น้องคนนั้น... คนที่น่ารักๆ น่ะครับ

ตอนที่ 14 : EP.07 ทะเลหวาน [2/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    24 มี.ค. 63

EP.07

ทะเลหวาน

[2/2]


 

                เจ้าตัวเล็กนอกจากจะไม่ย้ายมือป้อมๆ ของตัวเองไปหาน้อยโหน่งแถมยังกระชับฝ่ามือจับไทม์แน่นขึ้นไปอีก ไทม์ก็ได้แต่หลุบตามองน้องแล้วส่งยิ้มด้วยความเอ็นดู เขาคว้าเอาถุงของเล่นมาไว้อีกมือหนึ่งแล้วเดินจูงน้องออกไป โดยมีน้อยโหน่งเดินตามประกบไปติดๆ

                ไทม์พาเด็กๆ ข้ามถนนที่มีรถสัญจรตลอดเวลาเพื่อไปยังชายหาด เมื่อมาถึงแล้วเด็กน้อยถึงกับตาหยีเพราะแดดแรงเหลือเกิน ไทม์เลยให้น้องมาอยู่อีกฝั่งหนึ่งเพื่อที่จะเอาตัวเองบังแดดให้

                “จะเล่นน้ำก่อนหรือจะเล่นทรายกันก่อนดีครับ”

                “โหน่งแล้วแต่น้องเลย”

                “ว่าไงครับ หนูอยากเล่นอะไรก่อน”

                ร่างสูงย่อตัวลงนั่งตรงหน้าของเจ้าตัวเล็ก ถามน้องด้วยรอยยิ้มสุดแสนจะตามใจ ส่วนคนที่ต้องตัดสินใจนั้นยกนิ้วขึ้นจิ้มแก้มข้างหนึ่งพลางเอียงใบหน้าครุ่นคิด หารู้ไม่ว่าท่าทางแบบนี้พาให้ไทม์ตะโกนคำว่าน่ารักในใจจนเหนื่อยแล้ว

                “เล่นน้ำก่อนก็ได้ครับ พี่ไทม์พาหนูไปเล่นหน่อยยยย”

                พอไทม์เรียกน้ำตาลว่า’หนู’บ่อยๆ ตอนนี้น้องก็ติดเรียกแทนตัวเองว่าหนูกับไทม์แล้ว ซึ่งมันเพิ่มความน่ารักมากขึ้นไปอีก ไม่มีครั้งไหนเลยที่น้องพูดแล้วไทม์จะไม่ยิ้มเพราะเท่าที่สังเกตน้องไม่แทนตัวเองแบบนี้กับใครเลย

                “งั้นโหน่งเล่นทรายรอได้ไหมพี่ โหน่งเบื่อเล่นน้ำแล้ว เดี๋ยวจะปั้นทรายรออยู่ตรงนี้นะครับ”

                “ได้ครับ พี่ก็เล่นอยู่ใกล้ๆ นี่แหละไม่พาน้ำตาลไปลึกหรอก”

                “พี่น้อยโหน่งปั้นทรายเป็นตัวมินเนี่ยนให้น้ำตาลหน่อยสิ อยากเห็นๆๆ”

                “ยากจัง ไว้เล่นน้ำเสร็จขึ้นมาช่วยพี่ปั้นแล้วกันนะ”

                “ก็ได้ๆ งั้นเราไปเล่นน้ำกันเถอะครับ แต่ว่าหนูกลัวอ่า มันลึกมากไหมครับ”

                “ถ้าออกไปไกลก็จะลึกครับ หนูห้ามออกมาเล่นน้ำคนเดียวเด็ดขาดนะ แต่วันนี้พี่จะพาหนูเล่นตื้นๆ แถวนี้แหละ”

                ทั้งสองคนถอดรองเท้าแตะที่ใส่อยู่ไว้ที่ชายหาดตรงที่น้อยโหน่งบอกว่าจะเล่นทรายรอ จากนั้นไทม์ก็จูงมือพาน้องเดินเข้าไปใกล้น้ำมากขึ้นเรื่อยๆ และเจ้าตัวเล็กก็เริ่มรั้งมือไว้ไม่กล้าเดินเมื่อน้ำทะเลซัดเข้าฝั่งแล้วกระเด็นโดนตัว น้ำตาลมองน้ำที่ซัดเข้ามาแล้วกลับคืนผืนน้ำไป เหลือไว้เพียงฟองสีขาวบางเบาเป็นคราบอยู่บนชายหาด

