เมื่อรักมาทักทาย (The greeting of love)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.ค. 63

( ภาพ )

ผมเริ่มรู้สึกตัว เมื่อเเสงสว่างจากด้านนอกมันส่องเข้ามาในห้องพักของผม ผมค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เชี้ยเอ้ย...ปวดตา ชิบหาย หัวก็จะระเบิดอยู่เเล้วเนี่ย

ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือของผมที่อยู่ข้างเตียงมาดูเวลาว่านี่มันกี่โมงเข้าไปแล้ว

12.45 น.

อืม....ไม่น่าเเดดเเรงเหลือเกิน

ผมค่อยๆนั่งทบทวนเรื่องราวเมื่อคืนว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมออกจากห้องของไอ้สีฟ้าพร้อมกับไอ้เผ่า เเละผมก็อยากเมา เลยไปคว้าเหล้าที่มีในห้องมาดื่มเพียวๆ เพราะช้ำรัก...

เเล้วผมจำได้ว่าช่วงเย็นๆ ไอ้สีฟ้ามันก็มาหาผม มันมานั่งมองผมเเดกเหล้า ผมร้องไห้อย่างหมดสภาพให้มันเห็นด้วย เฮ้อ...หมดกันภาพพจน์ของกู นี่กูเเสดงสภาพอย่างหมาให้กับคนที่พึ่งรู้จักกันไม่นานเห็นเนี่ยนะ ผมหล่ะ...อายชิบหาย

เเอ๊ดดดดด

ผมเงยหน้าไปมองที่ประตูทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดเข้ามา ผมอยู่ในห้องผมนะ ใครเเม้งมีคีการ์ดผมวะ

"ตื่นเเล้วหรอมึง" ไอ้สีฟ้า!!!

"....." ผมทำหน้าตกใจไปเลยอ่ะ ที่เห็นมันเดินเข้ามา

"กูเอง ตกใจทำไม" มันทำหน้านิ่งๆใส่ผม เเละเหลือบมองผมด้วยหางตา

"มึงมีคีการ์ดห้องกู???" ผมงงๆอยู่นะเนี่ย

"คีการ์ดของมึงเเหละ เมื่อคืนมึงเมาอย่างหมา กูเลยเอากลับไปห้องกูด้วย ไม่งั้นใครจะล็อคห้องมึงหล่ะ" มันว่าพร้อมทำหน้าเอือมระอาใส่ผม

"อ้อ..เออ" ผมได้เเต่เกาหัวเเกร๊กๆ มันก็จำได้ลางๆอ่ะเนอะ ก็ผมเมาอ่า

"เเดกซะ" มันโยนถุงข้าวต้มมาที่ตักผม เเม้งอย่างร้อนเลย จะส่งให้ดีๆหน่อยก็ไม่ได้

ผมเดินถือถุงข้าวต้ม ไปที่โต้ะกินข้าวเล็กๆริมระเบียง เอื้อมหยิบชามเเละช้อนที่ผมกองๆไว้เเถวๆนั้นขึ้นมา เเละค่อยๆเทข้าวต้มลงในชาม

ไอ้สีฟ้ามันนั่งลงบนเตียงของผม เเละมองผมที่กำลังยกช้อนเอาข้าวต้มเข้าปาก

"มึงจ้องกูอย่างนั้น กูจะเเดกลงมั้ยหล่ะ" ผมถามมันกลับไป

"โทษๆ" มันตอบน้อยๆตามสไตล์ของมัน เเละเปลี่ยนเป็นก้มหน้าลงไปเล่นโทรศัพท์ของมันเเทน

Rrrrr...

ผมหันความสนใจไปให้กับเสียงเรียกเข้าของคนที่อยู่บนเตียงของผม มันเอาเเต่จ้องโทรศัพท์เเบบนี้อีกแล้ว...

