╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 4 : บทเรียนที่ 4 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,559
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    4 ม.ค. 61

บทเรียนที่ 4

 

                โอ้ยเครียดโว้ย  ชีวิตผมพลิกผันมาเป็นลูกไก่ในกำมือของพี่พฤกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน  ผมว่าผมก็ไม่ได้ยอมพี่เขาเลยสักอย่างแต่ทำไมผลลัพธ์มันออกมาแบบนี้วะ  เนี่ย  อย่างตอนนี้ก็เหมือนกัน  กับแค่คำว่า  เดี๋ยวพี่ไปรับมากินข้าว’  ผมก็บ้าจี้แต่งเนื้อแต่งตัวนั่งรอพี่เขามารับ

                คือเข้าใจไหมว่าผมปฎิเสธพี่เขาไม่ได้เลย  ถ้าผมปฎิเสธเมื่อไหร่ผมก็กลัวว่าเขาจะเผยพิรุธให้คนอื่นรู้  แต่ที่ผมต้องทำตัวหมุนรอบเขาอยู่แบบนี้ผมไม่ได้อยากทำนะ  มันอึดอัดมากเลยล่ะ  ผมยังไม่พร้อมจะมาพูดคุยกับพี่เขาได้เหมือนเมื่อก่อนในเมื่อรอยแผลที่พี่เขาทำมันยังชัดเจนอยู่ในใจ  ถึงผมอยากจะยิ้มให้พี่เขาบ้างแต่เรื่องเก่ามันก็ฉายวาบเข้ามาจนริมฝีปากผมมันยิ้มไม่ออกเลยล่ะ

                ความรู้สึกตอนนี้มันกระอักกระอ่วนยังไงก็ไม่รู้  บอกไม่ถูก  ก็ไม่ได้เตรียมใจจะมารับมือกับแฟนเก่านี่เนอะ  และไม่คิดว่าพี่พฤกจะแผนสูงไปซะทุกอย่างขนาดนี้  ผมรู้ว่าเมื่อก่อนที่พี่เขาเคยจีบผมน่ะรุกหนักมาก  แต่มันไม่ได้หนักขนาดนี้

Rrrrr

            พี่พฤกโทรมา  สงสัยใกล้ถึงแล้วมั้ง

                “ฮัลโหลครับ  รออยู่ข้างล่างนั่นแหละเดี๋ยวผมลงไป”       

                [เดี๋ยวๆ  วา  พี่ปวดฉี่จะราดอยู่แล้ว  ห้องวาอยู่ชั้นไหนเลขห้องอะไร  พี่ขอขึ้นไปฉี่หน่อย]

                “ไม่ได้นะพี่  ตอนนี้พี่อยู่ไหน  แวะฉี่เซเว่นหน้าซอยได้ไหม?”

                [พี่อยู่ใต้หอแล้ว]

                ฉิบ!!  ย่านนี้มันเป็นย่านหอพักนักศึกษาเลยนะ  ขืนพี่พฤกลงจากรถแล้วมีคนเห็นก็แย่สิ  ผมรีบวิ่งออกมาชะโงกดูที่ระเบียงว่าพี่พฤกจอดรถอยู่ลานจอดใต้หอผมจริงรึเปล่า  และใช่  พี่เขาอยู่ที่นี่จริงด้วย

                “เลยหอผมไปมีแฟมิลี่ครับ  ขอเขาเข้าห้องน้ำได้”

                [อ่า  พี่เห็นวาแล้ว  อยู่ชั้นสามห้องมุมสุด  เดี๋ยวพี่ขึ้นไปหาครับ]

                เชี่ยเอ้ย  พี่เขาปวดฉี่จริงๆหรือหลอกให้ผมวิ่งออกไปที่ระเบียงเพื่อที่จะดูว่าผมอยู่ห้องไหนกันแน่วะ  เอาไงดีล่ะทีนี้พี่เขาวางสายไปแล้วด้วย  ถ้ามีใครสักคนเห็นพี่พฤกอยู่แถวนี้คงเป็นที่น่าสงสัยแน่ๆ  จากนั้นจะต้องมีคนตามเผือกว่าพี่พฤกมาหาใครที่หอนี้  แล้วมีแค่ผมแหละที่อยู่ที่นี่เพราะมันแพงที่สุดในย่านนี้แล้ว  คือผมติดแอร์น่ะเลยอยู่ห้องพัดลมไม่ได้  แล้วที่นี่ก็มีทั้งแอร์และเฟอร์นิเจอร์ใหม่แถมบิ้วอินทั้งห้องอย่างหรูหรา  ผมชอบ

                ช่างก่อน  ตอนนี้ผมต้องโทรกลับหาพี่พฤกก่อน  ยังไงก็ต้องให้เขาไปฉี่ที่อื่นให้ได้

ก๊อก  ก๊อก

                อย่าบอกนะว่าขึ้นมาถึงแล้วอ่ะ...

