╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 2 : บทเรียนที่ 2 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

บทเรียนที่ 2

 

PRUEK  TALK

               

                ผมมีความรู้สึกว่า...

                การที่ผมได้มาเจอกับนาวาครั้งนี้มันคือพรหมลิขิต  ไม่รู้สิ  แต่ครั้งแรกที่สายตาผมกวาดมองนักศึกษาภายในห้องตอนนั้นสายตาผมมันก็หยุดมองไปยังเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้มองมาที่ผมด้วยซ้ำ  ผมจำน้องได้ดีแม้เวลาจะผ่านไปนานถึงสองปีแล้วก็ตาม  เพียงแค่ผมได้กลับมาเจอนาวาอีกครั้งหัวใจผมก็วูบไหวเหมือนกับวันแรกที่เราเจอกันเมื่อหลายปีก่อนไม่มีผิด  ประโยคแรกที่ผมพูดกับตัวเองในใจทันทีที่แววตาใสช้อนมองมาที่ผมอย่างตกตะลึงคือ  ผมคิดถึงน้องมันจริงๆ...

            นาวาดูโตขึ้นกว่าตอนมัธยมพอสมควร  ใบหน้ายังคงหวานน่ารักเหมือนเดิมนะ  แต่แววตาที่น้องมองผมมันเปลี่ยนไปเหมือนคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน  ส่วนหัวใจของนาวาผมไม่รู้หรอกว่าคิดกับผมยังไง  แต่เชื่อเถอะว่าผมจะเอาน้องคืนมาเป็นของตัวเองไม่ว่าน้องเป็นของใครอยู่ก็ตาม

                ก่อนรับงานเป็นอาจารย์ที่นี่ก็สังหรณ์ใจแปลกๆอยู่แล้วเชียว  ไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องดีๆขนาดนี้

                ผมนั่งยิ้มขณะขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัยและตรงดิ่งไปยังสนามบินเพื่อเตรียมบินไปภูเก็ตค่ำนี้ตามตารางบินของผม  งานบินก็งานหลักแหละส่วนการมาสอนเด็กๆคณะการบินที่มีความฝันจะเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมการบินที่จากอัตราการคำนวณตอนนี้  อาชีพนักบินจะเป็นอาชีพที่ขาดแคลนไปอีกหลายปีข้างหน้า  เมื่อแต่ละสายการบินขยายเส้นทางบินมากขึ้น  รับเครื่องบินเข้ามามากขึ้น  แต่บุคลากรทางการบินอย่างนักบินเนี่ยดันไม่เพิ่มตาม  ที่จริงผมเลือกที่จะไม่มาสอนก็ได้นะ  ลำพังเงินเดือนแต่ละเดือนผมก็เหลือกินเหลือใช้อยู่แล้ว  แต่การที่ผมนำความรู้ที่มีมาเผยแพร่แก่เด็กรุ่นใหม่มันอาจมีประโยชน์ต่อตัวเด็กเอง  และอาจจะปลุกฝันของใครให้อยากเป็นอย่างที่ผมเป็นก็ได้  นั่นเท่ากับผมได้ช่วยสายอาชีพของผมให้เติบโตขึ้นในอนาคต

 

SUVARNABHUMI AIRPORT

               

                สองขารีบก้าวเดินจากลานจอดรถมุ่งไปยังออฟฟิศของสายการบินผม  อ่อ  ผมไม่ได้อยู่สายการบินใหญ่โตอะไรหรอก  เป็นสายการบินเล็กๆที่เพิ่งเปิดได้ไม่กี่ปีแต่กำลังไปได้สวย  ถ้าถามว่าทำไมผมถึงเลือกทำงานที่นี่น่ะเหรอ?  เพราะสายการบินเปิดใหม่มันก้าวหน้าไวกว่าสายการบินใหญ่ที่เขามีคนอยู่แล้วไง  ทีแรกผมก็เป็นนักบินผู้ช่วยอยู่สายการบินใหญ่มาก่อนแต่มันก็ไม่ได้ก้าวไปไหนสักที  ผมเลยออกจากที่เก่ามาเก็บชั่วโมงบินต่อที่นี่เพื่อที่จะสอบเป็นกัปตัน  ด้วยอัตราบุคลากรที่นี่ยังน้อยอยู่ผมเลยได้รับการผลักดันให้ขึ้นเป็นกัปตันจากบริษัทอย่างเต็มที่ 

