น้องคนนั้น... คนที่น่ารักๆ น่ะครับ

ตอนที่ 17 : EP.09 เรื่องดีๆ ในคืนที่ฝนตก [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

             

EP.09

เรื่องดีๆ ในคืนที่ฝนตก

[1/2]

               

       ปีหนึ่งเทอมสองนี้ไทม์มีตารางเรียนตอนเช้าแค่หนึ่งวัน...

                ไทม์เห็นตารางเรียนในระบบลงทะเบียนของมหาวิทยาลัยก็ถึงกับกุมขมับ สัปดาห์หน้าจะเปิดเทอมแล้ว เขานั่งลุ้นมาทั้งช่วงปิดเทอมว่าขอให้มีเรียนเช้าเยอะ ๆ ทว่าผลออกมาว่ามีเรียนสายและบ่ายเสียส่วนใหญ่ไทม์ถึงกับนั่งหมดแรงติดเก้าอี้

                ถ้าไม่ได้เรียนเช้าโอกาสที่จะได้เจอน้ำตาลก่อนขึ้นรถไปโรงเรียนก็คงยากหน่อย จะให้ไทม์ตื่นเช้าทุกวันเพื่อไปหาน้องทั้งที่ตัวเองเรียนบ่ายก็คงไม่ไหว เพราะกว่าจะเรียนเสร็จในแต่ละวัน กว่าจะกลับมาถึงบ้านและทำรายงานต่าง ๆ กว่าจะได้นอนก็คงดึก แน่นอนว่าคงตื่นเช้าเพื่อไปหาน้องอีกไม่ไหว

                แต่จะได้เจอน้องแค่สัปดาห์ละครั้งไทม์ก็ไม่ไหวเหมือนกัน คงคิดถึงแย่...

                นี่น้ำตาลเปิดเทอมได้สามวันแล้วไทม์ยังไม่ได้ไปเจอน้องเลยสักวัน ช่วงที่ผ่านมาบ้านของไทม์ก็วุ่นไปกับการเตรียมทำบุญให้กับคุณตาที่เสียไปได้ห้าปีแล้ว ครอบครัวของไทม์ต้องขึ้นไปทำบุญรวมกับญาติที่ลำปางและเพิ่งกลับมาถึงกรุงเทพฯวันนี้เอง ขากลับได้แวะซื้อขนมมาเพียบ แน่นอนว่าไม่ได้กินเองแต่ซื้อมาฝากน้องต่างหาก

                พอนึกได้ว่าซื้อขนมมาให้น้อง ไทม์ก็เดินออกมาจัดแยกขนมของที่บ้านกับของน้อง บางส่วนแบ่งเอาไว้ฝากเพื่อนบ้านด้วย แต่น่าแปลกที่เมื่อแยกกันเป็นสามส่วนเสร็จปรากฏว่าถุงของฝากของน้ำตาลใหญ่ที่สุดเลย ไทม์เห็นอะไรน่ากินก็นึกถึงน้องตลอดทำให้มันมีมากกว่าคนอื่นเขา

                “ของน้ำตาลใช่ไหมน่ะ ถุงเบ้อเร่อ”

                “ใช่พ่อ ไทม์ซื้อไปฝากน้องกับแม่แหละ บ้านน้องไม่ค่อยได้ไปไหนเลย บางอย่างคงหากินแถวนี้ได้ยากเลยซื้อมาเยอะหน่อย”

                “แล้วจะเอาไปให้น้องเมื่อไหร่?”