                “พี่ไทม์ หนูกลัว หนูว่าน้ำมันลึก น้ำมันขึ้นมาแล้วไหลกลับไปไกลเลย เราจะจมน้ำไหม”

                “ไม่ลึกหรอก มานี่มา หนูยืนบนเท้าพี่ก็ได้เดี๋ยวพี่พาหนูเดินเอง”

                เจ้าตัวเล็กขึ้นมายืนเหยียบบนเท้าของไทม์อย่างที่คนพี่เสนอ สองมือยกขึ้นกุมมือกับไทม์แน่น จากนั้นร่างสูงก็ออกแรงยกเท้าก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับน้องทีละเก้า และเมื่อน้ำทะเลซัดขึ้นฝั่งอีกครั้งเท้าของทั่งคู่ก็สัมผัสกับความเย็นของธารน้ำที่แม้จะโดนแสงอาทิตย์สาดส่องแค่ไหน ก็ยังคงโอบอุ้มความเย็นเอาไว้ได้อยู่

                “หูยยย น้ำเย็นจังงง”

                “ลองเดินเองไหม”

                “หึ ไม่เอา พี่ไทม์พาหนูเดินไปอีกหน่อยก่อน หนูกลัว”

                มวลน้ำสูงขึ้นถึงข้อเท้าแล้วเมื่อทั้งคู่พากันเดินลึกไปเรื่อยๆ ไทม์เห็นน้ำตาลไม่กลัวเท่าทีแรกแล้วจึงอุ้มน้องลงจากเท้าตัวเองแล้วจูงน้องเดิน เจ้าเด็กพอคุ้นชินแล้วก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งอยากเล่นน้ำทะเล พวกเขาเดินต่อไปจนน้ำสูงเท่าเข่าของไทม์

ไทม์เห็นน้องหัวเราะร่าก็ยิ้มตาม ค้อมตัวลงวักน้ำใส่น้องจนเสื้อของน้ำตาลเปียก จากนั้นคนน้องก็เอาคืนโดยการตีน้ำใส่พี่แม้จะเปียกแค่กางเกงของไทม์ก็ตามแต่น้องก็ตีไม่หยุด ตีจนตัวเองเปียกไปทั้งตัว

“หายกลัวไหมครับ”

“ถ้าไม่ลึกหนูก็ไม่กลัวหรอก”

“เราเล่นตรงนี้แหละ ไม่ไปลึกกว่านี้แล้ว หนูลองยืนดีๆ หันหน้าไปทางโน้น เดี๋ยวพอคลื่นซัดมาหนูก็เกร็งตัว...”

โครม!

ไม่ทันได้สอนการรับมือกับคลื่นจบ น้ำก็ซัดเข้ามาพอดีทำให้น้ำตาลตั้งตัวไม่ทัน ยื้อแรงน้ำไม่ไหว น้องหงายหลังล้มลงไปแต่ดีที่คนแขนยาวคว้าน้องมากอดไว้ได้ทัน

“ฮื่อออ หนูกลัววว เมื่อกี้หนูจะจมน้ำแล้ว”

“ฮ่าๆๆ น้ำแค่นี้ไม่จมหรอกครับ มานี่มา เราเล่นกับคลื่นกัน”

ไทม์นั่งลงทำให้น้ำทะเลอยู่บริเวณใต้อก เขานั่งกางขาแล้วจับให้น้องมายืนตรงกลาง เมื่อเห็นคลื่นอีกลูกกำลังซัดมาจึงบอกให้น้ำตาลเกร็งตัวสู้กับคลื่น เจ้าเด็กน้อยก็ทำตามอย่างว่าง่ายแต่พอน้ำซัดเข้ามากลับไม่ง่ายอย่างที่คิด น้องหงายหลังอีกแล้ว ทว่าควาวนี้ล้มใส่หน้าอกแกร่งของพี่ไทม์ เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเมื่อน้ำตาลเริ่มสนุกไปกับการเล่นคลื่นไปกับไทม์