                อ่อ  อีกอย่างที่หลายคนเข้าใจอาชีพนักบินผิดนั่นคืองานสบาย  ทำไม่กี่ชั่วโมงเงินเดือนหลักแสน  เรื่องเงินกับชั่วโมงการทำงานน่ะจริงตามนั้นผมไม่เถียง  แต่กว่าผมจะมีทุกวันนี้ผมเรียนอย่างหนักเพื่อที่จะได้เป็นนักบินนะ  ซึ่งค่าเรียนนักบินรวมๆแล้วประมาณสองล้านบาท  ไหนจะต้องรอจังหวะที่สายการบินเปิดรับนักบินประเภท Non-Type ก็คือนักบินที่เพิ่งเรียนจบใหม่ถอดด้าม  ไม่มีประสบการณ์ใดๆและต้องมาเทรนครอสเรียนต่างๆของบริษัทตามรุ่นเครื่องบินที่บริษัทมี  เช่น  สายการบินที่ผมอยู่มีเครื่องบินของ Airbus A320 ผมก็ต้องเทรนใหม่ทั้งหมดเพื่อที่จะขับมันโดยเฉพาะ  เครื่องบินแต่ละประเภทไม่ได้ขับเหมือนกันนะ  นั่นจำเป็นที่จะต้องเรียนและฝึกเฉพาะประเภท  โดยต้องเรียนเป็นนักบินผู้ช่วยก่อนคือต้องนั่งบินฝั่งขวา  แล้วถ้าได้เลื่อนขึ้นเป็นกัปตันผมก็ต้องเทรนใหม่เพื่อเรียนรู้การนั่งบินฝั่งซ้าย  ทุกๆอย่างคือการเรียนรู้ทั้งหมด  ผมทำงานกับชีวิตคนวินาทีต่อวินาที  ทำงานอยู่บนความปลอดภัย  ดังนั้นการฝึกฝนทุกอย่างจึงเข้มงวดมาก  อีกอย่างบางบริษัทเราจะต้องจ่ายเงินเป็นล้านเพื่อทำสัญญาอยู่กับเขาตลอดหนึ่งหรือสองปีตามข้อตกลง  ไม่ได้สมัครเข้าไปฟรีๆนะ  เพราะเขาต้องเอาเงินเหล่านี้เป็นค่าเทรนเราซึ่งแพงมากกว่าจะจบครอสและบินได้

                ไม่ง่ายใช่ไหมล่ะ?  ใช่  ไม่ง่ายเลย  แต่ถ้าผ่านมาได้ทุกอย่างจะดีเอง  ผมเลยตั้งใจทำงานจนกว่าจะคืนทุนทั้งหมดตั้งแต่ค่าเรียน  ค่าเทรนและค่าต่างๆมันมากกว่าห้าล้าน  แต่ตอนนี้ผมคืนทุนหมดแล้วจึงทำงานได้แบบไม่กังวลอะไร  คิดไปคิดมามีเวลาว่างคอยตามตื๊อนาวาเยอะเลย


LOADING 30 %


                 พอนึกถึงนาวาแล้วผมก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าได้น้องมาอยู่กับผมอีกครั้งมันจะดีแค่ไหน  มีแฟนเด็กอย่างนาวาหัวใจคนแก่อย่างผมมันคงกระชุ่มกระชวยขึ้นเยอะเลย  อ่า  เหมือนสวรรค์เปิดทางให้ผมกลับมาเขมือบนาวาอีกครั้งยังไงก็ไม่รู้สิ  ทั้งที่เราไม่น่าจะได้เจอกันอีกแล้วด้วยซ้ำ  ผมน่ะพยายามตามหานาวามาเกือบปีนะแต่ก็ไม่เจอเลยหลังจากที่น้องหนีผมไป  จนผมถอดใจแล้วกักเก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้อยู่ในส่วนลึกในใจมาตั้งนาน  จู่ๆก็ได้กลับมาเจอกันซะงั้น  โลกเรานี่มันเข้าใจเหวี่ยงคนมาเจอกันจริงๆเนอะ  เหวี่ยงคนที่ใจผมต้องการมาใจเวลาที่เหมาะสมจริงๆ

ตึก  ตึก  ตึก

                “กัปตันพฤกสวัสดีครับ”

                “สวัสดีวิน  วันนี้บินไปไหนเนี่ย?”

