เข็นรักขึ้นภูเขา

ตอนที่ 14 : ♿ เกาะเสม็ดเสร็จทุกราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 มิ.ย. 63

:::CAPTAIN

นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ผมเดินทางออกต่างจังหวัด ที่ผ่านมาก็ไปนั่นไปนี่บ้าง แต่ก็อยู่ในกรุงเทพหรือปริมณฑลเป็นส่วนใหญ่ การได้ออกมาสูดอากาศที่เบาขึ้น เห็นทิวทัศน์ไร้สิ่งกีดขวางได้กว้างไกลขึ้น ได้สัมผัสสายลมแสงแดดมากขึ้น ร่างกายและจิตใจก็ดูเหมือนจะเบาขึ้นตามไปด้วย

เมื่อวานเรามาถึงที่เกาะเสม็ดกันเกือบๆ หกโมงเย็น แม่ให้ลูกน้องที่โรงงานขับรถมาส่งผมกับอะตอมที่ท่าเรือบ้านเพ จากนั้นก็กลับไป วันกลับถึงจะมารับอีกที ตอนแรกผมว่าจะขับรถมาเองอยู่แล้ว แต่แม่ยังไม่ไว้ใจก็เลยหาคนมาขับให้ ผมก็ต้องยอมตามที่แม่บอก เพราะไม่งั้นอาจจะไม่ได้มา เพราะฝีปากอะตอมแท้ๆ ผมจึงได้พาตัวเองมาอยู่ที่นี่

การเดินทางด้วยเรือลำบากพอสมควร โชคดีมีผู้ชายมาด้วยถึงสามคน ก็เลยช่วยกันยกวีลแชร์ผมขึ้นเรือได้ไม่ยาก พอมาขึ้นฝั่งที่เกาะเสม็ด เราก็เดินทางด้วยรถสองแถว ผมนั่งหน้าข้างคนขับ ส่วนรถเข็นก็พับเก็บไว้ด้านหลัง ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงที่พักแถวๆ หาดทรายแก้ว

ผมกับอะตอมพักด้วยกันสองคนที่ห้องชั้นล่าง อะตอมเป็นคนหาข้อมูลว่ามีรีสอร์ตที่ไหนบนเกาะเสม็ดที่วีลแชร์มาพักได้บ้าง ก็พอดีเสิร์ชมาเจอที่นี่ อะตอมจึงบอกให้ติ๊งเปลี่ยนที่พัก ติ๊งก็ยอมเปลี่ยนเพราะอะตอมขู่ว่าถ้าไม่เปลี่ยนจะไม่มาด้วย แต่ถึงจะเคยมีวีลแชร์มาพักก่อนหน้านี้ ก็ใช่ว่าผมจะไปได้ทุกจุด บางจุดก็มีบันไดสองสามขั้น พาให้รู้สึกอึดอัดบ้างเพราะถูกจำกัดพื้นที่ด้วยอุปสรรคทางกายภาพ

เมื่อวานมาถึงเราก็ออกไปกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ดื่มกันนิดหน่อย มีการแสดงกระบองไฟให้ชมด้วย น่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว เราอยู่กันไม่ดึกมากนัก ไม่ถึงห้าทุ่มก็กลับมานอน ตื่นเช้ามาเราก็มานั่งทานอาหารเช้าริมทะเล ก็ไม่ถึงกับริมมาก เพราะลานไม้ที่เรานั่งกินข้าวอยู่ห่างจากทะเลสิบกว่าเมตร แต่ก็มองเห็นทะเลสีฟ้าได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แดดแรงพอสมควรเพราะเก้าโมงกว่าแล้ว แต่ลมทะเลก็ช่วยให้เย็นสบาย

"สองสาวยังไม่ตื่นอีกเหรอ" พี่ที่ชื่อฝางถาม ผู้ชายอีกสองคนที่มาด้วยชื่อฝางกับเอิร์ธ เป็นพี่ที่อะตอมเคยทำงานด้วยบ่อยๆ ก็เลยสนิทกัน

"ตื่นแล้ว แต่ไม่รู้ออกไปไหน" พี่เอิร์ธบอก พี่ทั้งสองคนอยู่ในชุดเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นสบายๆ รวมทั้งอะตอมด้วย มีแต่ผมที่แต่งตัวเรียบร้อยหน่อย ใส่เสื้อยืดโปโล กางเกงยีนขายาวและสวมรองเท้าผ้าใบ

"สงสัยจะไปเดินเล่นมั้งพี่" อะตอมเดา ก่อนหันมาถามผม "ไงมึง ชอบไหมที่นี่"

ผมพยักหน้าเร็วๆ "อืม ก็โอนะ เคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่คิดว่าจะสวยขนาดนี้"

"แต่ไม่ค่อยมีทางลาดเลยว่ะ สงสัยแถวนี้ยังไม่ค่อยรู้เรื่องยูดี" อะตอมบ่น แล้วก็หันไปบอกพี่สองคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม "เนี่ย เมื่อก่อนนะพี่ จะไปไหนผมไม่เคยสนใจเรื่องทางลาดหรือห้องน้ำคนพิการเลย แต่พอมีเพื่อนใช้วีลแชร์ ไปไหนผมก็จะคอยสังเกต"

"เดี๋ยวนี้ก็มีเยอะขึ้นนะ ห้างก็มีแทบทุกห้างแล้วมั้ง อย่างปั๊มใหญ่ๆ ตามต่างจังหวัดก็มีห้องน้ำ มีทางลาด ขามาพี่ก็เห็นหลายปั๊มเลย" พี่ฝางเออออ

"อย่างรีสอร์ตนี้ก็เกือบสะดวกนะ แต่พี่รู้สึกว่าตรงสระว่ายน้ำน่าจะลงไม่ได้ เห็นมีแต่บันได" พี่เอิร์ธเสริม

"ไม่เป็นไรหรอกพี่ เดี๋ยวผมพากัปตันไปเอง ผมฟิตร่างกายมาพร้อมแล้ว เข้ายิมที่คอนโดทุกวันก่อนมาเลย เนี่ย…ผมวางแผนว่าช่วงปิดเทอมจะพากัปตันไปเที่ยวภูเขา เขาอยากไป" อะตอมเล่าพลางยิ้มมีความสุข

"โห แล้วจะเข็นขึ้นภูเขาไหวเหรอ" พี่ฝางสงสัย ทั้งพี่เอิร์ธและพี่ฝางมีบุคลิกคล้ายๆ กันบางอย่าง ออกไปโทนสนุกและขี้เล่น แววตาเจ้าชู้หน่อยๆ สิ่งที่ต่างที่ผมเห็นได้ชัดคือพี่ฝางดูสุขุมกว่าเล็กน้อย

