น้องคนนั้น... คนที่น่ารักๆ น่ะครับ

ตอนที่ 25 : EP.13 เด็กพี่ไทม์ [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

EP.13

เด็กพี่ไทม์

[1/2]

 

                ตลอดทั้งเทอมการไปรับน้ำตาลทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ยังคงดำเนินไปอย่างเดิมโดยที่แม่ของน้องก็ยังไม่ปริปากบอกเหตุผลที่แท้จริงออกมา ทำทุกอย่างเหมือนปกติและไม่ปฎิเสธที่ไทม์จะเข้าใจว่าเธอทำโอทีบังคับของบริษัท

                ในวันจันทร์และวันพุธ ไทม์จะไปรับน้องที่โรงเรียนแล้วไปเล่นกับน้องที่อพาร์ทเมนต์ หรือบางทีก็พามาเล่นที่บ้าน แล้วตอนดึกประมาณสี่ทุ่มแม่น้องจึงมารับกลับ หลายครั้งไทม์ก็ถามไปว่าทำงานเหนื่อยไหมครับน้าเตย วันนี้งานยุ่งไหม แม่น้องก็ไม่เคยปฎิเสธเลยว่าไม่ได้ทำโอ มีตอบกลับมาว่ายุ่งบ้าง ไม่ยุ่งบ้าง แต่ไทม์รู้อยู่แล้วว่าอะไรคืออะไรเพียงแต่ไม่ได้พูดออกมา

                ใจไทม์น่ะรู้สึกยินดีถ้าผู้ชายคนนั้นเข้ามาเป็นหัวหน้าครอบครัววที่ดีได้จริงๆ อย่างน้อยก็ทำให้แม่ของน้องดูมีความสุขขึ้นมากจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน ทั้งการแต่งหน้า แต่งตัว รอยยิ้ม เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนตอนที่ไม่มีใคร นี่อาจเป็นคำตอบว่าคุณทหารอากาศคนนั้นคงเป็นคนดีระดับหนึ่งเลย

                พ่อใหม่ของน้องน้ำตาลคงทำให้ครอบครัวมีความสุขได้ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ทำไมนะไทม์ถึงรู้สึกใจหายอย่างน่าประหลาด ทั้งที่ตัวไทม์เองไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับครอบครัวน้องเลย คนนอกก็คือคนนอกอยู่วันยันค่ำ

                ถ้าพูดถึงหน้าที่การงานที่มั่นคง ไทม์ก็มีความฝันที่ไม่แพ้ใครเหมือนกัน เขาอยากเป็นนักบินมาก ตั้งแต่เด็กจนโตการเป็นนักบินแทบจะเป็นความฝันเดียวของไทม์เลยด้วยซ้ำ เขาสนใจทางนี้ ตอนเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัยไทม์จึงไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะยื่นสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีคณะการบิน ซึ่งเป็นหลักสูตรบริหารการบินที่สอนครอบคลุมหลายด้านเลย

                คิดไว้แล้วว่าเรียนจบว่าก็จะเรียนนักบินต่อ จากนั้นก็ยื่นสมัครเข้าไปเป็นนักบินของสักสายการบินหนึ่ง ค่อยๆ ทำงานเก็บชั่วโมงไปเรื่อยๆ ไม่นานเกินรอตำแหน่งจากนักบินผู้ช่วยก็จะขยับเป็นกัปตันเองแหละ

                หากน้ำตาลอยู่กับเขาถึงวันนั้นล่ะก็ เงินที่ไทม์หามาได้เขาจะเปย์เจ้าเด็กน่ารักนี่ให้สาสมกับที่อยู่ข้างกายเขามาตลอด แต่ถ้านับจากตอนนี้จนถึงช่วงเวลานั้นก็น่าจะสักประมาณสิบกว่าปีได้ อีกสิบกว่าปีที่ว่าน้ำตาลจะยังอยู่กับไทม์แบบนี้ไหมนะ ช่างเป็นคำถามที่คาดเดาคำตอบได้ยากเหลือเกิน

