เข็นรักขึ้นภูเขา

ตอนที่ 4 : ♿ มนุษย์ล้อผู้น่ารัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

โปสเตอร์นิยายเข็นรักขึ้นภูเขา

::: ATOM :::

"ถ้ามึงมีอะไรจะเล่าให้กูฟัง ก็เล่าได้นะเว้ย เรื่องไหนเล่าได้ก็เล่า กูพร้อมจะฟังทุกเรื่อง แต่ถ้ามึงแค่อยากพักผ่อนเงียบๆ ไม่อยากเล่าอะไรก็ไม่เป็นไร หรือว่ามึงจะเล่นเกม จะฟังเพลง จะดูหนัง จะออกไปดูวิวตรงระเบียง จะซื้อเบียร์มากิน ก็ตามสบายเลยเพื่อน ทำอะไรก็ได้ที่ช่วยให้มึงสบายใจขึ้น ถ้ากูช่วยมึงได้ กูก็ยินดีช่วย"

ฟังแล้วผมก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกัน ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะทำให้ผมรู้สึกดีและอบอุ่นใจได้ขนาดนี้ วันนี้ทั้งวันผมรอให้เสร็จงานเพื่อจะมาหากัปตันคนเดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงรู้สึกแบบนี้

"ขอเวลาทำใจสงบๆ แป๊บนึงนะเว้ย เรื่องมันเยอะไปหมดเลยว่ะ แต่ยังไงกูก็ต้องเล่า มึงทนฟังกูหน่อยนะเว้ย"

"เออ กูจะฟังมึงพูดจนเช้าเลย มึงพูดมาให้หมดเหอะ"

"งั้นมึงไม่ได้นอนแน่" ผมพยายามพูดติดตลกให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นบ้าง ที่จริงแค่ได้มาเห็นหน้ากัปตันผมก็รู้สึกดีแล้ว ยิ่งได้กอดก็ยิ่งอุ่นใจ

ที่จริงกัปตันก็แค่นั่งรถวีลแชร์ นอกนั้นเขาก็เหมือนคนทั่วไป เป็นเพื่อนผมได้ ให้กำลังใจผมได้ เป็นที่พึ่งยามท้อใจให้ผมได้ ถ้าจะเป็นมากกว่านี้ให้ใครสักคน ผมก็เชื่อมั่นว่าเขาเป็นได้

"พอยัง กูยืนเมื่อยแล้ว" กัปตันเตือน

"ขอโทษๆ " ผมหัวเราะเขินๆ เมื่อนึกได้ จากนั้นจึงคลายอ้อมแขนออกและพยุงกัปตันลงนั่งบนรถวีลแชร์ตามเดิม

"มึงจะอาบน้ำก่อนไหม จะได้สดชื่น" กัปตันเสนอ

"มึงอาบก่อนเหอะ กูขอไปยืนดูวิวตรงระเบียงๆ เงียบๆ แป๊บหนึ่งก่อน"

"ตามสบาย งั้น...กูอาบน้ำก่อนนะ ส่วนมึงก็ดูวิวให้สบายใจละกัน รับลมเย็นๆ จะได้สบายใจ"

ผมพยักหน้า วันนี้ผมเจอคนและเจอปัญหาหลายเรื่อง ขอพื้นที่สงบๆ ให้ตัวเองบ้างดีกว่า

"อ้อ จะกินอะไรก็ตามสบายเลย ไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าเป็นห้องของมึง" กัปตันยิ้มกว้างให้ผม อวดเสน่ห์ฟันเขี้ยวแหลมเล็ก

เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นกัปตันยิ้มกว้างขนาดนี้ ปกติเขาจะดูเป็นคนหน้าเฉยๆ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกมาก เดายากว่ารู้สึกยังไง พอยิ้มแบบนี้แล้วกัปตันดูสดใสมากทีเดียว หัวใจที่มืดๆ ของผมก็พลอยสว่างไสวไปด้วย

"เออ" ผมรับคำ

"งั้นกูไปอาบน้ำก่อนนะเว้ย" กัปตันบอกแล้วหมุนรถ ก่อนเข็นเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง

ผมเอากระเป๋าที่สะพายมาด้วยวางบนโซฟา จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดเครื่อง คืนนี้จะไม่มีใครสามารถรบกวนผมได้ เพราะผมจะใช้เวลากับกัปตันให้เต็มที่ ผมจะเปิดพื้นที่ส่วนตัวให้เขาเข้ามาหาผม ขณะเดียวกัน ผมก็อยากเข้าถึงพื้นที่ส่วนตัวของกัปตันบ้างเหมือนกัน น่าแปลกที่ผมรู้สึกว่ามันน่าตื่นเต้นดี

ผมเดินไปที่ระเบียงและเหม่อมองไกลออกไป แสงสีกรุงเทพยามค่ำคืนดูเย็นตาดีไม่น้อย ผิดจากตอนกลางวันที่ดูร้อนและวุ่นวายสับสนไปหมด ลมเย็นๆ พัดมาต้องผิวกาย ผมหลับตาลงและสูดหายใจลึกๆ ไม่นานเท่าไหร่ใจก็เริ่มสงบเย็น

