คัดลอกลิงก์เเล้ว

[TWICE] Red Maroon Library #SexyMiChaeng

โดย Yawarakai

เซ็กซี่ไหมก็ต้องเสี่ยง ไม่เซ็กซี่ก็ต้องเสี่ยง คัมมอน คัมมอน คัมมอน คัมมอน เบบี้ มาอ่านฟิคมิแชงกัน :) #SexyMiChaeng

ยอดวิวรวม

769

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


769

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


37
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 มี.ค. 61 / 15:07 น.
นิยาย [TWICE] Red Maroon Library #SexyMiChaeng [TWICE] Red Maroon Library #SexyMiChaeng | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะ 
ขออนุญาติออกตัวก่อนนะคะว่าฟิคธีมนี้ยากมาก TT
ถึงจะชื่อโปรเจ็คท์ว่า #SexyMiChaeng 
แต่เรื่องนี้ก็อาจไม่ได้ sexy เท่าไหร่


ขออธิบายที่มาของ Red Maroon สักนิดค่ะ
เรดมารูน หรือ แดงมารูน หรือ แดงเลือดหมู มันก็คือสีเดียวกันค่ะ (555555)
แต่ที่ชอบเพราะว่า ภาษาอังกฤษสีนี้คือ Purple Red ค่ะ
มีทั้งสีม่วงที่เป็นสัญลักษณ์ของความมีสเน่ห์
 และสีแดงที่แทนความร้อนแรงอยู่ด้วยกัน


ถึงฟิคนี้จะไม่ค่อยมีความเซ็กซี่
แต่ขอให้ชื่อมีความเซ็กซี่แฝงอยู่สักนิดก็ยังดีค่ะ (55555555)


ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการอ่านนะคะ :)


เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 มี.ค. 61 / 15:07




[TWICE] Red Maroon Library #SexyMiChaeng



          ค่ำของวันเสาร์ที่ 23 เดือนเมษายน  ห้องสมุดเอกชนไร้ชื่อแห่งนี้ยังคงคราคร่ำไปด้วยนักอ่านสูงวัย ชายชราผมขาวโพลน รูปร่างท้วมที่นั่งอยู่โต๊ะกลางโถงอ่าน ‘Crime and Punishment’ วรรณกรรมคลาสสิคของดอสโตยเยียฟสกี้มาร่วมอาทิตย์แล้ว ทุกวันที่มาอ่าน เขาจะจ้องเขม็งไปที่หน้าหนังสืออย่างตั้งใจจนคิ้วขมวด  บางหน้าถูกเปิดค้างนานจนคิดว่าเขาหลับคาหนังสือไปเสียแล้ว แต่เปล่าเลย สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ตัวหนังสืออย่างคนคาดเค้นจะเอาความหมาย ราวกับว่าเขาอ่านเนื้อหาเดิมซ้ำไปมาจนกว่าจะจำได้ขึ้นใจ ใช่  เขามีเจตนาเช่นนั้น เจตนาที่จะจำทุกตัวอักษรเพื่อออกมาคุยฟุ้งกับเพื่อนนักอ่านด้านนอกเมื่อห้องสมุดปิดแล้วในทุกๆ 20.00 นาฬิกา  
          เช่นเดียวกันกับหญิงผมยาวหยักศกวัยกลางคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีแดงมารูนมุมในสุดของห้องสมุด เธอชื่อโจแอนน์ เป็นขาประจำของที่นี่และมักจะมานั่งที่โซฟาตัวนี้เสมอ เธอเป็นเจ้าของห้องเสื้อที่อยู่ถัดจากห้องสมุดแห่งนี้ไปสี่บล็อค เมื่อถึงเวลา 18.00 นาฬิกา เป็นอันรู้กันดีของคนระแวกนี้ว่าจะหาตัวเธอเจอได้จากที่ไหน ถ้าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอก็จะอยู่ที่โบสถ์ แต่โอกาสที่จะเจอเธอที่โบสถ์มีเพียง 10% เท่านั้น เธอมักจะมาอ่านวรรณกรรม และเธอชอบหยิบไปอ่านครั้งละหลายๆเล่ม วันนี้ก็เช่นกัน เธอหยิบ ‘Heart of Darkness’ ของโจเซฟ คอนราด และวกไปที่ท้ายชั้นหนังสือ ก้มตัวลงไปหยิบ ‘The Open Window’ เรื่องสั้นของซากิ ก่อนนวยนาดกลับไปที่โซฟาตัวโปรดของเธอ แต่ความต้องการจะเสพรสวรรณกรรมของเธอในวันนี้ดูท่าจะยังไม่เพียงพอ  เธอส่งสายตาก่อนจะตรงมาหาฉันที่นั่งสังเกตผู้ใช้บริการอยู่ตรงเคาท์เตอร์ทรงครึ่งวงกลมกลางโถงพร้อมกระดาษเล็กๆหนึ่งใบ 

