╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 5 : บทเรียนที่ 5 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    4 ม.ค. 61

บทเรียนที่ 5

PRUEK TALK

            เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ผมแฮปปี้มากเลยนะที่ได้อยู่กับน้องแบบนี้  การได้พูดคุยหรือพาน้องออกไปข้างนอกคือความสุขของผมเลย  นาวาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน  ชอบอ้อนให้ผมพาไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ  หมายถึงเมื่อก่อนน่ะนะ  แต่เดี๋ยวนี้น้องไม่ค่อยไปไหน  ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง  กว่าผมจะลากไปไหนมาไหนด้วยได้นี่เรียกว่าต้องบังคับกันเลยทีเดียว

                ทีแรกคิดว่านาวาจะใจอ่อนไวกว่านี้ซะอีก  นาวาที่ผมรู้จักเมื่อก่อนเป็นเพียงเด็กผู้ชายหวานๆคนหนึ่งที่ไม่ว่าจะอะไรก็จะยอมผมไปซะทุกอย่าง  เป็นเด็กที่นุ่มนิ่มน่ากอดและน่าฟัดตลอดเวลา  แต่เดี๋ยวนี้น้องใจแข็งกับผมมาก  นี่ผมเทียวง้อมาเป็นเดือนน้องยังทำหน้าซังกะตายใส่ผมอยู่เลย

                เอาจริงผมไม่เข้าใจเลยว่านาวาจะแคร์คนอื่นอะไรนักหนา  ผมรู้นะว่าน้องไม่มีทางลืมผมหรอก  รู้ด้วยว่าใจลึกๆก็รักผมอยู่  ผมเคยขึ้นไปที่ห้องของนาวาแล้วใช้จังหวะที่น้องออกไปซื้อของค้นห้อง  ค้นทุกลิ้นชักและผมก็เจอกล่องที่น้องเก็บรูปคู่ของเราไปทุกรูปที่เคยถ่าย  ในตู้ก็ยังมีกล่องใบใหญ่ใส่ของขวัญที่ผมเคยซื้อให้รวมอยู่ในนั้น  ขนาดเสื้อคู่ที่เรามีกันคนละตัวน้องยังแขวนไว้ในตู้อย่างดี  ถามหน่อย  ถ้าไม่รักกันแล้วจะเอาของพวกนี้เก็บมาไว้กับตัวทำไม  เลิกกันไปสองปีแล้วนะเว้ย  น้องจะทิ้งก็ได้แต่น้องก็ไม่ทิ้ง  ยังขนมาไว้ที่หอให้เหนื่อยทำไม  ถูกไหม  เมื่อก่อนนาวาอยู่บ้านนะ  ยังอุตส่าห์เอาของทุกอย่างมาหอด้วย

                เอาแต่พูดว่ากลัวคนอื่นเห็น  ไม่อยากให้คนรู้  เป็นแฟนกับผมมันน่าอายมากเลยเหรอ? 

ปั้ง

                “รีบไปดิพี่  เดี๋ยวคนก็มาเห็นหรอก”

                นาวาขึ้นมาบนรถแล้วก็สั่งผมให้ออกรถทันที  คือวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมบังคับให้น้องไปเที่ยวด้วย  ก็มันเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์พอดีไง  น้องหยุดหลายวัน  ผมเองก็โทรไปลาป่วยเรียบร้อยแล้ว  ยอมหยุดงานเพื่อพานาวาไปเที่ยวเลยนะ  แต่...ไม่ได้บอกนาวาหรอกว่าเรากำลังจะไปค้างคืนกัน  ผมหลอกน้องว่าจะพาไปกินข้าวเฉยๆ

                “แล้วนี่ใส่หมวกใส่แว่นทำไม?”

                “ผมกลัวคนเห็นนี่ฮะ  ถ้าไม่อยากให้ผมพรางตัวพี่ก็เลิกมาหาผมที่นี่สักทีสิ”

                “ห้ามมากี่ครั้งแล้ววาเคยห้ามพี่ได้ไหมล่ะ?”

                “ก็ไม่เคยได้น่ะสิครับ  แล้ววันนี้จะพาผมไปไหนอีก  ไม่ต้องพาไปร้านหรูๆเลยนะ  ไม่ได้เตรียมตัวมา”

                นาวาที่มันน่ารักจริงๆ  ปากแข็งใจอ่อน  ต้องดื้อด้านให้ถึงที่สุดก่อนแล้วค่อยยอมทีหลัง  ดูคนที่บอกว่าไม่ได้เตรียมตัวมาเถอะ  แต่งตัวจัดเต็มมากประหนึ่งจะไปนั่งกินข้าวบนตึกใบหยก  ผมก็เซ็ตมาเป็นทรง  น้ำหอมก็พรมจนฟุ้ง  นี่น่ะเหรอคนไม่ได้เตรียมตัว

                เอ๊ะ  หรือน้องมันจะเริ่มมีใจ...

