พันธนาการรัก กับดักเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,208 Views

  • 22 Comments

  • 117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,186

    Overall
    16,208

ตอนที่ 23 : พันธนาการรัก กับดักเสน่หา ตอนที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    23 ก.พ. 62















หลังจากประกาศเดินหน้าจีบนลิน สรัลก็กลายเป็นแขกเจ้าประจำของบ้าน รวมถึงเป็นลูกค้ารายใหญ่ของร้านเบเกอรี่ เพราะลูกค้าที่รีสอร์ทเมื่อได้ชิมขนมของปานชีวาต่างก็ติดอกติดใจ จนเขาต้องจัดมุมขนมปังและเพิ่มชั้นในร้านค้าของรีสอร์ท

ช่วงเช้าหลังจากตื่นนอนชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องทำงาน มือหนาเปิดม่านออกเพื่อรับแสงแดดยามเช้า ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะซึ่งอยู่ใกล้กับชั้นวางหนังสือ โน้ตบุ๊กถูกวางเคียงกับเครื่องถ่ายเอกสารขนาดเล็ก ด้านหนึ่งของเครื่องมีรูปวางซ้อนกันอยู่ปึกใหญ่

ชายหนุ่มหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาและไล่ดูรูปอื่น แล้วนิ่วหน้าเมื่อเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นรูปถ่ายของปานชีวาในอิริยาบถต่างๆ ก่อนดวงตาคมกริบจะหยุดอยู่ที่รูปใบหนึ่ง มือหนาหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นพินิจ แล้วยิ้มในสีหน้า ก่อนจะบรรจงสอดสิ่งของในมือลงในกระเป๋าเสื้ออย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าจะเสียหาย

สรัลใช้เวลาอยู่ในห้องทำงานอีกชั่วครู่ จึงเดินกลับออกไป เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยกำลังก้าวเข้ามาในห้องรับแขกทำให้อัมพาละสายตาจากหนังสือพิมพ์

“ไอ้วัชล่ะแม่”

“ไปบ้านโน้นแต่เช้าแล้วลูก เห็นว่าจะไปช่วยหนูป่านเขาทำขนม เห็นวัชเขาเล่าว่าหนูลินเก่งเรื่องงานฝีมือใช่ไหมลูก” อัมพาถามอย่างสนใจ

“ใช่ครับ ตอนนี้ลินรับงานออกแบบแล้วก็ทำพวกสินค้าแฮนด์เมค เท่าที่ทราบลูกค้ามีมากจนต้องจองคิวกันข้ามปีเลยทีเดียว”

“ถึงกับจองคิวกันข้ามปีเชียวหรือลูก”

“ใช่ครับ ผมเห็นผลงานของลินแล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลูกค้าถึงชอบ” ชายหนุ่มเล่าด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความชื่นชม

“พูดจนแม่อยากเห็นแล้วสิ”

“คุณแม่ถามทำไมหรือคัรบ”

“คืออย่างนี้ ตอนนี้ตลาดต่างประเทศเขากำลังนิยมสินค้าประเภทนี้อยู่ เพื่อนๆ ของแม่เขากำลังต้องการของไปขาย แม่ก็นึกถึงแต่หนูลิน สรัลลองไปเกริ่นกับน้องหน่อยสิลูกว่าพอทำได้หรือเปล่า”

“ได้สิครับผมจะรีบนำข่าวนี้ไปบอกลิน”

“เท่าที่พูดคุยถึงรายได้ เพื่อนแม่บอกว่าถ้าส่งของให้เขาได้ตามจำนวนที่ต้องการเดือนๆ หนึ่งรับหลายแสนเลยนะ”

“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องรีบไปบอกข่าวดีนี้กับลิน ผมไปก่อนนะครับแม่” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับก้มลงหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ และการกระทำนั้นก็ทำให้รอยยิ้มของคนถูกหอมขยายกว้าง ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อเห็นท่าทางที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบของสรัล... งานนี้สงสัยจะได้ลูกสะใภ้ทีเดียวพร้อมกัน... ดวงตาแช่มชื่นเหลือบไปมองจานขนมที่ศิวัชนำมาฝากแล้วยิ้มให้กับความสุขที่กระจายอยู่บนสีหน้าของเขาในยามที่เอ่ยถึงปานชีวา

“อ้าว... คุณสรัลจะไหนแต่เช้าคะ” มะลิแม่บ้านเก่าแก่ถามเมื่อเห็นอาการเร่งรีบของคนที่เดินสวนมา

“ผมมีธุระด่วนครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้ม

“เฮ้อ... ข้าวต้มทรงเครื่องของป้าคงเป็นหมันอีกแล้วสิเนี่ย” คนพูดบอกอย่างน้อยใจ

“โถ... อย่าเพิ่งน้อยใจไปสัญญาว่าตอนเย็นจะกลับมากินข้าวฝีมือป้ามะลิ... ผมกินสามจานเลยเอ้า” สรัลพูดเอาใจจนได้รอยยิ้มฉีกกว้างจากคนแก่

“ให้มันแน่เถอะค่ะ กลับมาทีไรไม่ดึกก็เกือบเช้า กินอะไรไม่ลง อิ่มอกอกใจเสียจนคนมองอิ่มตาม” พูดแล้วค้อนน้อยๆ ตามประสาคนถูกลดความสำคัญ

พอเห็นท่าทางของป้ามะลิสรัลจึงเดินเข้าไปกอดเอวของคนร่างอวบอย่างเอาใจ ก่อนจะผละออกไปเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นชื่นมื่น

มะลิมองตามคนที่เดินห่างไปด้วยประกายตาชื่นมชมยินดี แล้วอมยิ้มเมื่อนึกถึงข่าวดีที่กำลังเป็นรูปเป็นร่าง... จนอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อไรนางจะได้เห็นหน้าว่าที่เจ้าสาวของชายหนุ่มสักที... 