                ผมเดินไปส่องตาแมวตรงประตูปรากฎว่าเป็นพี่พฤกจริงๆที่ยืนอยู่หน้าห้อง  เฮ้อ  ยังไงผมก็ต้องเปิดให้เขาใช่ไหม 

แกร๊ก

                “รีบเข้ามาเลยพี่เดี๋ยวคนเห็น”

                “ซี๊ดดด  อูยยย  ฉี่จะราดแล้ว”

                ร่างสูงรีบก้าวเข้ามาหยุดยืนที่ห้องน้ำก่อนจะถอดรองเท้าและปลดกางเกงยีนส์ลงจนถึงข้อพับขา

                “เห้ยพี่  ทำไรอ่ะ”

                “ตกใจอะไร  ทำอย่างกับไม่เคยเห็น”

                ไม่ว่าเปล่า  พี่พฤกยังคงถกกางเกงบ็อกเซอร์ลงตามมา  และปราการณ์สุดท้ายก็ถูกถกลงเช่นกัน  เผยให้เห็น...เอ่อ...เห็นของพี่เขาชี้หน้าผมด้วยแหละ  ผู้ชายด้วยกันจะเข้าใจดีว่าเวลาอั้นฉี่จัดๆมันจะชูชันประมาณนี้  แต่มันใช่เรื่องที่เขาจะมาโชว์ให้ผมเห็นไหม?!!!  ไอ้บ้า  ไอ้ลามก!!

                “ไอ้พี่พฤกไม่ไปถอดในห้องน้ำล่ะครับ  บ้าเอ้ย”

                เขาไม่ตอบเพียงแต่หัวเราะอย่างชอบใจจนเสียงก้องไปทั่วห้องในขณะที่เขายืนฉี่อยู่นั้นต้องเป็นผมเองที่เอื้อมมือไปปิดประตูให้  ไอ้การกระทำแบบนี้มันเหมือนเมื่อก่อนเป๊ะเลย

                เวลาจะเข้าห้องน้ำก็จะถอดกางเกงแล้วหันมาทางผมแบบนี้...

                เข้าห้องน้ำไม่ชอบปิดประตูเวลาอยู่ด้วยกัน...

                ขาดไปอย่างเดียว  เวลาจะอาบน้ำชอบเรียกผมเข้าไปอาบด้วย  แต่นั่นมันเมื่อก่อน  ตอนเป็นแฟนกันและรักกันมาก  ไม่สิ  อาจเป็นแค่ผมคนเดียวก็ได้ที่รักพี่เขามาก  แต่ตอนนี้ไม่ใช่  เราไม่ได้เป็นอะไรกันและไม่มีความจำเป็นอะไรทีผมจะต้องมาเห็นไอ้นั่นของพี่เขาอีก

                ว่าแต่มันดูใหญ่ขึ้นป่ะวะ  บ้าน่า  เห็นแว้บเดียวจะตัดสินได้ไง  เดี๋ยวนะ  นี่ผมคิดสัปดลอะไรอยู่  หยุดคิดเลย!

                “อ่า  เสร็จละ  วันนี้อยากไปไหน  อยากกินอะไรไหนบอกพี่สิ”

                “ที่ผมอยากทำตอนนี้คือไม่อยากไปไหนอ่ะ  อยากนอนอยู่ห้องเฉยๆ”

                “ได้นะ  เดี๋ยวพี่นอนด้วย”

                แล้วพี่พฤกก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงผมประหนึ่งเป็นเจ้าของที่ซะเอง

                “ผมไม่ได้ขอให้พี่นอนเป็นเพื่อน”

                “นอนเป็นเพื่อนที่ไหน  ตอนนี้นอนเป็นแฟน  อีกหน่อยก็นอนเป็นผัวแล้ว”

                “เดี๋ยวก่อน  ใครแฟนใคร  พี่อย่ามามั่ว”

                “พี่พฤกแฟนน้องนาวาไงครับ”

LOADING 30 %


                ประสาทเถอะ  ผมไม่ใส่ใจกับคำหวานของพี่เขาแต่เดินมาฉีดน้ำหอม  ใส่นาฬิกาและคว้ากระเป๋าสะพายเพื่อเตรียมตัวที่จะออกไปข้างนอกตามที่พี่พฤกได้วางแผนไว้แต่แรก  ตามใจเขาให้มันจบๆวันไป  ไม่อยากให้พี่เขาอยู่ใกล้ผมนานๆมันอึดอัดน่ะ  นับวันผมยิ่งเครียด  ยิ่งเหมือนคนวิตกจริตมากขึ้นทุกวัน

                “พี่จะพาผมไปไหนก็ไปเถอะ  รีบไปรีบกลับ”

                “ห้องวานี่ก็น่าอยู่เหมือนกันนะ  แต่น้อยว่าห้องพี่  งั้นวันนี้พี่ไม่ไปไหนละ  อยู่กับวาที่นี่แหละ”

                “ไม่ได้  พี่จะมาอยู่ห้องผมได้ยังไง  อยู่แล้วจะทำอะไร  ไม่มีอะไรทำหรอกนอกจากดูทีวี  น่าเบื่อจะตาย”

                พี่พฤกลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้ายาวๆมาหาผมจนตัวเราประชิดกัน  พี่เขายิ้มหวานให้ผมอีกแล้ว  หน้าหล่อโน้มลงมาใกล้ทำให้ปลายจมูกเราชนกัน

                “อยู่กับพี่เดี๋ยวก็มีอะไรทำเองแหละ  พี่อยากอยู่กับวานะครับ”

                “แต่ผม...”

                “สั่งอาหารมากินกันที่นี่ดีกว่า  อยากกินอะไรล่ะ?”

                “พี่พฤก  ไปข้างนอกเถอะ  ผมไม่อยาก...”

                “ทำไม  กลัวพี่ปล้ำเหรอ?”

