Y / M _ X-mas Pome project

ตอนที่ 1 : 1st Date :: The chosen king’s calling.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    9 พ.ย. 61







Story by          ::  markbunnie1     
Type                ::  One shot            
The old story ::  Final Fantasy xv
Position      ::  YUGYEOM x Mark
Date                ::  09.11.2018        


#ymxmaspoem​

Enjoyed reading ^^
  





อิสระภาพ ...



มันหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ



หรือว่ามันอาจไม่เคยมีอยู่จริงสำหรับคนอย่างเขา




ราชาที่ถูกเลือกงั้นหรอ


เหอะ หลอกลวงทั้งเพ ...






“นายห้ามตายนะ ฉันขอสั่งนาย !!” เสียงตะโกนที่ดังขนาดนั้นไม่ได้ทำให้คนที่นอนอยู่นึกกลัวแต่อย่างใด ใบหน้าเขรอะขระและมีแต่บาดแผลจากการสู้รบที่เขาฝ่าเข้ามาเพื่อช่วยอีกคนยังคงแต้มรอยยิ้มส่งไปให้คนตรงหน้าที่น้ำตาไหลพรากไม่หยุด สายตาที่เว้าวอนนั่นไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับเสียงที่สั่งเขาเลยสักนิด


“ร้องไห้ไม่สมกับเป็นท่านเลย”


“...ฝ่าบาท” องค์ชายในตอนนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะตำหนิและก่นด่าในใจแน่ๆว่าที่ทำอยู่มันอ่อนแอเพียงใด การที่ต้องมาเสียน้ำตาต่อหน้าผู้อื่นแบบนี้น่ะ


แต่ตอนนี้ ...


เขาไม่มีเวลาพอจะมาพูดอะไรแบบนั้นอีกแล้ว


“เปล่าประโยชน์น่าองค์ชาย เดี๋ยวเขาก็ตายแล้วล่ะ”


“หุบปาก” เสียงหัวเราะอันแสนจะสะใจของคนที่ถูกว่าดังขึ้นก่อนจะเงียบหายไป รอยยิ้มอันแสนจะน่ารังเกียจและสยดสยองถูกส่งให้กับเขาที่มองอยู่ ก่อนที่คนๆนั้นจะเดินไปนั่งบัลลังก์ของกษัตริย์แห่งวอเทอร์เรียอย่างสบายใจ


แต่นั่นไม่ใช่ที่ของแก


ไอ้สารเลว


“เก้าอี้นี้นั่งสบายจังเลยนะ ว่ามั้ย...มาร์ค” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่ถูกถาม ที่คอยเอาแต่มองใบหน้าของเขา มือเล็กยังคอยห้ามเลือดที่ไหลไม่ยอมหยุดจากแผลอันเกิดจากดาบของตัวเขาเอง เพราะฝีมือของคนๆนั้น น้ำตาจากนัยน์ตาคู่สวยยังคงไหลไม่ขาดสาย แต่เขาไม่สามารถแม้จะยกไปเช็ดให้เลย ทุกๆอย่างมันแย่ไปหมด


รู้สึกอยากจะหลับเข้าไปทุกที


เกลียดตัวเองจริงๆ


เขาปกป้ององค์ชายไม่ได้


ปกป้องมาร์คไม่ได้เลย


“มาร์ค”


“...”


“ผ...ผมขอโทษ”










Before the Fall ....


(ที่โรงเรียนเป็นไงบ้าง)

“ก็ดี”

(กลับบ้านบ่อยๆบ้างสิ พ่อแทบจะไม่เจอหน้าลูกเลยนะ)

“เข้าใจแล้วครับ แค่นี้นะ”


ทันทีที่กดวางสาย เสียงหายใจที่ถอนออกมาอย่างคนเหนื่อยอ่อนก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งที่ทรุดนั่งลงกับโซฟาของเจ้าชายแห่งวอเทอร์เรีย รัชทายาทเพียงคนเดียวที่จะขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากราชาซึ่งเป็นพ่อของเขา