"มึงรับสายเหอะหว่ะ" ผมบอกออกไปด้วยความรำคาญ

"กูไม่อยากรับหว่ะ" มันตอบผมกลับมาเบาๆ

"เเฟนมึงหรอ" ผมก็ไม่อยากก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของใครหรอกนะ เเต่ท่าทีเเบบนี้ผมก็อดเผือกไม่ได้

"ไม่ใช่....เพื่อนกู"

"เพื่อนมึง เเล้วทำไมมึงไม่รับวะ" ผมยังอดเเปลกใจไม่ได้อยู่ดี

"กูยังไม่อยากคุยกับมันหว่ะ"

"มึง...เมื่อคืนถึงกูจะเมาอ่ะนะ เเต่กูรู้นะเว้ยว่ากูพูดอะไรกับมึงไปบ้าง..มึงต้องเเฟร์กับกูบ้างดิ มึงรู้เรื่องกู กูรู้เรื่องมึง" ผมยังไม่ยอมเเพ้ที่อยากจะรู้เรื่องของมัน

"......" มันเงียบ

"งั้นไม่เป็นไร ไว้มึงเชื่อใจกูมากกว่านี้ก่อนก็ได้" ผมบอกมันออกไป

"มึง...คนที่โทรมาหากู มันคือเพื่อนสนิทของกู มันชอบกู...ชอบเเบบไม่ใช่เพื่อน เเต่กูไม่ได้ชอบมันเเบบนั้น" เอาวะ นี่คงเป็นประโยคที่มันพูดกับผมยาวที่สุดเเล้วหล่ะ

"เอ่อ..." ผมใบ้เเดกเลยครับ

"เเล้วเพื่อนสนิทกูอีกคน ก็ชอบมัน เเล้ว..." มันหยุดพูดไว้เเค่นั้น ผมพอจะเดาได้เเล้ว

"อืม กูพอเข้าใจละ" ผมตอบมันออกไปแบบคนที่เข้าใจสถานการณ์เหล่านี้ดี

"มึงกับกูนี่เเม้งต่างกันเนอะ คนนึงเเม้งได้ความรักก็ไม่เอา อีกคนเค้าไม่รักก็ยังจะอยากไปให้ความรัก" ผมได้เเต่ลอบถอนใจเบาๆ ความรักนี่เเม้งตลกดีจริงๆ

"เเต่เมื่อคืน มึงทำให้กูเข้าใจเพื่อนกูมากขึ้นนะ" มันพูดกับผม

"งั้นหรอ" ผมตอบมัน

"เมื่อก่อน กูรำคาญนะ เวลาที่มันชอบมาทำอะไรให้กูอ่ะ เเม้งโคตรอึดอัด เเต่มึงทำให้กูเข้าใจว่า มันคือความหวังดีจากคนที่เค้าชอบเรา เเค่นั้นเอง"

"ใช่ เค้าเเค่อยากทำให้มึง อยากเห็นมึงมีความสุข จากสิ่งที่เค้าทำให้" ผมลอบมองใบหน้าของไอ้สีฟ้าตอนที่มันพูดกับผม ผมคงยังเมาๆอยู่มั้ง ผมถึงเผลอมองว่ามันน่ารัก

"กูต้องเริ่มคุยกับมันยังไงดีอ่ะ" มันเพียงยิ้มน้อยๆมาให้กับผม

"ก็เเค่ทำตัวธรรมดาเเบบที่มึงเคยทำนั่นเเหละ รับสายเเล้วคุยกับเค้าเเบบปกติ"

"อืม"

 

Rrrrrrr...

สีฟ้ามันมองหน้าของผมทันทีที่มีสายเรียกเข้าดังเข้ามา ผมรู้ทันทีว่าคงเป็นเพื่อนสนิทที่มันเล่าให้ผมฟังเมื่อกี้นี้เเน่นอน ผมเลยพยักหน้าให้มันกดรับสาย เเละมันก็ทำตาม

'ฮัลโหล' ผมได้ยินเสียงจากปลายสายชัดมาก เเต่เอ้ะ!!! นี่มันเสียงผู้ชายนี่หว่า

"ว่าไงบีม"

'ทำไมไม่รับสายบีมเลย'

"ขอโทษที กูยุ่งๆอยู่กับการย้ายหออ่ะ"

'ทำไมจะไปไม่บอกกันบ้าง'

"ขอโทษหว่ะ" ผมลอบมองหน้าของไอ้สีฟ้า หน้ามันบอกชัดว่ามันก็ลำบากใจอยู่ไม่น้อย

'บีมคิดถึง คิดถึงสีฟ้านะครับ' ผมสาบานว่าผมไม่ได้อยากฟังเค้าคุยกันเลยจริงๆ

"บีม เอ่อ...ไม่พูดเเบบนี้ได้มั้ย"