          “ฉันอยากอ่านวรรณกรรมดีดีที่เธอแนะนำ” หลังจากอ่านเนื้อหาในกระดาษ ฉันพยักหน้าตอบรับแล้วเดินออกจากเคาท์เตอร์ นำเธอไปยังชั้นหนังสือหมวดวรรณกรรมที่ตั้งอยู่ด้านในสุด ฉันอาศัยการสังเกตจากหนังสือทั้งสองเล่มที่เธอหยิบไปก่อนนี้เป็นตัวอ้างอิง ก่อนปีนขึ้นไปหยิบ ‘Brave New World’ ของอัลดัส ฮักซ์ลีย์แล้วยื่นให้เธอ 

          “ขอบใจจ่ะแครอล” แม้ฉันจะไม่ได้ชื่อแครอลจริงๆแต่ฉันก็ยิ้มตอบแล้วเดินกลับไปประจำที่ตามเดิม ชื่อของฉันคือ ซนแชยอง เป็นชาวเกาหลีโดยกำเนิด  แต่เพราะหน้าที่การงานของพ่อกับแม่ทำให้ฉันได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ 5 ขวบ จนตอนนี้ก็ 13 ปีเต็มแล้วที่ฉันอยู่ที่ประเทศอังกฤษ  ย่านที่ฉันอยู่ห่างจากใจกลางเมืองและความเจริญของลอนดอนมาเพียง 12 ไมลส์ ผู้คนที่มาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ มีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาสั่งเครื่องดื่มหรือถ่ายรูปบ้าง นั่งเล่นบ้างแต่ไม่บ่อยนัก  อย่างที่บอกไปที่แห่งนี้ไม่มีชื่อเรียก  แต่จะเป็นที่รู้จักกันดีในนามของห้องสมุดเรดมารูน (Red Maroon) อันมีที่มาจากโซฟาสีแดงเลือดหมูตัวนั้นที่มีสีสันตัดจากเฟอร์นิเจอร์เครื่องไม้ทุกชิ้นในสถานที่แห่งนี้  


          ฉันมาสมัครเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่ห้องสมุดแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน ตอนนั้นฉันอายุ 15 ยอมรับเลยว่าการจะมาทำงานที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันถูกเจ้าของเรดมารูนสัมภาษณ์ในห้องส่วนตัวของหล่อนบนชั้นสองของห้องสมุด ก่อนจะได้พบกัน ฉันคิดว่าหล่อนจะต้องเป็นหญิงสูงวัย ใส่แว่นหนาเตอะ เป็นคุณนายวัยเกษียณที่เปิดห้องสมุดเพื่ออุทิศให้กับชุมชนเทือกนั้น แต่เปล่าเลย ฉันคิดผิดถนัด คุณเจ้าของห้องสมุดเป็นสาวสวย ในขณะนั้นเธออายุ 25 ปี ผมยาวปะบ่า ใบหน้าเรียวใส ปากนิดจมูกหน่อยตามแบบฉบับชาวอาทิตย์อุทัย เธอนั่งอ่านหนังสือรอฉันอยู่ที่โซฟาปลายเตียง บนโต๊ะทรงเตี้ยด้านหน้าของเธอมีแก้วไวน์ทรงสูงพร้อมไวน์องุ่นสีแดงอมม่วงคลออยู่ก้นแก้ว ฉันสังเกตจากแก้มใสของเธอที่ขึ้นเลือดฝาด คิดว่าเธอคงจะดื่มไปบ้างแล้วประมาณหนึ่ง 

          “เข้ามาสิจ๊ะ” ฉันเดินเข้าไปนั่งที่ว่างข้างเธอด้วยความประหม่า เพราะนอกจากใบหน้าที่สวยเกินกว่าจะคาดหมายของเธอแล้ว ก็คงเป็นเพราะชุดที่เธอใส่อยู่ เธอยืดตัวขึ้นเพื่อนั่งหลังตรง กระชับผ้าคลุมอาบน้ำสีแดงมารูนที่สวมใส่แล้วมัดเชือกที่คาดอยู่รอบเอวให้แน่นขึ้น 

        “ขอโทษด้วยนะจ๊ะที่ฉันแต่งตัวไม่เหมาะสมเท่าไหร่ หวังว่าเธอจะไม่ถือสานะ” เธอกล่าวต่อพลางยกแก้วไวน์ขึ้นกระดกรวดเดียวจนไม่เหลือไวน์องุ่นในแก้ว ฉันยิ้มให้เธอและส่ายหัวเป็นคำตอบ 

         “เอาล่ะ  ฉันชื่อว่ามินะ แต่คนแถวนี้เรียกฉันว่าชารอน เรามาเริ่มสัมภาษณ์กันเลยดีกว่าเนอะ” เธอว่าพลางดูใบสมัครของฉันไปด้วย 