                ถ้าตอบว่าใช่จะดูหลงตัวเองเกินไปหรือเปล่าล่ะ  ก็ผมกลัวพี่เขาปล้ำจริงๆนี่  แล้วถ้าผมเคลิ้มตามเขาเหมือนสองปีก่อนจะทำยังไง เดี๋ยวก็มีตราบาปติดตัวเพิ่มขึ้นอีกหากพลาดท่าไปมีอะไรกับแฟนเก่าตัวเอง  ก็พี่พฤกอันตรายจะตาย

                “คือผมไม่ค่อยชอบให้ใครเข้าห้องน่ะ  มันพื้นที่ส่วนตัว”

                “วันนี้พี่ยังไม่ปล้ำวาหรอก  พี่สัญญา  เราคบกันมาพี่เคยขืนใจวาสักครั้งเหรอ?  ก็ไม่เคย  วายินยอมตลอด”

ตึกตัก  ตึกตัก

                หัวใจเจ้ากรรมมันเต้นโครมครามกับคำพูดพี่เขาอีกแล้ว 

                “เรื่องเมื่อก่อนก็ให้มันเป็นอดีตไปเถอะน่า  โอเคๆ  พี่อยากทำไรพี่ก็ทำเลย  ผมห้ามพี่ไม่สำเร็จอยู่แล้วนี่  ขออย่างเดียวอย่าให้ใครเห็นว่าพี่มาหาผมที่นี่”

                “งั้นคงต้องกลับดึกๆโน่นแหละคนถึงจะไม่เห็น  หรือจะนอนค้างกับวาที่นี่เลยดีแล้วค่อยกลับเช้ามืด  ตอนนั้นน่าจะปลอดภัยที่สุดเพราะคนคงหลับกันหมดแล้ว”

                “มากไปแล้วฮะ”

                ไม่ว่าผมจะพูดอะไรก็เหมือนเปิดทางให้พี่เขาได้ใกล้ชิดไปซะทุกอย่าง  ถามจริงว่าพี่เขาดูไม่ออกเลยเหรอว่าผมไม่ได้ยินดีอะไรเลยสักนิด  ผมว่าสีหน้าผมมันแสดงออกชัดเจนตั้งแต่วันที่เราเจอกันครั้งแรกแล้วล่ะว่าผมรู้สึกแย่แค่ไหนที่เราได้มาเจอกันอีก  ทว่ามันกลับตรงกันข้ามกับพี่พฤก  เขาดูดีใจและมีความสุขมากที่ได้เจอผม  พยายามเข้าถึงตัวผมและทำตัวปกติเหมือนกับว่าเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน  เวลาผมพูดเรื่องเก่าๆพี่เขาก็จะพูดปัดๆแล้วเอาแต่บอกว่ากำลังแก้ตัว  บอกว่าจะจีบผม  ยอมรับว่าผมเองก็ใจสั่นกับเขาหลายครั้ง  แต่ผมก็จำไม่ลืมว่าพี่เขาเคยนอกใจผมมาแล้วครั้งหนึ่ง  ต่อให้ผมอยากจะกลับไปรักเขาอีกผมก็ไม่กล้าที่จะรักหรอก  ผมกลัว  คนทำคงไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเท่าคนโดนกระทำใช่ไหมล่ะ  พี่เขาก็คงเจ็บปวดไม่ได้เท่าที่ผมเจ็บ

                ความรู้สึกของผมมันดึงกลับมายากว่ะ...

                “วา  เหม่ออะไร”

                ผมมัวแต่ยืนคิดเรื่องเก่าๆจนไม่ได้สังเกตเลยว่าพี่พฤกมายืนกอดผมจากด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่

                “มากอดทำไมพี่  ปล่อยผม”

                “คิดถึง  อยากกอด  พี่ไม่ได้กอดเด็กหนุ่มที่ไหนมาสองปีแล้วนะ  วาเป็นคนเดียวที่พี่จะกอด”

                “พี่คิดว่าแฟนเก่าจะกลับมาคบกันอีกได้จริงๆเหรอฮะ?”

                “ที่ถามนี่หมายถึงเรารึเปล่า”

                “ช่างเถอะๆ  ผมโทรสั่งพิซซ่าให้แป๊บ”

                ไม่ว่าอะไรดลใจให้ผมถามคำถามแบบนั้นกับพี่พฤก  ทั้งที่ผมรู้อยู่แล้วว่าพี่เขาจะต้องหาเหตุผลร้อยแปดมาตอบเรื่องของเราว่าสามารถกลับมาคบกันได้  ไอ้เรื่องคบกันน่ะคบได้  แต่คบแล้วจบลงแบบเดิมผมก็ไม่ไหวนะ  ยังไงดีล่ะ  อึดอัดโว้ย

                “เห้ยวา  นี่เสื้อคู่ของเรานี่  จำได้ว่าเคยซื้อใส่คู่กันห้าชุด  นี่วาเก็บไว้ทั้งห้าชุดเลยเหรอ  พี่ก็เก็บเหมือนกัน”

                เชี่ย!  หันมาอีกทีพี่พฤกไปเปิดตู้เสื้อผ้าของผมแล้วสำรวจหาพระแสงอะไรก็ไม่รู้

                “พี่พฤก  อย่าค้นห้องผม”

                ผมรีบเอาตัวเองเข้าไปขวางเพื่อไม่ให้พี่เขาละลาบละล้วงเรื่องของผมไปมากกว่านี้

                “อดคิดไม่ได้ว่าใจเรายังตรงกันอยู่แน่ๆ  พี่รักวานะ”

                “ผ่านมาตั้งสองปี  จะรักเหมือนเดิมได้ไงฮะ  ไร้สาระ  ผมไม่เห็นจะรู้สึกอะไรกับพี่เลย”

                “พี่รักวา”

                “....”

