น้องคนนั้น... คนที่น่ารักๆ น่ะครับ

ตอนที่ 13 : EP.07 ทะเลหวาน [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    14 มี.ค. 63

EP.07

ทะเลหวาน

[1/2]

 

                แพลนเดิมที่วางไว้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นั่นคือไทม์สอบเสร็จ ก็จะพาที่บ้านไปชะอำเพื่อพักผ่อนสักสามวัน กิจการร้านทองนั้นก็คงต้องปิดชั่วคราวไปก่อนในช่วงที่ครอบครัวไม่อยู่ ทองในร้านก็ต้องย้ายออกมาเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เมื่อทุกคนพร้อมแล้วจึงเริ่มออกเดินทาง

                ไทม์เลือกที่จะไปชะอำในวันถัดไปหลังสอบเสร็จทันที จองห้องพักไม่ไกลจากรีสอร์ทของญาติน้องน้ำตาลเท่าไหร่นัก แล้วการไปครั้งนี้ไทม์ได้บอกแม่น้องไว้แล้วว่าอาจจะไปเจอน้องที่โน่น พอดีว่าที่บ้านแพลนจะไปชะอำหลังสอบเสร็จพอดี ถ้าน้ำตาลอยู่โน่นไทม์จะแวะไปเล่นด้วยจึงได้ชื่อรีสอร์ทที่น้องไปอยู่มาจากแม่ แถมกำชับอีกว่าถ้าผ่านไปแถวนั้นจะแวะหาน้อง

เขาบอกแม่ราวกับว่าไม่ได้ตั้งใจจะสร้างแพลนนี้เพื่อตามน้อง แต่แพลนนี้มีมาก่อนหน้าที่น้ำตาลจะไปชะอำอยู่แล้ว ทั้งที่จริงตัวเขาไม่ได้ชอบทะเลเท่าไหร่ ที่จะไปก็แค่ติดเด็ก อยากเจอน้อง แล้วการไปชะอำก็ไม่ได้ลำบากอะไรนัก ขับรถจากกรุงเทพเพียงสองชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว

“น้องรู้ไหมเนี่ยว่าไทม์จะไปหา”

“รู้ว่าจะไปวันนี้ แต่ไม่รู้ว่ากี่โมง ตั้งแต่น้องไปชะอำก็ไม่ได้โทรคุยกันเลย”

ระหว่างทางที่ขับออกจากบ้านมาแม่ก็หันไปถามไทม์ที่นั่งอยู่เบาะหลัง ร่างสูงใช้หมวกแก๊ปสีดำปิดหน้า เอนหลังไปกับเบาะเตรียมตัวจะงีบเพราะเมื่อคืนแทบไม่ได้นอน มัวแต่จัดกระเป๋า ต้องเก็บของเล่นที่ไทม์สั่งซื้อมาเพื่อจะไปสร้างปราสาททรายกับน้อง ไหนจะขนมนมเนยที่จะเอาไปฝากน้องอีก กว่าจะได้นอนก็เกือบตีสาม

ไทม์ใช้เวลาในการเดินทางหมดไปกับการหลับตลอดทาง ตกลงกับพ่อไว้แล้วว่าให้พ่อขับขาไปแล้วเดี๋ยวขากลับกรุงเทพไทม์จะขับรถให้เอง

 

13.50 น.

จีพีเอสนำทางมาสู่จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเป็นที่พักที่ไทม์จองแล้วแม่กับพ่อก็ชอบเพราะวิวสวย ห้องกว้าง ติดชายทะเล ไทม์ถูกปลุกหลังรถจอดสนิท ร่างสูงเมื่อตื่นมาพบว่าถึงที่หมายก็คลี่ยิ้มทันที จัดการลงไปขนกระเป๋าจากท้ายรถแล้วเดินไปที่ล็อบบี้เพื่อติดต่อเข้าพัก

ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็เดินนำไปพร้อมคีการ์ด ห้องที่จองเป็นห้องครอบครัวขนาดใหญ่ เตียงห้าฟุตสองเตียง ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำหรูหรา ด้านหน้าแบ่งโซนนั่งเล่นและครัวชัดเจน แม่กับพ่อเข้ามาถึงกับชมเปราะว่ากว้างขวางและสวยเหมือนรูปที่รีวิว ไทม์เห็นพ่อแม่ยิ้มก็ยิ้มตาม แถมเดินมาเปิดผ้าม่านฝั่งทะเลให้ชมวิวอีกด้วย

“พ่อกับแม่พักผ่อนไปก่อนนะ ไทม์ไปหาน้ำตาลก่อน เดี๋ยวตอนเย็นไปกินข้าวกัน ไทม์จองร้านไว้แล้ว”

“แล้วน้ำตาลอยู่ไหน ไกลไหม เอารถไปสิ”

พ่อพูดพร้อมกับยื่นกุญแจรถให้ไทม์ แต่เขาก็อมยิ้มแล้วปฏิเสธไป

“น้องอยู่ห่างจากนี่ไปห้าร้อยเมตรเองพ่อ ไทม์วิ่งไปหาแป๊บเดียวก็ถึง”

ไทม์เดินมาเปิดกระเป๋าของตัวเอง ก่อนแยกขนมและของเล่นที่เตรียมมาให้น้องซึ่งเขาได้เตรียมถุงใหญ่เพื่อใส่ของพวกนี้รวมกันไว้ด้วย คิดไว้แล้วว่าตอนหอบเอาของไปให้จะได้ไม่ลำบากแล้วน้องจะได้มีถุงเก็บของเล่นเป็นที่เป็นทาง

“แล้วนั่นถืออะไรไปไหน ถุงเบ้อเร่อ”

“ขนมกับของเล่นของน้ำตาลอ่ะแม่ ไทม์ซื้อมาให้น้อง อยู่นี่อีกหลายวันไม่รู้มีขนมกินหรือเปล่า”

“ตอนเย็นถ้าญาติเขาไม่ว่าอะไร พาน้องมากินข้าวกับเราก็ได้นะ”

“ไว้จะลองชวนดูนะแม่ งั้นไทม์ไปก่อนนะ”

ร่างสูงกระชับกระเป๋าผ้าขึ้นบ่า เดินออกจากห้องพักมุ่งหน้าไปยังรีสอร์ทที่น้องอยู่ซึ่งห่างจากตรงนี้ประมาณห้าร้อยเมตร ระยะห่างที่เขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะอยู่ใกล้น้ำตาลไม่เกินหนึ่งกิโลเมตรก็เป็นจริงเพราะดันมีรีสอร์ทที่พ่อกับแม่ชอบอยู่ใกล้กันพอดี ไทม์จึงไม่ลำบากในการมาหาน้องเลย นี่ใกล้กว่าที่คิดด้วยซ้ำ

เมื่อออกมาถึงหน้ารีสอร์ทก็เจอทะเลพอดี ห่างกันแค่ถนนกลั้นเท่านั้น กลิ่นเค็มของน้ำทะเลมาพร้อมกับลมปนไอแดดที่ร้อนมากจนไทม์ต้องหยีตามอง สองเท้ารีบเดินลัดเลาะริมถนนเพื่อตรงไปยังรีสอร์ทที่น้ำตาลอยู่

และแล้วก็มาถึงเสียที ไทม์เดินเข้าไปพลางมองไปรอบๆ เผื่อจะเจอคนที่อยากเจอ แต่มองไปทางไหนก็ไม่เจอน้ำตาลเลย เขาจึงตัดสินในเดินเข้าไปที่ล็อบบี้ซึ่งที่ตรงนั้นมีเพียงผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่

“อ่า ขอโทษนะครับ ใช่..พี่ลูกจันทร์ไหมครับ?”

