╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 6 : บทเรียนที่ 6 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    6 ม.ค. 61

บทเรียนที่ 6

NAVA  TALK

            วันนี้เป็นอีกวันที่ผมกลัวใจพี่พฤกเขาเหลือเกิน  คือเมื่อคืนน่ะไอ้บีมมันบอกว่ามันเห็นพี่พฤกอยู่ในรถคันที่ผมเพิ่งลงมา  มันเลยถามว่าผมไปไหนกับพี่พฤกมาเหรอ?  แล้วผมจะยอมรับทำไมล่ะ  เลยปฎิเสธไปว่าไม่ใช่  นั่นพี่ชายผมที่เป็นญาติห่างๆกันมาหา  ประเด็นคือเรื่องมันจะไม่มีอะไรเลยถ้าไอ้บีมไม่จำป้ายทะเบียนรถได้ด้วยอ่ะนะ  แต่อย่างว่ามันเป็นป้ายทะเบียนประมูลมาอ่ะ  เลขสวยใครก็จำได้เพราะผมเลือกเองด้วยเลยคิดว่าคนอื่นก็คงจำได้ง่ายเหมือนผม 

                ทีนี้ผมเลยต้องโทรไปหาพี่พฤกตั้งแต่เมื่อคืนว่าขอให้เอารถคันอื่นมาสอนได้ไหมวันนี้  กลัวว่าพวกเพื่อนผมจะพากันมานั่งเฝ้ารถพี่พฤก  แล้วมันก็พากันมาเฝ้าอย่างที่ผมคิดจริงๆนั่นแหละ  คำตอบที่ผมได้จากพี่พฤกคือรถเอามาใช้ที่คอนโดเป็นประจำก็คันนี้คันเดียว  ไม่งั้นต้องกลับไปเอารถอีกคันที่บ้าน  ซึ่งบ้านพี่พฤกอยู่อ่างทอง  ซึ่งมันค่อนข้างไกล  และผมไม่รู้ว่าเขาจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไง

                ถ้าพี่พฤกขับบีเอ็มสีขาวคันเดิมมา  ผมตายแน่...

                เนี่ยเมื่อเช้าโทรไปก็ไม่รับสายผม  ตอนเที่ยงก็ด้วย  คือผมจะถามว่าเรื่องรถเป็นยังไงบ้าง  จนป่านนี้กำลังจะเรียนวิชาของเขาแล้วผมยังไม่รู้อะไรเลย  ได้แต่มานั่งใจสั่นอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนหลังตึกกับเพื่อนๆเพื่อรอให้พี่พฤกขับรถมา  แล้วก็ลุ้นเอาเองว่าผมจะพ้นข้อกล่าวหาที่เป็นความจริงนี้หรือไม่

                “เดี๋ยวกูมานะ  เข้าห้องน้ำก่อน”

                เมื่อเวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกที  ผมก็นั่งแทบไม่ติดโต๊ะ  จึงต้องเดินมาเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะโทรหาพี่พฤกอีกครั้ง  คือเข้าใจไหมว่าถ้าความแตกขึ้นมามันไม่ใช่เรื่องเล็ก  อาจารย์กับลูกศิษย์ไปไหนมาไหนด้วยกันมันควรเหรอ?  ไหนจะความแตกเรื่องเคยคบกันมาก่อนอีกอ่ะ  แล้วเพื่อนคงตกใจมากที่ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย  โอ้ย  แค่คิดก็แก้ตัวไม่ทันแล้ว 

ตู๊ดดดดด  ตู๊ดดดด

                [ว่าไงครับแฟน]

                “โถ่พี่  กว่าจะรับสายได้  ตกลงเอารถคันไหนมาครับ”

                [พี่ขับรถไปแลกกับพ่อมา  นี่เพิ่งออกจากสนามบินมาเอง  แต่ขึ้นทางด่วนไปแป๊ปเดียวก็ถึง  อาจไปช้าสักสิบห้านาทีนะ]

                “เฮ้อ  โล่งอก”

                [ก็เพื่อวาพี่ก็ต้องทำ  พี่ทำเพื่อวาได้ทุกอย่างขนาดนี้เมื่อไหร่จะรับรักพี่สักทีล่ะครับ  หืม?]

