╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 3 : บทเรียนที่ 3 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    23 ธ.ค. 60

บทเรียนที่ 3

 

NAVA  TALK

                และแล้ววันที่ผมกลัวที่สุดอีกวันก็มาถึง...

                นั่นคือวันศุกร์ที่พี่พฤกจะต้องมาสอนวิชาหลักการบินพื้นฐานนั่นเอง  ผมไม่อยากจะเจอหน้าเขาแต่มันเลี่ยงไม่ได้  นี่พี่เขาถึงขั้นหาเบอร์ผมมาจากไหนก็ไม่รู้แล้วโทรมากวนใจผมวันละเกือบสิบครั้ง  มันน่ารำคาญมาก  จนเช้านี้ผมทนไม่ไหวอีกแล้วกับความดื้อดึงของพี่พฤก  ผมจัดการบล็อกเบอร์พี่เขาไปเลย  แล้วจะบอกว่าโทรศัพท์ผมเสียก็แล้วกันจะได้หมดเรื่องหมดราว  หมดหนทางที่พี่เขาจะติดต่อผมได้อีก

                “ไอ้วา  ดูอารมณ์ไม่ดีเลยวะ  เป็นห่าไร”

                “เปล่า”

                ยิ่งใกล้เวลาที่พี่พฤกกำลังจะมาสอนใจผมยิ่งไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่  มันกังวลเหมือนกับตัวผมทำอะไรผิดต่อเขาสักอย่างทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลย  ที่ทำไปก็อยากปกป้องตัวเองทั้งนั้นแหละ  ไม่มีใครยินดีกับแฟนเก่าที่เคยทำให้เราเจ็บปวดหรอกจริงไหม?  ผมเองก็เหมือนกัน 

                คงไม่มีใครลืมเรื่องราวที่ทำให้เราเสียใจในอดีตได้ลงหรอก  มันคอยเตือนใจตัวเองเสมอแหละ

                “สวัสดีครับทุกคน”

                นาทีที่พี่พฤกก้าวเท้าเข้ามาบรรยากาศในห้องก็ดูครึกครื้นมากเป็นพิเศษเมื่อสาวๆหน้าห้องต่างยิ้มแย้มทักทายกัปตันสุดหล่อของพวกเธอกันอย่างหน้าชื่นตาบาน  ส่วนผมน่ะเหรอ  เหอะ  เบือนหน้าหนีพี่เขาไปทางอื่นอย่างเบื่อหน่าย  ในห้องนี้จะมีใครรู้เหมือนผมไหมว่าไอ้คนหล่อๆที่ยืนหน้าห้องนั่นน่ะตื๊อเก่งและเอาแต่ใจมากแค่ไหน  เมื่อวานเพิ่งทำสถิติโทรจิกผมถึงแปดครั้งต่อวันไปเอง 

                “เห้ยมึง  อย่าทำหน้าจะหลับแบบนั้นดิวะเดี๋ยวก็โดนอาจารย์พฤกเรียกอีกหรอก”

                ไอ้นิคเพื่อนแสนดีคอยเตือนผมทั้งที่ไม่รู้อะไรเลยว่าผมเบื่อพี่พฤกมากแค่ไหน  หน้ายังไม่อยากจะมอง  แต่ก็อย่างว่าแหละ  ไม่มีใครรู้เรื่องราวระหว่างผมกับพี่พฤกสักคน  ผมจึงทำได้เพียงนั่งยิ้มแย้มมองตรงไปยังเขาที่จ้องมองผมอยู่ก่อนแล้ว  ทำท่าตั้งใจเรียนเหมือนกับที่ผมเป็นในวิชาอื่นเพื่อไม่ให้เพื่อนสงสัย

                “วันนี้มีข้อสอบมาให้ทำด้วยนะครับ  เนื้อหาตามสไลด์ที่ผมจะสอนเลย  ถ้าตั้งใจเรียนก็ทำได้  ไม่ยากครับเป็นสอบเก็บคะแนนเล็กๆน้อยๆ  ผมจะได้รู้พื้นฐานของทุกคนด้วย”

                “เปิดชีทดูได้ไหมคะ?”

                “ได้ครับ  ไม่ได้สอบเคร่งครัดขนาดนั้นผมแค่วัดความรู้เฉยๆ”

                “ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ  ฮ่าๆๆ”

                โอ้ย  ลำพังเรียนให้รู้เรื่องยังยาก  นี่ยังมีงานมาให้ทำอีกเหรอ  ผมไม่รู้ว่าพี่เขาสอนรู้เรื่องไหม  เพื่อนคนอื่นเข้าใจไหม  แต่ผมน่ะไม่รู้เรื่องเลยเพราะเป็นพี่พฤกสอนนี่แหละ  แค่เห็นหน้าเขาอะไรก็ไม่เข้าสมองผมทั้งนั้น  ไอ้สายตาวาววับที่เขาใช้มองผมนั่นน่ะตัวดี  ตัวทำลายสมาธิผมเลย

                “นาวา  วันนี้เป็นอะไรครับดูหน้าเครียดจัง”

กึก

                บ้าเอ้ย  พี่เขาทักผมออกไมโคโฟนแบบนี้เลยเหรอ  ดูเพื่อนทั้งห้องหันมามองผมเป็นตาเดียวหมดแล้ว 

                “เปล่าครับอาจารย์  เชิญสอนต่อเถอะครับ”

                ผมตอบปัดไปเพื่อให้ทุกคนเลิกสนใจผม  แต่แล้วพี่พฤกก็ยังคงไม่ลดละความกวนประสาท

                “เหรอครับ  นึกว่าไม่พอใจที่ผมมาสอน”

                เอ้า!  แล้วไปพูดออกไมค์แบบนี้อีกทำไม  คนอื่นจะเข้าใจผมยังไงล่ะเนี่ย โถ่  พี่พฤก!!