                ขณะที่กำลังจะเดินเข้าออฟฟิศก็มีนักบินและลูกเรือชุดหนึ่งเดินสวนออกมาพอดีผมจึงถามไถ่น้องที่เป็นผู้ช่วยนักบินคนใหม่อย่างเป็นมิตร

                “ไปเชียงรายครับพี่”

                “อื้อ  โชคดีน้อง”

                ผมเอื้อมมือไปตบบ่าวินสองทีแล้วเดินแยกกันมา  ผมเดินเข้าออฟฟิศเพื่อรายงานตัวเตรียมบินก่อนเวลาบินจริงหนึ่งชั่วโมงครึ่งเนื่องจากบินในประเทศ  แต่ถ้าวันไหนบินไปต่างประเทศจะต้องมารายงานตัวก่อนเครื่องออกหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาที  ส่วนวันนี้ผมมาก่อนเวลาถึงสองชั่วโมงแน่ะ

                “อ้าว  พี่พฤกมาไวจังวันนี้”

                “รถไม่ค่อยติดเลยไวหน่อย”

                “ดูอารมณ์ดีจังนะคะ  เดินยิ้มหวานมาเลย”

                “ครับ”

                น้องที่ออฟฟิศทักซะผมหุบยิ้มแทบไม่ทัน  นี่ผมยิ้มมีความสุขเปิดเผยจนคนอื่นสังเกตเห็นเลยเหรอ?  ก็คนมันดีใจนี่หว่าที่ได้เจอนาวาอ่ะ  ใครไม่ใช่ผมไม่เข้าใจหรอก  ว่าใจผมมันเต้นแรงแค่ไหนที่ได้เจอน้อง  ซึ่งมันไม่มีใครทำให้ใจผมเต้นแบบนี้มาสองปีแล้วล่ะ  เมื่อสองปีก่อนก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มาทำให้ผมใจเต้นแรงแบบนี้  วันนี้ก็เช่นกัน  ที่สำคัญคือดันเป็นคนๆเดียวกันซะอย่างงั้น

                “กัปตันคะ  เอกสารบรีฟอยู่บนโต๊ะนะคะ  วันนี้อากาศที่ภูเก็ตมีฝนตกหนักนะคะพี่พฤก  พี่ต้องสั่งน้ำมันเพิ่มแล้วล่ะหนูกลัวได้บินวน”

                “ผู้โดยสารเยอะไหม?”

                “ขาไปร้อยหกสิบคน  ขากลับร้อยสามสิบห้าคนค่ะ”

                ทำงานกับดินฟ้าอากาศมันเลี่ยงเรื่องฝนไม่ได้หรอก  ผมเจอประจำ  หน้าที่เราต่อไปคือวางแผนการบินให้ครอบคลุมที่สุดในเมื่อรู้แล้วว่าจะมีฝนหรือพายุก็ต้องรับมือโดยการคำนวณน้ำหนักผู้โดยสารเพื่อหาความสมดุลของเครื่องบินแล้วจากนั้นจึงจะคำนวณน้ำมันที่สามารถเติมได้

                “น้ำมันไฟนอลแปดจุดสองตันนะครับ”

                “รับทราบค่ะ  คอนเฟิร์มน้ำมันแปดจุดสองตันไฟนอลนะคะ”

                จากนั้นผมก็ต้องมานั่งอ่านข่าวอากาศและรายงานต่างๆให้ละเอียดอีกครั้ง  เพื่อที่จะเอาข้อมูลเหล่านี้ไปบรีฟลูกเรือต่อ  อ่อ  แต่ส่วนมากผมไม่ไปบรีฟเองหรอก  จะให้นักบินผู้ช่วยที่บินกับผมอ่านแล้วบรีฟผมหนึ่งรอบ  บรีฟลูกเรือหนึ่งรอบเพื่อให้มันกล้าพูดและอ่านข่าวพวกนี้คล่องๆ  แม้ผมจะอ่านมาแล้วก็ตามผมก็จะฟังเขาบรีฟจนจบอยู่ดี  ทุกอย่างในข่าวมันเป็นตัวย่อเกือบทั้งหมด  ต้องอาศัยทั้งความจำ  ความรู้  และความชำนาญในการอ่าน  ฝึกอ่านบ่อยๆจะเก่งเอง

                “กัปตันพฤกสวัสดีครับพี่  วันนี้มาไวกว่าผมอีกเหรอครับ”

                “พอดีมีธุระแถวนี้เลยเข้ามาก่อน  วันนี้เราจะเจอพายุเพื่อประสบการณ์สักหน่อยแล้วใหญ่  ฮ่าๆๆ”