                วกเข้าเรื่องนี้อีกแล้ว  ผมล่ะยอมเขาเลย  อะไรก็โยงเข้าเรื่องตัวเองได้หมด

                “งั้นแค่นี้ก่อนนะครับ  ขับรถดีๆ  สวัสดีครับ”

                ตอนนี้ได้รู้คำตอบที่ผมอยากรู้แล้ว  แค่นี้ก็โล่งอกจนไม่รู้จะโล่งยังไง  จู่ๆรอยยิ้มที่มันหายไปครึ่งวันก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้า  จริงๆพี่พฤกนี่ก็ดีนะ  เขาจะไม่ลำบากไปเปลี่ยนรถก็ได้แต่เขาก็ไปเพราะผมขอร้อง  เฮ้อ...ถ้าไม่ติดว่าพี่เขาเคยทำผมเจ็บปวดมาก่อนป่านนี้ผมต้องใจอ่อนไปหมดแล้วแน่ๆ

                ผมเดินผิวปากกลับมาหาเพื่อนอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษ  ทิ้งตัวนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อนที่เดิมแล้ว  ในเมื่อพวกมันสงสัยและอยากรู้กันนักก็เอาเล้ยยย  ยังไงคราวนี้ผมก็รอดตายแล้ว

                “ทำไมอาจารย์ยังไม่มาอีกวะ  ปกติมาก่อนจะสอนอีก”

                “เอางี้  มาพนันกันดีกว่า  ถ้ารถที่อาจารย์ขับมาไม่ใช่รถพี่กูที่มึงเจอ  มึงเลี้ยงอะไรกูไอ้บีม”

                “จิ๊  กูก็ไม่ได้มั่นใจว่าเป็นเขา  แค่เห็นแว้บนึงแล้วมันใช่อาจารย์จริงๆเลยอยากรู้  กูเห็นเขาชอบมาอะไรกับมึงบ่อยๆในห้องเรียนอ่ะ  นึกว่ามีซัมติง”

                อ่า  งี้มันก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วดิ่  ก่อนหน้านี้ยังเถียงผมคอเป็นเอ็นอยู่เลยว่าใช่พี่พฤกแน่ๆ

                “เขาคงไม่ชอบขี้หน้ากูล่ะมั้ง  มาสอนวันแรกกูก็หลับใส่เขาจำไม่ได้เหรอ  เลยชอบหาเรื่องกูเฉยๆไม่มีอะไรหรอก”

                “พวกมึงก็คิดอะไรกัน  ไอ้วามันชอบผู้หญิง  แล้วถึงมันจะมีแฟนเป็นผู้ชายจริงมันก็ไม่เอาแฟนแก่แบบนั้นหรอก  อาจารย์พฤกนี่น่าจะอายุสามสิบกว่า  ไม่น่าใช่สเปคมัน”

                ขอบคุณไอ้ก็อตมากที่แก้ต่างให้ผม  แต่ดันแก้ต่างความจริงนี่สิ  ทำไม  มีแฟนแก่แล้วมันยังไง  คนแก่น่ะอบอุ่นจะตายพวกมึงจะไปรู้อะไร  เขามีประสบการณ์แน่น  ไม่ต้องเริ่มอะไรใหม่ๆ  แถมมีเงินเปย์ไม่อั้นอีกต่างหาก  แต่ต้องเจอคนดีนะ  อย่างพี่พฤกนี่แหละคือผู้ชายมีอายุที่อบอุ่น  เห้ย  นี่ผมไม่ได้ชมนะ  ก็แค่พูดรวมๆ  เอาความรู้สึกในอดีตมาพูดเพราะปัจจุบันผมไม่ได้ลุ่มหลงอะไรพี่เขาขนาดนั้นหรอก


LOADING 30 %


                “แต่กูยังไม่เห็นไอ้วามันจะเคยมีแฟนเลยนะ  มีสาวมาจีบกี่คนก็ไม่เห็นมันจะสนใจใคร”

                “พวกมึงเลิกสงสัยอะไรในตัวกูเถอะ  ห่า  ดูโน่น  อาจารย์พวกมึงลงรถมาโน่นแล้ว  แหกตาดูสิใช่รถคันนั้นหรือเปล่า  เหอะๆ”

                “เข้!!  กูตาฝาดไปเองเหรอวะ  ไม่ใช่จริงด้วยอ่ะ  แต่วันนั้นกูเห็นจริงๆนะเว้ย”

                ในที่สุดพี่พฤกก็มาถึงด้วยรถคันที่เขาบอกว่าเป็นของพ่อเขา  ทีนี้ไอ้บีมถึงกับเหวอไปเลยแหะ

                “กูบอกแล้ว  คิดว่ากูจะมีอะไรกับอาจารย์ตัวเองเหรอ  บ้าแล้ว  ป่ะๆ  ขึ้นห้องกันเถอะมึง”

                แล้วพวกผมก็แห่กันขึ้นห้องเรียน  ความสงสัยของเพื่อนๆในกลุ่มได้ทลายหายไปหมดแล้ว  ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกแม้แต่ตัวไอ้บีมเองที่ก็เอ่ยปากขอโทษผมที่เข้าใจผิด  ซึ่งผมไม่ติดใจเอาความอะไรหรอก  แค่รอดตายคราวนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว 

                เรานั่งกันประจำที่คือโต๊ะหลังห้องกับเก้าอี้สี่ตัวครบแก๊งค์จตุรเทพ  จนกระทั่งอาจารย์หนุ่มประจำวิชาเดินเข้าห้องมาด้วยสภาพที่หล่อเหมือนเดิม  สาวๆโต๊ะข้างหน้าก็กรี๊ดเหมือนเดิม

                เหอะ  ดูภายนอกว่าหล่อแล้ว  ภายในหล่อกว่าเยอะ  พวกเธอไม่รู้หรอก!!

