เมื่อรักมาทักทาย (The greeting of love)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.ค. 63

( สีฟ้า )

ตอนนี้ผมอยู่ในห้องของผมเเล้วครับ หลังจากที่ไปกินหมูกะทะกับพวกเพื่อนๆของไอ้ภาพมา ผมก็กลับมาเเบบหมดสภาพ สุดๆ ผมไม่ถนัดกับการนั่งอยู่ในที่ร้อนจัดๆขนาดนั้น ผมไม่ค่อยชินเลย ผมพูดตรงๆ ผมไม่ได้ดูคุณชายมากเกินไปใช่มั้ยครับ...

ผมล้วงมือของผมเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เพื่อที่จะหาของที่มันมักจะอยู่ในมือของผมเสมอ เเต่หาไม่เจอเเฮะ!!!

อ้อ...ผมลืมไว้ที่ไอ้ภาพนี่หว่า ก็ตั้งเเต่โดนมันบ่น ผมก็ขี้เกียจเล่นมือถือไปเลยหล่ะครับ ขี้เกียจจะฟัง ผมไม่ได้โมโหมันหรอกที่มันเตือนผมเรื่องเล่นมือถืออ่ะ มันก็พูดถูก ผมควรที่จะมีสังคมบ้าง ไม่ใช่เอาเเต่จะอยู่ในโลกส่วนตัวเพียงอย่างเดียว เเต่ผมกำลังจะผ่านด่านที่ 1284 เเล้วอ่ะ เเถมได้ตัวฟรีเล่นตั้ง 2 ชั่วโมงเเหนะ ผมก็เสียดายนิดนึงเเหละครับ

ผมเลยต้องยกร่างของผม ลากตัวผมเองลงมาที่ชั้นสอง เพื่อที่จะเดินไปยังห้องของคนที่ผมฝากมือถือเอาไว้

ก็อก ก็อก...

"ไอ้ภาพ....เปิดประตูหน่อย" ผมทั้งเคาะทั้งตะโกนเรียกมัน

เงียบอีกเเล้ว

"ไอ้ภาพ เปิดประตู!!!" ผมเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นอีกหน่อย ขี้เกียจจะเคาะประตูเเล้ว

เเอ๊ดดดดดดด....

ประตูถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเจ้าของห้องที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับ

"เข้ามา" มันสั่งผม เเล้วจะให้เข้าไปทำไมวะ

"ไม่เข้า เเค่จะมาเอามือถือของกู"

"เข้าไปเอาเอง กูวางไว้บนเตียง" เอ้า!!!เเล้วมึงเข้าไปเอาให้กูง่ายกว่ามั้ยหล่ะ

"มึงเดินไปเอาให้กูดิ" ผมยังไม่ยอมเเพ้

"มึงใช้ให้กูเก็บให้มึง ถึงเวลามึงมาเอา มึงยังจะใช้ให้กูเดินไปเอาให้มึงอีกหรอ ฮะ!!!" โธ่ ไอ้เวร

"มึงนี่เเม้ง!!!" ผมอดที่จะด่ามันไม่ได้

"เเม้งอะไร" มันลอยหน้าลอยตาพูดกับผม น่าหมั่นไส้ชิบหาย

"หลบกูดิ ยืนเเบบนี้กูจะเข้ายังไงหล่ะ" มันถึงยอมขยับตัวออกจากประตู กวนตีนดีจริงๆ

ผมเดินมาหยุดที่เตียงของมัน เเละก้มหยิบมือถือของผมที่มันวางไว้บนนั้น ผมหมุนตัวกลับเพื่อที่จะเดินไปยังประตู คิดถึงที่นอนใจจะขาดเเล้วเนี่ย

"เดี๋ยว" ผมหันไปมองหน้าไอ้ภาพ มันกำลังยืนพิงขอบโต๊ะอ่านหนังสือของมันอยู่

"มีอะไรอีก" ผมเดินเข้าไปหามัน

"กูมีเรื่องจะถามมึงหน่อย"

"ว่ามา"ผมหยุดยืนตรงหน้าของมัน มึงจะพูดก็รีบพูดเลย อย่าช้า!!!

