╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 19 : บทเรียนที่ 18 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    12 มี.ค. 61

บทเรียนที่ 18


NAVA TALK

                “ไม่ต้องพาผมไปไหนหรอกฮะ คุยกันในรถก็ได้”

                “ไม่ กลับไปคุยที่ของเรา”

                พี่พฤกก็คือพี่พฤกอยู่วันยันค่ำ อยากจะได้อะไรก็ต้องได้ในสิ่งที่เขาต้องการโดยไม่คำนึงถึงวิธีใดๆ แม้ผมจะปฏิเสธว่าไม่ไปกับเขา ผมก็โดนอุ้มขึ้นรถมาอยู่ดี พูดอะไรเคยได้ที่ไหนล่ะผมน่ะ ทำได้แต่ปล่อยเลยตามเลยมาตลอด ยิ่งสถานการณ์แบบนี้ผมไม่มีแรงจะต่อต้านเขาหรอก แรงกายก็หาย แรงใจก็ย่ำแย่ แค่เจอหน้าเขา ได้ยินในสิ่งที่เขาดูถูกผมกับไอ้นิคหาว่าหนีมาอยู่ด้วยกันบ้าอะไรนั่นผมก็ร้องไห้เหมือนเขื่อนแตก ในใจเจ็บร้าวไปหมดเลย พี่พฤกน่าจะเป็นคนที่รู้จักผมดีที่สุดด้วยซ้ำ รู้ว่าผมไม่ใช่คนง่ายๆที่ใครจะลากไปปู้ยี่ปู้ยำที่ไหนก็ได้ปะ แต่พี่เขาก็คิดและพูดกับผมแบบนั้น

                เสียใจอ่ะ หาเรื่องมาว่าผมแล้วไม่ดูพฤติกรรมของตัวเองหน่อยเหรอ? ดีมากเลยสิ ซุกลูกซุกเมียเอาไว้แล้วยังมีหน้ามานอนกอดผมทุกคืน บอกรักผมทุกวัน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นผมเป็นตัวแก้ขัดตอนเมียท้องแค่นั้นเองเหรอวะ ผมแม่งไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต

                รถแล่นไปตามท้องถนนมุ่งหน้าไปยังคอนโดของเขา รังรักของเรา ที่ที่เขาล่อลวงผมให้จมปรักอยู่กับเขาที่นั่นนับเดือน ทว่ายิ่งใกล้ถึงคอนโดผมยิ่งกลัว ผมผูกพันธ์กับที่นั่นนะ ไม่อยากให้บรรยากาศที่อบอุ่นมันดึงผมกลับไป

                บางทีผมก็คิดนะว่าผมอาจมาก่อนผู้หญิงคนนั้น พี่พฤกอาจจะเลือกผม แต่...ผมไม่สามารถจะดึงเขาให้มาอยู่กับผมได้ ผมทำให้เด็กในท้องไม่มีพ่อไม่ได้!! อยากจะเห็นแก่ตัวอยู่เหมือนกันแต่โลกแห่งความเป็นจริงมันไม่ควรทำแบบนั้นหรอก หากผมได้เขามาจริงผมก็ได้ใจเขา ได้ตัวเขามาเป็นของผม แล้วอะไรจะเกิดขึ้นตามมาล่ะ กลายเป็นตัวผมได้ทำลายครอบครัวหนึ่งไปในทันที เด็กเกิดมาไม่มีพ่อ เมียเขากลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว กลับกันตรงที่หากผมคืนพี่พฤกไป ยอมเป็นคนถอยมาซะเองทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้น มากสุดผมก็แค่เสียใจอย่างหนักซึ่งผมจะเป็นคนที่เสียใจคนเดียว ไม่ต้องไปทำลายชีวิตครอบครัวของใครเขา

                ครั้งนี้ต่อให้พี่พฤกเลือกผม ผมคงไม่กลับไปหรอกนะ ผมคงใช้ชีวิตกับพี่เขาอย่างมีความสุขไม่ได้หรอกในเมื่ออีกฝ่ายต้องเป็นทุกข์ และผมพรากความสุขจากคนอื่นมา ผมยอมเป็นฝ่ายทุกข์เองดีกว่า สบายใจดี
                เมื่อรถจอดสนิทในลานจอดรถแล้ว ผมก็ลงรถไปยืนรอพี่พฤกก่อนที่เขาจะเดินมาจูงมือผมเดิมเหมือนทุกครั้ง มือที่พี่เขาจูงผมมันยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม สายตาหลุบมองต่ำไปยังมือของเราที่ประสานกันก็อดใจหายไม่ได้ มองแผ่นหลังกว้างของคนที่เดินนำผมไปก็ยิ่งใจหาย หลังของเขาที่ผมคอยนวดให้เวลาเขาบ่นว่าเมื่อย ต่อไปผมคงไม่ได้ทำมันแล้ว มีคนทำแทนผมแล้วสินะ

                ฮึก น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง แต่ก็ยังคงเดินตามพี่พฤกไปจนถึงห้อง

ปัง

                ทันทีที่ประตูถูกปิดลง ร่างสูงก็ดึงตัวผมเข้าไปกอดจนจมอก ก่อนจะถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

                “หนูเป็นอะไร”

                “ฮึก ฮืออออ”

                สัมผัสการกอดของเขา ผมจะไม่ได้รับมันอีกแล้วสินะ แค่คิดผมก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ผมรักเขานะ พูดได้เต็มปากเลย แต่วันนี้ต้องปล่อยเขาไป ต้องเคลียร์ให้จบ คนอย่างพี่พฤกถ้าผมไม่ยอมเคลียร์เขาก็จะตีมึนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อะไรทั้งนั้น ผมรู้จักเขาดีพอ

                พี่เขาผละออกจากอ้อมกอดแล้วเช็ดน้ำตาให้ผม แววตาที่เขามองมายังผมมันยังคงเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ความเอ็นดูอยู่เสมอ

                “ขี้แยจังเลย”

                ผมถูกจูงให้เดินไปนั่งที่โซฟาในเวลาต่อมา ไม่สิ เขาจับผมให้นั่งตักแล้วกอดเอวผมไว้ โดยไม่ลืมที่ยกเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ผมอีก

                “พี่พฤก พี่มีอะไรจะบอกผมไหม เรื่องอะไรที่ปิดบังผมไว้มีรึเปล่า? ฮึก”

