น้องคนนั้น... คนที่น่ารักๆ น่ะครับ

ตอนที่ 23 : EP.12 พ่อทูนหัวของหนู [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

EP.12

พ่อทูนหัวของหนู

[1/2]

 

                2 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก...

                เวลาผ่านไปนานถึงสองปีแล้วที่ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันและยังคงความสนิทไว้เช่นเดิม ไทม์เป็นนักศึกษาคณะการบินชั้นปีที่3 พอโตขึ้นมาหน่อยเขาก็ฮอตไม่เบา มีรุ่นน้องและรุ่นพี่ตามจีบเป็นพรวนแต่ไทม์ก็ไม่ตกลงปลงใจคบกับใครสักคน ไทม์รู้สึกว่ายังไม่มีใครทำให้ใจเขาเต้นแรงได้ อีกอย่างยังไม่อยากมีแฟนตอนนี้

                ส่วนน้ำตาลก็อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่4 ที่โรงเรียนเดิมเพียงแค่ย้ายมาเรียนอีกตึกหนึ่งเท่านั้น ตัวก็สูงขึ้นมาหน่อย ถ้าเทียบกับไทม์ก็น่าจะตัวเท่าเอวของไทม์เห็นจะได้ แม้จะเติบโตขึ้นมาอีกสองปีแต่น้องก็ยังอ้อนพี่ไทม์เหมือนเดิม นอกจากอายุและขนาดตัวน้ำตาลก็แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

                หากพูดถึงความเหมือนเดิมก็คงรวมถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาด้วย ยังคงเป็นพี่น้องที่น่ารักมากไม่เปลี่ยน ไม่เคยมีครั้งไหนที่ไม่อยากอยู่ด้วยกันหรือคิดจะเล่นด้วยกันน้อยลง ไทม์ไปหาน้องเมื่อมีโอกาสเสมอ น้ำตาลเองก็ติดสอยห้อยตามแม่มารับขนมที่บ้านไทม์ไม่เคยขาดสักวันเดียว แม้วันไหนจะมาเจอไทม์หรือไม่เจอก็ตามแต่น้องก็จะมา

                ทว่าเทอมนี้ไม่ต้องลำบากเรื่องการเจอกันแล้วในเมื่อตารางเรียนของไทม์เป็นใจสักที ไทม์ได้หยุดวันเสาร์และวันอาทิตย์ทั้งเทอมเลย แน่นอนว่าต้องได้เจอน้องทุกสัปดาห์

                แต่นี้ก็เปิดเทอมมาได้สองสัปดาห์แล้ว ปรากฏว่าไทม์ได้เจอน้องเกือบทุกวัน มันก็ดี แต่ก็แปลกอีกนั่นแหละ ทั้งที่ทำใจไว้แล้วว่าโตขึ้นอาจได้เจอกันน้อยลง สองปีที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะได้เจอกันบ่อยขนาดนั้นเสียหน่อย

                อ้อ ที่บอกว่าแปลก มันแปลกตรงนี้แม่ของน้ำตาลจะวานให้ไทม์มารับน้องทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ แล้วก็นอนค้างที่บ้านไทม์สองคืน จากนั้นวันอาทิตย์ก็เข้ามาช่วยทำขนมแล้วรับน้องกลับไป

                อย่างวันนี้ก็เช่นกัน เย็นวันศุกร์ไทม์ก็มารับน้องที่โรงเรียนเพื่อที่จะกลับบ้านพร้อมกัน ร่างสูงนั่งรอเด็กน้อยเลิกเรียนอยู่ที่โต๊ะไม้หินอ่อนหน้าอาคารของเด็กชั้นประถมปีที่4 นั่งมองเด็กคนอื่นเดินผ่านไปจนแล้วจนเล่าก็ยังไม่เจอน้ำตาลสักที กระทั่งได้ยินเสียงคุ้นเคยโวยวายเสียงดังจากบันได ตามมาด้วยเสียงเด็กผู้หญิงและผู้ชายดังแทรกขึ้นมาราวกับถกเถียงกัน

                ไทม์รีบเดินไปชะเง้อดูตรงบันไดด้านในตึก พบว่าเป็นน้ำตาลจริงๆ ด้วย น้องกำลังง้างรองเท้าข้างหนึ่งขึ้นเหมือนจะทุบเพื่อน ไทม์เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งขึ้นไปหาแต่ก็ไม่ทันแล้ว น้ำตาลซัดเข้าที่กลางหลังเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งจนเสื้อมีแต่รอยรองเท้า

                “เฮ้ย เจ็บนะเว้ย!!”