"มึงไม่ชอบกวางหรอไง" ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำถามของมัน

"เฉยๆ" ผมตอบมันไปเเบบส่งๆ

"เเล้วทำไมตอนที่เค้าคุยกับมึง มึงถึงไม่คุยกับเค้า" ไอ้ภาพทำหน้าตาจริงจังกับผมมากขึ้น

"กูคุยเเล้วไง มึงก็ได้ยิน" ผมก็พูดจริงๆนี่หว่า

"เเต่นั่นมันหลังจากที่กูบอกให้มึงคุยกับเค้านะ"

"ก็เเล้วกูคุยมั้ยหล่ะ กูคุยใช่มั้ย...มึงจะอะไรอีก" ผมเริ่มหงุดหงิดเเล้วนะ จะต้องอยากให้ผมคุยอะไรนักหนา

"กวาง คือคนที่กูชอบนะ" ผมหันไปมองหน้ามัน ผมไม่เข้าใจมันหว่ะ มันต้องการอะไร

"มึงต้องการให้กูเเสดงออกว่า กูยินดีนะเเบบนี้หรอ หรือกูดีใจนะที่ได้เจอ เเบบนี้หรอ??"

"คือ..."

"ถ้ากูเเสดงออกไปแบบนั้น มึงพอใจหรอวะ มึงอยากให้คนที่มึงพึ่งรู้จักเเบบกูเนี่ย ไปพูดคุยกับคนที่มึงชอบ มึงสบายใจจริงดิ??" ผมโคตรหงุดหงิดเลยหว่ะ

"คือ กูเเค่อยากให้มึงสนใจเค้า เวลาที่เค้าถามมึงบ้างอ่ะ เวลากูเห็นมึงเงียบๆ เเล้วเห็นหน้าเค้าดูเจื่อนๆ เเล้วกูสงสารหว่ะ"

"มึงสงสารตัวมึงเองดีกว่ามั้ย ก่อนที่มึงจะสงสารเค้าอ่ะ" ผมพูดออกไปตรงๆ

ดูก็รู้ป้ะ ว่าคนที่ชื่อกวางอะไรนั่น เเม้งไม่ได้ชอบมันเลย อ่อยไปทั่ว ให้ความหวังมันไปวันๆ เด็กน้อยชิบหาย!!!

"มึงก็พูดตรงเกินไปป้ะ" ผมเเอบเห็นมันทำหน้าเศร้าด้วยอ่ะ

"ชอบเเบบเจ็บนานๆ หรือเจ็บทีเดียวหล่ะ" ผมว่ามันน่าจะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดนะ

"กวาง เค้าดูชอบมึง" ไอ้สัส!!!

"เเล้วยังไง"

"มึงรู้มั้ย" อ่อยขนาดนั้น มองจากดาวพลูโต ผมยังรู้เลย

"รู้"

"มึงชอบกวางมั้ยวะ"

"มึงพูดมาตรงๆเลยดีกว่าหว่ะ" ผมชักไม่ชอบเหตุการณ์อะไรเเบบนี้เเล้วนะ

"มึงอย่าชอบกวางได้มั้ยวะ กูขอร้องหล่ะนะ เเค่นี้กูก็สู้ใครๆเค้าไม่ไหวเเล้วอ่ะ ถ้ามีมึงมาเพิ่มอีกคน กูเเทบจะไม่มีทางสู้เลยนะ"

"ทำไมมึงชอบดูถูกตัวเองนักวะไอ้ภาพ มึงไม่ได้หล่อน้อยกว่าใครเค้าเลยนะเว้ย มึงเชื่อมั่นในตัวเองบ้างดิวะ" ผมมองหน้าของคนที่ผมรู้สึกว่าตอนนี้จิตใจเเม้งคงเเย่อยู่เเน่ๆ

"กูเนี่ยนะหล่อ ถ้ากูหล่อจริง กวางเค้าต้องชอบกูบ้างดิวะ เเต่นี่..มึงดูดิ เค้าเย็นชากับกูชิบหาย มึงก็เห็น เเตกต่างจากมึงมั้ยหล่ะ กับมึงเค้าเเสดงออกอีกอย่าง กับกูเค้าก็เเสดงออกอีกอย่าง มึงเห็นความเเตกต่างมั้ยวะ"

"ถ้ามึงรู้ว่ามันเเตกต่าง เเล้วมึงจะยุ่งกับเค้าอีกทำไมวะ ทำไมมึงไม่ลองอยู่เฉยๆ ไม่ต้องวิ่งตามเขา แล้วมึงจะมีความสุขกว่านี้มั้ยวะ"

"มึงพูดเเบบนี้...งั้นกูถามมึงหน่อยดิ ว่าชีวิตของมึงเคยรักใครมั้ยวะ"

"....."