                เริ่มเปิดฉากพูดก่อนเลย ไม่อยากจะยื้อเวลาให้นานกว่านี้ ไม่อยากปล่อยให้เขามาสัมผัสตัวผมเหมือนตอนที่ผมยังไม่รู้ความจริงอะไรนานนัก

                ทว่าหน้าหล่อขมวดคิ้วมองผมด้วยความสงสัย เขาเอนหลังพิงพนักแล้วหลับตาลงคล้ายว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนักโดยที่แขนทั้งสองข้างยังโอบเอวของผมไว้ไม่ยอมปล่อย ผมมองหน้าเขาจากมุมนี้ด้วยหัวใจเต้นระรัวเหมือนกลอง แม้จะรู้ทุกอย่างแล้วแต่ทำไมผมยังกลัวที่จะได้ยินเรื่องราวจากปากของเขาอยู่นะ

                “นึกไม่ออกอ่ะ พี่ว่าไม่มีนะ หนูไปรู้อะไรมาบอกพี่เลยดีกว่า พี่อยากอธิบาย ไม่อยากเห็นเราเป็นแบบนี้”

                เหรอ? ไม่มีอะไรเลยเหรอที่ปิดบัง แล้วที่บอกว่านึกไม่ออกมันคงเยอะจนจำไม่ได้หรือเปล่าถึงตอบผมกลับมากลางๆไม่กล้ายอมรับอะไรเลยไม่ว่าจะเรื่องไหน หยั่งเชิงให้ผมพูดออกมาเองใช่ไหมล่ะ เหอะ ฉลาดนักนะ

                


LOADING [1/4]


                “ผู้หญิงที่ชื่อลิต้า”

                ผมเปรยบอกเขาไปอย่างตรงประเด็น ตอนนี้เริ่มจะโมโหเขาเล็กน้อยที่ยังทำไขสือจนวินาทีสุดท้าย ขนาดผมพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นพี่พฤกยังคงนิ่งได้ ไม่มีอาการตกใจอะไรเลยสักนิด

                “อื้อ ลิต้าทำไมเหรอ?”

                ยังกล้าถามอีกเหรอว่าทำไม ผมล่ะยอมความหน้ามึนของพี่พฤกเลย

                “เธอเกี่ยวข้องอะไรกับพี่?”  

                “ตอนนี้ก็เป็นพี่น้องกัน”

                พี่น้องบ้าบออะไรทิ่มกันจนท้องป่องแบบนั้นวะ ก็ยังคิดจะโกหกผมจนวินาทีสุดท้าย

                “แล้วมันเคยเป็นมากกว่าพี่น้องใช่ไหม?”

                ทีนี้เขาเงียบ หลบตาผมไปในทันที ทำให้ผมแน่ใจแล้วล่ะว่าเธอต้องมีบทบาทอะไรบางอย่างกับชีวิตพี่พฤกแน่ คนแบบนี้ไม่มีทางเผยพิรุธอะไรเลยถ้าผมไม่พูดจี้ให้ถูกจุด แล้วมันก็ถูกจนได้ ต่อให้เขาตอบอ้อมโลกผมก็จะดึงเขากลับเข้าประเด็นให้ได้ ให้รู้กันไปว่าผมก็ไม่ยอมเป็นของเล่นให้เขาเหมือนกัน

                “ไปรู้อะไรมา”

                “ผมว่าพี่บอกผมมาดีกว่า ไม่ต้องมาถามหรอกว่าผมรู้อะไร”

                “...”

                แล้วพี่พฤกก็เงียบลงอีกครั้ง หลายวินาทีผ่านไปที่ผมนั่งมองหน้าเขาด้วยความเงียบงันทำให้ผมยิ่งอึดอัด หากรอให้เขาคิดหาทางแก้ตัวต่อไปผมคงกลั้นใจตายมันตรงนี้แน่ๆ

                “เธอท้องใช่ไหม?”

                ผมพูดตรงประเด็นจนพี่พฤกตกใจเลยแหละ เขากลับมานั่งตัวตรง หันมามองหน้าผมอย่างครุ่นคิดสงสัย

                “ก็ใช่ ลิต้าท้องอยู่”

                “แล้วเธอเป็นใคร คู่หมั้นพี่เหรอ?”

                “ก็...”

                หึ พอโดนต้อนจริงๆก็พูดไม่ออก พี่เขาซบหน้าลงที่ต้นแขนของผมก่อนจะถอนหายใจพรืดใหญ่ หัวใจผมตอนนี้มันเจ็บไปหมดเลยรู้ไหม แทนที่เขาจะยอมรับสารภาพอะไรออกมาตั้งแต่แรกให้ผมฟัง เปล่าเลย ต้องเป็นผมที่พูดต้อนทุกอย่างจนจนมุม แบบนี้ก็ชัดเจนแล้วล่ะว่าผมโดนหลอกมาตั้งแต่แรก

                “ก็อะไรล่ะพี่พฤก ผมรู้หมดแล้ว แล้วผมก็หาทางออกของเรื่องนี้ไว้แล้ว”

                “มันไม่ใช่อย่างที่หนูคิดหรอก คือมันก็ซับซ้อน พี่ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดี”

                “ตรงไหนก็ได้ ผมมีเวลาฟังถ้าพี่จะบอก ตอนนี้พี่พูดอะไรออกมาก็ได้ ผมแค่อยากจะรู้ว่าพี่คิดจะบอกอะไรผมมาบ้าง เพราะยังไงความคิดผมก็ไม่เปลี่ยน”

                ใช่ ต่อให้จะโกหกผมต่อยังไง แก้ตัวด้วยวิธีไหน ผลลัพธ์คือผมไม่ยอมกลับไปคบกับเขาอยู่ดี เตรียมใจมาพอสมควรแล้วล่ะ ถึงเวลาที่ผมควรตัดสินอะไรเองบ้าง

                “คือลิต้าเป็นคู่หมั้นพี่ เป็นมานานแล้ว ตั้งแต่พี่เรียนจบใหม่ๆโน่น แล้วเราหมั้นกันตอนพี่เป็นนักบินผู้ช่วยอยู่เลย”

                “ตอนที่เราคบกันเมื่อสองสามปีก่อน พี่ก็หมั้นกับเธอแล้วเหรอครับ?”