                “วันนี้ไม่บอกว่าจะพาไปไหน  เอาไว้ถึงแล้วจะรู้เอง”

                “พี่ก็แบบนี้ทุกทีแหละ  บังคับผมให้ทำนั่นทำนี่ได้ทุกวัน  ดูไม่ออกเหรอว่าผมเบื่อ”

                โถ่  สรรหาคำมาทิ่มแทงใจผมอีกแล้ว  ทำไมผมจะดูไม่ออก  ผมรู้สึกกับทุกสีหน้า  คำพูดและการกระทำของน้องนั่นแหละ  แต่ผมถอยไม่ได้  ใจผมอยู่ที่นาวาไปหมดแล้ว  ในเมื่อโลกอุตส่าห์เหวี่ยงให้เรามาเจอกันอีกครั้งเรื่องอะไรผมจะยอมแพ้ง่ายๆ  ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่พอไม่ได้ดั่งใจก็ล้มเลิกอะไรง่ายๆ  ผมอายุสามสิบห้าแล้วนะ  บอกแล้วว่าคราวนี้ผมเอาจริง

                เอาวะ  ถ้าเปรียบเทียบวันนี้ที่เป็นอยู่กับก่อนหน้านี้ที่เราเจอกันแรกๆ  ดูน้องจะอ่อนข้อให้ผมบ้างแล้วล่ะ

                “หลับไปเลยก็ได้นะ  คงอีกนานกว่าจะถึง”

                “นี่พี่จะพาผมไปกินข้าวถึงไหนครับ”

                “ไม่บอก”

                ไม่นานหลังจากที่ผมพูดนาวาก็หลับไปจริงๆ  น้องนั่งรถนานๆไม่ได้หรอก  หลับตลอดไม่รู้เป็นอะไร  เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้แหละ  ผมว่าทุกอย่างระหว่างเรามันเหมือนเดิมหมดนะยกเว้นสถานะ  ตอนนี้ใจของนาวาคิดยังไงผมไม่รู้เลย  อืม  มีอีกอย่างที่ไม่เหมือนเมื่อก่อนคือการปฎิบัติตัวของน้อง  จริงที่ว่าน้องเป็นคนถือเนื้อถือตัวมาก  แต่ไม่เคยถือตัวกับผม  ทว่าตอนนี้ไม่ใช่  ลำพังจะจู่โจมเข้าไปหอมหรือจูบยังยากเลย  เฮ้อ...อยากจูบจะตายอยู่แล้วเนี่ย

                ทีเมื่อก่อนเรายังต้องจูบกันก่อนนอนทุกคืน  เดี๋ยวนี้ทำยากแล้ว  แต่ก็ไม่ใช่ว่าอนาคตผมจะทำไม่ได้สักหน่อย  ถ้าผมได้ใจน้องอีกครั้งล่ะก็  อย่าว่าแต่จูบเลย  มากกว่าจูบมีเหรอที่ผมจะไม่ได้  หึ  แค่คิดก็เสียวซ่านไปหมดแล้วครับ


UPLOAD 30 %


                ถ้าสองปีก่อนผมไม่ทำนิสัยเลวๆให้น้องเสียใจ  ป่านนี้ผมคงมีความสุขอยู่กับคนที่ผมรักและเขาก็รักผมมากจนไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยายเลยล่ะ  มันผิดที่ผมเอง  ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกผิดนะ  ผมเสียใจมากแต่ทำอะไรไม่ได้เลย  นาวาหนีผมไปแบบที่ผมตามไม่เจอ  แม้กระทั่งจะติดต่อไปหาแม่ยังทำไม่ได้  นาวาบล็อกผมทุกทาง  หลังจากนั้นผมก็เป็นห่วงน้องอยู่นานเพราะเด็กอย่างนาวาถูกที่บ้านเลี้ยงดูมาแบบตามใจ  ค่อนข้างลูกคุณหนู  ที่พ่อทำงานอยู่ต่างประเทศ  แม่เป็นเจ้าของธุรกิจ  เลี้ยงลูกด้วยเงินน่ะเอาง่ายๆ  พอมีผม  ผมก็เข้ามาดูแลนาวาทุกอย่างจนทุกคนในครอบครัวน้องรับรู้ความสัมพันธ์และวางใจให้ผมดูแล 

                น้องมันเหมือนกับแก้วบางๆที่ผมต้องคอยถนอมและใส่ใจอยู่ตลอดเวลา  และวันหนึ่งผมก็ทำแก้วใบนี้ร้าว  พอร้าวแล้วมันก็เป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีก  แม้กระทั่งตอนนี้ความเป็นเหมือนเดิมมันก็ยังมีความไม่เหมือนเดิม  อย่างที่ผมบอกว่าอยู่ที่ใจของนาวาแล้วล่ะ  ถ้าผมได้ใจน้องมา  ผมเชื่อว่าความรักที่ผมมีให้จะช่วยรักษารอยร้าวนั้นได้แน่นอน

                ต่อให้ต้องตามง้อน้องมันอีกห้าปี  สิบปี  ผมก็ทำได้นะ  ถึงจะแลกมาด้วยการบังคับแบบที่น้องไม่เต็มใจก็เถอะ  แค่นี้ผมก็โอเคในระดับหนึ่งแล้วล่ะ  ดีกว่าไม่มีโอกาสได้ทำอะไรไถ่โทษน้องเลยตลอดชีวิต 

                “หิวแล้วอ่ะพี่พฤก”

                ในขณะที่ผมขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านพักตากอากาศริมทะเลของครอบครัวผมที่อยู่อีกไม่ไกล  เสียงเล็กติดงัวเงียของเด็กชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น  ใบหน้าเพิ่งตื่นนอน  ท่าทางบิดขี้เกียจ  และน้ำเสียงค่อนข้างแหบพร่าของนาวา  ผมไม่ได้เห็นมานานแค่ไหนแล้วนะ  วันนี้ยังดูน่ารักเหมือนเดิมเลย

                “จะถึงแล้ว  ดูสิจำได้ไหมว่าพี่จะพาเราไปไหน”

                นาวาขยี้ตาก่อนจะเพ่งมองไปยังเบื้องหน้า  หันซ้ายหันขวาสังเกตการณ์ใหญ่เลย

                “คุ้นๆ”

                เมื่อก่อนเรามาที่นี่บ่อยมาก  เพราะน้องชอบทะเล  มาแทบจะทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้  บางครั้งหลังเลิกเรียนวันศุกร์ก็พามาเลยแล้วจะกลับอีกทีเช้ามืดของวันจันทร์เพื่อส่งนาวาไปโรงเรียนตอนเช้า  ที่นี่เหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของเราถ้าไม่นับคอนโดผมที่เป็นรังรักของผมกับน้อง  หรือบ้านแม่ของน้องที่กรุงเทพซึ่งไม่มีใครอยู่เลย  ก็บ้านริมทะเลนี่แหละที่มาบ่อยสุด

                “ที่ที่พี่จัดงานวันเกิดให้วาครั้งแรก”

                “บ้านริมทะเลเหรอฮะ?”