                นักบินใหม่มันจะกลัวเคสพวกนี้มากเพราะยังไม่เก่ง  การแก้สถานการณ์เลยจะไม่เด็ดขาด

                “ผมบินกับพี่พฤกซะอย่าง  วางใจครับพี่  พี่เก่งจะตาย”

                อื้อ  เพราะคิดกันซะแบบนี้ไงบางทีตอนอยู่บนเครื่องผมเลยเหนื่อยมาก  กัปตันเก่งไม่ได้หมายความว่านักบินผู้ช่วยจะชะล่าใจได้นะ  พอถึงเวลานั่งมองผมกดปุ่มนั่น  เซ็ตเครื่องนี้อย่างเดียวเลย  เท่ากับผมทำทั้งหมดคนเดียวเพราะน้องมันไม่รู้เรื่อง  คือถึงรู้ก็ทำไม่ค่อยถูกเพราะตกใจอยู่  ดังนั้นผมเลยพยายามสอนเขาให้ได้มากที่สุด  หากวันไหนที่บินกับกัปตันคนอื่นที่โหดกว่าผมจะแย่เอา  เขาไม่ทำให้ดูแล้วสอนอย่างผมหรอกนะ  อาจโดนด่าบ้าง  ตะคอกบ้าง  ใส่อารมณ์บ้าง  และบรรยากาศในห้องนักบินจะอึดอัดทันที  การบินไฟลท์นั้นจะใจเสียกันเปล่าๆ  ส่งผลให้ไม่ค่อยอยากบินด้วยกันอีก

                ที่พูดมาน่ะผมโดนมาหมดแล้ว  เส้นทางที่ผมเดินกันไม่ได้สวยงามอย่างที่คนอื่นวาดฝันหรอก  ต้องอยู่ให้ได้และอยู่ให้เป็น  


LOADING 50 %


                “กัปตันจะสั่งข้าวอะไรดีคะ”

                น้องมีมี่คนสวยเดินมาถามผมเพราะน้องเป็น Purser ประจำไฟลท์นี้หรือก็คือหัวหน้าลูกเรือนั่นแหละพูดให้เห็นภาพง่ายๆน่ะนะ  จะต้องดีลกับนักบินและภาคพื้นโดยตรง  อีกทั้งยังต้องคอยดูแลลูกเรืออีกสามคนที่ไปด้วยกันด้วย

                “วันนี้พี่ไม่เอาครับ  บินสองแลนด์เองเดี๋ยวก็กลับแล้ว”

                “แล้วใหญ่ล่ะเอาอะไรไหม?”

                “เอาข้าวหมูอบเหมือนเดิมครับพี่มีมี่  ขอบคุณมากครับ”

                “วันนี้วันเกิดมี่  บินเสร็จว่าจะพาไปฉลองสักหน่อย  ใหญ่กับพี่พฤกไปด้วยกันไหมคะ?”

                “พรุ่งนี้พี่มีบินน่ะสิ  ขอบายแล้วกัน  พี่ส่งใหญ่ไปแทน”

                “ครับๆ  ผมไปด้วยครับพี่มี่”

                เรื่องสังสรรค์น่ะมีเป็นประจำอยู่แล้ว  แต่วันนี้ขอบาย  ผมมีอะไรที่อยากทำมากกว่าการนั่งกินเหล้ากับเหล่านางฟ้าพวกนี้  ส่วนตอนนี้ขอตัวไปเตรียมบินก่อนดีกว่า 

 

23:50 น.

 

                เกือบเที่ยงคืนกว่าผมจะกลับมาถึงคอนโด  ซึ่งคืนนี้ผมนัดสาวคนหนึ่งเอาไว้ที่ล็อบบี้  นั่นคือน้องน้ำอิงคนสวยที่เป็นตัวการสำคัญกับเรื่องที่ผมกำลังจะทำ  แต่ตอนนี้ผมมาช้าไปยี่สิบนาทีแน่ะ  แค่มองน้ำอิงจากตรงนี้ยังเห็นเลยว่าหน้าสวยนั่นหงิกแค่ไหน

                “โอ๋ๆ  ขอโทษที่มาช้า  อ่ะนี่ขนม  อย่างอนพี่เลยนะ”

                “ถ้าไม่ใช่พี่พฤกนะ  อิงไม่มีทางมานั่งรอหรอก  แถมนัดมาซะดึก”