"ไหวดิพี่ กัปตันอยากไปไหน ผมพาไปได้หมดแหละ" อะตอมหันมายิ้มให้ผม ผมยิ้มตอบบางๆ

"เออ…แล้วนึกยังไงมากับติ๊งล่ะ" พี่เอิร์ธเปลี่ยนเรื่อง

"อยากมาเที่ยว ผมชอบทะเล ใครชวนไปทะเล ผมไม่ค่อยพลาดหรอก" อะตอมตอบ

"จริงเร้อ ไม่ใช่เพราะว่า…" พี่เอิร์ธทำหน้าล้อเลียน

"เฮ้ยถามจริง จัดไปยัง" พี่ฝางกระซิบถาม

"ยังพี่" อะตอมหัวเราะเขินๆ

ผมพยายามปะติดปะต่อจากสิ่งที่ทั้งสามคนคุยกัน แต่ก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก

"อยากรู้เหรอ" พี่เอิร์ธหันมาถามผม ผมได้แต่ยิ้มๆ แต่ไม่พูดอะไร พี่เอิร์ธจึงพูดต่อด้วยสีหน้าทะเล้น "เห็นมันซื่อๆ อย่างนี้นะ เสร็จมันมาหลายรายแล้ว"

"คราวนี้ก็อาจจะเสร็จนะเว้ย เพราะเขาว่ามาเกาะเสม็ด…เสร็จทุกราย เขาวอนท์ซะขนาดนั้น จัดให้เขาหน่อยละกัน เอาให้หนักๆ เลย" พี่ฝางหัวเราะ พี่เอิร์ธก็หัวเราะตามเหมือนเป็นเรื่องขำๆ และธรรมดา

อะตอมทำหน้ายิ้มยาก จะขำก็ไม่ขำ เอาแต่คอยมองหน้าผมเป็นระยะๆ สงสัยจะกลัวผมคิดมาก แต่ผมก็พอเข้าใจเรื่องพวกนี้ หนุ่มสาวสมัยนี้ปากว่ามือถึง ถ้าผมไม่นั่งวีลแชร์ เผลอๆ ก็จะเป็นอย่างเขาเหมือนกัน อะตอมอยู่ในวงการแบบนี้ก็คงมีเรื่องแบบนี้บ้างเป็นธรรมดา แต่ก็แปลกที่มันไม่เคยเล่าให้ผมฟังเลย

แล้วถ้าอะตอมยังทำเรื่องแบบนี้อยู่ล่ะ ผมควรจะรู้สึกยังไงดี เพราะที่ผ่านมาอะตอมแสดงออกว่าชอบผม ถึงขั้นอยากจะขอเป็นแฟนด้วยซ้ำ แต่ช่วงหลังๆ ก็ดูเหมือนเพลาๆ ลงไป บางทีอาจจะได้คำตอบแล้วก็ได้ว่าผมไม่เหมาะกับเขา แม้ว่าฟังดูเศร้า แต่ผมก็ทำใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

พอกินอาหารเช้าเสร็จ เราก็ยังนั่งคุยกันต่อสบายๆ กะว่าอีกหน่อยจะลงไปเล่นน้ำทะเลกัน รวมทั้งเดินเที่ยวตามจุดต่างๆ บนเกาะด้วย ระหว่างนั้นเอง ติ๊งกับเพื่อนที่ชื่อมายก็เดินแกมวิ่งเข้ามา สีหน้าดูตื่นเต้นด้วยกันทั้งคู่ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมมหาลัยและเรียนคณะเดียวกัน มีบุคลิกปราดเปรียวและว่องไวตามประสาสาวสมัยใหม่

"อะตอม ไปขี่มอไซค์เล่นกัน ติ๊งเพิ่งไปเช่ามอเตอร์ไซค์มา ไปไหมๆ " มาถึงติ๊งก็ปรี่มาหาอะตอมก่อนใคร เช้านี้เธอใส่กางเกงขาสั้น เสื้อกล้ามสีขาวแบบผู้หญิง อวดผิวไหล่ แขน ขาและหลังพอสมควร ส่วนเพื่อนอีกคนก็แต่งตัวคล้ายๆ กัน

อะตอมหันมามองผมเป็นคนแรก คล้ายกับจะขออนุญาตหรือไม่แน่ใจบางอย่าง

"ติ๊งไปเช่ามาจากที่ไหนเหรอ" พี่เอิร์ธหันไปถาม

"ร้านใกล้ๆ ตรงนี้เอง เดินไปขวามือหน่อยก็ถึง" มายตอบแทนเพื่อน ก่อนถาม "พี่ฝางกับพี่เอิร์ธสนไหมล่ะ"

"สนๆ แต่เอาไว้บ่ายๆ ดีกว่า ตอนนี้อยากไปเล่นน้ำทะเลมากกว่า อีกสักพักก็จะไปแล้ว" พี่ฝางหันไปตอบ

"ไปเปล่าอะตอม ไปเหอะนะ สนุกดี เมื่อกี้ติ๊งกับมายขี่เล่นมารอบหนึ่งแล้ว บรรยากาศดีสุดๆ " ติ๊งหันมารบเร้าอะตอมต่อ

"มึงไปเปล่า" อะตอมหันมาถามผมด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ หรืออาจจะเกรงใจผมก็ได้

"ไม่ไป มึงไปเหอะ" ผมพยักพเยิด เกือบเผลอพูดไปแล้วว่าแม่ห้ามผมขี่มอเตอร์ไซค์เด็ดขาด โชคดียั้งปากไว้ทัน ไม่งั้นสองสาวและสองหนุ่มร่วมทริปคงคิดว่าผมเป็นลูกแหง่

"ไปเหอะ เดี๋ยวพี่สองคนช่วยดูกัปตันเอง" พี่ฝางพยักพเยิด รอยยิ้มของทั้งพี่ฝางและพี่เอิร์ธดูแปลกๆ แต่สาบานได้ว่าผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่

"ไปดิ ไม่ต้องห่วงกูหรอก" ผมสำทับอีกคนและพยายามยิ้มเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร โดยส่วนตัวผมก็ไม่อยากเป็นภาระเพื่อนหรอก ถ้ามาเที่ยวแล้วเพื่อนมัวแต่ห่วงผม ผมคงไม่มีความสุขที่จะมา

อะตอมยังคงมีท่าทางลังเล แต่เมื่ออีกฝ่ายเกาะแขนรบเร้าขนาดนั้น เขาก็คงต้องไป เป็นผมก็คงต้องไปเหมือนกัน

"ผมฝากพี่สองคนดูแลกัปตันแป๊บหนึ่งนะพี่ เดี๋ยวผมมา" อะตอมหันไปบอกพี่ฝางกับเอิร์ธ สองคนนั้นพยักหน้าตกลง ก่อนออกไปกับสองสาว อะตอมก็ไม่ลืมหันมาบอกผม "เดี๋ยวมานะเว้ย"

ผมพยักหน้ารับรู้ จากนั้นอะตอมก็เดินออกไปกับสองสาวซึ่งแทบจะเรียกว่าลากแขนไปก็ว่าได้ พี่เอิร์ธถึงกับหัวเราะออกมาทันที

"พนันกับกูไหมมึง ถ้ามันไม่เสร็จเขา เขาก็ต้องเสร็จมันแน่ๆ มึงว่าไหม"