                ร่างสูงขยับเข้ามาประชิด  ต้อนให้ตัวผมแทบจะหงายหลังจมอยู่ในตู้เสื้อผ้า  ทว่าจังหวะที่ผมกำลังล้มลงนั้นมือใหญ่ของเขาก็ช้อนก้นผมขึ้นนั่งบนลิ้นชักในตู้เสื้อผ้า  ก่อนที่สองแขนของเขาจะค้ำยันครอบตัวผมไว้

                “พี่รักวา”


LOADING 50 %


                “....”

                ใบหน้าหล่อโน้มลงมาเรื่อยๆพร้อมกับคำบอกรักละมุนหู  ผมย่นคอหนีเขาจนแผ่นหลังชนกับผนังตู้พี่พฤกก็ยังคงตามเข้ามาไม่หยุด

                “พี่รักวานะครับ”

อุ๊บ

                ปากหยักทาบทับลงบนริมฝีปากผมอย่างอ่อนโยน  ตามมาด้วยการบดคลึงแผ่วเบาเป็นจังหวะ  สัมผัสเนิบนาบของพี่พฤกทำผมหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ  ผมไม่รู้จะทำยังไงดีกับการที่พี่เขาจู่โจมจูบครั้งนี้  ร่างกายผมมันไม่สั่งงานอะไรเลยสักอย่างแม้แต่จะผลักพี่เขาออกยังนึกไม่ได้  ได้แต่นั่งนิ่งเป็นหินให้พี่เขาสอดลิ้นเข้ามาเล่นซุกซนในโพรงปากเหมือนคนโง่

                “อื้อออออ”

                ความอุ่นนุ่มที่เคลื่อนไหวภายในปากมันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ  พยายามหลบหลีกยังไงพี่พฤกก็ใช้ลิ้นต้อนเข้ามาจนมันสัมผัสกันอยู่อย่างนั้น

                “รัก”

                พี่พฤกลืมตาขึ้นมองผมก่อนจะบอกคำว่ารักอีกครั้ง  ทว่าครั้งนี้ต่างจากเมื่อครู่เพราะสิ้นเสียงคำนั้นเขาก็ออกแรงดูดเม้มริมฝีปากแรงขึ้น  เรียวลิ้นก็ต้อนเข้ามาลึกขึ้น  ทุกอย่างมันเป็นจังหวะรับส่งกันพอเหมาะพอดีจนเกิดเสียงและความเปียกชุ่มรอบวงปาก

                จูบของพี่พฤกที่ผมไม่ได้สัมผัสมาสองปี  วันนี้รสชาติมันยังเหมือนเดิม  มันทั้งหวานทั้งร้อนแรงในคราวเดียวกัน  เป็นจูบที่ผมยังคงจดจำมันได้ดี

                เนิ่นนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ผมนั่งนิ่งให้พี่เขาทำจาบจ้วงกับผมแบบนั้น  ในหัวผมเอาแต่คิดเรื่องราวเก่าๆของเรา  ผมไม่แน่ใจว่าพี่พฤกกลับมาเพื่อต้องการคืนดีอย่างที่พี่เขาบอกเพราะรู้สึกผิดหรือยังรักผมอยู่จริงๆ  ผมไม่กล้าเดา  แต่ที่แน่ๆพี่เขากลับมาเพื่อรื้อฟื้นรอยแผลของผม  ความรู้สึกและเรื่องราวที่ผมพยายามลืมมันหวนกลับมาหมดเลย

                ก็คิดว่าตัวเองเข้มแข็งมาตลอด  พอเจอพี่เขารุกหนักแบบนี้ใจแม่งไม่รักดีเลยว่ะ

                ไม่ได้  ยังไงผมก็จะยอมให้กลับไปเป็นอย่างเดิมไม่ได้  ตอนนั้นผมเกือบบ้า  แล้วถ้าพี่พฤกทำผมเสียใจอีกผมคงเป็นบ้าไปจริงๆ  ก่อนที่เขาจะมาบอกรักผมอีกครั้ง  ให้เขาเคลียร์ตัวเองก่อนดีไหม  จัดการความมักมากของตัวเองก่อน  ถ้าทำได้ค่อยมาว่ากัน

                “พอได้แล้วพี่พฤก”

                เขาชะงักไปเล็กน้อยกับการห้ามปรามของผมก่อนจะพยักหน้าตกลงแล้วอุ้มผมลงมายืนบนพื้นห้อง

                “พอแล้วก็ได้”

                หน้าหล่อสลดลงอย่างเห็นได้ชัด  แค่ไม่ได้จูบต่อไม่ต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้นก็ได้มั้ง  ถ้าผมยอมคงไม่จบลงแค่การจูบหรอกคนอย่างพี่พฤกน่ะผมรู้ดี

                “อย่ามาทำตัวลุ่มล่ามแบบนี้กับผมอีก  ผมว่าวันนี้พี่กลับไปเถอะ  อาทิตย์นึงผมมีวันหยุดไม่กี่วัน  ไม่อยากจะเสียมันไปเพราะอยู่กับพี่อ่ะ”

                “อยู่กับพี่ไม่ดีตรงไหน”

