[ Fic Kimetsu no Yaiba x Oc ] ลำนำนภาห้วงหทัยวายุ

ตอนที่ 1 : Chapter 1 : อดีต และความทรงจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    24 ธ.ค. 63



 

ยุคเมจิ ปีเมจิที่ 41

 

อดีต และความทรงจำ

          แสงจันทราที่ลอดสาดส่องเข้ามาในตัวเรือน กลิ่นคาวคละคลุ้งทั่วบริเวณ พื้นทางเดินเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาดและร่างอันไร้วิญญาณของคนในตระกูลอายาเมะ โศกนาฏกรรม ถือกำเนิดในเพียงช่วงเวลาสั้นๆ การปรากฎตัวของอสูรจันทร์ข้างขึ้น ทำให้ครอบครัวอันแสนอบอุ่นพบเจอกับความโชคร้าย นรกบนดิน ไม่ทันได้แม้แต่จะกล่าวบอกลา

          เด็กสาวตัวน้อยวัยห้าถูกโอบอุ้มด้วยร่างของบิดา ร่างกายมอมแมมสะบักสะบอม ทั้งสองกำลังหาทางหลบหนีอสูรร้าย อีกไม่กี่นาทีก็ใกล้ถึงรุ่งสาง

          "ซายะ พ่อจะปกป้องเจ้าจนตัวตาย" ทางออกคล้ายกับวงกตซึ่งสำหรับคนในแล้ว ที่นี่ถูกสร้างอยู่ภายในป่าใหญ่รายล้อมด้วยดอกฟูจิ เป็นบ้านหลังเดียวที่ตั้งตระหง่าน ปลีกวิเวกห่างจากตัวเมือง ใช้ชีวิตตัดขาดโลกภายนอก กระนั้นฐานะทางครอบครัวมั่งคงอย่างน่าเชื่อ

          ชีวิตแสนร่มรื่นสงบสุขพังทลายลง เมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาเยือนถึงถิ่นหากเป็นคนธรรมดา คงไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น บรรพบุรุษอดีตผู้นำตระกูลรุ่นสิบสาม เป็นคนก่อตั้งเรือนหลังนี้ท่ามกลางป่าฟูจิ ผู้เคยเป็นถึงอดีตเสาหลักในหน่วยพิฆาตอสูร บั้นปลายชีวิตเลือกสั่งห้ามคนในตระกูลไม่ให้ข้องเกี่ยวกับหน่วยพิฆาตอสูร เขาไม่อยากเห็นใครต้องเสียสละชีวิตอีกแล้ว แม้คำขอร้องนั้นดูจะเห็นแก่ตัว ทว่าผู้สืบทอดรุ่นที่สิบสี่นำคำสั่งเสียสุดท้ายใช้สืบทอดต่อกันรุ่นสู่รุ่น

          กระทั่งเรื่องในคราวนี้เป็นความผิดพลาดของเขาในฐานะผู้นำตระกูลรุ่นสามสิบสาม การที่เขาเลือกที่จะไม่ทำตาม บังเกิดเภทภัยครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงหนึ่งชีวิตไปตลอดกาล

          "ท่านพ่อ ฮือๆๆๆ….."

          "คิดว่าจะหนี ข้าพ้นหรือ" น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์อันเลวร้าย โคคุชิโบเปรยตาหนึ่งในหกดวงมองท้องฟ้า ใกล้ถึงรุ่งสางแล้ว และภารกิจกำลังสำเร็จลุล่วง

          หัวใจเต้นถี่รัว ไม่คิดว่าจะถูกตามตัวเจอเร็วขนาดนี้ อสูรเกลียดดอกฟูจิ อสูรตนนี้กลับดูเหมือนไม่หวั่นเกรงเช่นนั้น เป็นเพราะอะไรกัน หรืออีกฝ่ายมีพลังเหนือกว่า "ทำไมอสูรอย่างพวกแกถึงผ่านเข้ามาในเขตนี้ได้….."

