พันธนาการรัก กับดักเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,183 Views

  • 22 Comments

  • 119 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,161

    Overall
    16,183

ตอนที่ 32 : พันธนาการรัก กับดักเสน่หา ตอนที่ 32

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    23 มี.ค. 62












ศิวัชรับถุงกระดาษใบใหญ่จากนลินก่อนจะเปิดออก ผ้าพันคอสีชมพูหวานผืนยาวถูกคลี่ออก พร้อมกับปอนโชสีเดียวกัน อีกผืนเป็นสเวตเตอร์สีน้ำเงินเข้มตัวหนากับผ้าพันคอสีอ่อนเข้าชุดกัน ชายหนุ่มยิ้มรับ

“แม่พี่ต้องชอบแน่ๆ เลย อย่างนี้เรียกว่าอะไรครับเนี่ย? เหมือนเสื้อคลุมพวกแม็กซิกันเลย” ชายหนุ่มชูปอนโชขึ้น

“ปอนโชค่ะ เสื้อคลุม เห็นว่าไม่เร่ง ลินก็เลยทำ เผื่อคุณแม่พี่วัชจะชอบ”

“ไม่ชอบก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว สีสวยดีด้วย”

“อันนี้ก็ของพ่อ มีผ้าพันคอด้วยเหรอครับเนี่ย?”

“ค่ะ ใช้เวลาไม่นาน”

“โอ๊ย... พ่อกับแม่พี่รักตายเลย” หญิงสาวที่เพิ่งเดินตามปานชีวาเข้ามาทำให้นลินนิ่งเงียบ ครั้งนั้นที่เห็นว่าหญิงสาวสวยน่าหลงใหลเพียงใด แต่ยิ่งใกล้กันเช่นนี้ก็ยิ่งได้รู้ว่าเครื่องเคราบนใบหน้าเล็กๆ นั้นเหมาะเจาะลงตัว ผมดำตาดำหากแต่จมูกโด่งเป็นสันสวย ดวงตากลมโต ยิ่งดวงหน้านั้นแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มยิ่งแลดูเพลินตา

“อ้าว... มาได้ยังไงน่ะเน็ตต้า?”

“สรัลน่ะสิ ให้ลงที่นี่ก่อน เขาจะไปทำธุระให้คุณแม่คนเดียว ขอไปด้วยก็ไม่ได้”

“คิดจะตามติดทุกฝีก้าวเลยหรือยังไง ฉันก็จะออกไปส่งของให้พ่อกับแม่เหมือนกัน ป่านเจอเน็ตต้าที่ไหนนะ”

“หน้าบ้านค่ะ พี่สรัลเขาเห็นว่ารถของพี่วัชอยู่ที่นี่ เขาบอกแค่ว่าให้คุณเขากลับกับพี่วัช”

“เน็ตต้านี่ นลิน ลินครับนี่เน็ตต้า เพื่อนรุ่นน้องที่อังกฤษ แล้วก็นั่นปานชีวา”

“เรียกป่านเฉยๆ ก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ คุณนลินด้วยค่ะ คุณลินสวยนะคะ เพิ่งเข้าใจที่สรัลเขาพูดว่าผู้หญิงไทยสวยหวานก็แบบนี้เอง”

“ขอบคุณค่ะ”

“สวัสดีค่ะ อุ้ย... สวยจังเลย ใครทำค่ะเนี่ย ขอเน็ตต้าสักตัวสิ กำลังอยากได้ปอนโชอยู่พอดีเลย เน็ตต้าอยากเอามาใส่กับเดรสสั้น สวยมาก” เจ้าตัวไม่วายชม

“ยายงก ใครเขาสั่งเขาสอนมาถึงก็ขอ เอามานี่เลย มือเปื้อนหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“เรื่องอะไรมาว่าฉัน นายจะไปไหนก็ไปเลยไป๊”

“ไปด้วยกันเลย เร็วๆ ฉันต้องรีบไปส่งของ”

“ไม่ไป”

