[ Fic Kimetsu no Yaiba x Oc ] ลำนำนภาห้วงหทัยวายุ

ตอนที่ 2 : Chapter 2 : อสูรข้างขึ้นที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    25 ธ.ค. 63

อสูรข้างขึ้นที่ 6

 

         

          หัวใจดวงน้อยเต้นแรงถี่รัวแทบทะลุออกมาจากอก นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ภายในห้องสองต่อสองกับชายแปลกหน้า ร่างบอบบางอ้อนแอ้นอรชรนั่งคุกเข่าบนเสื่อทาทามิ กิโมโนสีสันสวยสดงดงาม ลวดลายสะดุดตา ชายแขนเสื้อยาว ถึงแม้ว่าไม่ได้อวดผิวพรรณเชยโฉมยกเว้นเพียงส่วนเท้า คือการเปลือยเท้าของโออิรัน ที่แม้กระทั่งในฤดูหนาวก็ยังไม่สวมถุงเท้า เป็นการอวดผิวเปลือยเปล่าเล็กน้อยภายใต้เสื้อคลุมหนาให้ผู้ชายได้จินตนาการกันต่อไป ในย่านโรชิวาระถูกฝึกฝนกันมาอย่างนั้น วาสนาสูงส่งได้ต้องไต่เต้าอยู่ในจุดที่ดีย่อมต้องแข่งกันด้วยความสามารถและหน้าตา

          ราตรีนี้เป็นครั้งแรก ซายะรู้สึกหวาดกลัวกับอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนเขาจะเป็นคนอารมณ์ร้อนง่าย จึงพยายามพูดจาอ่อนหวานกว่าปกติ อาหารและเครื่องดื่มถูกนำมายกวางเสิร์ฟในห้องรับรองแขกพิเศษ สาวงามกับสุราชั้นเลิศทั้งสองสิ่งนี้มีค่าสำคัญยิ่ง "นายท่านค่ำคืนนี้ข้าจะเป็นคนปรนนิบัติดูแล และข้าขอขอบคุณอีกครั้งที่ไถ่ตัว" โค้งหัวเกือบชิดพื้น การได้ออกโบยบินจากกรงขังเหมือนนกน้อย เป็นสิ่งที่ประเสริฐ เที่ยวชิวาระไม่สามารถหลบหนี ด้านนอกมีกำแพงสูงล้อมสี่ด้าน เวรยามเฝ้าระวังมากมาย

          ค่อยๆรินสาเกใส่จอก ใบหน้าเรียวเล็กแย้มยิ้มเล็กน้อย สังเกตเห็นอีกฝ่ายวางดาบข้างลำตัว นั่นถือว่าเป็นของอันตราย สิทธิในการพกพาดาบคะตะนะในพื้นที่สาธารณะได้นั้น ถูกยกเลิกไปพร้อมๆ กับสิทธิในการฆ่าใครก็ได้ที่ไม่ให้ความเคารพต่อตน ภายใต้อำนาจของรัฐบาล

          "ดูแลข้า? เจ้าดูแลตัวให้รอดก่อนเถอะ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปม ฝ่ามือหนารับจอกสาเกแล้วกระดกจนหมดจอก "สาเกที่นี่รสชาติไม่เลว"

          "สาเกของหอเคโบโนะ สูตรในการทำนั้นถือเป็นความลับจึงกลายเป็นที่นิยมในสถานที่แห่งนี้เจ้าค่ะ"

          "แล้วเจ้าไม่คิดจะแนะนำตัวหน่อยหรือไง หวังว่าข้าจะมาไถ่ตัวถูกคน" ชินาซึงาวะถอนหายใจเฮือกใหญ่ นัยน์ตาดุดันกวาดสายตามองรอบห้อง กลิ่นหอมๆของที่นี่ชวนขยะแขยงชะมัดยาด เข้ามาอยู่ในสถานที่อโคจร ถ้าไม่ติดว่าเป็นภาระหน้าที่ จะรีบออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด พรุ่งนี้ตั้งแต่ตะวันขึ้นจะพาเดินทางออกทันที

          คฤหาสน์ตระกูลอุบุยะชิกิเป็นสถานที่ต่อไป ที่นั่นเป็นองค์กรของหน่วยพิทักษ์อสูร มีแต่คนในองค์กรเท่านั้นที่จะรู้ที่ตั้ง แต่ก็ไม่ใช่ใครทั้งหมดที่จะรู้ เพราะจำเป็นต้องหลบซ่อนจากพวกอสูร

          "ขออภัยที่ข้าเสียมารยาทไม่ได้แนะนำก่อน ข้าชื่ออายาเมะ ซายะเจ้าค่ะ นายท่าน"