                “โอ้ย  ใครจะไม่พอใจกันล่ะครับ  ได้กัปตันพฤกมาสอนทั้งทีทุกคนดีใจจะตาย  ฮ่าๆ  อาจารย์น่ะคิดมากไปแล้วนะครับ”

                “เหรอครับ  ผมคงแคร์คุณมากไป  เห็นทำหน้าไม่สบอารมณ์มากเลย”

                เดี๋ยวนะ  ไอ้คำว่าผมคงแคร์คุณมากไปนี่คืออะไรไม่ทราบ!  ตอนนี้สายตาที่ทุกคนมองผมสลับกับพี่พฤกมันมีแต่ความสงสัยเต็มไปหมดจนผมหัวหมุนกับการคิดคำแก้ต่าง

                “ขอบคุณนะครับที่ใส่ใจนักศึกษาขนาดนี้  สาวๆดีใจแย่เลยนะฮะ  สอนต่อเลยครับๆ”

                ฟู่ววว  รอดไปอีกครั้ง...

                พี่เขาเล่นแกล้งผมตั้งแต่ต้นคาบแบบนี้ผมก็เหนื่อยแย่เลยสิ  เดาไม่ออกเลยว่าเขาจะแกล้งอะไรให้ผมวุ่นวายใจอีก  เนี่ย  ผมว่ายังไงก็ต้องเริ่มมีคนสงสัยเรื่องราวลึกๆบ้างแล้วล่ะ  เพราะตั้งแต่พี่พฤกเดินเข้าห้องมาเขาไม่ถามหรือทักทายใครเลยนอกจากผม  ทั้งห้องนี้เหมือนเขารู้จักชื่อผมอยู่แค่คนเดียว  ถ้าเขายังทำอะไรโจ่งแจ้งแบบนี้อีกผมก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะรับมือไหมหรือเปล่า

                เสียงนุ่มยังคงบรรยายเนื้อหาของวิชานี้ไปเรื่อยๆ  ผมว่าพี่พฤกมีทักษะในการสอนคนนะ  เขารู้จังหวะการพูดจนในห้องเงียบสงัดเพราะทุกคนสนใจในสิ่งที่เขากำลังสอนซะหมด  คนอะไรมันจะเพอร์เฟคได้ขนาดนี้วะ  ทั้งหล่อ  รวย  หน้าที่การงานดีเลิศ  แถมยังเป็นอาจารย์ที่สอนแล้วลูกศิษย์ตั้งใจฟังอีก 

                “นาวา  ส่ายหัวทำไมครับ  ไม่เข้าใจที่ผมสอนตรงไหนหรือเปล่า”

กึก

                เอาอีกแล้ว  เล่นกูอีกแล้วไง


LOADING 30 %


                “เปล่าครับ  ผมแค่เมื่อยคอ  งั้นขอตัวไปห้องน้ำนะครับ”

                “เห้ยไปวากูไปด้วยๆ”

                ไอ้ก็อตลุกตามผมมา  ทว่า...

                “ผมให้นาวาไปคนเดียวพอ  ไปทีละคนนะครับ  ไปหลายคนเดี๋ยวพากันหายไปนาน”

                ฉิบ!  เป็นอาจารย์ที่เอาแต่ใจจริงๆ  ผมกรอกตามองบนแล้วเดินออกจากห้องเรียนด้วยความรู้สึกโล่งอกยังไงก็ไม่รู้ที่ผมได้อยู่ห่างจากพี่พฤกบ้าง  อยู่ในห้องนั้นน่ะ  ต่อให้ผมไม่มองหน้าเขาผมก็ยังได้ยินเสียงเขาอยู่ดี  มันอึดอัดใจยังไงชอบกล  ไม่ชอบที่พี่พฤกมองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆ

                สองเท้าตรงดิ่งมายังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าให้รู้สึกสดชื่นมากกว่านี้  นั่งเรียนยังไม่ถึงชั่วโมงทำไมหน้าตาผมดูเบื่อโลกจังเลย  ที่จริงไม่เบื่อเนื้อหานะ  เบื่อคนสอน  มันหล่อเกิน  ยักคิ้วหลิ่วตาเก่งเหลือเกิน  รำคาญ!!

หมับ!

                เชี่ย! ขณะที่ผมกำลังเช็ดมืออยู่นั้นก็มีมือใครบางคนมาวางแหมะอยู่ที่ไหล่ก่อนที่ผมจะเห็นเจ้าของมือนั่นปรากฏผ่านกระจกเงาตรงหน้า

                พี่พฤก!!  ตามมาทำไมวะเนี่ย

                “ผมเสร็จพอดี  ไปเรียนต่อละฮะ”

                “คนสอนอยู่นี่”

                เออเนอะ  อยากจะหนีจนลืมคิดไปเลยว่าพี่พฤกยืนอยู่นี่แล้วเข้าไปจะเรียนกับผีที่ไหนล่ะ

                “อย่ามายืนใกล้ขนาดนี้นะครับ  เดี๋ยวคนมาเห็น  ผมไปละดีกว่า”

                จู่ๆพี่พฤกก็เอื้อมแขนมาเท้ากับอ่างล้างหน้า  วงแขนใหญ่ทั้งสองข้างครอบตัวผมไว้จากด้านหลัง  ตอนนี้ไม่ว่าผมอยากจะหนีไปจากตรงนี้ยังไงผมก็ไปไหนไม่ได้  อีกอย่างคือพี่เขาดันทาบทับตัวของเขาให้แนบชิดกับแผ่นหลังผมอย่างแนบแน่น  แม้แต่เป้ากางเกงเขายังอยู่ที่บั้นเอวผมเลย  ท่านี้มันสุ่มเสี่ยงเกินไป  น่ากลัวๆ  ถ้ามีคนมาเห็นล่ะงานเข้าแน่

                “โทรไปทำไมไม่ติด?”