                “สมน้ำหน้า ปากหมาเอง ถ้าว่าพี่ไทม์อีกวันหลังเราไม่ตีแค่นี้หรอก จะฟาดให้ปากแตกเลย!!”

                น้ำตาลหันไปว่าเพื่อนก่อนจะดึงมือไทม์ให้ลงบันไดมาด้วยกัน น้องโยนรองเท้าลงพื้นแล้วใส่อย่างฉุนเฉียว แต่ไทม์ก็ยังสงสัยอยู่เลยหันไปมองเพื่อนน้องคุยกันต่อ

                “เออ แกก็รู้ว่าน้ำตาลมันหวงพี่ไทม์จะตาย อย่ายั่วโมโหมันบ่อยดิวะ”

                “ก็พูดจริงนี่ว่า พี่ยามที่บ้านเราเมียแวะส่งข้าวทั้งเช้าทั้งเย็น แล้วยามหล่อๆ แบบนี้จะไม่มีเมียได้ไงวะ เผลอๆ มีเมียสวยด้วยจะบอกให้”

                “พี่เขาเรียนการบิน แค่ชุดคล้ายยามแต่ไม่ได้เป็นยามไง ไอ้ตาลก็โมโหดิว่าพี่มันแบบนั้น รอบหน้ามันฟาดปากแกแน่”

                ไทม์ได้ยินแบบนี้ก็รู้ถึงต้นสายปลายเหตุของเรื่องแล้ว พอหันไปมองเจ้าเด็กหน้าบึ้งก็ถึงกับถอนหายใจ จากที่น้องเป็นคนใจเย็นน่ะนะ เด็กร่าเริงขี้อ้อนแบบนี้ต้องโดนพูดจี้ใจหนักถึงจะโมโหได้ขนาดนี้ ไม่อยากเชื่อว่าน้องจะโมโหเพราะเรื่องไทม์

                “หนูโกรธเพื่อนขนาดนั้นเลยเหรอ?”

                คนพี่รีบเดินเข้าไปดึงกระเป๋านักเรียนของน้องมาสบายขึ้นบ่าแล้วเอียงคอถาม น้ำตาลไม่ตอบแต่ทำหน้าบึ้งตึงใส่ น้องเดินนำออกไปทำให้ไทม์รีบคว้าแขนไว้ก่อนจะเดินไปด้วยกัน

                ระหว่างการเดินทางตั้งแต่โรงเรียนถึงบ้านเกิดความเงียบปกคลุมขึ้นระหว่างพวกเขา น้ำตาลนั่งหน้าบึ้งไม่คุยกับพี่สักคำ ไทม์เห็นน้องอารมณ์ไม่ดีเลยไม่ชวนคุยอะไรทั้งนั้น กระทั่งมาถึงบ้าน ทั้งคู่เข้าห้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสบายๆ เจ้าตัวเล็กมีท่าทีอยากพูดอะไรสักอย่างออกมาหลายครั้งแต่ก็ไม่พูดสักที กระทั่งแต่งตัวกันเสร็จก็ยังคงงุ่นง่านไม่เปลี่ยน

                เป็นไทม์เองที่ต้องนั่งลงบนเตียงแล้วตบที่หน้าขาตัวเอง เป็นการอัญเชิญให้น้องมานั่งตัก แน่นอนว่ามันย่อมได้ผล น้ำตาลถอนหายใจแล้วทิ้งตัวนั่ง จากนั้นก็มีสองแขนสวมกอดเอวเล็กไว้หลวมๆ

                “พี่ไทม์ หนูถามอะไรหน่อยสิ”

                “ว่ามาครับ”

                “พี่ไทม์จะมีเมียไหม ทุกวันนี้มีสาวซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้พี่ไทม์หรือเปล่า ตอนพี่ไทม์ไปเรียน พี่ไทม์นั่งกินข้าวกับสาวๆ ไหมครับ”

                “ทำไมหนูคิดแบบนั้น นึกว่าโกรธที่เพื่อนว่าพี่เหมือนยามซะอีก ถ้าโกรธเรื่องนี้หนูไม่ต้องคิดมาก ชุดเรียนพี่มันต้องใส่บ่าตามชั้นปี ผูกไทน์ อย่าว่าแต่เหมือนยามเลย กระเป๋ารถเมล์ก็เหมือน พี่ไม่ได้โกรธอะไรหนูก็อย่าโกรธเพื่อนเลยนะ ใครจะว่าพี่ก็ช่างเขา หนูไม่ว่าพี่ก็พอ”

                “เรื่องนี้ก็โกรธ เรื่องนั้นก็สงสัย วันนี้หนูบอกเพื่อนว่าไม่ได้กลับรถตู้เพราะพี่ไทม์มารับ ก็มีคนบอกว่าทำไมพี่มารับหนูได้บ่อยจัง ไม่อยู่กับแฟนเหรอ พี่ชายมันนะมีแฟนก็ติดแฟนบ้านช่องแทบไม่กลับด้วยซ้ำ”

                “หนูเลยคิดว่าพี่มีแฟนเหรอ?”