คนที่ถูกขนานนามว่าเป็น องค์ชายที่ถูกเลือก


ชีวิตของเจ้าชายไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่ใครๆคิดกัน ทุกอย่างมาพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่เขาต้องรับไว้ให้ได้ ไม่มีแม้แต่เพื่อนสนิทที่รับฟังปัญหาต่างๆหรือไปไหนมาไหนด้วยกัน อีกทั้งต้องเรียนรู้งานหลายอย่างที่ตัวเองไม่อยากจะทำ


ราชางั้นหรอ


ให้พ่อเป็นคนเดียวซะสิ


ใครจะอยากเป็นกันล่ะ ...








แกร่ก ~



บุคคลมาใหม่ปรากฎตัวขึ้น ก่อนจะพาร่างสูงของตัวเองก้าวเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเฉยจนดูไม่น่าคบหา แถมยังมองเขาด้วยสายตาตำหนิสุดๆอีกต่างหาก


หมอนี่มันเป็นใครกัน !?


“มาร์คสินะ”


“...”


“ผมคิม เป็นทหารรับจ้างที่ท่านจีนัสส่งมาเพื่อดูแลคุณ”


คนดูแลอีกแล้วงั้นหรอ พ่อนะพ่อ


“กลับไปเถอะ ฉันไม่ต้องการนาย”


“ผมไม่ได้มีหน้าที่รับคำสั่งจากคุณ” ทันทีที่กำลังจะอ้าปากด่าเพราะความโมโห คนตัวสูงที่แนะนำตัวว่าชื่อคิม ก็เริ่มเดินดูสิ่งต่างๆรอบห้องที่วางระเกะระกะ เพราะความขี้เกียจของเขาเอง


“สกปรก”


“เก็บซะ ให้เวลา 1 ชั่วโมง”


“ไม่เสร็จไม่ต้องกินข้าว”


ไอ้คนเผด็จการ !!


มาถึงไม่พูดพล่ามก็สั่งเลยรึไง เรื่องมากชะมัด รกนิดรกหน่อยแค่นี้ทนเห็นไม่ได้รึไง นี่ห้องเขานะเว้ย


“เป็นถึงเจ้าชาย อย่าทำตัวเหลวไหลแบบนี้จะได้มั้ย” คิมยืนกอดอกมองเขาที่เก็บของที่ตัวเองทำรกเอาไว้ ไอ้คำที่ตำหนิเขานั่นน่ะก็ไม่ใช่คำพูดที่ฟังแล้วรู้สึกดีเลยสักนิด


“ฉันไม่ได้อยากเป็นซะหน่อย”


“ถ้าไม่คิดจะช่วยเก็บ ก็อยู่เงียบๆทีเถอะ”


“แบบนั้นมีประโยชน์กว่าอีก”

.

.

ตัวปัญหาในชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 1 คนแล้วสิ





มาร์คยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม เขาไม่ได้เจอหน้าคนที่บอกว่าจะมาดูแลเขาตั้งแต่วันนั้น จนตอนนี้ก็เกือบอาทิตย์เข้าให้แล้ว ห้องที่เคยโดนสั่งให้ทำความสะอาดเริ่มกลับมารกเหมือนเดิม เขากลับมาถึงคอนโดหลังจากที่วิชาสุดท้ายจบลง ไม่มีใครกล้าชวนเขาไปเที่ยวด้วยกันอาจจะเพราะเพียงแค่ว่า ...