                พี่พฤกพนักหน้าเป็นคำตอบ ส่วนผมนั่งอึ้งไปเลย ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ ผมเคยบอกไปแล้วว่าตอนนั้นผมมีความสุขมากแค่ไหน เรารักกันมากแค่ไหน ทุกอย่างดีหมดเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าผมก็มีความสุขกับสามีคนอื่นอยู่งั้นสิ? แล้วแหวนของเราที่ใส่คู่กันล่ะ พี่ถอดมันตอนกลับไปหาเธอเหรอ? เจ็บว่ะ

                “แต่มันเป็นตอนที่พี่ยังไม่คบกับหนูไง พี่รักหนูจริงๆนะ รักมากจริงๆ หนูเข้ามาเปลี่ยนชีวิตพี่ทุกอย่างเลย”

                “แล้วตอนนั้น พี่รักเธอไหม?”

                “ก็รัก แต่มัน... เฮ้อ ไม่รู้จะอธิบายยังไงว่ะ คือพี่คบกับหนูพี่ก็อยู่แต่กับหนูตลอด พี่มั่นใจว่ารักหนูจริงๆ เลยคุยกับลิต้าดูว่าเป็นไปได้ไหมที่เราจะหาคนที่ใช่กว่ากันและกันก่อนที่จะแต่งงาน”

                “ผมไม่เข้าใจ”

                “คือเรากลายมาเป็นคู่หมั้นกันเพราะแม่พี่เคยประสบอุบัติเหตุ ขับรถชนกับรถอีกคัน แม่พี่เจ็บสาหัสแต่แม่ลิต้าตาย ทั้งที่แม่พี่ขับรถไม่ได้ผิดกฎอะไรเลยนะแต่แม่ลิต้าหลับในมาชน ยังไงแม่พี่ก็รู้สึกผิด เลยเอ่ยปากบอกฝั่งนั้นไปว่าจะดูแลลิต้าให้เหมือนลูก โตมาให้หมั้นกับลูกชายแล้วรับเป็นสะใภ้ของบ้าน ลิต้าก็ไม่ได้รักอะไรพี่ขนาดนั้นหรอก แต่แม่พี่ส่งลิต้าเรียนจนจบเพราะเสียแม่ไปก็เสียทุกอย่าง ญาติของเธอก็ไม่ได้มีเงินจะส่งเสียอะไร แม่พี่เลยรับหน้าที่นั้นเพราะมันไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงเลย ก็นั่นแหละ สุดท้ายก็ได้หมั้นตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ ทีแรกเราก็รักกัน แล้วพี่ก็ถามตัวเองมาตลอดว่าไวไปไหม ใช่แล้วเหรอต้องมาทำตามคำสั่งผู้ใหญ่โดยไม่มีสิทธิเลือก แล้วพี่ก็มาเจอหนู พี่รักหนูนะ เลยคุยกับลิต้าใหม่ว่าให้เดินตามทางของตัวเองดีกว่า อยากคบใครคบเลย อยากทำอะไรทำเลย เผื่อจะเจอคนที่ใช่มากกว่ากันและกันไง แต่ถ้าทางที่เลือกเดินมันไม่ดีเท่าเดินด้วยกัน ถึงวันนั้นก็กลับมาแต่งงานกันก็ได้”

                ซับซ้อนจัง ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย พี่พฤกไม่เคยบอก แม้แต่ชื่อลิต้าผมก็ไม่เคยได้ยิน

                “ขนาดพี่รักผมนะ นอกใจเธอมาคบกับผมไม่พอ นอกใจผมไปเอาเพื่อนผมอีก แบบนี้รักประเภทไหนของพี่”


LOADING [2/4]


                “หนูเจอลิต้าที่งานวันเกิดพี่ใช่ไหม?”

                “อือ”

                “เธอไม่ได้ท้องกับพี่นะ”

                ผมย่นคิ้วมองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ภาพที่ผมเห็นยังติดตาอยู่เลย ทุกคนในงานก็คงรู้ว่าเธอเป็นคู่หมั้นพี่พฤกไม่อย่างนั้นจะมีคนบอกผมเหรอ คงมีแค่ผมนี่แหละที่ไม่รู้อะไรเลย แถมคนถือเค้กมาให้ก็เป็นเธอ แล้วพี่พฤกก็นั่งยองๆต่อหน้าทุกคนเพื่ออวยพรวันเกิดให้เด็กในท้อง ทุกคนในงานโห่ร้องยินดีกันหมด ทุกอย่างมันชัดเจนมากอ่ะ เขาเปิดตัวฝั่งนั้นอย่างเป็นทางการแค่ไหนก็คิดดูเอาเอง ส่วนผมเป็นได้แค่เด็กที่เขาเลี้ยงดูเอาไว้แก้เหงา

                “เลิกแก้ตัวเถอะพี่ ผมเข้าใจทุกอย่างดีแล้วล่ะ”

                “จริงๆ ลิต้าก็ท้องกับแฟนสิจะมาท้องกับพี่ทำไม ก็พี่ให้เธอเลือกเดิน เธอก็ไปใช้ชีวิตของเธอ มีแฟน ก็ท้องกับแฟน นี่เพิ่งกลับมาจากแคนนาดาเพื่อบอกข่าวดีกับครอบครัวพี่ คือทุกคนเข้าใจนะ พ่อแม่พี่ยอมรับได้เพราะท่านตามใจพี่ วันที่พี่ขอแยกกับลิต้าพี่ก็บอกพ่อแม่ไปตรงๆว่าพี่มีแฟน พี่รักคนอื่นมากกว่าเธอจนความรักที่พี่มีต่อลิต้ามันกลายเป็นพี่น้องกันตั้งแต่พี่เจอกับหนูอ่ะ แล้วพี่ก็บอกให้ทุกคนรู้เลยว่าแฟนที่พี่คบเป็นผู้ชาย เพียงแต่ไม่เคยพาหนูมาเจอครอบครัวพี่ เห็นว่ายังเด็กอยู่น่ะ”

                “เหอะ เหมือนละครหลังข่าวสักเรื่องที่ผมเคยดูเลย เล่าเป็นตุเป็นตะ”

                บอกตามตรงว่าผมไม่เชื่อ คือมันซับซ้อนจนหาจุดที่จะเชื่อยากไปหมด มันดูเป็นละครจนผมไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลยกับสิ่งที่พี่พฤกเล่า ทีแรกกลัวรู้ความจริงจากปากเขา ทว่าพอฟังแล้วรู้สึกเฉยๆมากเลย แสดงว่าสี่วันที่ผ่านมาผมเตรียมใจมาดีพอสมควรแล้วล่ะ ตั้งรับเขาได้โดยไร้ความรู้สึกแบบนี้ ผมคงจะบอกลาเขาได้ไม่ยากหรอกมั้ง