"สงสัยจะแซนด์วิช ควบสอง หูย…อิจฉาว่ะ" พี่ฝางตาเป็นประกาย

"ถ้ามันรอดสองสาวนี้ไปได้นะเว้ย มันต้องเป็นเกย์เท่านั้น หรือไม่ก็เกลียดผู้หญิงขั้นรุนแรง"

"แล้วมันเคยรอดเหรอวะ" พี่ฝางหัวเราะร่วน

"อะตอม…เจ้าชู้ขนาดนั้นเลยเหรอพี่" หลังฟังพี่สองคนคุยกันสักพัก ผมก็อดสงสัยไม่ได้จนต้องเอ่ยปากถาม

"ก็ไม่เท่าไหร่ แต่สาวๆ ชอบมันเยอะ เข้ามาหามันตลอด มันก็เลยไม่เคยอดอยากปากแห้ง" พี่เอิร์ธหันมาตอบ

ถ้าไม่มีผู้หญิงเข้ามาหาแล้วเรียกว่าอดอยากปากแห้ง อย่างผมคงเรียกว่าขาดสารอาหารและเป็นซางตานขโมยไปแล้ว พอได้รู้ข้อมูลนี้ก็ทำให้ผมต้องคิดหนักทีเดียว ผู้ชายอย่างอะตอมจะรักผมได้จริงหรือเปล่า สิ่งยั่วยุที่พร้อมจะพาออกนอกลู่นอกทางมีมากมาย เขาจะอดใจไปได้สักกี่น้ำ แม้กระทั่งผมเองก็เถอะ

"อ้าว เป็นเพื่อนอะตอม…แล้วไม่รู้เรื่องนี้เลยเหรอ" พี่ฝางทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ

ผมเผลอทำหน้าเหลอเล็กน้อย ก่อนรีบยิ้มบางๆ กลบเกลื่อน "อ๋อ…ก็พอรู้อยู่พี่ แต่ไม่เคยเห็นกับตา ก็เลยไม่แน่ใจ"

"ของพวกนี้ ใครเขาทำให้เห็นกันล่ะน้อง" พี่เอิร์ธพูดหยอก

"เออ แล้วเราล่ะ…มีแฟนยัง" พี่ฝางถาม

ผมส่ายหน้าพลางขำ "ยังพี่ ใครจะเอาผม ไม่มีหรอก"

"ไม่แน่เว้ย เราก็หน้าตาดีนะเนี่ย แล้วก็ดูคล่องมากด้วย อ้อ พี่จะบอกความลับให้ รู้ไหมว่าสาวๆ แพ้อะไรมากที่สุด" พี่เอิร์ธยิ้มมีเลศนัย

ผมทำท่านึก แต่ก็ไม่รู้เรื่องนี้เท่าไหร่หรอก ก็เลยตอบส่งเดช "เงินหรือเปล่าพี่"

"เฮ้ยไม่ใช่ ไม่เสมอไปหรอก อย่างพี่สองคนก็ใช่ว่าจะมีเงินเยอะนะ แต่สาวๆ ชอบ อยากรู้ไหมว่าเพราะอะไร" พี่เอิร์ธยักคิ้วสองข้างสองครั้งติดกันรัวๆ ดูตลกดี

ผมทำท่านึกอีก แต่คนไม่มีประสบการณ์อย่างผมก็จนปัญญา จึงต้องยอมรับความจริง "ไม่รู้พี่ ทำยังไงเหรอครับ"

พี่เอิร์ธกับพี่ฝางมองหน้ากัน ก่อนหัวเราะเอ็นดูในความไร้เดียงสาของผม สักพักพี่เอิร์ธก็เฉลย "คารมไง อย่างกัปตันก็ทำได้ ต้องรู้จักพูด รู้จักคุย รู้จักหยอด รู้จักแซะ ทำตัวตลกๆ เข้าไว้ เนียนๆ เข้าไว้ เดี๋ยวก็ได้ ไม่ยากหรอก ของแบบนี้ต้องฝึก แรกๆ ต้องยอมกินแห้วหน่อย พี่สองคนกินแห้วบ่อยจะตาย แต่พอทำบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชำนาญ ลองถามอะตอมดูดิว่ามันทำไง หรือจะปรึกษาพี่สองคนก็ได้ มีไลน์แล้วนี่"

"เฮ้ยไอ้เอิร์ธ มึงจะทำให้น้องเขาเสียคนแล้วนะเว้ย" พี่ฝางปรามเพื่อนไม่จริงจังนัก แถมยังหัวเราะเหมือนเห็นเป็นเรื่องสนุกด้วย

"ไปเล่นน้ำกันดีกว่า" พี่เอิร์ธเปลี่ยนเรื่อง

"กัปตันไปไหม" พี่ฝางหันมาถาม

"ก็…" ผมทำท่าลังเล

"เฮ้ย เดี๋ยวพี่สองคนช่วย ไม่ต้องเกรงใจ ไปเปลี่ยนชุดเลย เดี๋ยวมาเจอกันตรงล็อบบี้" พี่ฝางเอื้อมมือมาตบลงบนไหล่ผมเบาๆ คล้ายกับจะให้กำลังใจ

ผมพยักหน้าตกลงทันที เพราะใจจริงก็อยากเล่นน้ำทะเลมาตั้งนานแล้ว "ครับพี่"

"โอเค งั้นอีกยี่สิบนาทีเจอกันที่ล็อบบี้นะ" พี่ฝางเสนอ ก่อนถาม "อ้อ จะให้พี่สองคนไปส่งที่ห้องไหม"

"ไม่เป็นไรครับพี่ ใกล้ๆ แค่นี้เอง ผมเข็นไปไม่ถึงนาทีก็ถึงแล้ว" ผมบอก

จากนั้นเราสามคนก็แยกย้ายกันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องของตัวเอง อีกเกือบๆ ยี่สิบนาทีต่อมาก็ออกมาเจอกันที่ล็อบบี้ พี่เอิร์ธกับพี่ฝางใส่กางเกงขาสั้นสำหรับเล่นน้ำทะเลสีสันสดใส ไม่สวมเสื้อ ส่วนผมไม่สวมเสื้อ แต่ใส่กางเกงว่ายน้ำขาสามส่วนสีดำ ก็รู้สึกเขินๆ บ้างเล็กน้อย

ขณะที่เรากำลังจะลงไปที่ทะเล อะตอมก็วิ่งกระหืดกระหอบมาเข้ามาซะก่อน แต่ไม่มีสองสาวตามมาด้วย "ผมไปด้วยนะพี่ รอแป๊บหนึ่ง"

เราสามคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย ก่อนพี่ฝางจะหันไปบอกคนที่วิ่งมา "เออๆ รีบมาละกัน"

อะตอมรีบวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องทันที ส่วนพวกเราสามคนก็ยืนคุยกันรอไปพลางๆ เมื่อเพื่อนกลับมาแล้ว ผมก็ยอมรับว่ารู้สึกดีไม่น้อย

