╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 9 : บทเรียนที่ 9 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    22 ม.ค. 61

บทเรียนที่ 9

PRUEK TALK

            ชีวิตช่วงนี้นับว่าเป็นช่วงขาขึ้นของผมเลย  ผู้ชายวัยสามสิบห้าปีที่มีเมียเด็กแถมน่ารักที่สุดในโลก  ถึงแม้นาวาจะอายุยี่สิบขวบเต็มแล้วทว่าในสายตสาผมน้องเหมือนยังเพิ่งห้าขวบอยู่เลย  เด็กอะไรก็ไม่รู้นุ่มนิ่มน่ารักจริงๆ 

                นาวาลดฐิถิลงเยอะมากจนมันเกือบจะเป็นเหมือนเดิมอยู่แล้วล่ะ  เด็กคนนี้ทำให้ผมเปลี่ยนไปเยอะ  ภายนอกผมเป็นคนสุขุม  สุภาพและเงียบขรึมมาก  บางทีคนอื่นยังแทบจะไม่กล้าคุยกับผมเลย  จะมีใครรู้ไหมว่านาวาทำให้ผมเป็นแบบนี้แต่ก็เป็นอยู่แค่กับน้องมันล่ะนะ  กับคนอื่นผมไม่เคยง้อไม่เคยอ้อนอะไรหรอก  จำได้ว่าจีบกันทีแรกผมแทบจะไม่ง้างปากตัวเองพูดเลย  เก่งแต่พิมพ์จีบน้องมันผ่านตัวหนังสือไปวันๆ  แต่เด็กมันน่ารักอ่ะเนอะผมเลยอดพูดด้วยไม่ได้  ไปๆมาๆผมกลายเป็นคนพูดมากกับน้องมันซะงั้น

ก๊อก  ก๊อก

                ผมสะดุ้งที่ได้ยินเสียงเคาะกระจกประตูรถขณะที่จอดรอนาวาอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัย  และตอนนี้น้องมันก็มาถึงแล้ว  สภาพสะบักสะบอมพอควร 

                “แฮ่กๆๆๆ  เหนื่อยโคตร!  ออกรถเลยพี่”

                นาวาขึ้นรถมาได้ก็เอาหน้าผึ่งแอร์ทันทีตามประสาคนขี้ร้อน  เออ  เหมือนหมาเลยอ่ะ

                “นี่ทำไมสภาพนี้อ่ะครับ  หนูไปทำอะไรมา”

                “อย่าเรียกว่าหนู  ห้ามพูด”

                ผมเหลือบมองนาวาอีกครั้งที่อยู่ในสภาพที่ชายเสื้อหลุดลุ่ย  เนคไทน์ถูกปลดให้ห้อยอยู่ตรงหน้าอก  ใบหน้าหวานมีเหงื่อเกาะพราวตามไรผมแถมยังไหลลู่ลงตามสันกราม  อ่า  เซ็กซี่ฉิบ

                “อ่ะๆ  ไปทำอะไรมาทำไมถึงเหงื่อแตกแบบนี้”

                “ผมลืมว่าผมให้พี่รอหน้ามหาลัย  ทีแรกไปยืนรอหน้าตึกคณะวิศวะโน่น  นึกได้ก็รีบวิ่งมาหาเนี่ยกลัวพี่รอนาน  แบตผมก็หมดด้วย”

                น้องมันทำเหมือนเป็นคนรอบคอบนะ  ให้ผมมารอรับแต่ละวันไม่เคยซ้ำที่เพราะไม่อยากให้คนอื่นเห็นหรือจับพิรุจอะไรได้  แต่ตัวเองขี้ลืมมาก  บอกอีกที่ไปรออีกที่หลายครั้งแล้ว

                “พรุ่งนี้พี่มีบินเช้า  วาเรียนบ่ายจะนอนหอหรือนอนที่คอนโดกับพี่”

                “ก็ต้องนอนหอสิครับไม่งั้นผมจะมาเรียนยังไง”

                ไม่อยากห่างน้องมันสักวันเลยอ่ะ  คิดถึง  อยากนอนกอด  นี่ผมมีนาวาเป็นของตัวเองทั้งทีแถมยังได้นอนกอดมาสองอาทิตย์แล้วอ่ะ  พรุ่งนี้ตารางงานกลับไม่ตรงกันซะงั้น  ถ้าให้น้องมันนอนคอนโดแล้วถ้าผมกลับมาส่งไม่ทันก็ซวยแย่

                นี่ถ้าให้นอนหอคนเดียวน้องมันจะแอบไปกินเหล้ากับเพื่อนป่ะวะ  ไม่อยากให้กินเลยอ่ะ

                “งั้นพี่นอนหอวาด้วย  พรุ่งนี้เช้าก็ตื่นเช้าหน่อยแล้วไปสนามบินเลย  ชุดทำงานมีอยู่ในรถแล้ว”

