นเดียวกับอดีตงานโออิรัน ต้นฟูจิพัดปลิวดอกร่วงโรย อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้ไวๆ ผู้เลี้ยงดูของเธอจะมีนิสัยยังไงกันแน่นะ หากได้คุณชินาซึงาวะมาช่วยสอนก็ดีสิ อ่า….แต่อีกฝ่ายแทบดูเหมือนไม่อยากข้องเกี่ยวกับเธอเลยด้วยซ้ำ

          ดาบนิจิรินทำจากแร่เหล็กพิเศษ ใบดาบช่วยระงับการฟื้นตัวของอสูรช่วงระยะเวลานึง ซึ่งเพียงพอในการต่อสู้กับอสูร ยกเว้นกลุ่มอสูรจันทราข้างขึ้น คนตัวเล็กครุ่นคิด อสูรสาวตนนั้นไม่ธรรมดาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังจากสู้กับซาเนมิ ดาบนิจิรินประจำตระกูลมีสีส้มเหลือง ตั้งแต่แรกเริ่ม มันไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสีอื่นได้นอกจากสีที่เคยเปลี่ยนในครั้งแรก ท่านคางายะอธิบายหลายอย่างจนเธอเข้าใจ ได้รับสืบทอดแลกกับการสละชีวิตคนในครอบครัว เธอไม่ยินดีเลย

 


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #7 VRSRal (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 09:37
    มาต่อนะค้า :D
    /แอบงงว่าไวไปนิดตอนเรียกความทรงจำคืน แหะๆ
    #7
    0