“แกจะอยู่ยังไง ที่นี่ไม่ใช่บ้านไอ้สรัลนะ”

“แต่ฉันเหนื่อย ตั้งแต่มายังไม่ได้หยุดพักเลย”

“แล้วใครใช้ให้แกวิ่งตามไอ้สรัลมัน รู้ก็รู้อยู่”

“ช่างฉัน”

“ไป... เร็วๆ อย่ามางี่เง่า” ศิวัชเดินเข้าหาพร้อมกับดึงแขนอีกฝ่ายให้เดินตาม

“พี่วัชให้คุณเน็ตต้ารอที่นี่ก็ได้ค่ะ”

“จะดีหรือป่าน วุ่นวายน่ะ พี่ลากไปด้วยนี่แหละ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่วัช ไหนๆ วันนี้ก็จะแวะมากินมื้อเย็นกันที่นี่อยู่แล้ว ให้คุณเน็ตต้าเธอรออยู่ที่นี่ก็ได้ค่ะ” นลินย้ำเมื่อปานชีวาหันมาขอความเห็น

“แน่ใจนะลิน” หญิงสาวพยักหน้ารับ “โอเค งั้นถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็โทรไปแล้วกันนะ งั้นพี่ฝากไอ้ตัวป่วนนี้ไว้สักพักแล้วกัน”

“ค่ะ”

“พี่วัชไปว่าเขา” เสียงหัวเราะของศิวัชห่างออกไป นลินยิ้มให้เน็ตต้าแม้จะรู้สึกยินดีกับการได้รู้จัก แต่เธอกลับปวดร้าวไปทั้งอก

“เอ่อ... คุณเน็ตต้าเป็นเพื่อนกับพี่สรัลด้วยเหรอคะ?”

“สรัลเหรอ... เป็นแฟน เน็ตต้าจะมาขอสรัลแต่งงาน แต่ศิวัชน่ะเป็นแค่เพื่อนก็พอ”

“จริง...” นลินเอื้อมจับข้อมือของปานชีวาโดยพลัน พร้อมกับบีบกระชับคล้ายเตือน

“ทานอะไรมาบ้างหรือยังคะ?” เสียงของนลินอ่อนหวานไม่ต่างจากรอยยิ้ม

“ทานมานิดหน่อยเองค่ะ กลัวตามสรัลเขาไม่ทัน เลยหยิบขนมปังมาได้แค่ชิ้นเดียว”

“งั้นทานข้าวต้มหมูหน่อยไหมคะ ป่านเขาทำ ลองดูนะคะ ไปค่ะ เดี๋ยวดิฉันตักให้”

“ลิน...” ปานชีวารั้งหญิงสาวไว้

“ไม่อยากให้เธอพูดอะไรเลยป่าน”

“แต่...”

“เอาไว้เราค่อยคุยกันทีหลังนะ” นลินเดินห่างออกไปอย่างกระฉับกระเฉง ทั้งยังพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ปานชีวารู้ดีว่านั่นไม่ใช่นลิน

 

ตลอดทั้งบ่าย ปานชีวาได้แต่เก็บกดความอัดอั้นไว้ภายใน แม้ทุกอย่างจะแลดูปกติดีแต่เธอก็ยังรู้สึกถึงความผิดแปลกไปจากเดิม เพื่อนของเธอมีอาการครุ่นคิดตลอดเวลา รอยยิ้มที่มีให้เห็นบ่อยครั้งไม่เคยกระจ่างถึงดวงตาเลยสักครั้ง หากแต่ไม่มีใครสังเกตเห็น

นลินทยอยเรียงจานผักและเนื้อสัตว์อย่างคล่องแคล่ว หญิงสาวเลือกที่จะทำสุกี้ยากี้ทั้งที่ไม่ชอบ และด้วยขั้นตอนในการเตรียมอาหารสดและผักก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่นลินกลับใช้มันเพื่อกลบเกลือนความรู้สึก จานแล้วจานเล่าที่ถูกวางลงบนโต๊ะ ปานชีวาเห็นว่ามันประณีตจนเกินไปราวกับเจ้าตัวพยายามจะยืดเวลาที่นานอยู่แล้วให้นานออกไปอีก