ตึก  ตึก  ตึก

                แล้วจู่ๆพี่พฤกก็เดินตรงดิ่งมาทางผมหลังจากกล่าวขอโทษทุกคนที่มาช้า 

                “อ่ะ  นี่ของหนู”

                พี่พฤกถือแก้วน้ำชาเขียวมาวางไว้ที่โต๊ะของผม  คือผมชอบอะไรที่เป็นชาเขียวน่ะ

                ดะ  เดี๋ยว!!  เขาเรียกผมว่าอะไรนะ?!!  หนูเหรอ?

                ผมมองแก้วน้ำบนโต๊ะสลับกับสายตาเพื่อนๆระแวกนั้นอย่างทำอะไรไม่ถูก  อย่าว่าคนอื่นได้ยินจะตกใจเลย  ผมก็ตกใจเหมือนกัน  เมื่อก่อนพี่พฤกเรียกผมว่าหนูบ้างตอนคบกัน  แต่ผมไม่ได้ยินใครเรียกแบบนี้มานานมากแล้ว  ไม่คิดว่าพี่เขาจะเรียกผมแบบนั้นอีก  ที่สำคัญคือมันต่อหน้าคนอื่น!!

                “ทำไมอาจารย์เรียกแกแบบนั้นวะวา”

                ส้ม  เพื่อนในห้องที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมถึงกับเอี้ยวตัวมาถาม             

                “ก็เรียกไอ้หนู  แปลกตรงไหนวะแก”

                “ไม่  เขาบอกว่า อ่ะ  นี่ของหนูเราได้ยิน”

                “ไม่ใช่  เขาบอกว่าไอ้หนูเว้ย  เหมือนพวกคนแก่เรียกเด็กอะไรแบบนั้นอ่ะส้ม  พอดีเราสั่งน้ำร้านป้าไว้แล้วเราลืม  ป้าเลยฝากอาจารย์มามั้ง  คงรู้ว่าสอนห้องเรา  ก็อาจารย์เขาสอนแค่ห้องเราห้องเดียวนี่”       

                “อ๋อออออ  เออ  ตกใจหมด  นึกว่าแกไปเป็นยัยหนูของอาจารย์พฤกซะแล้ว  แต่ใครได้เป็นยัยหนูจริงๆคงโชคดีมากเลยเนอะแก  ได้แฟนเป็นทั้งอาจารย์เป็นทั้งกัปตัน  แถมยังโคตรหล่อ”

                “อือ  ก็คงงั้นมั้ง”

                ฟู่ววว  ตั้งแต่มีพี่พฤกคอยวนเวียนในชีวิตตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา  ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองโกหกคนรอบข้างไปกี่ครั้งแล้ว  ทุกๆเรื่องที่เกี่ยวกับเขาผมต้องโกหกคนอื่นอยู่ตลอด  ไม่ว่าจะคอยเบี้ยวนัดเพื่อนไปกินเหล้าบ่อยๆ  บอกมีธุระสารพัดทั้งที่ความจริงคือพี่พฤกไม่ยอมให้ผมไป  โอ้ย  หลายเรื่องหลายราวเลยแหละที่ผมต้องโกหก  ไม่ชอบเลยว่ะ  มันเป็นแค่การเอาตัวรอดไปเป็นครั้งคราว  ผมก็เหนื่อยนะบอกตรงๆ  บางทีพี่เขาก็ทำอะไรตามใจตัวเองมากเกินไป  ทำตอนอยู่ด้วยกันสองคนก็ยังดีกว่าทำต่อหน้าคนอื่นไหมล่ะ

                บอกไม่ถูกอ่ะ  ใจลึกๆก็ไม่อยากให้คนอื่นมารู้  ผมว่ามันน่าอึดอัดแค่ไหนเวลาต้องตกเป็นเป้าสายตาคนอื่น  ซึ่งพี่พฤกเขาไม่แคร์จุดนี้แต่ผมแคร์ไง  พี่พฤกสอนเสร็จก็กลับบ้านไม่ต้องมารับรู้อะไร  แต่ผมต้องอยู่กับสังคมเดิมๆ  กับคนเดิมๆแทบทุกวัน  ความรู้สึกมันต่างกันนะ

                ผมนั่งฟังเขาสอนไปเรื่อยๆ  หยิบแก้วน้ำชาเขียวมาดูดเรื่อยๆจนหมด  เนื้อหาวันนี้ค่อนข้างหนักพอสมควร  ยากอ่ะ  ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเลย  ทำให้ตอนเบรคแทบจะทุกคนกรูกันออกไปข้างนอกหมดเพื่อพักสมอง  เหลือแต่พวกผมสี่คนที่ฟุบโต๊ะงีบกันเป็นแถบ 