         “ชื่อซนแชยอง...เป็นคนเกาหลี...อายุ 15 ...อืมม์ ทำไมถึงอยากมาทำงานที่นี่ล่ะ” เธอถามแล้วนั่งทิ้งตัวเอนหลังไปพิงโซฟา ใช้มือเท้าศีรษะ และรอคำตอบจากฉันด้วยท่าทีที่สบาย ฉันแอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามกลืนมันลงไปไม่ให้เกิดเสียงก่อนตอบคำถามของเธอ

          “ฉันชอบอ่านหนังสือค่ะ ถ้าได้ทำงานที่นี่ฉันก็จะมีโอกาสอ่านหนังสือระหว่างทำงานด้วย” เธอพยักหน้าก่อนถามฉันต่อ

          “เธอคิดว่าการทำงานที่ห้องสมุดมีอะไรบ้างหรอ ในความคิดของเธอน่ะ”

          “เอ่อ...ให้บริการสมาชิกที่มายืมหนังสือ เอ่อ… จัดหนังสือเข้าชั้น...ประมาณนี้ค่ะ” เธอได้ฟังคำตอบของฉันแล้วก็กระตุกยิ้มมุมปาก เด้งตัวขึ้นแล้วรินไวน์ใส่แก้ว เธอจิบมันแล้วนั่งไขว่ห้าง โน้มตัวมาด้านหน้าตั้งท่าจะถามคำถามฉันต่อไป 

          “ถ้ามีอย่างอื่นให้ทำด้วยเธอคิดว่าไหวไหม” ตอนนั้นฉันยอมรับเลยว่าจิตอกุศล  คิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว ก็บรรยากาศในห้องตอนนี้มันชวนให้ฉันรู้สึกหวั่นไหวอย่างไรไม่รู้ ฉันหลับตาสลัดความคิดบ้าๆ ก่อนถามเธอออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ 

          “เอ่อ ทำอะไรหรอคะ”

          “เช่น ชงกาแฟ อัพเดทหนังสือในระบบ หรือคิดกิจกรรมสุดสัปดาห์อะไรประมาณนี้...เธอคิดว่าฉันจะให้เธอทำอะไรงั้นหรอเด็กน้อย” เธอยกยิ้มราวกับรู้ว่าฉันคิดอะไร  

          “อ่าา ฉันทำได้ค่ะ แต่เรื่องชงกาแฟคงไม่ถนัดเท่าไหร่ แต่ถ้าสอนก็คิดว่าทำได้แน่ค่ะ” 

          “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะให้คนในร้านสอนเธอเอง แล้วพร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่ล่ะ” 

          "พรุ่งนี้เลยก็ได้ค่ะ ช่วงนี้ปิดเทอมฉันว่างอยู่แล้ว” ฉันตอบอย่างกระตือรือร้น

          “อืม ดีจัง...งั้นพรุ่งนี้มาที่นี่ 8 โมงนะ ให้เธอมาเรียนรู้งานง่ายๆก่อน รายละเอียดอย่างอื่นฉันจะให้คนสอนเธออีกที วันนี้ก็กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่เลยนะ” เธอพูดจบแล้วยกยิ้ม กระดกไวน์จนหมดแก้วอีกครั้ง ฉันกล่าวลาเธอและลุกขึ้นค้อมศีรษะให้ ในตอนนั้นเธอคว้าข้อมือของฉันไว้แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอขยับเข้ามาใกล้แล้วหยิบอะไรบางอย่างออกจากผมของฉัน 

          “ขนนกน่ะ” เธอยื่นมันให้ฉันดู แล้วขยับหน้าเข้ามาใกล้ฉันมากกว่าเดิม เธอยังคงหยิบขนนกที่ติดผมฉันออก ฉันมองเห็นเพียงริมฝีปากของเธอที่อยู่ระดับสายตาของฉันพอดี ด้านในริมฝีปากบนของเธอมีสีม่วงอ่อนๆเคลือบอยู่ ที่มาของสีนั้นคงเป็นไวน์องุ่นที่เธอดื่มเข้าไปอย่างไม่ต้องสงสัย ฉันเผลอมองริมฝีปากของเธอแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ในขณะเดียวกันเธอเองก็เลียริมฝีปาก น้ำลายที่เคลือบริมฝีปากบนนั่นทำให้ปากเธอเป็นประกาย ฉันลืมหายใจไปขณะหนึ่งจนเผลอสำลักน้ำลายตัวเอง ฉันไอจนหน้าแดง และเธอก็ขยับตามมาลูบหลังฉันโดยไม่รู้เลยว่าเธอคือสาเหตุของอาการเหล่านี้ เธอประคองให้ฉันที่ยังไอไม่หยุดนั่งลงพักที่โซฟาก่อนรินน้ำให้ฉันดื่ม 

          “เธอไม่สบายอยู่หรอ พักให้หายดีก่อนแล้วค่อยมาเริ่มงานก็ได้นะ” 