ยิ่งรอยยิ้มที่บรรจงแต่งขึ้นยิ่งทำให้เธอรู้สึกแย่ หลายครั้งที่เธอเห็นดวงตาเรียวคู่นั้นหม่นลง เน็ตต้ายังคุยพูดคุยอย่างสนุกสนานเช่นเดียวกับสรัลและศิวัช ปานชีวานึกอยากจะไล่ให้กลับเสียทุกคน นึกโทษสรัลที่รักเพื่อนของเธอยังไงถึงได้ไม่รู้เลยว่านลินรู้สึกอย่างไร... เป็นคนแบบไหน และไหนมือของเน็ตต้าที่คอยแต่จะเกาะเกี่ยวสรัลนั่นอีก พูดอะไรทีเดี๋ยวก็จับเดี๋ยวก็สัมผัส เรื่องที่พูดคุยก็รู้เรื่องกันแค่สามคน เธอเองยังนั่งหัวโด่ยิ้มทั้งทีไม่เคยรู้เรื่องและนลินก็เดินเข้าเดินออกห้องครัวเป็นว่าเล่น อะไรรอบด้านล้วนแต่ทำให้หงุดหงิดทั้งนั้น

“พี่ว่าลินยังไม่ค่อยได้กินเลยนะ” ปานชีวาหันมองก่อนจะตอบด้วยเสียงแจ่มใสหากแต่ดวงตาเป็นประกายวับ

“ค่ะ ไม่ค่อยกินหรอกค่ะ ลินไม่ชอบกินสุกี้”

“อ้าว... แล้วทำไม?” ศิวัชหันถาม

“ก็คนอื่นชอบนี่คะ เขาไม่ชอบแค่คนเดียวก็ไม่อยากมีปัญหา”

“แล้วกัน”

“อย่าไปสนใจเลยนะคะ ทานเถอะค่ะ เดี๋ยวป่านดูลินเอง รับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ?” น้ำเสียงนั้นแจ่มใสไม่ต่างจากรอยยิ้ม ทำให้ไม่มีใครฉุกคิด หากแต่สรัลขยับลุกขึ้นทันที

“เดี๋ยวพี่ดูลินเองดีกว่า” ปานชีวาหันมองห้องครัวอย่างไม่แน่ใจ คนพวกนี้หัวเราะแต่เพื่อนของเธอร้องไห้ มันน่าโมโหนัก...

“ไม่ค่ะ ป่านไปดูเอง”

“นั่งลงเถอะ เดี๋ยวพี่ไปดูเองดีกว่า” สรัลไม่รอฟังคำค้านลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นเพียงร่างที่คุ้นตากำลังเก็บกวาดห้องครัว เสียงก้าวเดินเข้ามาใกล้ นลินเพียงแต่หยุดนิ่งก่อนจะพูดขึ้นโดยที่ไม่หันมอง

“ป่าน ผักหมดแล้วนะ ลินขอเก็บครัวแป๊บหนึ่ง แล้วเดี๋ยวจะตามออกไป ตัวอย่าใส่พริกเยอะล่ะ เดี๋ยวปวดท้อง วันนี้ไปตลาด... ลินก็ลืมซื้อยาเคลือบกระเพาะเข้ามาให้” เพราะไม่ได้รับการตอบรับ หญิงสาวจึงหันมอง สรัลยืนอยู่ไม่ห่างเธอนักพร้อมกับที่อุ้งมือหนาเอื้อมเข้ามาใกล้ แต่นลินกลับเดินห่างออกไปไกล ทั้งยิ้มแจ่มใสแม้จะรู้สึกแย่เต็มที ชายหนุ่มมองร่างบางที่สวมผ้ากั้นเปื้อนทับเดรสตัวสั้นด้วยรอยยิ้มละไม

“มีอะไรหรือเปล่าคะ? หรือว่าอยากได้อะไรเพิ่ม”

“พี่อยากได้ลินเพิ่ม เพราะที่โต๊ะไม่มีเสิร์ฟเลย หาให้ได้ไหมครับ?”