“ใช่ค่ะ”

“เอ่อ คือผมมาหาน้องน้ำตาลน่ะครับ”

“นี่คือไทม์ใช่ไหม? เจ้าเด็กอ้วนบอกพี่ไว้แล้ว ตอนนี้ขึ้นไปเข้าห้องน้ำน่ะ นั่งรอก่อนนะ”

“ขอบคุณครับ”

                ไทม์ยกกระเป๋าผ้าลงจากบ่าแล้วนำมันวางไว้บนโซฟาข้างตัว บรรยากาศเริ่มน่าอึดอัดขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่าพี่ลูกจันทร์ลอบมองไทม์บ่อยเกินไป มองแล้วก็พิมพ์โทรศัพท์ราวกับกำลังส่งข่าว ซึ่งไทม์เองก็เข้าใจได้ว่าคงจะรายงานให้แม่ของน้องรู้ว่าไทม์มาถึงแล้ว พอรู้ว่ากำลังโดนจับตามองไทม์ก็ยิ่งนั่งเกร็ง

                ตึก ตึก ตึก

                “พี่ไทม์ค้าบบบบบบ”

                แล้วกำแพงแห่งความน่าอึดอัดก็ทลายลงเมื่อน้ำตาลวิ่งเข้ามาโผกอดไทม์ด้วยท่าทางดีใจ น้องทั้งยิ้มทั้งหัวเราะในขณะที่ไทม์ต้องรักษาอาการสุดๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเอ็นดูน้อง เขาทำเพียงเผยยิ้มเจือจางไปให้แล้วลูบหัวทุยป้อยๆ ทั้งที่ใจอยากฟัดแก้มน้องสักที

                “พี่ซื้อขนมมาให้หนูเยอะเลย”

                “ไหนครับๆๆ”

                น้ำตาลปีนขึ้นไปนั่งบนตักไทม์อย่างสนิทสนม จุดนี้ไทม์ก็ห้ามน้องไม่ทันเพราะพี่ลูกจันทร์มองเขาไม่วางตาเลย เฮ้อ ไทม์ได้แต่ตามใจน้องแล้วกางถุงผ้าเพื่อให้น้องดูขนมและของเล่น เด็กน้อยตาลุกวาว คว้าช็อคโกแลตสอดไส้แอลม่อนมาหนึ่งชิ้นโดยไม่ลืมอ้อนให้พี่ไทม์แกะให้

                “พี่ลูกจันทร์ครับ ผมซื้อขนมไทยเจ้าอร่อยแถวบ้านมาฝากด้วยครับพี่”

                “ขอบใจจ้า”

                การเข้าหาผู้ใหญ่ให้ได้มากที่สุดนับเป็นเรื่องที่ดีและไทม์ก็ควรทำ ในเมื่ออยากสนิทสนมกับลูกหลานเขา ก็ต้องซื้อใจแม่กับน้าให้ได้ไม่มากก็น้อย ไทม์หยิบขนมที่ซื้อให้พี่ลูกจันทร์ออกมาจากกระเป๋าและนำไปยื่นให้ด้วยรอยยิ้มนอบน้อม

                “พี่ไทม์ อันนี้อร่อยยยยย”

                “คิดไว้แล้วว่าหนูต้องชอบเลยซื้อมาให้”

                น้ำตาลหยิบช็อคโกแลตหลายชิ้นใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนกระโดดลงจากโซฟาแล้วเดินไปหาไทม์ มือเล็กคว้ามือเรียวหมับพลางออกแรงดึง

                “ขอบคุณค้าบบบ พี่ไทม์ใจดีที่สุดเลยยยย”

                “อยู่ที่นี่ก็เป็นเด็กดีนะครับ อย่าดื้อ ถ้ารู้ว่าเป็นเด็กดีพี่ไทม์จะซื้อขนมให้หนูกินอีกเยอะๆ เลย”

                “ครับผม ว่าแต่เราไปเล่นน้ำกันได้ยังครับ”

                ไทม์หันไปทางพี่ลูกจันทร์เชิงขออนุญาต พี่ลูกจันทร์พยักหน้าเบาๆ แล้วเดินออกมาหาหลานคนเล็ก