          “ฉันสบายดีค่ะ แค่สำลักนิดหน่อยเอง ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ พรุ่งนี้ขอฝากตัวด้วยนะคะ” ฉันลุกขึ้นยืนค้อมหัวลาเธออีกครั้งแล้วรีบสาวเท้าเดินออกไป 

          “เดี๋ยวค่ะแชยอง…ขนนกที่ผมยังติดอยู่เลย” เธอทำท่าจะลุกขึ้นตามมา แต่ฉันรีบยกมือขึ้นเบรคเธอไว้ 

          “หยุดค่ะ...หยุดอยู่ตรงนั้น เอ่อคือว่า ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง เอ่อคือ ขะ ขะ ขอตัวก่อนนะคะ”

          “เอ่อ แชยอง...ยินดีต้อนรับสู่เรดมารูนนะคะ ขอบคุณที่มาเป็นส่วนหนึ่งของห้องสมุดนี้นะ” เธอยิ้มให้ฉัน ฉันพยักหน้ารับ ก่อนจะลนลานหมุนลูกบิดประตูรีบพาตัวเองวิ่งลงมาจากห้องของเธอก่อนจะหัวใจหยุดเต้นลงตรงนั้น 



          เช้าวันนี้ฉันตื่นเร็วเป็นพิเศษ เพราะตื่นเต้นที่จะได้ทำงานวันแรกก็ เหตุผลหนึ่งแต่ยังไม่ใช่เหตุผลหลัก จริงๆแล้วเพราะคุณมินะทำให้ฉันนอนไม่หลับแทบทั้งคืนต่างหาก ตั้งแต่เดินออกมาจากห้องสมุด จนเข้านอนฉันก็ยังอดคิดถึงรอยยิ้มของเธอไม่ได้ อดนึกถึงริมฝีปากที่ถูกเคลือบด้วยสีไวน์นั้นไม่ได้ จมูกของฉันเหมือนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของคุณมินะลอยอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา ไหนจะน้ำเสียงเบาๆแต่น่าฟังของเธอที่คอยเข้ามาวนเวียนในโสตประสาทฉันทั้งคืนอีก ฉันได้แต่พลิกตัวไปมา หลับบ้างตื่นบ้าง ในที่สุดก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ฉันเดินเท้าไปที่ห้องสมุดตั้งแต่ 7.00 นาฬิกา แม้ยังไม่ถึงเวลานัด แต่ฉันก็ไปนั่งรอที่ม้านั่งด้านหน้าใต้ร่มไม้พลางใส่หูฟังแล้วหยิบหนังสือที่พกมาด้วยขึ้นมาอ่าน - สาบานได้เลยนะว่าฉันไม่รู้จริงๆว่าเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หูฟังข้างหนึ่งของฉันถูกใครบางคนดึงออก แล้วเสียงเพลง She’s so untouchable ของ Garden City Movement ที่ฉันฟังอยู่ถูกแทรกด้วยเสียงเบาๆของใครบางคนที่วนเวียนอยู่ในความคิดฉันทั้งคืนแทน 

          “แชยอง...แชยอง” เสียงนั้นดังขึ้นที่ข้างหู คุณมินะนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆนะตามมาหากันถึงในฝัน จากเสียงก็เริ่มมีการสัมผัสเพิ่มเข้ามาในฝันนี้ด้วย เธอเขย่าเบาๆที่ไหล่ขวา ความนุ่มของฝ่ามือเธอทำให้ฉันถือวิสาสะคว้ามือเธอมาแนบแก้มไว้ ก็ฝันอยู่นี่เนอะ ขอสักหน่อยแล้วกัน แต่ฉันครอบครองมือหอมๆของเธอได้ไม่นานเธอก็ชักมือกลับ ในฝัน-เธอเดินอ้อมมาที่ด้านหน้าฉัน นั่งลงตรงที่ว่างข้างๆกัน ก่อนขยับศีรษะของฉันที่ตั้งตรงอยู่ในท่านั่งให้ลงไปหนุนนอนอยู่ที่ตักของเธอแทน  เธอหยิบหูฟังข้างที่ว่างอยู่ไปฟังแล้วดึงหนังสือออกจากมือฉันไปอ่านเอง ฉันหลับไปได้ไม่นานนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ตอน 07.30 น. ก็ดังขึ้น ฉันลืมตาตื่น หาวหวอดใหญ่ก่อนจะมองเห็นคุณมินะจากมุมเสย ใช่ มองเห็นจากมุมเสยเพราะฉันนอนหนุนตักคุณมินะอยู่ไง…

          “ตื่นแล้วหรอคะ” ฉันเด้งตัวขึ้นมา ตบหน้าตัวเองหนึ่งครั้งแรงๆแล้วพบว่าเจ็บมาก 

           “แชยองงง ตบหน้าตัวเองทำไมคะ” เธอร้องเสียงหลงที่เห็นฉันทำแบบนั้น ยื่นมือมาสัมผัสใบหน้าฉันเบาๆแล้วลูบไปมา...ชัดเลยค่ะรีดเดอร์ ชัดเลย ความนุ่มแบบนี้เหมือนในฝันเป๊ะๆ งั้นแสดงว่าครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาไม่ได้ฝันไปสินะ… 