เขาเป็นเจ้าชาย


“หื้ม ?” ไฟในห้องเปิดอยู่ราวกับมีคนอยู่ และก็เป็นจริงเหมือนกับที่คิด ร่างสูงที่ยืนอยู่โซนครัวกำลังผัดบางอย่างในกะทะที่ส่งกลิ่นหอมน่ากิน


“เก็บห้องให้สะอาด แล้วไปอาบน้ำมานั่งรอกินข้าว”


“คร้าบๆ” เขาทำท่าโค้งให้คิมที่ยืนสั่งด้วยสีหน้าเข้มๆตามแบบฉบับของตัวเอง ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มกว้างอย่างล้อเลียนส่งไปให้ แล้วลงมือเก็บห้องตามคำสั่ง





“นี่เอกสารของการบริหารต่างๆที่คุณจะต้องอ่าน” ขณะที่นั่งกินข้าวได้เพียงไม่นาน คนตรงหน้าก็เอาเอกสารที่หนายิ่งกว่าหนังสือเรียนยื่นให้


“เอาไว้ก่อนละกัน”


“หัดเรียงลำดับความสำคัญบ้างก็ดีนะ แม้จะยังอยู่แค่มอปลาย แต่จำเอาไว้สักนิดว่าตัวเองเป็นถึงรัชทายาทของวอเทอร์เรีย”


“...”


คำพูดเจ็บแสบถูกส่งผ่านออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบๆของคิมทำเอามาร์คถึงกับหันขวับไปมองอีกคนอย่างเอาเรื่อง


“กินผักซะบ้างสิ อย่าเลือกกินมากนักจะได้มั้ย”


“นายก็กินไปคนเดียวสิ มาบังคับคนอื่นทำไมกัน”


“ดื้อจริงๆ เด็กอะไร”


“ไม่เด็กแล้วต่างหากล่ะ”


สุดท้ายแล้วผักในจานของมาร์คก็ยังคงถูกเหลือทิ้งไว้เหมือนเดิม แม้ว่าจะโดนบ่นก็ตาม ...







“ทำไมกลับมาช้า”


“อ่านหนังสือที่ห้องสมุด” ทันทีที่เดินเข้าห้อง คิมที่อยู่ก่อนแล้วก็ถามขึ้นโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองเขาด้วยซ้ำ มือหนายังคงนวดแป้งเพื่อทำอาหารอยู่อย่างงั้น


“อ่านเอกสารรึยัง”


“ยัง”


“...” คิมเงียบไปทันทีเมื่อเขาตอบไปแบบนั้น


มาร์คนั่งลงที่โซฟาตรงกลางห้อง ทุกอย่างที่รกๆกลับสะอาดหมดจดจากฝีมือคนดูแลที่คงจะทนเห็นมันรกๆไม่ได้เลยเก็บกวาดให้ เพียงไม่นานอาหารที่คิมทำก็เสร็จ แต่เขาไม่อยากกินอะไรเลยตอนนี้ อยากเข้าห้องนอนแล้วมากกว่า


คิมนั่งที่โต๊ะอาหาร มองอีกคนที่กำลังนอนลงบนโซฟา ไม่ได้ลุกมากินข้าวแม้อาหารจะเสร็จแล้ว เขาไม่อยากให้มันเสียเวลา วันนี้เขามีหน้าที่มาอธิบายเรื่องที่อยู่ในเอกสาร ก็แค่นั้น


“มอนสเตอร์เริ่มสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในแถบนอกมากขึ้น บาเรียที่คุ้มกันแค่เมืองหลวงเท่านั้น จำเป็นต้องพิจารณาให้ขยายออกไปเพื่อช่วยประชาชน”


“...” แค่หนังสือเรียนที่ต้องอ่านตลอดวัน ก็น่าเบื่ออยู่แล้ว นี่ยังต้องมาฟังเรื่องพวกนี้อีกอีกเนี่ย


“ฝ่ายอลาสอรามส์ก็เริ่มรุกรานประเทศเราขึ้นทุกวัน ท่านจีนัสที่ต้องใช้สมาธิเพื่อควบคุมบาเรียก็เริ่มป่วยบ่อยๆ จนร่างกายอ่อนล้าขึ้นเรื่อยๆ”


“...”