CAPTAIN

อะตอมช่วยเข็นผมไปตามทางเดินลงชายหาดหน้ารีสอร์ต ตรงนี้เป็นสนามหญ้าจึงเข็นลำบากหน่อย ต้องยกล้อหน้าขึ้นและเข็นไปด้วย อะตอมช่วยผมบ่อยก็เลยชำนาญและทำเป็น ส่วนพี่ฝางกับพี่เอิร์ธคอยดูห่างๆ และเดินตามมาเงียบๆ

"มึงไม่เคยเล่นน้ำทะเลจริงๆ เหรอวะ" อะตอมยังสงสัยไม่หายเมื่อผมบอกว่าไม่เคยเล่นน้ำทะเลเลย เคยแต่ว่ายน้ำในสระที่บ้านและบางที่ ซึ่งต้องแบ่งโซนลึกกับไม่ลึก คงไม่ต้องถามว่าผมจะเลือกอยู่โซนไหน

"เออ แต่เคยไปเที่ยวทะเล"

"แสดงว่าครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกของมึงดิ"

"อืม"

"มึงรู้ไหมทำไมกูรีบมา" อะตอมเปลี่ยนเรื่อง

"จะไปรู้เหรอ" ผมมุ่นคิ้ว

"ก็กูอยากเป็นคนแรกที่พามึงลงน้ำทะเลไง ต่อไป…อะไรที่เป็นครั้งแรกของมึง กูต้องมีส่วนร่วมเว้ย" อะตอมพูดด้วยท่าทางภูมิใจ

"อ้าว แล้วถ้าเขาจะเปิดซิงครั้งแรก มึงก็จะมีส่วนร่วมด้วยเหรอวะ" พี่เอิร์ธหันมาถามติดตลก พอรู้จักกันมาได้สักพัก ผมก็รู้สึกว่าพี่เขาดูทะลึ่งๆ ชอบกล

"ชัวร์อยู่แล้ว เดี๋ยวผมเปิดซิงมันเป็นคนแรกเลยดีไหมพี่" อะตอมพูดทะลึ่งและหัวเราะไปด้วย

"เฮ้ย นี่มึงเปลี่ยนรสนิยมแล้วเหรอวะ" พี่เอิร์ธสัพยอก

"คงงั้นมั้งพี่" อะตอมรับสมอ้างทีเล่นทีจริง พวกเราพากันหัวเราะและไม่คิดอะไรจริงจังกับเรื่องนี้นัก

เมื่อล้อวีลแชร์ผมสัมผัสกับหาดทรายขาวละเอียด ล้อรถวีลแชร์ก็เริ่มมีปัญหากับพื้นทราย แต่ก็ไม่เหลือกำลังของอะตอม ไม่นานเขาก็พาล้อวีลแชร์ของผมมาสัมผัสน้ำทะเล ผมเบิกตาโตด้วยความตื่นเต้น จากที่เห็นว่ามันสวยอยู่แล้ว เมื่อได้สัมผัสของจริงก็ยิ่งเห็นว่าสวยกว่าเดิม กลิ่นอายทะเลลอยปะทะเข้าจมูกผมเต็มๆ มันบริสุทธิ์จนผมเผลอสูดอากาศหายใจลึกๆ และหลับตาพริ้ม คนพามายิ้มภูมิใจใหญ่

"มึงอยากสัมผัสน้ำทะเลยัง" ดูท่าอะตอมจะตื่นเต้นตามผมไปด้วย ทั้งๆ ที่มันมาเที่ยวทะเลนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

"มึงจะพากูลงไปทั้งวีลแชร์เลยเหรอ" ผมทำหน้าตกใจ

"ไอ้บ้า เดี๋ยวกูอุ้มมึงลง จะลงยัง" อะตอมถามอีกรอบ

ผมรีบพยักหน้า อะตอมจึงย่อตัวลงมาช้อนตัวผม ก่อนอุ้มและพาลงไปในน้ำเหมือนอุ้มเจ้าสาว พี่ฝางกับพี่เอิร์ธพากันยืนมองดูด้วยสายตาแปลกๆ อะตอมวางผมลงตรงที่น้ำไม่ลึกมาก ไม่นานความเปียกชื้นก็แล่นแทรกซึมมาตามเนื้อผ้าและผิวกาย สัมผัสน้ำทะเลแรกของผมจึงเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์

"โห…เย็นว่ะ" ผมทำท่าเอามือกอดอก

"เดี๋ยวก็หายแล้ว มันจะหนาวแค่ตอนแรกๆ เท่านั้นแหละ เดี๋ยวร่างกายก็ปรับตัวได้" อะตอมปลอบ ก่อนบอก "อยู่นี่แป๊บหนึ่งนะเว้ย เดี๋ยวกูเอาวีลแชร์ไปเก็บให้"

"อืม" ผมหันไปยิ้มให้เพื่อน

อะตอมวิ่งฉิวขึ้นไปบนชายหาด เขาพับวีลแชร์ของผมแล้วเอาไปเก็บไว้ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ริมหาดพอดี ไม่นานก็วิ่งกลับมาหาผมและนั่งลงข้างๆ กัน

"ถ่ายรูปไหม อวดป๊ากับแม่มึงหน่อย" อะตอมบอกพลางหยิบโทรศัพท์ที่แขวนคอไว้ออกมา มีซองกันน้ำพลาสติกใสหุ้มไว้อย่างดี สามารถเลือกกดถ่ายรูปโดยใช้ปุ่มวอลลุ่มแทนได้ หรือจะใช้จอสัมผัสก็ได้ แต่ไม่สะดวกเท่าไหร่

ผมยังไม่ทันตอบ อะตอมก็เอียงหัวมาชิดกับผม ยื่นมือข้างที่ถือโทรศัพท์ออกไปข้างหน้า ก่อนกดถ่ายก็ไม่ลืมหันมาเตือนผม

"ยิ้มหน่อยสิวะ ครั้งแรกของมึงนะเว้ย ทำหน้าให้มันมันๆ หน่อย"

ผมยิ้มทันที เพราะขำที่มันพูดเมื่อกี้ อะตอมกดถ่ายไปสองสามรูป ด้วยความใจร้อนและอยากเอาขึ้นเฟสบุคเลย มันจึงถอดโทรศัพท์ออกจากซองกันน้ำ จากนั้นก็รีบอัปรูปขึ้นไปพร้อมกับข้อความหนึ่ง

"สัมผัสน้ำทะเลแรกของกัปตัน โคตรตื่นเต้นเลย ดูหน้าเพื่อนผมสิ"

ไม่ถึงนาที เพื่อนๆ ญาติๆ และคนรู้จักก็มาคอมเมนต์กันใหญ่ ขนาดลมหนุนยังเข้ามาคอมเมนต์เลย สงสัยวันนี้น้องชายผมคงนอนดึก เพราะตอนนี้เกือบจะห้าทุ่มที่อเมริกาแล้ว

อะตอมยื่นโทรศัพท์ให้ผมอ่านคอมเมนต์สักพัก ก่อนเก็บโทรศัพท์ใส่ซองกันน้ำและคล้องคอไว้ตามเดิม