 

 

          "หนึ่งในสิบสองอสูรจันทราข้างขึ้นเยี่ยงข้า ไยจะมาปรากฎตัวที่นี่มิได้ ฟูจิโนะฮานะ เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขา เพราะเจ้ามันอ่อนแอ่จึงปกป้องสิ่งสำคัญไม่ได้ ทั้งครอบครัว คนสำคัญหรือคนรัก" โคคุชิโบชักดาบที่คาดเอวตวัดปลายคมลวดลายงดงามชี้เบื้องหน้าสองพ่อลูก ช่างน่าสมเพชเวทนา ภารกิจที่ได้รับมอบหมายในครั้งนี้คือการสังหารตระกูลอายาเมะจนสิ้นชีวาวายทุกคน "มาจบเรื่องนี้ก่อน รุ่งสางดีกว่า"

          ช่วงท้องฟ้าเริ่มจางจากความมืด และมีแสงอาทิตย์ขึ้นมาที่ขอบฟ้า ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนคล้อย "ทำไม...ทำไม อสูรข้างขึ้นถึงมาอยู่ที่นี่" น้ำเสียงทุ้มแหบเอ่ยอย่างเชื่องช้า หมดหนทางรอดแล้วหรือ นัยน์โกเมนน้ำตาลก้มลงมองลูกสาวในอ้อมกอด น้ำตาค่อยๆหยดไหลบนแก้มนิ่ม

          "ท่านพ่อ"

          "ซายะ ขอแค่ลูกคนเดียว ขอแค่ลูก….." รวบรวมแรงอึดเฮือกสุดท้าย ชักดาบนิจิรินขึ้นมาต่อกรถ่วงเวลาอันน้อยนิด "ซายะ หนีไป!!!" ชิคิจิมะได้ส่งมอบเคล็ดวิชาปราบอสูร ซึ่งสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษผู้คิดค้น ปราณนภา ด้วยพันธะสัญญาเลือด สิ่งนั้นจะปรากฏต่อเมื่อซายะอายุสิบเจ็ดปี

          "เจ้าเลือกแล้วสินะ"

          "อสูรที่ทำร้ายครอบครัว ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอด!"

          "แต่ดูเหมือนร่างกายเจ้าแทบยืนทรงตัวไม่อยู่ แรงใจอย่างเดียว มิอาจเอาชนะข้าได้เข้าใจใช่ไหม"

          ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกัน ดาบนิจิรินฟันตัดแขนร่างอสุรกายทว่าเพียงเสี้ยววิก็งอกกลับขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว เด็กสาววิ่งร้องไห้น้ำตาสีใสไหลอาบแก้ม เรี่ยวแรงอันน้อยนิดวิ่งอย่างต่อเนื่อง เส้นผมสยายดำขลับเงางาม โคคุชิโบส่งสายตามองเหยียดกับความอ่อนแอ่ของมนุษย์ตรงหน้า คิดว่าจะทำให้สนุกมากกว่านี้ซะอีก ฝีมือช่างไร้ค่าจริง รู้อย่างนี้น่าจะฆ่าตั้งแต่ทีแรก แทบไม่ต้องออกกระบวนท่ามากมายผลแพ้ชนะก็ปรากฎ อีกฝ่ายเป็นมนุษย์ที่ดูเหมือนจะมีทักษะที่ดีนิดหน่อย

          ซายะกรีดร้องดังลั่นเป็นจังหวะที่ดาบตวัดฟัดร่างบิดาจนฉีกกระชาก โคคุชิโบฟัดฟาดดาบลงครึ่งกลางตัว บาดแผลคมฝังลึกลำตัวค่อยๆขาดออกจากกัน เลือดสาดนองพื้นทุกหย่อมหญ้า เด็กสาวประคับประคองสติไม่ไหว สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในหนึ่งราตรี ทรุดตัวอาเจียนกับสภาพศพจำติดตา ทุกครั้งที่อีกคนตรงย่างฝีเท้าเข้ามาซายะใบหน้าซีดเซียว ขยับตัวชิดติดต้นไม้

          ก้มหน้าลงกอดเข่าซุกหน้า รับรู้ได้ถึงความตายที่กำลังมาเยือน

          "วิ่งหนีได้แค่นี้เหรอ"

          "ฮือๆๆๆ…..ฮือ"

          "อย่าร้องไห้ไป น้ำตาพวกนั้นใช้กับข้าไม่ได้ผล"

          ดาบอาบเลือดกลิ่นกระจายคละคลุ้ง อสูรหนุ่มผู้มีอายุอานามหลายร้อยปีสลัดเลือดที่เปรอะดาบนิจิรินเบาๆ ก่อนเตรียมปิดฉากครั้งสำคัญ แสงอาทิตย์สาดส่องไล่ลงมา อสุรามีสีหน้าเย็นชาราบเรียบไร้ความรู้สึก "ชื่อของข้าคือโคคุชิโบ" ก่อนอันตรธานหายตัวไปในพริบตาหลังจากดวงอาทิตย์ขึ้น