“ฟังอยู่รึเปล่า”


“อื้อ” มาร์คยังคงนอนนิ่งหันหลังให้คิมอยู่อย่างนั้น แม้ว่าเรื่องที่พูดจะร้ายแรงขนาดไหน อีกคนก็ยังไม่ได้สนใจหรือตกใจเลยสักนิด


“ถ้าฟังตอนนี้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา”


“นี่มันเรื่องของนายเองทั้งนั้น ทำไมพูดเหมือนเป็นเรื่องคนอื่นแบบนี้”


“แล้วจะทำไม พ่อจะตายแล้วรึไง”


“ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นซะหน่อย”


“ก็ถ้าไม่ใช่แล้วพูดแบบนั้นทำไมกัน !? ฉันขึ้นเป็นราชาได้ก็ต่อเมื่อพ่อตายไม่ใช่รึไง !!?”


“ไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ”


“ทำไมจะไม่พูดก็พูดอยู่นี่ไง !!”


“...” ใบหน้าที่กำลังจ้องเขา ขึ้นสีเมื่อโกรธจัด มาร์คคุยไม่รู้เรื่องแล้วสินะ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าของเขาเองและลุกขึ้นเดินออกไปเงียบๆ


“เก็บไปคิดด้วยละกัน”


“...ฝ่าบาท”


คิมเดินออกไปพร้อมกับคำพูดนั่นที่เขาโคตรจะเกลียด หมอนหลายใบถูกปาลงพื้นเพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ของเขา ในใจเขากำลังร้อนระอุคล้ายกับอยู่ท่ามกลางเปลวไฟที่แผดเผารอบๆตัว จะกลับก็ไม่ได้ จะก้าวต่อไปก็ไม่เห็นแม้แต่หนทางที่จะเดินเลยสักนิด


ไม่เห็นเลยจริงๆ








“อ่อนแอ”


“ยังใช้ไม่ได้”


“หนวกหู !!”


“แบบนี้ขึ้นเป็นราชาไม่ได้หรอกนะ ไม่มีความแข็งแกร่งเลยสักนิด”


“รู้แล้วน่า !!!”


มาร์คทิ้งดาบลงที่พื้นหญ้าในลานบ้านของแจ็ค ชายผู้เป็นเสมือนเพื่อนคนเดียวและเป็นครูฝึกวิชาดาบของเขา ก่อนจะนั่งลงบนพื้นหญ้า ใบหน้าที่ดูกังวลจนแทบไม่หลงเหลือสมาธินั่นดูท่าวันนี้องค์ชายจะฝึกต่อไม่ได้ซะแล้ว


“รู้แล้วตัวเองอ่อนแอที่จะขึ้นเป็นกษัตริย์แทนพ่อไม่ได้”


“รู้อยู่แล้ว...”


ความกังวลในใจของมาร์ค ทำเอาแจ็คเป็นห่วง มือหนาบีบไหล่บางเบาๆเพื่อให้กำลังใจ เขารู้ว่าภาระที่ต้องรับขององค์ชายมันมากมายเพียงใด เด็กอายุแค่ 17 ต้องมารับแรงกดดันขนาดนี้ เป็นเขาคงจะกังวลไม่ต่างกัน








“คิม”


เสียงเรียกข้างหลังดังขึ้น คนตัวสูงหันไปมองก่อนจะพบว่าเป็นของแจ็ค คนดูแลอีกคนของมาร์ค ที่เขามักจะเห็นมาร์คคุยด้วยบ่อยๆด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม อย่างที่เขาไม่เคยได้รับมัน


“คุณพ่อบ้านเรียกพบ เห็นว่าตรงลำธารสายไวนด์นามิกมีตัวเจลลี่น้ำมาสร้างความเสียหายกับสัตว์น้ำของชาวบ้าน”


“เลยต้องรบกวนคุณนักดาบคิมซักหน่อยน่ะ”


“อืม เดี๋ยวตามไป” เขาเดินกลับไปหลังจากที่คิดว่าอีกคนคงหมดธุระแล้ว


“เดี๋ยวนี้ได้ไปหามาร์คบ้างมั้ย”


คำถามนั้นทำเอาเขาชะงัก หยุดอยู่กับที่ ไม่ได้เดินต่อแต่ก็ไม่ได้หันกลับไปมองแจ็ค


“ละเลยหน้าที่ระวังโดนตัดเงินเดือนนะเว้ย ฮ่าๆๆ”