          "เรียกข้าว่านายท่านอยู่นั่นแหละ ทีหลังเจ้าไม่ต้องเรียกข้าด้วยถ้อยคำนั้น ข้ากับเจ้าไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ส่วนข้าชินาซึงาวะ ซาเนมิ"

          พยักหน้าเล็กน้อยอย่างรู้ความ ถึงจะมีอุปนิสัยแปลกประหลาดแต่ก็พอรับมือไหว ดรุณีน้อยฉายแววประหลาดใจกับถ้อยคำประโยคเหล่านั้น การฝึกตนอยู่ที่นี่ปฏิบัติตัวเล่าเรียนศาสตร์และศิลป์ทำให้มีความใจเย็นเปรียบดั่งสายน้ำชโลมจิตใจ "ท่านไถ่ตัวข้าเพื่อนำไปเป็น ไอจิง*¹ มิใช่หรือ แม้ตัวข้าจะไม่เข้าใจนักเหตุใดท่านถึงเลือก มิใช่ทะยู" ซึ่งนั่นเป็นตำแหน่งสูงสุดของโออิรัน

          "นี่เจ้า!!!" ชายหนุ่มมีสีหน้าแดงก่ำ อีกฝ่ายยังอายุน้อยกว่าเขาแท้ๆแต่กลับพูดเรื่องนั้นออกมาได้หน้าตาเฉย

          เธอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่าทำไมดูเขาไม่พอใจ มันต้องมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ก้มหน้าลงสำนึกผิด "ขอโทษ…. ที่ข้าพูดไม่เข้าหู" ปรนนิบัติในค่ำคืนแรก ดูแทบพังไม่เป็นท่า

          "นอนได้ซะ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า" เลือกที่จะปฏิเสธแล้วกับประโยคไปเสียดื้อๆ ร่างสูงกำยำพลิกตัวนอนลงบนฟูกนุ่ม ปล่อยให้คนตัวเล็กนั่งคุกเข่าตากลมอย่างกล้าๆกลัวๆ สถานการณ์ในห้องอึดอัดใจ ความเงียบสงบเข้าปกคลุม

          ซายะไม่มีประสีประสาและไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อ จึงคิดว่าซาเนมิต้องการหลับนอนกับเธอ จากคำบอกเล่าของพวกพี่สาวซึ่งทำงานกันอยู่ในหอนี้ ส่วนใหญ่คืนแรกของพิธีพิธีมิสุอาเงะฝ่ายชายที่เป็นคนประมูลได้จะเป็นคนเริ่มก่อน แล้วให้เราคล้อยตาม ทว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ มันกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ความไม่ชัดเจนนั่นทำเอา สาวน้อยวัยแรกแย้มกล้าๆเก้ๆ กระพริบตาปริบๆลอบชำเลืองชายหนุ่มที่พลิกตัวนอนไปอีกทาง มือเล็กบอบบางปลดโอบิ คือส่วนหนึ่งของชุดกิโมโน ส่วนนี้สำคัญของชุดในการรับรองแขก โออิรันจะผูกโอบิไว้ข้างหน้าเพื่อถอดหรือใส่ได้ง่ายกว่าการผูกไปข้างหลัง

          เรือนร่างขาวเนียนละเอียดงดงามหยาดเยิ้ม ผิวพรรณบำรุงดูแลอย่างดี ประจักษ์แก่สายตา ก่อนค่อยๆขยับตัวลงนอนข้างๆเขา น้ำเสียงหวานไพเราะเสนาะหูเอ่ยอย่างเหนียมอายด้วยความเขิน "ท่านชินาซึงาวะ ข้าพร้อมแล้วเจ้าค่ะ"

          ซาเนมิเลิกคิ้วอย่างหงุดหงิด เขาไม่รู้วิธีถนอมหรือเอาใจหญิง งานที่ทำก็มีแต่งานปราบอสูร หันมองซายะที่เอ่ยเรียกชื่อตน ดวงตากว้างเบิกตาราวกับเห็นผีชะงักค้าง เมื่อได้สติก็ถึงกับสถบคำร้องอุทาน "เฮ้ย!! เจ้าถอดกิโมโนออกทำไม"

          "เอ๊ะ"

          "ใส่กลับเดี๋ยวนี้ ข้าไม่ได้พิศวาสอันใดในตัวเจ้า"