          ทุกอย่างเปรียบเหมือนความฝัน การพบกับอสูรที่เข้ามาบุกคฤหาสน์ และพูดจาดูถูกเหยียดหยามคนในครอบครัวเป็นเรื่องที่อภัยให้ไม่ได้ ซายะโกรธแค้นเคืองโกรธ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ และเหตุการณ์ครั้งนั้น ซายะจึงสูญเสียความทรงจำทั้งหมด เรื่องราวทุกอย่างมันเกินที่จะแบกรับไหว สติเลือนลางคลานกลับไปกอดร่างไร้วิญญาณบิดา ภาพทุกอย่างดับวูบ…..

ปีไทโชที่ 5

ย่าน โยชิวาระ หอเคโบโนะ

ปัจจุบัน

          ดรุณีน้อยในกรงทองหลังจากเหตุการณ์นั้น มีคนพบเจอตัวและรับเลี้ยง ชะตาชีวิตพลิกผันตกสู่กรงขังมวลบุปผางาม โอก้าซังเจ้าของหอเคโบโนะเป็นคนคัดเลือกรับเข้ามาทำงานเป็นเด็กรับใช้ของโออิรันตั้งแต่จำความได้ การใช้ชีวิตค่อนข้างสุขสบายแต่ก็ไม่อาจที่จะออกไปไหนมาไหนได้เลย ไม่เคยก้าวย่างออกจากเขตเริงรมย์เลยสักครั้ง ทั้งเรื่องอดีตปัจจุบันก็จำเรื่องราวต่างๆไม่รู้ความนัก ความฝันประหลาดมักจะตามหลอกหลอนเห็นหน้าบุรุษนิรนาม ผมดำขลับแซมแดง ดวงตาทั้งหกคู่บนใบหน้าราวกับมิใช่มนุษย์

          'ชื่อของข้าคือโคคุชิโบ' น้ำเสียงเย็นยะเยือกถ้อยในห้วงแห่งความฝันยังจดจำได้เป็นอย่างดี ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว จนตอนนี้เธออายุครบสิบปีกำลังได้รับการเลื่อนขั้นจากตำแหน่งชินโซ*¹ ด้วยอายุครบถึงเกณฑ์สิบสามถึงสิบห้า เข้าสู่พิธีมิสุอาเงะ*² ซึ่งพิธีนี้อีกนัยนึงคือการเปิดประมูลบุรุษใดได้จะเป็นคนแรกของพวกเธอ นั่นจึงจะทำให้กลายเป็นโออิรันโดยสมบูรณ์ หากชินโซยังไม่ผ่านพิธีมิสุอาเงะ แขกจะไม่สามารถซื้อตัวได้

          ความงาม ความสาวและความบริสุทธิ์ ถูกตีค่าเป็นเงิน

          แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นทั้งความงดงาม ได้รับการศึกษาเล่าเรียนอย่างหนัก เรื่องศาสตร์รวมถึงศิลป์แขนง ศึกษาบทกวี พิธีชงชา ร้องเพลงเล่นดนตรี ร่ายรำ ต้องมีสติปัญญาชาญฉลาด เพื่อสร้างความสุขให้กับแขกอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นทุกท่วงท่าการเดินด้วยความมั่นใจ ฉลาดรอบรู้หัวไว ฝึกฝนขัดเกลาขยันขันแข็งเพื่อก้าวไปในจุดสูงสุด ที่ย่านโยชิวาระความเป็นอยู่ของนางโลมทั่วไปไม่ดีนัก

          โดยลำดับชั้นของโออิรันนั้นจะเริ่มตั้งแต่ ฮาชิ ทสึโบเนะ เฮยาโมจิ ซาชิคิโมจิ โคชิและตำแหน่งสูงสุดของโออิรันคือ ทายู ความพิเศษของผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้คือ สามารถเลือกแขกได้ มีเกียรติเพียงพอที่จะปฏิเสธลูกค้า สถานะสูงส่งทำให้ค่าตัวแสนแพงและยังสามารถได้รับการไถ่ตัวจากเจ้าเมืองเพื่อไปเป็นภรรยาน้อยได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่มีความสามารถมากพอก็จะเป็นได้แค่ยูโจธรรมดาๆทั่วไป หรือหนักสุดกลายเป็นฮาริมิเสะจะถูกนำไปใส่ไว้เพื่อโชว์คนที่เดินผ่าน และจะอยู่ในนั้นจนกว่ามีคนมาซื้อตัวใช้บริการ