                นาวาเงียบไป  ใบหน้าที่เมื่อครู่เหมือนจะดีใจได้สลดลงจนผมใจเสีย  ผมไม่รู้เลยว่าน้องมันคิดอะไรอยู่ถึงได้ทำหน้าแบบนั้น  อาจจะคิดถึงเรื่องเก่าๆอยู่ล่ะมั้ง

                เมื่อขับรถมาจอดเทียบหน้าบ้านผมก็ลงไปเปิดประตูให้น้องเข้ามา  น่าแปลกที่เมื่อนาวาเดินเข้ามาในบ้านสิ่งแรกที่เขาวิ่งไปดูคือตู้เสื้อผ้าและห้องนอนชั้นบน  ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องรีบร้อนที่จะดูขนาดนั้นจนกระทั่งผมสังเกตุเห็นน้องเดินก้มหน้าเข้าห้องน้ำไปด้วยท่าทางแปลกๆเลยเดินย้อนกลับมาดูว่าที่ห้องนอนมันมีอะไร

                และแล้วผมก็ได้รู้...

                ที่นี่ยังมีของของนาวาทุกอย่าง  ผ้าปูที่นอนลายที่น้องชอบ  ผ้านวม  ตุ๊กตา  หมอน  นาวาเป็นคนซื้อมันมาเอง  ไหนจะรูปคู่ของเราที่ตั้งอยู่ข้างเตียงอีก  นี่ยังไม่รวมพวกของเล่นที่นาวาอ้อนให้ผมซื้อให้เพื่อมาตั้งโชว์ในตู้กระจกนะ

                ส่วนในตู้เสื้อผ้ายังมีเสื้อผ้าของผมกับนาวาแขวนไว้คู่กัน  มีชุดนักเรียนของน้อง  รวมถึงถุงเท้านักเรียน  มีชุดนอนคู่ของเรา  ทุกๆอย่างที่สองปีก่อนเราได้ใช้ตอนนี้มันยังวางอยู่ที่เดิมทั้งหมด

                เพราะบ้านหลังนี้ผมมาครั้งสุดท้ายก็มากับน้อง  ไม่ได้กลับมาสองปี  กลับมาคราวนี้ก็มากับนาวาเหมือนเดิม  สายตากวาดมองไปรอบๆมันยังรู้สึกถึงความทรงจำเก่าๆระหว่างเราวนเวียนอยู่ในนี้  ทำไมผมรู้สึกเจ็บปวดจังเลยวะ  ไม่รู้สิ  บอกไม่ถูกเหมือนกัน  ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดจะมาที่นี่เลยเพราะไม่มีนาวามาด้วย  ผมกลัวเหงา  กลัวตัวเองอยู่คนเดียวไม่ได้  ที่นี่เราเคยมาด้วยกัน  ขาดคนหนึ่งไปมันก็ไม่เหมือนเดิม

แกร๊ก

                เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้นผมจึงหันไปมองร่างเล็กที่เดินก้มหน้าตรงดิ่งมาทางผม

                “พี่ยังเก็บทุกอย่างไว้หมดเลยเหรอครับ  พี่เก็บของผมไว้ทำไม”

                มือเล็กที่ถือแปรงสีฟันไดโดเสาร์สีเขียวยื่นมาตรงหน้าผมสั่นเครือ  สั่นพอๆกับเสียงของน้องมัน

                “ไม่ได้เก็บแค่แปรงสีฟันสักหน่อย  ทุกอย่างที่เป็นของวาพี่ไม่เคยทิ้งเลยนะ”


LOADING 50 %


                ผมค่อยๆเดินเข้าไปหานาวาอย่างเชื่องช้า  สองมือยื่นไปประคองใบหน้าหวานให้ช้อนมองตรงมาที่ผม  ดวงตาสวยแดงเล็กน้อยเหมือนคนเพิ่งร้องไห้มา 

                “พี่จะเก็บทุกอย่างไว้ทำไม  ทิ้งๆไปเถอะ”

                “นี่วาร้องไห้เหรอ?  ร้องทำไม  ไม่ต้องร้อง”

                “ผมไม่ได้ร้อง  แต่แค่รู้สึกแปลกๆที่รู้ว่าพี่เก็บของผมไว้  คือเราเลิกกันมาสองปีแล้วนะพี่”

                “พี่รู้ว่าวาก็เก็บทุกอย่างของพี่ไว้เหมือนกัน  หรือพี่พูดไม่จริง?”

                น้องหลบตาผมและเงียบไปสักพักก่อนจะพูดปรดออกมา

                “ผมทิ้งไปหมดแล้ว  จะเก็บไว้ให้รกทำซากอะไร”

                หึ  นี่น่ะนาวาตัวจริงเสียงจริงเลย  ปากแข็งใจอ่อน  แล้วก็โกหกไม่เนียนมาก

                “ถ้ารักกันอยู่ก็แสดงออกให้พี่เห็นบ้างเถอะ  อย่าเก็บไว้แบบนี้  คิดอะไรอยู่  อะไรทำให้วารักพี่ไม่ได้บอกพี่มา  พี่จะแก้ไขให้วาทุกอย่างเลย”

                “....”

                นาวาเผยอปากเหมือนจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ไม่พูดสักที  ผมเลยใช้จังหวะเหมาะนี้โน้มหน้าลงไปประกบจูบริมฝีปากอิ่มอย่างที่นาวาไม่ทันได้ตั้งตัว  มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นทั้งทุบทั้งทีที่หน้าอกผม  ออกแรงผลักยังไงผมก็ไม่ขยับเขยื้อนออกห่างสักองศาเดียว  ยิ่งนาวาผลักไสผมมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งบดจูบให้แรงมากขึ้นเท่านั้น

                เอาสิ  ยิ่งผลักผมก็ยิ่งจูบ  ถ้ายังต่อต้านผมอยู่คราวนี้มีได้อุ้มขึ้นเตียงไปฟัดล่ะ  ได้เสร็จสมอารมณ์หมายกันแน่ๆเพราะที่นี่ไม่มีใครช่วยอะไรนาวาได้  ร้องให้ตายยังไงก็ทำได้เพียงครางร้องอยู่ใต้ร่างผมเท่านั้นแหละ

                เมื่อนาวาเริ่มต่อต้านผมน้อยลงจึงตัดสินใจสอดเรียวลิ้นเข้าไปสัมผัสความนิ่มภายในโพรงปากอย่างเนิบนาบ  ดื่มด่ำความหวานเฉพาะตัวเป็นจังหวะ  ความอ่อนโยนที่ผมมอบให้คงทำให้ร่างเล็กแทบหมดแรง  มือที่เมื่อครู่ถือแปรงสีฟันไดโนเสาร์แน่นตอนนี้มันได้หลุดร่วงลงพื้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ

                ลิ้นเล็กเริ่มตอบสนองเมื่อผมสัมผัสได้ถึงการตวัดไปมาตอบโต้เรียวลิ้นของผม  แม้จะดูผิดจังหวะไปหน่อยแต่อาจเป็นเพราะนาวาไม่ได้จูบกับใครมานานก็เป็นได้  เมื่อก่อนไม่อยากจะอวดว่านาวาจูบเก่งมากนะ

เฮือก

                “ไม่ได้  ห้ามจูบกัน  มันไม่ถูกต้อง”

                กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มจู่ๆน้องมันก็สะดุ้งเฮือกแล้วผละตัวเองออก  ขัดใจผมจริงๆ  จะมามีสติสำนึกผิดถูกอะไรตอนนี้  การจูบกับผมเนี่ยถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

                “จูบแฟนผิดตรงไหน?”

                “จูบกับแฟนน่ะไม่ผิด  แต่จูบกับแฟนเก่าน่ะผิดครับ” 

                เจ็บ  ไอ้คำว่าแฟนเก่าเนี่ย  ฟังกี่ทีก็เจ็บ...

                “เมื่อกี้ก็เคลิ้มตามพี่ไม่ใช่เหรอ  แสดงว่าวาก็โอเคน่ะสิ  ใช่ปะ?”

                “ผมก็แค่เคลิ้ม  เหมือนโดนแมวเลียหน้าอะไรแบบนั้นอ่ะฮะ  ช่างเถอะ  ผมหิวข้าวแล้วอ่ะ”

                “จะกินอะไรล่ะ”

                “ผมชอบอะไรล่ะ  หรือพี่ไม่รู้?”

                “หึๆ  นั่งตากแอร์รอเลย  เดี๋ยวพี่จัดการให้”

                ร่างเล็กเดินลงไปยังชั้นล่างก่อนจะทิ้งตัวนั่งไขว่ห้างบนโซฟาและเปิดทีวีดู  ส่วนผมน่ะเหรอ  กำลังเดินไปสั่งอาหารร้านประจำที่เราเคยกิน  ผมรู้ว่านาวาชอบกินอะไรบ้าง  เมื่อก่อนมากี่ทีก็จะสั่ง  กุ้งเผา  ปลาหมึกย่าง  ปูผัดผงกะหรี่  หอยเชลล์ย่างเนย  ข้าวผัดปู  นี่เมนูหนึ่งมื้อของเรานะ  ถ้าเป็นอาหารทะเลาะน้องมันกินเยอะมากจริงๆ  แล้วผมเป็นคนประเภทขี้เอาใจซะด้วยเลยจัดให้ทุกอย่าง  เวลานั่งมองแก้มย้วยของนาวากำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆแล้วมันมีความสุขดีอ่ะ  ผมชอบ

                “อ้าวพฤก  ป้าไม่เจอเลย  หายไปไหนมาตั้งนานลูก  แล้วเจ้าตัวเล็กล่ะไม่มาด้วยเหรอ?”

                เอ่อ  ป้าจันทร์คนที่ขายอาหารทะเลที่ผมกำลังจะซื้อไปให้นาวาทักซะผมไปไม่เป็นเลย  หายไปไหนมาจะให้ตอบว่าไง  บอกว่าเลิกกันมาสองปีเลยไม่ได้มาครับงี้ก็ไม่ดี

                “อ้อ  น้องอยู่ที่บ้านครับ  ดูทีวีอยู่  อ่า  วันนี้ผมเอาปูเผาครึ่งโล  ปลาหมึกย่างครึ่งโล  ปูไข่โลนึงแบ่งเอาไปผัดผงกะหรี่กับทำข้าวผัดนะครับ  แล้วก็หอยเชลล์ย่างเนยโลนึง”

                “โอเคลูก  เดี๋ยวป้าให้เด็กเอาไปส่งที่บ้านนะ  ว่าแต่วันนี้ไม่ให้ป้าเอาแหวนใส่ข้าวผัดไปเซอร์ไพรส์น้องแล้วเหรอ?  ฮ่าๆๆ”