                “มือถือพังฮะ”

                “เหรอ?  พังแน่เหรอ?”

                “ครับ  พัง”

                ผมตอบเขาไปส่งๆทั้งที่มันไม่ได้พังหรอก  ผมบล็อกเบอร์พี่เขาอย่างที่บอกนั่นแหละจึงโทรหาผมไม่ติด  แต่แล้วใครจะคิดว่าพี่พฤกจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของผมแล้วหยิบมือถือผมออกมา  จากนั้นเขาก็รีบเดินเข้าห้องน้ำแล้วล็อคประตูเฉยเลย  เห้ย!  เขาจะทำอะไรของเขาเนี่ย  จิ๊

                “ถ้าอยากได้มือถือคืนก็ยืนรอพี่แป๊บนึง  ขอเช็คอะไรก่อน”

                “พี่พฤก  นั่นของส่วนตัวของผมพี่ทำแบบนี้ได้ไง  เปิดประตูแล้วเอาของผมคืนมา!!

ปังๆๆ

            ออกแรงทุบประตูก็แล้วยังไงพี่เขาก็ไม่ออกมาสักที

                “ถ้าวาเสียงดังกว่านี้พี่ไม่รับประกันนะว่าจะมีคนมาเห็นอะไรแบบนี้หรือเปล่า  แต่ถ้าวารอพี่เงียบๆวาก็จะได้มือถือวาคืน”

                ข้อแม้เยอะจังนะ...

                พี่พฤกพูดมาแบบนี้แล้วผมจะทำอะไรได้ล่ะ  ทำได้แค่รออย่างเดียว  แต่ผมมายืนรอเขาที่หน้าประตูเพราะกลัวคนจะเดินมา  ผมกลัวไปหมดทั้งที่ต่อให้คนอื่นจะเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้มาเห็นผมกับพี่พฤกยืนคุยกันนี่  บ้าเอ้ย  ผมกลายเป็นคนวิตกจริตไปแล้ว

                พี่เขาก็แปลกคน  ห้องน้ำอาจารย์มีก็ไม่เข้า  พอผมเข้าห้องน้ำนี้ก็มาเข้าตาม 

ห้านาทีผ่านไป

            “พี่พฤก  พี่ขี้เหรอ  นั่งทำอะไรตั้งนานผมยืนรอจนเมื่อยแล้วเนี่ย”

                “....”

                เอ๊ะ  ทำไมไม่ตอบ  เงียบทำไม

                “พี่พฤก  พี่ได้ยินผมไหม  เอามือถือออกมาคืนผมได้แล้ว”

แกร๊ก

                ในที่สุดประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกพร้อมทั้งร่างสูงที่ส่งยิ้มหวานมาให้ผมจนผมรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ  รอยยิ้มนี้ไม่ธรรมดา  มันต้องมีอะไรสักอย่าง

                “วายังไม่มีแฟน”

                เพียงประโยคแรกที่พี่เขาพูดออกมาก็ทำให้ร่างผมชาวาบ  ใช่  ผมไม่มีแฟนหรอกเพราะกลัวจะโดนหลอกเหมือนที่พี่เขาเคยทำกับผม  แล้วผมก็ลืมไปแล้วว่าบอกพี่พฤกว่าตัวเองมีแฟน  มัวแต่กังวลว่าพี่เขาจะรู้ว่าผมบล็อกเบอร์จนลืมเรื่องนี้ไปเลยแฮะ

                “เอามือถือผมมา”

                “วาบล็อกเบอร์พี่  แต่พี่ปลดบล็อกไปแล้ว  ตอนนี้เรามีช่องทางที่สามารถติดต่อกันได้ทุกทาง  ไม่ว่าจะเบอร์  เฟซบุ๊ค  อินสตราแกรม  ทวิตเตอร์  เราฟอลโล่กันไว้หมดแล้ว”

                “เกินไปปะ  ผมไม่ได้อยากติดตามพี่  เดี๋ยวจะบล็อกให้หมดเลย”

                “เมื่อสองปีก่อนยังติดตามพี่อยู่เลยไม่ใช่เหรอ  จำไม่ได้เหรอว่าเคยเป็นแฟนคลับกัปตันพฤกมาก่อน”

กึก

                จำได้สิ  ผมจำเรื่องของเราได้ทุกอย่างแหละพี่  ความรักของเรากำลังสวยงามแต่พี่ก็ทำลายมันลงไม่เหลือชิ้นดีเพราะความมักมากของพี่ไง  พี่จำได้ไหมล่ะ...

