น้องคนนั้น... คนที่น่ารักๆ น่ะครับ

ตอนที่ 21 : EP.11 เด็กดื้อ [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    23 เม.ย. 63

EP.11

เด็กดื้อ

[1/2]

 

                ‘นิสัยและพฤติกรรมของเด็กนั้นมักขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม’ ประโยคนี้ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด และที่ผู้ใหญ่ชอบพูดกันว่า ‘อย่าตามใจมากเดี๋ยวจะเสียนิสัย’ คำนี้ยิ่งจริงเข้าไปใหญ่เพราะเริ่มมีเด็กบางคนโดนตามใจจนเคยตัวแล้ว

                น้ำตาลที่โดนไทม์ตามใจมากเกินไป อยากได้อะไรก็ได้ ไม่ใช่แค่ไทม์ แต่พ่อและแม่ไทม์ก็เอ็นดูน้องมากเสียด้วย เรียกได้ว่าใจดีกับเจ้าตัวเล็กจนเด็กน้อยเคยชิน อาจเพราะเห็นว่าน้องยังเด็กมากอีกทั้งยังน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้เลยดูแลเป็นพิเศษ น้ำตาลอยากได้อะไร อยากทำอะไรแค่เอ่ยปากไม่กี่คำคุณลุง คุณป้า และพี่ไทม์ก็สรรหามาเอาใจแล้ว

                อาจเพราะตระกูลของไทม์ไม่มีใครมีลูกมาหลายปีแล้ว หลานคนสุดท้ายของตระกูลก็คือทอร์ช หลังจากเจ้าทอร์ชทายาทรุ่นหลังก็ประกาศปิดอู่ ไม่อยากมีลูกบ้าง อายุมากแล้วบ้าง ความหวังของปู่ย่าตายายเลยมาตกอยู่ที่ไทม์กับลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่พอจะมีหวัง ว่าอีกไม่กี่ปีอาจมีเจ้าตัวเล็กคนใหม่ให้ตระกูล

                แต่ไทม์รีบปฎิเสธเรื่องมีลูกกับผู้ใหญ่ไปในทันทีที่ถูกทาบทาม อย่าว่าแต่จะมีลูกเลย ลำพังแค่แฟนไทม์ยังไม่มีด้วยซ้ำ อีกอย่างการมีน้ำตาลเข้ามามีบทบาทภายในบ้านทำให้ไทม์เลิกคิดเรื่องแฟนไปเลย ในหัวไม่เคยวางแผนว่าจะต้องมีลูกมาก่อน แล้วพอมีเด็กตัวเล็กมาสร้างความร่าเริงให้ครอบครัวอย่างน้ำตาลได้ ไทม์ก็คิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว

                ทว่าวันหนึ่งเด็กคนหนึ่งก็คงต้องเติบโตขึ้น พอถึงวันนั้นอาจจะไม่ได้สนิทกันขนาดนี้แล้วก็ได้ หากวันนั้นมาถึงบ้านของไทม์จะกลับไปเงียบเหงาเหมือนแต่ก่อนไหมนะ...

                ซึ่งความสัมพันธ์สองครอบครัวมันไม่ใช่แค่น้ำตาลสนิทกับไทม์ หรือพ่อแม่ของไทม์รักน้ำตาลดุจลูกชายคนเล็ก แต่แม่ๆ ทั้งสองคนก็ยังสนิทกันมากขึ้นทุกวัน มันคือมิตรภาพที่ดีเลยทีเดียว ดีเสียจนไทม์กลัวจะเสียไป การที่แม่ได้มีเพื่อนที่ส่งเสริมสิ่งที่แม่ชอบได้ไทม์ก็ดีใจ ได้เห็นแม่ฮัมเพลงอย่างมีความสุขขณะที่ทำขนมส่งให้แม่ของน้ำตาลนำไปขาย ไทม์ไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานมากแล้ว

                อีกอย่างการที่ไทม์ได้มีน้องชายที่น่ารักเพิ่มมาอีกคนมันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลย ไทม์เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว ไม่มีพี่ไม่มีน้อง แน่นอนว่าเขาย่อมเหงา ตั้งแต่เด็กไทม์ก็ขอให้แม่มีน้องตัวเล็กให้อีกสักคนแต่ก็ยังไม่โผล่มา จนแม่อายุมากขึ้นเลยเลิกพยายาม นี่อาจเป็นจุดที่ทำให้ไทม์ชอบเด็กเป็นพิเศษก็ได้