                “พรุ่งนี้เช้า ก่อนน้องไปโรงเรียน”

                “ถุงใหญ่ขนาดนี้จะให้น้องถือยังไง แบกไปโรงเรียนด้วยเหรอ เอาไปให้เลยสิไป มันมีน้ำพริก แคบหมู ไส้อั่ว อย่าเอาค้างไว้นานเดี๋ยวมันจะไม่อร่อย”

                “จริงด้วย งั้นเย็นนี้ไทม์เอาไปให้น้องเลยก็ได้พ่อ”

                ร่างสูงยกถุงใหญ่มาวางเตรียมไว้ที่โซฟา ซึ่งด้านในมีถุงย่อยบรรจุอาหารและขนมอีกที มองดูแล้วก็ซื้อมาให้เยอะจริง ๆ แต่ถ้าคิดว่าซื้อมาฝากสองคนทั้งแม่ทั้งน้องก็คงไม่มากเกินไป แถมเจ้าตัวเล็กคงได้มีขนมกินไปอีกเป็นเดือน ไม่เปลืองเงินแม่น้องต้องคอยซื้อให้อีก หวังว่าเป็นขนมที่พี่ไทม์ซื้อให้น้องอาจชอบเป็นพิเศษ

                ว่าแต่ว่า...เย็นนี้จะเอาเข้าไปให้ยังไง ที่อยู่น้องไทม์ยังไม่รู้เลย เคยเจอกันแค่ป้ายรถเมล์นี่นา

                คิดได้ดังนั้นไทม์ก็หน้ามุ่ย ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างถุงขนมใหญ่ ในหัวพลันคิดหาทางออกได้วิธีหนึ่งนั่นคือจะออกจากบ้านไวหน่อยเพื่อไปดักรอน้องที่ป้ายรถเมล์เดิม จากนั้นก็ถือขนมไปส่งน้องที่ที่พัก แต่การทำแบบนี้โดยไม่บอกแม่น้องมันก็จะดูไม่ดีเข้าไปใหญ่ ยังไงถ้าแม่น้องเลิกงานกลับมาเจอขนมถุงใหญ่ขนาดนี้ก็คงต้องถามว่ามาจากไหน เผลอๆน้ำตาลอาจจะโดนแม่ดุด้วยซ้ำที่ต้อนรับคนนอกเข้าที่พักโดยลำพัง

                ถ้าอย่างนั้นก็ควรบอกแม่น้องเสียหน่อยว่าจะกลับจากต่างจังหวัดแล้วมีของมาฝาก แต่ถ้าโทรไปตอนนี้แม่อาจทำงานอยู่ก็ได้ ไม่อยากจะรบกวนเลยจริง ๆ

                “ไทม์ พ่อบอกแม่ว่าไทม์จะเอาของฝากไปให้น้ำตาลเย็นนี้เหรอ”

                “ครับ แม่มีไรเปล่า”

                “แม่เพิ่งอบคุกกี้ ฝากไปให้น้องกับแม่ด้วยสิ ตอนนั้นแม่เคยบอกว่าจะฝากเบเกอรี่ไปให้ชิม แม่น้ำตาลบอกชอบกินเบเกอรี่พอดี เห็นว่าชอบคุกกี้มากเลยด้วย”

                “อ๋ออออ งั้นแม่ทำสุดฝีมือเลยนะ เอาให้อร่อย ๆ เลย”

                ไทม์เริ่มคลี่ยิ้มออกมาเมื่อหาข้ออ้างที่จะติดต่อหาแม่ของน้ำตาลได้สำเร็จ ก็ถ้าแม่ไทม์กับแม่ของน้องเคยคุยกันเรื่องขนม มันก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วที่ไทม์จะหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างด้วย

                เขาเลือกที่จะแอดไลน์แม่น้องจากเบอร์โทรศัพท์ไป จากนั้นก็สูดลมหายใจพลางคิดเรียบเรียงคำพูดที่มันจะดูสุภาพที่สุด เพราะไทม์ก็ไม่เคยคุยกับแม่ของน้องทางไลน์เลย ตอนคุยโทรศัพท์กับน้ำตาลบางทีคุยนานไปก็จะได้ยินเสียงแม่ดุน้ำตาลแว่วมาในสายเล็กน้อยเท่านั้น คุยกันต่อหน้าก็แค่สองครั้งเห็นจะได้ 