                “เดี๋ยวให้พี่น้อยโหน่งไปเล่นด้วยนะ เจ้าโหน่งชวนเล่นตั้งแต่น้ำตาลมาถึงวันแรกเราก็ไม่ยอมเล่น บอกแต่จะรอเล่นกับพี่ไทม์”

                ร่างสูงเจ้าของชื่อตกใจเล็กน้อยทว่าเพียงเสี้ยววินาทีก็มีความรู้สึกอื่นมาแทนที่ น้องรอเขาอย่างนั้นหรือ มาอยู่นี่ตั้งหลายวันก็ไม่ยอมเล่นน้ำทะเลเพื่อรอเล่นกับไทม์ ความดีใจคงปิดไม่มิดอีกแล้ว เมื่อไทม์เผยยิ้มกว้างจนเห็นฟัน แถมใบหน้าก็เริ่มร้อนผะผ่าวบ้างแล้วด้วย

                “แล้วพี่น้อยโหน่งอยู่ไหนอ่าค้าบบบ”

                “ขึ้นไปเปิดห้องให้ลูกค้าเดี๋ยวก็ลงมา ไทม์ พี่ฝากหลานอีกคนไปเล่นด้วยนะ”

                “ได้ครับพี่ลูกจันทร์”

                แพลนที่หวังจะได้เล่นกับน้องสองคนล่มแล้ว แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้มาเจอน้ำตาลที่นี่ ได้เอาขนมมาให้ ได้พาไปเล่นน้ำ สร้างปราสาททราย แค่นี้ก็หายคิดถึงแล้วล่ะหลังจากที่ไม่ได้คุยกันตั้งหลายวัน

                ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันต่อก็มีเด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามา คนนี้ดูโตกว่าน้ำตาลมากอยู่แต่ก็ยังดูเด็กกว่าไทม์ ร่างสูงส่งยิ้มใจดีไปให้เด็กคนนั้นจึงยกมือไหว้ตามมารยาท

                “พี่น้อยโหน่ง นี่พี่ไทม์ที่น้ำตาลเคยเล่าให้ฟังไง”

                “อ๋อออออ สวัสดีครับพี่ ผมชื่อน้อยโหน่งนะครับ อยู่ม.4 น่าจะเด็กกว่าพี่สักสามสี่ปี”

                “ไปๆ พาน้องไปเล่นน้ำ อย่ากลับเข้ามาค่ำนักล่ะ โหน่งดูแลน้องด้วยนะ ไทม์ พี่ฝากเด็กสองคนนี้หน่อยนะ แต่น้องไม่ซนมากหรอก”

                “ครับพี่”

                น้อยโหน่งยื่นมือไปหาน้องเพื่อที่จะจูงมือน้องเดินออกไปทะเลอย่างเช่นทุกวัน น้ำตาลได้เดินเล่มริมทะเลแล้ว ตื่นเต้นไปกับความกว้างใหญ่ของผืนน้ำแล้วเช่นกัน แต่ไม่เคยเข้าไปใกล้น้ำเลยเพราะอยากรอพี่ไทม์ อยากเล่นพร้อมกับพี่เพราะมันคือการเล่นทะเลครั้งแรก น้องกลัวฉลาม แต่พี่ไทม์ของน้ำตาลเก่งที่สุด หากได้เล่นน้ำกับพี่ไทม์ต่อให้เจอฉลามน้องก็จะไม่กลัว

                “พี่น้อยโหน่งไม่ต้องจูงแล้ว น้ำตาลจะไปกับพี่ไทม์”


 

______________________________

แฮชแท็กทวิตเตอร์ #ไทม์อย่าทำน้อง


 

TALK

มันเขี้ยวเจ้าเด็กจังเลยยยยยยย นุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่


 


 

ติดตามนักเขียนได้ที่

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย]

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล]

TWITTER : @SiraClazzical


 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว)


 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. #26 warisa ชีวิตลิขิตเองได้ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 15:42

    ยิ้มแก้มจะแตกแล้วมั่ยไทม์

    #26
    0