ตอนแรกผมว่าจะยืนชมวิวตรงนี้เงียบๆ คนเดียว แต่พอนึกได้ว่าเพื่อนตัวเองใช้วีลแชร์ ผมก็เกิดสงสัยว่ากัปตันจะอาบน้ำยังไง คิดแล้วผมก็กลับเข้ามาในห้อง ก่อนเดินไปดูห้องน้ำแต่ไม่เห็นกัปตันอยู่ในนั้น ห้องน้ำของมันกว้างมาก น่าจะพอให้วีลแชร์เข้าไปได้ทั้งคัน แบ่งพื้นที่เป็นส่วนเปียกและแห้ง มีผ้าม่านสีครีมๆ เอาไว้รูดกั้น ตรงที่อาบน้ำมีเก้าอี้พลาสติกสีขาวๆ ชนิดผิวหยาบวางอยู่ ผมเดาว่ากัปตันน่าจะใช้นั่งอาบน้ำ

ผมออกจากห้องน้ำผมก็เดินไปดูที่ห้องนอน พอเปิดประตูดูก็เห็นกัปตันอยู่ในนั้น เขากำลังเอาผ้าเช็ดตัวพันตัวอยู่บนเตียงพอดี

"มีอะไรให้ช่วยไหม"

"ไม่เป็นไร แค่นี้สบายมาก กูทำอะไรเองหมดมาตั้งแต่เด็กแล้ว"

"กูรู้ แต่ว่า...กูขอช่วยมึงได้ไหม วันนี้กูยังไม่ได้ช่วยอะไรมึงเลย" ผมต่อรอง ก่อนสาวเท้าเข้าไปดูใกล้ๆ

"จะเข็นเหรอ" กัปตันเอียงคอ

"เปล่า" ผมยิ้ม ก่อนจะย่อตัวลงหน้ากัปตันและหันหลังให้

"ขี่หลังกูดีกว่า เดี๋ยวกูจะพามึงไปอาบน้ำ"

"เฮ้ยไม่เอา"

"อะไรวะ ไหนมึงเพิ่งบอกไงว่ายินดีทำทุกอย่างให้กูสบายใจ ถ้ากูได้ช่วยบริการมึงนะ กูจะโคตรสบายใจเลยรู้เปล่า"

กัปตันทำท่าเหมือนคิดตาม ท่าทางบ่งบอกว่าน่าจะคล้อยตามบ้างแล้ว

"ถ้าไม่ขี่หลัง งั้นกูอุ้มมึงนะ กูว่ากูน่าจะอุ้มได้ มึงตัวไม่หนักเท่าไหร่" ผมเปลี่ยนข้อเสนอ

"เฮ้ย เอางั้นเลยเหรอวะ"

"น่า กูอยากรู้ว่ากูจะอุ้มมึงไหวเปล่า เผื่อวันหลังไปไหนด้วยกัน กูจะได้รู้ไงว่ากูอุ้มมึงคนเดียวไหวไหม หรือว่าต้องหาคนมาช่วยเพิ่ม"

กัปตันไม่ตอบ ผมจึงถือวิสาสะช้อนตัวเขาขึ้นมาอุ้มในท่าอุ้มเจ้าสาว กัปตันดูตกใจเล็กน้อย ผิวเนื้อขาวๆ อยู่ในอ้อมแขนของผมแล้ว กัปตันมีกลิ่นกายเฉพาะตัวที่น่าหลงใหล ไม่หอมแบบผู้หญิงแต่ก็เย้ายวนใจอย่างประหลาด

ผมอุ้มกัปตันไปวางบนเก้าอี้พลาสติกสีขาวๆ ตัวนั้น กัปตันคอยใช้มือจับปมผ้าเช็ดตัวไว้ตลอดเพราะมันจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่

"อาบเสร็จแล้วเรียกกูนะ" ผมกำชับ

กัปตันพยักหน้า ตอนแรกผมว่าจะออกไปเลย แต่พอก้าวขาไปได้สองสามก้าวผมก็หยุดกึก

"เฮ้ย กูว่า...กูอาบน้ำพร้อมมึงเลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาไง"

"เฮ้ย! " กัปตันอุทานอย่างตกใจ

"อายทำไมวะ ผู้ชายเหมือนกัน มึงไม่เคยอาบน้ำกับเพื่อนเหรอ" ผมแสร้งถาม ที่จริงตั้งใจจะต้อนให้เข้ามุมต่างหาก

"ไม่เคย"

"งั้นมึงก็ต้องเคยไว้ ผู้ชายสนิทกันเร็วเพราะแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันนี่แหละ" ผมอ้าง แต่ไม่รับประกันว่ามีงานวิจัยที่ไหนรองรับสมมติฐานนี้หรือเปล่า

กัปตันดูอึ้งๆ ผมก็เลยถอดเสื้อผ้าซะเลย ไม่ถึงนาทีผมก็ล่อนจ้อนไปทั้งตัว อวดหุ่นนายแบบต่อหน้าต่อตากัปตันหน้าตาเฉย

"ไง หุ่นกูใช้ได้ไหม"

ผมเอาเสื้อผ้าไปแขวนไว้กับราวตรงประตู ขณะแขวนก็พูดไปด้วย "กูขอยืมเสื้อผ้ามึงใส่หน่อยนะเว้ยคืนนี้"

"เออ"

