╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 17 : บทเรียนที่ 17 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    7 มี.ค. 61

บทเรียนที่ 17


PRUEK TALK

                มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...

                ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น สาบานตรงนี้เลยว่าไม่เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นเลยสักอย่าง ลองนั่งคิดทบทวนดูหลายต่อหลายรอบก็ยังไม่เห็นจุดไหนที่ตัวผมทำผิดเลยนะ แล้วมันมีเหตุผลอะไรน้องถึงได้เก็บเสื้อผ้าหนีผมไปแบบนี้

                เท้าความไปตอนไหนดีล่ะ อ่า วันนั้นก็ได้ วันเกิดผมที่นาวาบอกว่าจะไม่มา อ้อนยังไงก็ไม่มา แล้วเราคุยกันครั้งสุดท้ายตอนผมโทรไปหา น้องบอกน้องกินข้าวอยู่ ส่วนตอนนั้นผมก็กำลังจะเตรียมตัวกลับไปที่บ้านเพื่อฉลองวันเกิดครั้งที่สามสิบหกของผม มานั่งนึกไปนึกมาคือผมไม่ได้พูดอะไรผิดไปเลย ไม่น่าจะมีคำไหนที่ทำให้น้องโกรธ

                จากนั้นผมก็กลับบ้านแล้วฉลองวันเกิดของตัวเองกับพวกพ้องและครอบครัวอย่างสุขสันต์ ทุกอย่างปกติ งานเล็กๆที่อบอุ่นอย่างเช่นทุกปี และที่สำคัญคือไอ้อิฐมันบอกผมว่าเจอนาวา น้องมันมาที่งาน ผมโคตรดีใจเลย แค่ได้ยินชื่อน้องผมก็ยิ้มแป้นแล้ว ดังนั้นผมจึงเดินหานาวาให้ทั่วบ้าน ทว่าเดินไปทางไหนก็ไม่เจอ ผมน่ะถามใครต่อใครว่าเห็นเด็กที่ตัวสูงประมาณไหล่ผมไหม คนที่ทำผมสีน้ำตาล หน้าตาน่ารัก ตาโตๆ แก้มป่องๆ บางคนที่เห็นก็บอกผมได้แค่ว่าเห็นเมื่อกี้แต่ไม่มีใครเลยสักคนเห็นว่าน้องเดินไปทางไหน กลับไปแล้วหรือยังไง

                จนกระทั่งพ่อผมไปเจอกล่องของขวัญกล่องหนึ่งที่ห่อด้วยกระดาษสีเทาอ่อน ผูกโบว์คาดสีกรมท่า พร้อมกับการ์ดแผ่นเล็กรูปหัวใจที่คล้องอยู่โดยมีลายมือที่ผมคุ้นเคยเขียนเอาไว้ว่า ของน้องนาวาให้พี่พฤก สุขสันต์วันเกิดนะครับ รัก มันเป็นคำเพียงไม่กี่คำที่รวมตัวกันเป็นประโยคแล้วทำให้หัวใจคนอ่านอย่างผมพองโตได้ในทันทีที่สายตากวาดอ่านตัวหนังสือบนการ์ดนั่น บ่งบอกได้ชัดเจนว่านาวามาที่บ้านผมจริงๆ

                ด้วยความที่หาน้องในบ้านไม่เจอผมจึงรีบโทรหานาวาทันที ตอนแรกโทรติดปกติแต่ไม่รับสาย พอเริ่มถึงสายที่สิบเข้าหัวใจผมก็เต้นแปลกๆ มันร้อนใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกถึงความไม่ปกติที่เกิดขึ้น ทำให้ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้นหลายเท่าเลย เอาแต่คิดในใจว่าน้องอยู่ไหน เป็นอะไรหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น รีบไปไหน ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าการที่คนๆหนึ่งจะรีบร้อนออกไปขนาดนี้เพราะอะไร หรือที่บ้านนาวาใครเป็นอะไรหรือเปล่าน้องเลยรีบไป แต่ที่บ้านตอนนี้ก็มีแค่แม่นี่หว่า