                น้ำอิงรับขนมที่ผมยื่นให้แลกกับแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ที่ผมร้องขอ 

                “น่ารักมาก  ไว้พี่จะรีบเอาไปคืนวันศุกร์ที่พี่ไปสอนนะ  ไปๆ  กลับไปพักผ่อนได้แล้ว”

                “ไล่กันเลยนะคะ  แล้วนี่พี่พฤกจะเอาแฟ้มประวัตินักศึกษาของอิงไปทำอะไร”

                “ก็อยากทำความรู้จักเอาไว้น่ะ  เผื่อใครมีแววเป็นนักบินได้พี่จะได้ดันเต็มที่”

                “เหรอคะ  ดีๆ  งั้นฝากพี่ด้วยนะคะ  อิงคงดีใจแย่เลยถ้าลูกศิษย์สักคนได้ดี”

                “อื้อ  กลับได้แล้ว  เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่รถ”

                “ไม่ต้องค่ะ  อิงไปเองได้  พี่พฤกเพิ่งบินเสร็จรีบขึ้นไปพักเถอะ  อิงไปก่อนนะคะ  สวัสดีค่ะพี่”

                ผมยืนรอจนน้ำอิงเดินลับหลังไป  จากนั้นก็รีบขึ้นห้องเพื่อเปิดประวัตินักศึกษาที่ผมร้องขอจากน้องสาวคนนี้เนื่องจากเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาห้องที่ผมสอน  และยังเป็นลูกสาวคณะบดีคณะการบินซึ่งผลักดันให้ผมมาช่วยสอนอีกด้วย  เอาล่ะ  นักศึกษาคนแรกและคนเดียวที่ผมสนใจนั่นคือนาวา  ที่ต้องการก็แค่ของนาวาคนเดียวนั่นแหละเพียงแต่ไม่อยากบอกน้ำอิงให้เป็นที่น่าสงสัยเลยต้องแบกประวัติของทุกคนพ่วงมาด้วย

                สายตาไล่อ่านประวัติของนาวาอย่างตั้งใจ  และผมก็ยิ้มแก้มแทบแตกเมื่อน้องมันเขียนอาชีพที่อยากเป็นคือนักบินนั่นเอง  ผมรู้อยู่แล้วว่านาวาอยากเป็นอะไรเพราะการที่น้องมันอยากเป็นนักบินมากเลยทำให้เราได้เจอกันในเฟซบุ๊คเมื่อสองปีก่อน  เด็กผู้ชายคนหนึ่งแอดเฟรนในเฟซบุ๊คของผมมาแล้วแชทหาผมก่อนด้วยคำพูดที่ว่า

                พี่พฤกเป็นนักบินที่โคตรเท่ห์เลยครับ  ผมชอบพี่มากๆ  ตามมานานแล้ว  ผมอยากเป็นแบบพี่นะครับ

                ตอนอ่านครั้งแรกก็รู้สึกแปลกๆที่ตัวเองมีแฟนคลับ  แต่พอเข้าไปดูรูปน้องมันแล้วรู้สึกว่าเด็กคนนี้น่ารักฉิบหายเลย  ช่วงนั้นมีคนเอารูปผมไปโพสประมาณว่ากัปตันหล่อบอกต่อด้วยเลยมีคนทักผมมาเยอะมาก  น่าแปลกที่เด็กม.4  อย่างนาวากลับโดดเด่นที่สุดในบรรดาคนเหล่านั้น  และผมก็สนใจน้องมันที่สุดเลยคุยกันตั้งแต่นั้นมา

                ทว่าเราคบกันมาได้เกือบปีผมก็ทำตัวสารเลวให้นาวาเสียใจ  จากนั้นก็ติดต่อน้องไม่เคยได้อีกเลย  แต่วันนี้ผมกำลังจะได้ติดต่อน้องอีกครั้งด้วยการกดเบอร์โทรศัพท์ที่นาวาเขียนไว้ในประวัติตัวเอง

 

                [ขอโทษค่ะ  เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...]

 

                ไอ้บ้าเอ้ย!!  ทำไมโทรไม่ติดวะ!