“ช่วงนี้เจ้าเด็กนั่นดูหงอยๆ ไม่มีสมาธิเอาซะเลย สั่งสอนให้ทีสิ” คิมหันกลับไปมองแจ็คที่ยิ้มให้เขาอยู่


“ก็บอกเจ้าตัวเองสิวะ”


“บอกได้คงไม่มาหานายหรอก ฮ่าๆๆ” ดูท่าอีกคนก็คงจะโดนฤทธิ์ขององค์ชายมาไม่น้อยเลยแฮะ


“รีบตามมาละกัน”


“อ้อ มาร์คบ่นอยากกินเกี๊ยวนะ อย่าลืมซะล่ะ”






ห้องที่คุ้นเคยถูกจัดเตรียมทำอาหารอีกครั้งตามที่อีกคนอยากกิน เกี๊ยวทำเองที่เขาทำไว้ ระหว่างรอมาร์คกลับมาจากโรงเรียน ห้องดูสะอาดและไม่รกเลยสักนิด ทำให้แปลกใจไม่น้อยเมื่อได้เห็นแบบนั้น มีก็แต่โต๊ะกินข้าวที่เต็มไปด้วยชีทและหนังสือเรียนที่เปิดค้างไว้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนมีแต่การ์ตูนเต็มไปหมด




แกร่ก ~




ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับมาร์คที่เดินเข้ามา อีกคนมองเขาเพียงไม่นานก็หันหน้าหนี เดินไปนั่งโซฟาตัวเดิมอย่างวันนั้น


“วันนี้มีธุระอะไร”


“แค่เอาเอกสารนิดๆหน่อยๆมาให้ แค่นั้นแหละ”


“ทำเกี๊ยวหรอ”


“อื้อ”


“หิวแล้วอ่ะ กินก่อนได้มั้ยค่อยอธิบาย”





ทั้งคู่นั่งเงียบๆ กินของตัวเองไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยสักนิดจนบรรยากาศชวนอึดอัดแปลกๆ


“เรื่องวันนั้นน่ะ...” เป็นเขาที่ทนไม่ไหว จนต้องพูดออกมา เมื่อมาร์คยังคงเงียบแบบนั้น


“เอกสารนั่น ผมอ่านเข้าใจหมดแล้ว”


“ขอโทษนะที่พูดไปแบบนั้น” ถึงแม้มาร์คจะเลี่ยงประเด็นแต่เขาก็ยังอยากจะขอโทษอยู่ดี



“...”


“...” ความเงียบที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าจะน่ากังวลใจมากกว่าเดิม จนเขาอยากจะลุกออกไปจากตรงนี้


“คุณทำอะไรอย่างนึงให้ผมได้รึเปล่า”


“หื้ม ?”


“ผมอยากกินน้ำแตงโมปั่น หาในตลาดแล้วไม่มีเลย” คิมที่มองอยู่ถึงกับหลุดขำออกมาเมื่อเห็นมาร์คทำหน้าตาจริงจังเพราะคงอยากจะกินน้ำแตงโมปั่นนี่จริงๆ


“ขำอะไรเล่า มันน่าตลกนักรึไง”


“เปล่า ฮ่าๆๆ”


“หยุดขำเดี๋ยวนี้เลยนะคิม !”


“ฮ่าๆๆ”


“ห้ามขำนะ ห้าม ห้าม ห้าม ฟังกันบ้างสิ !!”




สุดท้ายแล้วมาร์คก็ยิ้มออกมาให้เขาได้เห็นจนได้ ...









เวลาผ่านไปนานนับปีที่ทหารรับจ้างคนที่แนะนำว่าชื่อคิม เข้ามาวนเวียนและดูแลในชีวิตของเขา แม้เขาจะดื้อและไม่ฟังที่อีกคนพูดขนาดไหน แต่คิมก็ยังคงอยู่


ยังอยู่กับเขา ...