เมื่อหันไปมองรอบๆ ก็พบว่าพี่ฝางกับพี่เอิร์ธเล่นน้ำอยู่ไกลออกไปแล้ว ถ้ามาอยู่กับผมคงวิ่งเล่นสนุกสนานแบบนั้นไม่ได้ บางทีผมก็แอบนึกสงสารอะตอม ไม่รู้ว่าเขาอยากวิ่งเล่นผาดโผนตามประสาผู้ชายหรือเปล่า มาอยู่กับผมอย่างนี้คงน่าเบื่อไม่น้อย

"เออ หลังๆ เนี่ย แม่กูไม่ค่อยจ้ำจี้จ้ำไชกับกูเท่าไหร่ว่ะ เมื่อก่อนนะเว้ย โทรหากูทุกวัน ห่วงกูทุกเรื่องเลย แต่เดี๋ยวนี้…ไม่ค่อยโทรมาแล้ว สองสามวันโทรมาที" ผมเปรยให้เพื่อนฟังขณะนั่งให้คลื่นซัดเล่นสบายๆ

"อ้าว แล้วมึงไม่ชอบเหรอ" อะตอมเอียงคอ

"ชอบดิ ค่อยรู้สึกเป็นอิสระขึ้นมาหน่อย แต่กูก็สงสัยไงว่าทำไม"

"มึงไม่รู้จริงๆ เหรอ" อะตอมถามยิ้มๆ

ผมทำท่าครุ่นคิด "ไม่รู้ว่ะ แต่กูก็สังเกตนะ ตั้งแต่พามึงไปที่บ้านวันนั้น เขาก็ไม่ค่อยโทรหากูแล้ว"

"ไม่เห็นจะเข้าใจยากเลย เพราะแม่มึงเขามั่นใจว่ากูดูแลมึงได้ไง มึงไม่คิดอย่างนั้นเหรอ"

"อ๋อ…" ผมลากเสียงยาว "ก็น่าจะจริง"

อะตอมยิ้มภูมิใจ สักพักก็ชวนผมทำอุตริ "เฮ้ย มึงอยากลงไปลึกกว่านี้ไหม"

"แค่นี้น้ำก็จะท่วมหัวกูอยู่แล้ว" ผมปฏิเสธเพราะบริเวณที่ผมนั่งอยู่ ระดับน้ำทะเลสูงประมาณหน้าอกผมแล้ว ถ้าลงไปลึกกว่านี้ก็ท่วมหัวผมตายพอดี

"ขี่หลังกูไง มึงไม่อยากรู้เหรอว่าลงไปลึกๆ แล้วจะเป็นไง"

"ก็อยาก แล้วมันมีฉลามหรือเปล่าล่ะ"

"แถวนี้ไม่มีหรอก ถ้ามีเขาก็ติดป้ายเตือนไว้แล้ว"

"ลองดูก็ได้" ผมตอบตกลงและยิ้มดีใจ อะตอมก็ยิ้มดีใจเช่นกัน บางทีผมก็อยากเล่นโลดโผนหวาดเสียวตามประสาผู้ชายบ้าง แต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ โชคดีที่ได้มาเจออะตอม อะไรที่ผมไม่เคยทำก็ได้ทำไปหลายอย่างแล้ว

ผมลอยตัวมาเกาะคอของอะตอม พอเรียบร้อยอะตอมก็ยืนขึ้นและค่อยๆ พาผมเดินลงไปอย่างช้าๆ

"มึงฉีดสเปรย์กันแดดยัง" อะตอมชวนคุย

"ฉีดแล้ว" ผมตอบ

"ดีแล้ว เดี๋ยวผิวมึงเสีย กูไม่อยากเห็นผิวมึงคล้ำแดด"

"ทำไม" ผมถามสั้นๆ

"ก็ผิวมึงสวย กูชอบให้มันขาวๆ แบบนี้แหละ"

"แต่ยังไงมันก็คล้ำบ้างแหละ แดดแรงซะขนาดเนี้ย"

"เออ กูรู้ แต่อย่าให้คล้ำเยอะละกัน" อะตอมหัวเราะ

"เอ…แล้วติ๊งกับมายล่ะ" ผมเปลี่ยนเรื่อง นึกสงสัยที่จนป่านนี้ก็ยังไม่เห็นสองสาวตามมาเลย

"ขี่มอไซค์เล่นอยู่มั้ง" อะตอมตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่แยแส

"อ้าว แล้วมึงหนีมาได้ไง"

"กูต่อรองว่าจะขี่เล่นเป็นเพื่อนแป๊บหนึ่งไง ถ้าเขาไม่โอเค กูก็จะไม่ไปด้วย ติ๊งก็เลยยอม ขี่เล่นไม่ถึงห้านาที กูก็ลง แล้วก็วิ่งหนีมาเลย" อะตอมเล่าไปหัวเราะไป

"เอางั้นเลยเหรอ เขาไม่โกรธมึงแย่เหรอวะ" ผมนึกหน้าสองสาวนั้นไปด้วย โดยเฉพาะติ๊ง เธอคงผิดหวังน่าดูที่อะตอมหนีมา

"ไม่รู้เว้ย โกรธแล้วจะให้ทำไงวะ"

"แล้วทำไมมึงไม่เล่นกับเขาไปก่อนล่ะ เดี๋ยวค่อยมาเล่นน้ำทะเลก็ได้" ผมยังไม่วายสงสัย

"งั้นกูถามมึงอย่างนี้ละกัน สมมติกูเป็นมึง แล้วมึงก็เป็นกู ระหว่างไปขี่รถมอไซค์เล่นกับสองสาว กับพากูไปเล่นน้ำทะเลครั้งแรก มึงจะไปกับใคร" อะตอมถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ไปกับสาวๆ ดิวะ" ผมสัพยอกพลางขำ

"ไอ้เหี้ย เดี๋ยวกูปล่อยมึงลงน้ำเลย" อะตอมขู่พลางทำท่าจะปล่อยผมลงอย่างที่พูด

"เฮ้ย กูล้อเล่นเว้ย" ผมรีบโวยวาย

"ตอบดีๆ ดิ" อะตอมขู่

"ก็เลือกเหมือนมึงนั่นแหละ" ผมยอมรับไปตามตรง อะตอมจึงยิ้มพอใจ

"ถ้ามึงรู้ว่าอะไรสำคัญกว่า มันก็เลือกไม่ยากหรอก จริงไหม"

"เออ"

อะตอมพาผมมาตรงที่น้ำค่อนข้างลึกแล้ว ระดับน้ำอยู่แถวๆ ราวนม เมื่อร่างกายอยู่ในน้ำแล้วผมก็ไม่หนักมากนัก เพราะมีน้ำพยุงไว้ ผมเพียงแค่เกาะไหล่ของอะตอมไว้เท่านั้น แต่จะว่าไปผมก็เริ่มกลัว เพราะไม่เคยอยู่ในน้ำลึกขนาดนี้มาก่อน