                ขณะที่ผมกำลังเก็บของบนโต๊ะและจะงีบตามเพื่อนไปนั้น  จู่ๆพี่พฤกก็เดินมาคว้าแก้วน้ำที่ผมดื่มหมดแล้วไว้ในมือ  ก่อนจะใช้กระดาษทิชชู่เช็ดไอน้ำที่ละลายบนโต๊ะแล้วเอาแก้วของผมไปทิ้งให้โดยเขาไม่พูดอะไรสักคำ  เพียงแต่ส่งยิ้มหวานอย่างที่ชอบทำมาให้เท่านั้น  ให้ตายเถอะมีคนเห็นป่ะวะ 

กึก

                ไอ้นิค...

                ร่างผมชาวาบไปทั้งตัวเมื่อเหลือบตามามองเห็นไอ้นิคมันลืมตามองผมอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว  งี้มันก็เห็นหมดดิ่ว่าอาจารย์เดินมาเก็บขยะที่โต๊ะลูกศิษย์ไปทิ้งให้  เชื่อเถอะว่าไม่มีใครเขาทำกันยกเว้นพี่พฤกนี่แหละ

                “เอ่อ  คือ...”

                ผมหาข้อแก้ตัวไม่ถูกเลยเว้ย  ครั้งนี้จนมุมจริงๆ


LOADING 50 %


คร่อกกกก

                เอ๋?  เสียงกรนนี่  ผมค่อยๆเงี่ยหูฟังและปรากฎว่าเป็นเสียงกรนของไอ้นิคมัน  อ่อ  นี่คือมึงหลับตาไม่สนิทใช่ไหมเวลาหลับ?  โอ้ย  ตกอกตกใจหมด  นึกว่าจะมีใครมาเห็นช็อตเด็ดซะแล้ว

                “นาวา  มาช่วยดูพาวเวอร์พ็อยให้ผมหน่อย  เมื่อกี้ผมไปกดอะไรไม่รู้”

                เสียงนุ่มตะโกนเรียกผมจากหน้าห้อง  และเพื่อไม่ให้มีพิรุธผมก็ต้องจำใจเดินออกไปหา  หน้าหล่อหันมายิ้มหวานให้ผมอีกแล้ว  ไอ้ยิ้มแบบนี้แหละที่ผมกลัวเพราะมันต้องมีอะไรแน่ๆ

                “ไหนครับอาจารย์”

                “นั่งสิ”

                เขาลากเก้าอี้อีกตัวมาให้ผมนั่งข้างเขา  เบื้องหน้าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ถอดสายโปรเจคเตอร์ออกแล้ว  แต่ที่ผมเห็นหน้าจอไม่ได้เปิดพาวเวอร์พ็อยอะไรอยู่เลย  เขาเปิดเว็บนาฬิกายี่ห้อหนึ่งขึ้นมาต่างหาก

                “อะไรอะฮะ?”

                “พี่เห็นนาฬิกาเราเก่าแล้ว  จะซื้อให้ใหม่  เลือกสิ  เอาที่ชอบเลย”

                “ชู่ววว  พูดเบาๆสิครับ”

                ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้  เรียวแขนยาววางพาดอยู่ที่พนักเก้าอี้ของผม  ว่าแต่พี่เขาจะซื้อนาฬิกาให้ผมทำไม?

                “ไม่ชอบอันไหนเลยเหรอ?”

                “เปล่า  ผมแค่ไม่อยากได้”

                “ไม่เอาตอนนี้ก็ไม่มีเงินซื้อนะ  แม่ไม่ได้ให้แล้วนี่”

                เจ็บตรงนี้แหละ  พ่อแม่ผมคิดจะหักดิบผมด้วยวิธีเอาลูกชายวางใส่พานให้พี่พฤกด้วยเหตุผลว่าให้ผมลองเปิดใจดูก่อน  ถ้าพี่พฤกไม่ดีจริงพ่อกับแม่จะจัดการเอง  เนี่ย  ดูอย่างเงินที่ผมใช้อยู่ทุกวันก็เงินพี่เขาโอนเข้าบัญชีไว้ให้  ผมว่ามันเกินไปสำหรับสถานะที่เป็นอยู่ยังไงก็ไม่รู้  เมื่อก่อนผมใช้เงินพี่เขาก็จริงแต่นั่นเพราะพี่พฤกอยากให้ผมมีเงินเก็บจึงเก็บเงินส่วนที่บ้านให้  สุดท้ายเงินที่ผมเก็บก็เอามาซื้อของขวัญให้เขาหมดนั่นแหละ  ยังไงมันก็ต่างจากครั้งนี้ไง  ที่บ้านผมเขาไม่ให้ผมสักบาทเพื่อยัดเยียดลูกชายสุดน่ารักอย่างผมให้เป็นเมียพี่พฤกเนี่ย