                “ผมลืมไปหมดแล้วเรื่องผ่านมาตั้งสองปี  ไร้สาระจะตาย”

                “ไปเรียนได้แล้ว  พี่สั่งงานไว้เพื่อไม่ให้ใครออกมาเข้าห้องน้ำและขัดขวางพี่กับวา  เป็นไงฉลาดปะ”

                “เดี๋ยวๆ  มือถือผมอ่ะ”

                “มาเอากับพี่หลังเลิกเรียน”

                แล้วเขาก็เดินหนีผมไปเลย  อะไรของเขาเนี่ย  อุตส่าห์ยืนรอตั้งนานสรุปไม่ได้อะไรคืนมาเลย  แถมพี่เขายังค้นจนรู้ว่าผมไม่มีแฟน  ไม่รู้ว่าไปค้นตรงไหนของมือถือผมแต่มันก็คือความจริงนั่นแหละ  แหม  พอรู้ว่าผมไม่มีแฟนทำหน้าตาอารมณ์ดีเชียวนะ  จะมาไม้ไหนอีกล่ะ


LOADING 50 %


                ผมเดินตามเขาไปห่างๆ  แต่จู่ๆพี่เขาก็หยุดยืนอยู่กับที่ทำให้ผมเดินตามเขาทัน  ช่วงขณะที่ผมกำลังจะเดินแซงพี่พฤกนั้นพี่เขาก็ก้าวเท้าเดินไปพร้อมกับผม  ไอ้นิสัยหยุดยืนเพื่อรอเดินไปพร้อมกันเนี่ย  สองปีก่อนพี่เขาก็ทำแบบนี้เพราะพี่เขาสูง  ขายาวเลยเดินไว  ส่วนผมเตี้ยกว่าเขา  ขาสั้นเลยเดินช้ากว่า

                ทำไมต้องทำให้ผมหวนคิดเรื่องราวเก่าๆอยู่เรื่อยเลย...

                ตอนที่เดินไปยังห้องเรียนนั้นทั้งผมและพี่พฤกไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ  ไม่รู้ว่าพี่เขาจะกำลังคิดถึงเรื่องราวเก่าๆอย่างที่ผมกำลังคิดหรือเปล่า  ผมก็ไม่กล้าหันไปมองเขาว่าเขาทำสีหน้ายังไงอยู่

                “เดี๋ยวผมเข้าไปก่อนนะ”

                “อื้อ  ข้อสอบวางให้บนโต๊ะแล้ว  เดี๋ยวพี่เดินไปสอน”

                “ไม่ต้องครับ  เดี๋ยวผมลอกเพื่อนเอาก็ได้”

                แล้วผมก็ทำอย่างที่ผมบอกจริงๆ  ลองอ่านโจทย์ดูแล้วข้อไหนทำได้ผมก็ทำเลย  ส่วนข้อไหนทำไม่ได้ก็ถามไอ้นิค  ไอ้ก็อต  ไอ้บีม  มีเพื่อนตั้งสามคนกลัวอะไร 

                แต่ข้อสอบวัดความรู้ของพี่พฤกนี่ยากเหมือนกันนะ  เขาเน้นเอาแต่ความรู้ที่นักบินควรรู้  บางข้อที่เขาให้ทำยังไม่เคยได้เรียนเลยด้วยซ้ำ  อาจเป็นวิชาของปีสาม  ปีสี่โน่นแหละ  แต่พี่พฤกเคยสอนผมเมื่อสองปีก่อนไปแล้วผมจึงจำได้คร่าวๆ  ซึ่งก็เขียนบรรยายออกมาไม่ถูกอยู่ดี

                “ไอ้วา  ยืมมือถือคิดเลขข้อนี้หน่อยดิ  คำนวณน้ำมันเนี่ย  มือถือกูแบตหมด”

                “เอ่อ  ของกูก็แบตหมดว่ะ”

                ผมตอบไอ้นิคไปอย่างเก้ๆกังๆ

                “เห้ย  หมดบ้าไร  มึงเพิ่งชาร์ตกับพาวเวอร์แบงค์ไปจนเต็มเองนี่”

                “สงสัยแบตกูเสื่อม  มึงไปยืมไอ้สองคนนั้นไป”

                ถ้าพี่พฤกไม่เอามือถือผมไปผมคงมีเครื่องคิดเลขไว้คิดข้อนี้เองไปแล้ว  ช่างเถอะ  ตอนนี้ผมต้องเร่งสปีดทำข้อสอบตรงหน้าให้เสร็จสักที  มีตั้งยี่สิบข้อเขียน  แล้วผมเข้าห้องมาช้าเลยทำให้งานช้าลงไปอีก  ครั้นจะมานั่งลอกเพื่อนทุกข้อผมก็ทำไม่ได้  มันต้องได้ลองพยายามทำด้วยตัวเองดูก่อน

                “ทำเสร็จกลับบ้านได้นะครับ  ไว้จะมาเฉลยวันอังคารหน้า”

                พี่พฤกประกาศออกไมค์ว่าจะได้เลิกเร็วทำให้คนทั้งห้องก้มหน้าก้มตารีบทำให้เสร็จอย่างรวดเร็ว  นี่ละนะชีวิตเด็กมหาลัย  งานเยอะจะตาย  อยากจะกลับห้องไปพักไวๆกันทั้งนั้น

                “ไอ้วา  เย็นนี้ไปกินเหล้ากันปะ”

                “ไปๆ  เดี๋ยวกูโทรหา  ไปร้านเปิดใหม่อ่ะมันมีโปรแถมเบียร์ฟรีอยู่”

                ไม่ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนมาสักพักแล้วเหมือนกัน  แค่คิดก็เปรี้ยวปากจะแย่

                “นาวา  ทำได้ไหมครับ”

                จู่ๆพี่พฤกก็เดินเข้ามาถาม  แถมยังลากเก้าอี้ว่างมานั่งขนาบข้างผมอีกด้วย  ทำให้เพื่อนผมอีกสามคนนั่งเกร็งกันไปหมดทั้งที่เมื่อกี้เรากำลังคุยเล่นกันอย่างสนุกสนานอยู่แท้ๆ

                “ทำได้ครับอาจารย์”

                หน้าหล่อโน้มลงมาใกล้ผมมากจนใบหูสัมผัสเข้ากับแก้มของพี่เขา  ไอ้ท่าทางจะก้มมาอ่านตัวหนังสือบนข้อสอบเนี่ย  มันต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้เลยเหรอ