                เรื่องแฟนนี่เขาไม่เคยพูดถึงมานานแล้ว แฟนคนล่าสุดของไทม์คือตอนมัธยมปลาย ซึ่งก็แค่ปั๊บปี้เลิฟในช่วงวัยหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ไทม์ไม่เห็นจะกังวลเรื่องพวกนี้เลย ไม่เข้าใจว่าน้ำตาลจะมากังวลแทนเขาทำไม

                “หนูรู้สึกไม่ค่อยดี มันเจ็บตรงนี้”

                น้ำตาลใช้นิ้วจิ้มเข้าที่อกข้างซ้ายสองสามที พาให้ร่างสูงที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังถึงกับยิ้มกว้าง นี่ไทม์มีอิทธิพลต่อหัวใจน้องขนาดนี้เลยหรือ

                “หนูอยากให้พี่มีไหมล่ะ?”

                “ไม่อยาก หนูไม่อยากยกพี่ไทม์ให้ใครเลย พี่ไทม์มีแฟนพี่ต้องไม่สนใจหนูแน่ๆ แต่ถ้าพี่ไทม์มีหนูก็จะมีบ้าง”

                “ตลกละ ไม่ต้องอยากจะมี ตั้งใจเรียนไปก่อนเราน่ะ”

                “ดุหนูทำไม ก็บอกเฉยๆ ถ้าพี่มีหนูก็มี จะได้เท่าเทียมกันไงครับ”

                “พี่ไม่มี หนูก็ไม่ต้องมี เข้าใจไหม เลิกคิดได้แล้วพี่ไม่ได้มีใครเลย มีแต่หนูนี่แหละครับ”

                “พี่ไทม์รักหนูไหม?”

                “รักจ้า ลุกไปเตรียมการบ้านได้แล้วครับ เดี๋ยวพี่ออกไปกางเต้นท์กระโจมให้หนูก่อน”

                หลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยทั้งคู่ก็อารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิม น้ำตาลไม่หน้าบึ้งอีกแล้วเมื่อมั่นใจว่าพี่ไทม์คนดีไม่มีแฟน ทีนี้ก็จะได้เถียงเพื่อนได้เต็มปากสักที

               

                20.20 น.

                ไทม์ใช้เวลาทั้งเย็นเพื่อสอนการบ้านน้อง หลังจากที่พ่อกับแม่กลับมาจากร้านแล้วไทม์ก็ช่วยแม่ทำมื้อเย็น ตอนนี้น้ำตาลกลายเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านนี้ไปแล้วจริงๆ แม่ของไทม์ก็ทำอาหารที่น้ำตาลชอบให้ ส่วนพ่อของไทม์ตอนวีดีโอคอลหาญาติที่ลำปางก็ให้น้ำตาลคุยด้วย คนที่โน่นรู้จักน้ำตาลกันหมดแล้วเพียงแต่ยังไม่เคยเจอตัวจริงก็เท่านั้น และที่น่าตกใจกว่านั้นอีกคือทอร์ชกับน้ำตาลคุยกันถูกคอเชียว ราวกับทอร์ชได้เชื้อรักเด็กมาจากไทม์เต็มๆ

                ในขณะที่น้ำตาลอาบน้ำ ไทม์ก็ได้ไลน์ไปบอกแม่ของน้องเพื่อรายงานกิจวัตรให้ทราบเป็นระยะ แม้จะสนิทใจกันมากขึ้นทว่าไทม์กลับรู้สึกแปลกใจกับอะไรบางอย่าง ทั้งลักษณะการพิมพ์ สติ๊กเกอร์ที่ส่งมา มันไม่เหมือนน้าเตยคนเดิมสักเท่าไหร่ น้าเตยเมื่อสองสามปีก่อนไม่ได้ใจดีหรืออารมณ์ดีกับไทม์ขนาดนี้

                ไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงลูกเพราะทำงานหนัก ที่ให้ไทม์ไปรับน้องบ่อยๆ คงเพราะทำโอบังคับอย่างที่เคยทำ ฟังดูแล้วก็น่าจะเหนื่อย ไม่น่าจะอารมณ์ดีได้ขนาดนี้นี่นา