                “เอาเรือนนี้ก็ได้ครับ”

                “พี่ว่าสายเหล็กสวยกว่า  ลองเลือกอีกทีสิ”

แหมะ

            มือใหญ่วางแหมะลงบนตนขาผม  มันเป็นขณะเดียวกันกับที่คนเริ่มทยอยเข้ามาในห้องแล้วทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นการกระทำของพี่พฤกเพราะมันอยู่ใต้โต๊ะ  แต่เอ่อ  คนอื่นไม่เห็นแต่ผมเห็นไง  ผมคว้ามือพี่เขาออกไปแต่ความดื้อของเขาก็พามือตัวเองมาวางแหมะไว้ที่เดิมอยู่ดี

                “งั้นเอาเรือนนี้”

                “เลือกใหม่”

                จะอะไรกับผมนักหนาเนี่ย...

                เขาลูบไล้ต้นขาผมขึ้นลง  แล้วมันเริ่มลูบสูงขึ้น  สูงขึ้น  เกือบถึงเป้ากางเกงผมแล้วด้วย

                “งั้นเอาที่พี่ชอบ  พี่เลือกเลยฮะ”

                ผมรีบพูดแล้วลุกขึ้นทันทีก่อนที่มือเขาจะทำอะไรจาบจ้วงมากกว่านี้

                “เลิกเรียนรอด้วย  เดี๋ยวพาไปกินข้าว”

                “เอ่อ..อือ  ไปก็ไป”

                ทำไงได้ล่ะ  ปฎิเสธไปก็ไม่เป็นผลอะไรอยู่ดี  เขาก็ทำแบบนี้มาเป็นเดือนแล้วนี่  ก็แค่ไปกินข้าวเหมือนทุกครั้ง  คอยหลอกเพื่อนว่าต้องไปทำธุระแล้วไปแอบในห้องน้ำรอคนอื่นกลับ  จากนั้นค่อยขึ้นรถพี่พฤกไปไหนต่อไหน  บางวันพี่เขาก็ทำเป็นใช้ให้ผมช่วยถือของ  นั่นจะดีหน่อยเพราะไม่ต้องแอบหลบซ่อน  กว่าพี่เขาจะทำทุกอย่างเสร็จเพื่อนคนอื่นก็กลับหมดแล้ว  ไม่มีใครมาเห็น

                คิดไปคิดมา  หนึ่งเดือนที่ผมเสียไปผมได้อะไรเนี่ย  ได้แต่การรู้สึกผิดที่ต้องคอยหลอกลวงคนอื่นงั้นเหรอ  ไอ้ความสัมพันธ์ที่มันต้องเป็นความลับแบบนี้มันจะเวิร์คจริงๆเหรอ? 

                ไม่รู้แล้วว่ะ  สับสนไปหมด  มันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ยังไงในเมื่อสถานะของเรามันไม่เหมือนเดิมแล้ว  เขาไม่ใช่แค่แฟนเก่าที่ไม่มีใครรู้จัก  แต่นี่พี่พฤกเป็นอาจารย์ที่คนทั้งห้องรู้จัก  คนรอบตัวผมรู้จัก  ซึ่งเป็นการยากต่อความสัมพันธ์ในแบบที่พี่เขาต้องการให้เป็น

                “เห้ย  อาจารย์เขามีน้องชายด้วยเหรอ  พวกแกรู้ปะ?”

                จู่ๆยัยส้มคนเดิมก็หันจอมือถือมาที่พวกผม  ซึ่งมันเปิดหน้าอินสตราแกรมของพี่พฤกมาให้ดู  เพียงเสี้ยวหนึ่งที่ผมเปรยตามองก็ทำเอาเสียวสันหลังวูบจนต้องหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูเอง

                “ไม่รู้เหมือนกันว่ะ  นี่ไม่ได้มีไอจีอาจารย์เขา  ว่าแต่ชื่อไรวะเอามาฟอลหน่อย”

                เพื่อนผมสามคนรุมอ่านชื่อไอจีจากมือถือของส้มแล้วฟอลกันใหญ่  ส่วนผมน่ะเหรอ  นั่งหน้าชาอยู่กับที่เลย  ก็รูปที่พี่พฤกลงล่าสุดเป็นรูปเขาถ่ายตัวเองแต่ติดผมอยู่ด้วยด้านหลังน่ะ  ผมยืนหันหลังมองไปยังทะเลอยู่  นี่คงแอบถ่ายตอนเราอยู่บ้านริมทะเลกันโดยที่ผมไม่รู้เรื่องเลย  ทำไมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเขาวะ  คือตั้งใจถ่ายให้ติดผม  ตั้งใจลงรูปนี้ให้คนอื่นเห็น 