                แทบจะไม่เผื่อเวลาคิดต่อ มือไวกว่าสมองซะอีก ผมกดโทรออกหาแม่ของน้องและท่านก็รับสายผมในทันทีพร้อมกับกรอกเสียงกลับมาแบบที่ผมไม่ทันตั้งตัว

                พฤกทำน้องเสียใจอีกแล้วนะ

                น้ำเสียงเย็นยะเยือกของแม่ทำให้ผมตัวชาวาบ แล้วผมทำอะไรให้น้องเสียใจตอนไหนวะ

            น้องบอกแม่ว่าอะไรครับ ผมยังติดต่อน้องไม่ได้เลย

            ‘ทะเลาะกับพฤก น้องบอกแม่แค่นั้นแล้วก็สั่งห้ามให้แม่รับสายพฤก แม่ไม่รู้ว่าที่ทะเลาะกันเพราะลูกแม่ทำอะไรผิดหรือเปล่า งี่เง่าใส่พฤกจนโดนพฤกดุไหม แต่ว่าน้องโตขึ้นมากนะพฤก ไม่น่าจะเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนขนาดนั้น หรือพฤกทำอะไรไม่ดีกับลูกแม่ล่ะ

            ‘เอาจริงๆผมยังไม่รู้เลยครับแม่ จู่ๆน้องก็หายไปเฉยๆเลย ติดต่อก็ไม่ได้ น้องโกรธผมเรื่องอะไรผมยังไม่รู้เลยครับ

            ‘ถ้ารู้สึกว่าน้องยังไม่ใช่ให้รีบบอกแม่นะ แม่สงสารน้องเพราะน้องน่ะรักพฤกจริงๆ ที่แม่ยอมให้พฤกกลับมาหานาวาเพราะอยากให้ลูกแม่สมหวัง แม่คิดแค่นั้นแหละว่าอยากเห็นน้องมีความสุขเหมือนเมื่อก่อน แต่ถ้าวันไหนไม่ไหวกับลูกแม่แล้วก็ปล่อยน้องไป ถ้าลูกแม่ดื้อถึงขนาดพฤกเอาไม่อยู่น่ะนะ กลับกัน ถ้าพฤกทำไม่ดีกับนาวาอีกครั้ง แม่ว่ายิ่งต้องรีบปล่อยน้องให้ไปเจอคนที่ดีกว่าพฤกเลยดีกว่า ทะเลาะเรื่องอะไรกันก็รีบเคลียร์ซะอย่าปล่อยเวลาให้นานเกินไป

                แล้วเราทะเลาะอะไรกันวะ...

                ให้ผมคิดยังไงก็คิดไม่ออก เพราะคุยกันครั้งสุดท้ายคือถามว่าทำอะไรอยู่แค่นั้นเองนะ ตอนนั้นอีกเสี้ยวใจหนึ่งก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองไปว่าน้องอาจจะแกล้งงอนให้ผมร้อนใจเล่น แล้วก็จัดเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ไว้ให้ผมแน่ๆ เนื่องจากเป็นวันเกิดน่ะเนอะ คิดอะไรแบบนี้มันก็ไม่แปลก

                ทว่าเมื่อกลับคอนโดมาผมกลับเจอเซอร์ไพรส์เข้าจริงๆ กระเป๋าเดินทางที่มันเคยวางอยู่ตรงนั้นได้หายไปแล้ว รีบสาวเท้าไปเปิดตู้เสื้อผ้าดูปรากฎว่ามันไม่เหลือของน้องอยู่เลย เข่าผมถึงกับอ่อนแล้วทรุดนั่งลงกับพื้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันตอกย้ำผมว่าผมทำอะไรผิดแน่นอน ครั้งนี้ติดต่อนาวาไปอีกครั้งแต่ดันปิดเครื่องไปแล้ว ตอนนั้นผมเกือบจะคลั่งตายให้ได้เลยล่ะ การกลับมาไม่เจอน้องมันคือนรกชัดๆ