'ลำบากใจที่ได้ยินใช่มั้ย'

"กูวางสายก่อนนะ พอดีกูมีธุระต้องออกไปข้างนอกเเล้ว"

ไอ้สีฟ้ามันกดวางสายไปเลยครับ เหมือนจะได้ยินว่าปลายสายจะพูดอะไรบางอย่าง เเต่มันเลือกไม่ฟังอีกเเล้ว...เฮ้อ เเม้งโคตรสะท้อนมายังผมเต็มๆเลยเเบบนี้ เหมือนเห็นภาพไอ้สีฟ้าสลับกับภาพของกวางเลย กวางคงอึดอัดเเบบนี้เเหละมั้ง

"หน้ามึง เเสดงออกชัดเลย ว่าโคตรอึดอัด" ผมพูดทำลายความเงียบขึ้น หลังจากที่มันวางสายคนที่ชื่อบีมไปประมาณ 3 นาที มันก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย

"นิดนึง" มันตอบผมเเบบนั้น เเต่ผมว่ามันไม่นิดนะ

"ไปดูหนังกันมั้ย เผื่อมึงจะรู้สึกดีขึ้น" ผมเห็นหน้ามันเครียดๆก็อดสงสารไม่ได้

"ดูเรื่องไรอ่ะ" มันหันมาถามผม

"มึงชอบดูหนังประเภทไหนอ่ะ"

"ไปดูหนังเเอคชั่นกัน" เเววตามันดูดีขึ้นกว่าเมื่อกี้เยอะเลย

"เอาดิ โรงหนังอยู่ใกล้ๆเเถวนี้เอง"

มันรีบลุกขึ้นยืนทันที ท่าทางมันจะชอบดูหนังนะเนี่ย

ตอนนี้ผมกับมันมายืนอยู่ที่สำหรับซื้อตั๋วหนังในห้างดังเเห่งหนึ่งเเล้วครับ

"เอาเรื่องนี้สองที่นั่งครับ" ผมจิ้มนิ้วไปที่โปสเตอร์หนังที่วางไว้อยู่บนเคาน์เตอร์ขายตั๋ว

"ตอนนี้มีที่ว่างเเค่ด้านบนเท่านั้นนะคะ เป็นฮันนีมูนสวีท" ผมเหลือบตาไปมองคนข้างๆที่กำลังฟังผมกับพี่พนักงานคุยกันอยู่

"เอ่อ..." ผมอึกอักกับที่นั่งนิดหน่อยอ่ะครับ

"ไม่เป็นไรครับ เอาตรงนี้ก็ได้" เสียงไอ้สีฟ้ามันบอกกับพนักงาน

"เรียบร้อยค่ะ ขอให้ดูหนังให้สนุกนะคะ" ไอ้สีฟ้ามันยิ้มบางๆให้กับพนักงานที่ยื่นตั๋วหนังมาให้กับมัน ทำไมผมเหมือนเห็นว่าพี่พนักงานดูเขินๆมันยังไงไม่รู้

"มึง กูขอไปซื้อป็อปคอร์นก่อนนะ มึงจะเอาด้วยมั้ย" ไอ้สีฟ้ามันหันมาถามผม

"ได้ๆ ซื้อมาเลย เอารสไหนก็ได้ กูกินได้หมดอ่ะ"

"รอกูเเปป" มันพูดเเค่นั้น เเละรีบเดินไปเข้าเเถวซื้อป๊อปคอร์นทันที ท่าทางมันจะดูหนังบ่อยเหมือนกันนะ ดูมันช่ำชองกว่าผมที่เป็นคนชวนมันมาอีกนะเนี่ย

ผมยืนรอมันซื้อป็อปคอร์นประมาณ 10 นาทีได้เเล้วนะ มันก็สั่งอะไรนานจังวะ ไม่ได้ของกินซักที

ผมว่าผมคงต้องไปดูมันซะหน่อยเเล้วหล่ะ

"ทำไมนานจังวะ" ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหามันที่ยืนคุยกับพนักงานอยู่ ดีนะ ที่ไม่มีใครต่อคิวจากมัน ไม่งั้นมันคงโดนเค้าด่าพ่อไปแล้วมั้ง