แขวนเสื้อผ้าเสร็จผมก็เดินมาหาคนที่นั่งอยู่ มาถึงก็ยื่นมือขอ

"เอาผ้าขนหนูมา เดี๋ยวกูเอาไปแขวนให้"

กัปตันหน้าเหวอหน่อยๆ ผมย่อตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง

"มึงรู้ไหมว่าทำไมกูถึงอยากแก้ผ้าอาบน้ำกับมึง เพราะกูอยากให้มึงรู้ว่ากูพร้อมจะยอมรับมึงในแบบที่มึงเป็นไง ไม่ต้องอายขามึงหรอก กูเห็นแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเลย"

จะว่าไปหุ่นของกัปตันค่อนข้างดีเพราะไม่มีพุง มีลายกล้ามเนื้อตรงแขนและอกพองาม แถมผิวยังขาวเนียนจนสาวๆ คงอิจฉา

"มึงไม่รังเกียจกูเหรอ" กัปตันถามเสียงสั่นๆ

ผมส่ายหน้าและยิ้มให้ "กูจะรังเกียจมึงทำไม มึงรู้ไหม...ตั้งแต่กูรู้จักมึงวันแรก กูรู้สึกว่ามึงมีอะไรดีๆ หลายอย่างที่ทำให้กูอยากเป็นเพื่อนด้วย กูยอมผิดนัดกับแฟนกูตั้งสองครั้งก็เพราะกูอยากรู้จักมึงให้มากขึ้นนี่แหละ รู้ไหม...พอเลิกงานถ่ายแบบ กูก็มาหามึงก่อนใครเลย ไม่รู้ว่ามึงอยากรู้จักกูให้มากกว่านี้หรือเปล่านะ แต่กูอยากรู้จักมึงมากกว่านี้ว่ะ จริงๆ นะเว้ย"

สงสัยผมจะกดดันเพื่อนมากไป เพราะกัปตันเริ่มทำหน้ายุ่งยากใจ

"โอเค สงสัยกูจะทำให้มึงเครียด งั้น...กูออกไปรอข้างนอกก็ได้"

ผมลุกขึ้นและทำท่าจะเดินออกไป กัปตันรีบคว้ามือผมไว้ทันที

"เดี๋ยวก่อน"

ผมหยุดกับที่และหันไปมอง มือนิ่มๆ อุ่นๆ ของมันทำเอาผมใจเต้น กัปตันปล่อยมือจากผม จากนั้นก็ดึงปมผ้าขนหนูของตัวเองออก ไม่นานก็ส่งผ้าเช็ดตัวผืนนั้นมาให้ ผมยิ้มพอใจเมื่อได้เห็นร่างเปลือยเปล่าของเพื่อนเต็มตา ดูแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรน่าอายเลย

"เอาไปเก็บให้กูหน่อย" เจ้าตัวบอกเขินๆ

ผมรับผ้าขนหนูผืนนั้นมา เอาไปวางไว้บนอ่างล้างหน้าซึ่งมีที่ว่างอยู่ ครู่เดียวผมก็กลับมายืนข้างๆ เตรียมพร้อมจะอาบน้ำด้วยกันครั้งแรก

"เห็นไหม ไม่เห็นมีอะไรเลย อายทำไม"

ผมบอกด้วยสายตายิ้มๆ กัปตันดูสบายใจและมั่นใจขึ้นมาก

"ปิดผ้าม่านด้วย เดี๋ยวพื้นเปียก" กัปตันเตือน

ผมเอื้อมมือไปเลื่อนปิดผ้าม่านให้ หารู้ไม่ว่าอาวุธลับของผมเลื่อนไปอยู่ระดับสายตาของกัปตันพอดี

"เชี่ย _วยมึงจะทิ่มหน้ากูอยู่แล้ว"

กัปตันโวยวาย ผมรีบเอามือข้างหนึ่งกุมตรงนั้นไว้ อดขำไม่ได้เมื่อเห็นกัปตันหน้าแดง ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามันน่ารักน่าเอ็นดู เพราะปกติผมก็แพ้คนน่ารักอยู่แล้ว แต่เพิ่งจะรู้ตัวว่าแพ้ผู้ชายน่ารักก็วันนี้

"มันไม่ทิ่มหรอก ถ้ามึงไม่เล่นกับมัน" ผมยิ้มยั่ว

"อาบน้ำได้แล้ว" กัปตันรีบเปลี่ยนเรื่อง

ผมหัวเราะชอบใจเบาๆ ก่อนหมุนก๊อกเปิดน้ำ ไม่นานน้ำเย็นๆ จากฝักบัวกลมใหญ่เท่ากะละมังบนเพดานก็ไหลลงมารดกายเราสองคน สักพักก็เปลี่ยนเป็นน้ำอุ่นสบาย พอตัวเปียกดีแล้ว ผมก็ปิดน้ำและมองหาสบู่ กัปตันคงรู้ว่าผมมองหาอะไรจึงชี้บอก ผมหยิบมาดูยี่ห้อแล้วก็ถาม

"มึงใช้ยี่ห้อนี้ด้วยเหรอวะ"