           “ขอโทษค่ะคุณมินะ ฉันขอโทษ” ฉันขยับตัวออกมา เว้นระยะห่างจากเธอแล้วกล่าวขอโทษเธอยกใหญ่ เธอหัวเราะเบาๆออกมา

          “ขอโทษทำไมคะ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เพิ่งเจ็ดโมงครึ่งเอง ขึ้นไปนอนต่อที่ห้องฉันไหม” 

          “ได้หรอคะ...เอ้ย มะ มะ ไม่นอนแล้วค่ะ ตื่นแล้วค่ะ” ฉันพูดโดยไม่ได้สบตาเธอ บอกเลยว่าไม่กล้ามองหน้าเธอเลยจริงๆ ฉันได้ยินเสียงเธอหัวเราะร่วนเบาๆอย่างคนชอบใจก่อนจะชวนให้ฉันเข้าไปด้านใน

          “เข้าไปข้างในกันค่ะ” เธอลุกแล้วเดินนำไปก่อน ฉันได้แต่เดินก้มหน้าตามเข้าไปเงียบๆ และได้แต่นึกถึงเรื่องอื่นที่ เรื่องอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ เรื่องอะไรก็ได้ที่จะทำให้หน้าที่เห่อร้อนจนแดงของฉันกลับมาปกติสักที 

          “หน้าที่ของแชยองมีเท่านี้แหละค่ะ...พอจะทำได้ไหม” คุณมินะถามฉันหลังจากที่แจกแจงงานให้ฉันฟังเสร็จ หน้าที่หลักๆของฉันมีแค่ให้บริการสมาชิกที่มายืมคืนหนังสือที่เคาท์เตอร์และจัดเก็บหนังสือเข้าชั้นเพียงเท่านั้น
“ทำได้ค่ะ ไม่ยากเลย” ฉันตอบเธอแล้วยิ้มตอบด้วยความมั่นใจ เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

          “เพิ่งแปดโมงเองนะคะ ยังไม่ถึงเวลาเปิดเลย แชยองทานอาหารเช้ามาหรือยังคะ”   
          “เอ่อ ยังเลยค่ะ” ก็อยากจะปฏิเสธอยู่หรอก แต่เสียงน้ำย่อยในท้องก็คำรามแรงเสียเหลือเกิน 

          “งั้นขึ้นไปชั้นบนกันค่ะ เดี๋ยวฉันทำอะไรง่ายๆให้ทาน” ...ทันทีที่ได้ยินคำว่าชั้นบนหัวฉันมันก็ตื้อไปหมด ได้แต่พูดกับตัวเองในใจว่าห้ามตายนะ  ไม่ว่าบรรยากาศข้างบนมันจะชวนให้หยุดหายใจขนาดไหนก็ห้ามหัวใจวายตายเด็ดขาดนะ
สรุปคือผิดคาด คุณมินะไม่ได้ดื่มไวน์จนบรรยากาศมันน่าหวั่นไหวเหมือนเมื่อวาน…ก็ยังเช้าอยู่นี่เนอะ แต่ก็นั่นแหละค่ะ อาหารเช้าง่ายๆที่เธอว่าคือซีเรียลใส่นมกับแซนด์วิชแฮมและน้ำส้มคั้น ดูไม่เข้ากันเท่าไหร่เนอะ  แต่มันก็พอรองท้องกันตายได้ในเช้านี้ 
ขอสารภาพเลยว่าถึงบรรยากาศมันจะต่างไปจากเมื่อวาน แต่ตอนเธอรวบผมแล้วมัดหางม้าก้มหน้าก้มตาทำแซนด์วิชให้ฉันมันเป็นอะไรที่กระตุกหัวใจฉันจนเต้นผิดจังหวะได้เหมือนกัน สายตาเธอมุ่งมั่นอยู่กับมะเขือเทศตรงหน้า บรรจงวางคมมีดลงไปแล้วหั่นมันออกมาเป็นแผ่นไม่หนามาก  จัดวางมันลงแผ่นขนมปังโฮลวีทอย่างตั้งใจ… ไม่รู้สิ สิ่งเธอทำมันอาจเป็นเรื่องธรรมดาๆ แต่ฉันกลับเห็นว่ามันวิเศษมาก เธอมีสเน่ห์ในตัวเธอเอง เธอทำให้ฉันอยากมองทุกอากัปกิริยาที่เธอทำ อย่างตอนนี้ที่ฉันกำลังนั่งกินแซนด์วิชอยู่ตรงข้ามกับเธอบนโต๊ะทานอาหารเล็กๆนอกระเบียงตัวนี้ เธอยังคงอ่านหนังสือที่ดึงไปจากมือฉันเมื่อเช้าอย่างติดลม เธออมยิ้มบ้าง หัวเราะคิกคักออกมาบ้าง ราวกับว่าที่ตรงนั้นมีแค่เธอกับหนังสือในมือ  ราวกับว่าฉันไม่ได้นั่งมองเธอตาแป๋วอยู่ตรงนั้น  รอยยิ้มที่มีให้หนังสือเล่มนั้นทำให้ฉันรู้สึกอิจฉา  ยอมรับอีกครั้งได้ไหมว่าตอนนี้ฉันรู้สึกอยากเป็นตัวละครในนิยายสักเรื่องที่ทำให้เธอยิ้มได้แบบนั้นในทุกๆวัน  ไม่สิ...ฉันอยากเป็นนักเขียนที่ทำให้เธอยิ้มได้เมื่อได้อ่านเรื่องที่ฉันสร้างสรรค์มันขึ้นมาเพื่อเธอมากกว่า