                “ไหนสัญญาว่าจะไม่มาป้วนเปี้ยนที่หอผมไง  พี่พฤกจะทำผิดสัญญาเหรอครับ”

                ดูทำเสียงเข้าสิ  เสียงอ่อยเสียงอ้อนแบบนี้น่ารักมากเลยอ่ะ  ฮือ  อยากจะจอดรถแล้วกระโจนไปฟัดน้องมันซะเดี๋ยวนี้เลย  โอ้ย  ผมนี่มันหลงเมียเด็กจริงๆอ่ะ  หลงเกินไปแล้ว

                “โอเค  พี่ยอมแล้ว  แต่วันนี้ไปกินข้าวกัน  เดี๋ยวพาไปเจอเพื่อนพี่”

                “ห้ะ?  ไม่เอาพี่  ให้ผมไปสภาพแบบนี้ไม่ได้  อายเขา  แล้วเพื่อนที่ว่านี่ใครฮะ?”

                “ก็มีสามคนอ่ะ  เพื่อนที่เป็นนักบินด้วยกันคนนึง  อีกคนเป็นหมอแต่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว  วาก็เคยเจอนะไอ้หมออ่ะ  พี่เคยพาวาไปคลีนิคมันตอนวาไม่สบาย  จำได้ไหม  ตอนม.5 ไง”

                “พี่พฤกเอาจริงเหรอ  จะพาผมไปทำไม  พาผมไปส่งหอก็ได้แล้วพี่ใช้เวลาของพี่เถอะ”

                “เคยห้ามพี่ได้ไหมล่ะ?”

                และคำตอบของคำถามคือไม่  หากผมคิดจะทำอะไรแล้วผมจะทำมันให้ถึงที่สุดเลยล่ะ  และวันนี้จะพาน้องมันไปเปิดหูเปิดตาในอีกด้านหนึ่งของชีวิตผมบ้าง  สังคมที่ผมอยู่  เพื่อนที่ผมมี  เมื่อก่อนนาวาจะกลัวเพื่อนผมมาก  กลัวจะมองตัวเองไม่ดีเพราะยังเป็นเด็กมัธยมอยู่จึงไม่อยากจะเจอใครเท่าไหร่  แต่วันนี้น้องโตเป็นหนุ่มแล้วและผมก็ไม่เคยอายที่มีเมียเด็ก  แหม่  จะเรียกนาวาว่าเมียก็อายตัวเอง  ทุกวันนี้แค่จะเอามือสอดเข้าชายเสื้อยังไม่กล้าเลย  กลัวน้องมันโกรธ

                “พี่พฤกอย่าบอกคนอื่นได้ไหมว่าเราเป็นแฟนกันอ่ะ  คือตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นนั่นแหละเพียงแต่ผมไม่อยากให้พี่แสดงออกต่อหน้าคนอื่น  พี่คนมีหน้ามีตาส่วนผมแค่เด็กมหาลัย  ผมว่ามันไม่โอเคหรอก  ถ้าผมห้ามพี่ไม่ให้พาผมไปไม่ได้พี่ก็ช่วยทำเหมือนผมเป็นน้องชายคนหนึ่งได้ไหม  ไม่อยากให้ใครมองพี่ไม่ดี”

                “ทำไมวาชอบให้คนอื่นมาตัดสินเรื่องของตัวเองว่าอะไรดีอะไรไม่ดี  เราก็เป็นแบบนี้ตลอดเลย”

                น้องมันถอนหายใจเหมือนว่าหนักใจพอสมควร  เอาเถอะ  ถ้านาวาขอผมย่อมทำให้อยู่แล้ว  น้องเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไร  ชอบแคร์แต่คนอื่น  ห่วงว่าคนอื่นจะมองมายังไงแบบนี้แหละ  เมื่อก่อนสังคมของนาวาจึงมีแค่ผมกับครอบครัวแค่นั้น  เนื่องจากเพื่อนวัยเดียวกันที่เตะบอลด้วยกันมาไม่มีใครชอบผู้ชายเลยสักคน  การที่นาวาคบกับผมน้องจึงกลัวมาก  กลัวว่าตัวเองเป็นแกะดำในสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นแล้วจะโดนคนอื่นรังเกียจ  ฉะนั้นเวลาน้องอยู่กับผมจะเป็นเวลาที่น้องเป็นตัวเองที่สุด  แต่ถ้าต้องออกไปเจอคนอื่นก็จะมีความกังวลมากมายอย่างที่เห็น


LOADING [1/4]