                แบบนี้ที่ผมกำลังทำอยู่มันก็ไม่ได้ผลอะไรสักอย่างเลยสิ  ไม่ๆ  ผมไม่ยอมหรอก  ยังไงต้องหาทางติดต่อกับนาวาให้ได้  ผมตรวจเช็คเบอร์ที่กดโทรออกกับเบอร์ที่อยู่ในประวัติของน้องอีกครั้งอย่างละเอียด  แต่แล้วเป็นเพราะความตื่นเต้นของผมเองทำให้กดเบอร์ผิดไปตัวหนึ่ง  ห่าจิก  อารมณ์เหมือนตามจีบนาวาตอนนั้นเลยเว้ย  จำได้ว่าโทรหาน้องครั้งแรกผมก็ตื่นเต้นจนกดผิดแบบนี้แหละ

 

ตู๊ดดด  ตู๊ดดด

                รอบนี้ติดแล้ว!!  ติดแบบยังไม่ทันได้เตรียมตัวเลย

                [ฮัลโหลครับ]       

ตึกตัก  ตึกตัก

                เสียงน้องนี่มัน...  อ่า  คิดถึงชะมัดเลย  ไม่ได้คุยโทรศัพท์กันสองปีแล้วสินะ

                [ใครครับเนี่ย  ฮัลโหล]

                ผมต้องตอบน้องไหม  แล้วถ้าน้องรู้ว่าเป็นผมน้องจะวางสายใส่ไหม?  โอ้ย  ตื่นเต้นไปหมด


LOADNG 80%


                [ฮัลโหล  ได้ยินไหมครับ]

                “ครับ”

                ในที่สุดผมก็ขานรับไปจนได้  คือกลัวนาวาจะวางสายซะก่อน  ผมยังไม่อยากให้วาง  ยังอยากได้ยินเสียงน้องอยู่เลย

                [ครับผม  ใครครับเนี่ย?]

                เอ่อ  เอาไงดีล่ะ  ลองเสี่ยงบอกไปเลยไหมว่าเป็นผมหรือไม่บอกดี

                “เอ่อ  ใช่นาวารึเปล่าครับ”

                ผมลุกขึ้นเดินวนไปวนมาเหมือนหนูติดจั่น  คือในหัวมันขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเลย  ไม่อยากให้น้องวางแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร

                [ใช่ครับ  ผมนาวา  แล้วโทรมาจากไหนเหรอครับ  มีธุระอะไรหรือเปล่า]

                เสียงงัวเงียแบบนี้ไม่ใช่ว่านาวาหลับไปแล้วหรอกเหรอ  นี่ผมโทรไปกวนแน่ๆ

                “นอนหรือยังครับ  พี่โทรไปกวนใช่ไหม?”

                [พะ  พี่พฤก...]

                เห้ย!!  น้องรู้ได้ไงว่าเป็นผม? 

                “เอ่อ”

                เอาไงต่อล่ะคราวนี้

                [พี่พฤกใช่ไหม  ผมจำเสียงพี่ได้  แล้วนี่เอาเบอร์ผมมาจากไหน  เอามาได้ยังไง  ใครให้  แล้วโทรมาทำไม  นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วพี่  อีกอย่างพี่ไม่มีสิทธิโทรหาผมนะครับ  อาจารย์เขาไม่โทรหาลูกศิษย์ตอนเวลาแบบนี้หรอก]

                อื้อหือ  ยาวมาก  ทว่าผมไม่โกรธเลยสักนิดที่น้องบ่น  กลับยิ้มออกมาเหมือนคนบ้าซะด้วยซ้ำ 

                “ก็ไม่ได้โทรหาในฐานะอาจารย์  โทรหาในฐานะแฟน”

                [แฟนเก่าฮะ  ไม่ใช่แฟนปัจจุบัน  แล้วไม่ต้องโทรมาอีกนะผมกลัวแฟนผมตื่น  แค่นี้แหละ  ขออนุญาตบล็อกเบอร์นะฮะ]

                ว่าไงนะ  เมื่อกี้ว่าไงนะ!!  นอนกับแฟนงั้นเหรอ?  เหอะ  ร้ายนักนะนาวา

                “ถ้ากล้าก็ลองบล็อกดูสิ  วาหนีพี่ก็จะตาม  ถ้ายังอยากให้เรื่องของเราเป็นความลับก็ต้องให้พี่ติดต่อได้  เมื่อไหร่ที่วาไม่รับสายพี่  คนจะได้รู้กันหมดเลยว่าอาจารย์กับลูกศิษย์เคยเป็นผัวเมียกันมาก่อน  หึ”

                [พี่พฤก!!]