                พี่พฤกหยิบมือถือขึ้นมาโทรออกหาใครสักคนแล้วเปิดลำโพงให้ผมได้ยินเสียงรอสายด้วย ไม่ทันที่ผมจะได้ถามว่าโทรหาใครปลายสายก็รับซะก่อน

                [ฮัลโหล พี่พฤก]

                “ลิต้า ช่วยคอนเฟิร์มเรื่องของเราให้แฟนพี่ได้ยินที”

                ผมตกใจจนเผลอตีต้นแขนพี่พฤกไปฉาดใหญ่ ผมไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกเขาหรอก เพียงแต่ไม่อยากให้ดึงผมเข้าไปยุ่งกับชีวิตใครไปมากกว่านี้แล้วอ่ะ

                [น้องนาวาน่ะเหรอคะ น้องเขาเข้าใจผิดเรื่องไหนล่ะ ลิต้าจะได้บอกถูก]

                ทะ ทำไมเธอรู้ชื่อผม...

                “คิดว่าลิต้าท้องกับพี่”

            [ว้าย ไม่ใช่นะคะน้องนาวา พี่ท้องกับแฟนพี่ค่ะ พี่กับพี่พฤกน่ะแยกกันอยู่หลายปีแล้วนะคะ ตอนหมั้นกันก็อยู่ด้วยกันไม่นานเท่าไหร่เอง ก่อนจะมาใช้ชีวิตของตัวเองแบบนี้น่ะค่ะ ตอนนี้ก็เป็นพี่น้องกัน ส่วนเรื่องหมั้นมันคืออดีต พี่กำลังจะแต่งงานแล้วล่ะ ถ้าถามว่าเป็นคู่หมั้นกันไหมก็ใช่นะ เราไม่ได้ถอนหมั้นกัน แต่สถานะของเราตอนนี้เป็นอย่างที่พี่บอกไปแหละค่ะ พี่น้องจริงๆ]

                “แล้วพี่ลิต้ารู้ชื่อผมได้ยังไงครับ”

                ผมสงสัยเลยถามออกไป คือผมยังไม่เคยรู้จักเธอเลย แล้วเธอรู้จักผมได้ยังไง

            [ที่จริง...พี่พฤกบอกพี่ตั้งนานแล้วนะ ก่อนพี่มาแคนนาดาอีก น่าจะสองปีได้แล้วมั้ง บอกว่าคบกับน้องนาวาอยู่ แล้วมาตอนวันเกิดที่ผ่านมาพี่ก็ถามพี่พฤกอีก เขาก็บอกว่ากลับมาคบกับน้องแล้ว พี่ก็ไม่ค่อยรู้หรอกค่ะ รู้จักชื่อน้องผ่านพี่พฤกมาอีกที]

                “แต๊งกิ้วลิต้า แค่นี้นะ เดี๋ยวพี่เคลียร์ต่อเอง”

                สายถูกตัดไปพร้อมกับรอยยิ้มของพี่พฤก เขาส่งยิ้มมาให้ผม แววตาสดใสขึ้นมาก นิ้วเรียวของเขายื่นมาหยิกแก้มผมอย่างหมั่นเขี้ยว

                “พี่พฤก คือ...”

                “เป็นไงล่ะ คิดเองเออเอง ทีนี้เข้าใจรึยัง ลิต้าไม่ได้ท้องกับพี่”

                “พี่คิดจะบอกเรื่องนี้กับผมเมื่อไหร่ ถึงมันจะไม่ได้เป็นแบบที่ผมคิด แต่ผมไม่มีสิทธิรู้อะไรเลยเหรอวะพี่ มันเรื่องใหญ่นะ ผมกลายเป็นคนที่ใช้ชีวิตกับคู่หมั้นคนอื่นโดยไม่รู้ตัว พี่ยัดเยียดความผิดบาปให้ผมอ่ะ ถึงยังไงพี่ก็มาคบกับผมตอนที่มีพี่ลิต้าอยู่ไม่ใช่เหรอ เพราะผมสินะทำให้ใจพี่เปลี่ยนไป ทั้งที่พี่อาจจะไปได้ดีกับคู่หมั้นของพี่มากกว่าผมก็ได้อ่ะ”

                เรื่องที่ผมคิดว่าพี่พฤกซุกลูกซุกเมียกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด โอเค ผมเข้าใจได้ แต่เรื่องที่ผมเพิ่งพูดไปมันไม่มีอะไรมาแก้ไขได้เลย มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้

                “พี่ไม่อยากให้หนูรู้”


LOADING [3/4]


                “ทำไมอ่ะพี่ ถ้าคิดจะอยู่ด้วยกันพี่ควรบอกผมนะ”

                “เราไม่จำเป็นต้องบอกทุกเรื่องหรอกถ้าจะทำให้ไม่มีความสุข บางอย่างไม่ต้องรู้ก็ได้ ชีวิตพี่ผ่านอะไรมาเยอะ พี่ต้องบอกหนูทุกอย่างเหรอ มันก็ไม่ใช่ อะไรควรบอกไม่ควรบอกพี่รู้”

                “ถ้าพี่คิดแบบนี้ ผมก็ไม่รู้แล้วล่ะว่าที่ผ่านมาพี่ปิดบังอะไรผมบ้าง มันไม่สนุกเลยนะที่ผมกลายมาเป็นคนแย่งพี่ไปจากคู่หมั้นโดยที่ผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยอ่ะ เหมือนผมทำชีวิตพวกพี่ล่ม นี่ขนาดเป็นเรื่องเดียวที่ผมมารู้ทีหลังนะพี่ ผมยังรู้สึกแย่ได้ขนาดนี้ แล้วเรื่องอื่นที่ผมยังไม่รู้ล่ะ?”

                “ใจเย็นๆ พี่ไม่ได้มีใครนะ ตอนนี้มีหนูคนเดียว ไม่ต้องกลัวหรอก”

                แล้วผมเชื่อได้แค่ไหนกับคำพูดนี้วะ คือผมไม่กล้าจะเชื่ออะไรแล้ว เรื่องพี่ลิต้ายังปิดบังผมมาได้ตั้งกี่ปี ต่อให้ผมรู้เรื่องนี้ตอนไหนผมก็คงรู้สึกผิดเหมือนเดิม ผมพรากเขามาจากคู่หมั้นเขา ผมทำไปแล้ว แม่ง

                “พี่พฤก เราเลิกกันนะ...”