                ต่างจากผมที่ไม่เคยแคร์คนนอกเลย  แคร์คนที่เรารักมากกว่า  อาจเพราะผมผ่านการใช้ชีวิตมามากกว่าน้อง  ความคิดความอ่านมีมากกว่า  เอาจริงๆผมเหมือนพ่อของนาวาอ่ะ  ถ้าหน้าผมไม่เด็กคงมีคนมาทักว่าเป็นพ่อลูกกันให้เสียเซลฟ์แน่  ทว่าในความเป็นพ่อของผมนั้นคือคอยพร่ำสอนแต่สิ่งดีๆให้น้อง  มีแต่ความหวังดีและความรักให้เสมอ  เพียงแต่ใจมันไม่ได้บริสุทธิ์ขนาดนั้นเพราะยังคงหวังเคลมน้องมาเป็นเมียตลอดเวลา

                “แล้วจะกลับดึกไหมล่ะครับ?”

                “ไม่หรอก  ไปไม่นาน”

                คือพวกมันบังเอิญมาทำธุระแถวนี้กันพอดีก็เลยนัดเจอกัน  ประจวบเหมาะกับการที่ผมมารับนาวาที่มหาลัยซึ่งร้านที่มันนัดกันอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากผมเลยใช้โอกาสนี้พานาวาไปด้วย  เผื่อมันจะเป็นจุดที่ทำให้นาวามั่นใจอะไรในตัวผมขึ้นมาบ้างว่าผมจริงจังนะ  กล้าพาไปหาเพื่อนนะ  และผมไม่มีความลับอะไรปิดบังไม่ว่าจะต่อหน้าและลับหลัง

 

AT RESTAURANT

            เมื่อผมจอดรถสนิทที่หน้าร้านอาหารน้องมันก็งิ่วหน้าเหมือนกลัวกับสิ่งที่กำลังจะไปเผชิญ  นี่ผมกำลังจะพาน้องก้าวข้ามความเป็นส่วนตัวของผมเข้ามาอีกก้าวแล้วนะ  ผมน่ะตื่นเต้นจริงๆ

                “พี่  เพื่อนพี่จะไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้ารู้ว่าพี่กินเด็ก”

                อ้าว  นาวาก็รู้นี่ว่ากำลังเป็นเด็กให้ผมกิน

                “โอ้ย  มันจะว่าอะไร  เรื่องวามันก็รู้มานานแล้วยิ่งตอนพี่เฮิร์ทตอนที่วาหนีพี่ไปก็มีแต่พวกมันนี่แหละอยู่กับพี่  เพียงแต่ยังไม่เคยเจอวาเฉยๆ  มีแต่ไอ้หมอเคยเจอวาซึ่งไม่รู้จำวาได้ไหม”

                “เหรอ  ผมก็นึกว่าไม่รู้  อะแฮ่ม  แต่ยังไงก็ช่างวันนี้เราไม่ได้เป็นแฟนกันนะครับอย่าลืม  วันนี้จะเป็นพี่ชายน้องชายเท่านั้นและมันคือความจริงที่เป็นอยู่”

                “ครับ  น้องชาย”

                แหม  พี่ชายน้องชายบ้าบออะไรนอนกอดกันทุกคืน  บ้าเปล่า  ปากแข็งกว่าใจตลอดเลยนะ

                ผมเดินจูงมือนาวาเดินเข้าไปในร้านด้วยสภาพที่น้องมันขัดขืนสุดขีด  นาวาคงอายที่คนมองอ่ะ  แต่มีเหรอที่ผมจะปล่อย  ประหม่าจนมือเย็นขนาดนี้ผมยิ่งอยากจะกุมเพื่อปลอบประโลมให้รู้สึกดีขึ้นต่างหาก

                “พี่พฤก  ไม่ต้องจูงฮะผมเดินเองได้”

                “จุ๊ๆ  ถึงแล้ว”

                สองเท้าหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะอาหารโต๊ะหนึ่งที่มีผู้ชายสามคนนั่งมองเราด้วยสายตายินดี  อ่อ  ผมขอโม้อะไรหน่อย  ตั้งแต่เจอนาวาครั้งนี้ด้วยความมั่นอกมั่นใจของตัวเองว่าจะง้อนาวาได้สำเร็จนั้น  ผมได้โทรไปบอกพวกมันว่าได้เมียคืนแล้วอย่างสมบูรณ์  ยิ่งเห็นเรามาด้วยกันพวกมันคงดีใจกับผมจะแย่อยู่แล้ว  หารู้ไม่ว่าผมยังตามง้อน้องมันต้อยๆอยู่เลย  ก็ไม่คิดว่าน้องมันจะง้อยากง้อเย็นขนาดนี้นี่หว่าเลยออกตัวแรงไปหน่อย

                “ไงมึง  เดินยิ้มหวานมาเลยนะ”

