น้องคนนั้น... คนที่น่ารักๆ น่ะครับ

ตอนที่ 1 : EP.01 รอยยิ้มยามเช้า [1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    18 ก.พ. 63

EP.01

รอยยิ้มยามเช้า

[1/2]


 

ท่ามกลางรถเมล์ที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนในยามเช้า ยังมีเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งนั่งมาตั้งแต่ต้นสายที่รถเมล์โดยสาร ปลายทางคือมหาวิทยาลัยชื่อดังใจกลางเมือง เขามักจะเลือกนั่งริมหน้าต่างฝั่งซ้ายมือ เบาะที่สามนับจากประตูหน้าของรถ รถเมล์ปรับอากาศ

ที่แม้จะมีอากาศภายในรถที่เย็นกว่าอากาศด้านนอก แต่เมื่อรับผู้โดยสารมากขึ้นเรื่อยๆ เขากลับรู้สึกอึดอัดไม่น้อย ประกอบกับการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนนยิ่งทำให้เขาต้องหาอย่างอื่นมาดึงดูดความสนใจเพื่อหลีกเลี่ยงความหงุดหงิดที่เกิดขึ้น ส่วนมากเขาจะใส่หูฟังทั้งสองข้าง ฟังเพลงในเพลย์ลิสต์ที่ชอบแล้วมองออกไปยังนอกหน้าต่าง

‘ไทม์’นักศึกษาคณะการบินปีหนึ่ง ผู้ซึ่งมีความฝันอยากเป็นนักบินมาตั้งแต่เด็ก เมื่อมีโอกาสได้เล่าเรียนทางด้านนี้ไม่ว่ามหาวิทยาลัยจะไกลจากบ้านแค่ไหนเขาก็ยินดีจะไป ครั้นจะเช่าหอที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยตัวเขาก็นึกเสียดายเงินเพราะวางแผนจะเรียนบินมันต้องใช้เงินเยอะ แถมตัวเขาเคยชินกับอาหารรสมือของแม่ จะให้ไปซื้อกับข้าวที่อื่นกินทุกวันเขาก็ทำใจไม่ได้

เพราะไทม์ต้องไปมหาวิทยาลัยนั่นแหละจึงต้องนั่งรถเมล์สายนี้เพื่อเดินทาง นี่ก็เพิ่งจะเปิดเทอมได้หนึ่งสัปดาห์ ตัวเขานั้นอยู่ปีหนึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่ ถึงไม่ได้มีเรียนเช้าทุกวันแต่รุ่นพี่ก็จะนัดพบเพื่อทำกิจกรรมยามเช้า เหมือนจะฝึกให้น้องปีหนึ่งมีวินัยในการตื่นนอน การเข้าเรียน และเข้ากิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเสริมสร้างมิตรภาพต่อเพื่อนในรุ่น ที่สำคัญคงฝึกให้ตรงต่อเวลา ยิ่งฝักใฝ่สายงานนี้เรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญ

รถเมล์เคลื่อนตัวสลับกับหยุดนิ่งเป็นระยะเนื่องจากการจราจรยามเช้ามักติดขัดเพราะผู้คนออกเดินทางในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะสี่แยกไฟแดงหนึ่ง ก่อนถึงแยกประมาณห้าร้อยเมตรจะมีป้ายรถเมล์อยู่ซึ่งทำให้รถโดยสารหลายสายต้องเบี่ยงเข้าไปรับผู้โดยสาร นั่นแหละคือปัญหาที่ทำให้รถติดยาวยืด ทั้งติดไฟแดง ทั้งติดรถเมล์ที่ต่อคิวกันแย่งผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์ดังกล่าว

เมื่อรถติดบริเวณนี้ไทม์มักจะกวาดตามองผู้คนที่ป้ายรถเมล์เจ้าปัญหา เขาคอยดูว่าคนแย่งกันขึ้นรถเมล์มากน้อยแค่ไหน ลุ้นว่ารถคันหน้าจะออกเมื่อไหร่ และรถเมล์ที่เขานั่งจะจอดแช่รับคนอีกนานไหม

ทว่าเมื่อรถเมล์คันข้างหน้าออกไปจนหมด รถคันที่ไทม์นั่งจึงจอดเทียบกับป้ายรถเมล์เข้าพอดี น่าแปลกที่ป้ายรถเมล์นี้จะมีเด็กชายคนหนึ่งนั่งอยู่ทุกเช้า น้องน่าจะอยู่ประถมต้น ตัวเล็กนิดเดียว เห็นนั่งร้องไห้อยู่เป็นประจำ ไทม์เจอน้องตั้งแต่เขาเดินทางด้วยรถเมล์สายนี้ เจอทุกวัน แล้วก็ต้องมองน้องทุกวัน ราวกับเจ้าเล็กตัวเล็กนั่นดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่ป้ายรถเมล์ให้สายตาของไทม์มองเห็นแต่น้องคนเดียว

‘หืม วันนี้แม่ไม่อยู่ด้วยเหรอ?’