“พูดอะไรอย่างนั้นคะ ไปค่ะ เดี๋ยวลินไปทานด้วย” หญิงสาวเดินออกไปในทันที คิ้วเข้มขมวดน้อยๆ อย่างครุ่นคิดหากแต่ก็เดินตาม แต่ความครื้นเครงเป็นกันเองบนโต๊ะอาหารทำให้ลืมเรื่องที่ข้องใจไปเสียสิ้น ความสนุกสนานที่นลินแสดงออกกลับทำให้ปานชีวาเงียบไปถนัดตา กว่าจะถึงเวลาที่ทุกคนลากลับ เธอก็รู้สึกเหนื่อยอย่างที่สุด เมื่อรถของสรัลเลื่อนห่างออกไป ปานชีวาก็ตะคอกถามขึ้นในทันที

“ทำอะไรของแกน่ะลิน บ้าไปแล้วหรือไง?” น้ำตาที่ไหลไม่ขาดสายทำให้หญิงสาวเดินเข้าหาพร้อมกับหัวใจที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน

“ฉันขอโทษ แต่แกอย่าทำแบบนี้อีกเลยนะ” ปานชีวากอดร่างผอมบางนั้นแน่น “มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมานั่งฝืนแบบนี้ นี่มันเป็นบ้านของเรา ที่ของเรา อย่าให้คนอื่นเข้ามาทำลายเราจนถึงในบ้านสิ”

“ฉันเหนื่อย วันนี้คุณนภาเขาก็แวะมา”

“มันมาหาแกเรื่องอะไร?”

“ก็มาเรื่องเดิม”

“ทำอะไรแกหรือเปล่า ไหนดูสิ” ปานชีวาหมุนร่างของเพื่อน ทั้งมองซ้ายแลขวาอย่างพิจารณา

“ไม่... แก เขาไม่ได้ทำอะไร แค่มาพูดเฉยๆ เขาคงรู้แล้วว่าฉันไม่ใช่ศัตรูของเขา” ปานชีวาถอนหายใจกับเรื่องที่ได้รับฟังก่อนจะพูดขึ้นเสียงใส

“เราทิ้งเรื่องนี้สักพักเถอะนะ... ไปเที่ยวกันดีไหม? สักสามสี่วัน แค่เราสองคน” นลินยิ้มทั้งน้ำตา ยินดีกับคำเชิญชวน

“อืม...” เพียงเท่านี้เอง สิ่งที่เธอต้องการ “ขอบใจมากนะป่าน”

“เรามีกันแค่สองคน มีอะไรต้องช่วยกัน เรื่องแบบนี้อย่าให้เกิดขึ้นอีก ทำไมเราต้องทำร้ายใจของเราเอง เพื่อความสบายใจของคนอื่น มันไม่สมควรเลย เราควรจะเห็นแก่ความสุขของตัวเราเองมากกว่านี้ในเมื่อเราไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร ฉันรักแกนะ”

“ฉันก็รักแก ใช่... เรามีกันแค่สองคน”

“ป่ะ งั้นเราไปช่วยกันทำความสะอาด เก็บกวาดบ้านให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง ฉันจะได้โทรบอกแต่ละร้านที่ไปส่งขนมด้วย”




***จะอัพเดททุกวันอังคาร กับ วันเสาร์ นะจ้ะ...

...หยาดรัตติกาล...






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #6 onnysireen (@onnysireen) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 15:19
    ทำแบบนี้อยากจะเทพระเอกเหมือนกัน แลดูไม่ค่อยจะสนใจนางเอก
    #6
    0
  2. #5 anneparda (@anneparda) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 09:04
    อืมไม่เข้าใจอิพี่ สรัล ทำงี้ได้วัย บอกลินเทเลย
    #5
    0