                ผมผนักหน้ารับคำทักทายของเพื่อนก่อนจะปล่อยมือที่กุมมือเล็กไว้แล้วผายไปด้านหน้าเพื่อแนะนำเพื่อนทีละคน

                “วา  นี่ไอ้อิฐ  ไอ้ว่าน  เป็นกัปตันแต่อยู่คนละสายการบินกับพี่  ส่วนนี่ไอ้วุฒิ  หมอที่พี่เคยพาวาไปที่คลีนิคไง”

                “อ๋อ  สวัสดีครับพี่อิฐ  พี่ว่าน  พี่วุฒิ  ผมนาวานะครับเป็นน้องชายพี่พฤกครับ”

                “น้องชายเหรอ?”

                ไอ้ว่านรีบทวนคำพูดของนาวาอย่างตกใจ  ผมพานาวานั่งเสร็จก็เดินไปนั่งเก้าอี้อีกตัวด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อยเมื่อสายตาเพื่อนสามคนส่งมากดดัน

                “ไอ้พฤก  ไหนบอกง้อสำเร็จแล้วไง”

                อ่า เขินจัง  ไม่คิดว่าสิ่งที่เคยโม้จะมาเป็นกับตัวผมเองเอาป่านนี้ 

                “ก็มันสำเร็จแน่นอนไง  กินข้าวกันดีกว่า  พวกมึงก็สั่งอะไรมาเยอะแยะเนี่ย”

                เปลี่ยนเรื่องซะเลย  ผมคอยตักอาหารใส่จานให้น้องอย่างที่เคยทำและพูดคุยกับเพื่อนไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนไม่ได้เจอกันหลายเดือน  รวมถึงฝากฝังนาวาเผื่ออนาคตน้องมันจะเป็นนักบินจะได้มีทั้งผมและเพื่อนคอยซับพอร์ตซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นน้องจะมีโอกาสที่ดีมากหากมีคนในผลักดัน

                บรรยากาศบนโต๊ะอาหารผ่านไปได้ด้วยดีเพราะไอ้เพื่อนรักของผมทั้งสามมันเป็นคนพูดสนุก  คุยตลก  ทำให้นาวาผ่อนคลายและเริ่มพูดคุยกับพวกมันอย่างเป็นกันเอง  รอยยิ้มที่น้องยิ้ม  เสียงหัวเราะที่น้องหัวเราะกับผมและเพื่อนๆมันทำให้ผมอุ่นใจยังไงก็ไม่รู้ 

                “งั้นกูขอพาวากลับก่อนนะพวกมึง  เดี๋ยวพวกมึงจะไปกินเหล้าต่อใช่ไหม?”

                “อือ  มึงไม่ไปกับกูเหรอ  พาน้องวามาด้วยดิ  โตแล้ว  กินเหล้าได้แล้วมึง”


LOADING [2/4]


                “ร้านไหนอ่ะ”

                ตัวผมก็อยากสังสรรค์กับเพื่อนนะ  ถ้าแว้บไปดื่มสักหน่อยแล้วรีบกลับพรุ่งนี้ก็น่าจะบินไหวนี่หว่า

                “พรุ่งนี้พี่พฤกบินเช้านี่ครับ  ดื่มไม่ไห้หรอก  ผมขอตัวก่อนดีกว่านะครับพี่ๆไม่อยากให้พี่พฤกกลับดึก”

                นาวายกมือไหว้เพื่อนผมทั้งสามคนแล้วคว้าข้อมือผมให้ลุกเดินตามน้องออกไป  ผมนี่หัวใจเต้นตุบตับไปหมดเลย  ทำไมรู้สึกเหมือนเมียห่วงผมวะ  นาวานี่ทำตัวเป็นเมียที่ดีจังเลย  น่ารัก  ทว่าในจังหวะที่ผมหันไปยิ้มเยาะพวกเพื่อนอย่างคนอวดเมียพวกมันก็กรอกตาบนแถมทำปากคว่ำกลับมาเช่นกัน

                ภารกิจพานาวามาเปิดหูเปิดตากับเพื่อนได้สำเร็จลงด้วยดี  พวกมันอวยผมใหญ่โตถึงเรื่องเก่าๆว่าผมน่ะพูดถึงน้องให้ฟังบ่อยแค่ไหน  ชมน้องให้ฟังอย่างนั้น  ชมน้องให้ฟังอย่างนี้  ทั้งที่ผมไม่ได้อวยน้องให้ฟังขนาดนั้นสักหน่อย  รู้ว่าพวกมันอยากช่วยผมและมันได้ผลว่ะ  นาวาดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษตั้งแต่นั่งอยู่ที่โต๊ะจนถึงตอนเดินมาขึ้นรถ 

                น้องคงเปิดใจให้ผมกว้างขึ้นอีกหน่อยแล้วล่ะ  ก็ดี  ผมว่าจะใช้จังหวะที่น้องอารมณ์ดีแบบนี้ทำอะไรบางอย่าง...