          เธอมีนามว่า ‘อายาเมะ ซายะ (菖蒲 紗綾)’ นั่นเป็นชื่อที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด นัยน์ตาคู่หวานจ้องมองตัวเองผ่านกระจกบานหนา ทั้งชุดกิโมโนแต่งตัวตั้งแต่เช้าตรู่ จนถึงเวลาพลบค่ำเป็นช่วงเวลาที่โอก้าซังจะเปิดประมูลซินโตทั้งสามคน หนึ่งในนั้นก็คือซายะ

          บุปผางามเบ่งบานสะพรั่ง ถูกเชิญตัวขึ้นมาบนเวทีการแสดงประจำหอ บัดนี้ทางเข้าร้านด้านหน้าเต็มไปด้วยเหล่าชายฉกรรจ์มากมาย ทั้งมีฐานะในแวดวงขุนนาง สายตานับสิบดวงจับจ้องโฉมงามน้อยการอย่างพินิจพิจารณา ตั้งแต่หัวจรดเท้า และที่สำคัญคือใบหน้าเยาว์วัย เสียงด้านล่างสนุกคึกคักครึกครื้นหนาหู แม้เธอรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูกทว่ากลับต้องเก็บมันไว้ในใจ

          "เด็กคนที่สามสวยชะมัด สองคนก่อนหน้าก็ใช้ได้"

          "แข่งกันเรื่องกระเป๋าหนาแล้วล่ะคืนนี้ เจ้าของร้านเก็บของดีเลยนี่หว่า"

          "ข้าคงสูงไม่ไหว แต่เด็กสองคนนั้นอาจมีลุ้น" ชี้นิ้วมือไปทางเด็กสาวทั้งสองคนที่อยู่บนเวทีสายตากับจ้องมองไปที่โฉมงามคนสุดท้าย ไม่อาจเอื้อม ค่ำคืนแรกชายใดที่ได้ครอบครองย่อมน่าอิจฉา

          ชายอีกคนในกลุ่มเดินมาข้างหลัง "เอาไว้ให้นางผ่านพิธีมิสุอาเงะก่อน อย่าพึ่งรีบร้อนกันไป" มือข้างหนึ่งถือพัดประสา จับกลุ่มคุยกันกับพวกชนชั้นล่าง

          ยามวิกาลหลังฟ้ามืด โอก้าซังหรือแม่เล้าซึ่งกำลังเรียกแขกหน้าหอ แข่งกับหออื่นๆในย่านนี้ ย่านเริงรมย์มีหลายร้านหลายราคา เชื้อเชิญบรรดาแขกเป็นหน้าที่หลักรีดไถ่ทรัพย์สินเงินทองจากพวกแขก ตักตวงผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ใดๆชายพวกนี้ล้วนมาแสวงหาความสุขสำราญกับเรือนร่างหญิงงามเมืองกันทั้งนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีเงินมั่งคั่ง ยอมจ่ายเงินเพื่อเสพสุขอย่างไม่รู้จักเบื่อ

          เมื่อถึงเวลาเปิดประมูลรู้ตัวอีกทีคนก็เต็มแน่นหอ ซายะมือทั้งสองประคองซามิเซ็งสำหรับเล่นยามถึงคิวเธอ สัญชาตญาณสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่มันไม่ดีเอาเสียเลย การแสดงของซินโตไล่เลี่ยไปตามลำดับ ตั้งแต่คนแรกมีทักษะเสียงร้องอันแสนไพเราะเสนาะหู โอก้าซังเรียกเปิดประมูลราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงคนสุดท้ายที่ไม่มีใครกล้ายกสู้ต่อ เด็กสาวคนนั้นจึงลงเวทีไปเตรียมรอพาเข้าห้องรับรองแขก นางโลมในหอมาร่วมแสดงความยินดีกันข้างๆเวที สำหรับพื้นที่ตรงนี้มีเฉพาะคนในเท่านั้น

          เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงคนสุดท้าย เป็นที่จับตามองของใครหลายๆคน ทั้งรูปลักษณะสง่างามถูกฝึกมาอย่างดีขัดเกลากว่าสิบปี นับตั้งแต่จับพลัดจับผลูมาอยู่ที่นี่ ซายะนั่งดีดเครื่องดนตรีซามิเซ็ง เสียงดังกังวานนุ่มนวลอ่อนหวาน หากเป็นการดีดอย่างเดียวคงไม่ถูกจัดมาอยู่ลำดับสุดท้าย จุดสนใจของงาน เธอร้องเพลงเปล่งเสียงหวานเชื่อม ราวกับถูกต้องมนต์สะกด

          คนในหอที่กำลังดื่มสาเกกันอยู่นั้นบางคนถึงกับหยุดชะงักค้างกลางอากาศ ท่วงทำนองอ่อนหวานอรชรควรค่าแก่การแย่งชิง อำนาจเงินตรามีค่าสำคัญยิ่ง หลังจากแสดงจบแล้วเสียงประกาศซื้อขายการประมูลเอ่ยดังขึ้น เธอมีสีหน้าราบเรียบ แต่มันกลับเป็นเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ถึงจะไม่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าทว่ามันกลับลึกลับน่าค้นหาภายในนัยน์ตาโศก

 

 

          เสียงคนตะโกนโวกเวกโวยวายแข่งวางเงินประมูล ชินาซึงาวะ ซาเนมิ ได้รับคำสั่งมอบหมายจากนายเหนือหัวให้มาตามหาธิดาสาวตระกูลอายาเมะที่หายสาบสูปเมื่อสิบปีที่แล้ว มีข่าวคราวเข้ามาเป็นระยะๆ สายรายงานว่าอีกฝ่ายถูกนำมาทำงานในโยชิวาระ ในฐานะเสาหลักวายุ งานของเขามีแต่กำจัดอสูร ภารกิจในครั้งนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทำไมเขาจะต้องมาเป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วย ไม่ส่งคนในหน่วยอื่นมาแทนล่ะ

          ถ้าไม่ใช่เพราะนายเหนือหัวเป็นคนขอร้องคนอย่างชินาซึงาวะ ไม่มีทางมาเหยียบที่นี่เป็นอันขาด เสาหลักวายุแผ่รังสีอำมหิตใส่คนรอบข้าง อกขวัญสั่นผวากันไปตามๆกัน นางโลมค่อยๆรินจอกสาเกอย่างกล้าๆกลัวๆ "คุณชายดื่มสุราเก่งจังเลยนะเจ้าคะ"

          หันขวับจ้องมองตาเขม่น "เจ้าพอจะรู้จัก คนชื่ออายาเมะ ซายะหรือเปล่า"

          "น้องซายะหรือเจ้าคะ" สีหน้าแย้มยิ้มพยักหน้าเล็กน้อย ค่อนข้างแปลกใจที่คนภายนอกรู้จักอีกฝ่าย ผายมือไปทางด้านเวที ซึ่งกำลังมีเสียงคนประมูลแข่งกันในหอ "คุณชายไม่สนใจร่วมประมูลใหม่หรือ" คล้ายกับเป็นการบอกนัยยะว่าหญิงสาวที่นั่งบนเวทีตรงนั้นคือคนที่เขาถามถึง

          ก่อนหน้าที่จะมาถึงที่นี่ได้สู้กับอสูร และได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับมาด้วย หีบภายในบรรจุไปด้วยทองจำนวนมากมายหลายก้อนที่ประเมินเป็นมูลค่านับแทบไม่ได้ "ข้าขอไถ่ตัวนาง!" น้ำเสียงโผงผางเอ่ยตะโกนดัง สร้างความประหลาดใจและความฮือฮาแก่ผู้คนโดยรอบ

          พากันหันไปมองกันที่ชายร่างกำยำ ใส่เสื้อผ้าแหวกอกโชว์รอยแผลเป็นตรงกลาง ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นคนมีฐาน "เอ่อ…..คุณชาย เหมือนจะเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า นี่เป็นพิธีมิสุอาเงะ….." เจ้าของหอเปรยตามอง การจะไถ่ตัวออกไปก็ต้องใช้เงินมากโขเลยทีเดียว แค่มองผ่านตาแล้วก็ดูคุณสมบัติยังไม่ผ่าน จะไปนำเงินเอามาที่ไหนเพื่อไถ่ตัวชินโซ ซึ่งยังไม่ผ่านพิธีและมูลค่าของมันก็ไม่น้อย