                พอคิดเรื่องที่ว่าวันหนึ่งน้องจะไปจากตัวเองทีไร ไทม์ก็นั่งกลัดกลุ้มทุกที หัวใจมันวูบไหวแปลกๆ

                “เป็นไรหน้าบึ้ง เรียนไม่รู้เรื่องเหรอวันนี้”

                “เปล่าพ่อ”

                “หรืองอนน้อง น้องคนไหนล่ะรอบนี้ ทอร์ชหรือน้ำตาล”

                “ไทม์เพิ่งวางสายจากน้ำตาลไป ไม่ได้งอนกันสักหน่อย”

                “แล้วทำไมทำหน้างั้น เป็นไรล่ะลูก”

                นานทีลูกชายคนนี้จะอารมณ์เสียจนหน้าบูดบึ้งสักทีหนึ่ง คนเป็นพ่อย่อมปล่อยผ่านไปไม่ได้ พ่อทิ้งตัวนั่งข้างไทม์ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวลูกชายพลางเอียงคอมองเพื่อรอให้ลูกเล่า ไทม์เองก็ถอนหายใจทีหนึ่ง ใจหนึ่งก็ไม่อยากเล่าเพราะมันคงเป็นเรื่องไร้สาระ แต่อีกใจก็อึดอัดเหลือเกิน

                “พ่อ พ่อว่าถ้าน้าเตยตกลงคบกับคนนี้แบบจริงจัง เขาก็ต้องมาเป็นพ่อเลี้ยงของน้ำตาลใช่ปะ แล้วเขาจะย้ายไปอยู่ที่อื่นไหม เราจะสนิทกันน้อยลงไหมพ่อ ไทม์ไม่อยากห่างน้องเลย ไทม์เป็นห่วง พ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงก็ใช่จะไว้ใจได้ถึงจะเป็นเด็กผู้ชายก็เถอะ มีข่าวไม่ดีถมเถไป”

                “เรื่องนี้ก็พูดยาก บ้านเรากับเตยก็ไม่ใช่ญาติกันด้วยสิ สนิทกันในฐานะคนรู้จักด้วยซ้ำ ถ้าวันหนึ่งเตยจะไปมีชีวิตครอบครัวที่ดีมันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ”

                “น้าเตยมีแฟนใหม่ มันเป็นเรื่องที่ดีกับน้าเตยแน่นอน แต่มีอะไรการันตีไหมว่ามันจะดีกับน้ำตาลไปด้วย”

                “มันต้องใช้เวลา ต่างฝ่ายต่างมีลูกน่ะนะ ผู้ใหญ่สองคนรักกันและเข้ากันได้ก็จริง แต่เด็กกับผู้ใหญ่ หรือเด็กกับเด็กเองต้องใช้เวลาจูนกันพักใหญ่แหละ เขาไม่ย้ายไปอยู่ด้วยกันเร็วๆ นี้หรอกนะพ่อคิดว่างั้น แล้วไทม์เอาเรื่องคนอื่นมาคิดมากทำไมล่ะลูก”

                “ไทม์ห่วงน้อง ห่วงมาก กลัวไปสารพัด ถ้าสมมติว่าแฟนน้าเตยไม่ดีกับน้ำตาล พ่อรับน้องมาเป็นลุกบุญธรรมได้ไหม เดี๋ยวไทม์เลี้ยงน้องเอง”

                “คิดไปไกลจัง เอาล่ะๆ ไว้ถ้าเขาไม่ดีกับน้องจริงเราค่อยหาทางช่วยเหลือแล้วกัน ตอนนี้มันยังไม่มีอะไรสักหน่อย ไทม์ไม่ต้องคิดมากแล้ว ไปอาบน้ำนอนเถอะ พรุ่งนี้เรียนเช้านี่”

                ไม่ใช่แค่มีเรียนเช้านะ พรุ่งนี้เป็นวันพุธ ตอนเย็นต้องไปรับน้องอีกด้วย เอาล่ะ ตอนนี้ปล่อยวางเรื่องที่คิดมากเสียเถอะ คิดตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี รอให้มันเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นก่อนแล้วค่อยหาทางช่วยเหลืออย่างที่พ่อว่านั่นคงเป็นทางออกเดียว ไทม์คิดว่าควรใช้ช่วงเวลาที่ยังสนิทกันให้มีคุณค่ามากที่สุดจะดีกว่า

               

                วันรุ่งขึ้น

                14.30 น.

