Black A5 with Grid Papers and Kiwi Gelatto Fine Liner [MiChaeng]

ตอนที่ 1 : หน้าหนาว หมอกหนา ประชาธิปไตย และรถไฟฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    6 พ.ย. 62



หน้าหนาว  หมอกหนา  

ประชาธิปไตย  และรถไฟฟ้า




นาน ๆ ที

ที่เมืองหลวงร้อนระอุแห่งนี้จะถูกหมอกขาวห่มคลุม

ไอน้ำจาง ๆ ลอยในอากาศ

เห็นแล้วรู้สึกเย็นสบายราวกับหน้าหนาวมาเยือน

ที่นี่คือกรุงเทพฯ

กรุงเทพคือจังหวัดหนึ่ง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย

การศึกษาสภาพภูมิอากาศในไทยพบว่า ประเทศไทยมีสามฤดูกาล

ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว

ซึ่งข้อมูลทางวิชาการดั่งกล่าวเป็นข้อมูลที่ประชากรในประเทศไม่ให้ความเชื่อถือ

ประชากรกว่า 99.99% (0.1% ที่เหลือ คือกรมอุตุนิยมวิทยา) แสดงข้อเท็จจริงว่า

ประเทศไทยมี 3 ฤดู คือ 

ฤดูร้อน 

ฤดูร้อนสัส ๆ 

และฤดูร้อนเหี้ย ๆ (ไม่ใช่คำหยาบคาย)


ก็จะให้เชื่อได้อย่างไร

ในเมื่อพี่ไบรท์เรื่องเล่าเช้านี้ก็บอก… 


"หน้าหนาวอย่างเป็นทางการ เริ่มต้นขึ้นแล้วนะคะท่านผู้ชม…" ผู้ประกาศสาวกล่าวอย่างสดใสสมชื่อ น้ำเสียงเธอเปี่ยมสุข

คนไทยหลายคนคุ้นหน้าค่าตาเธอ และจดจำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์นั้นได้เป็นอย่างดี

"กรมอุตุฯ บอกเริ่มอย่างเป็นทางการ ๑๗ ตุลาคมค่ะ" เธอกล่าวต่อชัดถ้อยชัดคำ เสียงดังฟังชัดว่า ๑๗ ตุลาฯ

แชยองเงยหน้าขึ้นมองจอโทรทัศน์สลับกับมองหน้าจอโทรศัพท์ นี่ก็วันที่ ๑๗ ตุลาฯนี่นา

แต่ตัวเลขอุณหภูมิที่หน้าจอโชว์หราว่า 34°c

แถมมีตัวหนังสือภาษาอังกฤษตัวเล็ก ๆ แสดงข้างล่างเพิ่มเติมว่า 'feels like 37°c'


แชยองเป็นใคร ชื่อไม่ไทย แต่ทำไมฟังไทยรู้เรื่อง?


ชื่อ แชยอง นามสกุล ซน เป็นคนเกาหลี

มาเรียนวิชาปราบผีกับหมอปลาเป็นเวลา ๓ ปีแล้ว

สอบวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาไทย (Thai Competency Test) ได้ระดับ ๔

ปัจจุบันเลิกเรียนปราบผี

หันมาเอาดีด้าน Weight training 

อยู่ไทยมาหลายไตรมาส จนมากพอจะรู้เช่นเห็นชาติ

เคยเขียนอนุมานความเป็นไทยได้หนึ่งบทความแล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊ค

สองชั่วโมงหลังจากโพสต์ เฟสบุ๊คปลิว (สงสัยลมแรง)

เนื้อหาในบทความประมาณว่า


"คนไทยน่ารัก ใจดี แต่ก็ชอบย้อนแยง…

เวลาชวน 'กินขนมกันไหมค่ะ' ชอบปฏิเสธว่า 'ไม่เป็นไร กินเลย ๆ'

แต่หันมาอีกทีปูไทยหมดห่อ ดูดนิ้วกันจ้อบแจ๊บนะค่ะ

ชอบบอกว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย

แต่นายกคนปัจจุบันเคยรัฐประหาร

แถมพอเลือกตั้งก็ยังได้นายกคนเดิมที่เคยรัฐประหาร

แถมชอบจับคนที่ไม่เห็นด้วยขังคุกอีก และไหนจะประโยคที่บอกว่า

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีก

เอ ดิฉันคิดว่าค่อนข้างย้อนแยงมากเลยนะค่ะ…"