“กินผักซะบ้างสิมาร์ค ให้ตายเถอะ”


“บ่นอีกแล้วอ่ะ ทำตัวเป็นตาแก่ไปได้”


“ว่าไงนะ !?”


สงครามย่อมๆก็เกิดขึ้นเมื่อมาร์คคิดจะหลบหนีจากการจับกุมของคนดูแลเมื่อเขาเผลอพูดไม่ดีออกไป แต่สุดท้ายคนผิดก็หนีไม่รอด ...


อ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นนี่ทำเอาหน้าหนาวนี้ เขาแทบไม่อยากให้คิมไปไหนนานๆเลย รู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกเมื่ออยู่ใกล้ๆ


“วันนี้ไปล่ามอน’มาหรอ หน้าตาอ่อนล้าเชียว”


“นิดๆหน่อยๆ หมู่บ้านแถววิชเปอร์เทลแปลงผักโดนทำลายจนเสียหายน่ะ”


“พ่อใช้งานนายหนักไปรึเปล่าเนี่ยคิม”


“อย่าคิดงั้นสิมาร์ค ผมเต็มใจทำน่า ฝ่าบาทไม่ได้มีรับสั่งด้วยซ้ำ”


“เนี่ย ทีกับพ่อทำไมนายเรียกฝ่าบาทได้ล่ะ !!”


“งอแงอีกละ ฮ่าๆ”


“ไม่ตลกนะเว้ย ไม่งอแงด้วย !!”


คนตัวสูงหัวเราะชอบใจเมื่อใบหน้าหวานงองุ้มคล้ายกับว่ากำลังงอนเขา มาร์คลุกขึ้นเดินกลับนั่งที่ตัวเองก่อนจะทานอาหารตรงหน้าต่อให้หมดจานโดยที่ผักต่างๆก็ยังเขี่ยไว้ข้างขอบจานเหมือนเดิม


“บอกไปก็เท่านั้นสินะ”


“พูดมากน่าคิม รีบกินสิ มาเล่นเกมส์ด้วยกันนะ”


“ผมไม่ได้ว่างขนาดนั้น มีงานต้องกลับไปเคลีย”


มาร์คงอน ...


อีกคนไม่ค่อยมีเพื่อน หรืออาจจะเรียกได้ว่าแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ แรกๆก็เบื่อเขาที่ตามมาบ่นทุกวันถึงห้อง แต่พอนานๆไปกลับกลายเป็นว่ามาร์คเรียกร้องอยากจะให้เขามาหา


“เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะมารับ อย่าตื่นสายล่ะ”


“เข้าใจแล้วน่า”


“ผมไม่อยู่ อย่านอนดึกล่ะ ห่มผ้าก่อนนอนด้วย แล้วก็...”


“ขี้บ่นๆ รีบไปเลยไป”


“เดี๋ยวเถอะ อยากโดนลงโทษรึไงมาร์ค”


“กลัวมากเลยเนี่ย กลัวสุดๆไปเลย” คนตัวเล็กทำหน้าตาเลิ่กลั่กอย่างล้อเลียนเขา ที่บอกจะลงโทษ มาร์คไม่ได้กลัวหรอก เขารู้


“รีบกลับเถอะ ขับรถกลับดีๆนะ ถึงแล้วเมจเสจมาบอกด้วย”


“เดี๋ยวโทรบอกนะครับ”


“พูดแล้วนะ ห้ามผิดสัญญาด้วย”


“ผมไม่เคยผิดสัญญาเหมือนมาร์คหรอกน่า”


“พูดมากจัง กลับไปได้แล้ว !”


“ฮ่าๆๆๆ งั้นกลับแล้วนะ เจอกันพรุ่งนี้”


ความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ไม่ใช่เรื่องที่จะเปิดเผยได้ มันผิดต่อราชวงศ์กษัตริย์ แต่ทั้งๆที่รู้แบบนั้น เขาก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ที่จะทำแบบนั้นไป ยิ่งไปกว่านั้นมาร์คก็รู้สึกแบบเดียวกันกับเขา ทุกสัมผัสที่เคยเกิดขึ้นเป็นความจริงไม่ใช่ความฝัน ทุกอย่าง ทุกความทรงจำที่มีร่วมกัน มันช่างเป็นเรื่องราวดีๆเหลือเกินในชีวิตของเขา




แต่ทุกอย่างมันกำลังจะหายไป ...