                คำพูดนี้ผมพูดออกไปพร้อมกับม่านน้ำตาที่มันก่อตัวเอ่อล้นจนไหลรินออกมา คิดไว้แล้วว่าต้องพูด ตัดสินใจไว้แล้วว่ายังไงผมก็ไม่อยากกลับมาแล้ว ผมกลัว วันนี้ผมอาจเข้าใจผิดเรื่องพี่ลิต้า แล้ววันข้างหน้าล่ะ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดผมจะทำยังไง ยิ่งมารู้แบบนี้ว่าพี่เขาไม่ได้อยากบอกผมแต่แรกผมยิ่งรู้สึกว่าการที่ผมตัดสินใจแบบนี้มันถูกต้องแล้ว

                แต่ผมกลับร้องไห้ออกมาแทบขาดใจ ผมบอกเลิกเขาไปแล้ว ทั้งที่ใจยังรักเขาขนาดนั้น

                “พี่ไม่เลิก”

                พี่พฤกตอบผมมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขากอดผมแน่นขึ้นมาก

                “พี่ ผมตัดสินใจแล้ว ฮึก เลิกกันเถอะ”

                “ไม่ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด”

                “มันไม่ใช่แค่นั้นหรอก คือ...ฮึก ผมอึดอัดเวลาอยู่กับพี่ ฮือ ผมไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีอิสระ พี่วางทุกก้าวให้ผมเดินโดยไม่ถามผมสักคำว่าผมต้องการอะไร ฮึก พี่จะให้ผมเป็นไปในแบบที่พี่ต้องการทุกอย่างเลย ผมรู้ว่าพี่หวังดี พี่ดูแลผมดีมาก ผมขอบคุณนะ ต่อไปดูแลตัวเองดีๆล่ะ”

                “หยุดพูด พี่ไม่อยากฟัง”

                เขาเอื้อมมือมาปิดปากผม แต่ผมก็ดึงมือเขาออกไปจนได้แล้วพูดต่อ

                “ผมไม่เคยรู้ตัวเลยว่าผมไม่มีความสุขตอนคบกับพี่ จนที่เราได้ห่างกัน ฮึก ผมใช้ชีวิตที่ผมอยากใช้ ไม่ต้องตื่นมาทำตามโปรแกรมที่พี่วางไว้ในแต่ละวัน วันนี้จะไปกินข้าวที่ไหนตอนกี่โมง ตกเย็นไปไหนต่อ เวลาไหนให้ผมอ่านหนังสือ เวลาไหนให้ผมพัก ควรกินข้าวกี่โมง นอนกี่โมง พี่คิดให้ผมหมดเลยซึ่งมันทำให้ผมอึดอัด เมื่อก่อนพี่ไม่ได้เป็นแบบนี้ ฮือ”

                “งั้นพี่จะแก้ไขให้ พี่เปลี่ยนตัวเองเพื่อวาได้ทุกอย่างเลยนะ อย่าทำกับพี่แบบนี้ อย่าทิ้งพี่ไป”

                “มันน่าแปลกนะครับ การที่เรามีแฟนก็ควรจะมีความสุขไม่ใช่เหรอ ทำไมความสุขผมมันถึงหายไปล่ะ ฮึก มันหายไปไหนพี่ตอบผมได้ไหม?”

                “พี่จะแก้ตัวใหม่ อยากให้พี่ทำอะไรบอกได้เลย”

                “งั้นพี่บอกผมสิ สิ่งที่ผมบอกพี่ไปน่ะ พี่จะแก้ไขตัวเองยังไง”

                “ไม่รู้สิ ทำไปก็หวังดีทั้งนั้นนะ พี่ก็แค่...อยากให้วามีความสุข”

                “ผมรู้ ฮึก รู้ว่าพี่หวังดี แต่ความหวังดีของพี่บางทีมันแลกมาด้วยความอิสระของผม พี่กลับมาแล้วเปลี่ยนไป เจ้ากี้เจ้าการ บงการผมมากเกินไปนะ ผมไม่ได้บอกว่าพี่ไม่ดี พี่ยังเป็นคนที่ดีสำหรับผม เพียงแต่บางอย่างที่ทำให้ผมอึดอัด ฮึก แล้วถ้าคบกันต่อไปมันก็มีแต่จะเพิ่มขึ้น งั้นก็ถอยกันเถอะนะ”

                “ไม่ เราเริ่มกันใหม่ได้นะ“

                “เลิกเถอะ มันไม่แค่เรากลับมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฮึก แต่ผมอยากให้พี่ลองหาผู้หญิงสักคนที่รักพี่แล้วพี่ก็รักเธอ อยากให้พี่มีครอบครัวที่อบอุ่น ถึงผมจะเข้าใจเรื่องพี่ลิต้าผิดไป ผมก็อยากให้พี่ได้มีครอบครัวจริงๆนะ พี่พฤก ผมเป็นผู้ชาย ฮึก ผมมีลูกให้พี่ไม่ได้ ผมเป็นแม่คนไม่ได้ ถ้าพี่มาจมปรักอยู่กับผม พี่จะไม่มีครอบครัวแบบคนอื่นนะ”

                “อิสระที่วาอยากได้คืออะไร”

                “คือการได้ใช้ชีวิตของตัวเองบ้างไงครับ อยากตื่นตอนไหนก็ตื่น อยากกินอยากนอนตอนไหนก็ทำ ไม่ต้องมีคนมาบอกว่าวันๆหนึ่งต้องทำอะไรบ้าง ผมยังอยากอยู่กับเพื่อนบ้าง ไม่ใช่พี่จะยึดตัวผมไว้อยู่กับพี่ตลอดเวลาจนสังคมของผมที่เคยมีมันแทบไม่เหลือเลย ฮึก พี่ทำไม่ได้หรอก พี่ให้ผมไม่ได้ ถ้าเรายังอยู่ในสถานะแฟน ผมเลยขอพี่เลิก ผมไม่ได้อยากเลิกนะพี่พฤก ผมรักพี่”