"มันลึกแล้วว่ะอะตอม"

"มึงกลัวเหรอ"

"ก็ไม่ขนาดนั้น" ผมเฉไฉเพราะไม่อยากให้เพื่อนมองว่าผมขี้แย

"มึงว่ายน้ำเป็นเปล่า" อะตอมหันมาถาม

"ก็พอได้ แต่ไม่ค่อยแข็งเท่าไหร่"

"ยังไม่แข็งอีกเหรอวะ แต่กูแข็งแล้วว่ะ จะลองจับดูไหม" อะตอมหันมายิ้มกวนๆ

"สัส ทะลึ่งนะมึง" ผมว่าเพื่อนไม่จริงจังนัก อะตอมหัวเราะยิ้มๆ คงมีความสุขที่ได้พูดหยอกผม

ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มใกล้จะถึงคอแล้ว ผมเผลอกอดอะตอมจนแน่น คนถูกกอดคงรู้สึกได้จึงหันมามองผมและยิ้มบางๆ สายตาที่มองมามีกระแสความรู้สึกบางอย่างถ่ายทอดมาให้ ทั้งอบอุ่นและหวานซึ้ง

"เออ เดี๋ยวก็ขึ้นแล้ว" อะตอมเอื้อมมือมาลูบผมเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ

ไม่นานอะตอมก็หยุดอยู่กับที่ เพราะถ้าไปไกลกว่านี้น้ำคงท่วมหัว น่าแปลกที่ความกลัวของผมเริ่มหายไป กลายเป็นความสงบนิ่งและอบอุ่น แม้ว่าน้ำทะเลสีฟ้าซึ่งโอบล้อมรอบตัวจะเย็นสะท้าน แต่แสงแดดข้างบนก็ช่วยให้เราไม่รู้สึกหนาว เมื่อหันมองกลับไปยังชายฝั่งก็เห็นเพียงคนตัวเล็กๆ กระจายตามจุดต่างๆ ส่วนมากเป็นฝรั่ง มีเรือนักท่องเที่ยวอยู่สองสามลำลอยอยู่ไม่ไกลนัก

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาช่างสวยงามราวกับภาพฝัน ผมได้ซึมซับสิ่งทั้งหมดนี้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มี ทั้งรูป รส กลิ่น เสียงและสัมผัส ถ้าไม่ใช่เพราะอะตอมพามาสัมผัสด้วยตัวเอง ผมก็คงไม่ได้ประสบการณ์แบบนี้หรอก ต่อให้นั่งเรือยอชต์หรือเรือสำราญก็คงไม่เหมือนกัน สัมผัสน้ำทะเลครั้งแรกของผมจึงพิเศษกว่าที่ผมคิดไว้มากทีเดียว

"รู้ไหมว่าทำไมกูอยากพามึงมาลึกๆ " อะตอมถามขึ้นหลังจากเราเงียบกันไปสักพัก

"กูก็จะได้รู้ว่ามันลึกแค่ไหน รู้ว่ารู้สึกยังไงเวลาที่อยู่กลางทะเล รู้สึกถึงความเย็น คลื่น ลม กลิ่น แล้วก็…ความกลัว มองไปทางไหนก็มีแต่น้ำ เห็นแต่ชายฝั่งอยู่ไกลๆ มันเป็นภาพที่กูไม่เคยเห็นเลย ไม่เคยรู้สึก ไม่เคยสัมผัส ถ้าเล่นน้ำอยู่แค่ตรงชายหาด กูก็ไม่ได้ความรู้สึกแบบนี้หรอก" ผมบรรยายความรู้สึกของตัวเองด้วยเสียงเบาๆ แต่อะตอมคงได้ยินเพราะผมพูดอยู่ใกล้ๆ หูของมัน

อะตอมยิ้มพอใจ "ดีแล้ว กูดีใจที่มึงรู้สึกแบบนี้ กูอยากให้มึงรู้จักทะเล เพราะกูชอบทะเล จะว่าไปกูก็เหมือนทะเลนั่นแหละ ความรู้สึกที่มึงมีต่อทะเลตอนนี้ ก็น่าจะเหมือนกับความรู้สึกที่มึงมีต่อกูตอนนี้ หนาว เวิ้งว้าง กลัว แต่ก็อยากลงมาสัมผัส"

สิ่งที่อะตอมพูดฟังดูลึกซึ้งเกินวัย แต่มันก็เป็นคนแบบนี้แหละ ไม่ค่อยเหมือนวัยรุ่นวัยเดียวกันเท่าไหร่หรอก คงเป็นเพราะมันปากกัดตีนถีบมาตลอด ความคิดก็เลยเหมือนผู้ใหญ่ไปบ้าง

"อืม…ขอบคุณนะเว้ย กูคิดว่ากูรู้จักทะเลมากกว่าที่กูเคยรู้จักแล้วแหละ" ผมบอกพลางกระชับอ้อมกอดของผมแน่นขึ้นอีกนิด เห็นแก้มใสๆ ของอะตอมแล้ว ผมก็นึกอยากให้รางวัลมันด้วยการหอมเบาๆ แต่สุดท้ายก็ไม่กล้า จึงได้แต่ยื่นหน้าไปใกล้ๆ โดยไม่มีเหตุผลแน่ชัด

"เปลี่ยนจากคำขอบคุณ…เป็นจูบได้ไหมวะ" อะตอมถามหยอกเปลี่ยนบรรยากาศ

"เหี้ย เรื่องอะไร" ผมว่า อดยิ้มเขินๆ ไม่ได้

"ที่กูบอกพี่เอิร์ธกับพี่ฝางเมื่อกี้ กูพูดจริงๆ นะเว้ย" อยู่ๆ อะตอมก็พูดแบบนี้ขึ้นมา

"เรื่องอะไรวะ" ผมเอียงคอ

"อ้าว ที่กูบอกว่า…อะไรที่เป็นครั้งแรกของมึง กูต้องมีส่วนร่วมด้วยไง" อะตอมเฉลย

"อ๋อ…แล้ว…" ผมยังคงไม่เข้าใจความหมายที่ซ่อนไว้อยู่ดี

"ก็…" อะตอมออกอาการเขินล่วงหน้า ผมยิ่งอยากรู้และรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

ไม่นานอะตอมก็ยอมเฉลย "ถ้ามึงจะเปิดซิงครั้งแรก มึงต้องให้คนคนนั้นเป็นกูนะเว้ย"

"เหี้ย" ผมว่ามัน แต่ดันหน้าแดงตามมันไปด้วย "กูจะขึ้นแล้ว"

"โอเคหรือเปล่าล่ะ ถ้าโอเค…กูถึงจะพามึงขึ้น" อะตอมถือโอกาสแกล้ง

"กูว่ายน้ำขึ้นไปเองก็ได้"

"เอาดิ" อะตอมท้า

แต่เอาเข้าจริงผมก็ไม่กล้า เพราะน้ำตรงนี้ลึกมาก ขนาดมีคนให้เกาะยังรู้สึกกลัวเลย ถ้าว่ายไปเองจะน่ากลัวขนาดไหน