บทความนั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

มีหลายคอมเม้นท์ที่แชยองประทับใจถึงขั้นบันทึกหน้าจอเก็บเอาไว้ เช่น

'ย้อนแย้ง ไม่ใช่ ย้อนแยง / นะคะ ไม่ใช่นะค่ะ ไปเรียนพาสาไทมาใหม่นะ แร้วค่อยกลับมาพิม'

'ที่นี่บ้านของพ่อ ถ้าไม่รักพ่อก็ออกไป'


แชยองสงสัย… ภาษาไทยที่เราเรียนมาถูกต้องจริง ๆ หรือเปล่านะ

จากนี้ไปต้องพิมพ์ว่า แร้ว หรือ แล้ว กันแน่


แชยองสับสน… บ้านพ่อแชยองอยู่เกาหลีนี่นา ไม่ได้อยู่ที่ไทย

มีสิทธิ์อะไรมาไล่คนอื่นออกจากบ้านกันน้า


น่าเสียดายที่โพสต์นั้นอายุสั้น

ไม่อย่างนั้นคงได้อ่านคอมเม้นท์ที่สร้างสรรค์จากชาวเน็ตคุณภาพมากกว่านี้ 


กลับมาที่สภาพอากาศ

นี่ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ย้อนแยง… ย้อนแย้ง*

แชยองไม่เข้าใจ ทำไมคนไทยไม่พูดตรง ๆ

อากาศร้อนจะตาย ทำไมบอกเข้าหน้าหนาว ?

น้ำท่วมถึงเข่า ทำไมบอกน้ำรอการระบาย ?

PM 2.5 เกินค่าเฉลี่ยมาตรฐาน ทำไมบอกหมอกธุมเกตุ ?




………………………………………………………





ก้าวเท้าออกจากบ้าน


แชยองนิ่งคิดครู่หนึ่ง เธอนึกถึงคำสอนของคนไทยที่บอกต่อกันมา

'ก่อนออกจากบ้านต้องก้าวเท้าขวาถึงจะโชคดี'

แชยองก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า เดินตัวตรงหน้าเชิดด้วยความมั่นใจ




อึนกพิราบตกใส่กลางหัวเสียงดัง "แหม๊ะ" ด้วยความความโชคดี :) 




………………………………………………………





เมียวอิ มินะ ชื่อไม่ไทย ฟังไทยไม่ออก แต่ต่อไปนี้จะเขียนบรรยายด้วยภาษาไทย

(โปรดจินตนาการว่าท่านกำลังอ่านผ่านอุปกรณ์ที่ได้รับการติดตั้งวุ้นแปลภาษาแล้ว)


เมียวอิ เป็นนามสกุล ชื่อตัวคือ มินะ อ่านก็รู้ว่านี่คนญี่ปุ่น

นั่งอยู่ในร้านกาแฟชื่อดังขึ้นต้นด้วย Dean ลงท้ายด้วย & Deluca

จิบกาแฟเอสเปรสโซ่เติมน้ำ aka อเมริกาโน่

ขณะรอแชยองมารับเธอไปจากสนามบินหลักของประเทศไทยที่ชื่อลงท้ายด้วย ภูมิ ขึ้นต้นด้วย สุวรรณ




เธอเป็นอะไรกับแชยองน่ะหรอ




จะบอกตรงๆไม่อ้อมค้อม ว่าเป็นแฟนกัน

คบกันมากว่า ๗ ปี

คบกันมาตั้งแต่ครั้งที่เป็นนักร้องชื่อดังอยู่เกาหลี




อ่าว ยังไม่ได้บอกหรอว่าสองคนนี้คือ สมาชิกวงทไวซ์

หลังจากที่หมดสัญญา ทั้งสองคนก็ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดากันเงียบ ๆ ไม่หวือหวา 

ที่มินะมาเมืองไทยก็เพราะกะว่าจะฉลองครบรอบ ๘ ปี ๕ เดือน

ในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ ศกนี้


มินะปลดกระดุมเสื้อขนเป็ดสีเหลืองออก เผยให้เห็นเสื้อไหมพรมสีขาวด้านใน

เธอถอดเสื้อไหมพรมออก เผยให้เห็นเสื้อแขนยาวคอเต่าสีกรมท่าอีกตัวหนึ่ง


เธอถอนหายใจยาว…


ก่อนถอดเสื้อคอเต่านั้นออกอีกหนึ่งชั้น จนเหลือแต่เสื้อยืดคอกลมสีขาว

เสื้อเธอโชกเหงื่อไม่ต่างจากคนออกกำลังกาย

ถ้าแชยองไม่บอกว่าอากาศที่ไทยจะหนาว เธอคงไม่แต่งเต็มขนาดนี้

อากาศที่นี่ร้อนกว่าหน้าร้อนที่ญี่ปุ่นเป็นไหน ๆ


ทีแรก… เธอคิดว่าที่ไทยจะมีแต่หน้าร้อน

พอได้เงยหน้าขึ้นมาเห็นคนตัวเล็ก ๆ ผมสั้น ๆ ที่ใส่เสื้อกล้ามสีดำพร้อมสะพายกระเป๋าเปื้อนรอยปากกา Kind of but not soft วิ่งดุ๊ก ๆ มาหา ก็เลยรู้ว่าเมืองไทยมีน่ารักด้วย



