น้องคนนั้น... คนที่น่ารักๆ น่ะครับ

ตอนที่ 16 : EP.08 หาดทรายพาสเทล [2/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 734
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    31 มี.ค. 63

EP.08

หาดทรายพาสเทล

[2/2]


 

น้ำตาลลุกขึ้นก่อนจะทิ้งตัวกอดไทม์จากด้านหลัง หน้ากลมเอียงซบไหล่กว้างอย่างแนบชิด สองแขนป้อมคล้องคอไทม์ไว้หลวมๆ

                “พี่ไทม์กับน้ำตาลดูสนิทกันจังเลยเนอะ ถ้าบอกว่าเป็นพี่น้องแท้ๆ กันก็เชื่อนะเนี่ย”

                “ก็...สนิทกันอย่างที่เห็นแหละครับ ปกติไม่ค่อยได้เล่นกันแบบนี้หรอก เจอกันแค่ตอนเช้าแป๊บเดียวเอง”

                “น้ำตาลเล่าให้โหน่งฟังแล้วว่าเจอพี่ไทม์ยังไง น้องพูดถึงพี่ทุกวันจนโหน่งกับพี่ลูกจันทร์อยากเจอเลย”

                “พอเจอแล้วเป็นยังไงล่ะครับ”

                ไทม์เอ่ยถามน้อยโหน่งด้วยความอยากรู้เหมือนกันว่าคนอื่นมองเขากับน้องในลักษณะไหน มือใหญ่หันไปหาน้องพลางตบตักตัวเองสองสามทีเป็นการเชื้อเชิญให้น้องมานั่งตัก และแน่นอนว่าเจ้าตัวเล็กก็ยิ้มร่ารีบทิ้งตัวนั่งตักให้พี่ไทม์กอด

                “เอาจริงๆ นะพี่ ผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยไว้ใจพี่หรอก กลัวคิดไม่ดีกับน้อง”

                “ไม่ใช่นะ พี่ไทม์เป็นคนดี ดีกับน้ำตาลม๊ากมากด้วย ห้ามว่าพี่ไทม์!”

                “เนี่ยพี่ น้ำตาลนะพูดแบบนี้ทุกครั้ง ใครก็ห้ามว่าพี่ไทม์เด็ดขาด”

                ตัวแค่นี้ก็อยากปกป้องพี่ไทม์เหมือนกันสินะ ไทม์ยกมือขึ้นลูบหัวน้องด้วยความเอ็นดูอีกแล้ว

                “แล้วน้อยโหน่งคิดว่าพี่เป็นยังไงล่ะ ไม่ใช่ญาติพี่น้องกันพี่ก็เอ็นดูน้ำตาลเหมือนลูกเหมือนหลานแท้ๆ เลยนะ”

                “โหน่งก็รู้สึกแหละว่าพี่รักน้องมันเหมือนกัน ถึงได้บอกไงครับว่าถ้าบอกว่าเป็นพี่น้องแท้ๆ ก็เชื่อ วันนี้ได้เห็นกับตาแล้วว่าพี่เอ็นดูน้ำตาลแค่ไหน เพราะพี่ตามใจน้องไงน้องถึงติดพี่ขนาดนี้”

                จะว่าไปที่น้อยโหน่งพูดมาก็คงจริงตามนั้นทุกอย่าง วันนี้ไทม์กับน้ำตาลก็แสดงความสนิทสนมกันให้เห็นในหลายมุม ด้วยความดีใจที่ได้เจอกันอีก ได้เล่นด้วยกัน ตื่นเต้นไปกับบรรยากาศและกิจกรรมที่ทำร่วมกันอย่างสนุกสนาน มันจึงเกิดการใกล้ชิดกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งสองคนก็เพิ่งรู้วันนี้เองว่าพวกเขาสนิทสนมกันได้ขนาดนี้แล้ว

                น้องกล้าที่จะเข้าหาไทม์โดยไม่กลัว ไว้ใจคนพี่จนไม่เหลือความกังวลแล้ว อยากแต่จะเข้าหาไทม์อย่างเดียวเลย ไทม์เองก็ชอบให้น้องอยู่ใกล้ๆ ชอบที่จะได้คอยดูแลให้อยู่ในสายตา การได้มองน้องเงียบๆ นับได้ว่าเป็นการเรียกรอยยิ้มของไทม์อย่างหนึ่งเช่นกัน