                แล้วแคปชั่นคือ Dream comes true. Love you babe. ตามมาด้วยอิโมจิหัวใจฟรุ้งฟริ้ง


LOADING 80 %


ตึกตัก  ตึกตัก

                หยุดเลยนะไอ้หัวใจ  ห้ามเต้นแรง  จะมาเขินอายในเรื่องแบบนี้ไมได้  พี่เขาเปิดเผยแบบนี้คนไม่ยิ่งสงสัยเหรอ?  ผมย้อนดูรูปเก่าๆปรากฎว่ามีหลายรูปที่ถ่ายติดผม  แม้จะแค่เงา  แค่มือ  แต่ตัวผมดูก็รู้ว่านั่นมันผมอ่ะ  รูปทะเลที่เพิ่งลงก็เห็นผมไม่ชัดหรอก  ซึ่งจะยังไงก็ช่างเขาไม่น่าจะลงรูปแบบนี้พร้อมแคปชั่นหวานๆปะ 

                “วา  นาฬิการูปนี้เหมือนของมึงเป๊ะเลยว่ะ”

                ไอ้ก็อตยื่นมือถือมาให้ผมพร้อมเปิดรูปในไอจีพี่พฤกรูปนึงขึ้นมา  โอ้ยเชี่ย  ใช่  มือผมเอง  เมื่อกี้เลื่อนผ่านมาก็คิดว่าถ่ายติดแค่มือ  ลืมนึกไปว่าที่มือก็มีนาฬิกาไง

                “นาฬิกาอย่างกูใครก็ใส่ได้ป่ะวะ  มึงยังใส่เหมือนกูเลย  ซื้อคู่กับกูแค่คนละสี  ทำไม  คิดว่าเป็นกูอีกสิ??”

                ใจผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว  ผมกลัวจังเลย  กลัวคนอื่นจะสงสัยผม  นี่ให้ผมทายไหมว่าพี่พฤกจะซื้อนาฬิกาให้ผมทำไม  ก็เพราะเขาคิดไว้อยู่แล้วน่ะสิว่าวันหนึ่งคนต้องสงสัยแบบนี้เลยจะเปลี่ยนให้  ทุกๆอย่างเขาวางแผนไว้หมดแล้วสินะ  ทำแบบนี้เท่ากับบีบบังคับผมทุกทางให้ผมยอมเขา  ซึ่งสร้างความเครียดให้ผมมากขึ้นไปอีก

                “มึงมองยังไงเป็นมือไอ้วาวะ  นี่มือผู้หญิงชัดๆ  ขาวๆเรียวๆเนี่ย  บ้าบอ  เลิกว่ามันเถอะเดี๋ยวแม่งก็งอนหรอก”

                ไอ้นิคพูดแก้ต่างให้อีกแล้ว  แล้วก็เป็นความจริงอีกแล้ว  ไอ้มือขาวๆเรียวๆที่มึงว่าน่ะมือกูเองเพื่อน!! 

                พี่พฤกจะสร้างปัญหาให้ผมไม่จบไม่สิ้นเลยใช่ไหม  จบปัญหาเรื่องรถ  มาเจอเรื่องรูปนี่อีก...

                “เราขอดูมือแกหน่อยดิวา”

                เพื่อนผู้หญิงอีกสี่ห้าคนหันขวับมาเพื่อขอดูมือผม  เอ่อ  ถ้าดูก็รู้ว่าใช่แล้วล่ะ 

                “ข้างหลังคุยอะไรกันครับ?  นาวา  คุณชวนเพื่อนคุยอะไร  งั้นวันนี้เลิกเรียนได้  แต่คุณมาช่วยผมถือของด้วยแล้วกัน  ชวนเพื่อนคุยดีนักก็ต้องทำโทษกันบ้างล่ะ  ทุกคนกลับบ้านได้ครับ”

                ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ผมรู้สึกอยากจะพุ่งเข้าไปหาพี่พฤกซะเดี๋ยวนี้  พี่เขาคงเห็นผมหน้าเสียมากเลยเรียกผมเอาไว้ก่อน  ก็อย่างว่า  เล่นหันมารุมถามผมกันขนาดนั้นผมจะเอาที่ไหนมาตอบล่ะในเมื่อความจริงมันอยู่ในรูปหมดแล้ว  ต้องขอบคุณความเอาใจใส่ของพี่เขาที่คอยสังเกตผมตลอดและช่วยผมได้ทัน  ทั้งๆที่เนื้อหาวันนี้ยังไม่จบดีเลยด้วยซ้ำไป

                “พี่  รูปในไอจีหมายความว่าไง”

                นี่คือคำถามแรกที่ผมจะถามเมื่อคนทยอยออกจากห้องไปหมดแล้ว  สองมือช่วยเขาเก็บนั่นเก็บนี่บนโต๊ะไปเรื่อยจนเกือบเสร็จจึงตัดสินใจถามออกไป  โดยที่ผมรู้คำตอบอยู่แก่ใจว่าพี่พฤกน่ะทำทุกอย่างเพราะจงใจชัดๆ

                “รูปไอจีพี่เหรอ?  ทำไมล่ะ?”