                พอเด็กคนนั้นคือน้ำตาล ไทม์ก็ตามใจน้องทุกอย่างเท่าที่ตัวเองทำได้ ไม่ใช่แค่น้ำตาลจะเคยตัวฝ่ายเดียวเพราะไทม์เองก็ทำด้วยความเคยชินเช่นกัน

                อย่างเช่นวันนี้ พอรู้ว่าแม่ของน้องจะเข้ามาช่วยแม่ไทม์ทำขนมและรับขนมกลับไป ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเจ้าตัวเล็กต้องมาด้วย วันนี้ไทม์เลยตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารให้น้ำตาลโดยเฉพาะ รวมถึงแซนวิชแฮมชีส และเตรียมผลไม้ไว้อีกสามอย่าง เมื่อทำเสร็จก็รีบออกไปตามนัดของเพื่อนเพื่อรวมตัวกันติวสอบที่ร้านอาหารของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม

                “ไทม์ โทรศัพท์มึงสั่นไม่หยุด”

                “แม่มึงโทรไลน์มา”

                ขณะที่กำลังนั่งติวเนื้อหากันอย่างเข้มข้น เดอะแก๊งค์ของไทม์ก็มีกฎว่าให้วางโทรศัพท์ไว้รวมกันโดยปิดเสียง ห้ามเล่นขณะติว แต่เมื่อเต็งหนึ่งที่นั่งริมสุดติดกับกองทัพสมาร์ทโฟนเห็นว่าโทรศัพท์ของไทม์สั่นบ่อยจึงเอ่ยทัก จากนั้นโจเซฟที่นั่งตรงข้ามก็ชะเง้อมองที่หน้าจอแล้วหยิบไปให้ไทม์ เผื่อว่าที่บ้านมีเรื่องด่วนอะไร

                เมื่อรับสายแม่ ประโยคแรกก็ทำให้ไทม์ถึงกับขมวดคิ้ว...

                [น้ำตาลไม่ยอมกินข้าว บอกว่าจะรอไทม์มาป้อน แม่จะป้อนแทนก็ไม่ยอม]

                “น้องงอแงแล้วน้าเตยไม่ดุเหรอแม่”

                [เตยไม่อยู่ ออกไป...ธุระมั้ง ฝากน้ำตาลไว้]

                “แม่เอาน้องมาคุยหน่อย เดี๋ยวไทม์จัดการเอง”

                เสียงแว่วๆ ผ่านปลายสายได้ยินแม่กำลังเรียกน้ำตาลมาคุย เสียงเล็กร่าเริงขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่ากำลังจะได้คุยกับพี่ไทม์ ทว่าเพียงเสี้ยวนาทีหน้าจอก็เผยใบหน้ากลมของน้อง เพราะน้ำตาลกดเปลี่ยนเป็นวีดีโอคอล

                ไทม์ตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเปิดกล้องฝั่งตัวเองด้วยดีไหม แต่ถ้าคุยกันผ่านวีดีโอคอลก็คงเสียงดังบ้าง เขาไม่ได้เอาแอร์พอดมาฉะนั้นจึงไม่มีหูฟังในการสื่อสาร อ่า รอช้าไม่ได้แล้ว เจ้าตัวเล็กเริ่มอ้อนให้ไทม์เปิดกล้องใหญ่แล้ว

                [เปิดกล้องหน่อยค้าบบบ หนูคิดถึงงงงง พี่ไทม์ค้าบบบ เปิดกล้องนะๆๆ]

                แล้วคนขี้ตามใจจะทำอะไรได้นอกจากทำตาม ร่างสูงขยับออกห่างจากเพื่อนจนสุดโซฟาก่อนจะเปิดกล้องและส่งยิ้มให้เจ้าตัวเล็กทันที

                “ได้ข่าวว่าไม่กินข้าว หนูดื้อเหรอครับ หืม”

                [หนูไม่ได้ดื้อ หนูรอกินกับพี่ไทม์ ไหนเมื่อวานบอกว่าจะป้อนหนูไง วันนี้ทำไมพี่ไทม์ถึงไม่อยู่บ้านครับ]

                “เมื่อวานหนูบ่นอยากกินข้าวผัดอเมริกัน แซนวิชแฮมชีส ชมพู่ ฝรั่งนิ่มๆ แล้วก็แคนตาลูป พี่ไทม์ก็หามาให้หนูครบทุกอย่างแล้ว หนูไม่กินพี่ไทม์เสียใจแย่เลยน้า กินหน่อยนะครับ เดี๋ยวพี่ไทม์กลับไปหานะ”

                [พี่ไทม์จะกลับมาหาหนูกี่โมงครับ]