                ได้เวลาที่ไทม์เลิกเรียนแล้ว วันนี้มีภารกิจต้องไปรับน้องกลับห้องพักเพราะแม่น้องจะกลับดึก ทว่าขณะที่ไทม์รีบเก็บของอยู่นั้นเพื่อนในกลุ่มก็ชวนกันไปกินชาบูฉลองวันเกิดเพื่อนคนหนึ่งย้อนหลัง ทุกคนตอบรับที่จะไปยกเว้นไทม์ที่ยังเงียบอยู่

                “มึงจะไม่ไปเหรอไอ้ไทม์”

                “กูต้องไปรับน้อง”

                “น้องน้ำตาล?”

                “อือ”

                พอได้ยินชื่อน้องน้ำตาลเพื่อนๆ ก็พากันหูตั้ง ใครๆ ก็อยากเจอน้องกันทั้งนั้น มันน่าสงสัยว่าน้องน้ำตาลนี่มีดีอะไรนักถึงทำให้ไทม์ทิ้งเวลาว่างเพื่อไปหาได้บ่อยๆ แถมเวลาเดินห้างกับเพื่อน ไทม์มักจะแวะโซนของเล่นหรือพวกอุปกรณ์เครื่องเขียนน่ารักๆ อยู่เสมอ ทั้งที่ตัวไทม์ไม่เคยได้ใช้มัน

                “ก็ไปรับน้องมากินชาบูด้วยก็ได้ กูเจ้าของวันเกิดเดี๋ยวกูเลี้ยงน้องเอง”

                “ไม่ต้อง น้องกู กูเลี้ยงเองได้”

                “งั้นตกลงมึงเอาน้องมานะ ตามนี้”

                “เฮ้ย กูยังไม่ได้พูดเลยว่าจะพามา กว่าจะไปรับน้องมาก็นานแล้ว พวกมึงไม่ต้องรอหรอก กินกันก่อนเลย”

                ไทม์พยายามหาเรื่องชิ่งแต่เพื่อนรู้ทัน ตอนนี้กลายเป็นว่าโดนเพื่อนอีกห้าคนยืนล้อมพร้อมสายตาจับผิด ถ้าปล่อยให้ไทม์ไปตอนนี้ก็คงไม่เห็นหัวไทม์แล้วล่ะเพราะติดเด็กแล้วทิ้งเพื่อนทุกที ฉะนั้นต้องรีบตกลงกันก่อน

                “กูกับไอ้เซฟมีรถ งั้นก็ไปรับน้องด้วยกันหมดนี่แหละ แล้วก็ไปกินที่ห้างแถวโรงเรียนน้องก็ได้ สะดวกทุกฝ่ายดี โอเคไหม?”

                “น้องอาจจะไม่อยากกินชาบูกับพวกมึงก็ได้ไง”

                “งั้นพวกกูตามใจน้อง น้องอยากกินอะไรพวกกูกินอันนั้นแหละ”

                หมดหนทางจะชิ่งหนีเพื่อนเพราะโดนดักทุกทาง แต่ไทม์ก็ยังอยากจะถามความสมัครใจของน้องก่อนอยู่ดี บางทีอาจจะอยากกลับห้องไปนอนเลยก็ได้ใครจะไปรู้

                “ถ้าน้องไม่อยากไป กูพาน้องกลับเลยนะ”

                ไทม์คิดอย่างที่พูดไม่ผิดเพี้ยน หากน้องมีทีท่าว่าไม่อยากไปด้วย เขาก็พร้อมจะพาน้องกลับทันทีโดยไม่ลังเล