          ไม่สิ  จริงๆแล้วฉันอยากเป็นคนที่เธอยิ้มให้แบบนั้นไม่ว่าฉันจะทำอะไรให้ก็ตามมากที่สุดต่างหาก



          เวลาสามปีผ่านไปไวเหมือนโกหก จากเด็กสาวตัวเล็กอายุ 15 ปีในวันนั้น เติบโตเป็นวัยรุ่นสาวที่ยังตัวเล็กเท่าเดิมวัย 18 ปีในวันนี้ ทุกๆปิดเทอมแชยองยังคงมาทำงานที่ห้องสมุดแห่งนี้ และถึงแม้จะเปิดเทอม ในทุกๆวันหลังเลิกเรียนแชยองก็มักจะตรงดิ่งมาที่นี่เสมอ แถมวันเสาร์ อาทิตย์ยังมาทำงานเต็มวันไม่ยอมไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนที่ไหนอีก ไม่มีความจำเป็นใดเลยที่พนักงานพาร์ทไทม์อย่างเธอจะต้องให้ความสำคัญสถานที่แห่งนี้ หากที่นี้ไม่มีคนที่เธอรัก 
          วันนี้วันที่ 23 เมษายนเป็นวันเกิดครบรอบ 18 ปีของเธอ แต่น้อยคนนักที่จะรู้  เพราะเธอมาทำงานปกติและไม่ได้บอกใคร แถมยังไม่ได้จัดปาร์ตี้วันเกิดเหมือนที่คนอื่นๆทำอีกด้วย แต่ที่เรดมารูนแห่งนี้มีคนหนึ่งที่รู้จักเธอเป็นอย่างดีในทุกเรื่อง น่าเสียดายที่ปีนี้คนคนนั้นติดธุระไม่สามารถอยู่ร่วมฉลองบรรลุนิติภาวะกับเธอได้ 

          “เฮ้ แครอลวันนี้วันสำคัญของเธอนี่ จะกลับไปฉลองก่อนก็ได้นะ” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเอ่ยขึ้น 
  
          “ช่าย วันนี้คุณชารอนไม่เข้ามาหรอก เธอกลับไปก่อนได้เลย ฉันจะปิดเป็นความลับให้” สาวผมบรอนซ์ที่เป็นเพื่อนร่วมงานอีกคนเอ่ยเสริม

          “ถ้างั้นฉันฝากด้วยนะ วันนี้ฉันขอกลับก่อนละกัน” แชยองเดินเข้าไปเอาของในห้องล๊อกเกอร์แล้วเดินกลับออกไปทางหลังร้าน ถึงแม้เธอและมินะจะต่างคนต่างรู้ว่าชอบกัน แต่พนักงานคนอื่นไม่รู้  ทั้งคู่ยังคงเก็บความลับเรื่องความสัมพันธ์ไว้ได้เป็นอย่างดี วันนี้แชยองยอมรับเลยว่าหัวเสียนิดหน่อย  เธอค่อนข้างผิดหวังที่อยู่ๆคนรักก็กลับคำ เบี้ยวนัดที่จะพาไปดินเนอร์ในวันเกิด แถมพ่อกับแม่ยังไปดูงานที่ต่างเมืองด้วยกันอีก เมื่อถึงบ้านแล้วเธอก็เข้านอนทันที  ไม่คิดแม้แต่จะโทรบอกคนรักของเธอด้วยซ้ำว่าเธอกลับมาก่อน  แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้นอนเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เบอร์ของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งปรากฎขึ้นที่หน้าจอ เธอจึงกดรับ

          “แย่แล้วล่ะแครอล คุณชารอนกลับมาแล้ว หล่อนดูโกรธมากเลยที่รู้ว่าเธอกลับไปก่อน” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงวิตก คงกลัวว่าจะเดือดร้อนทั้งคนทำความผิดและคนช่วยปกปิด

           “ช่างเขาเถอะ ไม่ต้องกังวลหรอกนะ ฉันนอนล่ะ” แชยองบอกด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์ คนอะไร ผิดสัญญาแล้วยังจะมาทำเป็นโกรธกันอีก  คนที่โกรธควรเป็นเธอมากกว่า