LOADING [1/4]


                แล้วที่แรกที่ผมมุ่งหน้าไปในแทบจะทันทีคือหอพักย่านมหาวิทยาลัยของนาวา น้องไม่อยู่กับผมก็ต้องอยู่หอ เรื่องนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว ทว่าทุกอย่างกลับผิดคาด ผมไขกุญแจเข้าห้องน้องไปปรากฎว่ามันมืดสนิท เปิดไฟดูก็ไม่มีเจ้าของห้องอยู่เลย มองหากระเป๋าเดินทางที่เคยอยู่ห้องผมก็ไม่มีที่นี่ น้องไม่ได้กลับมาหอเหรอ? แล้วน้องไปอยู่ไหน? และแล้วผมก็โทรกลับไปหาแม่ของนาวาอีกครั้งอย่างร้อนรนโดยถามว่านาวากลับไปที่บ้านไหม แต่คำตอบที่ผมได้คือไม่ น้องไม่ได้กลับไป ครั้นจะบอกแม่ไปว่าผมก็หาน้องไม่เจอเหมือนกันมันก็ไม่ใช่เรื่อง ทำแบบนั้นมีแต่จะทำให้ท่านเป็นห่วง

                เฮ้อ หมดหนทางจริงๆ ตอนนี้นาวาคงอยู่ที่ไหนสักที่ อาจจะเช่าโรงแรมอยู่ก็ได้เพื่อหลบหน้าผมอย่างไร้สาเหตุ ผมชักจะเหนื่อยแล้วว่ะ มีอะไรทำไมไม่บอก ไม่พูดกับผมดีๆ การมาไล่ตามหาน้องแบบนี้มันไม่สนุกเลย ทำไมนาวางี่เง่าได้ขนาดนี้วะ!

                แล้วมันตลกร้ายตรงไหนรู้ไหม? ตรงที่ผมมีบินมาราธอนสี่วันติด มีเช้าตรู่ถึงค่ำบ้าง เย็นถึงดึก หรือดึกถึงเช้าตามลำดับ แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนตามหาน้องล่ะ ก็ถ้าติดต่อไม่ได้ผมก็ไม่รู้จะหาน้องจากไหนแล้ว ที่ที่คิดว่าจะอยู่อย่างหอก็ไม่มี หรืออาจจะอยู่หอเพื่อนสักคนผมก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนอะไรยังไง ที่สำคัญในสถานะอาจารย์กับลูกศิษย์มันทำอะไรไม่ได้มาก ผมจะไล่ถามลูกศิษย์ไปทั่วว่าเห็นนาวาไหมมันก็ไม่ควรอีก ข้อจำกัดเยอะและผมทำอะไรตามใจไม่ได้มาก ตอนนี้ทำได้ดีที่สุดคงเป็นการติดต่อนาวาไปเรื่อยๆจนกว่าจะรู้ความเคลื่อนไหว อ่อ แล้วก็หาเวลาไปเจอที่มหาวิทยาลัยก่อนวันที่ผมจะไปสอน อย่างน้อยก็อยากถามให้รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรขึ้น

                ผมทำตามสิ่งที่ผมคิดตามลำดับนะ ติดต่อน้องจนโทรติดอีกครั้งจากที่ปิดเครื่องไปข้ามคืน แต่โทรติดก็ใช่ว่าจะรับสายซะเมื่อไหร่ ถึงอย่างนั้นก็ดีแล้วที่รู้ว่าคราวนี้น้องไม่ได้บล็อคเบอร์ผมเหมือนสองปีก่อน แสดงว่าผมยังมีโอกาสจะได้คุยหรือไม่น้องก็ใจเย็นลงแล้ว