                “งั้นพี่ก็ตอบเหมือนเดิมว่าเพราะน้ำตาลน่ารัก เป็นเด็กดีพี่เลยอยากตามใจ”

“ถ้าถามความคิดโหน่งนะ โหน่งดีใจนะพี่ที่น้องมีความสุขกับพี่ขนาดนี้ ในฐานะคนที่พ่อทิ้งไปเหมือนกัน ใจลึกๆ ก็อยากมีใครสักคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจน่ะพี่ โหน่งไม่ได้หมายความว่าเป็นแฟนนะ ไม่ได้บอกว่าพี่กับน้ำตาลเป็นแฟนกัน”

                น้อยโหน่งรีบพูดแก้ตัวพัลวันกลัวไทม์จะเข้าใจความหมายที่จะสื่อผิดไป ทว่านอกจากไทม์จะไม่ดูตกใจกับคำว่า’แฟน’แล้วยังส่ายหัวเบาๆ แล้วบอกว่าไม่เป็นไร ส่วนน้ำตาลที่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ก็ได้แค่นั่งฟังนิ่งๆ

                “พูดต่อเถอะ”

                “ก็นั่นแหละพี่ โหน่งว่าโหน่งเข้าใจน้องนะ พอมีผู้ใหญ่มาคอยปกป้อง คอยเล่นด้วยแบบนี้มันสบายใจ สนุก เลยทำให้อยากอยู่ด้วย เหมือนมาเติมเต็มช่องว่างตรงที่ขาดพ่อไปได้บ้าง โหน่งอ่ะยังดีหน่อยที่แม่มีธุรกิจของตัวเองเลยมีเวลาอยู่กับโหน่งเต็มที่ เป็นทั้งพ่อและแม่ให้โหน่งได้จนไม่รู้สึกขาด แต่น้ำตาลน่ะขาดนะพี่ น้องเพิ่งเลิกถามหาพ่อเมื่อไม่นานมานี้เอง”

                ได้ยินแบบนี้ไทม์ก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น โน้มหน้าไปหอมขมับน้องค้างไว้ด้วยความรู้สึกประหลาดในอก เด็กตัวแค่นี้ต้องมาแบกรับความรู้สึกเหล่านี้ไว้ทำไมกันนะ ทว่ามันก็เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ที่เด็กเองก็คงทำอะไรไม่ได้ แล้วจะเป็นไปได้ไหมหากไทม์จะเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายของน้ำตาลแทนพ่อแท้ๆ เอง

                น้องจะให้ไทม์เป็นพ่อไทม์ก็จะเป็นให้ ให้เป็นพี่ชายก็ได้ หรืออยากให้เป็นอะไรไทม์ก็เป็นให้ได้ทั้งนั้น เขาไม่อยากให้น้ำตาลรู้สึกขาดหรือไม่มีความสุข ไม่อยากให้เด็กมีปมเรื่องนี้ไปจนโต ถึงไทม์จะเป็นพ่อแท้ๆ ให้ไม่ได้แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะช่วยดูแลน้ำตาลให้เติบโตอย่างดี เหมือนตอนที่ตั้งใจเลี้ยงทอร์ช ความรู้สึกคงเหมือนเลี้ยงหลานคนที่สองแหละ...มั้ง

                “น้อยโหน่ง พี่ถามหน่อยสิ สมมติว่าอีกสิบปีพี่ยังดูแลน้ำตาลอยู่แบบนี้มันจะดูแปลกๆ ไหม ทั้งที่เราไม่ใช่ญาติกัน ถ้านับแล้วก็คงเป็นแค่คนรู้จัก”

                “คนรู้จักก็ไม่ได้กำหนดนี่ครับว่าต้องรู้จักกันกี่ปี โหน่งว่าไม่แปลกนะถ้ามันอยู่ในขอบเขต ตอนนี้น้ำตาลยังเด็กมากผู้ใหญ่เลยจะห่วงเป็นพิเศษ แต่เมื่อไหร่ที่น้องโตและตัดสินใจอะไรเองได้มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง โหน่งก็เคยมีผู้ใหญ่มาดูแลนะแต่เขาเข้ามาจีบแม่โหน่ง พอแม่ไม่เล่นด้วยเขาก็ไป เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนแหละพี่ไทม์ ไม่แน่พอน้ำตาลโตขึ้นอีกหน่อยพี่อาจจะไม่เอ็นดูน้องเท่าตอนนี้แล้วก็ได้”