                การคุยกันผ่านตัวหนังสือครั้งแรกก็คงต้องสุภาพที่สุดเพราะตัวหนังสือมันไม่มีเสียง

                The Time : สวัสดีครับคุณแม่น้องน้ำตาล ผมไทม์เองนะครับ

                The Time : พอดีว่าวันนี้แม่ผมทำคุกกี้แล้วจำได้ว่าคุณแม่ชอบทาน แม่ผมเลยทำเผื่อเยอะเลย

                The Time : แม่ให้ผมเอาไปให้วันนี้เลยเพราะเพิ่งอบเสร็จ อยากให้คุณแม่ได้ทานอร่อย ๆ ไม่ทราบว่าผมสามารถเอาเข้าไปให้ได้ตอนกี่โมงครับ

                The Time : แล้วบ้านผมเพิ่งกลับจากลำปาง มีขนมมาฝากคุณแม่กับน้องน้ำตาลด้วย 

                The Time : พวกน้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ไส้อั่ว ก็มีนะครับ กลัวว่าถ้าค้างหลายวันจะไม่อร่อย

                The Time : คุณแม่สะดวกให้ผมนำเข้าไปให้กี่โมงบอกได้เลยนะครับ วันนี้ผมว่างนำของไปให้ทั้งวันเลย

                ข้อความหลายประโยคข้างต้นถูกส่งไปทางไลน์ของแม่น้องน้ำตาล หัวใจคนส่งตุ้ม ๆ ต่อม ๆ แทบจะหลุดออกจากอกเมื่อทุกข้อความที่ไทม์ส่งขึ้นคำว่า ’Read’ จากปลายทาง ร่างสูงนั่งสั่นขาลุ้นกับคำตอบ

                “แค่อนุญาตผมก็ไปรอน้องอยู่ดี แต่ตอบผมหน่อย ๆ ๆ ๆ น้ำตาลจะเลิกเรียนแล้ว”

                เสียงทุ้มพูดกับหน้าจอโทรศัพท์ที่ปลายทางยังไม่ตอบกลับมาเลย ทั้งที่ขึ้นอ่านได้สักพักแล้ว ยิ่งแม่น้องเงียบไปนานเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ไทม์นั่งไม่ติดเบาะแล้ว

                BAITOEY : วันนี้แม่ต้องอยู่ทำโอค่ะ เลิก 4 ทุ่ม ถ้าน้องไทม์มาก็ฝากไว้กับยามใต้อพาร์ทเมนต์ได้เลยค่ะ

                ข้อความที่ปลายทางตอบกลับมา เมื่อไทม์อ่านจบก็เป็นห่วงน้องขึ้นมาทันที ถ้าแม่เลิกงานสี่ทุ่มงั้นน้ำตาลก็ต้องอยู่คนเดียวจนดึกขนาดนั้นน่ะหรือ แล้วข้าวปลาอาหารล่ะ น้องจะอยู่จะกินยังไง

                The Time : ได้ครับ รบกวนคุณแม่ส่งโลเคชั่นอพาร์ทเมนต์ให้ผมหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

                ไม่นานแม่ของน้ำตาลก็ส่งโลเคชั่นมาพร้อมกับสติ๊กเกอร์แต๊งกิ้ว ทั้งบทสนทนาในไลน์ไม่มีใครเอ่ยถึงน้ำตาลเลย เมื่อแม่ไม่พูดถึงไทม์ก็ไม่พูด แม้ในใจแอบหวังเล็กน้อยว่าแม่จะตอบมาว่า ‘แม่กลับดึก เอาของฝากไว้กับน้ำตาลก็ได้’ ทว่าก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คิด นั่นก็ถือว่าเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าไม่อนุญาตให้ยุ่งกับน้องหรืออยู่กับน้องในที่ห้องในตอนที่แม่ไม่อยู่