"อืม ใช้มาตั้งแต่เด็กๆ เลย ใช้ดีนะเว้ย ใช้นิดเดียวเอง อาบสะอาดมาก ฟองนุ่ม หอมด้วย" กัปตันถือโอกาสโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองใช้เสียเลย บ้านเพื่อนผมที่ฐานะดีๆ ก็ใช้ยี่ห้อนี้หลายคน

พอบีบมาใช้ ผมก็พบว่ามันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนจมูกเหมือนยี่ห้อทั่วไปตามท้องตลาด พอเอามาชโลมผิวอาบน้ำ ผมก็ได้สัมผัสกับฟองละเอียดอ่อนละมุนอย่างที่กัปตันโฆษณาไว้ ผมบีบใส่มือแล้วถูเป็นฟอง ก่อนแกล้งเอาไปถูและลูบไล้ตรงหน้าอก กัปตันถึงกับสะดุ้ง

"เชี่ย ทำไร"

"เสียวเหรอ" ผมเย้า

"เสียวห่าไรล่ะ ตกใจเว้ย"

"ตกใจทำไม ผู้ชายเขาก็เล่นกันแบบนี้แหละ"

"ก็กูไม่เคยอาบน้ำกับเพื่อนแบบนี้นี่หว่า" กัปตันพูดเสียงมุบมิบ

ผมพยักหน้าเข้าใจ จากนั้นต่างคนต่างก็จัดการกับการทำความสะอาดตัวเอง ที่จริงผมอยากช่วยขัดถูให้ แต่ถ้าไปลูบไล้ผิวขาวเนียนของมัน ผมกลัวอาวุธลับของตัวเองจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป กระนั้นผมก็แกล้งแอบจับตรงนั้นตรงนี้ของมันเรื่อยๆ จนมันเลิกตกใจและชินไปเอง ก็เหลือแค่ที่เดียวเท่านั้น

พอกัปตันเอามือไพล่ไปทำความสะอาดหลัง ผมก็อาศัยทีเผลอแกล้งคว้าหมับเข้าที่อาวุธลับของมันทันที มันถึงกับร้องโวยวาย

"เฮ้ย เล่นเหี้ยอะไรวะ"

"ขอโทษๆ โกรธเหรอ ปกติกูก็เล่นแบบนี้กับเพื่อนบ่อยๆ มึงไม่เคยเล่นเหรอ" ผมทำหน้าสงสัย

สีหน้าของกัปตันอ่อนลง ผมเดาว่าเขาคงไม่เคยเล่นกับเพื่อนแบบนี้มาก่อน สำหรับผู้ชายทั่วไปแล้ว เรื่องนี้ถือว่าธรรมดามาก มันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชาย บางคนเล่นถึงขนาดชักให้กันก็มี แต่ผมยังไม่เคยทำถึงขนาดนั้น

"งั้นกูให้จับคืน" ผมแกล้งแอ่นตรงนั้นให้มัน กัปตันหน้าเหวออีก แต่ผมก็ยังหน้าด้าน

"จับดิ"

กัปตันเงยหน้ามองผมด้วยแววตาประหม่า ดูท่าจะคิดหนักทีเดียว ถ้ามันจะไม่จับก็ไม่เป็นไรหรอก แต่สุดท้ายกัปตันก็กล้า มันเอื้อมมือมาจับและบีบของผมเบาๆ ก่อนจะปล่อยอย่างรวดเร็ว เหมือนคนกลัวหนอน พอเผลอจับก็รีบปล่อย

"ถ้ามึงไม่เคยเล่นแบบนี้กับเพื่อนคนไหน เล่นกับกูได้นะเว้ย มันสำคัญมากนะมึง ผู้ชายน่ะ...ถ้าไม่เล่นแบบนี้ มันไม่สนิทกันหรอก จริงไหม"

กัปตันพยักหน้ายอมรับอย่างเขินๆ ผมว่ามันคงรู้สึกบ้างแหละที่เห็นเพื่อนเล่นจับของลับกัน แต่ไม่มีใครกล้าเล่นกับมันแบบนี้

"เดี๋ยวกูสระผมให้นะ"

กัปตันพยักหน้า ผมจึงรีบเปิดน้ำล้างฟองสบู่ จากนั้นก็ปิดและหยิบขวดแชมพูมา ดูเหมือนกัปตันจะมีความสุขที่มีคนอาบน้ำเป็นเพื่อน ผมเองก็มีความสุขไม่น้อย แทบจะลืมเรื่องปวดหัวที่เจอมาตลอดวันไปเลย

ผมไปยืนด้านหลังและบีบยาสระผมลงบนฝ่ามือ รอบแรกผมสระล้างคราบมันก่อน จากนั้นก็สระซ้ำรอบสอง

"โคตรหอมเลย สงสัยต้องหามาใช้บ้างแล้ว" ผมพูดพลางสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูบนหัวกัปตัน

"ที่บ้านกูไม่เคยเปลี่ยนยี่ห้อเลยนะเว้ย" กัปตันเล่าด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย

สระผมให้เพื่อนไปสักพัก ผมก็แกล้งยืนแอ่นให้อาวุธลับของผมไปโดนหลัง กัปตันรีบหันมาขู่ทันที

"เชี่ย เดี๋ยวกูบีบไข่แตกเลย"