*ต่อไปนี้เป็นการสนทนาภาษาเกาหลี แต่ผู้เขียนจะแปลไทย เพื่อความสะดวกในการอ่านของผู้อ่านทุกท่าน* 



"แย่เลยนะคะ อากาศไม่หนาวอย่างที่คิดว่าจะเป็น"

แชยองบอกกับมินะที่เดินข้างเธอ เพราะตัวเล็กกว่าเลยมองเห็นใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อชัดเจน เธอเอาหลังมือเล็ก ๆ ซับหยดเหงื่อที่ปลายคางให้ มินะของเธอในตอนนี้คงเสียพลังงานไปราวๆ ๑๕๐ cal 


"ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าแม้อากาศร้อนขนาดแต่ก็นี้ยังมีหมอกด้วย"

มินะพูดจบก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ลงปอด แชยองรีบเอามือบีบจมูกมินะไม่ให้หายใจเอาอากาศเลวร้ายนี้เข้าสู่ร่างกาย 


"ทำอะไรคะแชยอง" มินะไม่เข้าใจ แค่คนจะสูดอากาศบริสุทธิ์ทำไมต้องขัดขวางกันด้วย


"นี่ไม่ใช่หมอกนะคะ นี่เป็นฝุ่นต่างหาก"


"แต่พี่ได้ยินคนญี่ปุ่นบนเครื่องพูดกันว่า ช่วงนี้ที่ไทยมีหมอกวิเศษที่จะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงกลางเดือนตุลาเท่านั้นนะคะ ใครได้สูดเอาหมอกนั้นเข้าไปจะโชคดี"

แชยองกุมขมับ คิดในใจว่าจะมีคนญี่ปุ่นเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจหลังจากมาไทยไปกี่คน นับแฟนของเธอแล้วหนึ่ง


"พี่มินะคะ...กฎข้อแรกของการอยู่ไทยให้ปลอดภัย อย่าเชื่อทุกอย่างที่คนไทยพูด" มินะพยักหน้ารับ แม้จะยังไม่เข้าใจเท่าไรแต่ก็ไม่ได้ถามต่อ คงมีเวลาให้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้อีกแน่ 


"เอ้อ…" มินะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ "เฟสบุ๊คของแชยอง ทำไมอยู่ ๆ ปิดไปล่ะคะ"


"อ๋อ เรื่องนั้น ถามเพื่อนคนไทยแล้วค่ะ เพื่อนบอกว่าเฟสบุ๊คปลิว"


"ปลิว? ปลิวที่เป็นคำกริยาน่ะหรอคะ ปลิวที่ถูกลมพัดพาไปน่ะหรือคะ?"


"เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้นนะคะ คงเพราะที่ไทยลมแรงมั้งคะ" 


"เอ แปลกจังเลยนะคะ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าลมจะมีผลต่อข้อมูลที่เป็นดิจิตัลด้วย"


"ฮ่าๆๆๆๆ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ ปลิวที่คนไทยใช้กัน หมายถึงถูกทำให้หายไปเหมือนถูกลมพัดจนปลิวหายไปในพริบตา แชยองเคยฟังเพลงไทยชื่อ ไผ่ลู่ลม มีคนเขียนอธิบายเนื้อเพลงไว้ว่า 'เปรียบกับชีวิตคนเรา หากเราเป็นดั่งไม้ไผ่ อ่อนเอนตามสายลม ก็ย่อมมีชีวิตรอดในสังคมได้ แต่หากเราเป็นไม้ใหญ่ต้านแรงลม สักวันถ้าเราพลาดพลั้งไป ก็ไม่อาจลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้