                “พี่พฤกหาอะไรอะครับ?”

                “กุญแจรถน่ะสิ  พี่ว่าพี่ลืมแน่เลย  วางไว้บนโต๊ะรึเปล่านะ  วาเดินไปดูให้พี่หน่อยสิ”

                “อ่อ  เดี๋ยวผมเดินกลับไปดูให้”

                หึๆๆ  ถ้าถามว่าทำไมทุกอย่างดูเหมาะเจาะไปหมดล่ะเหรอ  ก็มันเป็นแผนน่ะสิ  เพื่อนผมสามคนน่ะไม่ได้เกี่ยวกับแผนหรอกแต่เพื่อความแนบเนียนผมจึงเลือกวันนี้ทำเซอร์ไพรส์ให้นาวา  เด็กหนุ่มที่ผมรักที่สุด

ตึก  ตึก  ตึก

                สองเท้าผมก้าวตามนาวาไปในระยะที่ห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้น้องรู้สึกตัวก่อนจะไปหยุดรับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่ผมเตี๊ยมกับทางร้านเอาไว้  และขณะนี้โซนที่เรานั่งกินข้าวเมื่อครู่ก็ได้ถูกปิดแล้ว  ทางร้านย้ายโต๊ะลูกค้ามาไว้อีกโซนหนึ่งทันทีที่ผมลุกออกมา  เชื่อเลยว่าเพื่อนผมก็โดนย้ายเช่นกันแต่ผมฝากทางร้านบอกไปแล้วว่าผมจะทำเซอร์ไพรส์ให้นาวาซึ่งผมคิดว่าพวกมันคงเข้าใจดีและยอมให้ความร่วมมืออย่างว่าง่าย

                ผมมองร่างเล็กที่หน้าเสียกับการหากุญแจรถบนโต๊ะด้วยความตื่นเต้น  ก็โต๊ะที่เรานั่งถูกเก็บและทำความสะอาดหมดแล้ว  และกุญแจรถมันไม่มีอยู่ตรงนั้นหรอก  มันอยู่ที่ผมเอง

                “นาวา”

                หน้าหวานขมวดคิ้วหันมามองผมก่อนที่เรียวปากเล็กจะขยับพูด

                “พี่พฤกครับ  กุญแจตรงนี้ไม่มีนะ  พี่หาดีหรือยัง”

                ดอกไม้ช่อโตที่ผมซ่อนเอาไว้ด้านหลังถูกยื่นออกไปตรงหน้ายังเด็กหนุ่มที่ยืนอ้าปากค้างมองผมกับดอกไม้สลับกันไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

                “วา  เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมครับ”

                ไฟถูกปรับให้สลัวลงทำให้เห็นแสงเทียนที่ถูกจุดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ชัดเจนขึ้น  ขับให้บรรยากาศมันอบอุ่นมากขึ้นไปอีก  แสงสีทองจากเทียนสว่างวูบวาบไปทั่วบริเวณและมันกระทบใบหน้าหวานให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้นจนผมละสายตาไปจากน้องไม่ได้สักวินาที

                “ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นี่”

                นาวามองซ้ายมองขวาสำรวจสถานที่ตามประสาคนขี้ระแวง  มือเล็กรับช่อดอกไม้ของผมไปกอดไว้แนบอกอย่างน่ารัก 

                “ว่ายังไง  เราพอจะเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่า”

                “ผมขอเหตุผลที่ว่าทำไมผมต้องยอม  ขออะไรมาการันตีผมหน่อยว่าพี่จะไม่ทำผมเสียใจอีก  ถ้าพี่แค่ต้องการมีผมอยู่ในชีวิตแค่นั้นเราไม่ต้องมีสถานะผูกมัดกันก็ได้นะ  แค่พี่น้องหรือคนรู้จักก็ได้  วันหนึ่งหากใครทำเรื่องไม่ดีจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจเพราะไม่มีคำว่าแฟนคอยถ่วงใจกันไว้”

                คำถามนี้ยากจัง  ไม่รู้จะตอบยังไงเลย  ผมแม่งสร้างแผลลึกไว้ให้น้องจริงๆแหละ  แผลต่อให้มันหายแล้วมันก็ยังคงเป็นแผลเป็นไปตลอดสินะ