                “ฮ่าๆๆ  ป้ายังจำได้อีกเหรอ  ไม่เอาแล้วครับ  คราวนั้นน้องเกือบกลืนแหวนลงไป  โกรธผมซะต้องง้อไปหลายวันเลย  รอบนี้ไม่เซอร์ไพรส์แล้วดีกว่า  เดี๋ยวผมไปรอที่บ้านนะครับ”

                พอป้าจันทร์พูดเรื่องนี้มาผมก็อดขำไม่ได้  ผมน่ะชอบทำอะไรเซอร์ไพรส์นาวาบ่อยๆ  แล้วตอนนั้นที่คบกันใหม่ๆกำลังเห่อเมียเด็กเลยกะจะเซอร์ไพรส์น้องเหมือนในละครโดยการให้ป้าจันทร์ซ่อนแหวนที่ผมตั้งใจซื้อให้ใส่ในข้าวผัดปู  ทีนี้แผนพลิกตรงที่นาวาเกิดหิวจัดเลยซัดข้าวซะไม่ทันมอง  มาเจออีกทีอยู่ในปากแล้ว  นี่ถ้าไม่ทันเคี้ยวละเอียดคงกลืนคงคอไปแล้วแน่ๆ  ตอนนั้นน้องโกรธผมเป็นฟืนเป็นไฟ  การเซอร์ไพรส์เลยล่มไม่เป็นท่า

                ฮ่าๆ  ความทรงจำของผมกับนาวามันเยอะเหมือนกันแหะ  มีแต่อะไรที่ทำให้ผมยิ้มได้เสมอเวลานึกถึง

ตึก  ตึก  ตึก

                ขณะที่ผมกำลังถอดรองเท้าเดินเข้าบ้านก็ได้ยินเสียงนาวาโวยวายอะไรสักอย่างดังออกมาจึงชะเง้อมองไปยังด้านในของบ้านพบว่าน้องมันกำลังคุยโทรศัพท์อยู่  ผมเลยเดินเข้าบ้านไปเงียบๆ 

                “พี่พฤก!!  โอเคแค่นี้นะครับแม่  เดี๋ยวผมคุยกับเขาเอง  รักแม่ครับ”

                เอ่อ  อะไรวะ  ทำไมต้องเรียกชื่อผมแล้วทำตาขวางแบบนั้น

                “ว่าไงครับ?”

                “พี่ติดต่อแม่ผมได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?  แล้วพี่บอกแม่ผมเหรอว่าจะเลี้ยงดูผมอะไรนั่นน่ะ  เดือนนี้แม่ไม่ส่งเงินมาให้บอกว่าพี่จะเป็นคนดูแลผมเอง  นี่มันหมายความว่าไง  ผมไม่ได้ขอพี่กินสักหน่อย”


LOADING 80 %


                อ่อ  เรื่องนี้นี่เอง

                “ก็ทำเหมือนเมื่อก่อนไง  เมื่อก่อนวาก็กินใช้กับพี่  ในส่วนที่แม่ให้วามาวาก็เก็บ  พี่คุยกับแม่แล้วแม่โอเคนะ  แต่แม่จะเก็บเงินที่ต้องให้วาไว้เองแล้วให้วาใช้กับพี่”

                “แล้วแม่ผมทำไมถึงยอมง่าย  ไม่มีทาง  แม่รู้ทุกอย่างว่าพี่ทำอะไรกับผมไว้บ้างจะยอมให้พี่มายุ่งกับผมได้ไง  พี่ไปขู่อะไรแม่ผม?”

                ไปกันใหญ่แล้วเมียจ๋า  อย่าเพิ่งโกรธ  ฟังพี่ก่อน  เวลานาวาโกรธผมก็สู้ไม่ได้นะบอกเลย  เถียงไม่ทันอ่ะ

                “พี่ก็แค่ขอโอกาส  ก็เอาเบอร์พ่อกับแม่วามาจากมือถือวาตอนวันที่พี่ยึดมือถือวาไปนั่นแหละ  พี่ก็ติดต่อท่านตลอด”

                “แล้วทำแบบนั้นทำไม  บอกแม่ว่าไม่ควรแล้ว  พี่โทรไปบอกพ่อด้วยเหรอ  เดี๋ยวพ่อก็ห่วงผมจนต้องบินกลับมาหาที่ไทยอีกหรอก”

                “ก็พี่อยากให้เราเป็นเหมือนเดิม  ทุกคนก็อยากกันทั้งนั้นแหละ  ทั้งพ่อวา  แม่วา  เขาอยากให้เรากลับไปรักกัน”

                น้องเงียบไป  ทำให้ผมหวนนึกถึงคำสัญญาที่ผมได้บอกกับพ่อและแม่ของนาวาเอาไว้วันที่ผมโทรไปขอโทษท่านวันนั้น  ผมทั้งขอร้องทั้งขอโอกาสพร้อมด้วยคำสัญญาว่าผมจะดูแลนาวา  รักนาวาให้มากกว่าเมื่อสองปีก่อน  พวกท่านไม่ได้รับปากเพราะสิทธิขาดอยู่ที่น้องคนเดียว  แต่ท่านบอกกับผมว่าอยากเห็นนาวามีความสุขเหมือนตอนอยู่กับผม  น้องสดใส  น้องร่าเริง  มันต่างจากตอนนี้พอสมควรนะ  เพราะผมเป็นคนพรากความสุขของน้องไปจนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน  ผมก็อยากจะเป็นคนที่ทำให้น้องมีความสุขเหมือนแต่ก่อน

                ผมว่าผมทำได้  ผมกำลังพยายาม  และพวกท่านก็หวังเช่นกัน 

                “พี่พฤก  เหมือนเดิมที่พี่ว่าคืออะไร  คือพี่จะสวมเขาผมอีกเหรอ?  ผมไม่อยากกลับไปเสียใจอีกแล้ว  ถ้าพี่ทำเพราะรู้สึกผิดผมว่าพี่หยุดเถอะ  ผมไม่รู้ว่าผมเชื่ออะไรพี่ได้บ้าง  ผมกลัว  ผม...”