ไทม์ตั้งคำถามในใจทันที พลางนั่งมองเด็กน้อยตัวเล็กที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาตัวเองเงียบๆ ใบหน้ากลมมนชะเง้อมองรถราวกับกำลังรอการมาถึงอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งไทม์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าน้องจะต้องนั่งรถสายไหนหรือรอใครมารับไปเรียนหรือเปล่า เขามักจะเห็นจังหวะที่เจ้าตัวเล็กกำลังรอเสมอ ทุกวันเห็นกันผ่านๆ เพียงเท่านี้

หากวันไหนรถติดนานหน่อยก็จะได้นั่งมองน้องนานขึ้นสักเล็กน้อย นับสัปดาห์มานี้เขาเจอเด็กคนนี้ทุกวัน สองวันแรกที่เห็นยังไม่รู้สึกสนใจอะไร แต่พอวันที่สามเขาเริ่มรอคอยที่จะให้รถเมล์จอดเทียบป้ายเพื่อลอบมองน้องคนนั้นที่ไทม์เองก็ไม่เคยรู้จัก

ถามว่ามองแล้วได้อะไรน่ะเหรอ? ก็...

รอแค่จังหวะหนึ่งที่น้องคนนั้นเผอิญลากสายตามามองไทม์น่ะสิ น่าแปลกที่ต่อให้รถเมล์จะติดอยู่ตรงนั้นตั้งหลายคัน แต่เขากับเจ้าตัวเล็กมักจะมีจังหวะที่ได้สบตากันในทุกเช้าไป เมื่อวานแม่น้องอยู่ด้วยน้องเลยไม่ค่อยได้สนใจไทม์สักเท่าไหร่ มองผ่านปราดเดียวก็หันไปอ้อนแม่ต่อ แต่วันนี้ทั้งคู่กลับจ้องมองกันและกันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป

เด็กน้อยขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย มันก็น่าสงสัยอยู่ที่ตอนเช้ามักจะมีสายตาคู่หนึ่งมองเขาผ่านกระจกรถเมล์ เป็นพี่ชายหน้าตาดีคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนไทม์มองน้องที่ทำหน้าสงสัยด้วยความรู้สึกเอ็นดู เขาชมน้องว่าน่ารักในใจอยู่หลายครั้ง

ส่วนตัวอาจเป็นคนชอบเด็กอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ไหนในชีวิตที่ทำให้เขาตั้งตารอที่จะพบเจอเด็กน้อยที่ไม่รู้จัก เหมือนต้องมาคอยลุ้นทุกเช้าว่าเช้านี้น้องจะร้องไห้ไหม แม่จะมาส่งหรือเปล่า หรือวันนี้จะใช้ผ้าเช็ดหน้าสีอะไร

น้องคนนี้เป็นคนแรกที่ทำให้การเดินทางไปเรียนมีเรื่องน่าสนุกอยู่ทุกวัน สนุกที่ได้เจอ ได้สบตา ราวกับตั้งตารอให้รถเมล์มาจอดที่ป้ายนี้เร็วๆ

วันนี้เป็นครั้งแรกที่ไทม์กับน้องได้สบตากันอย่างจริงจัง แล้วการจราจรตรงนี้ดันติดเสียจนรถไม่ขยับไปไหนอยู่นาน ทำให้ไทม์กับเจ้าตัวเล็กหยุดอยู่ตรงข้ามกันพอดดิบพอดี วันนี้คงเป็นวันที่เจอกันใกล้ที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ไทม์มองน้องแล้วอมยิ้ม ก่อนจะเป่าลมจากปากใส่กระจกให้เกิดฝ้า เขาใช้ปลายนิ้ววาดรูปหน้ายิ้มไปให้น้อง ก่อนเคาะที่กระจกสองทีแล้วชี้ไปทางน้องคนนั้น

เจ้าตัวเล็กไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ เห็นมีพี่ท่าทางใจดีส่งยิ้มมาให้พร้อมกับภาพวาดขีดเขียนบนกระจกตัวเขาเลยยิ้มตอบไปอย่างไม่รู้ประสีประสา และไม่รู้จะรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองหยุดร้องไห้ตั้งแต่หันมาเจอไทม์บนรถเมล์แล้ว