                ส่วนการไปหานาวาที่มหาวิทยาลัยนับเป็นเรื่องที่ผมคิดผิดมาก ผมมีเวลานอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงเพื่อแบ่งเวลาจะไปแอบส่องน้องที่มหาลัยก่อนจะไปบิน แต่ตึกคณะการบินมันไม่ใช่เล็กๆ ผมไม่รู้ว่านาวาเรียนห้องไหนในตอนนั้น ตัดสินใจเดินไปหาน้ำอิง น้องที่สนิทกันและเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของห้องนาวาก็ดันลาพักร้อนอีก ผมทำได้แค่เดินวนมันทุกห้องทุกชั้น ถ้าห้องไหนมีการสอนอยู่ก็จะเดินช้าๆแล้วเหลือบตามองเข้าไปในกระจกบริเวณประตูว่าใช่ห้องของน้องหรือเปล่า แล้วสวรรค์ก็กลั่นแกล้งผมอีกครั้งด้วยการที่ทำให้ผมเจอน้องกำลังเดินออกมาจากลิฟท์อีกฝั่งหนึ่งของตึก ผมอยู่ฝั่งนี้ น้องอยู่ฝั่งโน้น จะเดินเข้าไปหาก็ไม่ได้เพราะคนเยอะเกินไป เลยโทรหาอีกครั้ง ผมเห็นนาวาหยิบมือถือขึ้นมาดูและเก็บใส่กระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม แบบนี้ตั้งใจไม่รับสายผมชัดๆ

                เฮ้อ แล้วผมจะทำอะไรได้มากกว่านี้ในเมื่อเวลาทำงานก็กระชั้นชิดขึ้นมาจนต้องถอดใจรีบขับรถไปที่สนามบินซะก่อนที่จะไปทำงานสาย ผมไม่อยากจะโทรไปลาป่วยอีกแล้วล่ะ รู้สึกตัวเองทำตัวเหลวไหลกว่าเมื่อก่อน ไม่อยากให้คนอื่นที่ร่วมงานด้วยลำบากใจ เพราะถ้าผมลา ก็สงสารน้องที่ออฟฟิศจะต้องหาคนมาบินแทน

                บอกตามตรงว่าผมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองผิดอะไรตรงไหน แต่ผมก็ยินดีจะง้อน้องนะ คือให้ผมทำอะไรก็ยอมหมดแหละขอแค่น้องกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็พอ ผมพูดขอโทษก่อนได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก ให้ผมคุกเข่าขอโทษยังได้เลย แม้จะไม่รู้สาเหตุของเรื่องที่เกิดก็ตาม หากทำแล้วจะทำให้น้องสบายใจขึ้นผมยินดีทำ

                การที่ผมไม่มีนาวาคอยอยู่ข้างๆผมมันก็เหมือนคนหมดแรงอ่ะ ไม่มีใครเข้าใจผมหรอก ผมรักนาวามากกว่าที่ใครๆคิด อายุผมเข้าสามสิบหกปีแล้วนะ ผมไม่มาเล่นๆคิดแต่รักสนุกอย่างเดียวหรอก ผมอยากมีอนาคตกับน้อง และอยากเป็นตัวผลักดันให้นาวามีอนาคตที่ดีไปด้วย ผมสนุบสนุนน้องได้ทุกด้าน ผมพร้อมดูแลน้องขนาดนี้ไม่เข้าใจเลยว่ามีตรงไหนที่นาวาจะโกรธผมเหรอ? ถึงขั้นหนีไปแบบนี้มันเรื่องห่าเหวอะไรวะ


LOADING [2/4]