                “มันอยู่ที่ว่า  ใจของวายังเหลือที่ให้พี่บ้างไหม  ยังรักพี่บ้างรึเปล่า?”

                “ผมไม่รู้  น่าจะไม่รักแล้ว”

กึก

                เจ็บจัง...

                “วันนี้ยังไม่รักไม่เป็นไร  พี่กำลังพยายามอยู่  เปิดใจให้พี่บ้างนะครับ”

                “ผมไม่รู้จะลืมเรื่องที่พี่ทำได้ยังไง  ถ้าผมลืมได้ก็คงดี”

                นาวาถอนหายใจแล้วเอนตัวพิงผนังด้วยสีหน้าสบสน  แววตาขุ่นมัวจ้องมองมาที่ผมเหมือนกับมีคำถามในใจอยู่เป็นร้อยเป็นพันคำถาม  สองเท้าของผมค่อยๆย่างก้าวตรงเข้าไปหาร่างเล็กจนกระทั่งหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า

ตึก

                ผมใช้นิ้วชี้จิ้มที่อกข้างซ้ายของนาวา  ตรงที่หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นอยู่ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งที่ผมเองก็ยึดเอาประโยคนี้เป็นกำลังใจตัวเองเหมือนกัน

                “หัวใจวามันเคยเป็นของพี่มาแล้วครั้งหนึ่ง  และมันจะยังคงเป็นของพี่คนเดียวเท่านั้น”

ตึก

                ผมเอื้อมมือไปจับมือน้องมาทาบบนหน้าอกข้างซ้ายของผมบ้าง 

                “ส่วนหัวใจพี่  มันรักวามาก  เคยรักยังไงก็รักมาตลอด  แต่มันทำผิดครั้งใหญ่ไปครั้งนึงที่นอกลู่นอกทางไปหาคนอื่น  ตอนนี้มันรู้แล้วว่าใครคือเจ้าของ  มันจะไม่นอกใจไปหาอื่นอีกแน่นอน  พี่สัญญา”

                แววตาเศร้าช้อนมองผมก่อนปากเล็กจะพูดประโยคแสนบาดใจ

                “พี่พฤกครับ  พี่เคยสัญญากับผมว่าจะรักผมคนเดียวมาแล้ว  ผมเคยเชื่ออย่างนั้นแล้วพี่ก็ทำให้ผมเจ็บอยู่ดี  ผมว่าผมเบื่อที่จะพูดแบบนี้ซ้ำๆ”

                “วา  อย่าใจแข็งนักเลย  พี่รู้ว่าวากลัวแต่พี่...”

                “เลิกพูดเถอะฮะ  มีคนเอาอาหารมาส่งที่หน้าบ้านโน่นแล้ว  กินเสร็จก็กลับกรุงเทพนะ  ผมมีรายงานต้องทำ”

                ใจแข็งมาก  ยอมแล้ว  ความรักของผมมันทำให้นาวาเอนอ่อนได้บ้างแล้วแต่มันยังไม่ซึมเข้าสู่หัวใจน้องเลยเหรอ  เมื่อไหร่จะยอมรับสักทีว่ายังรักผมอยู่  ผมเชื่ออย่างนั้นนะว่านาวาไม่มีทางเลิกรักผมได้

                “แต่วารู้ใช่ไหมว่าพี่ยังรักวาอยู่?”

                นาวารับอาหารจากพนักงานของป้าจันทร์แล้วหิ้วเข้ามาวางบนโต๊ะ  ทำท่าเหมือนกับไม่สนใจที่ผมพูด  แต่จู่ๆหน้าหวานก็หันมามองผมอีกครั้ง

                “อือ  ผมรู้  แต่ยังไม่แน่ใจว่าพี่รักจริงๆหรือรู้สึกผิด”

                ได้ยินแบบนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย  ยังดีที่นาวาได้รับรู้บ้าง  งั้นที่ผมทำไปไม่สูญเปล่าหรอก 

                “งั้นคืนนี้ค้างที่นี่  พี่จะพิสูจน์ให้วาเห็นเองว่าลีลาพี่ยังเด็ดเหมือนเดิม  รักวาได้เร้าใจเหมือนเดิมแน่นอน”

                “ทะลึ่ง  ผมไม่ยอมให้พี่ง่ายๆเหมือนแต่ก่อนหรอกนะ”

                “งั้นแสดงว่าได้ยากแต่ได้แน่ๆใช่ปะ?  อ่า  ค่อยมีกำลังใจหน่อยเว้ย”

                นาวาคงเบื่อจะต้องต่อล้อต่อเถียงเรื่องนี้กับผมจริงๆแหละ  น้องส่ายหน้าเหมือนเหนื่อยหน่ายมากและหันนั่งกินอาหารทันที  เราใช้เวลาพักผ่อนต่อจนถึงห้าโมงเย็นจึงพานาวากลับกรุงเทพอย่างที่เขาร้องขอ  คือผมพยายามยื้อเวลาให้ถึงที่สุดแล้วนะ  เผื่อนาวาจะใจอ่อนยอมนอนค้างอ้างแรมกับแฟนเก่าอย่างผมสักคืน  ถ้าคืนนี้ได้นอนนะสัญญาเลยว่าจะตั้งใจทำ

                แหม่  ต้องเก็บพับแผนการไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิมอย่างน่าเสียดายเพราะน้องไม่ยอม!!