"คือ...พอดีพี่เค้าเชียร์ป็อปคอร์นรสใหม่อยู่อ่ะ" มันบอกผม เเล้วทำหน้ากระอักกระอ่วนใส่ผม ทำหน้าเเบบนี้อีกเเล้ว

"รสใหม่?? รสอะไร" ผมเงยหน้ามองพี่พนักงานอย่างต้องการคำตอบ

"เอ่อ...คือ รสชีสครับ เป็นชีสที่ทางเราพึ่งนำเข้ามาจากเทือกเขาเอลฟ์" ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อพนักงานหน้าตี๋ขั้นอปป้าพูดกับผมจบประโยค หึ... ชีสจากเทือกเขาเอลฟ์บ้านมึงซิ ผมยกยิ้มมุมปากขึ้นน้อยๆ เเบบที่ผมชอบทำเวลาที่ผมรู้สึกได้ว่าคู่สนทนาของผมกำลังโกหกผมอยู่ ผมหันไปมองคนที่กำลังยืนอยู่ข้างๆของผม มันก็ยังคงยืนทำหน้าเเบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมันต่อไป...

"ผมว่าเอาป็อปคอร์นเเบบปกติธรรมดาทั่วๆไปก็ได้ครับ ผมจะรีบเข้าไปดูหนังกับเเฟนของผมเเล้ว" ผมบอกไอ้พนักงานหน้าตี๋ที่ยืนอ้าปากค้างหลังจากที่ผมพูดประโยคนั้นจบลง พร้อมกับเอื้อมมือไปโอบไหล่ให้ไอ้สีฟ้ามันขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น มันทำหน้าเหวอๆใส่ผม มองหน้าผมสลับกับมองมือของผมที่พาดไปที่ไหล่ของมัน หน้าตามันตอนนี้ตลกชะมัดเลยอ่ะ

"จะสั่งอะไรก็รีบๆสั่งดิวะ นี่กูมาช่วยมึงอยู่นะเนี่ย" ผมก้มลงไปกระซิบข้างๆใบหูสีขาวของมัน กระซิบเเบบที่มีเเค่ผมกับมันที่ได้ยินเเค่สองคนนี่เเหละครับ

"อ่อ...เออ ผมเอาป๊อปคอร์นรสหวานถังใหญ่เเล้วกันครับ" มันหันไปสั่งพนักงานทันทีที่ผมพูดกับมันจบ ผมมองเสี้ยวหน้าของมันที่พูดกับพนักงาน ผมรู้สึกได้ว่าหน้ามันดูเเดงๆนะ

เมื่อภารกิจการสั่งซื้อป๊อปคอร์นที่โคตรนานที่สุดในชีวิตของผมสิ้นสุดลง ผมก็ได้หย่อนก้นลงในเก้าอี้ฮันนีมูนสวีทตัวนี้ซักที ถึงมันจะรู้สึกเเปลกๆซักหน่อยที่ทางขวามือของผมจะเป็นเพื่อนผู้ชายที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นานมานั่งเก้าอี้ด้วยกันเเบบนี้ ซึ่งมันน่าจะเป็นโมเม้นท์เเบบมาสวีทหวานกับคนรักมากกว่านะ เเต่ก็เอาเหอะ นั่งเเบบนี้ก็ดี ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากอยู่เเล้วเเหละ

ผมกับสีฟ้านั่งดูหนังกันไปเเบบต่างคนต่างตกลงไปในช่วงเวลาของหนังจริงๆอ่ะ คือไม่มีการพูดคุย ไม่มีการขยับเขยื้อนตัวใดๆกันเลย มีบ้างบางทีที่ผมหันไปมองมันบ้าง ว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ ผมก็เห็นเเต่อิริยาบทเดิมๆ คือดวงตาของมันจับจ้องที่จอภาพตรงหน้า มือขวากอดถังป๊อปคอร์นเเล้วมือซ้ายก็ล้วงเข้าไปหยิบป็อปคอร์นเเละเอาเข้าปาก มันทำเเบบนี้ทุกครั้งที่ผมหันไปมองมันอ่ะ มันตั้งใจดูหนังมากเกินไปหรือเปล่าวะ เเละสรุปแล้วนี่มึงซื้อป๊อปคอร์นมาเพื่อที่มึงจะกินคนเดียวเลยซินะ