                เสียงตะโกนของนาวาบ่งบอกให้รู้ว่าตกใจกับคำพูดของผมแค่ไหน 

                “แล้วฝากบอกไอ้คนที่นอนอยู่ข้างๆด้วยนะ  ว่าเงาหัวมันใกล้จะขาดแล้ว”

                [ทำบ้าอะไรของพี่  อย่าทำตัวเป็นอันธพาลแบบนี้นะผมไม่ชอบ]

                “ฝันดีนะครับ  ไว้พรุ่งนี้พี่จะโทรหาใหม่  รับสายด้วยล่ะ”

                [พี่พฤกเดี๋ยวก่อน!!  พี่!!]

                ผมวางสายในทันที  ทว่าความหงุดงหงิดมันยังไม่จางหายเมื่อในใจยังจำคำพูดของนาวาได้ดีที่ว่านอนอยู่กับแฟนน่ะ  ฮึ่ยมีแฟนผมไม่ว่าแต่นี่นอนด้วยกันด้วยเหรอ?  ทำไมต้องหลับนอนด้วยกัน  ผมรู้จักน้องมันดีว่าคนอย่างนาวาน่ะหวงเนื้อหวงตัวจะตาย  ไม่ใช่ใครจะได้ง่ายๆซะเมื่อไหร่  แล้วไอ้แฟนเวรนั่นทำไมถึงได้นอนกับน้องวะ  หรือนาวารักมันมากเลยเหรอถึงยอมนอนด้วยกันอ่ะ 

                เซ็งโว้ย!! ร่างกายที่ผมเคยหอม  เคยกอด  เคยทำอะไรต่อมิอะไร  ตอนนี้มีคนมาทับรอยผมซะแล้วเหรอ  บัดซบฉิบ!  ที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้มันคืออาการหวงแฟนเก่าตัวเองอยู่เหรอเนี่ย

Rrrrr

                นาวาโทรกลับมา...

                [พี่พฤก  ผมไม่ต้องการติดต่ออะไรกับพี่อีก  พี่จะทำให้ชีวิตเรายุ่งยากทำไม  ต่างคนต่างเดินหน้าต่อไปไม่ได้เหรอ?]

                ครั้งนี้นาวาเสียงเข้มขึ้นมาก  ดูรู้ว่าน้องจริงจังกับคำพูดนี้แค่ไหน  สำหรับนาวาแล้วผมอาจเป็นแค่อากาศรอบตัวเขา  แต่สำหรับผม  ผมอยากให้นาวามาเป็นคนสำคัญของผมนะ 

                “แฟนวาชื่ออะไร”

                เออ  อยากได้น้องคืนมาก็อีกเรื่องหนึ่ง  ยังไงผมก็จะต้องทำให้ได้  แต่ตอนนี้ขอรู้เรื่องแฟนนาวาก่อน

                [ไม่บอก  มาคุยเรื่องที่ผมพูดเมื่อกี้ดีกว่า  ขอร้องล่ะฮะ  พี่อย่ายุ่งกับผมอีกเลย  แค่เราเจอกันวันเดียวผมก็อึดอัดจะแย่แล้ว  พี่ทำให้ผมใช้ชีวิตยากขึ้นรู้ไหม]

                “พี่ถามว่าแฟนวาชื่ออะไร”

                [พี่พฤกฟังผมพูดอยู่ไหมเนี่ย]

                แค่ถามชื่อแฟนทำไมไม่ตอบล่ะ  หรือแฟนคนนี้แตะต้องไม่ได้เลยว่างั้น? 

                “แฟนวาตอนนี้จะชื่อห่าเหวอะไรพี่ไม่สน  แต่แฟนในอนาคตของวาจะมีแค่ชื่อพฤกคนเดียว  นายพฤกหิรัญ  เลิศปฐมพรชัยกุล  ท่องจำเอาไว้ให้ดี!

                [เฮ้อ  พี่กลับมาทำให้ผมลำบากใจอีกทำไม]

                “พี่กลับมาตามหาหัวใจพี่เองต่างหากล่ะ  ฝันดีอีกครั้งนะ  แล้วพี่จะโทรไปบอกฝันดีทุกคืนเหมือนสองปีก่อน”

                นาวาเงียบไปก่อนจะถอนหายใจให้ผมอีกรอบ

                [พี่มันดื้อจริงๆเลย  งั้นพี่อยากทำอะไรพี่ทำเลย  แล้วจะรู้ว่ามันเสียเวลาเปล่า]