                ผมโถมตัวเข้ากอดเขากลับ จดจำสัมผัสครั้งนี้ให้อยู่ในส่วนลึกสุดของหัวใจ เพราะโอกาสที่เราจะได้ใกล้ชิดขนาดนี้มันจะไม่มีอีกแล้ว วันนี้ผมจะปล่อยเขาไป พี่เขาอายุเยอะแล้ว คนอื่นมีครอบครัวกันหมดแล้วพี่เขาทำอะไรอยู่ มาขลุกอยู่กับผมไปวันๆงั้นเหรอ? มันไม่ใช่ อีกอย่าง ผมอยากได้อิสระผมคืน เหนื่อยเหมือนกันนะที่ต้องเดินตามคำสั่งพี่เขาทุกอย่าง ไม่อยากกินก็ต้องกิน ไม่อยากนอนก็ต้องนอน ไม่อยากไปไหนก็ได้ออกไปเพราะต้องไปกับเขา และผมไม่เคยจะห้ามอะไรเขาได้ พี่พฤกแทบจะไม่เคยฟังผม มันคือความอึดอัดสะสมที่ผมได้รับ

                “ไม่เห็นต้องเลิกเลย พี่ยอมให้วากลับไปอยู่หอก็ได้”

                “ใช่ แต่สุดท้ายพี่จะตามผมไปอยู่ที่นั่น”

                เขาเงียบไปเพราะผมรู้ทัน คิดมาหมดแล้วว่าพี่พฤกต้องพูดแบบนี้

                “ไม่เลิกไม่ได้เหรอ พี่รักวานะ”

                “พิสูจน์ให้ผมเห็นได้ไหมล่ะ บางทีรักอย่างเดียวมันไม่พอนะพี่ มันต้องเข้าใจกันด้วย ฮึก พี่รักผมแบบไม่ยอมปล่อยผมไปไหนเลย ตัวติดผมตลอดเวลาเพราะกลัวจะเสียผมไป ลืมคิดไปไหมว่าบีบผมมากๆผมก็ไม่ไหวเหมือนกัน”

                “ให้พี่พิสูจน์ยังไง”

                “ผมไม่รู้ นั่นเรื่องของพี่ แต่ตอนนี้คือเราเลิกกันนะ สถานะไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่มีผมพี่ต้องดูแลตัวเองให้ดี นอนก็ห่มผ้าหนาๆ อย่ากินขนมเยอะนักล่ะเดี๋ยวจะอ้วนเอา แล้วก็กินน้ำเยอะๆ ฮึก พี่น่ะกินน้ำน้อยมันไม่ดีนะครับ เรื่องจัดสรรเวลาของตัวเองผมรู้ว่าพี่ทำได้ดีอยู่แล้วผมไม่ห่วงหรอก แล้วก็ขอให้พี่มีความสุขกับใครสักคนในเร็ววันนะครับ ผมจะยินดีกับพี่เสมอ”

                คนบอกเลิกใครว่าไม่เจ็บวะ โคตรเจ็บเลย...

                ขณะที่ผมกำลังจะลุกหนีเขาออกมาพี่พฤกกลับไม่ยอม เขารั้งตัวผมไว้แล้วนั่งกอดอยู่แบบนั้น ผมน่ะอยากจะไปจากที่นี่ไวๆ ไม่อยากยื้อเวลามานั่งร้องไห้นานๆหรอก ตัดสินใจไปแล้วว่าจะเลิกยังไงผมก็ไม่เปลี่ยนใจ มันน่าจะเป็นทางออกที่ดี เอาจริงพอหลายเรื่องราวมารวมกันแล้วมันก็เยอะเหมือนกันนะ เหตุผลที่มันทำให้ผมคิดตัดสินใจด้วยทางออกนี้

                “ลองไปคิดใหม่อีกทีได้ไหม ที่พูดแบบนั้นคงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ”

                “พี่พฤก ทางนี้มันดีที่สุดแล้ว”

                “พี่ไม่เลิก”

                “พี่ พี่อายุมากแล้วนะ ควรมีครอบครัวได้แล้ว นี่คือโอกาสของพี่ อีกอย่างต่อให้ไม่เลิกกันพี่ก็บีบบังคับผมเหมือนเดิม ทุกอย่าง ทุกเรื่อง พี่เบาลงได้ไหมล่ะ”

                “ได้”

                “แล้วเรื่องอีกไม่รู้ต่อกี่เรื่องที่พี่ปิดบังผมล่ะ มันคือต้นเหตุของนิสัยขี้โกหกนะ วันหนึ่งพี่อาจจะกลายเป็นคนโกหกปกปิดโดยไม่รู้สึกอะไรเลย แต่คนที่มารู้ทีหลังอย่างผมล่ะ เสียใจนะครับ”

                “อยากรู้อะไรพี่จะบอกหมดเลย ขอแค่ไม่เลิกได้ไหม”

                พี่เขาน่ะดื้อแบบนี้แหละ...

                “ลองดูก่อน ถ้าในอนาคตพี่ยังรักผมอยู่จริง วันนั้นผมจะกลับมา”

                ผมพูดไปแบบนั้นเพราะมั่นใจว่าวันหนึ่งพี่พฤกจะลืมผมไปเอง ขณะที่พี่เขาเริ่มคลายวงแขนออกจากเอวผมนั้นผมก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้อง ทว่ามือใหญ่คว้าข้อมือผมไว้ซะก่อน

                “จะไม่อยู่กับพี่แล้วจริงๆเหรอ วา นี่มันสองครั้งแล้วนะที่เก็บเสื้อผ้าหนีพี่ไป หนูไม่รักพี่แล้วเหรอ?”

                “รักสิครับ”

                “แล้วจะเลิกกับพี่ทำไม เรื่องมันแก้ไขได้”

                “ลองถอยออกมาคนละก้าวเถอะ ขอเวลาผมหน่อยนะ ให้ผมได้คิดได้ทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง ให้พี่ได้ลองคบคนอื่นดูบ้าง ลองเป็นแค่พี่น้องกันดู...”

                “จะไปบ้านนิคใช่ไหม?”

