[FIC HSJ] HIMITSU - [FIC HSJ] HIMITSU นิยาย [FIC HSJ] HIMITSU : Dek-D.com - Writer

    [FIC HSJ] HIMITSU

    โดย Ya_ma-Ploy

    เป็นฟิคสั้นๆ แต่งแฮปวันเกิดเพื่อนฮร่ะ

    ผู้เข้าชมรวม

    660

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    2

    ผู้เข้าชมรวม


    660

    ความคิดเห็น


    4

    คนติดตาม


    2
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  22 ส.ค. 53 / 00:12 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

    ยามะจังที่ได้รู้ความลับของยูโตะ.....

    เค้าควรจะทำอย่างไร กับเรื่องนี้ดี?

    ไม่แนะนำตัวละคร เพราะรู้ว่าเจ้าของวันเกิดต้องรู้จักอยู่แล้ว ฮ่าๆ


    ปล ไม่มีรูปอัพ เพราะเล่นในโน๊ตบุ๊คแม่อ่า ฮือออออ

    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      HIMITSU

      +++++++++++++++++++++++++++++++++++++

      ยามะดะ เรียวสุเกะ.......
      หนุ่มน้อยไอดอลชื่อดังที่กำลังไปได้สวย แต่ตอนนี้ ในเวลาปกติ ในเวลาเรียน เค้าก็ยังคงเป็นเด็กนักเรียนธรรมดา ที่นั่งเรียนไปหลับไป

      ยามะจังเอาหน้าสวยๆ ของตัวเองวางบนแขน แล้วเริ่มหลับตาพริ้มเตรียมจะหลับในวิชาประวัติศาสตร์โลกที่แสนน่าเบื่ออยู่โดยที่ไม่กลัวว่าอาจารย์จอมโหดจะเห็นเลยซักนิด เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะข้างหน้าของยามะจังมีหนุ่มร่างสูงโปร่งอย่างยูโตะนั่งอยู่น่ะสิ สำหรับคนที่สูงแค่ไหล่ของยูโตะอย่างยามะจัง ย่อมใช้ส่วนสูงที่เป็นประโยชน์นี้แอบหลับอย่างได้ผลมาทุกวิชา

      และเมื่อยามะจังหลับ เค้าก็ฝันทันที

      กลิ่น.....
      เป็นกลิ่นของผลไม้ที่ผมชอบที่สุด ผมทำจมูกฟตฟิตดมเพื่อให้แน่ใจแล้วลืมตาขึ้น
      ผมอยู่ในห้องสีขาวสะอาด ถึงจะไม่มีหน้าต่างหรือไฟซักดวง แต่ความสว่างนี้ก็มากจนทำให้แสบตา

      ผมเห็นเด็กผู้ชายคนนึงหน้าตาน่ารัก ใส่ชุดสีขาววิ่งมาหา
      "เล่นกัน" เด็กคนนั้นพูด เมื่อผมเห็นว่าในเมื่อนี่เป็นฝันของผม ผมก็อยากจะพัก ถึงเด็กนี่จะน่ารักมาก แต่ผมก็เลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจแล้วล้มตัวลงนอน
      "หม่าม๊าใจร้าย" เด็กน้อยพูดแล้วทำแก้มป่อง
      "ห๊ะะะะ" ผมเด๊งตัวขึ้นอย่างสุดแรงเกิด เพราะตกใจในวิธีการเรียกของเด็กคนนี้
      "ผมเหงานะ อุตส่ามาเจอหม่าม๊าได้ หม่าม๊าก็ไม่ยอมเล่นด้วย" เด็กน้อยพองแก้มแล้มพูดต่อโดยที่ไม่สนใจผมที่กำลังทำท่างงอย่างแรง
      "ในเมื่อตอนนี้ไม่อยากเล่นด้วย หม่าม๊าก็ตื่นไปเลย!" เด็กน้อยวิ่งมาเตะผมเข้าที่หน้าแข้งอย่างแรง ทุกอย่างรอบตัวก็เริ่มหมุนเร็วขึ้นจนมองอะไรไม่เห็น
      แต่ก็ยังคงได้ยินเสียงเด็กคนนั้นตะโกนมาหาว่า.....
      "หม่าม๊าก็รีบๆ รับรักป๊ะป๋าแล้วให้ผมเกิดมาเร็วๆ ล่ะ ^^"