          ซายะเงยหน้ามองชายคนนั้น ทั้งรูปร่างสมส่วนองอาจและรอยแผลเป็นตามตัวมากมายหลาย น้ำเสียงดุดันแข็งก้าว ดวงตาคู่หวานเผลอไผลสบสายตาอีกฝ่ายนัยน์ตาเย็นชาดุร้ายเสมือนราชสีห์ คนๆนี้มีรังสีอำมหิตที่น่ากลัว

          ซาเนมิผ่อนลมหายใจอย่างช้าๆ พยายามอดทนต่อคำสั่งของนายเหนือหัว ไม่ให้ระเบิดมันออกมา ก่อนเขาจะออกแรงโยนหีบทองไปทางเจ้าของหอเคโบโนะ "แค่นี้พอไหม สำหรับค่าไถ่ตัว"

          โอก้าซังเปิดหีบปริศนา ตาลุกวาวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อได้พบกับจำนวนก้อนทองเรียงราย หลายก้อนประเมินมูลค่าไม่ได้ นี่มันเยอะยิ่งกว่าตอนที่ขายโออิรันอันดับหนึ่งในกับท่านไดเมียวซะอีก! น้ำเสียงเคยดูถูกก็เปลี่ยนอ่อนลง กลับกรอกประจบประแจงทันที "แหม่นายท่านนี่แหละก็ทำเอาตกอกตกใจหมด เช่นนั้นการประมูลในค่ำคืนนี้สิ้นสุดลง" รีบประกาศปิดงานอย่างรวดเร็ว "แม่นางน้อยถูกนายท่านผู้นี้ไถ่ตัวแล้ว" ส่งสายตาเรียกเด็กสาว

          บุปผางามค่อยๆลุกขึ้นโค้งอำลา แล้วเดินลงจากเวทีไปหาโอก้าซังอย่างไม่เข้าใจ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น "โอก้าซัง"

          "อะไรกันเจ้ายังไม่ขอบคุณนะท่านอีกหรือ ดีมากๆ จะทำให้เจ้าให้ผิดหวังจริงๆซายะโกะ ต่อจากนี้เจ้าจะเป็นอิสระ ทำหน้าที่ดูแลรับใช้ให้สมราคากับที่ถูกไถ่ตัวด้วยล่ะ นายท่านคืนนี้พักที่หอก่อนไหมเจ้าคะ ถ้าจะให้พวกเด็กๆไปจัดเตรียมห้องที่ดีที่สุดเลยล่ะ"

          "อืม" ปัดมือส่งๆ จ้องเขม็งที่อีกฝ่าย คนนี้นะหรือที่นายเหนือให้มาตามหา ยามนี้เป็นช่วงกลางคืน ไม่เหมาะแก่การเดินทางพากลับ หากเป็นแค่เขาคนเดียวก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ พวกอสูรตายด้วยน้ำมือเขามามาก ทว่าหญิงสาวดูท่าทางอ่อนแอเกินไป

          อายาเมะโค้งตัวเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ "ขอบคุณนายท่านที่เมตตาข้า" เสียงหวานกล่าว ทั้งสองถูกพาตัวไปยังห้องพิเศษ ถึงจะถูกถ่ายตัวออกจากโยชิวาระแล้วก็ต้องทำหน้าที่ให้สมกับราคา ซึ่งเธอไม่รู้ว่าถูกไถ่ด้วยจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด ข้อมือบางประคองซามิเซ็งก้มหน้าประหม่า

          แต่การจะออกไปจากที่นี่นั้นจะง่ายอย่างที่คิดจริงหรือ หลังการประมูลข่าวคราวแพร่สะพัดเรื่องมีคนไถ่ตัว ชินโตของหอเคโบโนะ ไม่เว้นแม้กระทั่งอสูรที่แฝงตัวทำงานในย่านเริงรมย์แห่งนี้

 

 

          "เหยื่อรายใหม่มาแล้ว"

 

 

 

 

 

 

*¹ โออิรันฝึกหัด

*² พิธีเปิดบริสุทธิ์


 

สวัสดีค่ะไรท์เองนะ แฮะๆ อาจมีบางจุดที่ไม่สมเหตุสมผล 

บางอย่างเพิ่มเพื่อเป็นอรรถรสในการอ่าน สามารถติชมได้ตามใจชอบเลยนะ !!!
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #3 pitchypai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 19:33

    เขียนดีมากเลยค่ะ

    #3
    0