“ไปกับแจ็คนะมาร์ค ไม่ต้องห่วงผม”


“ไม่ !! จะทิ้งกันรึไง ไหนสัญญาแล้วอ่ะคิม !”


“รีบพาไปเถอะ ทางวิชเปอร์เทลพอจะมีทางไปถึงคอร์กาเรียได้ หลุมศพที่มีดาบเล่มแรกอยู่ในแผนที่ที่มาร์กไว้ให้”


“ดูแลมาร์คด้วย อย่าให้เค้าเป็นอะไร”


สายตาที่ส่งผ่านมาของคิมทำให้รู้ว่าอีกคนเป็นห่วงองค์ชายเพียงใด แม้ตัวเองจะไม่อยากปล่อยให้ห่างตัว แต่ถ้าอยู่ที่นี่มาร์คยิ่งจะตกอยู่ในอันตราย


“ปกป้องกษัตริย์เป็นหน้าที่ของทหารอยู่แล้ว รีบตามมาล่ะ”


“อืม จะตามไป”


“พูดอะไรกัน ถามฉันกันรึยังวะ แจ็คปล่อย !!!"


"แจ็ค ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”


“รีบพาเค้าไปเถอะ”





ใจร้าย


ทำไมนายถึงไม่มาปกป้องฉันล่ะคิม


ทำไมนายปล่อยฉันมากับแจ็ค โดยที่นายยังอยู่ที่นี่ล่ะ


ทำไม ...





ร่างสูงของคิมแน่นิ่งไปแล้ว ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของกษัตริย์ มาร์ควางอีกคนลงเบาๆอย่างทะนุถนอม มือเล็กปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นคนๆนั้น ที่พรากทุกอย่างไปจากเขา ทั้งพ่อ เพื่อนที่เขามีเพียงคนเดียวอย่างแจ็ค


และคิม ...


นี่หรอชะตากรรมของราชาผู้ถูกเลือก




ดาบประจำตัวของราชาแห่งวอเทอร์เรียทั้ง 8 ปรากฏขึ้นรอบตัวของเขา พลังที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาชนของตัวเองถูกถ่ายทอดออกมายังเขาที่ต้องขึ้นราชาคนต่อไป ถ้าต้องตายไอ้คนทรยศมันก็ต้องตายไปกับเขาด้วย


“น่าเสียดาย ยังสนุกอยู่เลยแท้ๆ ไม่น่ารีบตายเลยนะ คิม”


“คนสวะอย่างแกน่ะไม่มีสิทธิ์เอ่ยชื่อเขาด้วยซ้ำ”


“หวงจังนะ งั้นแสดงว่าที่เขาลือกันว่าเจ้าชายแห่งวอเทอร์เรียมีความสัมพันธ์ลับๆกับนักดาบรับจ้างที่อาสาไปดูแลก็เรื่องจริงงั้นสิ”


“...”


“จี้ใจดำแล้วสิ แย่จัง”


“อยากจะพูดอะไรก็เชิญ !!”


ดาบที่เป็นของกษัตริย์องค์ที่ 3 ถูกเรียกออกมาเพื่อใช้จัดการกับคนทรยศที่เขาไม่อยากจะได้ยินเสียงและคำพูดทุเรศๆนั่น ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นอมตะ แต่เขาก็ยังต่อสู้กันโดยที่เขาไม่ได้มีความเกรงกลัวเลยสักนิด


เขาไม่มีอะไรที่ต้องเสียอีกต่อไปแล้ว ...