                “ข้อนี้ผิดนะครับ”

                เขาบอกผมแค่นั้นแล้วก็ลุกเดินอ้อมไปอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะเพื่อสอนเพื่อนผมอีกสามคน  คือผมก็อยากเข้าไปฟังด้วยแต่มันไกลพอสมควร  ชะเง้อมองที่พี่พฤกสอนก็ไม่เห็น  เลยทำได้เพียงนั่งลอกที่ไอ้นิคมันเขียนตามพี่พฤกเท่านั้น

                “ไอ้นิค  มือบังโว้ย”

                “ผมไม่อนุญาตให้ลอกกันนะครับ  ผมบอกแค่ว่าให้เปิดหนังสือได้  นาวา  อย่าลอกเพื่อน  ไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามผม”

                เอ้า  แล้วมาดุผมทำซากอะไร  ตัวเองไปยืนอธิบายงุบงิบๆกันอยู่มุมโต๊ะ  ผมอยู่อีกฝั่งของโต๊ะจะให้ทำยังไง  จะให้ผมลุกแล้วเดินอ้อมไปฟังก็ไม่มีที่ให้ผมยืนแล้ว  เพราะคนอื่นก็มายืนรุมฟังพี่พฤกเหมือนกัน  แล้วต้องดุผมต่อหน้าคนอื่นด้วยเหรอ  ไม่ชอบเลยว่ะ

                เวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีที่ผมนั่งอ่านโจทย์พร้อมเปิดชีทเรียนวนไปวนมา  จู่ๆเพื่อนทั้งห้องก็ลุกฮือพากันส่งข้อสอบที่โต๊ะอาจารย์  รวมถึงไอ้เพื่อนรักสามคนของผมด้วย

                “เห้ยพวกมึง  เอามาให้กูลอกก่อน  ไอ้นิค  ไอ้บีม  ไอ้ก็อต”

                พวกมันทำหน้าลำบากใจ  เหลือบตามองผมสลับกับพี่พฤกที่กำลังยืนกอดอกส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ผม

                “กูก็อยากให้มึงลอกนะ  แต่อาจารย์ไม่ให้ลอกอ่ะ”

                ไอ้บีมบอกผมแบบนั้นแล้วเดินหน้ามุ่ยตามก้นไอ้ก็อตไปส่งข้อสอบ  เหลือแต่ไอ้นิคที่มันโฉบหน้ามากระซิบที่ข้างหูผมว่า...

                [เดี๋ยวกูแอบถ่ายแล้วส่งไลน์ไปให้  มึงก็ลอกจากรูปในไลน์แล้วกันนะ]

                อื้อ  ขอบใจมึงมากเพื่อนรัก  แต่มือถือกูอยู่ที่เขาโน่น!!  ฮืออออออ  จนทั้งห้องกลับไปหมดเหลือแค่ผมกับพี่พฆกสองคน  ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่าพี่เขาน่ะทำเป็นไม่สนใจผมแล้วเดินสอนคนทั้งห้องทีละโต๊ะเพื่อให้ทุกคนทำกันเสร็จก่อนเหลือแค่ผมเนี่ย  ที่ต้องอยู่กับเขาต่อ

                “แผนลึกนักนะพี่พฤก  พี่จะแกลังผมไปถึงเมื่อไหร่”

                “ก็จนกว่าวาจะรักพี่เหมือนเดิม”


LOADING 80 %


                “คำว่าเหมือนเดิมมันตายจากใจผมไปนานแล้วพี่”

                “ของแบบนี้มันสร้างได้ใหม่  อ่ะนี่เฉลย  ลอกซะ”

                กระดาษข้อสอบอีกแผ่นที่มีลายมือของพี่พฤกเขียนอยู่ถูกยื่นมาให้ผม  และเมื่อผมรับมันมาประโยคสนทนาของเราจึงจบลง  เขามานั่งขนาบข้างผมอีกครั้งแล้วซบหน้าลงที่ต้นแขนของผม  เมื่อผมจะเอี้ยวตัวหลบพี่พฤกก็คว้าเอวผมไม่ให้ขยับหนีไปไหน  ก่อนที่อ้อมแขนอุ่นจะกำชับกอดให้แน่นขึ้น  เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมกำลังเขียนคำตอบข้อสุดท้ายลงไปในกระดาษ  อยากจะหนีจากพี่เขาไปไวๆ

                “เสร็จแล้วครับ  ผมขอตัว”

                “อย่าเพิ่ง  ขอกอดต่ออีกหน่อยได้ไหม”

                “ไม่ได้ฮะ  ไม่ได้เป็นอะไรกัน  ปล่อยผมได้แล้วพี่”

                ผมหันไปชักสีหน้าเอาเรื่องพอสมควรพี่พฤกเลยยอมคลายอ้อมแขนออก  ผมวางข้อสอบพร้อมเฉลยไว้แบบนั้นแล้วคว้ากระเป๋าตัวเองขึ้นมาสะพายเตรียมตัวกลับหอได้สักที

                “วา  ไม่เอามือถือเหรอ?”

                เออใช่  ลืมไปเลย

                “เอาครับ  ขอของผมคืนด้วย”

                ผมแบมือไปตรงหน้าเพื่อขอของตัวเองคืน  แต่แล้วพี่พฤกกลับหยิบกุญแจรถเขาในกระเป๋ากางเกงวางลงบนฝ่ามือผม  ก่อนจะคว้าข้อสอบของผมแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะอาจารย์หน้าห้องแทน

                “ไปรอพี่ที่รถ  รถจอดอยู่หลังตึก”

                “ทำไมผมต้อง...”