                “เออได้ มีเด็กก็พามาเปิดตัวหน่อยดิวะ นี่สามปีแล้วมึงเก็บน้องเงียบกริบ พวกกูอยากเจอจะแย่”

                “มีเด็กอะไรของพวกมึง พูดงี้น้องเสียหายนะเว้ย ก็น้องกูปะ ไม่ได้เป็นอะไรกันแบบที่มึงคิด”

                “เออน่ะ เลิกเถียงกันแล้วไปรับน้องสักทีเถอะ ไปๆ ไอ้ไทม์ อย่าตุกติก”

                “โชคดีสองเด้งเลยวันนี้ กินวันเกิดไอ้แฝดแล้วได้เจอเด็กไอ้ไทม์อีก”

                แล้วไทม์ก็ถูกต้อนให้เดินไปที่รถทันทีแบบไร้ซึ่งการขัดขืน พอจะอ้าปากแย้งอะไรขึ้นมาเพื่อนก็พูดดักไปเสียหมด อีกอย่างการเลี้ยงวันเกิดย้อนหลังจะเลี่ยงก็ยากเพราะดันเป็นวันเกิดของฝาแฝดอย่างโอมกับอาร์มซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเขา

ก่อนหน้านี้ได้เปรยกันมาแล้วว่าหลังจากไปฉลองวันเกิดกับครอบครัวที่ต่างประเทศ จะกลับมาเลี้ยงชาบู แต่ดันบังเอิญเป็นวันนี้เสียได้ วันที่ตรงกับการไปรับน้ำตาลมันเป็นอะไรที่ไทม์ก็ทิ้งไม่ได้เช่นกัน

                เอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน ถ้าพวกเพื่อนของเขาทำให้น้ำตาลอึดอัดเมื่อไหร่ก็แค่พาน้องกลับ ไม่น่าจะมีอะไรยาก

 

                โรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่ง

                เมื่อรถจอดสนิทบริเวณหน้ามินิมาร์ทใกล้โรงเรียน ทุกคนก็รบเร้าให้ไทม์พามารับน้องด้วยกันเพราะเพื่อนกลัวไทม์จะหนีไปหากปล่อยให้มาเองโดยลำพัง ก่อนเข้าโรงเรียนก็ต้องลงชื่อก่อนว่ามารับใคร กี่โมง อย่างกรณีของน้ำตาลแม่น้องได้แจ้งกับครูประจำชั้นไว้แล้วว่าไทม์จะมารับน้องวันไหน ฉะนั้นน้องจะมีใบอนุญาตออกโรงเรียนจากคุณครูเพื่อยื่นก่อนออกไปอีกทีหนึ่ง

                ความเข้มงวดเหล่านี้แม้ว่าจะเพิ่งมีพักหลังๆ แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ความปลอดภัยของนักเรียนต้องมาอันดับหนึ่ง

                “พวกมึงจะแห่กันเข้ามาทำไม เด็กมองเต็มเลยเนี่ย รอข้างนอกก็ได้ปะวะ”

                ไทม์บ่นอุบเมื่อทุกคนเดินเรียงหน้ากระดานแล้วมันเป็นจุดเด่นจนเด็กระแวกนั้นหันมองเป็นตาเดียว แก๊งหนุ่มหล่อตัวท็อปของคณะ พอมาอยู่ที่โรงเรียนประถมยิ่งดูโดดเด่นเข้าไปใหญ่

                “ไม่ได้หรอก เดี๋ยวมึงเข้ามารับน้องคนเดียวแล้วพาน้องหนี พวกกูต้องการเจอน้องสะใภ้วันนี้”

                “น้องสะใภ้อะไร พูดดีๆ อย่าทำให้น้องกูเสียหาย”