      "เฮ้ยเดี๋ยวก่อน!!!!!" ยามะจังตะโกนสุดเสียงแล้วก็ตกลงกระแทกกับพื้น
      "นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!" ยามะจังบ่นงุด เมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในห้องเรียน แถมยังสะดุ้งตื่นซะแรงขนาดตกเก้าอี้
      "ครูต่างหากที่ต้องถามว่า นี่มันอะไรกัน" อาจารย์ประจำวิชาเดินหน้าโหดเข้ามาหา โดยมีแบล๊กการ์วเป็นยูโตะที่ขำจนท้องแข็ง

      ........................

      หลังจากโดนอาจารย์บ่นซะยืดยาว ผมก็ได้เวลาเดินออกมา โดยพบว่ายูโตะกับจิเนนยืนรออยู่หน้าโรงเรียน
      "สม" ชี่พูดอย่างเยอะเย้ยแล้วเดินมาหัวเรอะใส่ แต่ เออ น่ารัก ให้อภัย -,,-
      "ยามะจังเป็นอะไรมากรึเปล่า เห็นหลับมันทุกคาบ" ยูโตะถาม
      "ก็ชั้นเหนื่อย"
      "ไปทำไรมาถึงได้เหนื่อยขนาดนั้น"
      "ก็ทำงานไง เอ๊ะ อย่ามาเซ้าซี้สิ"
      "ชั้นก็ทำงานเหมือนกันนะ"
      "ก็นั่นมันนายนี่นา งานชั้นเยอะกว่า จำไม่ได้หรอว่าชั้นมี NYC ด้วยน่ะ"
      "ชี่ก้ไปทำด้วยกัน ก็เห็นชี่ตั้งใจเรียนดีนี่นา"
      "ก็นั่นมันชี่"
      "อะแฮ่ม" ชี่ที่ฟังอยู่นานก็ไอพอเป็นพิธี ทำให้อีกสองคนหันมาสนใจ
      "อย่าทำให้ชั้นเป็นส่วนเกินสิ น่าเบื่อนะ -3-" และในที่สุดชี่ก็กลับสู่บทสนทนาอีกครั้ง
      เราสามคนเดินทางมาถึงบริษัทเกือบสุดท้าย เพราะยาบุยังไม่มา

      เมื่อเห็นหน้าสมาชิกทุกคนที่โดนเรียกมาสัมพาทย์รวม ยามะจังก็พุ่งตรงไปหาไดจัง เพราะอยากเล่าเรื่องความฝันให้ฟัง
      เค้าไม่กล้าเล่าให้ยูโตะกับชี่ฟังเพราะกลัวโดนแซว แต่ ...เล่าให้ไดจังก็ใช่ว่าจะไม่โดน อาจจะโดน แต่ก็ไม่ตลอดเวลาล่ะนะ
      "หม่าม๊า?? ฮ่าๆๆๆ แกนี่ท่าจะบ้า" ไดจังว่าขำๆ หลังจากได้ฟัง ให้ตายสิ ไม่น่าเล่าให้ฟังเลย
      "แล้วนายจะไปเป็นหม่าม๊าได้ไง? หืม?? หรือว่าจริงๆ แล้วเป็นผู้หญิง ไหนมาดูนมหน่อยดิ๊ ย๊ากกกกกก" พูดไม่พูดเปล่า ยังเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงจะเปิดเสื้อผม ส่วนคนอื่น ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกคนก็มาช่วยรุมกันแก้ผ้าผม จนถึงเวลาสัมพาทย์