                เขาถามผมตัดประโยคที่ผมกำลังพูด เหมือนไม่อยากจะฟังอะไรอีกแล้ว

                “ครับ”

                “เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ”

                แล้วผมก็ต้องนั่งรถมากับเขาอย่างอึดอัด ผมคิดถูกแล้วใช่ไหมที่ทำแบบนี้ พี่พฤกดูเงียบและเครียดไปเลย ระหว่างทางพี่เขาไม่คุยกับผมสักคำ ส่วนผมเองก็ได้แต่บอกตัวเองในใจว่าสักวันมันจะดีขึ้น ถ้าคนมันจะใช่มันก็ใช่เองนั่นแหละ ถ้าเรายังรักกันจริง อีกกี่สิบปีก็ยังรักกันอยู่ดี นี่มันคือโอกาสของผมนะ ได้ใช้ชีวิตตามวัย ได้ลองเปิดใจคบคนใหม่ๆ รวมถึงพี่พฤกด้วย โอกาสเขามากกว่าผมอีก ด้วยความพร้อม ด้วยอายุ ควรจะหาใครสักคนอยู่กับเขาไปยังบั้นปลายชีวิตได้แล้วล่ะ แต่ถ้าอนาคตใจเราสองคนไม่เปลี่ยน วันนั้นเราก็อาจจะมาคบกันอีกก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอนเลย

                รถแล่นมาจนจอดอยู่หน้าบ้านไอ้นิคเป็นที่เรียบร้อย พวกเพื่อนผมเมื่อเห็นรถมันก็กรูกันมาเปิดประตูรั้วให้ผมทันที

                “โชคดีนะครับพี่พฤก”

                “นี่คือ..หนูจะทิ้งพี่ไปจริงๆใช่ไหม ยังไงก็ไม่เปลี่ยนใจเหรอ?”

                “เป็นพี่น้องกันไงครับ พี่ยังติดต่อผมได้นะ อาจจะเวิร์คกว่าตอนเป็นแฟนกันก็ได้”

                ผมไม่รอฟังอะไรทั้งนั้น รีบลงรถแล้วเดินเข้าบ้านไปโดยไม่หันหลังไปมองเขาอีก ทว่าน้ำตามันไหลออกมาอีกแล้ว นี่คือเราเลิกกันจริงๆใช่ไหม ผมหันหลังให้พี่พฤกแล้วจริงๆ แต่ด้วยความเป็นห่วงของผมมันทำให้ผมแอบมายืนมองเขาผ่านช่องประตูเล็กๆ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าส่องสะท้อนลงมายังหน้ารถของเขาเผยให้เห็นว่าคนในรถกำลังทำอะไรอยู่

                พี่พฤกกำลังร้องไห้...

                เขาร้องไห้อยู่จริงๆ ร้องไห้จนตัวสั่นโยนไปหมด ผมไม่เคยเห็นพี่เขาร้องไห้เลยสักครั้ง ทำไมคนที่ดูเข้มแข็งถึงร้องไห้ได้น่าสงสารขนาดนั้นวะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงวิ่งเข้าไปกอดเขาโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น แต่ตอนนี้ผมต้องห้ามใจตัวเอง มองพี่เขาผ่านรูเล็กๆแล้วเอามือปิดปากร้องไห้ออกมาเหมือนคนบ้า สองขาหมดแรงนั่งทรุดลงกับพื้น นั่งซบหน้าลงกับหัวเข่าแล้วร้องไห้ หูผมอื้อไปหมดแล้วไม่ว่าเพื่อนจะพูดอะไรผมก็ไม่ได้ยินทั้งนั้น

                แล้วสักวันมันจะดีขึ้นนะ สักวันพี่จะมีความสุข อย่ามาทิ้งชีวิตไว้กับเด็กอย่างผมเลย เราไม่คู่ควรกันหรอก...


LOADING [4/4]

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ


ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์

 #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย

(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1337 igot7ibambam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 23:24
    นาวา......
    #1,337
    0
  2. #1317 golfferboyy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 21:33

    ล้องห้ายยยยยนยยย

    #1,317
    0
  3. #1316 Dawthip (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 22:59
    โอ้ย ปวดใจ😭😭😭😭
    #1,316
    0
  4. #1263 Miki_milky (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 11:37
    โอ้ยสงสารทั้งคู่
    #1,263
    0
  5. #1246 ilee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:28
    พี่พฤกนี่ก็ประเด็นผุดใหม่ตลอด
    #1,246
    0
  6. #1235 Pookkai (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 22:57
    นาวาตั้งสติหน่อยดิ ทำไมไม่อยู่กับปัจจุบันคิดให้ปวดหัวทำไม นิสัยเหมือนเด็ก งั้นก็เลิกๆไปเหอะ
    #1,235
    0
  7. #1234 Pookkai (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 22:56
    นาวาตั้งสติหน่อยดิ ทำไมไม่อยู่กับปัจจุบันคิดให้ปวดหัวทำไม นิสัยเหมือนเด็ก งั้นก็เลิกๆไปเหอะ
    #1,234
    0
  8. #1194 cream-love-suju (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 20:57
    สุดยอดไรท์มันทั้งวันเลยอารมณ์ค้างมากจุดนี้ เข้าใจทั้งสองฝ่ายนะเป็นการแต่งเรื่องที่รู้สึกมีเหตุผล ถึงจะงงหน่อยแต่มันมีเหตุผลจากการกระทำของกันและกัน
    #1,194
    0
  9. #1193 MilkMilkW (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 11:23
    เอาจริงๆงงกับตัวนาวา มันดูไม่สมเหตุสมผล นาวาบอก เป็นแฟนกันรักกันอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเข้าใจกันด้วย อยากให้นาวาย้อนฟังคำพูดตัวเอง ว่านาวาเข้าใจพี่พฤกรึยัง บอกเลยถ้านี่เป็นพฤก เลิกไปแล้ว รำไยความเยอะของนาวา นิสัยยิ่งกว่าผู้หญิงอีก
    #1,193
    0
  10. #1192 pp9397 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 08:28
    ฮือออ น้องงง พี่ขาาาาาาา
    #1,192
    0
  11. #1191 _liuei_js (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 02:28
    อินฉากพี่แกร้องไห้ ฮือออออออ จะน้ำตาคลอเลยอ่าาา สงสารก็สงสาร
    #1,191
    0
  12. #1190 padcharapa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 01:36
    อีพี่ก็ผิดอ่ะที่ไม่เคยบอกเรื่องนี้เลยของแบบนี้ต้องใช้เวลาทบทวนนานๆละกลับมาresratใหม่
    #1,190
    0
  13. #1188 Mat_AnGel (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 22:46
    รำนาวาอะ เลิกเถอะพฤก เราว่างแต่ถึงไม่ว่างก็จะทำให้ว่าง
    #1,188
    0
  14. #1187 aey73561234 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 21:33
    นี้คือนาวาหมดรักเเล้วจริงเออดีbad endไปปะหงุดหงิด
    #1,187
    0
  15. #1186 ployjea (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 21:01
    นี่ใช่เลยนะ สักวันจะโกหกจนเป็นนิสัยอ่ะ
    #1,186
    0
  16. #1185 Findra (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 19:41
    ไรท์อย่าพึ่งให้มาม่าสิ ยังไม่อยากกิน
    #1,185
    0
  17. #1184 0612549913 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 19:17
    เหตุผลของนาวาดีมากเลยและคำพูดของพี่มัน คิดว่าคนรักกันไม่จำเป็นต้องบอกทุกเรื่องใช่มันถูกนะแต่คิดไหมว่ามันคนละเรื่องกับเรื่องนี้นะ ถึงยังงัยพี่พฤกษ์ก็มีสถานะคู่หมั้นค้ำคออยู่ นี่ถ้าไรท์เขียนให้พี่มันมีเมียแล้วยังมารักกับนาวาอีกก็ไม่แปลกใจเลย เรื่องนี้สะท้อนสังคมดีมากเพราะปัจจุบันผู้ชายโกหกว่าตัวเองโสดเยอะมาก ถ้าทุกคนคิดแบบพี่พฤกษ์สังคมเละเทะเต็มชู้บ้าน คนทำผิดศีลธรรมทั่วเมืองแน่ ถ้ายังไม่ถอนหมั้นถือว่าไม่โสดนะ
    #1,184
    0
  18. #1183 Meaw chan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 18:56
    สงสารภี่พฤกอ่ะ พี่พกฤก็มีเรื่องปิดน้องเยอะอ่ะ