คล้ายๆกับชีวิตคนเราที่บางทีต้องยอมตามสังคมโดยรวมบ้าง เพื่อที่จะอยู่รอดในยุคปัจจุบัน หากเราต่อต้าน วันใดที่เราล้มอาจยากที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้' แชยองว่า นี่คงเป็นปรัชญาในการใช้ชีวิตที่คนไทยบางส่วนยึดถือกันมามั้งคะ ไม่กล้าที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ เพียงเพราะกลัวว่าจะกลายเป็นส่วนน้อยที่ถูกกระแสสังคมต่อต้าน แม้ว่าสิ่งนั้นจะถูกต้องก็ตาม และถ้าคนบางคน.... โดยเฉพาะคนที่มีอำนาจไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราคิดก็เสี่ยงอยู่เหมือนกันค่ะ" แชยองอธิบายยาวเหยียด จนต้องหยิบน้ำที่พกมาด้วยขึ้นมาจิบ


"อ๋า… เข้าใจแล้วค่ะ ก็แย่เลยนะคะแบบนี้ ริดรอนสิทธิกันชัด ๆ " มินะพอจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง และแสดงความไม่พอใจออกมาทางน้ำเสียงเล็กน้อย 





………………………………………………………





การเดินทางในกรุงเทพนั้นใช้เวลามหาศาล

แผนต่าง ๆ ที่วางไว้ว่าจะทำทันทีที่มาถึงต้องเก็บไว้ทำวันหลัง

แชยองใช้มือข้างที่ว่างจากการเกาะราวรถไฟกุมมือมินะไว้

ส่วนมินะยืนตัวลีบอยู่ในหมู่ผู้โดยสารโดยไม่ต้องเกาะราวใด ๆ 

ถึงแม้รถจะเบรคอย่างแรง ภายในขบวนก็ไม่มีที่ว่างให้สรรพสิ่งและสรรพชีวิตบนรถเคลื่อนไหวอีกแล้ว

ทุกคนยืนห่อไหล่ ไหล่เกยไหล่ราวกับอนุภาคมูลฐานของอะตอม ยึดโยงกันและกัน ต่อสู้กับแรงดึงดูดของโลกและแรงเลี้ยวของรถไฟด้วยความสามัคคี

มินะหน้าตาซีดเซียวเหนื่อยล้ากับการเดินทาง

ทันทีที่ประตูขบวนแอร์พอร์ตเรลลิงก์เปิดออก

มินะคว้าแขนแชยองไว้และเรียกให้คนรักของเธอหยุดเดิน

เธอหายใจเข้าเต็มปอดอีกครั้ง หลังจากที่กลั้นหายใจมานานตอนที่อยู่ในขบวนรถ


"แชยองคะ… เรากลับไปอยู่ที่ญี่ปุ่นกันไม่ดีกว่าหรอคะ หรือจะกลับไปเกาหลีบ้านเกิดแชยองก็ได้" มินะพูดจริงจัง หลังจากที่เธอได้เหยียบกรุงเทพเป็นเวลากว่าสี่ชั่วโมง เธอก็ได้รู้ซึ้งจับใจขึ้นมา ว่าเมืองแห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะใช้ชีวิต

ทั้งสภาพอากาศที่ร้อนเกินกว่าจะดำรงชีวิตอยู่ได้

สิ่งมีชีวิตที่จะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศแบบนี้ คงมีแต่เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส โปรโตซัว และสัตว์เซลส์เดียวจำพวกหนอนพยาธิเท่านั้น

ทั้งการจราจรที่เหมือนจะสบายแต่ก็ลำบาก

ถ้าจะนั่งแท๊กซี่จากสนามบินเข้าตัวเมืองก็ถูกเรียกราคาเกินจริง

แถมพอมาขึ้นรถไฟฟ้าที่เรียกว่า แอร์พอร์ตเรลลิงก์ รถไฟยังเสีย รอซ่อมแซมจนล่าช้าเสียเวลาไม่ใช่น้อย

ผู้โดยสารก็อัดแน่นเต็มชานชาลา เลวร้ายยิ่งกว่าชั่วโมงเร่งด่วนที่โตเกียวเสียอีก

ความคับคั่งของผู้โดยสารรถไฟฟ้าไทยจะเป็นรองแชมป์ก็แต่รถไฟในอินเดียเท่านั้น

คิดได้เช่นนี้แล้ว ก็ไม่เหลือเหตุผลใดให้ต้องจำทนใช้ชีวิตที่นี่ต่อ เพราะแค่คิดได้เท่านี้ก็เหนื่อยมากแล้ว