"เร็ว ตกลงหรือเปล่า" อะตอมเร่งเร้า

"เออ" ผมรับคำไปเร็วๆ

"เฮ้ยจริงเหรอ" อะตอมตื่นเต้น มันรีบหันตัวมาหาผม คงลืมตัวว่าผมเกาะคอมันอยู่

ด้วยความกลัวว่าอะตอมจะหลุดมือไป ผมจึงรีบคว้าคอมันไว้และกอดแน่น แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ผมกอดด้านหน้าของมัน ใบหน้าของเราแทบจะชนกันทันที ดีที่ว่าผมรู้ตัวก่อนจึงหยุดทัน ถึงอย่างนั้นเราสองคนก็ใกล้กันเกินไปจนรู้สึกประหม่าและใจเต้น

"พูดจริงใช่ไหม" อะตอมถามเหมือนกระซิบ

ผมเบี่ยงหน้าหลบเล็กน้อย ให้จ้องตากับมันใกล้ๆ แบบนี้ ร่างผมคงละลายหายไปกับน้ำทะเลจนได้ "เออ ถ้ามึงทำให้กูรักมึงได้ กูจะยอมให้มึงเป็นคนแรกของกู"

"จริงนะเว้ย" อะตอมทำท่าตื่นเต้นอีก

"เออ มึงจะถามทำไมหลายรอบวะ" ผมแกล้งทำเสียงดุ

"กูอยากถามให้แน่ใจนี่หว่า" อะตอมขำตัวเองเบาๆ "แล้วตอนนี้ล่ะ…ใกล้ความจริงไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ไหม"

ผมพยักหน้ายอมรับอย่างช้าๆ "ก็…ประมาณนั้น"

"งั้นก็เหลืออีกไม่เยอะสิ ได้…กูจะพยายามสุดความสามารถเลย มึงรู้ไหม…กูจะอดใจกับมึงไม่ไหวอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้นะ กูโคตรอยากจูบมึงเลย มากกว่าจูบกูก็โอเคนะ มึงรู้ใช่ไหมว่าทำไม" อะตอมยิ้มกรุ้มกริ่ม

ผมน่ะรู้อยู่แล้ว พอมากอดมันด้านหน้า ข้างล่างของเราจึงสัมผัสกันบ้าง ผมจึงรู้ว่าอาวุธลับของมันตอบสนองยังไง

"แต่กูจะไม่ทำตอนนี้หรอก กูจะห้ามใจตัวเองไว้ก่อน เอาไว้มึงพร้อมเมื่อไหร่ กูถึงจะทำ แต่ถ้ากูอดใจไม่ไหว มึงอย่าว่ากูนะเว้ย ห้ามกูด้วย แต่ถ้ามึงห้ามกูไม่ได้ กูก็ช่วยไม่ได้นะเว้ย" อะตอมยิ้มไปทั้งใบหน้า ความรู้สึกดีๆ ที่มันมีให้ผมตอนนี้แสดงออกมาทั้งทางสีหน้า แววตาและสัมผัสทั้งหมด

"ขึ้นฝั่งได้แล้ว" ผมเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับย่นหน้าเล็กน้อย

อะตอมรีบพยักหน้าตกลงทันที "เออ กูก็หนาวจนหดหมดแล้ว"

"หดบ้าอะไรวะ" ผมสัพยอก ก่อนหัวเราะด้วยกันทั้งคู่ เพราะต่างก็รู้ๆ กันอยู่

เมื่อขึ้นมาบนฝั่ง ผมก็เห็นติ๊งกับมายสวมชุดทูพีชเล่นน้ำอยู่ริมๆ ฝั่งกับพี่ฝางและพี่เอิร์ธ ทุกคนหยุดทันทีเมื่อเห็นผมขี่หลังอะตอมขึ้นมาจากน้ำ

"เฮ้ย ไปไหนกันมาวะ หาไม่เจอเลย" พี่ฝางร้องถาม

"แถวๆ นี้แหละพี่ คนมันเยอะ ก็เลยไม่เห็น" อะตอมตะโกนบอก

"พากูไปนั่งบนเก้าอี้ชายหาดก็ได้ มึงจะได้เล่นน้ำกับพวกพี่ๆ เขา" ผมบอกอะตอมเบาๆ พอมันทำท่าจะค้าน ผมก็รีบเถียง "ไปเหอะน่า แค่นี้กูก็พอแล้ว เดี๋ยวมึงจะเหนื่อย กูอยากนั่งพักเฉยๆ แล้ว มึงอยากมาเล่นน้ำทะเลไม่ใช่เหรอวะ ถ้าไม่เชื่อกู จากห้าสิบเปอร์เซ็นต์จะเหลือแค่สามสิบนะเว้ย"

เมื่อโดนขู่อย่างนั้น อะตอมก็ยอมทำตามที่ผมบอกแต่โดยดี มันพาผมขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ชายหาด ก่อนที่มันจะไปเล่นน้ำกับอีกสี่คน ส่วนผมก็นั่งดูคนเล่นน้ำบนชายหาดเงียบๆ เห็นอะตอมสนุกแล้ว ผมก็พลอยยิ้มมีความสุขไปด้วย ดูไปยิ้มไป จากห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่รู้ว่าตอนนี้เพิ่มไปอีกเท่าไหร่แล้ว

… … …

หลังจากเล่นน้ำ เราก็มีกิจกรรมให้ทำอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทัวร์เกาะ ดำน้ำ พายเรือคายัค เที่ยวศูนย์วิจัยและพัฒนาประมง หมดวันพอดี เป็นที่น่าสังเกตว่าติ๊งกับมายคอยตามประกบอะตอมไม่ห่าง บางทีติ๊งก็ให้มายมาช่วยเข็นผม เพื่อให้ติ๊งจะได้อยู่ใกล้ชิดกับอะตอม ถึงตอนนี้ก็คงชัดเจนว่าติ๊งกำลังคิดอะไร ก็เหลือแค่อะตอมเท่านั้นว่าจะสนองตอบหรือเปล่า

ตกเย็น พวกเราทั้งหมดมานั่งคุยกันที่สระว่ายน้ำของรีสอร์ต มีนักท่องเที่ยวนั่งคุยกันและว่ายน้ำบ้างประปราย ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงหน้าฤดูท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจึงค่อนข้างบางตา แต่ก็ไม่ถึงกับเงียบเหงา

ติ๊งกับมายว่ายน้ำเล่นในสระอยู่สองคน แต่สักพักก็ขึ้นมารบเร้าให้อะตอมลงไปเล่นด้วย อะตอมจึงต้องลงน้ำอย่างเสียมิได้ เหลือผม พี่ฝางและพี่เอิร์ธนั่งคุยกันสบายๆ บนเก้าอี้เอนนอน