เราสองคนหัวเราะ สระผมเสร็จผมก็ล้างผมให้ จากนั้นก็ตามด้วยครีมนวดผม ระหว่างชโลมครีมนวดลงไปผมก็ถาม

"ถามจริง อย่างมึงเอากับผู้หญิงได้เปล่าวะ"

"งั้นกูขอลองกับมึงก่อนละกัน" กัปตันหันมายิ้มยียวน

"จริงเปล่า งั้นออกไปกูพามึงขึ้นเตียงเลยนะ"

"เชี่ย เรื่องไร"

"ไรวะ ไม่ลองหน่อยเหรอ ถึงกูจะยังไม่เคยลองกับผู้ชาย แต่กูคิดว่าทำได้นะเว้ย สนเปล่า" ผมแหย่ต่อ

"ไม่เอา"

"ไม่เอาแล้วทำไมหน้าแดงวะ มึงรู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้เขามีเซ็กซ์เฟรนด์กันเยอะแยะ ธรรมดาจะตาย"

"แต่ไม่ใช่กับมึงแน่นอน เพราะกูไม่ชอบผู้ชาย" กัปตันยิ้มเย้ย

"เออ เดี๋ยวกูจะคอยดู สมัยนี้...ผู้ชายผู้หญิงมันไม่สำคัญแล้วเว้ย ถ้าใช่...มันก็ได้หมดแหละ จริงไหม"

"นี่แน่ะ" กัปตันเอื้อมมือมาบีบของผม ไม่ถึงกับแรงมากแต่ก็เกือบจุก

"โอ๊ย มึงบีบของกูเหรอ" ผมทำท่าโวยและจ้องจะจับคืน

กัปตันรีบเอามือปิด ผมก็เลยแกล้งดึงมือมันออก เสียงหัวเราะของเราดังลั่นห้องน้ำ มันร้องห้ามใหญ่เลย แต่จู่ๆ เราก็หยุดและมองหน้ากันนิ่ง เหมือนที่เรามักเห็นในทีวีบ่อยๆ ผมเคยสงสัยว่าทำไมพระเอกและนางเอกต้องมีโมเมนต์แบบนี้ก่อนตกหลุมรักกัน ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกนั้นรางๆ แล้ว น่าแปลกที่ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ทั้งๆ ที่จีบผู้หญิงมาเยอะ แถมตอนนี้ก็มีแฟนแล้วด้วย

ผมรู้สึกว่าปากสีชมพูเรื่อๆ ของกัปตันส่งสัญญาณเชิญชวนอีกแล้ว ผมคงมโนไปเองนั่นแหละ กระนั้นใบหน้าของผมก็เลื่อนเข้าไปหา นึกอยากจูบและบดขยี้ริมฝีปากสวยๆ ให้สะใจสักครั้ง คงจะเสียวซ่านรัญจวนใจดี ก็เกือบได้ทำสมใจนึกแล้ว แต่กัปตันดันได้สติซะก่อน

"กูจะนวดผมแล้ว"

ผมเผลอถอนหายใจอย่างเสียดาย ที่จริงก็น่าจะโล่งใจด้วย เพราะผมไม่ควรจะจูบมันหรอก แฟนผมก็ยังอยู่ทั้งคน ถึงแม้ว่าจะไม่รู้อนาคตเลยก็ตาม

อาบน้ำเสร็จก็ถึงเวลาประทินผิว ปกติกัปตันจะเช็ดโทนเนอร์ ทาครีมและทาโลชั่นหลังจากนั้น แต่พอไม่ได้เอาวีลแชร์เข้ามาด้วยก็ทำเองไม่สะดวก ผมจึงหยิบขวดโทนเนอร์และสำลีมาให้ แต่กัปตันก็บ่น

"กูต้องดูกระจกด้วย"

"เดี๋ยวกูเช็ดให้" ผมอาสา กัปตันก็ไม่ว่าอะไร แถมยังส่งโทนเนอร์และสำลีคืนให้ผม

ผมเหยาะโทนเนอร์ใส่สำลีแผ่น จากนั้นก็เช็ดทำความสะอาดใบหน้าใสๆ ให้อย่างเบามือ ผู้ชายอย่างผมสมัยนี้เริ่มใช้เครื่องสำอางมากขึ้นจึงไม่เคอะเขิน เพื่อนผมหลับตาพริ้มสบาย ท่าทางดูเย้ายวนใจเหลือเกิน ผมคงจะเป็นเอามากถึงได้ตีความท่าทางของเพื่อนไปในทางนั้นตลอด

เช็ดหน้าเสร็จผมก็ทาครีมให้ แต่ไม่กล้าทาโลชั่นเพราะไม่อยากลูบไล้เนื้อผิวขาวเนียนของมัน เกิดห้ามใจไม่ได้ขึ้นมาแล้วจะยุ่ง ในขณะที่กัปตันทาโลชั่น ผมก็เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ ตามด้วยครีมบำรุงผิว ถือโอกาสลองใช้ครีมยี่ห้อประจำของมันไปด้วย

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ความเครียดในสมองผมหายไปแทบหมด ทั้งที่อยู่กับกัปตันยังไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่คิดไปก็น่าหนักใจ เพราะผมควรจะรู้สึกแบบนี้กับแฟนตัวเอง ไม่ใช่กัปตัน

... ... ...