      แล้วผมก็ได้อุ้มเด็ก!!! โน๊ว  ว ว วว ว ผมเพิ่งฝันแบบนั้นไปนะ แต่เอ๊ะ เด็กคนนี้น่ารักชะมัดเลย เห็นแล้วอยากมีลูก

      แน่นอนว่าถ้าเลือกได้ผมอยากจะเป็นป๊ะป๋ามากกว่านะ = =;;

      พอทุกคนถ่ายเสร็จก็นัดว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน
      พวกเราสิบคนที่นานๆ จะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเลือกร้านชาบูแล้วใช้ห้องพิเศษขนาดใหญ่ที่สุด
      ทุกคนส่งเสียงดังโหวกเหวกโวยวายอย่างคึกคะนอง ทำให้ผมรู้สึกดีที่นี่มันเป็นห้องไพรเวท ไม่งั้นคนอื่นได้รำคาญแย่
      "นี่ๆ ทุกคนนน น น น น นนน" ไดจังตะโกนเสียงดังเรียกร้องความสนใจ ทำให้ทุกคนเงียบและหันไปหา
      "มีอะไรอยากให้ลอง" ไดจังพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจแล้วหยิบที่คาดผมออกมา
      "ลองคาดผม? อะไรเนี๊ยยย" คุณชายเคย์พูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังแต่ไดจังก็หัวเราะ หึหึ แล้วพูดต่อ
      "นี่ไม่ใช่ของธรรมดานะ แต่เป็นของต้องสาป ใครที่ใส่มันจะต้องพูดความลับของตัวเองออกมาอย่างหมดเปลือก"
      "แล้วรู้ยังไงง่ะ?" ผมถาม
      "ก็เพื่อนบอกมา ไม่รู้จริงเปล่า แต่เห็นมันบอกว่า ตอนเพื่อนคนที่ซื้อมาหยิบมาใส่ เค้าก็พูดออกมาเองเลยว่าไปแอบทำไรไว้ พอถอดออกก็จำไม่ได้ว่าตัวเองพูดออกไป คิดดูดิ๊ แบบเพื่อนๆ รู้ความลับทั้งๆ ที่ไม่เคยบอกใคร" ไดจังตอบ
      "แสดงว่าเจ้าตัวก็ไม่รู้น่ะสิ ตัวเองพูดเองตอนใส่คาดผมนี่" บุจจี้ถามแบบเอือมๆ เพราะเค้าเองไม่เชื่ออยู่แล้ว
      "ถึงได้เอามาให้พิสูจน์ดูกันไง!!!" ไดจังพูดแบบตื่นเต้นแล้วเรียกยูโตะให้เข้าไปใกล้
      "นายเคยบอกใช่ป่ะว่าไม่มีความลับน่ะ" พอเห็นไดจังถามแบบนั้นพร้อมรอยยิ้มที่ชั้่วร้าย ทุกคนก็เดาแผนออกทันที
      "อื้ม ทำไมอ่ะ อย่าบอกนะ...." ยูโตะที่ไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยากก็พอจะรู้ชะตากรรมตัวเอง
      "เยสสสสสสส มามะ ถ้านายไม่มีความลับจริงๆ ก็ต้องไม่พูดอะไรเลยสิ เน๊อะะะะ ถ้าถึงตอนนั้นชั้นจะเปลี่ยนไปลองกะคนอื่นแทน" พอไดกิพูดอย่างงี้คนอื่นก็พร้อมใจกันสะดุ้ง แน่นอนล่ะ ไม่มีใครอยากเสี่ยงหรอก เผื่อมันเป็นของจริงล่ะแย่แน่
      ยูโตะค่อยๆ เอาคาดผมเสียบหัว โดยที่มีทุกคนคอยลุ้น.....
      ลุ้นให้ยูโตะพูดอะไรออกมา อะไรก็ได้ที่จะไม่ต้องให้มีผู้เคราะห์ร้ายคนอื่นโดนไดจังเอาคาดผมนั่นเสียบหัว
      "....." ยูโตะยังคงเงียบ ทุกคนเริ่มใจเสียแล้วเริ่มจะโกยกัน
      "เป็นไง ไม่มีจริงๆ หรอเนี่ย" ไดจังพูดน้ำเสียงผิดหวังและกำลังจะดึงคาดผมออก แต่ มือหนาของยูโตะก็ปัดมือไดจังออก
      "ชั้น...." เมื่อยูโตะอ้าปากผู้ พวกที่เตรียมจะหนีก็รีบหันหน้ากลับมาฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
      "ชั้นชอบยามะจัง ชั้นรักยามะจัง ชั้นอยากเป็นแฟนกับยามะจัง ชั้นจะไม่บอกใครเด็ดขาด" พอยูโตะพูดจบ ผมก็หน้าชา อยากจะวิ่งหนีออกไป หรือไม้ก็ให้ยูโตะยิ้มแล้วทำหน้าทะเล้น แล้วก็บอกว่าล้อเล่นมาก แต่ มันก็ไม่ได้อย่างที่อยาก ขาผมแข็ง ส่วนยูโตะก็มองตรงมาด้วยสายตาเลื่อนลอย ไดจังเห็นท่าไม่ดีเลยดึงคาดผมออก