"มึงเงียบ เพราะชีวิตของมึงมันมีเเต่ถูกคนมารัก ถูกมั้ย?? มาสลับเป็นกูมั้ย มาลองเป็นคนที่ต้องวิ่งตามหาความรัก เเบบกูมั้ย มาลองเป็นกูบ้างมั้ยหล่ะ"

"มึงเหนื่อยมั้ย ที่พยายามอยากให้ใครซักคนมารัก" ผมเริ่มสงสารคนตรงหน้าของผมเเล้ว ผมเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย

"เหนื่อยดิ เหนื่อยชิบหาย"

"สลับได้มั้ยหล่ะ สลับกัน กูก็อยากรู้ว่าความรู้สึกของมึงจะเป็นยังไง" ผมพูดจริงๆนะ ผมอยากรู้ว่าความรู้สึกของคนที่ต้องไปรักใครซักคน มันจะเป็นยังไง

"มึงมันบ้าไอ้สีฟ้า" มันคงไม่เชื่อที่ผมพูดซินะ

"กูพูดจริงๆ กูอยากรู้ว่าเวลาที่เราตกหลุมรักใครซักคน เราจะสุขมากขนาดไหน หรือเวลาที่เรารักใครซักคนเเละเค้าไม่ได้รักเราตอบ เราจะปวดใจขนาดไหน" ผมจ้องตาของมัน เพื่อเเสดงถึงความจริง ว่าที่ผมพูด ผมพูดจริงๆ

"มึงทนไม่ไหวเเน่ๆถ้าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นกับมึง มึง..มันเจ็บมากนะเว้ย"

"กูก็คนเหมือนมึงนะไอ้ภาพ กูเชื่อว่ามึงไม่มีทางที่จะผิดหวังกับความรักตลอดชีวิตได้หรอก มันต้องมีสักวันที่มึงจะต้องได้รับความรักกลับคืนมาบ้างเเหละ กูก็เหมือนกัน กูก็ไม่มีทางที่จะสมหวังกับความรักในทุกๆครั้งได้เหมือนกัน มันอาจจะต้องมีสักวันที่กูจะได้เรียนรู้ความเจ็บปวดเหมือนๆกับมึงก็ได้ เเต่เพียงเเค่...ตอนนี้มันอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่พวกเราจะได้พบกับความรู้สึกเหล่านั้น"

"มึงนี่เเม้ง...." มันส่ายหัวน้อยๆให้กับผม หรือว่ามันอาจจะเอือมระอาในความคิดของผมก็ได้นะ

"มึงบอกกูหน่อยดิ ว่าเวลาที่เราจะรู้ว่าเรากำลังตกหลุมรักใครซักคน มันจะเป็นยังไง" ผมมองหน้ามัน เเละส่งยิ้มให้มันน้อยๆ

"มึงหลับตาก่อน เเล้วกูจะบอก" หืม!!!

"....."

"อยากรู้มึงต้องหลับตา เชื่อกูดิ"

ผมปิดเปลือกตาลงตามที่มันบอกกับผม ถึงเเม้ว่าผมจะไม่เข้าใจว่ามันกำลังจะทำอะไร เเต่ความอยากรู้มันก็ทำให้ผมยอมทำตามที่มันบอก หวังว่ามันคงจะไม่เเกล้งอะไรผมหรอกนะ

ผมสัมผัสได้ว่า เสียงฝีเท้าของมันได้เดินออกห่างจากตัวผม เเต่เพียงเเค่เสี้ยวนาทีเดียว ผมกลับได้ยินเพลงๆนึงเปิดดังเข้ามา มันเป็นเพลงรัก ที่ผมเคยได้ยินบ่อยๆเวลาที่ผมมักจะเปิดเพลงฟังเวลาที่ผมขับรถกลับบ้านหรือขับรถไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เนื้อเพลงมันกำลังพูดถึงความสุขของคนสองคน ที่ความบังเอิญได้ทำให้เค้าทั้งคู่ได้มาพบกัน ได้รักกัน เเละเค้าทั้งคู่ก็ได้สัญญาว่าจะรักษาความรักนี้ให้อยู่เเบบนี้ตลอดไป

"ถ้าเมื่อไหร่ที่เรารักใครซักคน เราจะเริ่มชอบที่จะฟังเพลงรัก เวลาที่มึงได้ฟังเพลงรักมึงจะมีความสุข เเละมึงจะรู้สึกว่าเพลงรักเป็นตัวเเทนในการบอกเล่าความรู้สึกของมึง"

ผมตั้งใจฟังในสิ่งที่มันบอกกับผม เเละจินตนาการตาม การหลับตามันก็ทำให้ผมสามารถจินตนาการ เเละวาดภาพอะไรได้มากมายขนาดนี้เชียวหรอ ผมไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลย

"ถ้าเมื่อไหร่ที่เรารักใครซักคน เราจะสามารถยิ้มเเละหัวเราะให้กับเรื่องที่มันไม่ได้ตลกหรือน่าหัวเราะอะไรเลย"