เมื่อดูหนังจบลง ท้องผมมันก็ร้องโครกครากๆเป็นการใหญ่ ผมเลยชวนมันมากินพิซซ่าอาหารโปรดของผมอีกอย่างนึง มันก็ทำอิดออดบอกว่าไม่เอาพิซซ่าได้มั้ย ผมเดาว่ามันคงไม่ชอบกินพิซซ่าเเน่ๆ ผมเลยบอกกับมันว่า ผมยอมให้มันดูหนังเรื่องที่มันชอบเเล้ว เพราะฉะนั้นมันก็ต้องยอมกินอาหารที่ผมอยากกินบ้าง มันบ่นอะไรไม่รู้ออกมาคำสองคำที่ผมจับใจความไม่ได้ เเต่ก็ยอมเดินนำผมเข้ามาในร้านพิซซ่า

"รับอะไรดีครับ" ผมเงยหน้าขึ้นมาจากเมนู ที่ก่อนหน้านั้นมีพนักงานน่ารักๆเดินเอามาให้กับผมทั้งสองคน เเต่สักพักคนที่มารับออเดอร์กลับเป็นพนักงานหุ่นล่ำคนนี้เเทน

"มึงสั่งเลย" มันพับเมนูลงบนโต๊ะ เเละหันมายิ้มน้อยๆให้กับผม เหมือนเป็นการบอกผมกลายๆว่า มันไม่รู้ว่ามันจะกินอะไรดี

ผมส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับมัน เเต่มันก็ทำท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ใส่ผมเเทน

"เอาซีฟู้ดคอกเทลถาดกลาง ขอบชีสครับ เเละเพิ่มขนมปังกระเทียมชีส 1ที่ ปีกไก่ เเละไส้กรอกด้วย" ผมสั่งอาหาร เเบบที่ผมโปรดปรานยาวเหยียดเลยทีเดียว คนที่นั่งตรงข้ามผมมันก็ไม่ได้เเสดงอาการใดๆออกมา มันคงกินเป็นเเหละมั้ง

ผมเงยหน้ามองพี่พนักงานร้านพิซซ่าหลังจากที่ผมออเดอร์รายการอาหารไปครบหมดเเล้ว เเต่ทำไมพี่เค้าถึงยังไม่เดินไปซะที เเละผมก็ได้คำตอบ....

"พี่ครับ ผมสั่งอาหารครบเเล้วนะ" ผมพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย เพราะต้องการให้คนที่มากับผมรู้สึกตัวว่ามีคนบางคนมองมันอยู่ เเละก็เหมือนมันจะพึ่งรู้สึกตัว มันเงยหน้าจากหน้าจอมือถือของมันที่ก้มยุกยิกๆอยู่สักพัก เเละมองหน้าผมพร้อมทำหน้างงๆใส่ผมอีก เฮ้อ.....

เเละคงไม่ใช่เเค่มันที่รู้ตัว พี่พนักงานสุดล่ำนั่นก็ด้วย ผมปรายตามองไปเบาๆ พี่เค้าทำเพียงเเค่โค้งศีรษะให้ผมเล็กน้อย เเละเดินไปวางออเดอร์ที่ผมสั่งทางด้านในทันที

มึงนี่เเม้ง เสน่ห์เเรงชิบหาย!!!!

ไอ้สีฟ้ามันเป็นผู้ชายที่จัดว่าหน้าตาดีมากเเบบขั้นเทพ ผมว่าผมขาวเเล้วนะ เเม้งยังขาวกว่าผมอีกอ่ะ ขาวเเบบมีออร่ามากๆ ส่วนสูงของมันก็สูงเกือบเท่าๆผมได้ มันเป็นคนที่ใครได้เจอก็ต้องเหลียวหลังอ่ะเเหละ ครั้งเเรกที่ผมเจอมัน ถึงจะดูหยิ่งๆมากไปซะหน่อย เเต่ไอ้บุคลิกที่ดูหยิ่งๆ หน้าที่ดูนิ่งๆเเละรอยยิ้มเล็กๆเเบบที่มันชอบทำ กลับเป็นเสน่ห์ที่ใครเห็นต่างก็หลงกันทั้งนั้นเเหละ มันก็ไม่เเปลกถ้าใครที่เจอมัน เเล้วจะมี อาการเเบบนี้กันเเทบทุกคน