                น้อยโหน่งเป็นเด็กม.5ที่ดูเข้าใจโลกเสียจนไทม์ตกใจ อาจเพราะลักษณะครอบครัวคล้ายกันนั่นคือมีแม่เลี้ยงเดี่ยว น้อยโหน่งจึงเข้าใจว่าน้ำตาลจะอ่อนไหวเรื่องไหนเป็นพิเศษ แถมยังเข้าใจในความสัมพันธ์ของไทม์กับน้องด้วย ความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องแต่อยากดูแลให้เจ้าตัวเล็กเติบโตไปด้วยกันน่ะ ไม่ใช่คนทุกคนจะเข้าใจหรอก แต่อย่างน้อยก็มีน้อยโหน่งคนหนึ่งที่พอจะเข้าใจอยู่บ้าง

                “ถ้าหนูโตขึ้น หนูยังอยากจะให้พี่ไทม์ดูแลไหมน้า”

                ไทม์ก้มหน้าถามเด็กน้อยที่นั่งบนตักด้วยน้ำเสียงติดเล่น แต่ในใจกลับอยากรู้จะแย่ อย่างที่น้อยโหน่งบอกว่าเวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนได้ วันข้างหน้าอาจมีใครสักคนที่อยากเติบโตด้วยตัวเองโดยไม่ต้องการใครคอยดูแลแล้วก็ได้             

                “หนูอยากกกกก หนูจะอยู่กับพี่ไทม์ไปจนแก่เลย”

                “เฮ้อ ให้มันจริงเถอะ”

                พวกเขานั่งคุยกันต่ออีกครู่หนึ่งฟ้าก็เริ่มมืดลงจึงชวนกันกลับเข้ารีสอร์ท โดยที่น้ำตาลดูเหนื่อยและเพลียพอสมควรเพราะออกมาเล่นริมหาดตั้งแต่แดดยังเปรี้ยงจนถึงตอนนี้ ไทม์จึงอาสาให้น้องขี่หลัง สองแขนป้อมคล้องคอพี่ไทม์ สองขาหนีบเอวสอบ

                “เหมือนเล่นขี้ม้าชมเมืองเลย อยู่ที่โรงเรียนเพื่อนชอบกระโดดขึ้นหลังหนูให้หนูแบกวิ่งทั่วห้อง บางทีหนูก็ล้มเลยเพราะเพื่อนตัวหนัก มีครั้งหนึ่งหัวเข่าแตกด้วย แต่ว่าพี่ไทม์แข็งแรงกว่าหนูไม่มีทางล้มเหมือนหนูแน่ๆ ฮ่าๆๆ”

                “หนูอย่าให้เพื่อนแกล้งบ่อยนักสิ ยอมเพื่อนมากเดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก”

                “เปลี่ยนกันขึ้นหลังแหละครับ แต่ไม่มีใครแบกหนูไหวเลย เพื่อนบอกว่าหนูอ้วน”

                ไทม์กับน้อยโหน่งถึงกับหัวเราะออกเสียงเพราะเพื่อนที่โรงเรียนน้องก็คงไม่พูดเกินจริงสักเท่าไหร่ น้ำตาลเป็นเด็กตัวป้อมๆ จ้ำม่ำๆ แต่ไม่ถึงกับตัวอ้วนใหญ่เกินวัย น้อยโหน่งพูดเสริมอีกว่าเมื่อก่อนน้ำตาลน่ะอ้วนกว่านี้อีก ตอนนี้ผอมลงบ้างแล้ว

                “อ้วนกว่านี้พี่ไทม์ก็แบกไหวน้า อยากขี่หลังเมื่อไหร่ก็บอก พี่จะแบกหนูเอง”

                “พี่ไทม์ดูอบอุ๊นอบอุ่น แฟนพี่ต้องรักพี่มากแน่ๆ นี่ขนาดกับน้องที่รู้จักกันไม่นานยังดูละมุนขนาดนี้เลยอ่ะ”

                “เอ่อ คือ พี่ไม่มีแฟนหรอกครับ”

                น้อยโหน่งถึงกับเดินไปดักหน้าแล้วถามซ้ำๆ ว่าไทม์ไม่มีแฟนจริงหรือ เป็นผู้ชายอบอุ่นขนาดนี้ไม่มีสาวมาจีบได้ยังไงกัน

                “ใครๆ เขาก็ไม่มีแฟนกันทั้งนั้น มีแต่พี่น้อยโหน่งนั่นแหละที่มีแฟน”

                “ทำมาพูดเถอะเด็กอ้วน โตอีกหน่อยก็ไม่โสดแล้วเราน่ะ เผลอๆ มีแฟนก่อนพี่ไทม์อีกมั้ง”

                “ไม่ได้! ห้ามมี!”