                สายตัดไปอีกครั้งและยังคงทิ้งความหงุดหงิดใจให้ผมเหมือนเดิม  นี่ผมยังไม่รู้เลยว่านาวาคบกับใครอยู่  แบบนี้ผมจะทำยังไงถึงได้รู้ล่ะ  ครั้นจะถามน้ำอิงมันก็จะดูมีพิรุธเกินไป  และผมก็ไม่รู้ว่าน้ำอิงจะรู้ไหมด้วยซ้ำ

                มือถือถูกโยนลงบนเตียงก่อนที่ผมจะนั่งทึ้งหัวตัวเองเหมือนคนบ้า  นี่แค่เจอแฟนเก่าวันเดียวผมยังเป็นได้ขนาดนี้  ถ้าผมเจอนาวาอยู่กับแฟนผมไม่พุ่งเข้าไปต่อยมันเลยเหรอ  คือจะพูดว่าไงดีล่ะ  น้องเป็นของผมอ่ะ  เป็นของผมตั้งแต่สองปีก่อนแล้ว  เราเลิกกันไปโดยไม่มีใครบอกเลิกอะไรเลย  ผมทำผิดจริงแต่น้องก็ไม่ได้บอกเลิกนี่แค่หนีผมไป  โอเคมันคือการเลิกลากันนั่นแหละแต่ผมไม่ได้ยินคำขอเลิกจากนาวา  ในความรู้สึกก็เหมือนยังค้างคาอยู่ยังไงไม่รู้  ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้สักหน่อย 

                ในใจผมเหมือนว่าสองปีก่อนน้องเป็นของผมยังไง  วันนี้ก็ยังเป็นของผมอยู่  แล้วการที่ผมจะเอาน้องคืนมาจากไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ที่มาคาบน้องไปจากผม  ผมก็ไม่ผิดนะ 

END  TALK


UPLOAD 100 %

ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็ก #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย

(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1323 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 20:06
    เ-้ยอะมาร์ค เลวขนาดนั้นสำนึกบ้างสิ เเล้วตอนนี้ก็ยังทำนิสัยกะล่อนๆอีก ใครมันจะอยากกลับไป
    #1,323
    0
  2. #1321 Yukinong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 13:26
    พี่พฤกเอ้ย พี่ไม่รู้สึกผิดมั่งหรอที่ทำน้องเจ็บเมื่อสองปีก่อนอ่ะ แม่งโครตเลวเลย
    #1,321
    0
  3. #1248 Miki_milky (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 22:28
    จะยุ่งกะนาวาทำไม ให้เค้าเจอคนดีๆๆสิ
    #1,248
    0
  4. #1001 Patsakorn2541 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:30
    ทำตัวเองนะคุณพฤก
    #1,001
    0
  5. #992 aoakame (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:56
    นาวาใจแข็งไว้นะ
    #992
    0
  6. #926 aqua (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:37
    นี่พระเอกหรือตัวร้าย!!!!! มีพระเอกแบบนี้ก็ได้เหรอ??? จบ bad end เหอะ
    #926
    2
  7. #890 Morte'de angelo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:05
    อะไรของพี่เขาคะ ตลกกกก นอกใจนี่รู้สึกผิดมั่งมั้ยอ่ะ 🙄
    #890
    0
  8. #860 Kwanchanok Jrangkrajark (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:49
    นาวาต้องใจเเข็งนะเว้ย เป็นเราเราไม่ยอมหรอก
    #860
    0
  9. #850 momosonoerung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:25
    แบดมากกกก
    #850
    0
  10. #792 VoteGot7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 21:35
    น้องนาวาหนูต้องใจแข็งนะลูก อย่าให้อภัยพี่มันง่ายๆนะ #ทีมนาวาต้องใจแข็ง 65555555
    #792
    0
  11. #791 VoteGot7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 21:35
    น้องนาวาหนูต้องใจแข็งนะลูก อย่าให้อภัยพี่มันง่ายๆนะ #ทีมนาวาต้องใจแข็ง
    #791
    0
  12. #628 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #628
    0
  13. #627 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #627
    0
  14. #626 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #626
    0
  15. #625 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #625
    0
  16. #624 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #624
    0
  17. #623 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #623
    0
  18. #622 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #622
    0
  19. #621 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #621
    0
  20. #620 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #620
    0
  21. #619 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #619
    0
  22. #618 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #618
    0
  23. #617 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #617
    0
  24. #616 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #616
    0
  25. #615 sayadanoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 04:22
    กัปตันดูล้ำลึกมาก ดูร้ายมากเลยค่ะ
    #615
    0