                ระหว่างทางที่ขับรถกลับมาน้องมันก็หลับปุ๋ยเหมือนเดิม  น่ารักชะมัด  ตอนผมแวะปั๊มผมก็แอบนั่งมองนาวาหลับนะ  คือไม่ได้เห็นมานานเลยอยากจะนั่งจ้องอยู่อย่างนั้น  โอ้ย  เด็กอะไรวะน่ารักน่าขย้ำได้ตลอดเวลา  คนจะมีเมียเด็กจิตใจมันกระชุ่มกระชวยแบบนี้นี่เอง

                “ใกล้ถึงยังอ่ะครับ”

                น้องงัวเงียตื่นขึ้นมาถามขณะที่ผมกำลังจะเลี้ยวรถเข้าซอยหอน้องพอดี

                “จะถึงหอแล้ว”

                “งั้นจอดหน้าซอยเลย  ตรงเซเว่น  เดี๋ยวผมลงตรงนั้นแหละ  ขืนพี่ขับไปส่งข้างในก็กลัวคนจะเห็นอีก  ว่าแต่นี่กี่ทุ่มแล้วฮะ”

                “สามทุ่มครับ  จะลงหน้าเซเว่นใช่ไหม  งั้นซื้อกาแฟให้พี่แก้วนึง”

                ผมจอดรถเทียบฟุทบาตแล้วให้นาวาลงไปซื้อกาแฟ  ผมจึงเอี้ยวตัวไปหยิบพวกของกินที่วันนี้เรากินเหลือมาเตรียมไว้ตอนที่นาวาเอากาแฟมาให้ผม  ผมจะได้เอาอาหารให้น้องกลับไปกิน

แกร๊ก

                “พี่พฤก  นี่กาแฟฮะ”

                “ขอบคุณครับ  พรุ่งนี้เจอกันในคลาสนะ”

                มือเล็กรับอาหารไป  และผมก็เอื้อมมือไปลูบหัวน้องมันอย่างเอ็นดู  แต่ในขณะนั้นเองเสียงใครสักคนก็ตะโกนขึ้นมาดังจนเสียงรอดเข้ามาในรถ

                “ไอ้วา  เห้ย  มากับใครอ่ะ  ไปกินเหล้ากันปะมึง”

                “เชี่ยแล้วไง  พี่พฤก  พี่รีบไปก่อนเร็วๆ  เพื่อนผมมันเดินนมาแล้วฮะ”

                “ห้ามไปกินเหล้านะ  ถ้าพี่รู้โดนดีแน่นาวา”

                “ไปก่อนค่อยว่ากัน  เร็วสิพี่”

                “รับปากมาก่อน”

                ต่อให้เพื่อนนาวามาเห็นผมก็ไม่กลัวไง  มีแต่น้องมันคนเดียวนั่นแหละที่กลัวนั่นกลัวนี่สารพัด

                “ครับๆ  ไม่ไปก็ไม่ไป”

                “ดีมาก  เดี๋ยวคืนนี้พี่โทรหา”

                นาวารีบปิดประตูแล้ววิ่งไปหาเพื่อนเพื่อให้ผมออกรถไปโดยไม่ให้เพื่อนพุ่งความสนใจมาที่ผม  แต่...ผมว่ามีใครสักคนในกลุ่มเพื่อนของนาวาจ้องเข้ามาในรถแล้วอ้าปากค้าง  ไม่มั่นใจว่าเห็นผมหรือเปล่า  หรือไม่ผมก็คิดไปเอง