"ก็อยากทำอย่างนั้นนะคะ แต่พี่ก็รู้ว่าถ้าไปอยู่ที่นั่นความเป็นส่วนตัวของเราสองคนจะหายไป พี่จำไม่ได้หรอคะ เราดังไปทั่วโลกก็จริง แต่สำหรับที่ไทย… เราเป็นนูกูตัวเล้กๆเองนะคะ แถมวันซ์ไทยก็น่ารักมาก เคารพความเป็นส่วนตัวสุด ๆ ขนาดแชยองไปสอนเวทที่ยิม เจอวันซ์พาลูกมาเรียนเพาะกาย วันซ์ยังวิ่งหนีจนตกทางต่างระดับข้อเท้าพลิกเลยนะคะ" ที่แชยองพูดก็มีเหตุผล แต่มินะก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดีที่จะอยู่ที่นี่ต่อ 


"เฮ้อ…" มินะลอบถอนหายใจ ก่อนเดินตามคนตัวเล็กไปแตะบัตรออกจากแอร์พอร์ตเรลลิงก์

เดินลากกระเป๋าใบเขื่องไปตามทางยกระดับที่ยาวต่อเนื่องไปจนถึงทางลงรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือที่เรียกว่า MRT

เงยหน้าขึ้นอ่านจะเห็นป้ายเขียนว่า Petchaburi Station 

ลงบันไดเลื่อนเพื่อเอาธนบัตรไทยไปหยอดตู้ซื้อเหรียญโดยสารรถไฟ 

นั่งต่อไปอีกหนึ่งสถานี

เดินเอาเหรียญโดยสารรถไฟไปหย่อนคืนที่ประตูทางออก

เพื่อขึ้นบันไดเลื่อนไปต่อรถไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า BTS

เข้าแถวรอแลกธนบัตรเป็นเหรียญที่ตู้จำหน่ายตั๋ว

เพื่อไปต่อแถวที่ตู้ซื้อตั๋วโดยการหยอดเหรียญที่แลกมา…

เมื่อเข้าไปด้านในขบวนรถไฟฟ้า

มินะมีสภาพไม่ต่างจากตอนโดยสารแอร์พอร์ตเรลลิงก์

เธอเงยหน้ามองจอโฆษณาที่ติดอยู่เหนือที่นั่งด้านในขบวนรถ


เสียงจากสื่อดังก้องออกมาว่า






"กรุงเทพ...ชีวิตดีดีที่ลงตัว"








………………………………………………………







ยินดีด้วยถ้ารอบตัวคุณแวดล้อมด้วย government facilities ที่ดี



ยินดีด้วยถ้าชีวิตของคุณไม่มีเรื่องการเดินทาง, มลพิษ

หรือปัญหาใดใดมารบกวนการใช้ชีวิตประจำวันให้ต้องรู้สึกเหนื่อยหน่ายในทุกวันที่ตื่นมา



ยินดีด้วยถ้าคุณอยู่ในประเทศที่มีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ไม่ถูกริดรอน คุกคาม ข่มขู่



แต่ถ้าคุณไม่ใช่คนที่โชคดีเช่นนั้น…









เราคือพวกเดียวกัน








สวดมนต์เอานะคะ 


สวัสดี :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2 MINAPHILE (@JeTi_Smile) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 21:15

    55555555555555555555555555 ขอขำแบบยาวๆก่อนเลยนะคะ ก็คือเป็นฟิคที่อินดี้ที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยอ่านมา อ่านแล้วอมยิ้มตามตลอดเลยค่ะ ยิ้มกับความน่ารักของมิแชงบ้าง ยิ้มแห้งกับความจริงของประเทศไทยบ้าง 555555555 อ่านๆไปมันก็ขำปนหดหู่อยู่นะคะ สงสารเมนทั้งสองที่ต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้


    ไม่รู้จะคอมเมนต์อะไรต่อแล้ว เอาเป็นว่าชอบมากเลยค่ะ อ่านง่าย มุกตลกเสียดสีก็เจ๋ง ฮาแบบเป็นสมิ้วม๊ากมาก จะรอติดตามตอนต่อๆไปนะคะ เขียนจนกว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยเต็มใบดีมั้ยคะ พี่ว่าพี่คงได้อ่านอีกยาวๆ ถือว่าเป็นของขวัญปลอบใจไทยมิแชงชิปเปอร์นะคะ ถึงประชาธิปไตยจะยังไม่เต็มใบ ก็ขอให้มีฟิคอ่านเป็นกำลังใจในแต่ละวันค่ะ /กราบเบญจาคีตาความรัก (เหมือนสมิ้ว) 555555

    #2
    0
  2. #1 MindMindMind_ (@mind_mind_mimd) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 20:13

    ตู้หูว มาเมียงไทย โรแมนติกในท่ามกลางรถไฟฟ้าหมอกหนาในหน้าหนาว เริ่ดค่ะ น่าสนใจมากค่ะๆ อัพอีกนะคะ รอเนยย

    #1
    0