                ทิ้งเวลาล่วงเลยไปจนเข้าวันที่สี่ที่ผมก็พยายามต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ แล้วเวลาประมาณสี่ทุ่มกว่าก็มีเบอร์นาวาโทรกลับมาหาผม ตอนนั้นผมเพิ่งกลับถึงห้อง โคตรดีใจเลยนะ เหมือนความพยายามผมมันไม่สูญเปล่า ทว่าทันทีที่ผมกดรับสาย เสียงอ้อแอ้ของน้องก็ตะโกนใส่ผมทันที

                มาทำให้รักทำห่าอะไรวะ แม่ง ไอ้พี่พฤก ไอ้ชั่ว ผมอ่ะรักพี่นะ โคตรรักเลย แล้วพี่ตอบแทนผมแบบนี้เหรอ? ใจร้ายฉิบหาย ฮือออ รักอ่ะ รักนะ รัก รัก รัก แล้วพี่ทำแบบนี้ทำไม ห้ะ ไอ้เฒ่าหัวงู ตอบดิวะ ตอบ!!’

            ‘เมาใช่ไหมเนี่ย? อยู่ไหนตอนนี้เดี๋ยวพี่ไปหา

            ‘ฮึก เอิ้กก ไม่บอก จะอยู่ไหนก็เรื่องของผม เลิกมาทำให้ผมรักได้ละนะ ไม่ชอบ รำคาญ เหนื่อย เบื่อจะเสียใจแล้วว่ะ เฮ้ย พวกมึง ปล่อยกู ปล่อยก่อน!’

            นี่คือสิ่งที่ผมได้ยินก่อนที่สายจะตัดไปแบบที่ยังจับใจความอะไรไม่ได้ ที่จริงมันเยอะกว่านี้ น้องด่าผมเยอะจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำ อะไรวะ เดี๋ยวบอกรักเดี๋ยวด่า สรุปเป็นอะไรของน้องมันกันแน่ งง งงมาก อ่า แต่เสียงเอะอะโวยวายแบบนั้นคงอยู่กับเพื่อนสินะ นี่คงจะไปเมาแอ๋อยู่ที่ไหนสักที่

                ที่เล่าย้อนมามันคือความคิด เหตุการณ์ต่างๆที่ทำให้ผมสับสนมาจนถึงวันนี้ แต่นั่นมันก่อนวันที่ผมจะมาสอน ใจว้าวุ่นคิดไปสารพัด ทว่าวันนี้เป็นโอกาสของผมแล้วที่จะได้เจอน้องแบบไม่ต้องแอบ ในฐานะอาจารย์พฤกที่สอนวิชาหลักการบินพื้นฐานน่ะนะ มันคือช่องทางที่ผมจะเข้าหาน้องได้ง่ายที่สุดแล้ว

ตึก ตึก ตึก

                สองเท้าเดินถือกระเป๋าเข้าห้องเรียนอย่างมาดมั่น วันนี้อยากมาสอนกว่าทุกวันเลยล่ะ อ่า นั่นไง ผมเห็นนาวาแล้ว น้องเหลือบตามองผมเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนต่อ

                สายตาคู่นั่นมองผมเปลี่ยนไป...

                ดวงตาสวยเคยสดใสกว่านี้ มองผมด้วยความชื่นชมและดีใจมากกว่านี้ แล้วทำไมครั้งนี้แววตาที่ผมชอบถึงเปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนละคน ทำเหมือนกันคนไม่รู้จักกัน ทั้งที่เรารักกันจะตาย