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



รถคันเล็กที่เลี้ยวออกมา ทำให้สรัลชะลอความเร็วของรถ ก่อนจะมองเข้าไปในบ้านพอเห็นศิวัชกับปานชีวากำลังช่วยกันยกลังขนมออกมา เขาจึงตัดสินใจขับรถตามหญิงสาวไปเพราะอยากรู้ว่าเธอออกไปไหนแต่เช้า ชายหนุ่มทิ้งระยะห่างพอสมควร คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นหญิงสาวแวะที่ร้านอาหาร เขาเฝ้ามองอยู่พักใหญ่ก็เห็นมีคนนำสิ่งของที่เธอสั่งไว้มาส่งให้ที่รถ

“ลินจะเอากับข้าวไปไหนเยอะแยะ” เขาพึมพำกับตัวเอง แล้วขับรถตามไปเรื่อยๆ จนเห็นเธอตีไฟเลี้ยวเข้าไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อเห็นจุดหมายปลายทางของหญิงสาวสรัลก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความสงสัยว่านลินมาที่นี่ทำไม

ขณะมองรถที่เคลื่อนตัวอยู่ข้างหน้าด้วยความสงสัย เขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นเธอนำรถไปจอดเทียบกับรถของ ศิวัชซึ่งจอดอยู่หน้าโรงอาหาร ด้วยความที่ยังงุนงงว่าศิวัชกับนลินพากันมาทำอะไร ชายหนุ่มจึงรีบจอดรถแล้วเดินเข้าไปหา

“ลิน... มาทำอะไรที่นี่” เขาถามขึ้นทันทีที่หญิงสาวก้าวลงจากรถ

“คุณ!... เอ่อ... คุณมาได้ยังไงคะ” นลินถามอย่างประหลาดใจ

“พี่เห็นลินขับรถออกจากบ้านก็เลยตามมา ลินเอาข้าวมาเลี้ยงเด็กๆ เหรอ” สรัลถามเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่สามคนกำลังเดินมาที่รถ นลินไม่ได้ตอบคำถามนั้น พอเห็นเจ้าหน้าที่เดินมาเธอจึงรีบไปเปิดท้ายรถ และช่วยพวกเขายกของลงจากรถโดยมีสรัลคอยช่วยอีกแรง

“วันนี้วันเกิดลินค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่กับชายหนุ่มตามลำพัง

“วันเกิดลิน!...” ชายหนุ่มทวนคำพูดแล้วตัดพ้อว่า “วันนี้เป็นวันสำคัญของลินทำไมไม่เห็นบอกพี่เลย”

“วันเกิดสำหรับลินก็เหมือนกับวันอื่นๆ นั่นแหละค่ะ แต่จะหนักหน่อยก็ตรงที่...” หญิงสาวหยุดสูดลมหายใจ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “มันเป็นวันเดียวกับที่พ่อกับแม่หย่ากัน”

 สรัลจ้องใบหน้าหมองหม่นที่ก้มมองพื้นด้วยความเห็นใจ ก่อนจะดึงมือของเธอมากุมไว้แล้วบีบกระชับ นลินช้อนตาขึ้นมองสายตาที่มองเธอด้วยประกายอ่อนโยนแล้วฝืนยิ้ม ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรนอกจากนิ่งเงียบ ทว่าความเงียบนั้นกลับไม่ชวนให้อึดอัด หนำซ้ำมันยังทำให้เธอรู้สึกอุ่นวาบจับหัวใจ  

“อย่าทำหน้าเศร้าสิ วันนี้เป็นวันสำคัญของลินนะ” ชายหนุ่มพูดแล้วยิ้มน้อยๆ

“เราเข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ” หญิงสาวชวนด้วยรอยยิ้มที่สรัลเห็นแล้วรู้สึกราวกับว่าเมฆหมอกสีดำทะมึนที่ปิดกั้นเธอกับเขาไว้ได้ถูกสายลมพัดออกไป จนทำให้บรรยากาศที่เคยอึมครึมเปลี่ยนเป็นสดใสได้อย่างน่าอัศจรรย์

พอสรัลก้าวเข้าไปด้านในศิวัชกับปานชีวาที่กำลังจัดกล่องขนมอยู่อีกด้านก็โบกมือทักทาย ทั้งหมดช่วยกันแจกอาหารและขนมให้กับเด็กๆ ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข เมื่อรับประทานอาหารเสร็จพวกเขายังอยู่ร่วมทำกิจกรรมกับเด็กๆ สรัลมองรอยยิ้มที่กระจายอยู่บนใบหน้าหวานละไมด้วยความลุ่มหลง ตลอดวันเขารู้สึกราวกับว่าโลกที่เคยหม่นหมองได้ถูกเสียงหัวเราะของเด็กๆ ซะล้างออกไป จนทำให้โลกใบใหม่ในวันนี้มีแต่ความสดใสและชื่นมื่น

ก่อนกลับเจ้าหน้าที่ส่งตัวแทนเป็นเด็กๆ ออกมากล่าวขอบคุณ มีเด็กเล็กๆ หลายคนวิ่งเข้ามากอดลานลินอย่างคุ้ยเคย และภาพนั้นก็ทำให้สรัลรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งสี่ใช้เวลาอยู่กับเด็กๆ อีกครู่ใหญ่แล้วจึงเอ่ยลา พร้อมกับสัญญาว่าจะแวะมาหาพวกเขาบ่อยๆ







***จะอัพเดททุกวันอังคาร กับ วันเสาร์ นะจ้ะ...

...หยาดรัตติกาล...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

0 ความคิดเห็น