                แต่...ถ้าแม่ไม่รู้ก็คงไม่เป็นไร

                ไทม์เดินไปหาแม่ในครัวเพื่อบอกว่าจะเตรียมตัวออกไปแล้ว ดีหน่อยที่อีกไม่กี่นาทีคุกกี้ในเตาอบก็จะเสร็จ คงทันเวลาที่ไทม์จะออกบ้านพอดี เขาไม่อยากออกไปช้ากว่านี้เพราะตั้งใจจะไปรอน้ำตาลที่ใต้อพาร์ทเมนต์ก่อน ทุกอย่างจะทำเสมือนว่าบังเอิญเจอน้องพอดีเลยเอาของฝากมาไว้ที่ห้องให้ แต่เรื่องจะอยู่ต่อหรือไม่นั้นก็ต้องดูหน้างานอีกทีหนึ่ง

                

                17.15 น

                หลังจากที่ไทม์มาถึงอพาร์ทเมนต์ได้สักพักหนึ่ง เขาจอดรถบริเวณด้านหน้าตึกโดยลอบสังเกตคนที่เดินผ่านไปมาอยู่ตลอดเผื่อจะเป็นคนที่อยากเจอ แต่แล้วเวลาผ่านไม่นานนักเจ้าเด็กตัวเล็กก็เดินมาพร้อมกับอมยิ้มสีชมพูในมือ เดินไปดูดอมยิ้มไปด้วยท่าทางร่าเริง 

                ไทม์รีบจัดแจงตัวเองทั้งเสยผมให้เป็นทรง ดึงเสื้อเชิ้ตที่ยับให้ตึง ก้มหน้าลงดมพิสูจน์วงแขนว่าจะไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์มารบกวน หลังจากมั่นใจแล้วก็ลงจากรถโดยไม่ลืมหอบถุงของฝากจากเบาะหลังลงมาด้วย

                “อ้าว น้ำตาล”

                “พี่ไทม์ค้าบบบบบ”

                พอน้ำตาลเจอไทม์ก็ดีใจมาก วิ่งกางแขนถืออมยิ้มข้างหนึ่งเพื่อมากอดคนพี่แน่น น้องซุกหน้าไว้ที่หน้าท้องแกร่งของไทม์โดยหารู้ไม่ว่าความยุกยิกของน้ำตาลพาให้ไทม์ยืนเกร็งท้องจนแทบเป็นตะคริว ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปฟิตเนสเลยพุงนิ่มเลยรีบเกร็งให้มันแข็ง ให้มันดูเฟิร์ม กลัวไม่เท่ในสายตาน้อง

                “พี่มีของมาฝากเยอะเลย ขนมเพียบ แม่พี่ทำคุกกี้มาให้ด้วยนะ อร่อยมาก”

                “โห เยอะจริงด้วย หนูอยากกิน ๆ ๆ”

                “แต่ของหนักมากเลย ต้องมีที่เก็บนะครับ”

                “ขึ้นไปบนห้องหนู เก็บไว้บนห้องก็ได้ มีที่ตั้งเยอะ”

                “พี่ขึ้นไปห้องหนูได้เหรอครับ ถ้าแม่หนูรู้คงโดนดุกันทั้งคู่แน่เลย ที่ให้คนแปลกหน้าเข้าห้องแบบนี้”

                ไทม์ยู่ปากพร้อมกับทำแววตาเศร้า ราวกับเป็นแผนหลอกล่อให้น้องติดกับ

                “หนูไม่บอกแม่หรอก แม่รู้หนูก็โดนดุสิ แต่วันนี้หนูอยากให้พี่ไทม์อยู่เป็นเพื่อน แม่กลับดึกอะครับ”

                “หนูไม่บอกแม่แน่นะ เกี่ยวก้อยก่อน”

                “เกี่ยวก้อยสัญญาครับ หนูหวงพี่ ไม่อยากให้โดนแม่หนูดุ”

                ไทม์รวบถุงให้อยู่ในมือเดียว แล้วใช้มืออีกข้างมาเกี่ยวก้อยกับน้อง ทว่าเจ้าเด็กน้อยก็พูดประโยคชวนให้ไทม์ตกใจไปกับคำว่า ‘หวง’ ทำไมเด็กเจ็ดขวบพูดมันออกมาได้หน้าตาเฉยขนาดนี้ ทั้งที่ตัวเองก็ใช่จะรู้ความหมายลึกซึ้งเสียเมื่อไหร่