"โห ไอ้อะตอมนี่มันโคตรใจแข็งเลยว่ะ ขนาดโดนสองสาวเบียดยั่วมาทั้งวันเลยนะเนี่ย ดูดิ เดี๋ยวโผเข้ากอด เดี๋ยวเกาะหลัง เดี๋ยวมาฉอเลาะออเซาะ ถ้าเป็นพี่นะ ป่านนี้ไม่เหลือแล้ว" พี่เอิร์ธวกกลับมาพูดเรื่องนี้อีกครั้ง หลังจากที่เคยพูดไปเมื่อเช้า

เราสามคนมองดูเหตุการณ์ในสระว่ายน้ำพร้อมกัน ก็เป็นอย่างที่พี่เอิร์ธว่า ติ๊งคอยตามคลอเคลียอะตอมไม่ห่าง เดี๋ยวโผมากอด เดี๋ยวมาเกาะหลัง ถ้าสิงร่างได้คงทำไปแล้ว

"ไม่ไปเล่นกับเขาเหรอ เผื่อเขาจะมาเบียดมั่ง" พี่ฝางหันมาถามเชิงสัพยอก

"เขาไม่มาเกาะผมหรอกพี่" ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนถามกลับ "แล้วพี่สองคนล่ะ"

"เฮ้ย หมูเขาจะหาม จะเอาคานไปสอดทำไม" พี่เอิร์ธยิ้มอย่างมีเลศนัย ขณะสายตาก็จับจ้องเหตุการณ์ในสระไปด้วย

ผมก็ยอมรับว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ ถ้าผมโดนสองสาวยั่วยวนแบบนั้น ผมก็นึกไม่ออกว่าจะอดทนได้หรือเปล่า จึงอดนึกกังวลไม่ได้ว่าอะตอมจะไม่รอด แม้ว่าในใจจะรู้สึกกังวล แต่ผมก็เผลอคุยกับพี่ๆ สามคนจนลืมเหตุการณ์ในสระว่ายน้ำไปเลย พอหันมาดูอีกที อะตอมและสองสาวก็หายไปจากสระว่ายน้ำแล้ว ไม่รู้ว่าหายไปตั้งแต่ตอนไหน

"อ้าว หายไปไหนกันหมดแล้ววะ" พี่เอิร์ธถามพลางมองไปรอบๆ

"ไปอาบน้ำกันแล้วมั้ง" พี่ฝางเดา ก่อนเสนอ "ไปเปลี่ยนชุดกันดีกว่า บาร์จะเปิดแล้ว เดี๋ยวสามคนนั้นก็ตามมาเองแหละ นัดกันไว้แล้วนี่"

พวกเราสามคนตกลงกันตามนั้น พี่ฝางกับพี่เอิร์ธช่วยกันยกวีลแชร์ผมขึ้นบันไดตรงสระว่ายน้ำซึ่งมีอยู่สามขั้น จากนั้นเราก็แยกย้ายกันกลับห้องเพื่อเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อยขึ้น ผมเข็นรถวีลแชร์มาที่ห้อง ก่อนจะเอาคีย์การ์ดแตะและเปิดประตูออก พลันก็แทบช็อกเมื่อเห็นเหตุการณ์บางอย่างในห้องพักของผมกับอะตอม

ภาพสองหนุ่มสาวกอดจูบกันอยู่บนเตียงปรากฏขึ้นในลานสายตาผม เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากนั้นผมก็ปิดประตูห้อง ก่อนรีบเข็นรถวีลแชร์ออกไปตามทางเดินซึ่งปูด้วยแผ่นซีเมนต์ มันขรุขระหน่อย ผมจึงต้องยกล้อหน้าขึ้นเพื่อให้เข็นได้ไวขึ้น

ไม่นานผมก็มาหยุดอยู่ที่สระว่ายน้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ได้ลงไปข้างล่างเพราะมีบันได ผมเกาะขอบราวรั้วที่ทำเป็นแนวยาวไปตามทางเดินไว้ ไม่มีเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันอยู่ตรงนี้แล้ว คนที่อยู่ส่วนมากจึงเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับผม

เมื่อหยุดนิ่งกับที่ ผมก็พบว่าหัวใจผมเต้นแรง ภาพอะตอมกอดจูบกับติ๊งยังติดตาผมไม่หาย แต่ก่อนที่ผมจะดำดิ่งสู่ความรู้สึกนี้ไปมากกว่านั้น ผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนวิ่งมาตามทางที่ผมมาเมื่อกี้ เมื่อผมหันไปมองตามเสียง ไม่กี่อึดใจเจ้าของร่างก็ปรากฏกายขึ้น ความรู้สึกผิดฉายชัดบนใบหน้าของเขาอย่างแรงกล้า ต่างคนต่างทำตัวไม่ถูกกันทั้งคู่ แต่ผมก็ยังพอมีแก่ใจยิ้มบางๆ ให้

"เสร็จแล้วเหรอ ไวจัง" ผมถามให้เป็นเรื่องขำๆ

"เฮ้ย...คือ..."

"ตกใจทำไม เรื่องธรรมดานี่ ทีหลังมึงก็บอกกูหน่อยดิวะ จะได้ไม่ไปกวน" ผมยิ้มกลบเกลื่อน

"กัปตัน…กู…" เสียงของอะตอมกลืนหายลงคอ แปลกที่ผมไม่อยากรู้เท่าไหร่ว่าเสียงที่หายไปคืออะไร

ผมถอนหายใจสั้นๆ เมื่อรู้สึกว่าหัวใจเต้นช้าลงแล้ว ผมจึงบอกคนที่มาถึง "มึงไม่ต้องคิดมากหรอก มันแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์เอง ทั้งมึง…และกู มันยังไม่มีใครใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เหรอวะ กู…ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์กับมึง มึง…ก็ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์กับใจตัวเอง กูกับมึง…ยังมีโอกาสให้คนอื่นเข้ามานะเว้ย เพราะว่าคนที่ไม่ใช่…ยังไงมันก็ไม่ใช่"

"กัปตัน กูขอโทษ" อะตอมคุกเข่าลงตรงหน้าผม ทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ หรือไม่ก็คงร้องไห้ไปแล้ว

"มึงอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย เอาไว้คุยกันวันหลังดีกว่า กูกับมึง…ต้องชัดเจนกับตัวเองนะเว้ย ไม่งั้นคุยกันไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก แล้วถ้าคำตอบไม่ชัด มึงกับกู…ก็จะเล่นกับความรู้สึกกันเองต่อไป มันไม่สนุกหรอก ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า พี่สองคนเขารออยู่"

พูดจบผมก็เข็นรถออกไป เบี่ยงหลบอะตอมเล็กน้อย มุ่งตรงไปยังห้องพักของตัวเองอีกครั้ง รู้สึกใจคอไม่ดีเท่าไหร่เพราะเมื่อกี้เพิ่งเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น แต่ผมก็ต้องทำใจให้เข้มแข็งเข้าไว้

กระนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าเมื่อเกิดมาเป็นแบบนี้แล้ว ผมคงต้องยอมรับสภาพชีวิตไร้รักที่จริงใจอย่างนี้ต่อไป

TBC...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น