                ผมเดินอ้อมไปกอดนาวาจากด้านหลัง  เกยคางไว้ที่ลาดไหล่เล็กอย่างที่ชอบทำ  มือเล็กข้างหนึ่งขยับมากุมมือผมที่โอบรัดน้องอยู่ที่เอว  ส่วนมืออีกข้างก็ยกช่อดอกไม้ขึ้นมาดมอย่างสบายใจ  นี่ตกลงคำถามที่ถามผมน้องซีเรียสป่ะเนี่ย  ทำไมคำถามกับหน้าตามันสวนทางกันวะ  โอ้ย  ตามอารมณ์เด็กมันไม่ทัน

                “อ่า  พี่ไม่ได้ต้องการมีวาอยู่ในชีวิตในฐานะอื่นนอกจากคนรัก  แล้วก็พี่ไม่มีอะไรการันตีว่าจะไม่ทำให้วาเสียใจนอกจากคำสัญญา  พี่อยากให้วาเชื่อใจพี่อย่างที่เคยเชื่อ  และครั้งนี้มันจะไม่ซ้ำรอยเหมือนเมื่อสองปีก่อนแน่  หากพี่ทำวาเสียใจอีกขอให้วาทิ้งพี่ไปเลย  พี่จะไม่ยื้อไว้ให้เจ็บอีก  ครั้งนี้พี่ขอแค่โอกาสก็ได้  วายังไม่ต้องให้ใจพี่ก็ได้นะถ้าใจวาตอนนี้ยังต่อต้านพี่อยู่  พี่ก็อยากจะมีอะไรมายืนยันบ้างว่าสิ่งที่พี่ทำทุกวันนี้มันไม่สูญเปล่า  ถ้าวาให้ความเป็นเหมือนเดิมกับพี่ไม่ได้  พี่ขอโอกาสแทนได้ไหม?”


LOADIING [3/4]


                ที่พูดน่ะผมพูดจากใจจริงๆนะ  ผมรู้ว่าเคยทำผิด  ผิดมากจนไม่น่าให้อภัย  หากผมไม่รักนาวาจริงๆผมไม่มีหน้ากลับมาง้อเขาแบบนี้หรอก  ถ้าใจผมมันยังลังเลอยู่ผมจะทุ่มเทเวลาเพื่อดูแลน้องทำไมตลอดสองเดือนที่ผ่านมา  ผมจะไม่ง้อน้องมันก็ได้นะแต่ผมก็ง้อ  ทั้งที่ผมสามารถมีอนาคตกับคนอื่นที่เพียบพร้อมกว่านาวาตั้งมากมาย  สายอาชีพผมมันก็จะเจอแต่คนระดับเดียวกัน  น่าแปลกที่สุดท้ายเด็กคนนี้ก็เด่นกว่าคนอื่นเสมอ  ยังไงผมก็เลือกน้องมันว่ะ

                “แล้วถ้าผมมีทางเลือกที่ดีกว่าพี่  พี่จะปล่อยผมไปไหม?”

                จุกเลยเจอถามแบบนี้  ถ้าผมคิดจะปล่อยน้องไปผมจะเอาหัวใจตัวเองมาผูกกับนาวาไว้แบบนี้เหรอ

                “ถ้าถามพี่  พี่ไม่มีวันปล่อย  แต่ถ้าวาเลือกที่จะไปเองพี่คงไม่มีปัญญายื้อ”

                แค่นึกว่าจะเสียน้องไปใจผมมันก็หวิวแล้วล่ะ  อ้อมแขนของผมกำชับกอดให้แน่นขึ้นกว่าเก่า  ตอกย้ำว่าหากผมกอดน้องไว้แน่นพอผมก็จะไม่เสียน้องไปให้ใครทั้งนั้น

                ร่างเล็กแกะมือผมออกและหันตัวมามองหน้าผมด้วยรอยยิ้ม  ทว่าในอ้อมแขนยังคงกอดช่อดอกไม้ของผมไว้เช่นเดิม  ผมรู้ว่าน้องชอบดอกกุหลาบสีขาววันนี้เลยจัดดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่ให้เลย 

                “พี่พฤกครับ”

                ตาหวานช้อนมองผมอย่างน่าเอ็นดู

                “ครับ”

                “ผมไม่เหมือนนาวาคนก่อนนะ  ผมโตขึ้นแล้ว  หากผมรู้สึกถึงแนวโน้มที่พี่จะทำให้ผมเสียใจไม่ว่าจะเรื่องไหนผมจะพาตัวเองออกมาทันทีเพื่อปกป้องใจของผมเอง  ผมทำแบบนั้นไม่ผิดใช่ไหม?”

                “ครับ  ถ้าพี่ทำวาเสียใจอีกวาทิ้งพี่ไปได้เลย”

                “แล้วถ้าวันไหนพี่รู้สึกว่าผมยังไม่ใช่  มีคนที่ใช่มากกว่าผมขอให้พี่บอกผมตรงๆ  บอกก่อนที่จะเลือกเขาได้ไหมครับ?”