      เหมือนสับสวิช จากตาลอยๆ ของยูโตะ กลายเป็นสายตาที่งุนงง เค้าหันซ้าที ขวาที แล้วก็ถาม
      "นี่ๆ เป็นไงๆ ได้เรื่องไง?" ยูโคะพยายามถามคนอื่น แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรแถมยังชวนเปลี่ยนเรื่องแล้วก็ไปเล่นอย่างอื่นกันต่อ
      "ว้า อะไรเนี่ย ชั้นพูดอะไรออกไปป่ะยามะจัง?" ยูโตะที่เหลือผมเป็นที่เพิ่งสุดท้ายก็เลยเข้ามาถามใกล้ๆ ผมที่ยังช๊อกอยู่ก็ส่ายหน้าไปมาโดยที่ไม่พูดอะไร
      "อ่า เห็นมั๊ย? ชั้นไม่มีความลับหรอก มีอะไรชั้นก็บอกยามะจังหมดแหละเน๊อะ" ยูโตะพูดแบบโล่งอก

      แต่ผมนี่สิ ดันมารู้เรื่อง ที่ไม่ควรรู้ซะแล้ว นึกเสียใจที่ตัวเองภาวนาให้ยูดตะพูดเพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้ความลับของตัวเอง

      ผมกลับบ้านมาก็เอาแต่คิดถึงประโยคของวันนี้ที่ยูโตะพูดออกมา
      จริงๆ แล้วตอนแรกผมก็รู้สึกตกใจ แล้วก็สับสน ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังสับสนอยู่ แต่หัวใจที่จู่ๆ มันก็พองขึ้นทุกครั้งที่นึกย้อนกลับไปถึงคำรักของเพื่อนสนิท
      ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป ทำไมตอนนี้พอมาเปิดรูปยูโตะดูแล้วทำให้หน้าร้อนแปลกๆ จริงๆ แล้วผมก็พอจะรู้อยู่ว่ามันคืออะไร

      "ต้องลองพิสูจน์ดู" ผมพูดกับตัวเองก่อนตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ต้องเอาให้รู้เรื่อง ถ้าความรู้สึกที่ผมกำลังเป็นอยู่นี้ใช่สิ่งที่ผมคิดอยู่จริงๆ ล่ะก็..... ผมคงต้องเตรียมตัวไปเป็นหม่าม๊าจริงๆ แล้วสินะ T^T

      .......................................

      เสียงคนคุยกัน เล่นกัน ตามแบบปรกติของโรงเรียนมัธยม แต่ผมกลับไม่อยากไปเล่นกับเพื่อนๆ คนอื่น ได้แต่นั่งกระสับกระส่ายอยู่คนเดียว เพราะเจ้ายูโตะ!