                “ก็มันถ่ายติดผม  เพื่อนพากันสงสัยใหญ่แล้ว  มีรูปนึงเห็นนาฬิกาด้วย  ถึงว่าพี่จะซื้อให้ใหม่”

                “ใครจะคิดไงก็ช่างสิ  ไอจีพี่  อยากลงอะไรก็เรื่องของพี่  ก็แค่ลงเห็นวานิดๆหน่อยๆเอง  พี่ก็อยากจะมีโมเมนท์ถ่ายรุปคู่กับแฟนลงโซเชียลบ้างไม่ได้เหรอ?”

                “พี่ไม่กลัวคนอื่นรู้เหรอ?”

                “ไม่กลัว  กลัววาไม่รักมากกว่า”

                นั่นไง  วกมาเรื่องรักไม่รักนี่อีกแล้ว  พี่พฤกนี่มันโคตรพ่อโคตรแม่ต้นแบบความเจ้าเล่ห์เลยว่ะ

                “แล้ววันนี้เรียกผมว่าหนูทำไม?  มีคนได้ยินนะฮะ”

                “พี่เรียกงั้นเหรอ?  ไม่เห็นรู้ตัวเลย  ชินปากมั้ง  เมื่อก่อนก็เรียกแบบนั้น  หรือหนูไม่ชอบ?”

                “ก็หนูไม่ชอบ  เอ้ย  ผมไม่ชอบไง  โอ้ย  ไม่คุยด้วยแล้ว”

                “นี่แค่เริ่มนะวา  พี่ยังเปิดเผยได้มากกว่านี้อีก  ยิ่งวาต่อต้านพี่ยิ่งรุก”

                หงิดหงิดจนปากสั่นพูดผิดพูดถูกเลย  ผมหยิบกุญแจรถของเขามาไว้กับตัวแล้วเดินไปยังรถทันทีโดยไม่รอหรือพูดคุยอะไรกับพี่พฤกต่ออีก  ไม่ว่าผมจะพูดอะไรกับเขาพี่พฤกก็เอาแต่ยิ้มหวานใส่  แล้วก็วกเข้าเรื่องตัวเองได้ตลอด  งี้แสดงว่าที่เขาทำทุกอย่างแบบเปิดเผยเพราะอยากให้คนรู้เรื่องของเรา  เพื่อบีบบังคับให้ผมจำยอมรับรักเขางั้นสิ

                โถ่โว้ยยยย  ทำไมต้องมีคนเจ้าแผนแถมเจ้าเล่ห์อย่างพี่พฤกมาขอคืนดีด้วยวะ  ทำไมต้องเป็นผู้ชายคนนี้ที่ผมไม่เคยจะต่อสู้ชนะ  เขาเข้ามาปั่นป่วนทั้งชีวิตและหัวใจผมอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย  เอาความอ่อนโยนแบบที่ตัวเขาเป็นและผมเคยคลั่งไคล้มันเข้าสู้ให้ผมใจอ่อน  แม่งเอ้ย  ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้วเนี่ย  จะกลับไปก็ลำบากใจกลัวโดนหลอกอีก  จะเดินหน้าต่อพี่พฤกก็ไม่ยอมปล่อยผมไปสักที  โอ้ย  อยากหนีไปให้ไกลๆซะเลยจะได้จบๆ!!