                ขณะที่ผมเริ่มดำเนินการสอนตามเนื้อหาที่เตรียมมา ก็ลอบสังเกตใบหน้าของน้องไปด้วย นาวาไม่สดใสเลย หน้าดูโทรมขึ้นเหมือนคนไม่ดูแลตัวเอง แววตาเศร้าหมอง ใต้ตาบวมคล้ำ แค่เห็นใจผมก็เสียแล้วอ่ะ แทบจะสอนต่อไม่ได้ไหว แค่เนื้อหาง่ายๆ คำง่ายๆผมยังพูดผิดพูดถูกเลย ใจมันลอยไปสนใจแต่เด็กที่นั่งหลังห้องคนนั้น คนที่หลบตาผมทุกครั้งที่เราสบตากันโดยบังเอิญ ความเปลี่ยนไปครั้งนี้ทำให้ผมอยากจะเดินเข้าไปหาแล้วคุยกันให้รู้เรื่องแต่ผมทำไม่ได้ เคยสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะไม่ทำอะไรให้น้องลำบากใจให้น้องเรียนโดยแสดงออกไรออมาให้คนสงสัย

                โถ่โว้ย เครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว!!!

                ช่วงพักเบรคที่ผมคิดเอาไว้ว่าใช้โอกาสนี้ลองเข้าหาน้องดู แต่ทันทีที่ผมบอกให้เบรคได้ กลุ่มของนาวากลับเป็นกลุ่มแรกที่ลุกออกไปข้างนอกทั้งที่เมื่อก่อนไม่ค่อยจะออกไปไหนกันเท่าไหร่ ส่วนมากเด็กสี่คนนี้จะนอนฟุบหลับกันทุกครั้งในเวลาพักเบรค ผมว่า...เด็กพวกนี้จงใจจะทำอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ ทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ? ต้องใช่แน่ๆ ทุกอย่างดูจงใจที่จะพาน้องออกจากห้องนี้อ่ะ ดูก็รู้ อีกอย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกว่ามันเปลี่ยนไปคือสีหน้าและสายตาเพื่อนในกลุ่มของนาวา ทำไมมองผมด้วยความเกลียดชังวะ คือรู้สึกได้เลยล่ะว่ามันต่างจากที่ผ่านมา อย่างคนนั้นน่ะที่ชื่อก็อต เคยมาคุยกับผมว่าผมเท่ห์จังเลย เป็นกัปตัน มองผมอย่างชื่นชมตลอดมา

                เห็นผมสนใจแต่นาวาแบบนี้ ที่จริงแล้วผมช่างสังเกตนะ ชอบเก็บรายละเอียดคนรอบข้าง แล้วเนี่ย สิ่งที่เกิดขึ้นมันชัดเจนเหลือเกินว่าไม่ปกติ เด็กสี่คนนั้นมีปัญหาอะไรกับผมงั้นเหรอ? เริ่มจากเมียผมก่อนเลย นาวาเป็นอะไร? แล้วเด็กพวกนั้นรู้อะไรบ้าง ใครเป่าหูอะไรน้องทำไมนาวาถึงเป็นแบบนี้ อย่าให้ผมรู้นะว่าใครกล่อมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ทำให้ผมกับน้องผิดใจกัน ถ้ารู้ว่าเป็นใครผมไม่เอาไว้แน่ ที่สงสัยก็คนชื่อนิคคนหนึ่งละเพราะมาแอบชอบเมียผม เหอะ อุตส่าห์ปล่อยไปไม่ทำอะไรแล้วเชียวเพราะคิดว่ายังไงผมก็ดูแลน้องได้ ถ้าเป็นนิคที่แทงข้างหลังผมล่ะก็ เห็นดีกันแน่


LOADING [3/4]


                ในเมื่ออยู่ที่มหาวิทยาลัยผมไม่มีโอกาสจะได้เข้าหาเลย ถ้างั้นก็คงต้องตาม ตามไปจนรู้ว่าน้องอยู่ที่ไหนอะไรยังไง ผมน่ะสอนเสร็จก็รีบเก็บของแล้วเดินตามหลังนาวากับเพื่อนไปห่างๆ เมื่อเห็นว่ากำลังเดินไปรอรถรับส่งของมหาวิทยาลัยเพื่อไปส่งที่ด้านหน้าถนนใหญ่ ผมก็รีบขึ้นรถขับออกไปตรงนั้น ขับนำรถรับส่งไปอีกด้วยซ้ำเพราะผมไม่ได้แวะจอดไหนเหมือนรถรับส่งที่แวะจอดรับแทบทุกตึก