      ทั้งๆ ที่ตัดสินใจแล้วว่าจะเคลียร์ให้ได้วันนี้ แต่เจ้าตัวปัญหาดันไม่มาโรงเรียนซะอีก
      "จิเนน วันนี้ชั้นกลับก่อนนะ" ผมบอกชี่ตอนเลิกเรียน เพราะเจ้าตัวเล็กได้ชวนผมไปหาอะไรกินด้วยกัน
      "ไปหายูโตะหรอ? ไปด้วย" ชี่พูดอย่างกระตือรือร้น แต่ยามะจังกลับส่ายหน้า
      "ชั้นอยากคุยกับยูโตะแค่สองคนน่ะ เอ่อคือ นายก็อยู่ด้วยนี่ เรื่องเมื่อวานน่ะ" พอพูดออกไป ชี่ก็พยักหน้าแบบเข้าใจแล้วยามะจังก็เดินออกจากห้องไป
      มือบางของชี่ควานหาโทรศัพท์ แล้วโทรออก
      "ฮัลโหลทากากี้ อื้อ คือว่า ยามะจังไปเคลียร์กะยูโตะแล้วล่ะ ฝากบอกคนอื่นด้วยว่าไปเจอกันที่นู่นเลย


      ยามะจังที่เดินทางมาถึงบ้านแล้ว แต่ก็มายืนลังเลอยู่หน้าห้องยูโตะ
      "จะเอาไงดีเนี่ย" ผมเกาหัวเพราะไม่รู้จะทำยังไง ตอนนี้ทั้งประหม่า ทั้งกลัว กลัวว่าจะเข้าไปรบกวน เผื่อว่ายูโตะป่วยอยู่ล่ะ? แถมนี่ผมยังแอบเปิดประตูบ้านเข้ามาโดยพละการอีกด้วย ก้มันไม่มีคนอยู่ แถมประตูก็ไม่ได้ล็อคนี่นา -3-

      "เอาล่ะ" ผมสูดหายใจลึกๆ แฃ้วเคาะประตู
      "คร๊าบ คร๊าบ" เสียงขอวยูโตะตอบมาอย่างอารมณ์ดี ทำให้สบายใจไปเปราะนึง
      "อ้าว ยามะจังเองหรอ? เข้ามาสิๆๆๆๆ"

      "เอ่อ.....ทำไมไม่ไปโรงเรียนล่ะ?" ผมถามแบบเกริ่นๆ ก่อน ยูโตะที่ยังยุ่งวุ่นวายกับการจัดของก็หันมาตอบ
      "ก็ไม่สบายนี่ แต่ตอนนี้หายแล้ว ว๊า ยามะจังจะมาก็ไม่บอก ห้องรก ไม่ได้จักเลย" ยูโตะตอบ ผมมองไปรอบๆ ห้องแล้วก็แอบบ่นในใจ "นี่คือสกปรกแล้ว? - -"
      "ดีใจจังที่ยามะจังมาเยี่ยมด้วย" ยูโตะลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาหา
      "นี่ยูโตะถามไรหน่อย" ยามะจังเริ่มทันทีเพราะความร้อนใจ
      "ถ้าสมมตินะ แค่สมมตินะ อย่าไปคิดจริงจังคือแบบชั้นแค่ถาม คือมันไม่ใช่เรื่องจริงอ่ะ แบบสมมติเฉยๆ"
      "โอเคๆ เข้าใจแล้วน่า ไม่เห็นต้องพูยาวขนาดนั้นเลย แล้วสมมิตว่าอะไรล่ะ?" ยูโตะที่เห็นว่ายามะจังจะอธิบายคำว่า สมมติ อีกนานก็เลยตัดบทถามสาระซะอง
      "อื้ม ก็ สมมติว่าถ้าชั้นบอกว่า"
      "ว่า?"
      "ว่าถ้าชั้นบอกว่าชั้นชอบยูโตะ แล้วถามว่าจะคบกันได้มั๊ย ยูโตะจะตอบว่าไง?" ผมหลับตาแล้วพูดออกไปรวดเดียวจนจบ พอเห็นว่ายูโตะเงียบก็เลยค่อยๆ ลืมตาขึ้น

