พันธนาการรัก กับดักเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,220 Views

  • 22 Comments

  • 117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,198

    Overall
    16,220

ตอนที่ 20 : พันธนาการรัก กับดักเสน่หา ตอนที่ 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    7 ก.พ. 62













เสียงเคาะประตูทำให้คุณอัมพานึกแปลกใจไม่หาย ยิ่งรู้ว่าเป็นสรัลด้วยแล้วก็ยิ่งแปลกใจ เพราะน้อยครั้งที่จะมีเรื่องให้ต้องพูดคุยกันในเวลานี้หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ

“แม่ง่วงนอนหรือยังครับ” ตั้งแต่กลับจากบ้านนลินชายหนุ่มก็ครุ่นคิดถึงเรื่องระหว่างเธอกับเขามาตลอด หลังจากนั่งทบทวนเป็นชั่วโมงๆ เขาจึงตัดสินใจนำเรื่องที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจมาปรึกษามารดา

“สรัลมีอะไรจะพูดกับแม่หรือเปล่า” อัมพามองสีหน้ากลัดกลุ้มของบุตรชาย แล้วขยับเปิดทาง

“ผมมีเรื่องจะถามแม่เกี่ยวกับครอบครัวของนภาครับ” ชายหนุ่มเดินไปลากเก้าอี้มานั่งอยู่ข้างเตียง แล้วเข้าเรื่องทันที

“ทำไมอยู่ๆ ถึงมาถามแม่ล่ะ”

“คือผมอยากรู้เรื่องของนลินครับแม่” คำตอบนั้นทำให้คนเป็นแม่เลิกคิ้วขึ้น

“อยากรู้เรื่องของหนูลินงั้นหรือ” ถามย้ำราวกับไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“ใช่ครับ... ผมอยากรู้จริงๆ”

“แล้วสรัลอยากรู้เรื่องอะไรล่ะบอกมาให้ชัดๆ แม่จะได้เล่าตรงประเด็นหน่อย”

“คุณแม่รู้จักกับครอบครัวของลินมานานหรือยังครับ”

“อืม... ก็รู้จักกันมาตั้งแต่รุ่นคุณย่าของลูกนั่นแหละ ท่านกับคุณพรรณรายเป็นเพื่อนรักกัน พ่อกับคุณพิมานเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่ท่านกลับไปสนิทกับคุณพิทักษ์พ่อของหนูลินเพราะพูดคุยถูกคอจนเชื่อใจถึงขนาดลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน”

“แล้วแม่ของลินละครับท่านเป็นคนยังไง”

“แม่ของหนูลินเป็นคนสวย ฉลาด มีความมั่นใจในตัวเองออกจะตรงไปตรงมาสักหน่อย และไม่ค่อยยอมคน นอกจากนั้นยังเป็นคนจิตใจดี ซื่อสัตย์ไม่เอาเปรียบใครและไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ แต่เพราะเป็นคนต่างถิ่นและไม่ใช่คนที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลเด่นดัง จึงทำให้ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่ไม่ค่อยราบรื่นนัก” อัมพาเล่าด้วยความรู้สึกเห็นใจกับชะตากรรมของบุคคลที่กำลังเอ่ยถึง

“ชีวิตแต่งงานไม่ราบรื่นหมายความว่ายังไงครับ”

“ก็คนบ้านนั้นค่อนข้างให้ความสำคัญกับสถานะทางสังคม คุณช้องนางเขาเป็นสะใภ้ใหญ่ถึงจะสวยสู้สะใภ้รองไม่ได้ แต่ก็รู้จักวางตัว คำพูดคำจาก็ไพเราะหวานหู พูดจาอะไรคุณพรรณรายก็เห็นดีเห็นงามไปหมด ส่วนแม่ของหนูลินออกจะเป็นคนตรงไปตรงมาคิดอะไรก็พูดอย่างนั้น ไม่ประดิษฐ์คำพูด”

“แล้วทำไมป้าช้องถึงไม่ชอบแม่ลินละครับ”  