    น่าจะค่อยๆคุย ค่อยอธิบายกัน เศร้ามาก แอดทำร้ายจิตใจ ออเจ้ามากเลย
    #1,183
    0
  19. #1182 narudetsaen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 18:39
    ลุ้นต่อไปคับ 5555

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 มีนาคม 2561 / 01:02
    #1,182
    0
  20. #1181 Yuiichan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 18:30
    ขอเลิกเพราะอยากมีอิสระ เหตุผลนี้ไม่ไหวอ่ะ ในความคิดเรามันคือข้ออ้างของคนหมดรัก
    #1,181
    0
  21. #1180 Mirinmama (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 17:50
    เป็นเรื่องแรกที่เข้าข้างพระเอก เลิกกันก็ดีแล้ว เรื่องผิดก็สาวนหนึ่งเรื่องที่ตัวเองมโนไปเองเคยคิดจะขอโทษเค้าบ้างมั้ย เรื่องความต่างกันของอายุด้วยส่วนหนึ่งที่ไม่อยากให้คู่นี้ไปต่อ เราเห็นความงี่เง่าเอามากๆจากนาวา เข้าใจคำพูดของคนพี่ที่ว่าคนรักไม่ต้องบอกทุกเรื่องก็ได้ แต่มันควรใช้ให้ถูกเรื่อง แต่เราเคยเจอสถานะการณ์แบบที่อีพี่มันทำกับน้อง เราเข้าใจนะ ลองนึกดูถ้ามีคนเข้ามาจีบแล้วบอกว่ามีคู่หมั้นแล้วนะไม่โสดนะ คุณจะได้คนแบบไหนมาคบกับคุณ หรือคุณจะได้คบกันมั้ย ความเป็นจริงมันมีไม่ใช่ไม่มี นายเอกก็พยายามที่จะโตเป็นผู้ใหญ่อยากใช้ชีวิตอิสระตามวัย ซึ่งก็ดี แต่ควรโตในทุกเรื่องด้วยรวมถึงเรื่องความรัก เพราะดูจากการรับมือเรื่องของคู่หมั้นแล้วคิดว่ายังไม่โตพอ ควรปล่อยไปจนกว่านางจะมีความรักที่หลากหลายกว่านี้ ต้องผ่านมามากกว่านี้นางถึงจะโต แต่อย่างว่านิยายก็คือนิยาย
    #1,180
    0
  22. #1179 lansuiren (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 17:26
    กะคอมเม้นต์ด่าตั้งแต่ตอน update ครั้งที่แล้วแต่รู้สึกว่าคำพูดน่าจะแรงไปเลยไม่ได้ comment อะไร พอมาอ่านตอนนี้รู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจถูกแล้วนายเอกดูมีสติดีมาก รักมากแต่ก็ไม่ทำร้ายตัวเอง ตัวพระเอกเราว่าค่อนข้างเห็นแก่ตัวมาก วางกรอบทุกอย่างของชีวิตให้นายเอก อยากรับรู้ทุกอย่างเป็นโลกทั้งใบที่นายเอกต้องพึ่งพา แต่ถึงแบบนั้น คนรักกันก็ยังโกหกปิดบังให้รับรู้แค่สิ่งที่ตัวเองอยากให้รู้อยากให้เป็น... ค่อนข้างไม่จริงใจแรงๆ

    อ่านแล้วก็คิดนะว่าเพราะอายุมากแล้วเลยอยากกลับมาคบแฟนเก่าเพราะคือคนที่ดีที่สุดที่มีหรือจริงๆไม่ได้รักขนาดนั้นแค่อายุมากอยากจะลงหลักปักฐานกับใครสักคนเลยมาหวยออกที่นายเอก


    ตัวนายเอกก็แปลกดี... เริ่มแรกไม่อยากให้เพื่อนรู้จนทุกอย่างบานปลายมาเป็นแบบนี้ ดีใจที่ตัวนายเอกคิดได้นะ... คือถ้าเจ็บแล้วทนไปเรื่อยๆ เราก็ว่ามันเป็นความรักที่ไม่ฉลาดเลย....
    #1,179
    0
  23. #1178 narudetsaen (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 17:10
    เฮ้อ..เห็นใจก็เห็นใจ สมน้ำหน้าก็สมน้ำหน้า ผลที่เกิดขึ้นมันมาจากการกระทำของตัวเองทั้งนั้นน่ะ เอาเป็นว่าให้เวลาเป็นตัวตัดสิน
    #1,178
    0
  24. #1177 vun_sudarat (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 17:02
    ร้องไห้หนักมาก
    #1,177
    0
  25. #1176 Rose_Kanokporn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 17:01
    เข้าใจความรู้สึกและเหตุผลขอนาวานะ ทำแบบนี้ดีแล้วล่ะ
    #1,176
    0