      ยูโตะทำหน้าลำบากใจ คิ้วขมวดกันจนจะเป็นปมอยู่แล้ว มันทำให้ผมรู้สึกห่อเหี่ยวกับภาพแบบนั้นอย่างรุ่นแรงเลยกลับหลังหัน
      "ขอโทษ ชั้นคงมึนๆ เองแหละ ก็บอกแล้วไงว่าสมมติไม่เห็น....
      คำพูดของผมกลืนหายไปเพราะมือยาวๆ ของอีกคนที่ส่งมาโอบรอบเอว
      "สมมติใช่มั๊ยล่ะ? ถ้าเกิดสมมติว่ายามะจัวพูดแบบนั้นจริงๆ ชั้นก็จะกอดยามะจังแบบนี้" ยูโตะจับให้ผมหันหน้ามาหา โดยที่มือยังโอบเอวผมอยู่
      "เสร็จแล้วก็จะบอกว่า ชั้นก็ชอบยามะจังมาตลอด เพราะฉะนั้นชั้นตกลง เราเป็นแฟนกันนะ แล้วยามะจังจะว่าไงต่อ?" ผมอยากจะตอบยูโตะแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ก็เพราะร่างสูงได้เอาริมฝีปากของตัวเองมาจรดริวฝีปากของผม
      ยูโตะเริ่มจูบแรงขึ้นเรื่อยๆ จนผมถอยออก
      "ก็แค่สมมติ ทำไมต้องจูบ ต้อบกอดจริง!" ผมพยายามวีนปิดบังความอาย แต่ยูโตะกลับกระตุกยิ้มแล้วถามผมกลับ
      "ก็นั่นน่ะสิ ว่าแต่ นายแค่สมมิตจริงๆน่ะหรอ?" ยูโตะพูดแล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้
      "ก้ใช่น่ะสิ หรือนายคิดว่าเรื่องบ้าๆ นี่จะเป็นของจริง!" ผมพูดแล้วพยายามหลบแต่ก้ไม่เป็นผม เพราะยูโตะใช้มือจับหน้าผมไว้"
      "ไม่จริงหรอก ตานายมันฟ้อง ว่าที่นายบอกว่าชอบชั้นน่ะมันเรื่องจริง" ความจริงแล้วผมก็รู้แล้วล่ะว่ามันเป็นเรื่องจริง แต่แค่เขินเท่านั้นเอง >\\\<
      "นายชอบชั้นหรือเปล่ายูโตะ นี่เรื่องจริงนะ ไม่ใช่สมมติ" ผมตัดสินใจถามออกไปแบบจริงจัง
      "ชั้นว่าชั้นบอกนายไปเมื่อคืนแล้วนะ" ยูโตะพูดแล้วยิ้ม
      "เอ๊ะ คาดผมนั่นของจริงหรอเนี่ย อ่าว แต่ทำไมนายรู้ล่ะว่านายบอก เอ๊ะ...." เสียงยามะจังที่ถามอยู่ถึงกับสะดุด เพราะมืออุ่นของยูโตะลอดเข้ามาใต้เสื้อ
      "เดี๋ยวจะเฉลย ถ้าคืนนี้นายเป็นเด็กดี" พูดจบยูโตะก็ปลดกระดุมของร่างบาง แล้วก็ซุกหน้าลงไปที่ลำคอขาว
      "อื้ม มม ยูโตะอ่ะ ทะลึ่ง" ยูโตะกระตุกยิ้ม แล้วก็สะดุ้งเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เค้ามองไปที่ประตู ทำให้ผมมองตามแล้วก็พบว่า