                “ก็วันหยุดผม  นี่ก็ที่ส่วนตัวผม  ผมอยากนอนโง่ๆบนเตียงให้มันหมดวันไป  ค่ำๆตื่นมาทำรายงานต่อแล้วก็นอนเช้า  บ่ายพรุ่งนี้ตื่นไปเรียน  เนี่ยชีวิตผม”

                “ได้สิ  วาอยากนอนวาก็นอนได้เลย  อยากทำไรทำได้เลย  พี่จะอยู่ของพี่เงียบๆ  เมื่อก่อนวายังอยู่กับพี่ได้ทำไมตอนนี้จะอยู่ด้วยกันไม่ได้”

                ทำไมพี่เขาดื้อขนาดนี้  ดูไม่ออกเหรอว่าผมอึดอัดจะแย่

                “ก็เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้วไงครับ  เวลาเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนได้ทั้งนั้น”

                “แต่ใจพี่ไม่เปลี่ยน”

                โว๊ะ  ดื้อดึงจริงโว้ย!  เขาจะทำให้ผมลำบากใจไปถึงไหน

                “อ่ะๆ  อยากทำไรพี่ทำเลย”

                ผมพูดแบบนี้เป็นรอบที่สองแล้ว  คือพยายามผลักไสยังไงก็ไม่ไปแล้วผมจะทำอะไรได้ 

                “อยากจูบต่ออ่ะ”

                “พอ!!

Rrrrr

                เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ผมดังขัดจังหวะการสนทนาของเราขึ้นมาซึ่งผมขอบคุณมาก  การต่อล้อต่อเถียงกับพี่พฤกมันช่างเหนื่อยเหลือเกิน

หมับ

                “เบอร์แปลกนี่  ใครโทรมา?”

                ยังไม่ทันที่ผมจะหยิบมือถือขึ้นมาดูเลยด้วยซ้ำพี่พฤกก็ก้าวเท้ายาวๆมาคว้าไปซะก่อน

                “จะไปรู้เหรอ  ไม่รับแล้วจะรู้ได้ยังไง  เอามานี่”

                “เบอร์ใคร?  นอกใจพี่เหรอวา?”

                “เอ้า  อะไรของพี่เนี่ย”

                พี่พฤกกดรับสายพร้อมกับเปิดลำโพงให้ดังลั่นห้อง  สีหน้าเขาจ้องมองผมอย่างเอาเรื่อง

                [สวัสดีครับโทรจากเดอะพิซซ่าคอมพานีนะครับ  อีกประมาณสิบห้านาทีรบกวนลงมารับสินค้าใต้หอได้เลยครับ]

                “ครับ  ขอบคุณมากครับ”

                ผมตอบกลับพี่พนักงานเขาไปแล้วคว้ามือถือจากมือพี่พฤกมาเก็บไว้ก่อนจะถลึงตาใส่เขาหนึ่งที

                “ตกใจหมด  นึกว่ามีชู้”

                “ผมจะมีชู้ได้ยังไง  แฟนผมยังไม่มีเลย”

                “พี่นี่ไง”


LOADING 80 %


                อะไรของเขา  นับวันยิ่งเพ้อเจ้อ  น่าเบื่อ  ต้องให้ผมพูดอีกกี่ทีว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย  แก่แล้วความจำเลอะเลือนหรือไงถึงจำไม่ได้เนี่ย

                “สรุปวันนี้พี่จะอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม?  ผมไล่ยังไงพี่ก็จะไม่ไปสินะ”

                “ใช่  วาอยู่ไหนทำอะไรพี่ก็จะทำด้วย”

                “อะไรนักหนา  ผมปวดขี้พี่จะขี้กับผมไหม?”

                “ขี้”

                “พี่พฤก  พี่นี่มัน...  โอ้ย!!  เดี๋ยวผมลงไปซื้อขนมอย่างอื่นมาเก็บไว้  กว่าจะเสร็จพิซซ่าคงถึงพอดีผมจะได้รับขึ้นมาเลย  ที่สำคัญอยู่แต่ในห้องนะครับห้ามเดินเพ่นพล่านข้างนอก  คนอื่นเห็นเข้าแล้วจะยุ่ง”

                “ครับแฟน”

                “แฟนบ้าอะไรของพี่  แฟนเก่าน่ะสิ”

                ผมรีบออกจากห้องแล้วปิดประตูให้สนิท  สองเท้าเดินไปยังลิฟท์เพื่อลงมายังชั้นล่างและเดินไปเซเว่นหน้าปากซอย  ทำไมผมถึงได้รู้สึกเหนื่อยจังเลย  เหมือนผมใช้พลังงานของวันพรุ่งนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ  นี่อยู่กับพี่พฤกแค่ไม่เท่าไหร่ยังเหมือนโดนสูบพลังได้ขนาดนี้  ที่จริงร่างกายมันไม่ค่อยมีแรงตั้งแต่โดนพี่พฤกจูบแล้วแหละ  ไม่รู้นั่นเรียกจูบหรือดูดวิญญาณกันแน่

                เอาน่ะ  ครั้งเดียว  ครั้งหน้าผมจะไม่ยอมให้พี่เขาจูบอีกแล้ว

                เมื่อมาถึงเซเว่นผมก็เลือกขนมที่เขาชอบไปทั้งนั้น  พี่พฤกน่ะชอบกินขนมกรุบกรอบที่มีรสชีส  รสบาร์บีคิว  ไม่ชอบรสหัวหอมและรสอื่นๆ  จะวนเวียนกินอยู่แบบนี้เสมอ  เกลียดตัวเองชะมัดที่ดันจำทุกอย่างได้แม่นเชียว