          ก่อนจู่ๆ ซาเนมิขยับร่างขึ้นคร่อมหญิงสาว ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังโน้มตัวลงจนร่างกายพวกเขาทั้งสองแนบชิดติดกัน ลมหายใจร้อนฉ่า กลิ่นกายหอมหวานรัญจวนชวนลุ่มหลงในปรารถนาบางอย่าง จมูกเขาดมกลิ่นจากตัวสาวเจ้า พลันพวงแก้มเล็กแดงระรื่นออกสี ถึงเตรียมตัวเตรียมใจมาในราตรีนี้ อดใจสั่นตื่นเต้นไม่ได้ มือหนาหยาบกร้านจากการฝึกดาบเลื่อนสัมผัส ซายะปิดเปลือกตาลงเมื่อถึงเวลาของมัน

          ทันใดนั้นทุกสิ่งทุกอย่างกลับพลิกผัน อย่างที่เคยพูดไว้เขาไม่ได้มีอารมณ์พิศวาสหญิงสาว "ปราณวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง พายุหมุนบดขยี้!" คว้าดาบนิจิรินพุ่งตัวไปข้างหน้าฟันไปรอบตัว ประดุจพายุเกรี้ยวกราดโหมกระหน่ำถาโถม ลมพายุโหมซัดแรง คลื่นพลังปราณวายุที่แข็งแกร่งฟาดฟัดรอบตัว ซึ่งแม้ว่าตรงนั้นจะไม่มีสิ่งใดปรากฏอยู่แต่แท้ที่จริงแล้ว กลับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่ภายในห้องมาปรากฎตัวในเงามืด อสูรร้ายยกยิ้มพลังการป้องกันและต่อสู้แข็งแกร่งหรือชายผู้นั้นจะเป็นเสาหลัก

          "ข้าขอชมเชย"

          ความว่องไวและรวดเร็วของผ้าโอบิ พุ่งไปเส้นตรงใส่ร่างหญิงสาวซึ่งนอนบนฟูกผ้าโอบิค่อยๆรัดตัว ซายะพยายามขยับหนีจากการรัดกุมด้วยความยากลำบาก "แค่กๆๆ….ช่วยด้วย" ดวงตาสีโกเมนอมแดงมีน้ำตาคลอ รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตากับอีกฝ่ายเสียเหลือเกิน แค่จะขยับปากพูดก็แทบอ้าไม่ออก ผ้าโอบิรัดตัวแน่น ดากิสะบัดผมเล็กน้อย "แหม่ๆ ข้าคงไม่ได้มาขัดเวลาหวานของเจ้ากับ คนจากหน่วยพิฆาตอสูรหรอกใช่ไหม ได้ข่าวว่าเจ้าโดนไถ่ตัว ช่างอิจฉาเสียเหลือเกิน" ใครก็ตามที่จะได้ออกจากย่านเริงรมย์แห่งนี้ มักหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา

          และมีเรื่องข่าวลือจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องของหญิงสาวที่หายตัว ไม่รอช้าซาเนมิกวักแกว่งดาบนิจิรินสีเขียวเข้าช่วยเหลือ "อสูรอย่างพวกแกมาทำในที่แบบนี้ ปะปนอยู่กับพวกมนุษย์น่าขยะแขยงสิ้นดี" ชายหนุ่มเลือดขึ้นหน้า มีความเกลียดแค้นเกลียดชังเป็นทุนเดิม ถึงเข้ามาในสถานที่อโคจรแต่แทบจะไม่ได้กลิ่นอสูรเลย มันกลบกลิ่นได้เนียนตามจากอสูรธรรมดาๆทั่วไป ดาบฟัดฟันลงบนตัวผ้าโอบิ วายุคลั่งฉีกกระชากผ้าเป็นชิ้นๆ

          เสื้อผ้าบนร่างกายเหลือน้อยชิ้น กระนั้นซายะที่ไม่เข้าใจอะไรเลยในอ้อมแขนชายหนุ่มไม่อยากทำตัวเป็นภาระ "ท่าน……"

          "จะไม่มีใครได้ออกไปจากที่นี่ทั้งนั้น!!" สิ้นเสียงสุดท้ายอสูรสาวเปิดฉากโจมตีสวนกลับ ซึ่งอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดอีกฝ่ายเป็นเสาหลัก จึงสามารถรับมือต่อกลอนกับเธอได้ สำหรับเธอที่มีอายุมายาวหลายร้อยปีและเคยฆ่าเสาหลักมาเจ็ดคน อาจจะมีคนที่แปดก็ไม่ใช่เรื่องยาก ความแข็งแกร่งของอสูรจันทราข้างขึ้น ระดับพลังมันคนละชั้น