                แล้วก็มาถึงเวลาระทึกใจ นั่นคือการขับรถตามหลังรถเมล์คันที่เมียผมกับเพื่อนๆขึ้นไป ผมไม่รู้หรอกว่าจะไปเที่ยวหรือไปไหนกัน แต่มันไม่ใช่ทางกลับหอแน่ๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงขับตามไปด้วยหนทางค่อนข้างไกลก็ยังไม่เห็นว่านาวาจะลงรถเลยสักที

                อ๊ะ นั่นไง เด็กพวกนั้นลงรถได้สักที! ผมมองอย่างใจจดใจจ่อว่าพวกเขาจะทำยังไงต่อไป โดยระวังท่าทีไว้เสมอ ไม่จี้จนใกล้มาก และไม่ห่างจนตามไม่ทัน เด็กทั้งสี่คนขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ตรงสะพานลอยกันเข้าซอยไปคนละคัน ผมจึงขับระตามเข้าไปอีก

                ในซอยมันเหมือนชุมชน มีบ้านคน มีตลาดนัด มีร้านค้า และแล้วมอเตอร์ไซค์ทั้งสี่คันก็มาจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง นิคเป็นคนล้วงกุญแจมาเปิดประตูรั้วพาเพื่อนเข้าไป อ๋อ นี่พาเมียกูหนีมากกอยู่นี่บ้านน่ะเหรอ เหอะ

เอี๊ยดด

                ผมรีบขับเข้าไปจอดที่หน้าบ้านด้วยความหัวเสีย สติหลุดหายไปในทันทีที่ก้าวลงจากรถแล้วเห็นนาวาเดินคล้องคอเพื่อนชื่อนิคเข้าไปยังด้านในบ้าน

                “นาวา มาทำอะไรที่นี่!!

                เสียงทุ้มของผมตะโกนออกไปอย่างเดือดดาล เด็กทั้งสี่คนหันมามองอย่างตกใจ รวมถึงนาวาด้วยที่หันมาเจอผมแล้วหน้าถอดสี ทำไม ตกใจเหรอที่ผมมารู้ว่าตัวเองหนีมาอยู่กับผู้ชายอื่นน่ะ สองมือผมกำหมัดแน่น พยายามข่มอารมณ์อย่างถึงที่สุด อย่างน้อยผมก็เป็นผู้ใหญ่กว่ามาก ไม่อยากทำอะไรโผงผางจนเสียการเคารพ

                “พี่พฤก ตามผมมาเหรอ?”

                “วา ออกมาคุยกับพี่ให้รู้เรื่อง”

                “ผม...”

                น้องไม่ยอมตอบอะไรมาเลย ไม่ก้าวขาออกมาหาผมด้วยซ้ำ เอาแต่ยืนก้มหน้านิ่งงันอยู่ตรงนั้น

                “โตแล้วนะวา ทำไมทำแบบนี้ กล้าหนีพี่มาอยู่กับผู้ชายคนอื่นแบบนี้เหรอ?”

                “หยุดพูดนะ พี่เพื่อนผม! แล้วอย่าดูถูกผมแบบนั้น ผมไม่เหมือนพี่!