หลังใส่เสื้อผ้า ผมกับกัปตันก็มานั่งคุยกันตรงระเบียง ผมเอาเก้าอี้มานั่งด้วย เพราะไม่งั้นกัปตันต้องเงยหน้าคุยกับผม เดี๋ยวจะเมื่อยคอเปล่าๆ เราไม่มีเครื่องดื่มอะไรประกอบการคุยกัน เพราะปกติผมก็ไม่ค่อยติดเหล้าเบียร์ ที่จริงก็เป็นคนงกพอตัว อะไรที่สิ้นเปลืองผมจะไม่ซื้อ ตั้งแต่ทำงานหาเงินเอง ผมซึ้งเลยว่ามันหายากแค่ไหน จะใช้อะไรผมก็ต้องคิด ยกเว้นกับคนคนหนึ่งที่ผมยอมขัดความเชื่อเรื่องการใช้เงินของตัวเอง

"เอาเรื่องที่บ้านกูก่อนละกัน"

ผมเกริ่นนำ กัปตันพยักหน้าเบาๆ

"พ่อกับแม่กูน่ะ...แยกทางกันตอนกูเพิ่งขึ้นมอสี่ มันมีเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งเกิดขึ้น วันหนึ่งน้องสาวกูไม่สบาย พ่อกูก็เลยขึ้นไปเช็ดตัวให้ กูก็ไม่รู้ว่ายังไงนะเว้ย อยู่ดีๆ แม่กับน้องกูเขาบอกว่าพ่อกูลวนลามลูกสาวตัวเอง ตอนนั้นดราม่ากันสุดๆ พ่อแม่กูทะเลาะกันทุกวันเลย แม่กูเขาระแวงมาก เขารับไม่ได้ก็เลยขอหย่า แม่เอาน้องไปอยู่ด้วย ให้กูอยู่กับพ่อสองคน กูก็ต้องอยู่แหละ ไม่งั้นพ่อกูจะอยู่กับใครล่ะ หลังจากนั้น...พ่อกูก็เฟลไปเลย เขาไม่ทำงาน กินเหล้าทุกวันจนถูกไล่ออก เพิ่งจะมาดีขึ้นช่วงหลังๆ นี่แหละ แต่ช่วงที่เขาเฟล กูก็ต้องหาเงินแทนเขา บังเอิญกูรู้จักกับพี่คนหนึ่ง เขาเป็นช่างภาพ ชื่อพี่แอร์ ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียง เขาทำหนังสือภาพขาย ขายออนไลน์นั่นแหละ ส่วนมากลูกค้าก็จะเป็นกลุ่มเพศที่สาม เขาเจอกูที่สยามตอนมอสี่ ก็เลยชวนกูไปถ่ายแบบ กูก็ไปเพราะกูอยากหาเงิน ตอนนั้นพ่อกูเอาเงินเก็บมาใช้จนจะหมดอยู่แล้ว กูรอดช่วงนั้นมาได้เพราะงานถ่ายแบบนี่แหละ พี่แอร์เขาก็เอ็นดูกูนะ หางานถ่ายแบบหรือเดินแบบเล็กๆ น้อยๆ ให้กูทำเรื่อยๆ ก็ไม่ดังมากหรอก พอมีคนรู้จักบ้าง ก็เก็บเงินได้พอสมควร"

ผมหยุดพักชั่วครู่ จากนั้นก็เล่าต่อ

"พอมีเงิน กูก็เริ่มจีบสาว แต่ก็ไม่ได้คบกันจริงจังมาก จนกระทั่งกูมาเจออั้มตอนมอห้า เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนกูอีกที เป็นลูกคนมีฐานะ หน้าตาน่ารัก เห็นครั้งแรกกูก็ชอบเลย ตอนแรกกูไม่คิดว่าจะจีบติดหรอก แต่เขาก็เล่นด้วย ที่บ้านเขาไม่อยากให้ลูกสาวมีแฟนตอนเรียนเท่าไหร่หรอก ก็เลยแอบคบกัน กูยอมรับว่ากูพราวด์เหมือนกันนะเว้ยที่จีบเขาได้ เหมือนมีนางฟ้าอยู่ข้างกายเลย แต่มีแฟนรวยกว่าก็ลำบากนิดหน่อย กูก็ต้องหาเงินเยอะเหมือนกัน"

ผมขำตัวเองเบาๆ ก่อนจะเล่าสืบไป

"อ้อ ที่เขางอนกูไม่ใช่เพราะเรื่องผิดนัดหรอก เขาโกรธที่กูรับงานถ่ายแบบหนังสือเซ็กซี่ ไม่รู้มึงเห็นยัง เมื่อก่อน...อย่างมากูก็แค่ถอดเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้น อวดหุ่นนิดๆ หน่อยๆ แต่เล่มนี้ พี่แอร์บอกว่ากูโตขึ้นเยอะแล้ว เขาอยากให้แรงขึ้น ก็เลยให้ใส่กางเกงใน มันก็ได้เงินเยอะอยู่นะ ที่กูต้องรับงานนี้เพราะกูต้องหาเงินค่าเทอม อีกอย่างกูก็จะเตรียมไว้ซื้อของขวัญวันเกิดให้อั้มด้วย แต่พออั้มเห็นเขาก็ไม่พอใจ เขาบอกกูว่าถ้ากูทำแบบนี้ บ้านเขาไม่มีทางยอมรับกูได้หรอก มันก็จริงแหละ แต่มึงจะให้กูทำไงวะ ถ้าไม่ทำ...กูจะเอาเงินที่ไหนมาเรียนที่นี่ เมื่อเช้ากูก็ไปคุยกับเขาเรื่องนี้ แต่เขาก็..."