      ช่องประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อยมีสายตาเกือบสิบคู่จ้องมองอยู่ มันทำให้ผมตาโตเพราะความตกใจ แล้วผลักยูโตะให้ออกไปห่างๆ
      "อย่ามาทำเสียเรื่องสิพวกนาย -*-" ยูโตะเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออก เผยให้เห็นสมาชิกจั๊มที่เหลือกองกันอยู่หน้าประตู
      "แหม๋ พวกเราก็แค่เป็นห่วงน่ะ" ไดจังพูดแล้วฉีกยิ้ม
      "อ๋อ งั้นก็ขอบใจ ถึงตอนนี้ชั้นกับยามะจังเป็นแฟนกันแล้ว และกำลังจะทำเรื่องส่วนตัวกัน โอเค๊" ยูโตะพูดแล้วปิดประตูดัง ปัง และแน่นอนว่าไม่ลืมล็อกประตู
      "ถ้าอยากนั่งฟังเสียงคนเค้ารักกันให้อิจฉาเล่นกันข้างนอกชั้นก็ไม่ว่าหรอกนะ" ยูโตะพูดจบก็ไปจัดการกับร่างบางที่รออยู่


      OUT SIDE

      จั๊มที่เหลืออีกแปดคนเดินลงบันไดมาเพราะทนเสียงของคนในห้องไม่ไหว ตอนแรกก็ว่าจะฟังจนจบ แต่พอได้ยินเสียงหวานร้องออกมาแล้ว บุจจี้พี่ใหญ่ก็เพิ่งสำนึกได้ว่าควรพาเด็กๆ และไอ่พวกผู้ใหญ่หื่นๆ ออกไป

      "ยูโตะงกชะมัด" เคย์โตะที่สนิทกับยูโตะที่สุดบ่นเซ็งๆ แล้วหันไปหาไดจัง
      "งั้นที่คาดผมของนายก็เป็นของจริงน่ะสิ ไอ่เรื่องที่ทำให้คนพูดความลับน่ะ มันอยู่ไหนแล้ว เอามาให้ยืมหน่อย" เคย์โตะคุยกับไดจังแล้วแอบเหลือบมองริวทาโร่ แบบให้คนอ่านรู้กันเองว่าเคย์โตะต้องการอะไร
      "ชั้นว่าไม่ใช่ของจริงนะ" ฮิกกี้พูดขึ้นมาทำเอาทุกคนงง
      "ก็ลองคิดดูดีๆ สิ เรื่องที่ยูโตะชอบยามะจังน่ะพวกเราก็รู้กันทุกคน มันเป็นความลับซะที่ไหน" พอฮิกกี้พูดจบทุกคนก็ร้องอ๋อกันหมด
      "งี้นี่เอง ยูโตะมันกะให้ที่คาดผมของชั้นบอกรักยามะจังน่ะสิ โห ไม่ยอมบอกันเลย ชั้นก็ดีใจแทบตายคิดว่าเจอของดีซะแล้ว" ไดจังบ่นเซ็งๆ พร้อมหยิบที่คาดผมมาหักทิ้ง
      ถึงแม้ว่าที่คาดผมจะเป็นของปลอม แต่มักสองคนก็ทำให้คนรักสองคนได้สมหวังล่ะนะ.............

      ++++++++++++++++++++++++++++++++

      HBD เฟริน มิซูกิ คาเมนาชิ นะจ๊ะะะะะ
      ขอโทษที่อัพช้า อัพเลยวันเกิด แถมยังชุ่ยๆ อีก
      แถมอีกสองตอนที่บอกไว้ก็ยังไม่เสร็จ ฮืออออ
      เค้าขอโต๊ดดดดดดด
      วันนี้ไฟที่บ้านตกไปสี่รอบ แม่เจ้าไม่ได้เซฟไว้เลยทั้งสี่รอบ ฮือออออ
      มันเรยออกมาช้าเช่นนี้ โกเมนนาไซเน๊ T/\T

      ปล กะแต่งฉากเรทแล้ว แต่กลัวโดนแบนอ่า า า า าา

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×