          "เจ้าน่ะรีบออกไปจากห้องซะ" ตวาดเสียงดังลั่น เสียงบนห้องรับรองพิเศษสั่นดังครืดๆ การโจมตีเป็นวงกว้าง ซายะเม้มริมฝีปากและเหลือบสังเกตตรงแขนมีเลือดออกนิดๆ ดูเหมือนจะได้แผลมาจากตอนทีเผลอ เลือดสีแดงชาติส่งกลิ่นหอมราวต้องมนต์สะกด ซาเนมิสังเกตเห็นอสูรตรงหน้าเคลื่อนไหวแปลกๆ ถึงจะมีเลือดน้อยนิดแต่มันกลับส่งผลกับอสูรข้างขึ้น

          ดากิดมกลิ่นเลือดหอมรัญจวน "เลือดพิเศษ…..อ่า ข้าเข้าใจแล้ว เหมาะเป็นมื้ออาหารเลิศรส เจ้าไม่ต้องกลัวไปข้าจะค่อยๆกลืนกินเจ้า" สายตาเฉียบคมแสนเย่อหยิ่งหันจ้องมองหญิงสาว ผู้มีกลิ่นเลือดส่งผลกระทบต่อการต่อสู้ "มนต์อสูรโลหิต โอบิสังหารแปดทิศ" ผ้าโอบิที่มีความแข็งราวกับใบบีดพุ่งโจมตีทั้งสองฝ่าย เสาหลักหรืออะไรก็ช่าง เธอจะสังหารคนที่มาขัดขวางอาหารเลิศรส

          ซาเนมิอุ้มกระโดดหลบการโจมตีของผ้าโอบิพัลวัน กำแพงต่างๆในหอมีรูเจาะกระชาก สภาพห้องยับเยิน ก่อนโยนร่างซายะซึ่งไร้ความอ่อนโยนต่อสตรีไปอีกทางหนึ่ง "ปราณวายุ กระบวนท่าที่สอง กรงเล็บสายลมพัดเป่า" เขาฟาดฟันอย่างรุนแรงใส่ผ้าโอบิ ความรุนแรงที่สามารถกรงเล็บลมใหญ่ทั้งสี่อัน ก่อนอสูรสาวซึ่งได้รับแรงกดดันถอยหลบจนออกไปนอกหอ สถานการณ์รุนแรงผู้คนต่างตื่นตระหนกตกใจ

          ชายหนุ่มไม่รอช้าวิ่งไล่ตาม ความรุนแรงของพายุกรงเล็บเจาะทะลุร่างอสูรข้างขึ้นจนร่างแทบแหลกเป็นเสี่ยงๆ

          ซายะแม้จะโดนโยนออกมา นัยน์ตาสีโกเมนอมแดง ความสามารถพิเศษคือการมีสายตาที่มองเห็นได้ไกลมันเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก ถนนย่านร้านค้าต่างๆแตกตื่น เธอคว้ากิโมโนขึ้นมาสวมใส่ลวกๆวิ่งไล่ตามชายหนุ่มที่ไปต่อสู้กับอสูรบนหลังกันดุเดือด เสียงผู้คนกรีดร้องวิ่งหลบลูกหลง

          ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันขยายเป็นวงกว้างกว่าเก่า เสาหลักวายุมีสีหน้าเหี้ยมโหด กับดาบนิชิรินเตรียมบั่นคอร่างอสูร ดากิฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลบการโจมตีฉิวเฉียด "นี่เหรอเสาหลัก ฝีมือของเจ้ามีแค่นี้หรือ" ระเบิดพลังอีกครั้ง

          "เจ้าต่างหากล่ะ เป็นอสูรข้างขึ้นจริงหรือเปล่า แต่ยังไงแกก็ต้องตายด้วยดาบของข้า"

          "นั่นมันคำพูดของข้า! หึ"

          สู้กันพักใหญ่ผ้าโอบิพุ่งตรงเข้าหาร่างชายหนุ่ม พลังของเสาหลักวายุขึ้นต่อสู้ยิ่งบ้าคลั่ง กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้สูญเสียอะไรไปมาก ถึงโดนผ้าโอบิทิ่มแทงร่างจนเลือดออกมันกลับส่งผลดีต่อตัวฝ่ายเขา ใช่แล้ว เขาเองก็มีเลือดหายากทำให้อสูรมึนเมาเป็นความพิเศษซึ่งน้อยคนนักถึงจะมี อสูรที่แข็งแกร่งมากเท่านั้นก็จะส่งผลกระทบมากขึ้นตามไปด้วย "เอ้าๆ เป็นอะไรไป? แกไม่อยากกินเลือดข้าบ้างหรอกเหรอ"