"ทำไมวะ" ผมถามมันออกไป ในขณะที่ตาของผมก็ยังคงปิดอยู่

"ก็เพราะว่าที่มึงยิ้มหรือหัวเราะได้นั้น มันไม่ใช่เพราะเรื่องที่เค้าเล่าให้มึงฟัง เเต่ที่มึงยิ้มเเละมึงหัวเราะ เพราะรอยยิ้มนั้นมันเกิดขึ้นบนใบหน้าของคนที่เล่าให้มึงฟังต่างหาก"

ผมค่อยๆคิดตามที่มันพูด เเละผมก็รู้สึกว่าตัวผมกำลังยิ้ม

เพี้ยะ!!!!!

"โอ้ย!!! กูเจ็บนะ" ผมสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่า เเขนของผมถูกอะไรบางอย่างที่มีความรู้สึกเย็นเฉียบ ตีลงมาที่ต้นเเขน ผมจะเปิดตาดูว่าสิ่งๆนั้นมันคืออะไร เเต่ผมก็ต้องหยุดชะงักไปก่อน

"มึงห้ามลืมตานะ"

"มึงทำอะไรกูเนี่ย" ผมโวยวายใส่มัน พร้อมทั้งลูบเเขนที่ถูกตีไปด้วย

"มึงเจ็บใช่มั้ยหล่ะ กูกำลังจะบอกมึงว่า ถ้าเรารักใครซักคน เราจะเจ็บถ้าเรารู้ว่าคนที่เรารักโดนทำร้าย เเละเราจะเสียใจถ้าเราไม่สามารถที่จะช่วยอะไรคนที่เรารักได้เลย เเต่มึงจะเจ็บยิ่งกว่า ถ้ามึงรู้ว่าคนที่ทำร้ายคนที่มึงรัก คือตัวมึงเอง"

ถ้าเราทำร้ายคนที่เรารัก เราจะเจ็บยิ่งกว่าเค้า งั้นหรอ??

"ถ้าเรารักใครซักคน....เราจะอยากจับมือของเค้าไปนานๆ ไม่ใช่เเค่จับเเบบนี้นะ เเต่เป็นจับเเบบนี้"

มือของผมถูกใครบางคน ดึงออกมาจากกระเป๋ากางเกง ผมพึ่งรู้ตัวว่าผมยืนหลับตา โดยที่มือทั้งสองข้างของผม ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงที่ผมใส่อยู่ทั้งสองข้าง มือข้างขวาของผมถูกยกขึ้นช้าๆ โดยมีมือของคนอีกคนนึงกุมมือของผมเอาไว้ เเรกๆมือนั้นจับผมไว้เพียงเเค่หลวมๆ เเต่สักพักมือที่เคยจับเเบบหลวมๆ ก็กลับสอดประสานนิ้วเข้ามาที่นิ้วของผม มือที่เราจับกันมันเเน่นขึ้นเเละอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด

"ถ้าเรารักใครซักคน เราจะรู้สึกดีมากๆเมื่อเค้าเข้ามากอดเราเเบบนี้"

มือที่เคยกุมกันไว้ค่อยๆถูกคลายออก ผมรู้สึกใจโหวงๆเเปลกๆที่รู้ว่าจะต้องถูกปล่อยมือจากมือนี้ไป เเต่เพียงไม่นาน ความรู้สึกเเปลกๆก็กลับตีขึ้นมาอีกครั้ง ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจของใครบางคนที่มายืนซ้อนทับจากทางด้านหลังของผม ลมหายใจอุ่นๆกำลังคลอเคลียอยู่ไม่ห่างจากใบหูด้านซ้ายของผม หลังของผมปะทะเข้ากับมัดกล้ามเนื้อเเกร่งของคนที่ยืนซ้อนผมเอาไว้ เอวของผมถูกดึงให้เข้าหาตัวของคนที่อยู่ด้านหลังมากขึ้น มือเย็นๆถูกวางทับที่เหนือสะดือของผมที่มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวบางๆกั้นเอาไว้เท่านั้น ความรู้สึกประหลาดที่ทำให้หน้าของผมเริ่มร้อนผ่าวได้ขนาดนี้นี่มันคือความรู้สึกอะไรกันเเน่นะ ผมได้เเต่เก็บความสงสัยเหล่านี้ไว้ในใจ

"เเละสุดท้าย"

ลมหายใจของผมขาดห้วงลง เมื่อได้ยินเสียงเบาๆกระซิบที่ข้างหู

"ถ้าเรารักใครซักคน เมื่อไหร่ที่เราได้จ้องตากัน หัวใจของเราจะเต้นผิดจังหวะ มันจะเเรงขึ้น เเรงขึ้น เเละเเรงขึ้น เหมือนมันเเทบจะหลุดออกมาเต้นข้างนอกได้เลย เราจะตกอยู่ในภวังค์ เราจะรู้สึกว่าโลกหยุดหมุน เวลาจะหยุดเคลื่อนไหว เสียงเดียวที่จะดังเเค่ในเวลานั้น คือเสียงหัวใจของเราเอง"

หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างนั้นหรอ ??