END  TALK


UPLOAD 100 %

ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์

 #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย

(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1326 igot7ibambam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:31
    เ-้ยอะ ไม่ชอบเลย อยากให้น้องมีเเฟนใหม่
    #1,326
    0
  2. #1251 Miki_milky (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 23:11
    นาวาจะใจแข็งไปได้นานแค่ไหนนะ
    #1,251
    0
  3. #1058 Kaka1m (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:06
    เห็นนายเอกกังวลตลอดแอบคิดว่ามันจะจบแบดเอ็นไหมว้า เราต้องใจสลายแน่ๆ ขอเก็บตอนหวานๆให้มากที่สุดแล้วกัน แต่อยากให้จบแบบแฮปปี้นะ เราชอบพล็อตแฟนเก่าอยู่แล้ว นาวาก็ป้องกันตัวในระดับนึง พฤกก็พยายามดี55555 ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
    #1,058
    0
  4. #1047 NisachonJamjan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:38
    อ่านกี่ๆๆๆตอนๆๆกี่ตอนๆๆ ก็หมือนเดิม ไม่คำว่า สำนึก อายุ ก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ป่ะ นายเอกก็เหมือน เดิม ใจง่าย ยอมเค้า ง่ายๆๆ เบื่อออออออ
    #1,047
    0
  5. #912 finlandmb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:15
    อ่านพาร์ทพระเอกกี่ครั้งๆก็รู้สึกว่าไม่ได้สำนึกเลยด้วยซ้ำ โคตรเห็นแก่ตัว บังคับeverythingเพื่อความพอใจของตัวเองโดยที่ไม่ได้นึกถึงจิตใจของนาวาเลยด้วยซ้ำ นี่ไม่เรียกจีบอ่ะ นี่เรียกบังคับ นาวาเองก็ไม่ได้ใจแข็งอะไรเลย ที่อ่านมาคือเล่นตัวอ่ะ พ่อแม่ก็อะไรก็ไม่รู้ รุ้นะว่าอยากให้ลูกกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่คนที่ทำให้ไม่เหมือนเดิมคือพระเอกป้ะวะ แล้วจะให้กลับมาคืนดีกัน เป็นพ่อแม่ที่มีสิทธิ์ทุกอย่างแท้ๆ แต่กลับปล่อยเบลอ
    อ่านแล้วยังไม่เห็นถึงความสมเหตุสมผลเลยสักอย่าง
    #912
    0
  6. #800 cool (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 22:09
    พระเอกก็ไม่ได้ดูสำนึก นายเอกก็ใจง่ายกลับไปคืนดีงี้หรอ ไม่มีความสมเหตุสมผลเลย
    #800
    0
  7. #787 sayorihime_2002 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:20
    นาวาไม่ต้องเล่นตัวหรอกถ้าจะง่ายขนาดนี้ เสียเวลาเปล่าๆ เห้อ
    พระเอกนี่บังคับทุกอย่างยิ่งความมั่นหน้านี่ยิ่งสูง จะรอดูต่อไป ถ้ายังเป็นแบบนี้ก็จะรอเรื่องอื่นของไรท์นะคะ สู้ๆ 5555 ย้อนแย้งเว่อ
    อินมากกก
    #787
    0
  8. #758 aiku (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 10:42
    เป็นตัวละครที่ขัดใจมาก ยอมง่ายไป ไร้เหตุผล
    #758
    0
  9. #748 dream4try (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 16:24
    ใจแข็งเหอะวา ถ้าไม่อยากกลับไปเจ็บอีกรอบ
    ถ้าสมมุติกลับไปคบแล่วคิดว่าจะไม่ดจ็บอีกหรอ ทำผิดครั้งแรกคิดว่ามันจะไม่มีครั้งที่สองหรอ ความผิดตัวเองแทนที่จะปล่อยน้องไปให้ไปหาคนดีๆ โครตเห็นแก่ตัวแบบนี้ไม่ใช่รักหรอก
    #748
    0
  10. #744 darkmoon2539 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 05:47
    ถ้านาวาจะยอมง่ายๆเพราะคำพูดโง่ๆที่ออกจากปากพฤกมานี่ก็เลิกเล่นตัวเถอะ
    #744
    0
  11. #730 E'nAnG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 12:29
    เอาจริงๆคนแบบนี้ไม่น่ากลับไปด้วยแล้วนะดูเห็นแก่ได้ยังไงไม่รู้ดูไม่ได้พยายามอะไรเลยทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิดนอกใจเขาเองแท้ๆแต่คำพูดเห็นแก่ตัวที่บอกว่าเพราะยังรักอยู่มันลบล้างความผิดไม่ได้หรอกที่นาวายอมทุกวันนี้เพราะโดนบังคับเพราะพฤกเอาจุดอ่อนของน้องมาขู่ถึงยอมไปไหนมาไหนด้วยดูแล้วพฤกไม่ได้พยายามพิสูจน์ความจริงใจอะไรเลยนะเหมือนผู้ชายเจ้าชู้กะล่อนไปวันๆนั้นแหละ
    #730
    0
  12. #703 graciejirada (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 20:05
    พฤกษ์ดูไม่สำนีกจริงเลยอะ
    #703
    0
  13. #702 graciejirada (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 20:04
    พฤกษ์ดูไม่สำนึก
    #702
    0
  14. #663 pk4u (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 22:56
    คนรักจริง เขาไม่นอกใจหรอกนะ
    ทำตัวหน้าด้าน ปากว่ารักๆ แต่ไปเอากับคนอื่น หึหึ
    พ่อแม่ นี่ก็แปลก มันทำลูกตัวเอง เสียใจขนาดนั้น ยังอยากให้กลับมาคบกัน คิดได้ยังไง
    #663
    0
  15. #602 -Airplane- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 22:00
    แอบชอบในความเป็นผู้นำของพฤกนะ55555555555555
    #602
    0
  16. #596 kanokthanathorn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 15:47
    ชอบบบบบบบบ
    #596
    0
  17. #595 momolovekk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 15:13
    นาวาเริ่มใจอ่อนแล้วแหล่ะหน่อยนึง แต่จะให้เชื่อใจเหมือนแต่ก่อนมันก็ยากไง
    #595
    0
  18. #594 Mat_AnGel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:43
    จะบอกว่าเราจินตนาการว่า…
    กัปตันพฤกคือมาร์ค GOT7
    นาวาคือแบมแบม GOT7 ล่ะ…อายจัง ^^
    #594
    0
  19. #593 Mat_AnGel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:39
    เพื่อนวาต้องเห็นแน่เลยใช่มั้ย
    #593
    0
  20. #592 0964579954 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 21:07
    ยอมๆไปเถอะะ เดี๋ยวไม่มีอะไรกินน5555
    #592
    0
  21. #591 DoubleB (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 11:33
    บังคับน้องทุกอย่าง เหมือนจะดีแต่ก้อเกลียดอยู่ดีใช้จุดอ่อนนาวามาบังคับตลอด
    #591
    0
  22. #590 Mat_AnGel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 23:27
    ยอมๆๆๆผู้ชายสายเปย์
    #590
    0
  23. #589 JiratchayaNimma (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 19:41
    เหมือนจะต้องเกาะเค้ากินแร้ว//รวบหัวรวบหาง
    #589
    0
  24. #588 jibbubu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 19:05
    ยิ่งอ่านยิ่งเกลียดอิพี่มัน ดูมันทำซิตัดทุกช่องทางไม่ให้น้องหนี อึดอัดแทนน้องจริงๆ
    #588
    0
  25. #587 Mat_AnGel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 18:28
    ดูรักขนาดนั้นทำไมนอกใจไปบอกรักคนอื่นอะ
    #587
    1
    • #587-1 jibbubu(จากตอนที่ 5)
      31 ธันวาคม 2560 / 19:06
      จริงถ้ารักกันมากซะขนาดนี้ทำไมถึงทำเลวน้องใจน้องมันได้
      #587-1