"มึง....มีอะไร" ผมรู้สึกตัว เมื่อมือของมันมาเขย่าเเขนผม

"อะไร ก็ไม่มีนี่" ผมตอบกลับมันไปเเบบงงๆ

"มึงมองหน้ากู" มันพูดเเละทำหน้าเนือยๆใส่ผม

อ๋อ สงสัยผมมัวเเต่คิดถึงเรื่องรูปร่างหน้าตาของมัน เลยเผลอจ้องหน้ามันนานไปหน่อยละมั้ง

"กูเเค่คิดว่า มึงนี่เเม้งมีเสน่ห์ทั้งหญิงทั้งชายเลยเนอะ" มันเหลือบตามามองผม พร้อมกับทำปากคว่ำลงเล็กน้อย

"ใครๆก็บอกกูเเบบนี้เเหละ" อืม เเม้งมั่นหน้าชิบหาย

"อิจฉามึงหว่ะ มีเเต่คนชอบ" ผมเอ่ยเเซวมันยิ้มๆ เเต่ดูท่าทางมันจะไม่ได้สนุกกับคำเเซวของผมซักนิด

"กูไม่เห็นจะชอบ" มันตอบผม เเล้วก้มลงไปดูดน้ำในเเก้วของมัน

"มึงเเม้งโคตรเเปลกอ่ะ"

"ก็ถ้าการที่มีคนมาชอบมันดีเเบบที่มึงว่าจริงๆ วันนี้กูคงไม่ต้องผิดใจกับเพื่อนของกูหรอกจริงมั้ย" มันเงยหน้ามาสบตากับผม ผมสัมผัสได้ถึงความทุกข์ที่อัดเเน่นอยู่ในใจของมัน

"คือ...กูไม่ได้ตั้งใจให้มึงรู้สึกไม่ดีนะเว้ย"

"ไม่เป็นไรหรอก กูก็เเค่อยากบอกให้มึงรู้เท่านั้นเอง" มันพูด พร้อมกับก้มลงไปหั่นพิซซ่าในจานของมัน ที่พนักงานพึ่งเอามาเสิร์ฟเมื่อไม่กี่นาทีที่เเล้ว

"เเล้วเวลาที่มีคนมาชอบมึง มึงจะรู้ตัวมั้ย" มันมองผมที่กำลังรอคำตอบจากคำถามที่ผมถามมันไป

"จะไปรู้ได้ไงหล่ะ จะรู้ก็ต่อเมื่อเค้ามาบอกให้รู้เท่านั้นเเหละ" มันพูดไปด้วย เคี้ยวพิซซ่าไปด้วย

"งั้น..อย่างวันนี้ พนักงานขายตั๋ว คนขายป็อปคอร์น เเละก็พนักงานพิซซ่า มึงรู้มั้ยว่าพวกเค้ามองมึงอยู่"

"รู้"

"........"

"รู้ตอนที่มึงบอกกูนี่เเหละ"

บทสนทนาของผมกับมันก็จบเเค่นี้เเหละครับ พวกเราเลือกที่จะสนใจอาหารที่วางเรียงรายตรงหน้าตอนนี้มากกว่า

บางทีชีวิตมันก็มีอะไรตลกๆเกิดขึ้นมากมายดีนะ ดูอย่างไอ้สีฟ้าซิ มันก็มีเหตุผลในการที่มันจะไม่ชอบเวลาที่มีคนมาชอบมัน เพราะมันคิดว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มันต้องเเตกหักกับเพื่อนที่คบกันมานานถึงสองคน ในขณะที่ผมกลับอิจฉามัน ที่มันมีคนมากมายพร้อมที่จะให้ความรักกับมัน ไม่ต้องวิ่งตามความรักเเบบผม ไม่ต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ใครซักคนสนใจเเบบที่ผมทำ ความรักนี่มันชอบเล่นตลกจริงๆนะ คนที่อยากได้กลับไม่ไปหา เเต่กลับไปหาคนที่มันไม่อยากจะได้

0 ความคิดเห็น