                ไทม์ขยับไปนั่งติดกับแม่ก่อนจะโพล่งถามอะไรออกมาแบบไม่ทันคิด

                “แม่ น้าเตยมีแฟนปะ”

                “เฮ้ย รู้ได้ไง เตยบอกเหรอ ก็ไม่น่าใช่ แม่ไม่ได้บอกไทม์นี่ เอ๊ะ หรือแม่เผลอบอก”

                จากที่ถามไปไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้ไทม์ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นจริง ก็ถ้าน้าเตยมีแฟนใหม่ เท่ากับว่าน้ำตาลก็ต้องมีพ่อใหม่น่ะสิ ในหัวไทม์ตอนนี้ต่อต้านทันที จู่ๆ ก็รู้สึกยอมไม่ได้ที่ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้จะได้เข้ามาใกล้ชิดน้องในฐานะพ่อเลี้ยง

                “เล่ามาเลยแม่ ไหนๆ ไทม์ก็รู้แล้วเนี่ย ไม่บอกใครหรอกน่า”

                “ก็เหมือนคบกันไม่กี่เดือนนี้แหละ เขาเป็นทหารอากาศ อายุมากกว่าเตยห้าหกปีมั้ง”

                “ทหารเหรอ ต้องเข้มงวดแน่เลยแม่ ถ้ามาดุน้ำตาลทำไง น้องคงไม่ชอบหรอก”

                “แต่เตยเล่าให้แม่ฟังเขาก็ดีกับเตยอยู่นะ รับได้ว่ามีลูกติด ฝั่งนั้นก็มีลูกติดเหมือนกันเป็นเด็กผู้ชายน่าจะโตกว่าน้ำตาลไม่กี่ปี”

                “มีลูกติดด้วย ผู้ชายเหรอ ไม่ได้ดิ จะเข้ากับน้ำตาลได้ยังไง ยากมากนะแม่ที่ลูกติดจะสนิทกันได้”

                “เตยก็ศึกษากันอยู่ ถ้าไปกันรอดจริงๆ คงจะพาน้ำตาลไปเจอ ยังไงก็ต้องห่วงลูกมากกว่าอยู่แล้วแหละแม่ว่า”

                ไทม์รู้สึกกลุ้มใจกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้ เป็นห่วงน้ำตาลว่าจะรับกับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้หากว่าแม่ของน้องไปได้ดีกับความรักครั้งใหม่ พูดกันตามตรงว่าเด็กอายุ 9 ขวบจะไปมีสิทธิมีเสียงตัดสินกับความสัมพันธ์ใครได้ หากแม่เห็นว่าเขาดีพอก็คือว่าดี มันมีปัจจัยหลายอย่างมากที่ทำให้ไทม์คิดไม่ตก

                ทั้งความสนิทของแม่กับลูกที่เคยมีพื้นที่ให้กันเต็มที่ นอนด้วยกัน ต่อไปอาจต้องแบ่งพื้นที่ให้คนใหม่ที่เข้ามา ไหนจะปัญหาระหว่างพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยง ลูกติดกับลูกติดด้วยกันเอง แม้แต่ปัญหาของแม่เลี้ยงที่จะเกิดขึ้นกับลูกติดฝั่งโน้นอีก มันมีแต่ปัญหาเต็มไปหมด แล้วน้ำตาลเพิ่งไม่กี่ขวบ ไทม์ไม่อยากให้น้องมาเจอกับอะไรแบบนี้เลย

                ทว่าการมีรักครั้งใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องผิด คนเราอยู่ตัวคนเดียวไปไม่ได้ตลอดหรอก แม่ของน้องเองก็คงเหนื่อยกับการแบกรับภาระทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว ไม่มีใครคอยดูแลมาเกือบสิบปีแล้ว บางทีมันอาจถึงเวลาที่พร้อมและเหมาะสมสำหรับเธอก็ได้

                “ทำงานหนักขนาดนี้น้าเตยเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟนนะแม่ ทำโออาทิตย์นึงสามสี่วัน”

                “เตยบอกไทม์ว่าทำโอหรือไง”


 

______________________________

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ไทม์อย่าทำน้อง


 

TALK

น้องกำลังจะโตขึ้นอีกหน่อยแล้วนะทุกคน กำลังจะเจอจุดเปลี่ยนเรื่องครอบครัวแหละ


 

กิจกรรมพิเศษ!

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ไทม์อย่าทำน้อง

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 เล่ม ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31กรกฎาคม


 


 

ติดตามนักเขียนได้ที่

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย]

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล]

TWITTER : @SiraClazzical


 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว)


 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. #50 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 12:58

    มันต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่ๆ

    #50
    0