“ฝีมือเก่งขึ้นเยอะเลยนะมาร์ค คิมฝึกมาดีเลยสิท่า”


ปลายดาบถูกปักที่อกข้างซ้ายของเดฟ คนทรยศต่ออาณาจักรวอเทอร์เรียที่เขาเกลียด อีกหน่อยมันก็คงจะฟื้นขึ้นมาแน่ๆ ปีศาจเลวๆอย่างมันน่ะ เพราะงั้นมีทางเดียวที่จะกำจัดมันได้


ต้องเป็นวิธีนี้เท่านั้น


มาร์คเดินขึ้นไปยังบัลลังก์ที่เขาเคยเฝ้ามองพ่อของตัวเองจากด้านล่าง ไม่แม้แต่อยากจะคิดว่าจะขึ้นไปเลยสักครั้ง รอยยิ้มของพ่อที่เฝ้ามองเขาจากตรงนี้เมื่อตอนยังเด็ก เขายังจำได้ไม่ลืม ทุกอย่างยังเหมือนกับว่าพ่อนั่งอยู่ที่เดิม


เฝ้ามองเขาเหมือนกับตอนนั้น



‘ลูกต้องราชาที่ดีได้แน่มาร์ค’



ผมแค่อยากเป็นลูกของพ่อแค่นั้นเอง ...


ทำไมไม่เลือกทางไว้ให้ผมเลยสักนิด




มาร์คขึ้นนั่งบัลลังก์ของกษัตริย์แห่งวอเทอร์เรีย เพื่อรับพลังจากดาบประจำราชาคนสุดท้ายซึ่งก็คือพ่อของเขาเอง เขาไม่มีทางเลือกเองว่าตัวเองจะต้องอยู่หรือต้องตาย

เพราะทุกอย่างถูกเลือกไว้ให้เขาแล้ว







“ตามมาแล้วหรอฝ่าบาท ใจกล้าดีจังนะที่เข้ามาในโลกนี้”


“...” เดฟก้มหัวให้เขาก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา คนๆนี้คงจะเจ็บปวดไม่ต่างกับเขาหรอก แม้ว่าตัวเองจะเป็นอมตะก็ตาม การที่มีชีวิตอยู่แต่ต้องกลายเป็นปีศาจที่มีแต่มลทินมันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นักหรอก



พลังของดาบทั้ง 9 ที่เขาฝ่าฟันที่จะเอามาเพื่อปกป้องประชาชนของเขาจากเงื้อมมือของปีศาจถูกพุ่งปักเข้าแทง คนทรยศที่ไม่แม้แต่จะขัดขืนเลยสักนิดราวกับรู้ชะตากรรมของตัวเอง ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายไป และไม่ฟื้นขึ้นมาเลยตลอดกาล


รวมถึงตัวเขาเองด้วย ...









“ทุกๆอย่างจบลงแล้ว เมืองที่แต่ความชั่วร้ายจากปีศาจเข้าครอบงำ เริ่มต้นวันใหม่ด้วยเช้าที่สดใส”



“ประชาชนของอาณาจักรวอเทอร์เรียจะไม่มีเหล่าปีศาจมารุกรานอีกต่อไปเมื่อลูกชายของข้ากำจัดสิ่งชั่วร้ายนั้นได้สำเร็จ”


“คิม”

“เจ้าทำหน้าที่ของตัวเองสำเร็จ องค์ชายได้ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับราชาของประชาชน”


“ในนามของกษัตริย์แห่งวอเทอร์เรียและพ่อของเจ้า”




“ข้าขอให้เจ้าทั้งสองมีความสุขมากๆตลอดไป"

"มาร์ค คิม”


E n d .



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 barbiebb_ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 18:58

    เปิดตัวมาแบบเศร้าเลย

    อยากรู้ที่มาที่ไปทั้งคู่จังเลยค่ะ

    #2
    0
  2. #1 ??? (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 21:34

    สรุปคือ คิมกะองค์​ชาย ตายคู่เลยใช่ไหม แง๊ TT


    ถึงจะงงหน่อยๆแต่ว่าสนุกนะคะ สู้ๆๆ


    #1
    0