เล่นกันอยู่ตรงนั้นพักหนึ่งน้อยโหน่งก็เดินเข้ามาหา ยื่นห่วงยางเด็กสีเหลืองลายมินเนี่ยนมาให้น้อง บอกว่าพี่ลูกจันทร์ฝากเอามาให้ก่อนจะชี้ขึ้นไปที่ฝั่งที่มีพี่ลูกจันทร์โบกมือทักทาย

น้ำตาลยกมือโบกทั้งสองแขนด้วยท่าทางร่าเริง แต่เพียงชั่วอึดใจน้องก็หันกลับมาเล่นกับไทม์ต่อปล่อยให้น้อยโหน่งเดินเข้าฝั่งไปโดยที่น้องไม่ได้หันไปสนใจอีก

ไทม์นั่งมองน้องเล่นกับคลื่นอย่างเพลิดเพลินโดยที่เป็นเขาเองที่ต้องดูแลห่วงยางแทน เราไม่ได้ไปตรงที่น้ำลึกจึงไม่จำเป็นต้องใช้ อยู่กันที่น้ำตื่นแบบนี้แหละดูแลน้องง่ายกว่า ชอบเหลือเกินตอนที่มีน้องวนเวียนอยู่ใกล้ๆ คอยรับน้องตอนล้ม คอยเช็ดหน้าเช็ดตาและเสยผมที่ปรกหน้าให้ใหม่ งานดูแลเด็กขอให้บอกเพราะไทม์ถนัดมาก

“เมื่อยแล้ว หนูนั่งตักได้ไหม”

“ได้ครับ มาสิ เดี๋ยวคลื่นมาค่อยลุกขึ้นยืนก็ได้”

น้ำตาลทิ้งตัวนั่งลงบนตักพี่ไทม์ทันทีที่ไทม์นั่งท่าขัดสมาธิใต้น้ำเสร็จ แต่น้ำก็สูงเกือบถึงคอของน้ำตาลเลย เด็กน้อยเชิดหน้าชูคอขึ้นเล็กน้อยเพราะกลัวตัวเองจะจมน้ำ ทั้งที่ก็รู้ว่าพี่ไทม์ไม่ปล่อยให้เป็นอะไรแน่นอน แขนข้างหนึ่งของไทม์กอดเอวน้องอยู่ ส่วนแขนอีกข้างยันไว้กับผืนทรายด้านหลังเพื่อทรงตัว

“พี่ไทม์ว่าในทะเลมีปลาไหมครับ”

“ถ้าลึกมากๆ ก็อาจจะมี”

“แล้วจะมีปลาฉลามไหม”

“ไม่มีหรอกครับ”

“แล้ว...”

ยังไม่ทันได้ซักถามเจื้อยแจ้วต่อ น้ำตาลก็เหลือบไปเห็นคลื่นระลอกใหม่กำลังจะเข้าประชิดตัว น้องรีบลุกขึ้นเพื่อที่จะโต้คลื่นเล่นทว่าก็ไม่ทัน กลายเป็นการไถตัวอยู่ที่หน้าอกของไทม์เพื่อจะพยุงตัวเองให้ลุกแล้วก็หงายหลังไปอีกครั้ง รอบนี้ไทม์ก็ไม่ทันได้เกร็งแขนที่ยันไว้ด้านหลังทำให้เสียหลักไปพร้อมกัน

ไทม์รีบจับน้องให้ยืนขึ้นก่อนที่ตัวเองจะหยัดตัวนั่งตรง เจ้าตัวเล็กสำลักน้ำไอออกมาจนหน้าเริ่มแดง ร่างสูงจึงดึงเข้ามากอดพลางลูบหลังให้

“พี่ขอโทษครับ พี่นั่งไม่ดีเอง”

“แค่กๆๆๆ หนู ไม่ แค่กๆ เป็นไรครับ ฮึก”