                จู่ๆ ไทม์ก็ตะโกนขึ้นมาเสียงแข็ง ทำให้น้ำตาลที่ขี่หลังไทม์อยู่ก็สะดุ้งโหยงเผลอใช้แขนรัดคอพี่ไปทีหนึ่ง จากนั้นทั้งน้อยโหน่งและเจ้าตัวเล็กก็มองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ คนที่พูดจาน่าฟัง น้ำเสียงนุ่มลึก ทำไมถึงดุขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุแบบนี้

                “พี่จะตะโกนทำไม โหน่งตกใจหมด โกรธอะไรเนี่ย”

                “พี่แค่...ยังไม่อยากให้น้องมีแฟน น้องยังเด็กอยู่ไง”

                “โหน่งแค่แซวน้องเล่นเอง รู้น่ายังไงพี่ไทม์ก็มีแฟนก่อนอยู่แล้ว ฮ่าๆ”

                “ไม่แน่หรอก พี่อาจจะไม่มี แต่ถ้าอีกสิบกว่าปีก็ไม่แน่ ถึงวันนั้นคงพร้อมมีจริงๆ แล้วมั้ง พี่ไม่ค่อยฝักใฝ่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ เท่าไหร่”

                น้อยโหน่งพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะมาหยุดยืนข้างไทม์เพื่อรอข้ามถนนกลับรีสอร์ท เมื่อได้จังหวะที่ต้องข้ามไทม์ได้กระชับมือที่จับขาน้องทั้งสองข้างให้แน่นขึ้น พากันข้ามถนนกันไปอย่างปลอดภัย

                แต่แล้วเมื่อเดินมาต่อได้ไม่กี่ก้าว เจ้าของหน้ากลมก็ใช้ใบหน้าซุกไซ้หลังคอของไทม์อย่างออดอ้อน ตามมาด้วยเสียงเล็กที่เรียกชื่อไทม์เบาๆ

                “พี่ไทม์ค้าบบบบ”

                “ค้าบบบ ว่าไงครับ”

                “พี่ไทม์อย่ามีแฟนได้ไหม”

                ความคิดของเด็กก็คงไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการกลัวเสียพี่ชายใจดีให้กับคนอื่น เพราะตอนนี้น้ำตาลติดไทม์มาก ยังอยากเล่นด้วย อยากเจอ อยากอ้อน ต่อไปก็ยังอยากเจอพี่ไทม์โดยที่ไทม์ยังคงให้ความสำคัญกับน้องเหมือนเดิม ถึงน้ำตาลจะไม่เข้าใจคำว่าแฟนอย่างถ่องแท้ แต่ก็รู้ว่าแฟนย่อมสำคัญกว่าสถานะพี่น้องอย่างแน่นอน

                แต่ไทม์เองก็ดันมีคำตอบหนักแน่นพอที่จะตอบน้องให้มั่นใจเช่นกัน

                “รีบโตสิ เดี๋ยวพี่รอ”

                บทสนทนาที่เขาพูดคุยกันแบบที่ได้ยินสองคนจบลงที่รอยยิ้มของทั้งคู่ ไทม์หัวใจเต้นแรงแถมหน้าร้อนอีกแล้ว ความรู้สึกแบบนี้มันถลำลึกขึ้นทุกวัน ไม่น่าเชื่อว่าความน่ารักของเด็กคนหนึ่งจะทำให้ไทม์ไม่เป็นตัวของตัวเองได้ขนาดนี้


 

____________________________

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ไทม์อย่าทำน้อง


 

TALK

เหมือนน้อยโหน่งพูดแทนชาวเราไปหมดแล้ว ฮ่าาาาาาาา


 


 

ติดตามนักเขียนได้ที่

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย]

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล]

TWITTER : @SiraClazzical


 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว)


 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. #35 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 16:24

    รีบโตไวๆ นะน้ำตาลลล

    #35
    0
  2. #34 momomai (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 20:52

    ฉะนั้นแล้วก็ต้องรอน้องโตแหละนะคะ

    #34
    0
  3. #33 laddawan7 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 19:44

    น้องรีบๆโตน้าาาา
    #33
    0