พันธนาการรัก กับดักเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,203 Views

  • 22 Comments

  • 117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,181

    Overall
    16,203

ตอนที่ 19 : พันธนาการรัก กับดักเสน่หา ตอนที่ 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 923
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    7 ก.พ. 62













พอได้ยินสรัลก็ถึงกับหัวใจพองโต ชายหนุ่มหันไปจ้องห้องนอนของหญิงสาวด้วยประกายตาหวานซึ้ง ก่อนจะทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ชายหนุ่มอมยิ้มน้อยๆ เมื่อความทรงจำเกี่ยวกับวันวานหวนกลับมาอีกครั้ง ข่าวลือที่พราวนภารู้มานั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากคำล้อเลียนของเพื่อนที่รู้ว่าเขาชอบเธอ ตอนนั้นด้วยต้องการให้นลินรับรู้ความรู้สึกเขาจึงไม่ได้คิดแก้ข่าวแต่อย่างใด...

 สรัลหลุบเปลือกตาลงเมื่อนึกถึงผลกระทบที่หญิงสาวได้รับจากความคิดอันไม่ละเอียดอ่อนของเขา ให้ตายเถอะเขาปล่อยให้เธอจมอยู่กับคำมั่นสัญญาบ้าบอนั่นมาสิบกว่าปี และปล่อยให้ตัวเองติดอยู่กับความขลาดกลัวโดยไม่คิดทำอะไรให้ดีไปกว่าคร่ำครวญถึงความรักที่ถูกพันธนาการด้วยมนตร์เสน่หาที่ไม่อาจไขว่คว้ามาครอบครองไปวันๆ...

ตลอดสิบกว่าปีมานี้เขาได้แต่ภาวนาให้ฟ้าเห็นใจเขาสักครั้ง แม้ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้รับความรักจากเธอหรือไม่ แต่เขาก็เฝ้ารอโอกาสอย่างไม่ย่อท้อ... เมื่อเห็นว่าฟ้ากำลังตอบรับคำร้องขอของเขา สรัลจึงเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วบอกกับตัวเองว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเขาจะขอเดินหน้าทำเพื่อหัวใจของตัวเองต่อให้ต้องเปิดศึกรักกับศิวัชเขาก็จะทำ ชายหนุ่มประกาศก้องกับตนเองขณะจ้องตรงไปข้างหน้าด้วยประกายตาแน่วแน่  

 

 

                 นลินเลือกหลบหลีกปัญหาด้วยการขังตัวเองอยู่ภายในห้องนอน เมื่อเห็นว่าเธอใช้เวลาอยู่กับตัวเองมานับสองชั่วโมง หญิงสาวจึงเปิดประตูออกมาเพราะคิดว่าตัวต้นเหตุของปัญหาคงกลับไปแล้ว ขณะปิดประตูเธอได้ยินเสียง ปานชีวาเอ็ดตะโรขึ้น พร้อมกับเสียงขอโทษขอโพยของศิวัชที่คงจะทำอะไรสักอย่างให้ไม่พอใจ

รอยยิ้มขบขันผุดออกจากมุมปากสีอ่อน เมื่อเธอได้ยินเสียงบ่นงึมงำของเพื่อนสนิทและคำแก้ตัวของศิวัช ด้วยคิดว่าสรัลกลับไปแล้วเพราะไม่ได้ยินเสียงคนอื่นนอกจากสองคนนั่น อีกทั้งไม่มีเหตุผลอะไรให้เขาอยู่ต่อหญิงสาวจึงเดินตรงดิ่งไปที่ครัว...

นลินถึงกับยิ้มค้าง เมื่อเธอเดินผ่านห้องนั่งเล่นแล้วสายตาสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่กำลังจ้องนิ่งมาที่เธอ เพราะไม่คิดว่าสรัลยังอยู่ทำให้นลินที่ไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขาถึงกับยืนตัวแข็งทื่อราวต้องมนตร์สะกด ในขณะคนที่เฝ้ารอการปรากฏตัวของเธอในทุกวินาทีเด้งตัวจากโซฟาแล้วพุ่งตรงมาหาด้วยความยินดี

“ลิน... พี่ขอโทษ” สรัลเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวแล้วเอ่ยคำขอโทษออกมา ขณะนลินกำลังกะพริบตาด้วยความงุนงงว่าเขามาขอโทษเธอด้วยเรื่องอะไร อยู่ๆ ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อชายหนุ่มดึงเธอเข้าไปกอด

“เดี๋ยว! คุณทำบ้าอะไร... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวต่อว่าเสียงตระหนกขณะออกแรงดิ้น

“อย่าดิ้นสิ...” สรัลก้มลงจนปลายจมูกแทบแตะกับแก้มนวลแล้วกระซิบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่สัมผัสกับเนื้อผิวนุ่มละมุนทำให้นลินหันหน้าหนี แต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยฝ่ามือหนาที่ประคองใบหน้าของเธอไว้อย่างนุ่มนวล...