“ไหวไหม เลิกเล่นก็ได้นะเราขึ้นฝั่งกันเลยก็ได้”

“น้ำเค็มปี๋เลยอ่า แหวะๆ”

เด็กน้อยแลบลิ้นออกมาอย่างไม่ชอบใจรสชาติของน้ำทะเล ก่อนจะลืมตัวใช้มือถูกลิ้นหวังจะเช็ดรสเค็มนี้ออก แต่มือนั่นกลับเค็มยิ่งกว่า ไทม์เห็นน้องทำหน้าเหยเกก็ทั้งขำทั้งเอ็นดู เจ้าตัวเล็กพอเห็นพี่หัวเราะก็หัวเราะตามแถมโผเข้ากอดไทม์แล้วหอมแก้มพี่ทั้งแก้มซ้ายแก้มขวา แล้วขณะนั้นเองที่เสียงหัวเราะของไทม์หายไป สีหน้าเขาดูตกใจก่อนจะตามมาด้วยอาการหน้าร้อนที่ไม่ได้มาจากไอแดด

“หอมแก้มพี่ทำไมครับ หนูอ้อนเอาอะไรเอ่ย”

“หนูคิดถึงพี่ไทม์ ไม่เห็นพี่ไทม์หัวเราะกับหนูนานแล้ว”

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

ไทม์ยกมือขึ้นลูบหน้าอกซ้ายของตัวเองสองสามทีเป็นการปลอบขวัญ เขาเหลือบตามองผู้คนรอบด้านเมื่อไม่มีใครสนใจ ไทม์จึงเอียงหน้าหอมแก้มนุ่มของน้ำตาลบ้าง จมูกโด่งฝังลงกับแก้มกลมทั้งสองข้างโดยมีเจ้าของแก้มซาลาเปาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี น้ำตาลเอียงแก้มให้พี่หอมพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานให้

“พี่ก็คิดถึงหนูเหมือนกันครับ”

“หนูอยากอยู่กับพี่ไทม์ทุกวันเลย พี่ไทม์ใจดี”

“ถ้าอีกสิบกว่าปียังไม่เปลี่ยนใจ ไม่แน่เราอาจอยู่ด้วยกันก็ได้นะ”

“หนูไม่เปลี่ยนใจหรอก”

“ให้มันจริงเถอะ”

มือใหญ่ยื่นไปบีบจมูกเล็กของน้องด้วยความมันเขี้ยว เจ้าตัวเล็กถึงกับย่นคอหนีแล้วอยากแกล้งพี่ไทม์คืนบ้าง แต่แขนป้อมๆ สั้นๆ นั้นยื่นออกไปจนสุดแขนก็ยังไม่ถึงหน้าพี่ไทม์เลย

ทั้งคู่เล่นกันอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าตัวเล็กก็ลืมเล่นโต้คลื่นไปเลยเพราะไม่รู้สึกเหมือนจะล้มอีกต่อไปเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของไทม์ แล้วพอได้พูดคุยกับไทม์ความสนใจทั้งหมดที่น้องมีก็อยู่ที่คนพี่แค่คนเดียว

ไม่ต่างกันกับไทม์ที่ละความสนใจจากคนทั้งหาดแล้วมองแค่น้ำตาล เล่นแค่กับน้องเท่านั้น แล้วเขาก็ได้คำตอบแล้วว่ารอยยิ้มของน้ำตาลกับดวงอาทิตย์อะไรมันสว่างสดใสกว่ากันในความรู้สึกของเขา แน่นอนว่าคำตอบคือรอยยิ้มของน้องอยู่แล้ว

               

___________________________________

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ไทม์อย่าทำน้อง


 

TALK

แกกกกกกกกกกกกก อบอุ่นจังเลยโว้ยยยย น่ารักมากเลยอ่า


 


 

ติดตามนักเขียนได้ที่

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย]

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล]

TWITTER : @SiraClazzical


 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว)


 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. #71 namphueng_honey (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 10:57
    อะฮิๆ ละมุนต่อใจ
    #71
    0
  2. #27 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 13:01

    ละมุนนนนนนนน

    #27
    0