                “ครับ”

                “ถ้าผมรู้สึกว่าพี่ไม่ใช่บ้าง  ผมก็จะบอกพี่ทันที  ผมบอกพี่ตรงๆได้ใช่ไหมถ้าผมเจอคนที่ดีกว่าพี่แล้ว?”

                “อ่า  ครับ  แต่พี่ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำดีกับวามากกว่าพี่หรอก”

                “ผมให้โอกาสพี่ตั้งนานแล้วล่ะ  ขอบคุณนะครับที่ดูแลผมอย่างดี  แม้ผมจะให้ความเป็นเหมือนเดิมกับพี่ไม่ได้  แต่พี่ก็ทำทุกอย่างเหมือนเดิมอยู่แล้วนี่ครับจะมาขอทำไมอีก  ทำอย่างที่ทำอยู่มันดีแล้ว  พี่ดีทุกอย่างนะพี่พฤก  หล่อ  รวย  อบอุ่น  อ่อนโยน  ใจดี  ไม่ต้องดีไปมากกว่านี้หรอกครับ  ขอแค่พี่อย่านอกใจผมอีกก็พอ  นั่นคือข้อเสียข้อเดียวของพี่ที่ผมเจอ”

ตึกตัก  ตึกตัก  ตึกตัก

                หูผมไม่ได้ฝาดใช่ไหม?  น้องให้โอกาสผมว่ะ 

                “อ่า  ก็คือ...เราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม?”

                “ยังสิครับ  พี่ขอโอกาสผม  ไม่ได้ขอผมเป็นแฟนสักหน่อย”

                อ้าวเหรอ  ต้องขอก่อนใช่ไหม? 

                ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าน้อง  เงยหน้ามองนาวาจากมุมล่างตรงนี้ก่อนจะขอน้องมันเป็นแฟน

                “ให้โอกาสแล้วก็ให้ฐานะพี่ด้วยสิ  พี่ว่ามันเป็นของคู่กันนะ”

                “พูดใหม่ครับ  ขอชัดๆกว่านี้”

                ห่าเอ้ย  เขินโว้ย  โดนเด็กมันแกล้งซะเสียแก่เลย  ผมจะไม่เขินเท่านี้หากสายตาไม่เหลือบไปเห็นไอ้เพื่อนเวรสามตัวเกาะกระจกแอบมองเราอยู่จากความมืดตรงมุมนั้น  แหม  พวกมันน่ะผมเห็นแค่เงาก็จำได้แล้ว  ทำไมเพื่อนต้องมาเห็นผมในสภาพนั่งคุกเข่าต่อหน้านาวาด้วยนะ  เสียลุคหมด

                “เป็นแฟนกันนะ”

                ขอเป็นแฟนครั้งที่สองทำไมมันยากกว่าครั้งแรกขนาดนี้เนี่ย  โอ้ย  เขินไม่ไหวแล้ว

                “อะไรนะครับ  พูดเบาจัง”

                หน็อย  แสบนักนะนาวา  กำลังแกล้งผมอยู่ใช่ไหม?  สายตาผมเหลือบไปมองเพื่อนผมสามคนมันยืนหัวเราะอยู่ตรงนั้นก็ยิ่งอดสูตัวเอง  อยากลุกขึ้นยืนแล้วก็อยากได้วาเป็นแฟนแล้วอ่ะ  ตอบตกลงสักทีเถอะ  ฮือออ

หมับ

                ผมโถมตัวเข้าหาน้องพร้อมทั้งกอดขานาวาเอาไว้  ใบหน้าแนบกับหัวเข่าก่อนจะเอ่ยคำขออีกครั้ง

                “วา  เป็นแฟนกับพี่เถอะนะครับ  นะ  นะๆๆๆ  พี่ขอร้อง”

                ขอร้องตอบรับเถอะ  ให้ผมลุกขึ้นเถอะ  อายเพื่อนก็อาย  เขินก็เขิน

                “อ่า  ครับๆ  เป็นก็เป็น  ลุกขึ้นได้แล้วฮะผมได้ยินพี่พูดตั้งแต่ครั้งแรกแล้วเถอะ”

                เพียงได้ยินคำนี้ผมก็ใจชื้น  หยัดตัวลุกขึ้นยืนตรงพร้อมกับหันหน้าเข้าผนังห้อง  สองมือยกขึ้นปิดหน้าตัวเองที่มันร้อนผ่าวไม่หยุด  ตอนนี้ผมหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่  มันดีใจอ่ะ  แล้วก็ตลกตัวเองด้วยที่ยอมทำอะไรแบบนี้ในที่สาธารณะ  แม้จะปิดโซนแล้วก็เถอะแต่มันก็อยู่ในสายตาเพื่อนผมอยู่ดี