“ปล่อยนะ! ไม่อย่างนั้นฉันร้องจริงๆ ด้วย” นลินขู่ด้วยหัวใจที่กำลังกระหน่ำเต้น

“เอาสิถ้าอยากให้สองคนนั้นเห็น แต่จะว่าไปให้ศิวัชเห็นก็ดีเหมือนกันมันจะได้รู้ว่าพี่รู้สึกอย่างไรกับลิน” ชายหนุ่มท้าแล้วยิ้ม ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทายเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของปานชีวาดังออกมาจากครัว

“คุณสรัล... ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” พอได้ยินคำท้าทายคนที่กำลังตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบทุกประตูจึงเรียกชื่อของชายหนุ่มอย่างห่างเหินพร้อมกับออกคำสั่งอย่างฉุนเฉียว

“เรียกคุณรู้สึกห่างเหินชะมัด... ถ้าอยากให้ปล่อยต้องพูดเพราะๆ และเรียกพี่ไม่ใช่คุณ... ไหนเรียกใหม่ซิ...” ชายหนุ่มก้มมองใบหน้าบูดบึ้งของคนที่อยู่ในวงแขนแล้วยิ้มอย่างเป็นต่อ

“ไม่... ตกลงจะปล่อยไหม” นลินปฏิเสธเสียงกร้าว

“ถ้าไม่เรียกพี่ก็จะกอดอยู่อย่างนี้แหละ เผลอๆ จะแถมจูบด้วยเอ้า...” หญิงสาวจ้องดวงตาที่มองเธอด้วยความหวานซึ้งอย่างลังเลว่าเขาพูดเล่นหรือพูดจริง ขณะกำลังชั่งใจอยู่ๆ ใบหน้าที่อยู่ห่างไปไม่มากก็ทำท่าจะเคลื่อนเข้ามา...

“ก็ได้ๆ พี่สรัลปล่อยลินก่อนได้ไหมคะ” เมื่อเห็นว่าขืนยังดื้อดึงสรัลอาจทำอย่างที่พูดจริงหญิงสาวจึงกัดฟันกรอดแล้วเอ่ยเสียงห้วนอย่างไม่เต็มใจนัก

“โอ๊ย... ชื่นใจชะมัด” ชายหนุ่มจ้องดวงตาแข็งกร้าวที่มองเขาอย่าอาฆาตแล้วยิ้มกว้างออกมา แม้นึกเสียดายที่จะต้องปล่อยร่างอรชรให้เป็นอิสระ และไม่รู้ว่าเขาจะม่โอกาสแนบชิดกับเธออีกหรือไม่ แต่เมื่อเธอยอมทำตามความต้องการของเขาวงแขนที่รัดแน่นจึงคลายออกช้าๆ อย่างไม่เต็มใจ

“คุณทำบ้าอะไรไม่ทราบ” พอได้รับอิสระหญิงสาวจึงตะคอกออกไป

“บอกให้เรียกพี่ไง...”

“ฉันไม่เคยมีพี่ชาย”

“แล้วใครว่าพี่อยากได้ลินเป็นน้องสาวล่ะ...” คำพูดที่ย้อนกลับมาทันควันทำให้ใบหน้าที่แดงด้วยความโกรธยิ่งแดงก่ำหากเป็นคนละความรู้สึก

“อย่ามาพูดอะไรพล่อยๆ นะ”

“พี่พูดจากหัวใจเลย... พี่รักลินเข้าใจไหม” คำสารภาพอย่างตรงไปตรงมานั้นทำเอาคนได้ยินถึงกับยืนอ้าปากค้าง ขณะกำลังจะตอบโต้กลับไป ศิวัชก็ร้องโอ๊ยเสียงดังลั่นพร้อมกับมีเสียงโครมครามตามมาติดๆ

ด้วยความตกใจนลินและสรัลจึงรีบวิ่งเข้าไปในครัวเพราะคิดว่าปานชีวาคงกำลังจัดเต็มคนชอบเถียง ก่อนจะเบรกอยู่หน้าประตูแล้วกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ เมื่อเห็นชายหนุ่มนอนหงายอยู่บนพื้นโดยที่มือข้างหนึ่งถือฝาหม้อส่วนอีกข้างถือตะหลิว ข้างๆ มีจานชามตกลงมาเกลื่อนกระจาย

“ป่านบอกแล้วว่ามันเกะกะ เห็นไหมผิดคำพูดเสียเมื่อไร แล้วพี่วัชจะกลัวอะไรนักหนากับอีแค่แค่น้ำมันกระเด็น” ปานชีวายืนเท้าสะเอวต่อว่าคนที่กระโดดหนีน้ำมันจนชนเข้ากับโต๊ะน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“ก็พี่กลัวมันกระเด็นใส่หน้าหล่อๆ นี่ อ้าวไอ้สรัลแกจะหัวเราะเอารางวัลหรือไง มาช่วยดึงฉันขึ้นหน่อยสิวะ” ศิวัชหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทแก้เขิน

สรัลมองสภาพเพื่อนด้วยความขบขันก่อนจะออกแรงดึงคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้น ส่วนนลินเดินไปหยิบไม้กวาดและที่ตักผงเพื่อเก็บกวาดจานชามบางส่วนที่แตกเสียหาย

“ถ้ากลัวหมดหล่อมากนักก็ไปนั่งรอกินไป๊...” ปานชีวาออกปากไล่แล้วหันไปบอกลูกมือคนใหม่ทันที “ลินมาก็ดีแล้วมาช่วยเราทำกับข้าวดีกว่า”

“ให้พี่ช่วยไหม” สรัลรีบอาสา

“พี่สรัสช่วยพาเพื่อนไปเก็บดีกว่า ปล่อยทางนี้เป็นหน้าที่ของผู้หญิงเถอะค่ะ”

นลินทำเป็นไม่เห็นสายตาของสรัลที่จ้องมองมาอย่างห่วงใย หญิงสาวก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดเศษจานชาม แล้วบอกตัวเองว่าให้วางเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ลึกๆ เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกวูบวาบมากขนาดไหนเมื่อสัมผัสกับความอ่อนโยนของเขา...












***จะอัพเดททุกวันอังคาร กับ เสาร์ นะจ้ะ...
...หยาดรัตติกาล...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

0 ความคิดเห็น