“เมื่อก่อนคุณพิมานกับพ่อหนูลินเขาหุ้นกันซื้อที่เพื่อเก็งกำไร บางครั้งก็ต้องเดินทางไปนั่นมานี่ มีวันหนึ่งคุณช้องนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลคุณพิมานก็ยุ่งๆ กับธุรกิจเลยไม่ได้ไปดูแล วันนั้นเกิดมีข้อพิพาทเรื่องที่ดินในตัวเมืองเชียงใหม่คุณพิทักษ์จึงล่วงหน้าไปก่อน ส่วนแม่ของหนูลินทำธุระไม่เสร็จคุณพิทักษ์จึงให้พี่ชายรอและพาตามไป พอคุณช้องรู้ว่าสองคนนั่นนั่งรถไปด้วยกันก็เกิดคับแค้นใจคิดว่าทั้งสองเป็นชู้กัน ด้วยนิสัยที่เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นและเชื่อแต่ความคิดของตัวเอง ใครอธิบายยังไงก็ไม่ฟัง ลูกก็น่าจะดูออกนะว่าคุณช้องเธอเป็นคนยังไง”

“ฟังแล้วรู้สึกเห็นใจแม่ของลินนะครับ”

“ใช่... น่าเห็นใจ คุณช้องเป็นคนอคติแรง พอได้อคติกับใครแล้วก็ฝังใจอยู่อย่างนั้น ใครพูดอะไรก็ไม่ฟังเชื่อแต่ความคิดของตัวเอง ส่วนคุณพิมานตอนแรกก็พยายามอธิบายแต่คุณช้องไม่เชื่อ พอเห็นว่ายิ่งพูดยิ่งแย่ด้วยความกลัวเมียจึงเลือกเงียบ หลังจากนั้นทั้งสองครอบครัวก็ไม่ค่อยลงรอยกันนัก คุณช้องเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเลยนำเรื่องนี้ไปฟ้องแม่สามี เพราะเป็นคนมีศิลปะในการพูดจึงทำให้คุณพรรณรายพลอยเชื่อ พอปัญหาเริ่มบานปลายคุณพิทักษ์จึงพาเมียย้ายไปอยู่บ้านที่แอบสร้างไว้ พอแยกเรือนคุณพรรณรายมองว่าลูกชายแข็งข้อเพราะเชื่อเมียมากกว่าแม่ จึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟประกาศตัดแม่ตัดลูก ประกอบกับถูกคุณช้องยุแยงจึงหาเรื่องลูกสะใภ้รองหนักข้อขึ้นทุกวัน เมื่อถูกกดดันมากๆ เข้าก็ทนไม่ไหวจึงขอหย่าในที่สุด แรกๆ คุณพิทักษ์ไม่ยอมหย่า แต่สุดท้ายก็แพ้อำนาจแม่ วันหย่าทั้งสองทะเลาะกันใหญ่โตเพราะต่างก็จะเอาลูกไว้ จนพ่อของลูกต้องไปช่วยเจรจา เพราะนับถือกันมานานแม่หนูลินเขาจึงยอมมอบลูกให้อยู่ในความดูแลของสามี แต่ขอเจอลูกบ้าง หลังจากเลิกกันได้สองปีแม่ก็ได้ข่าวว่าเขาแต่งงานใหม่แล้วย้ายไปอยู่เมืองนอก ก่อนไปเขาก็มาขอลูกคืนแต่คุณพิทักษ์แกไม่ยอมให้ เฮ้อ...สงสารก็แต่หนูลิน”  

“เรื่องราวมันซับซ้อนกว่าที่คิดอีกนะครับ”

“ปีที่แม่หนูลินไปเมืองนอกเป็นปีเดียวกับที่แม่ตัดสินใจกลับมาปักหลักอยู่ที่นี่เพราะเบื่อโยกย้ายตามพ่อเขา ส่วนลูกก็ย้ายจากโรงเรียนประจำมาเรียนมัธยมปลายที่นี่”