ผมละไว้แค่นั้น ก่อนพ่นลมหายใจอย่างหนักใจ

"ยังไม่หมดเรื่องนะเว้ย ตอนนี้พี่แอร์ก็ชักแปลกๆ เขาบอกมีเสี่ยสนใจกู จะให้ค่าเลี้ยงดูเดือนหลายหมื่น แถมยังจะให้กูไปถ่ายหนังวายอีก ไม่ใช่วายน่ารักๆ นะเว้ย วายอีโรติกเลย กูโคตรหนักใจว่ะ เพราะพี่เขาช่วยกูเยอะ ถ้าไม่ได้เขาช่วยกูก็แย่ จะปฏิเสธก็เกรงใจ แต่กูเรียนที่นี่แล้ว มึงว่ากูจะไปรับงานอย่างงั้นได้ไงวะ"

กัปตันพยักหน้าเห็นด้วย สีหน้าดูเห็นใจผมไม่น้อย แต่เรื่องของผมยังไม่หมดเท่านี้

"อ้อ ตอนนี้พ่อกูหางานทำได้แล้ว เป็นมูลนิธิเล็กๆ แถวๆ บ้านกูนั่นแหละ แต่ไปทำงานได้ไม่กี่วัน เขาก็มีแฟนใหม่ ตอนนี้พาเข้ามาอยู่บ้านแล้ว รุ่นลูกเลยนะเว้ย ไม่รู้ว่ามาดีหรือเปล่า"

แม้เรื่องที่ผมเล่าฟังดูเครียด แต่กัปตันกลับยิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มที่แฝงความชื่นชมจนผมรู้สึกได้

"โห...มึงเก่งมากเลยนะเว้ยอะตอม ถ้ากูเป็นพ่อมึง กูคงจะภูมิใจกับมึงมาก เพราะมึงไม่ทิ้งเขา หาเงินเองได้ ดูแลตัวเองได้ เรื่องพี่แอร์ มึงก็รู้บุญคุณเขา เกรงใจเขา ไม่อยากให้เขาเสียความรู้สึก ส่วนแฟนมึง...มึงก็พยายามทำตัวเองให้คู่ควรกับเขา หาทางถีบตัวเองขึ้นมา ถ้ากูเป็นแฟนมึง กูคงรักมึงมากเลยนะเว้ย"

แม้ว่าผมจะเล่าปัญหาให้ฟัง แต่กัปตันกลับชื่นชมในสิ่งที่ผมทำ ไม่เคยมีใครบอกผมแบบนี้เลย แม้กระทั่งอั้มเขาก็เฉยๆ เพราะชีวิตเขาดีอยู่แล้ว ไม่เข้าใจความยากลำบากของชีวิต

"ชมกูซะเยอะเลย แต่กูก็ไม่ดีอะไรขนาดนั้นนะเว้ย" ผมหัวเราะเบาๆ สักพักก็ถามกลับ

"แล้วมึงล่ะ เคยรักใครแบบนี้หรือเปล่า"

"เดี๋ยวกูค่อยเล่าของกูละกัน เอาของมึงให้จบก่อน" กัปตันแย้ง

"ก็ได้ แต่กูขอถามมึงอย่างได้ไหม"

"ได้"

"มึงเคยเหงาหรือเปล่า มึงเคยอยากมีแฟนไหม หรือว่ามึงเคยอยากมีคนอยู่ข้างๆ มึงไหม ไม่ใช่แบบเพื่อนหรือพ่อแม่นะเว้ย กูหมายถึง...แฟน"

ไม่รู้ว่าผมไปพูดสะกิดใจตรงไหนเข้า กัปตันหน้าเจื่อนเศร้าไปเลย แต่ไม่นานก็ยิ้มกลบเกลื่อน

"มึงก็พูดแปลกๆ ใครๆ ก็อยากมีหรือเปล่าเหอะ แต่กูยังไม่รีบหรอก เพราะคนที่จะรักกูได้ เขาต้องรับกูได้ก่อนเว้ย"

"เหมือนที่กูรับมึงได้ใช่ไหม" ผมพูดสวนทันที

กัปตันชะงัก เราสบตากันเป็นเวลาสั้นๆ ก่อนกัปตันจะหันหนีและพูดเฉไฉ

"ไม่รู้เว้ย ตอนนี้กูยังไม่อยากรักใคร กลับมาที่เรื่องของมึงก่อน ถ้ามึงอยากได้คำปรึกษาเจ๋งๆ ไปคุยกับป๊ากูไหม อาทิตย์หน้าป๊าจะกลับแล้ว ป๊ากูเก่งนะเว้ย เขาเรียนโทด้านจิตวิทยามา เขาน่าจะให้คำแนะนำดีๆ กับมึงได้เยอะเลย"