"สีฟ้า มึงลืมตาซิ"

ผมค่อยๆเปิดเปลือกตาของผม ตามที่มันบอก ภาพเเรกที่ผมเห็นคือมันยืนอยู่ตรงหน้าผม ดวงตาของมันอยู่ในระดับเดียวกับดวงตาของผม หน้าของมันอยู่ห่างจากผมเเค่กระดาษบางๆกั้น ปากบางสวยของมันกำลังคลี่ยิ้มบางๆส่งมาให้กับผม รอยยิ้มที่ทำให้ผมต้องสะดุด ผมค่อยๆเลื่อนสายตากลับไปยังดวงตาของมันอีกครั้ง ภาพสะท้อนในดวงตาของมันคือภาพของผม

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก..

ผมเผลอยกมือด้านขวาของผม เเละนำมันมาวางไว้ที่ตำเเหน่งของหัวใจ ทำไมหัวใจของผมมันต้องเต้นเเรงขนาดนี้ด้วยวะ มันจะได้ยินเสียงนี้หรือเปล่านะ??

มันมองตามมือของผม เเละคลี่ยิ้มให้ผมมากขึ้นกว่าเดิม

"อยากทดสอบอัตราการเต้นของหัวใจตัวเองหรือไง ตอนนี้มันอาจจะไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น เเต่ถ้ามันเต้นเเรงเมื่อไหร่ หรือกับใคร มึงต้องบอกกูนะ เข้าใจมั้ย"

ผมได้เเต่พยักหน้าเล็กน้อยให้กับมัน

"มึง.." ผมเรียกมันก่อนที่มันจะเดินห่างออกจากตัวของผมไป

"หืม" มันตอบรับผม

"มึงเเน่ใจใช่มั้ย ไอ้ทฤษฎีหัวใจเต้นผิดจังหวะของมึงอ่ะ"

"ที่ว่ามันจะหมายถึงการตกหลุมรักใช่มั้ย??"

"ใช่"

"90% มันหมายความว่าอย่างนั้นนะ" ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างช้าๆ หลังจากฟังที่มันพูดจบลง

"....."

"เจอคนๆนั้นเมื่อไหร่ ก็อย่าลืมบอกกูหล่ะ"

"อืม" ไว้กูมั่นใจ กูจะบอก

"ขอบใจนะเว้ย มึงทำให้กูรู้สีกดีขึ้นมาก" มันเอื้อมมือของมัน มาขยี้หัวของผมเบาๆ

"ถ้ากูบอกเค้า มึงว่าเค้าจะดีใจหรือเสียใจวะ" ผมลอบมองคนที่เหมือนจะกำลังใช้ความคิดกับคำถามของผม

"ดีใจดิวะ"

อืม กูก็หวังว่า จะดีใจจริงๆนะ

"งั้นกูไปก่อนนะ"

ผมเดินออกจากห้องของไอ้ภาพด้วยความสับสนในใจ เรื่องราวต่างๆที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ มันกำลังทำให้ใจของผมปั่นป่วน ความรู้สึก การสัมผัส รอยยิ้ม เเละดวงตาของมันยังฉายชัดในความทรงจำของผม เหมือนเหตุการณ์นั้นมันวนลูปกลับมาซ้ำๆเเละซ้ำๆ หัวใจของผมมันกำลังทำงานหนักมากจนเกินไป มันเต้นเเรงทุกครั้งเมื่อผมหวนนึกถึงใครคนหนึ่งที่อยู่ในห้องนั้น ห้องที่ผมพึ่งเดินออกมาเมื่อไม่นานมานี้เอง เเละผมควรทำยังไง ควรจะจัดการยังไงกับความรู้สึกที่มันพึ่งจะเกิดขึ้น ผมควรหยุดไว้เเค่ตรงนี้ หรือผมควรที่เดินต่อกับความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นนี้ดี ผมกำลังชอบมันอย่างนั้นหรอ นี่ผมกำลังรู้สึกกับมันเกินเพื่อนจริงๆหรอ??

0 ความคิดเห็น