                ไทม์พาเดินมายังอาคารของเด็กประถมปลาย แต่วันนี้น้ำตาลลงมารออยู่ก่อนแล้วเพราะไทม์กับเพื่อนมาช้าไปนิดหน่อย เจ้าตัวเล็กหันขวับมาเจอพี่ชายใจดีก็รีบวิ่งเข้ามากอดออดอ้อนทันที บรรดาเพื่อนที่เดินมาด้วยกันคงไม่ต้องเสียเวลาเดาว่าน้องน้ำตาลน่ะคนไหน ก็คนน่ารักๆ ที่กอดเพื่อนพวกเขาอยู่ตอนนี้ไง

                ดวงตากลมเหลือบไปเห็นพี่ๆ คนอื่นก็ตกใจเล็กน้อย แต่ทุกคนยิ้มและมีท่าทางเป็นมิตรให้น้องเลยไม่รู้สึกกลัวอะไรนัก

                “เพื่อนพี่ไทม์เหรอครับ หล่อจัง”

                “พวกพี่กับไทม์ใครหล่อกว่ากันครับ ไหนน้องลองมองพวกพี่ดีๆ แล้วบอกว่าใครหล่อที่สุด”

                ‘ข้าวปั้น’ เพื่อนในกลุ่มโพร่งถามน้องไปแบบนั้นเพื่อสร้างมิตรภาพและบรรยากาศสนุกสนาน แต่คำถามนี้ไม่เห็นต้องหาคำตอบให้ยุ่งยากเลย น้ำตาลมีคำตอบในใจอยู่แล้วต่างหาก

                “พี่ไทม์ของหนูหล่อที่สุด ใจดีที่สุด เก่งที่สุดในโลก”

                การพูดแบบนี้เป็นปกติมากหากไทม์และน้ำตาลคุยกันสองคน แต่เมื่อมีเพื่อนยืนล้อมอีกห้าคนมันเลยกลายเป็นคำชื่นชมเกินเรื่องเกินราวไปหน่อย มีทั้งสายตาที่น้องมองไทม์มันช่างหวานเชื่อมเสียเหลือเกิน

                “วันนี้พี่จะพาหนูไปกินชาบูกับเพื่อนพี่นะครับ แต่ถ้าหนูไม่อยากไปหนูบอกได้เลย พี่จะพาหนูกลับ”

                “หนูไปๆๆ หนูอยากกินชาบูๆ”

                “ไม่กลัวเพื่อนพี่เหรอ พวกมันน่ากลัวไหมหนูลองดูดีๆ ถ้าอึดอัดบอกพี่ได้เลยพี่จะพากลับไปทำของอร่อยให้หนูกินเอง”

                น้ำตาลกวาดตามองพี่ผู้ชายห้าคนยืนยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ น้องก็ไม่รู้สึกอึดอัดอะไรเลยจริงๆ อีกอย่างคือเจ้าตัวเล็กอยากกินชาบูตามคำเชิญชวนจะแย่


 

________________________________

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ไทม์อย่าทำน้อง


 

TALK

พี่ไทม์คือห่วงน้องมาก ห่วงทุกอย่าง คิดเผื่อไปอีกสิบปี ยี่สิบปีข้างหน้า ไม่เคยมีตอนไหนที่ไทม์จะไม่นึกถึงน้องเลยนะ เวลาไทม์นึกถึงอนาคตไม่ว่าช่วงชีวิตไหนก็จะมีน้องอยู่ในชีวิตตลอด งื้อ อบอุ่นจังงง พี่เขาก็เลี้ยงมากับมือไม่ห่วงได้ไง เนอะๆ


 

กิจกรรมพิเศษ!

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ไทม์อย่าทำน้อง

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 ชุด ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31กรกฎาคม


 

ติดตามนักเขียนได้ที่

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย]

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล]

TWITTER : @SiraClazzical


 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว)


 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. #58 One (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 15:20

    รู้หรอกว่าคนพี่อยากกลับบ้าน จะได้มีเวลาอยู่กับน้องเยอะๆ แต่ตัดมาที่ยัยน้อน หนูอยากกินนนนนน5555

    #58
    0
  2. #54 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 16:25

    หวงหรอกดูออก 555

    #54
    0
  3. #53 tooktoo_naka (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 19:47
    น้องงงงงง
    #53
    0