                “อ้าว  ไอ้วา  ซื้อขนมไรเยอะแยะวะ  ปกติมึงไม่ชอบกินขนมนี่”

                แล้วผมจะมาเจอไอ้บีมอะไรตอนนี้วะเนี่ย

                “วันนี้เกิดอยากกินไง”

                “เออ กูก็ลงมาซื้อเป็ปซี่เนี่ย  บนห้องร้อนฉิบหาย  ขอไปนั่งทำรายงานตากแอร์ห้องมึงได้ปะ”

                “เดี๋ยวกูจะออกไปข้างนอกว่ะมึง  วันนี้คงไม่ได้”

                ปกติน่ะได้  ห้องผมก็มีแต่ไอ้นิค  ไอ้ก็อต  ไอ้บีมเท่านั้นที่แวะเวียนมาได้เสมอ  แต่ถ้าวันนี้คงไม่สะดวกเพราะพี่พฤกอยู่บนห้อง

                “ช่วงนี้มึงไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับเพื่อนเลยนะ  วันก่อนชวนกินเหล้าก็ชิ่ง  ติดหญิงเหรอมึงอ่ะ?”

                “เอ่อ...ใช่  ตามจีบสาวไว้คนนึงว่ะ  ไว้จีบติดจะบอกนะ  ไปก่อนนะมึงกูรีบ”

                ผมรีบเดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์เพื่อเลี่ยงที่จะตอบคำถามไอ้บีมมันต่อ  ผมโกหกคนไม่เก่ง  ขืนยังยืนโกหกมันต่อไปมันต้องจับได้แน่

                แล้วพระเจ้าก็ไม่ได้เข้าข้างผมเลยเมื่อคิวหน้าเคาท์เตอร์ยาวเหยียดทำให้ไอ้บีมมันมาต่อคิวหลังผมเนี่ย

                “มึงๆ  ที่บอกจะออกไปไหนนี่ไปไหนวะ”

                “อ่า  ไม่รู้ดิ่”

                “ไปร้านกาแฟกันปะ  กูจะได้หอบรายงานไปทำด้วย”

                “ไม่ล่ะ  คือเดี๋ยวแม่กูจะพาไปหาญาติน่ะ”

                รีบเอาแม่ขึ้นมาอ้างเพื่อตัดจบของบทสนทนาสักที

                “เอ้า  แม่มึงมาเหรอ  กูไปสวัสดีแม่มึงสักหน่อยดีกว่า  ไม่เจอนานมากแล้ว”

                “ไม่ต้อง  คือกูต้องไปเจอแม่ตรงโน้นนนน  ไกล  แม่ไม่ได้เข้ามารับ“

                ฟู่ววว  โชคดีหน่อยที่กลุ่มนักศึกษาที่ต่อคิวอยู่หน้าผมเขาหยิบของมาไม่ครบเลยออกจากแถวแล้วให้ผมคิดเงินก่อน  พอจ่ายเงินเสร็จผมก็รีบบอกลาไอ้บีมแล้วสาวเท้ายาวๆเดินกลับหอเลย  ทันทีที่ผมก้าวเลี้ยวเข้าหอก็เห็นพี่พฤกยืนถือรับพิซซ่าพร้อมทั้งยังมีเพื่อนผู้หญิงในห้องผมยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสองคน

                เชี่ย  คุยไรกันวะ  บอกให้อยู่แต่ในห้องไม่ใช่เหรอนี่ลงมาให้คนอื่นเห็นทำไม  แล้วก็มีคนเห็นอย่างที่ผมกลัวจริงๆ  ผมรีบเดินถอยหลังมาตั้งหลักโดยมายืนซื้อผลไม้ร้านรถเข็นที่จอดเยื้องๆกับหอเพื่อที่จะได้หันไปมองโดยไม่มีพิรุจ  ถ้าผมยืนถือของเฉยๆแล้วยืนมองมันก็น่าจะแปลกไปหน่อย

                “แตงโมกับสับปะรดครับลุง  ขอฉ่ำๆ”

                จิ๊  แล้วสองคนนั้นไม่ได้อยู่หอผมซะหน่อย  ทำไมถึงมาเจอพี่พฤกได้  โอ้ย  หงุดหงิดใจไปหมด

                “สามสิบบาทลูก”

                “นี่ครับ  ขอบคุณครับ”

                ผมยืนหันหลังจิ้มแตงโมกินจนสองคนนั้นเดินออกจากหอผมแล้วเดินไปทางอื่นผมจึงรีบวิ่งเข้าหอทันที  หัวใจเต้นตุ้มๆต่อมๆในทุกขณะที่สองเท้าย่างก้าวไปยังห้องของตัวเอง  สายตามองซ้ายมองขวาจนผมก็งงตัวเองว่าทำไมต้องทำตัวลับๆล่อๆกับการกลับห้องตัวเอง  ทั้งที่ผมไม่ได้ทำไรผิดไม่ใช่เหรอ  เออ  ผมไม่ได้ซุกผู้ชายที่ไหนไว้นี่  ผู้ชายมาซุกตัวเองอยู่ที่ห้องผมต่างหาก

แกร๊ก

                “พี่พฤก  เมื่อกี้คุยไรกับสองคนนั้น  ผมบอกพี่ว่าไง  บอกว่าไม่ให้ออกไปไหนไม่ใช่เหรอ?” 