UPLOAD 100 %

ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์

 #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย

 
(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1327 Spices_smile (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:34
    พฤกเห็นเเก่ตัวอะ เป็นคนพูดเองว่าถ้าคนรู้เรื่องน้องจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน เเล้วทำไมถึงทำเเบบนี้ เ-้ยอะ เ-้ยมาก
    #1,327
    0
  2. #1252 Miki_milky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 23:31
    นาวาใกล้จะใจอ่อนแล้วใช่ไหมเนี้ย
    #1,252
    0
  3. #1063 Kaka1m (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 17:04
    วายังรักอยู่นั่นแหละ ไม่งั้นร่องรอยจะมีได้ยังไง ถึงแม้ว่าจะเป็นแผนของพฤกสัก 80% ก็เถอะ5555 มีลงรูปคู่กันไปอีก ในห้องก็เปิดเผยมาก ถึงจะบอกว่าไปเปลี้ยนรถบ้าง ซื้อนาฬิกาบ้าง การลงทุนมีความเสี่ยงนะพฤกกก
    #1,063
    0
  4. #1048 NisachonJamjan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:43
    ขอเลิกอ่าน ล่ะค่ะ เรื่องอื่น ไรท์ แต่งสนุกมากค่ะ แต่เรื่อง นี้ไม่ไหว จริง ๆๆค่ะ ยิ่ง อ่าน ยิ่ง รู้สึก รำคาญ ตัวละคร มากขึ้น ทุกอย่าง มันไม่มีความสมเหตุสมผล ยิ่งอ่าน ยิ่ง หงุดหงิด ยิ่ง รำคาญ ยิ่ง น่าเบื่อมากกกกกกกกก ค่ะ ขอเลิกอ่าน นะค่ะ ไว้ไรท์ เขียนเรื่องใหม่เราจะไปตามอ่านนะค่ะ สู้สู้ค่ะ
    #1,048
    0
  5. #913 Ma man. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:20
    เป็นเรื่องแรกที่ไม่คิดจะเชียร์พระเอกเลยแม้แต่นิดเดียว
    #913
    0
  6. #734 KanitthaTaluang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:54
    มันอึดอัดแล้วก็หงุดหงิดแทนวามากกกก
    #734
    0
  7. #635 MomoLoveKk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 16:08
    ชอบเวลาอิพี่เรียกวาว่าหนูอ่ะ 55+ รำคาญที่พี่มันรุกหนัก แต่ก็ฟินอยู่ดี
    #635
    0
  8. #634 jibbubu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:06
    ให้น้องมันได้หายใจบ้างอิพี่
    #634
    0
  9. #633 Meaw chan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:59
    ยังรุกหนัก ทำให้น้องหนักใจได้อีก ลุ้นๆๆ
    #633
    0
  10. #632 096560 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:52
    พี่มันรุกอีกแร้วววววว
    #632
    0
  11. #631 oonnyppjaejoong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:38
    ลำไยพี่มันรุกหนักมากกกก
    #631
    0
  12. #630 Kibibiza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:30
    ทำไมอ่ะ มองในมุมคนขอคนรักกลับคืนก็ต้องทำงี้ล่ะ
    #630
    0
  13. #629 jibbubu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 15:39
    อึดอัด และหงุดหงิดแทนวามากกว่าที่จะดีใจ เล่นประกาศตัวแบบนี้ยิ่งอึดอัด 
    เหมือนแบบวายิ่งอยากปิดมากเท่าใดอิพี่มันก็ยิ่งแสดงออกมากเท่านั้น
    โดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมาเลยว่านาวาจะอยู่ยังไงถ้าอิพี่มันเลิกสอนไปแล้วอ่ะ
    มันจะต้องมีทั้งคนที่ยินดีด้วยและไม่เห็นด้วยกับการคบกันแบบนี้แน่ๆ แล้วน้องวาจะอยู่ยังไงล่ะ
    #629
    0
  14. #612 Kibibiza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 21:29
    เราเริ่มหวั่นไหวแล้วนะ คนพี่ก็ตามอกตามใจเหลือเกิน

    แถมมีการอยากโชว์คนของตัวเองไปอีก...น่ารักจัง
    #612
    0
  15. #611 Double-B (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 23:32
    ชอบแสดงตัวให้คนอื่ีนรู้ น้องอึดอัดเข้าใจไหมพฤก หงุดหงิดแทนวา
    #611
    0
  16. #610 twins01 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:18
    เหนื่อยแทนวาที่ต้องโกหก แต่คิดอีกแบบให้พี่พฤกรอก่อนน สอนเสร็จแล้วค่อยตามจีบ 🙇😅
    #610
    0
  17. #609 Kibibiza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:03
    โอ้ยพระเจ้า!!! เลิดแก้ตัวเถอะลูก มันเยอะจนจำเรื่องที่โกหกเพื่อนๆเค้าไปไม่ได้เเล้ว
    #609
    0
  18. #608 hitgate3389 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 16:58
    รอนะคะ tvt
    #608
    0
  19. #607 Faikam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 11:05
    พี่พฤกทำอะไร น้องนาวาถึงได้โกรธจริงจัง
    #607
    0
  20. #606 มิรา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 09:17
    เบื่อพี่พฤกนะคะ

    #606
    0
  21. #605 kēki (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 23:03
    รอคร้าาา  เป็นอยากที่ให้เป็นด้วยย  เพื่อานาวาเห็นดีงามมากกก ตอนต่อไปนี้เพื่อนนาวาต้องตามติดชีวิตเลยนะจะได้รู้  อยากให้รู้อ่าาา
    #605
    0
  22. #604 kēki (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 23:03
    รอคร้าาา  เป็นอยากที่ให้เป็นด้วยย  เพื่อานาวาเห็นดีงามมากกก ตอนต่อไปนี้เพื่อนนาวาต้องตามติดชีวิตเลยนะจะได้รู้  อยากให้รู้อ่าาา
    #604
    0
  23. #603 -Airplane- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 22:05
    ก็ไม่ค่อยจะลุ่มหลงหลอก5555
    #603
    0
  24. #601 Kibibiza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 21:55
    ไม่ได้ลถ่มหลงเลยจ๊ะ เราจะพยายามเชื่อนะนาวา
    #601
    0
  25. #600 Id ค่ะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 21:42
    ติดตามทุกตอนนะ
    #600
    0