                “ไม่อยากได้มือถือคืนก็ตามใจนะ  แต่ถึงวาได้มือถือกลับไปก็ไม่มีใครโทรมาอยู่ดีเพราะวาไม่มีแฟน  ตอนนี้วาโสด  พี่เองก็โสดมาก”

                “แล้วยังไงครับ”

                “พี่ก็จะจีบวาไง  พี่ไม่ได้เล่นๆแล้วนะ  อายุพี่ก็สามสิบกว่าแล้ว  ครั้งนี้พี่จริงจังนะวา”

                แววตาพี่พฤกดูจริงจังจนผมไม่ต้องหลบตาเขา  ไม่กล้ามอง  กลัวตัวเองจะหลงใหลคำหวานเหล่านี้  แววตาเหล่านี้เหมือนเมื่อสองปีก่อนอีก

                “ผมไม่อยากไปรอพี่ที่รถ  อยากได้มือถือคืน  พี่คืนผมมาเถอะจะได้แยกย้ายกันกลับบ้าน”

                “วามีสิทธิต่อรองกับพี่ด้วยเหรอ  ก็เห็นอยู่ว่าขัดใจพี่แล้วจะเป็นยังไง  อยากให้พี่แสดงออกในคลาสเรียนมากกว่าวันนี้ไหมล่ะ?  ถึงความแตกพี่ไม่ได้เดือดร้อนนะ  มากสุดพี่แค่ไม่ได้มาสอนอีกแต่พี่เป็นนักบินยังไงพี่ก็ไม่อดตายอยู่แล้ว  เงินค่าสอนแค่ไม่กี่บาทพี่ไม่สนใจหรอก  แต่เราน่ะ  ถ้าความแตกจะทนขี้ปากคนอื่นได้เหรอ?  ถ้าเป็นแบบนั้นเมื่อไหร่พี่พาเราย้ายไปเรียนที่อื่นเลยนะ  เท่ากับว่าสิทธิขาดในตัววาขึ้นอยู่กับพี่”

                “ย้ายไปเรียนที่อื่นบ้าบออะไร  แม่ผมเอาตายแน่  พี่อย่าทำอะไรให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลย”

                “อย่าลืมว่าพี่สนิทกับแม่วานะ  แล้วที่พี่ติดต่อแม่วาไม่ได้ก็เพราะเราบล็อกทุกช่องทางติดต่อไม่ใช่เหรอ  ตอนที่ทะเลาะกันน่ะ  หรือต่อให้วาบอกแม่ว่าพี่ทำวาเสียใจแค่ไหนพี่ก็ไม่กลัว  แม่วารู้ดีว่าพี่รักและหวังดีกับวาแค่ไหน”

                “หวังดีของพี่คือการนอกใจผมแล้วไปแอบกินเพื่อนสนิทผมเหรอครับ?  ความรักที่พี่ว่ารักผมนักหนานั่นน่ะ  ก็ไปบอกกับเพื่อนสนิทผมเหมือนกันจนมันมาขอพี่จากผมเนี่ยนะความรักที่พี่ว่า?”

                ผมไม่อยากจะพูดเรื่องราเหล่านี้ออกมาจากปากตัวเองเลย  ยังจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้ดีเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน  ขอบตาผมร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีทว่ายังคงยับยั้งน้ำตาที่มันจะไหลออกมาได้ 

                “ไปรอพี่ที่รถนะ  พี่ขอโอกาสเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

                “โอกาสของพี่ผมจะหาที่ไหนมาให้  พี่ทำให้ผมเสียพี่ไปรวมถึงเพื่อนสนิทตัวเอง  ผมเกือบบ้าไปช่วงหนึ่งเพราะพี่”

                พอแล้ว  ผมไม่อยากคุยกับพี่พฤกถึงเรื่องเก่าๆอีกแล้ว  ยิ่งพูดผมยิ่งอยากจะร้องไห้  และสุดท้ายผมก็จำใจเดินมายังหลังตึกเพื่อมารอเขาที่รถ  สายตาสะดุดกับรถบีเอ็มสีขาวคันหนึ่งรวมถึงเลขทะเบียนด้วย  มันคือรถคันเดียวกับเมื่อสองปีก่อนที่ผมกับพี่พฤกไปซื้อด้วยกัน  แถมเลขทะเบียนรถผมก็เป็นคนเลือกให้พี่เขาประมูลเอาเลขนี้เพราะผมชอบ

                หรือพี่พฤกต้องการให้ผมมาเห็น  เขาไม่ได้บอกผมด้วยซ้ำว่าเขาขับรถอะไรมาแต่เขามั่นใจว่าผมจะจำรถของเขาได้  รถที่มีความทรงจำของเราอยู่ในนั้น  แล้วพี่เขาก็ทำสำเร็จ  ผมจำรถเขาได้แม่นจริงๆ

ติ๊ด

                ผมปลดล็อครถแล้วจัดการเข้าไปสตาร์ทรถเพื่อเปิดแอร์รอพี่เขาอย่างที่ผมเคยทำเมื่อสองปีก่อน  เวลาพี่พฤกจะไปทำงานจะได้ขึ้นรถมาแล้วเย็นเลย  บ้าเอ้ย  แล้วผมจะทำทำไมวะ  แต่ขณะที่ผมช่างใจที่จะดับเครื่องยนต์นั้นสายตาดันเหลือบไปเห็นรูปเล็กๆใบหนึ่งติดอยู่กับคอนโซลหน้ารถ

                มันคือรูปผมกับเขาถ่ายคู่กันตอนงานวันเกิดผม  ลักษณะรูปมันเริ่มซีดแล้ว  เหมือนว่าพี่พฤกติดมันมานานแล้วไม่ได้เพิ่งเอามาแปะไว้เพื่อให้ผมเห็น