                เขายืนกอดอกฟังที่ผมบ่นพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานมาให้อย่างที่เขาชอบทำเป็นประจำ

                “ก็วาไม่เอามือถือลงไป  เขาโทรขึ้นมาบอกมาถึงแล้วพี่เลยลงไปรับให้  ส่วนสาวๆสองคนนั้นก็บังเอิญเจอมั้งเลยเดินเข้ามาทัก”

                “แล้วไม่ถามเหรอว่าพี่มาหาใครที่นี่”

                “ถาม  พี่บอกว่าพี่มาหาแฟน”

                “ห้ะ!!  พี่ตอบแบบนั้นได้ไง  ทั้งห้องอ่ะ  มีผมคนเดียวที่อยู่หอนี้นะพี่”

                “ก็พี่มาหาแฟนจริงๆนี่  แต่พี่บอกไปว่าแฟนพี่มาติวให้นักศึกษาที่อยู่ในหอนี้  พี่เลยมาหาแฟน”

                เนียนมากเลยมั้งน่ะ  คนฟังคำตอบนี่ไม่สงสัยเลยสิ?

                “ผมว่าวันหลังพี่ห้ามมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีกจะดีกว่า  ไม่ต้องมาเจอกันเลยยิ่งดี”

                “ไม่เจอมาตั้งสองปี  อย่าห้ามพี่เลย  ไม่สงสารใจพี่บ้างเหรอ?”

                ยิ่งผมปฎิเสธ  พี่พฤกก็ยิ่งหาทางเข้าใกล้  แต่เขาเข้าใจหน่อยเถอะว่าสายตาคนอื่นมองกลับมาเราคืออาจารย์กับลูกศิษย์  มันคือรักต้องห้ามที่ไม่ควรเกิดขึ้นไง  ซึ่งผมก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น  ยิ่งพี่พฤกเป็นทั้งแฟนเก่าทั้งอาจารย์เลยด้วย  ผมกลัวคนอื่นมองมาไม่ดี  ที่แน่ๆตอนนี้สองคนนั้นก็ต้องสงสัยบ้างแหละ  แถมไม่รู้ว่าจะมีข่าวรั่วไหลไปต่ออีกกี่ปากว่าเจอพี่พฤกอยู่ที่หอผมน่ะ

                “พี่พฤก  ผมว่าเรามาทำแบบนี้ไม่ถูกนะครับ  ผมไม่รู้ว่าพี่ทำอะไรอยู่กันแน่แต่พี่หยุดเถอะ  เดี๋ยวเรื่องมันบานปลาย  ผมไม่อยากให้ใครรู้นะ”

                “วา  พี่เสียเวลาไปสองปีแล้วนะ  ครั้งนี้พี่บอกแล้วไงว่าพี่จริงจัง  อย่าห้ามพี่เลย  ทำตามใจตัวเองบ้าง  คนอื่นจะมองยังไงก็ช่างหัวมันสิ  แค่พี่รักวา  วารักพี่แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ”

                “คือมัน...”

                “เลิกพูดเรื่องนี้ซะ  วาห้ามพี่ไม่ได้หรอก  ถ้าไม่หยุดพูดพี่จูบจริงๆนะ”

                เอ่อ  โอเค  ยอมแล้ว  ไม่พูดแล้วก็ได้  คอยดูเถอะถ้ามีข่าวลืออะไรออกไปผมจะบ่นเขาให้หูชาเลย

                “งั้นก็อยู่แต่ในห้องนี้  ผมนอนก็ห้ามกวนผม  ผมทำรายงานหรือทำอะไรก็ห้ามกวนผม  พี่ค่อยกลับไปตอนคนข้างล่างซาก็แล้วกัน  กลัวจะเจอใครอีก”

                “ให้พี่นอนด้วยยังไงเลย  พี่เตรียมชุดนอนมาเปลี่ยนแล้ว  ชุดทำงานพรุ่งนี้ก็เอามา”

                “นี่พี่เตรียมตัวมาขนาดนี้เลยเหรอ?”

                พี่พฤกยักคิ้วให้ผมอย่างกวนประสาทก่อนจะยื่นพิซซ่ามาให้ผมหนึ่งชิ้น  ผมล่ะเชื่อเขาเลย  คิดอะไรอยู่ว่าผมจะให้พี่เขานอนด้วย?  ฝันกลางวันอยู่หรือไง?  เจ้าคิดเจ้าแผนการณ์เหลือเกินนะ

                END  TALK


UPLOAD 100 %

ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็ก #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย

(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1339 ploy9102003 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 17:31
    อ่านแล้วคันมือจริงๆ อยากจะเข้าไปเขย่าพี่พฤกถามว่าพี่จะเอายังไงกันแน่
    #1,339
    0
  2. #1325 Spices_smile (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:23
    ไม่ชอบที่นาวาปล่อยให้พี่มันขนาดนี้อะ เ-้ยเกินไปไหม ควาย
    #1,325
    0
  3. #1315 Makalony (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 04:11
    อิพิ่พฤกมันเจ้านัก
    #1,315
    0
  4. #1302 KavinJitaboun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 22:57
    อ่านแล้วอึดอัดอ่ะเอาจริงๆนะ คือแบบ ยังไงอ่ะ มันหงุดหงิด ลำคาญ อึดอัดมากกก
    #1,302
    0
  5. #1250 Miki_milky (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 22:55
    อิพี่พฤกษทำไมรุกวาใหญ่เลย สงสารน้อง
    #1,250
    0
  6. #1146 moon97969 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 09:48
    อยากตบกะบาลอิพี่พฤก ความหน้าด้านนี่ต้องยกให้พีเค้าล่ะ
    #1,146
    0
  7. #1056 Kaka1m (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:50
    ออกแนวคู่กัดอะ(จริงๆคือวาฝ่ายเดียว)555 เราชอบนะ วาดูไปเรื่อยๆนะ ดูซิจะรักวาเก่งเท่าวางแผนเก่งรึป่าว แต่เราฟินนะ น่ารักอะ
    #1,056
    0
  8. #1046 NisachonJamjan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:33
    อ่านแล้ว อึดอัด อ่ะ รำคาญ หงุดหงิดสุดๆๆ พระเอกไรเนี่ย คำว่า สำนึกไม่มีเลย นาย เอก ก็ ยอมเกิ้นนน อ่ะ ยังไง ก็ ผู้ชาย เหมือนกัน ป่ะว่ะ สู้บ้างไร บ้าง ดิ นี่ อะไร รำคาญ มากกกกกกก
    #1,046
    0
  9. #1006 Patsakorn2541 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:42
    ดูตาแก่จะเล่นมากกว่าจริงๆนะ แต่สนุกมากๆ ดูเข้ากันดี คนนึ่งออกหาอีกคนอยากเข้าใกล้า
    #1,006
    0
  10. #911 Ma man. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:01
    อ่านแล้วแบบ..... อะไรคือความสมเหตุสมผลอ่ะ โคตรอึดอัด น่ารำคาญ รู้นะว่ามันคือนิยาย แต่อ่านแล้วแม่งโคตรน่ารำคาญอ่ะ ทั้งเรื่องอ่ะ อ่านแล้วไม่เคยเห็นว่าจะสำนึกที่นอกใจ แล้วก็ไม่เคยเห็นว่านาวาจะใจแข็งตรงไหน
    #911
    1
    • #911-1 นักอ่าน (จากตอนที่ 4)
      26 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:25
      จริง รู้สึกเหมือนกันเลย
      #911-1
  11. #887 Boatbateau (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:14
    สงสารวาอะ พี่พฤกนี่ค่อนข้างน่ารำคาญอยู่หน่อย ๆ นะ คิดจะทำไรก็ทำงี้เหรอ ถ้าเป็นเรานะมีต่อยปากแตกอะ นอกใจไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ 555555
    #887
    0
  12. #793 bire0032 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 10:27
    รำคาญแม่งหมดทั้งเรืี่องบอกเลยย คือแบบไม่สมเหตุสมผลเลยอ้ะ พระเอกนี้ไม่ต้องทำไรเลยนายเอกยอมหมด ใจเต้นงี้ อยากทำไรก็ทำงี้ พูดแต่ไม่ด่า พระเอกไม่มีสำนึกอีก คือแบบพระเอกมีแบ็คหรอทำไรก็ได้
    #793
    2
    • #793-1 cool (จากตอนที่ 4)
      25 มกราคม 2561 / 22:07
      คิดเหมือนกันเลยรำคาญอ่ะอ่านแล้วหงุดหงิดแต่ละเรื่องไม่เมคเซ็นส์เลย พระเอกแบบนึกจะกลับมาก็บังคับโน่นนี่ นายเอกก็นอมไปดิ
      #793-1
    • #793-2 Ma man.(จากตอนที่ 4)
      8 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:45
      อื้อหือ คิดเหมือนกันหมดทุกอย่างเลย
      #793-2
  13. #586 Kibibiza (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 18:23
    เชื่อเค้าเลยอะ 555
    #586
    0
  14. #585 Kibibiza (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 18:23
    เชื่อเค้าเลยอะ 555
    #585
    0
  15. #569 MomoLoveKk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:00
    โอ๊ยยย อยากตบอิพี่พฤก
    #569
    0
  16. #568 jibbubu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 20:06
    รำคาญอิพี่มันจริงๆ รุกหนักซะจนอึดอัดแทน ไม่ปล่อยให้หายใจบ้างเลยแบบนี้ยิ่งทำให้ยิ่งเกลียดมากกว่านะเราว่า
    #568
    0
  17. #567 KanitthaTaluang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 16:08
    บอกรักก็มากเขินนนน รออยู่มาต่อเร็วๆนะ
    #567
    0
  18. #564 mmintny69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:34
    รอออออออออออออออออออ สู้ๆ
    #564
    0
  19. #563 mmintny69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:34
    รอออออออออออออออออออ สู้ๆ
    #563
    0
  20. #562 mmintny69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:34
    รอออออออออออออออออออ สู้ๆ
    #562
    0
  21. #561 mmintny69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:34
    รอออออออออออออออออออ สู้ๆ
    #561
    0
  22. #560 mmintny69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:34
    รอออออออออออออออออออ สู้ๆ
    #560
    0
  23. #559 mmintny69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:34
    รอออออออออออออออออออ สู้ๆ
    #559
    0
  24. #558 mmintny69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:34
    รอออออออออออออออออออ สู้ๆ
    #558
    0
  25. #557 mmintny69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:34
    รอออออออออออออออออออ สู้ๆ
    #557
    0