          “เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งวางนะแครอล คุณชารอนบอกว่าให้ฉันโทรมาตามเธอให้กลับมาที่นี่เดี๋ยวนี้  ไม่งั้นหล่อนจะหักเงินเดือนฉันที่บอกให้เธอกลับไปก่อน…” ปลายสายเปลี่ยนจากเสียงวิตกเป็นการขอร้องแทน 

          “เห้อออ โอเคๆ ฉันกำลังไป” แชยองไม่ได้กลัวมินะจะหักเงินเพื่อนเธอหรอก เพราะคนอย่างมินะไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน เธอแค่ไม่อยากแข็งข้อกับมินะมากเกินไป กลัวคนอื่นจะรู้ความลับของทั้งคู่มากกว่า




         “เห้อออ โอเคๆ ฉันกำลังไป” ทันทีที่แชยองวางสาย ลิซ่าก็หันไปรายงานผลให้เจ้าของห้องสมุดที่เธอทำงานอยู่ฟังทันที

          “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณชารอน แครอลกำลังมา” น้ำเสียงของลิซ่าไม่มีความเกรงกลัวเคลือบอยู่เลยสักนิด

           “ขอบใจมากนะลิซ่า เดือนนี้ฉันให้พิเศษทุกคน คนละ 5 ดอลลาส์เลย” มินะบอกพนักงานที่รายล้อมเธออยู่อย่างภาคภูมิใจ 

         “เอาล่ะ วันนี้ปิดห้องสมุดเลยก็ได้นะ ไม่มีคนแล้วด้วย กลับไปพักผ่อนกันเถอะทุกคน ทางนี้ฉันจัดการเอง” มินะกล่าวพร้อมเสียงดีใจของพนักงาน ทุกคนรู้หมดแล้วว่ามินะกับแชยองเป็นอะไรกัน  คงจะมีแต่แชยองที่ไม่รู้อะไรเลย




          แชยองมาถึงห้องสมุดในเวลา 20.00 นาฬิกาแต่ห้องสมุดกลับถูกปิดก่อนเวลาจนมืดสนิทแล้ว  มินะนั่งรอเธออยู่ม้านั่งหน้าห้องสมุดและเดินออกมายืนกอดอกทำทีตำหนิการกระทำของแชยอง

          “ทำไมถึงกลับไปก่อนคะ มีสิทธิ์อะไรเอาเปรียบเพื่อนคนอื่น คิดว่าเป็นแฟนฉันแล้วจะทำอะไรก็ได้หรอ” มินะพูดนิ่งๆ น้ำเสียงเธอเย็นเยียบ 

          “ตามฉันขึ้นไปข้างบน” จนถึงตอนนี้ข้างบนนั้นไม่ได้น่ากลัวสำหรับแชยองอีกต่อไปแล้ว เธอขึ้นไปที่ชั้นบนบ่อยพอๆกับทำงานอยู่ที่ด้านล่างนั่นแหละ
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบน สิ่งแรกที่แชยองเห็นคือแก้วไวน์ที่วางอยู่บนโต๊ะทรงเตี้ยตัวเดิม มินะเดินเข้าห้องน้ำและออกมาพร้อมชุดคลุมอาบน้ำสีแดงมารูนเช่นเดียวกับวันที่ได้พบกันครั้งแรก แต่ที่ต่างไปคือบนโต๊ะนั้นมีแก้วไวน์พร้อมของเหลวสีม่วงอมแดงนั้นถึงสองใบ มินะเดินไปนั่งลงที่โซฟาก่อน แต่แชยองยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูไม่ขยับไปไหน 

           “เข้ามาสิ ยังต้องรอให้ฉันอนุญาติอยู่อีกหรอ” มินะสอดมือเข้าไปใต้ผมของเธอและเอนตัวเท้าพนักโซฟามองดูท่าทางเงอะงะของอีกคน แชยองเดินเข้ามานั่งโดยไม่ได้พูดอะไร  เธอยังคงงอนคนโตกว่าอยู่และยิ่งงอนเข้าไปอีกที่มินะพูดไม่ดีกับเธอตอนอยู่ข้างล่าง 

          “มีอะไรก็ว่ามาค่ะ จะรีบกลับบ้านไปนอน” แชยองนั่งหันข้างให้ เธอพูดโดยไม่ยอมหันมาสบตาคู่สนทนา  มินะหัวเราะออกมา เธอหยิบไวน์ขึ้นมาจิบก่อนย้ายตัวเองที่นั่งอยู่บนโซฟาไปอยู่บนตักแชยองแทน มือข้างหนึ่งคล้องไปที่ต้นคอของคนตัวเล็กกว่า แต่อีกมือก็ยังคงประคองแก้วไวน์ไว้ 

           “โอ๋ งอนหรอคะตัวเล็ก” มินะกระซิบถามพลางง้องอน แชยองยังคงหันหน้าหนีแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามไม่ให้มินะทำลุ่มล่ามแต่อย่างใด 

          “...”