                “น่าจะบ่ายๆ พี่เตรียมทั้งข้าวเช้าและเที่ยงให้หนูแล้วนะ ถ้าหิวก็กินเลย ไม่ต้องรอ เผื่อพี่กลับไปไม่ทันหนูคงหิวแย่”

                [หนูรอได้]

                “เผื่อพี่กลับช้าไง ถ้าแม่ทำขนมเสร็จแล้วน้าเตยก็คงพาหนูกลับ”

                [แม่ออกไปไหนไม่รู้ หนูรอพี่ไทม์ได้นะ]

                “เฮ้อ เด็กดื้อ”

                [หนูดื้อแล้วรักหนูไหม?]

                เพื่อนที่มาติวหนังสือด้วยกันอีกห้าคนถึงกับวางปากกาแล้วนั่งเท้าคางมองไทม์เป็นตาเดียว เนื้อหาที่เข้มข้นจะน่าสนใจเท่าบทสนทนาพี่น้องไม่แท้คู่นี้ได้ยังไงกัน แล้วพี่น้องบอกรักกันมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ทว่าตอนนี้มันแปลกตรงที่ใบหูของไทม์ขึ้นริ้วสีแดงจนเห็นได้ชัด ประกอบกับปากหยักที่คลี่ยิ้มและสายตาหลุบมองต่ำ

                และแล้วคำตอบของคำถามนี้ก็ไม่มีเสียง ไทม์แค่พยักหน้าให้น้องสองสามทีเท่านั้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนมองอยู่...

                “หนูกินข้าวด้วยนะ ถ้าพี่กลับไปแล้วข้าวที่ทำให้ยังไม่หมดหนูโดนทำโทษแน่”

                [ทำโทษโดยการหอมแก้มอีกเหรอ หนูไม่กลัวหรอก หนูชอบ ฮ่าๆๆ]

                “น้ำตาล เรานี่มัน...ฮึ่มมม มันเขี้ยว!!”

                [ไปแล้วน้า หนูไปกินข้าวก็ได้ พี่ไทม์ต้องกินข้าวด้วยนะครับ กินเยอะๆ จะได้มีพุงเหมือนหนู พอมีพุงก็จะกอดอุ่น]

                “หนูมีพุงมันก็น่ารักดี แต่ถ้าพี่มีคงไม่ดีมั้ง”

                [หนูมีพุงไว้ให้พี่ไทม์ฟัด แล้วพี่ไทม์จะมีพุงให้หนูฟัดบ้างไม่ได้เหรอครับ]

                พอบทสนทนาเริ่มพูดลงรายละเอียดของความสัมพันธ์ เพื่อนที่นั่งฟังก็ถึงกับพากันเสียอาการ บางคนเกร็งจนมือหงิกไปแล้วเพราะลุ้นตามทุกประโยค ที่ผ่านมาไทม์เล่าเรื่องน้ำตาลให้เพื่อนฟังบ้างว่าเป็นเด็กที่รู้จักกันโดยบังเอิญ แล้วก็สนิทกัน แต่เพื่อนก็ไม่คิดว่าจะสนิทกันถึงขั้นหอมแก้มและเปิดพุงให้กันฟัดได้

                “ไปกินข้าวเลยเด็กดื้อ พี่ต้องติวหนังสือต่อแล้ว”

                ไทม์รีบพูดตัดบทแล้ววางสายไป ก่อนกระแอมไอทีหนึ่งแล้วยื่นมือถือให้โจเซฟไปวางไว้รวมกับของเพื่อน ร่างสูงก้มหน้าอ่านแนวข้อสอบต่อท่ามกลางความกดดันจากสายตาเพื่อนทั้งห้าคน

                “ไอ้ไทม์ นี่ถ้าน้องเขาไม่ใช่เด็กประถม ถ้าโตสักมัธยมนะ กูก็จะคิดว่าน้องอ่อยมึงอยู่หรอก”

                “เออ คำพูดคำจาโคตรหยอดมึงเลย”

                น้ำตาลก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ที่น้องพูดมันก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงระหว่างพวกเขา และเป็นบทสนทนาปกติที่คุยกันด้วย บางครั้งน้องอ้อนให้พี่หอมแก้มบ้าง พี่อ้อนขอหอมแก้มน้องบ้าง หรือถ้ามันเขี้ยวมากๆ ไทม์ก็ฟัดพุงน้องเล่น พอน้ำตาลโดนฟัดบ่อยเข้าก็อยากเอาคืนแต่ไทม์ดันไม่จั๊กจี้ สุดท้ายก็กลายเป็นว่าน้ำตาลนอนแหมะอยู่บนตัวของไทม์โดยมีอ้อมแขนแกร่งคอยกอดเอาไว้ และไม่ว่าเมื่อไหร่ที่น้องได้นอนบนตัวพี่ก็มักจะหลับปุ๋ยไปเสียทุกครั้ง

                มันคือความสนิท ที่เรียกได้ว่าสนิทกันมากเลยทีเดียว...