ตึกตัก  ตึกตัก

                หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นโครมครามออกมารวมถึงน้ำตาที่มันทำท่าจะไหลออกมาอีกแล้ว  ผมเงยหน้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ  ตัดสินใจไม่ดับเครื่องแต่เร่งแอร์ให้เย็นรอพี่เขาก่อนจะลงจากฝั่งคนขับแล้วเดินอ้อมมานั่งเบาะข้างคนขับแทน  ผมกวาดตาสำรวจรถคร่าวๆจนกระทั่งไปสะดุดกับหมดรองคอสีน้ำตาลใบหนึ่งวางอยู่เบาะหลังรถ

                นั่นมันของผมนี่  ผมจำได้  พี่พฤกซื้อให้ผมเพราะผมชอบบ่นว่าเมื่อยคอ  ผมเลือกลายสิงโตสีน้ำตาลนี้มาเพราะบอกกับพี่พฤกว่าหน้าเหมือนเขา  ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เขายังเก็บไว้อยู่

ปัง

                เมื่อพี่พฤกเข้ามาในรถผมจึงรีบปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลทันที  ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น  ได้มือถือคืนผมก็จะกลับแล้ว

                “อุ้ย  เปิดแอร์รอพี่ด้วย  น่ารักจริงๆ  พี่คิดไว้แล้วเชียวว่าวาต้องจำได้  ขอบคุณนะที่ไม่เคยลืมกันเลย”

                “พี่ทำผมเจ็บขนาดนั้นใครจะลืมลง  ขอมือถือคืนด้วยครับ”

                “ไปกินข้าวกันดีกว่า  เดี๋ยวพี่มาส่ง  คืนนี้พี่ไม่มีบินพี่อยู่เป็นเพื่อนวาได้ทั้งคืน”

                “ไม่ได้  คืนนี้ผมนัดเพื่อนไว้แล้วจะไปกินเหล้า”

                พี่พฤกเอื้อมมือมาคว้าเข็มขัดนิรภัยฝั่งผมก่อนจะจัดการคาดให้และล็อคมันโดยที่ผมไม่ต้องร้องขอ  ตาคมเหลือบมองผมแล้วถอนหายใจยาวพรืดก่อนที่ปากหยักจะขยับพูด

                “พี่ไม่อยากให้วากินเหล้า  ทุกทีวาจะกินได้แค่ตอนอยู่กับพี่”

                “นั่นมันสองปีก่อน  นี่ผมโตแล้ว  ไปกินเหล้ากับเพื่อนก็เรื่องปกติปะพี่”

                “งั้นก็ตามใจ  ถ้าวันนี้วาจะไปกินเหล้ากับเพื่อนพี่ก็จะไปด้วย  ถ้าไม่อยากให้พี่ไปก็ไม่ต้องกิน”

                “พี่พฤก!!

                แม่ง  เอาแต่ใจจริงๆ  เขาออกรถไปโดยไม่ถามผมสักคำว่าผมอยากไปกับเขาไหม  อีกอย่างบอกว่าจะพาผมไปกินข้าวนี่พาไปกินที่ไหนก็ไม่รู้  วันนี้มันวันซวยอะไรของผม  ทั้งโดนแกล้งในคาบเรียนไม่พอ  เขายึดมือถือผมไปอีก  แถมเลิกเรียนต้องมาติดแหง็กอยู่กับเขา 

                “ทำหน้ามุ่ยทำไม  ทำใจให้ชินกับพี่ซะ  ที่บอกว่าจะจีบน่ะพี่จะจีบจริงๆ”

                ฟู่ววว  จู่ๆหน้าก็รู้สึกร้อนขึ้นมา  ผมไม่ชอบได้ยินคำว่าจีบจากพี่พฤกเลย  มันรู้สึกแปลกๆ


UPLOAD 100 %

ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็ก #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย

(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1324 igot7ibambam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:17
    เ-้ยอะ จะด่ามันทุกตอนจนกว่าน้องจะมีเเฟนใหม่จริงๆ!!
    #1,324
    0
  2. #1313 tandie (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 20:45
    ไม่ไหวว่ะ หัวร้อนมาก ถ้าเป็นเรามันจะไม่ได้มายุ่งกับเราเด็ดขาด!
    #1,313
    0
  3. #1305 wannisa22 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 02:21
    อยากเห็นอิมเมจน้องวา แบทแบมรึป่าวววว
    #1,305
    0
  4. #1301 PinPak_AyatoDL (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 17:06
    ทำน้องซะขนาดนี้ ทำไมยังกลับมาา ถ้ารักจริงทำแบบนั้นทำไมล่ะ
    #1,301
    0
  5. #1249 Miki_milky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 22:42
    สงสารนาวา อีพี่พฤกษอย่ายุ่งกะนาวาสิ
    #1,249
    0
  6. #1230 0937260447 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 20:28
    โคตรเกลียดพี่มันเลย555555
    #1,230
    0
  7. #1195 keika (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 10:51
    อื้อหือออ อ่านแล้วหัวร้อนนนนนน อยากตบกบาลอิพี่จริงๆ
    #1,195
    0
  8. #1145 moon97969 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 09:26
    ลำใย พี่พฤกค่ะ
    #1,145
    0
  9. #1054 Kaka1m (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:42
    อื้อหือคดีหนักเลย แต่เราก็เชียร์นะ55555 เผด็จการจริงๆคุณ
    #1,054
    0
  10. #1045 NisachonJamjan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:27
    รำคาญ พระเอก จริงๆๆนะ โค ตร น่ารำคาญ เปลี่ยนได้มั้ย อ่ะ นายเอก ก็ ยอมคนเกิ้นนน เฮ่อออ
    #1,045
    0
  11. #1004 Patsakorn2541 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:08
    คนอก่เอาแต่ใจ และขี้เอา555
    #1,004
    0
  12. #819 feonixsh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 22:57
    โอ๊ยยยย หมั่นไส้ เห็นแก่ตัวว่ะพี่พฤก แมร่_งดูไม่ค่อยสำนึกเลย ทั้งๆที่ไปเอากับเพื่อนสนิทวา ดูวายังช้ำใจอยู่เลยไม่มีใหม่
    วาก็อย่ากลับไปง่ายๆนะ ถ้าสำนึกผิดจริงให้พี่มันพิสูจน์ความจริงใจก่อน