                “พี่พฤกเป็นไรอ่ะ”

                นาวาขมวดคิ้วมองผมอย่างสงสัย  ว่าผมมายืนปิดหน้าหัวเราะกับผนังทำไมตอนนี้  เวลานี้ควรจะจูบกันอย่างดูดดื่มเหมือนหนังรักทั่วไปไม่ใช่หรือไง  ฮือออ  ขอโทษ  พี่เขินจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว


LOADING [4/4]

ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์

 #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย

(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1329 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 22:21
    .......เป็นงง555555 เขินเป็นด้วยอะลุง
    #1,329
    0
  2. #1255 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 08:59
    โอ้ยนาวาจะไหวมั้ยนะ
    #1,255
    0
  3. #1147 moon97969 (@moon97969) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 16:13
    โอ้ยยยหน้าหนาแบบพี่เขินเป็นด้วย
    #1,147
    0
  4. #1066 Kaka1m (@Kaka1m) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 20:19
    เป็นแฟนกันแล้ว ปิดหน้าเขินไปอีกพระเอกเรา5555
    #1,066
    0
  5. #1018 Patsakorn2541 (@Patsakorn2541) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:05
    ขำมาดกกกก
    #1,018
    0
  6. #796 Secrecy me of you (@warunyalove1234) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 16:56
    พระเอกโคตรน่ารำคาญ ทำไมต้องยอมง่ายๆคือแบบ อะไรๆก็ยอมหมด
    #796
    0
  7. #772 MomoLoveKk (@momolovekk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 00:38
    5555+ อิพี่เขินแรง
    #772
    0
  8. #770 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 22:37
    พี่พฤกน่ารักจังค่ะ

    เอาใชช่วยนะคะ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพี่เค้ารักนาวามากพอที่จะหยุดทุอย่างเพื่อน้องมั้ย
    #770
    0
  9. #761 X'man Fang (@fm-eh) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 12:35
    มุมิขั้นสุดดดดด
    #761
    0
  10. #760 l-Nona (@l-Nona) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 11:56
    น่ารักกกก
    #760
    0
  11. #759 stomlider (@stomlider) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 11:52
    สนุกมากค่า ชอบๆพี่พฤก
    #759
    0
  12. #757 Angzaa (@Angzaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 08:29
    โอ๊ยเขินนน
    #757
    0
  13. #756 parkchanyeol__ (@parkchanyeol__) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 23:44
    ฮรือ เด็กนี้มันร้ายนะคะหัวหน้า ทำตาพี่เขินแล้วยังจะแกล้งไม่เลิกอีก ฮรืออออ //ปิดหน้า
    #756
    0
  14. #755 bl41987 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 22:23
    โอ้ยยยย เขินนนนน ตัวม้วน
    #755
    0
  15. #754 jibbubu (@jibbubu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 19:27
    น้องให้โอกาสแล้วก็อย่าทำให้น้องเสียใจอีกล่ะ
    #754
    0
  16. #753 Bluebae (@Bluebae) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 18:21
    น่ารักกกกกกก
    #753
    0
  17. #752 paarat (@paarat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 17:45
    เขิลตัวบิด
    #752
    0
  18. #751 I'm in love (@exofankai123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 17:18
    อย่าทำให้เสียใจอีกนะ
    #751
    0
  19. #750 DooMzdOomZ_F1202 (@mikoto-kun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 17:09
    แก่แล้วก้เขินได้นะพี่ 555
    #750
    0
  20. #749 Double-B (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 16:34
    น้องให้โอกาสแล้วนะ ถ้าพฤกทำน้องเสียใจอีกจะตามไปทุบให้ช้ำเลย
    #749
    0
  21. #747 oonnyppjaejoong (@oonnyppjaejoong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 16:24
    มาต่อเร็วๆเด้อเขินนนนนนแทนน้องงง
    #747
    0
  22. #746 Pam_106 (@Pam_106) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 15:40
    โอ้ยยย ไรท์รีบมาต่อน้าาา
    #746
    0
  23. #745 kalamae_10 (@kalamae_10) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:19
    เขินแทนวุ้ยยย
    #745
    0
  24. #741 MomoLoveKk (@momolovekk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 00:53
    งื้ออออ โอกาสครั้งสุดท้ายนะพี่พฤก...ถ้าทำวาเสียใจคงไม่มีวันเจอนาวาอีกแล้วนะ..แล้วเราก็ไม่อยากให้มาม่าเลย 555+
    #741
    0
  25. #740 fvtxhvh_wxxz (@fvtxhvh_wxxz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 00:21
    งืออออ ไรท์ขาาา รีบมาต่อนะคะ อยากรู้คำตอบของนาวาแล้วว
    #740
    0