“ผมจำได้ว่าเห็นลินเป็นคนเงียบๆ ดูจริงจังกับชีวิตไม่ค่อยร่าเริงนัก”

“หนูลินเป็นเด็กน่ารัก รู้จักวางตัว กับคนอื่นอาจมองว่าเขาเงียบๆ ไม่ช่างพูด แต่เวลาอยู่กับพ่อแกก็ดูสดใสร่าเริง คุณพิทักษ์เป็นคนรักลูกมากทำทุกอย่างเพื่อลูก ทั้งสองเลือกอยู่บ้านหลังเดิมนานๆ จะไปบ้านใหญ่สักที เพราะสนิทสนมกันมานาน แม่มักแวะเวียนไปเยี่ยมเยือนทั้งสองอยู่บ่อยๆ บ้านหลังนั้นแม้ไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ถึงกับเล็กมากนอกจากนั้นยังออกแบบได้สวยงามน่าอยู่ พอคุณพิทักษ์เสียหนูลินก็ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ และหลังจากนั้นแม่ก็ไม่ได้ยินข่าวของเขาอีกจนกระทั่งเจอตอนงานศพคุณพรรณราย ” น้ำเสียงของอัมพายามเอ่ยถึงนลินเต็มไปด้วยความรักและเอ็นดูจนสรัลรับรู้ได้

“แล้วเรื่องที่ดินแปลงที่อยู่ติดกับเราละครับทำป้าช้องถึงอยากได้นัก”

“ที่ดินแปลงนั้นคุณพรรณรายเล่าให้แม่ฟังว่าสามีของท่านยกให้คุณพิทักษ์เป็นของขวัญแต่งงาน แต่เพราะอคติกับแม่ของหนูลินคุณพรรณรายจึงขอคืนแล้วพลั้งปากว่าจะยกให้พราวนภา หลังจากคุณพิทักษ์เสียเรื่องราวต่างๆ เริ่มกระจ่าง พอหูตาสว่างท่านก็เลยคืนให้กับนลินเพื่อเป็นการไถ่โทษให้กับความผิดของตัวเอง”

“ยกที่ดินเพื่อไถ่โทษกับความผิด ฟังอย่างไรก็ไม่คุ้มนะครับแม่”

“ใช่... มันไม่คุ้มเลยสักนิด เพราะความรู้สึกของคนเราเวลาเสียไปแล้วมันยากที่จะเยียวยา นลินเขาก็เหมือนเด็กทั่วๆ ไปนั่นแหละที่ต้องการความรักความอบอุ่นจากคนในครอบครัว แต่กับคนบ้านนั้นขอแค่ไม่คิดร้ายต่อกันยังยากเย็น คุณช้องแกเป็นคนมีชั้นเชิง หลังจากคุณพิทักษ์ย้ายออกไปก็เริ่มยุแยงให้พี่น้องแตกคอกัน ธุรกิจของครอบครัวก็เข้าไปบริหารจัดการหรือเรียกง่ายๆ ว่าฮุบสมบัติก็ไม่ผิดนัก”

 สรัลฟังเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนลินอยู่อีกครู่ใหญ่ จึงขอตัวกลับห้อง ตลอดคืนชายหนุ่มครุ่นคิดหาวิธีช่วยเหลือเธอ แต่ดูเหมือนความขัดแย้งจากอคติอันแรงกล้าของช้องนางทำให้เรื่องราวยิ่งบานปลาย หากเขาเข้าไปก้าวก่ายอาจจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก...











***จะอัพเดททุกวันอังคาร กับ เสาร์ นะจ้ะ...
(สัปดาห์หน้าติดธุระ ขออัพเดทก่อนล่วงหน้า 3 ตอนนะคะ ถ้ากลับมาแล้วจะอัพเดทตามกำหนดเดิม ขอบคุณเพื่อนนักอ่านทุกๆ คนที่ติดตามและทุกๆ กำลังใจค่ะ ^^)

...หยาดรัตติกาล...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น