    แต่ของมันเคยทำจะเปลี่ยนได้จริงเหรอ

    อิป้าอินจัด #หมั่นไส้พี่พฤกหาคู่แข่งให้พี่พฤกทีคร่าาาา
    #819
    0
  13. #786 sayorihime_2002 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:02
    ไม่ชอบพระเอกอ่ะ ดูไม่สำนึกแค่อยากได้นายเอกมากกว่าสุดท้ายก็ไม่รักษาไว้ให้ดี แล้วทำอย่างกับเรื่องนอกใจเป็นเรื่องเล็กน้อย ความรู้สึกที่เสียไปมันไม่น้อยเลยนะ แล้วไงกินกับเพื่อนสนิทแฟนตัวเอง จ้าาาาา
    รอน้องวาเอาคืน หวังว่านายเอกเราจะไม่ง่ายนะ
    #อินจัด5555
    #786
    0
  14. #764 aaumm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 16:04
    ไม่ชอบพระเอกเลยอะ ดูเห็นแก่ตัวเกินไป
    #764
    0
  15. #742 darkmoon2539 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 05:37
    น้องก็ง่ายเกิ้น
    #742
    0
  16. #729 E'nAnG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:01
    ทำไมพระเอกดูเห็นแก่ตัวจังเลย
    #729
    0
  17. #599 -Airplane- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 21:14
    ทำไมตอนนี้ใจบางกับอิพี่วะ555555
    #599
    0
  18. #584 Mat_AnGel (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 17:53
    มีความเอาแต่ใจรุนแรงมาก แล้วถ้าวาปล่อยใจคืนดี จะเลวอีกป่าวล่ะ
    #584
    0
  19. #575 DoubleB (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 14:46
    พฤกเลว นาวาอย่ากลับไปคบนะ
    #575
    0
  20. #566 KanitthaTaluang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 15:59
    ตกหลุมรักพ่อคนเลวแล้ววว ใจบาง
    #566
    0
  21. #396 mmintny69 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:00
    สงสารน้องมันว่ะ แบบเข้าใจว่าเสียใจแค่ไหน ทำนาวาไว้แสบมากแต่พี่พฤกกลับมาหาน้องโดยไม่สำนึกอ่ะ ไม่รู้สิ อ่าานแล้วเหมือนพระเอกมันจะจีบๆแต่ไม่คิดรึไงว่าเคยืทำไรไว้ บ้า น้องอย่าใจอ่อนนะลูก แต่เป็นนี่นี่ก็เคลิ้มนะ กัปตันหล่อ 5555
    #396
    0
  22. #395 mmintny69 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:00
    สงสารน้องมันว่ะ แบบเข้าใจว่าเสียใจแค่ไหน ทำนาวาไว้แสบมากแต่พี่พฤกกลับมาหาน้องโดยไม่สำนึกอ่ะ ไม่รู้สิ อ่าานแล้วเหมือนพระเอกมันจะจีบๆแต่ไม่คิดรึไงว่าเคยืทำไรไว้ บ้า น้องอย่าใจอ่อนนะลูก แต่เป็นนี่นี่ก็เคลิ้มนะ กัปตันหล่อ 5555
    #395
    0
  23. #394 mmintny69 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:00
    สงสารน้องมันว่ะ แบบเข้าใจว่าเสียใจแค่ไหน ทำนาวาไว้แสบมากแต่พี่พฤกกลับมาหาน้องโดยไม่สำนึกอ่ะ ไม่รู้สิ อ่าานแล้วเหมือนพระเอกมันจะจีบๆแต่ไม่คิดรึไงว่าเคยืทำไรไว้ บ้า น้องอย่าใจอ่อนนะลูก แต่เป็นนี่นี่ก็เคลิ้มนะ กัปตันหล่อ 5555
    #394
    0
  24. #393 mmintny69 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:00
    สงสารน้องมันว่ะ แบบเข้าใจว่าเสียใจแค่ไหน ทำนาวาไว้แสบมากแต่พี่พฤกกลับมาหาน้องโดยไม่สำนึกอ่ะ ไม่รู้สิ อ่าานแล้วเหมือนพระเอกมันจะจีบๆแต่ไม่คิดรึไงว่าเคยืทำไรไว้ บ้า น้องอย่าใจอ่อนนะลูก แต่เป็นนี่นี่ก็เคลิ้มนะ กัปตันหล่อ 5555
    #393
    0
  25. #392 mmintny69 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:00
    สงสารน้องมันว่ะ แบบเข้าใจว่าเสียใจแค่ไหน ทำนาวาไว้แสบมากแต่พี่พฤกกลับมาหาน้องโดยไม่สำนึกอ่ะ ไม่รู้สิ อ่าานแล้วเหมือนพระเอกมันจะจีบๆแต่ไม่คิดรึไงว่าเคยืทำไรไว้ บ้า น้องอย่าใจอ่อนนะลูก แต่เป็นนี่นี่ก็เคลิ้มนะ กัปตันหล่อ 5555
    #392
    0