          “หายงอนกันได้แล้วนะคะ นี่ไง เซอร์ไพรส์!!” มินะยังคงง้อคนตัวเล็กแต่ดูเธอจะยังไม่หายง่ายๆ มินะวางแก้วไวน์ลงแล้วประคองใบหน้าของคนขี้งอนให้หันกลับมา ปลายจมูกของคนโตกว่าแตะลงที่ปลายจมูกของคนรักแล้วถูไปมา 

          “สุขสันต์วันเกิดนะคะตัวเล็ก เค้าหายไปซื้อของขวัญมาให้ตัวเล็กไง” แชยองยอมหันมาสบตากับมินะ แต่เธอยังคงไม่พูดอะไร

          “จะให้ของขวัญวันเกิดแล้วนะคะ แต่แชยองต้องหลับตาก่อน” ผ้าคาดเอวสีแดงมารูนถูกปลดออกจากผ้าคลุมอาบน้ำตัวที่มินะสวมใส่ มันถูกนำมาปิดตาของแชยอง มือของแชยองที่เคยสงบเสงี่ยมก่อนหน้านี้เคลื่อนมาประคองเอวบางของคนที่อยู่บนตักตัวเองแทน แก้วไวน์ที่วางนิ่งอยู่ถูกมินะหยิบยกขึ้นมาดื่มอีกครั้ง เธอวางแก้วลง แล้วขยับใบหน้าเข้าไปหาคนรัก ริมฝีปากของมินะวางประทับลงไปยังริมฝีปากของแชยอง มือที่ยังว่างของเธอเชิดหน้าคนตัวเล็กให้เอียงขึ้น องศาที่เปลี่ยนไปทำให้แชยองเผยอริมฝีปากรอรับลิ้นร้อนอย่างที่เธอคุ้นชิน แต่ครั้งนี้นอกจากสิ่งที่เธอคาดหวังแล้วยังมีของเหลวสีม่วงอมแดงที่เธอคุ้นเคยกลิ่นของมันแต่ไม่เคยลิ้มรสพรั่งพรูเข้ามาด้วย เพราะตั้งรับไม่ทันทำให้ของเหลวเหล่านั้นไหลตามลำคอลงมาเป็นทางยาว รสชาติของไวน์ที่เคลือบปากของมินะเมื่อสามปีก่อนในวันแรกที่ได้พบกัน วันนี้เธอได้ลิ้มรสมันแล้ว ริมฝีปากของมินะไล้ตามทางที่ไวน์หกออกมาจากปากแชยองมาถึงซอกคอ ก่อนมินะจะกระซิบข้างหูของแชยองด้วยเสียงที่นุ่มละมุนเหมือนในวันแรกที่พบกันอีกครั้ง

 “แชยอง ยินดีต้อนรับสู่เรดมารูนค่ะ...ขอบคุณที่มาเป็นส่วนหนึ่ง...ของฉันนะคะ” 




The end






ขอขอบคุณทุกๆคนที่อ่านและทุกๆคอมเม้นท์นะคะ

ยอมรับว่าธีมฟิคครั้งนี้ยากมากๆๆๆจริงๆ 

ถ้าฟิคเรื่องนี้มีคำผิด หรือจัดหน้ากระดาษแปลกๆ 
อ่านแล้วสงสัย อยากติ อยากชมตรงไหนก็บอกกันได้นะคะ
 จะได้เก็บไว้ไปพัฒนาฟิคเรื่องอื่นๆต่อไป(ถ้ามี) 
 
ขอขอบคุณอีกครั้งและขอให้ทุกคนมีแต่วันที่ดีค่ะ :)


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Yawarakai จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 MC08 (@IIAMPURE) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:44
    ไรท์เขียนดีมากๆเลยมากๆๆไม่อยากให้จบเลย
    #5
    0
  2. #4 NiceNotGood (@iamNight) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 18:51
    ตู้วหูวว บรรยายบนคล้อยตามเลยค่ะ มิแชงน่ารักมากๆเลยยย ^_^ จะรอติดตามเรื่องต่อไปนะคะไรท์
    #4
    0
  3. #3 Jang Kanlayanee (@jangrivale) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 23:40
    อยากเข้าไปอยู่ในเรดมารูนเรยค่ะ น่าจะยาวกว่านี้อีกหน่อย 5555 แต่ก้อชอบการเล่าเรื่องของไรท์ค่ะ จะติดตามเรื่องอื่นต่อไปเรื่อยๆ
    #3
    0
  4. #2 paraboloid (@paraboloid) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 19:57
    เง้ออออ อยากให้ยาวกว่านี้จัง ชอบมากๆเลยค่ะ
    #2
    0
  5. #1 คริคริคริ
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 19:26
    อยากให้ทำเป็นฟิคยาวจังเลยค่ะ ชอบอ่ะะะะ~~~~~
    #1
    0