          อสูรสาวมึนเมากับเลือดพิษ เพิ่งส่งผลกระทบต่างจากเลือดซายะ ความมึนเมาคล้ายกับดื่มสุรา เปิดช่องโหว่ให้เขาสวนการโจมตีอีกครั้งและตัดคอ "ปราณวายุ กระบวนท่าที่หนึ่ง พายุหมุนบดขยี้" ดาบนิจิรินตัดลงไปที่คอของอสูรข้างขึ้นเข้าอย่างจัง ศีรษะบ่อยๆกระเด็นหลุดออกจากคอ

          ใบหน้างดงามมีน้ำตาอาบไหล "ฮือๆๆ เจ้ารังแกข้า ฮือๆๆๆ พี่จ๋าช่วยข้าด้วย"

          เสาหลักวายุขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่ตัดคอลงไปแล้วทำไมร่างถึงยังไม่แหลกสลาย กลับมีอะไรบางอย่างกำลังออกมาจากภายในร่างอสูรตนนั้น ดากิค่อยๆกลับคืนสู่สภาพหัวงอกกลับขึ้นอีกครั้ง เสียงดนตรีปริศนาดังขึ้นขั้นกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย ก่อนร่างพี่ชายจะได้ปรากฎตัว….

          เสียงดีดบิวะหนึ่งทีร่างของดากิก็ได้หายตัวไป พร้อมกับความโมโหโกรธา "หนอยแน่ แกฝากไว้ก่อนเถอะ" ดูเหมือนนาคิเมะจะเป็นผู้ดีดบิวะ และนั่นจึงทำให้ร่างของเธอหายไปปรากฎ ภายในปราสาทไร้ขอบเขต การเรียกของนาคิเมะ รับคำสั่งขึ้นตรงจากท่านมุซัน ถึงจะเสียดายที่พลาดเสีย นอกเหนือจากนั้นทำไม่ได้ทำได้เพียงเก็บความแค้นรอการสะสาง

          "โถ่เว้ย!!" หัวเสียรุนแรงไม่น้อยที่มันหนีหาย ดมกลิ่นรอบๆแถวนี้ก็ไม่พบร่องรอยใดๆหลงเหลืออยู่ ชินาซึงาวะกระโดดลงจากหลังคา ก่อนเห็นซายะที่กำลังเฝ้ายืนรอข้างล่าง

          สภาพห้องยับเยิน ข้าวของพังกระจายจนแทบไม่อยากจะเรียกว่าห้องต่อไปแล้ว ซายะเข้าไปพูดคุยกับโอก้าซังผู้เป็นเจ้าของหอ สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเหตุสุดวิสัย อีกฝ่ายจึงจัดเตรียมห้องใหม่แทน มีปัญหามากมายหลายอย่างคั่งค้างภายในใจ ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเหนือความคาดหมาย 'อสูร…..'

          เคยได้ยินตำนานเรื่องเล่ามาอยู่บ้าง แต่คิดว่านั่นมันเป็นแค่นิทานหลอกเด็ก ค่อยๆล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้าสุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้แตะต้อง หรือล่วงเกินอัน…. ซายะจึงปะติดปะต่อเข้าเรื่อง ก่อนหน้านั่นที่ซาเนมิคร่อมตัวเธอ ไม่ใช่พิศวาสแต่กลับเป็นการปกป้องเธอจากอสูรต่างหาก ความรู้สึกดีๆก่อตัวจางๆ หญิงสาวอยากจะช่วยเข้าไปทำแผลเขาก็ปฎิเสธรับความช่วยเหลือ

          ตรงกลางระหว่างทั้งสองมีดาบนิจิรินวางคั่นกลางระหว่างทั้งคู่ ซาเนมิยังไม่หลับ ในหัวของเขาคิดถึงอสูรที่เพื่อประเมินกันมาหมาดๆ


 

          "ทำไมข้าถึงฟันคอมันไม่ตาย…."

 

 

 

 

 

 

*¹ เมียน้อย


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #6 VRSRal (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 09:31
    /สแตมป์บัตรเฟเวอริท—

    ดือค่ะ เอ็นดูน้องนอนข้างๆ 55555
    #6
    0
  2. #5 midnight summer (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 00:08
    เอ็นดูน้องนางเอกจังค่ะแง555555555555 ส่วนพี่ซาเนมิคือแบบว่าหล่อเท่จังคับ ความจริงตัวเองก็เขินสาว ทำมาเป็นอะเราๆๆ ปล.แต่งดีมากๆค่ะ รออ่านเลยค่ะ !
    #5
    0
  3. #4 pitchypai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 19:40

    รอจ้าา

    #4
    0