                “เด็กก็พูดไปเรื่อยแหละมึง ติวต่อเถอะ”

                ไทม์รีบเบี่ยงประเด็นให้ออกจากเรื่องของน้ำตาลโดยการชวนเพื่อนติวข้อสอบกันต่อ และแล้วชื่อของน้ำตาลก็หายไปจากบทสนทนาทันที เหลือไว้เพียงเสียงก้องในใจของไทม์ที่บ่นอยากกลับบ้านไปเล่นกับน้องเร็วๆ

 

                13.45 น.

                รถเก๋งสีดำขับเข้าสู่บริเวณลานจอดรถข้างบ้าน ไทม์หอบขนมที่แวะซื้อมาเต็มสองมือ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่กำลังจะหมด ไหนๆ ก็ได้ขับรถไปข้างนอกเองแล้วเลยถือโอกาสซื้อของเข้ามามากหน่อย ปกติไทม์จะไม่ค่อยขับรถไปไหนมาไหนเองเพราะในกรุงเทพรถติดมาก เลยอาศัยโดยสารรถสาธารณะเป็นหลัก

                ทว่าเมื่อก้าวเข้ามาในบ้านก็ได้ยินเสียงเล็กกำลังร้องไห้ ตามมาด้วยเสียงดุของคนเป็นแม่ ทำให้ไทม์รีบวิ่งไปหาต้นตอของเสียงทันที

                แล้วก็เป็นอย่างที่ไทม์คิด น้องกำลังโดนแม่ตี เบื้องหน้ามีแก้วน้ำหล่นอยู่ที่พื้นและน้ำก็หกกระจายไปทั่วบริเวณ ไทม์รีบวางของแล้วเข้าไปดึงน้องออกมาจากผู้เป็นแม่ที่กำลังง้างมือจะตีน้องอีกรอบ

                “น้าเตยใจเย็นๆ ก่อนครับ”

                “ไทม์ น้ำตาลเอาแต่ใจมากเลยช่วงนี้ ถ้าน้าไม่ปรามไม่ดุน้องจะยิ่งเคยตัว”

                “แล้วน้องทำอะไรผิดครับ”

                “บ่นหิวน้ำแต่ไม่ยอมลุกไปเอา น้าบอกถ้าหิวก็ไปเทเอง ปกติก็ทำเองไม่เห็นต้องรอใครทำให้ แต่พอน้องไม่ไปสักทีน้าก็ลุกไปเอาให้อยู่ดี พอเอาน้ำเปล่ามาให้ก็งอแงอยากกินเป๊บซี่ อยากกินอะไรที่ไม่มี ไม่ได้ดั่งใจก็ปาแก้วทิ้ง ทำไมกลายเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ มาบ้านคนอื่นยังทำตัวไม่น่ารักอีกแบบนี้วันหลังจะไม่พามาแล้ว”


 

________________________________

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ไทม์อย่าทำน้อง

หน้าพี่ไทม์ลงสีแล้วนะ หล่อไหมๆ
 

TALK

พี่ไทม์นี่กล้าต่อปากต่อคำกับแม่น้องแล้วนะ ใครดุน้องไม่ได้เลยยยย ว่าแต่เขียนเรื่องนี้เหมือนเรามีลูกจริงเลยทุกคน รอวันที่เติบโตไปอย่างดีแล้วใส่พานถวายพี่ไทม์


 


 

ติดตามนักเขียนได้ที่

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย]

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล]

TWITTER : @SiraClazzical


 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว)


 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. #117 kung0841560683 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 22:35

    น้อนนนนน อย่าดื้อสิ

    #117
    0
  2. #46 rabayyyyy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 23:33
    อย่าดื้อน้าเด็กดี พี่ไทน์คุยกับน้องเร็วไม่เอาไม่น่ารักนะ
    #46
    0
  3. #45 momomai (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 17:59
    น้องอย่าดื้ออออ
    #45
    0
  4. #44 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 15:54

    เนี่ยยยยย พี่ไทม์อ่ะชอบตามใจน้อง เป็นไงล่ะจะไม่ได้เจอน้องแล้ว

    #44
    0