ผมยิ้มชื่นชมให้กับคนข้างๆ ความรู้สึกดีๆ เต็มตื้นจนมันล้นเอ่อ ที่จริงกัปตันมีศักยภาพที่จะเป็นใครคนนั้นของใครสักคนได้ไม่น้อยไปกว่าใครเลย เขามีดีพอที่จะมอบความรักและได้รับความรักจากใครสักคนที่ดีๆ

"เออ งั้นมึงก็นัดป๊ามึงให้กูหน่อยละกัน ตอนนี้กูไม่รู้จะทำยังไงแล้วว่ะ ปัญหาเยอะไปหมดเลย"

กัปตันเอื้อมมือมาโอบไหล่ผมและตบเบาๆ เรายิ้มให้กันใต้แสงส้มๆ ของหลอดไฟ เมื่อก่อนเวลาทุกข์ใจ ผมก็ไม่รู้จะไปหาใคร จะเล่าให้อั้มฟังก็ยังมีช่องว่าง ด้วยว่าเธอไม่เคยลำบาก ก็เลยไม่อินกับเรื่องที่ผมเล่าเท่าไหร่ แต่วันนี้ผมได้รับความเข้าใจจากเพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันคนนี้แล้ว

ผมหยุดยิ้มเพราะสายตาจ้องริมฝีปากชมพูเรื่อๆ ของกัปตันด้วยความรู้สึกบางอย่าง ผมนับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อข่มความรู้สึกนั้น แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยเท่าไหร่ ตั้งแต่ตอนอาบน้ำจนถึงตอนนี้ ผมข่มใจเป็นร้อยรอบแล้ว สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหวจริงๆ จึงตัดสินใจโน้มคอกัปตันเข้าหาและประทับจูบลงไปอย่างเร็ว

กัปตันตัวแข็งทื่อ ดูท่าว่าจะตกใจมาก เขาไม่ยอมเปิดปากให้ผมล่วงล้ำ แต่ผมก็หน้ามืดไปแล้ว จึงพยายามบดบี้และส่งลิ้นสอดเข้าไป แถมยังสอดมือเข้าใต้ชายเสื้อและลูบไล้ผิวเนื้อขาวเนียนของกัปตันไปด้วย เจ้าตัวถึงกับเผลอครางเพราะความเสียว ก่อนเผลอเผยอปากให้ผมสอดลิ้นเข้าไปหา ผมไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอย รีบสอดลิ้น บดจูบหน่วงๆ และซอกซอนชิมรสหวาน นอกจากกัปตันจะสีปากสวยแล้ว รสปากยังหวานรื่นลิ้นอีกด้วย

แต่ไม่นานสวรรค์ก็ล่ม กัปตันผลักผมออก เขาคว้าคอเสื้อผมและเงื้อหมัดพร้อมต่อย

"เหี้ย! มึงทำอย่างนี้ทำไมวะ มึงมีแฟนอยู่แล้วนะเว้ย"

น้ำเสียงและสีหน้านั้นบ่งบอกว่าไม่พอใจมาก มือไม้ของกัปตันสั่นเทาด้วยอารมณ์โกรธ แต่ก็ยังไม่ซัดลงมาสักหมัด

"ต่อยกูเลย! กูยอมให้มึงต่อย เอาให้เจ็บเลย"

ผมท้าและหลับตารอคอยความเจ็บปวด ทว่าผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมจึงลืมตาดูและพูดท้าทายอีก

"กูบอกให้มึงต่อยกูไง! สั่งสอนคนไม่รู้จักหักห้ามใจอย่างกูหน่อยได้ไหม ต่อยกูเลยกัปตัน"

สุดท้ายก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี เมื่อผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มือของกัปตันก็ตกข้างตัวไปแล้ว ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ก็รู้ดีว่าทำไม่ถูก ผมมาหาเพื่อนเพราะอยากได้ความสบายใจ แต่อยู่ดีๆ ก็มาสร้างปัญหาให้เพื่อน

"กูจะกลับบ้านแล้ว ขอโทษที่ทำให้มึงมีปัญหาไปด้วย กูไปแล้วนะเว้ย พรุ่งนี้เจอกัน"

ยังไม่ทันที่ผมจะลุกขึ้น กัปตันก็จับมือผมไว้ สีหน้าของมันดูเหมือนวิงวอนขอบางอย่าง อาจจะเป็นความรัก ความอบอุ่นหรือสัมผัสลึกซึ้งจากใครสักคน ผมเดาว่ากัปตันน่าจะยังไม่เคยมีแฟนหรือไม่เคยมีเพื่อนสนิท ชีวิตที่ผ่านมาคงเหงาน่าดู

ผมดึงร่างขาวเนียนและหอมกรุ่นมากอดไว้ กัปตันไม่ว่าอะไร แถมยังกอดผมตอบ ถึงเขาจะไม่พูดความรู้สึกนั้นออกมา แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าเขาต้องการสัมผัสนี้จากใครสักคน ผมอาจจะเป็นคนแรกที่ทำให้กัปตันรู้สึกอย่างนี้ก็ได้

อะตอมเป็นพลังงาน กัปตันเป็นทิศทาง ชีวิตจะเดินไปได้ก็ต้องมีทั้งสองอย่างนี้ เราสองคนมาเจอกันด้วยเหตุนี้หรือเปล่า?

TBC...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น