ช่วงเวลาที่รถติดบริเวณนี้ราวสิบนาทีที่ไทม์ได้จ้องมองน้องคนนั้น วันนี้เหมือนจะได้สื่อสารกันมากที่สุด ทั้งส่งยิ้มให้ วาดรูปหน้ายิ้มให้ และตอนที่รถกำลังจะขับเลยป้ายรถเมล์นี้ไปไทม์ได้ยกมือบ๊ายบายน้องด้วย แต่จังหวะนั้นเองที่สายตาเขาเหลือบไปเห็นเด็กมัธยมสองคนเดินเข้าไปหาเจ้าตัวเล็ก ซึ่งทำให้น้องไม่ทันได้เห็นว่าเขาโบกมือให้เพราะต้องลากสายตาไปมองคนที่เข้ามาจู่โจมตัวเองก่อน

ไทม์เหลียวหลังมองเหตุการณ์ถึงขั้นต้องลุกจากที่นั่งแล้วชะเง้อมองไปยังกระจกด้านหลังของรถเมล์เพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ แต่เขาก็มองไม่เห็นเพราะคนในรถค่อนข้างมาก

เพียงชั่วอึดใจเดียวไทม์ตัดสินใจกดกริ่งเพื่อจะลงป้ายหน้าที่เลยแยกไฟแดงนี้ไป ทุกขณะที่รถเคลื่อนตัวก่อนจะจอดที่ป้าย ไทม์รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี พยายามชะเง้อมองไปทางป้ายรถเมล์ที่น้องคนนั้นอยู่ทั้งที่รู้ว่าจากตรงนี้มันจะมองไม่เห็นแล้ว

วินาทีที่รถจอดเทียบป้ายรถเมล์ที่เขาจะลง ประตูรถยังไม่ทันได้เปิดจนสุด ไทม์ก็ตะแคงแทรกตัวออกไปได้ก่อน เมื่อลงจากรถมาได้เขาก็วิ่งข้ามทางม้าลายตรงไฟแดงย้อนกลับมาที่ป้ายรถเมล์เดิมที่เมื่อครู่มีเจ้าตัวเล็กนั่งอยู่ เหตุการณ์ตรงหน้าเขาตอนนี้คือเด็กมัธยมกำลังค้นตัวเจ้าตัวเล็กด้วยท่าทางไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย

ด้วยประสบการณ์ที่ตั้งแต่เด็กจนโตไทม์มองปราดเดียวก็รู้ว่าน้องกำลังโดนไถเงิน เจ้าตัวเล็กมีทีท่าตื่นตระหนกมาก ดวงตากลมเริ่มมีน้ำตาคลออีกครั้ง ก่อนริมฝีปากเล็กจะเบะและส่งเสียงร้องไห้ออกมาในที่สุด

“เฮ้ย ทำไรวะน้อง!”

ไทม์เดินเข้าไปคว้าเจ้าตัวเล็กให้หลุดจากพันธนาการของเด็กมัธยมที่ในมือถือแบงค์ยี่สิบสองใบ เด็กสองคนนั้นพากันวิ่งออกไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว แต่ไทม์คงไม่วิ่งตามให้เหนื่อยเปล่าเพื่อทวงเงินสี่สิบบาทคืน แค่วิ่งย้อนกลับมาตรงนี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว

ว่าแต่...นี่เป็นครั้งแรกเลยนี่นาที่ได้เข้ามาหาน้องใกล้ขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่ฝ่ามือคู่นี้ได้สัมผัสกับผิวกายนุ่มนิ่มของน้อง


 

_____________________________________

#ไทม์อย่าทำน้อง ฝากแฮชแท็กด้วยจ้า

TALK

เริ่มเรื่องก็ได้ยิ้มกันแล้วทุกคนนนน เรื่องนี้น่ารักมากเลยน้าาา สายฟีลกู๊ดดราม่าพอกรุบกริบน่าจะชอบ เราตั้งใจเขียนมากๆ ฝากให้ทุกคนได้ติดตามกันโด้ยยย


 

ติดตามนักเขียนได้ที่

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย]

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล]

TWITTER : @SiraClazzical


 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว)


 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

120 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:19

    งื้อออออออออออออออออออ

    #4
    0
  2. #3 momomai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:44
    สนุกค่าาาา รอตอนต่อไปนะคะ
    #3
    0