                “ยังไงนะ หวงอะไร แบบนี้เขาเรียกห่วงต่างหาก เฮ้อ เรานี่น้า”

                “เข้าใจยากจัง งั้นหนูทั้งหวงทั้งห่วงพี่ไทม์เลยก็แล้วกัน”

                “คำว่าหวงน่ะรอไว้ใช้กับแฟนเราตอนโตเถอะ”

                “แฟนนี่ดูสำคัญจังเลยนะครับ หนูอยากเป็นแฟนพี่ไทม์บ้าง”

                “อยากเป็นก็รีบโต”

                ไทม์ตอบตัดประโยคส่งๆ ไปอย่างนั้น ไม่คิดว่าจะทำให้น้องดวงตาเป็นประกาย

                “ได้ หนูจะกินนมเยอะ ๆ เพื่อนคนไหนไม่กินนมโรงเรียนหนูจะกินแทนเอง หนูอยากโตเร็ว ๆ”

                เด็กหนอเด็ก ความโตที่คนพี่หมายถึงกับความโตเพราะอยากสูงของน้องมันคนละเรื่องกันเลย ทว่าหลังจากตกลงกันเสร็จน้ำตาลก็เดินนำพี่ชายใจดีไปด้วยตัวเบาหวิว ก็ไทม์เห็นน้องสะพายกระเป๋าหนังเลยรับมาสะพายไว้ที่ไหล่ให้ น้องแค่ถืออมยิ้มข้างหนึ่ง กุญแจห้องข้างหนึ่งเดินไปเท่านั้นก็พอ

                ห้องพักขนาดกะทัดรัดถูกเปิดรับคนนอกเป็นครั้งแรก ไทม์ถือของเข้ามาวางก่อนจะถอดรองเท้าอย่างระมัดระวัง กลัวทำห้องน้องเลอะ

                “ปกติแม่กลับดึกบ่อยไหม?”

                “ไม่บ่อยครับ นาน ๆ ครั้งเลย แม่บอกว่าบางทีมันมีโอทีบังคับแม่ก็ต้องทำ”

                “แล้วหนูจะกินข้าวกินปลายังไง รอแม่กลับมาเลยเหรอ ดึกนะ”

                “มีข้าวเซเว่นในตู้เย็น เดี๋ยวหนูเวฟกิน”

                ชีวิตการเป็นอยู่ของไทม์กับน้ำตาลถือว่าแตกต่างกันมาก ไทม์โตมาในครอบครัวที่อบอุ่น พ่อแม่เข้าใจในตัวเขาและมีเวลาให้เสมอ ตั้งแต่เด็กจนโตไทม์ก็กินอาหารที่แม่ทำให้แทบจะไม่มีสักมื้อที่ขาดตกบกพร่อง โตมาหน่อยช่วยเหลือตัวเองได้ไทม์ก็เริ่มฝึกทำอาหารเอง แล้วดูน้ำตาลสิ การเลี้ยงดูที่มีขีดจำกัดทั้งเรื่องของเวลา สถานที่ แม้กระทั่งงบประมาณในการใช้จ่ายแต่ละวันก็เช่นกัน

_________________________

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ไทม์อย่าทำน้อง


 

ตัวอย่างปกนิยาย

 

error loaded

TALK

อยากโตเร็วๆ ก็มาาาา โอ้โหหหห พี่ก็ไม่มั่นใจว่าพอหนูโตหนูยังจะชอบพี่ไทม์คนนี้อยู่หรือเปล่า เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน อุ้ย เผลอสปอยล์


 


 

ติดตามนักเขียนได้ที่

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย]

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล]

TWITTER : @SiraClazzical


 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว)


 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. #37 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 12:37

    น้อนนน แก่แดดนะเรา

    #37
    0
  2. #36 momomai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 22:52
    กว่าน้อนจะโต 555 คงไม่ต้องแอบๆแล้วเนอะพี่ไทม์
    #36
    0