                ในที่สุดน้องก็ยอมเงยหน้าขึ้นมาคุยกับผมแม้จะเป็นประโยคที่ผมไม่ค่อยเข้าใจความหมายก็เถอะ

                “เป็นอะไรบอกพี่สิ มีอะไรก็บอกกันไม่ใช่ทำตัวเป็นเด็ก ไม่พอใจอะไรก็หนี พี่ตามหาวาทุกวันพี่เหนื่อยนะเว้ย”

                ผมน่าจะลงรถให้ไวกว่านี้ ก่อนที่นิคจะล็อคประตูรั้วจากด้านใน ตอนนี้ทำได้เพียงชะเง้อคอตะโกนคุยกับคนที่กำลังจะเข้าบ้าน ไม่ได้อยากมาทะเลาะกันต่อหน้าเด็กแบบนี้หรอกนะ แต่ผมทำอะไรได้บ้างล่ะ นี่ก็ดีที่สุดที่ผมจะทำได้แล้ว

                “ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะพี่ไม่ใช่เหรอ!! ฮึก ทำอะไรก็น่ารู้อยู่แก่ใจ ยังมีหน้ามาพูดกับผมนี้อีก พี่แม่ง...”

                คะ ครั้งแรกเลยไหมนะที่เด็กน่ารักอ่อนหวานอย่างนาวาตะคอกผม ทั้งสีหน้า แววตา มองมายังผมด้วยความเกลียดชัง โกรธแค้น ดวงตากลมเริ่มแดงกล่ำพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงแก้ม

                ร้องไห้ทำไม เป็นอะไร แล้วผมทำอะไร?

                “อย่าร้อง...”

                ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อ สิ่งที่ผมเกลียดและกลัวที่สุดคือน้ำตาของนาวา เพียงแค่เห็นว่าน้องกำลังร้องไห้จนตัวสั่นผมก็ทำอะไรไม่ถูก อยากเข้าไปกอด อยากเช็ดน้ำตาให้แต่ผมทำอะไรไม่ได้เลย เราอยู่ห่างกันโดยมีประตูรั้วกั้นอยู่

                “กลับไปเถอะครับ ฮึก ผมไม่อยากเจอพี่อีกแล้ว ขอร้องล่ะ แค่นี้ผมก็เจ็บมากพอแล้วนะพี่พฤก อย่ามาเล่นกับใจผมอีกเลยนะ...”

                “ไม่อ่ะ พี่ไม่กลับ ออกมาคุยกับพี่ให้รู้เรื่องก่อน มันเกิดอะไรขึ้น พี่สาบานเลยว่าพี่ไม่รู้ ไม่รู้ว่าวาโกรธอะไรพี่ พี่ทำอะไรผิด แต่พี่ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆหากพี่ทำอะไรผิดไปโดยไม่รู้ตัว ขอโทษ”

                ร่างเล็กเดินร้องไห้ตรงมายังประตูรั้วพร้อมทั้งเพื่อนอีกสามคนที่พยายามจะดึงยื้อนาวาไม่ให้ออกมาหาผม ประตูรั้วถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ตากลมช้อนมองผมครั้งหนึ่งแล้วหันกลับไปหาเพื่อน

                “กูรู้จักพี่พฤกดี ถ้ากูไม่ยอมเคลียร์ เขาก็ไม่ยอมจบหรอก กูคงต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง”

                “ไอ้วา แต่..”

                ใช่ เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง แต่มันต้องไม่ใช่ที่นี่! ผมใช้จังหวะนี้อุ้มนาวาขึ้นรถท่ามกลางเสียงร้องโวยวายของเพื่อน อาจเพราะเขาเห็นผมเป็นอาจารย์ล่ะมั้งเลยไม่มีใครกล้าจะเข้ามาลงมือแย่งน้องไปหรือถึงเนื้อถึงตัวผม งั้นเอาเป็นว่า เราควรจะกลับไปคุยกันดีๆในที่เขาเรา ผมยินดีจะรับฟังและอธิบายทุกอย่างที่ทำให้นาวาเป็นแบบนี้ สัญญาจากหัวใจเลยว่าจะทำให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้ไม่ว่าจะแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

                สำหรับเด็กคนนี้ เขาเป็นสิ่งสำคัญของผมไปแล้วล่ะ ใครจะยอมเสียน้องไม่กันล่ะ ผมไม่ยอมหรอก

END TALK

                

LOADING [4/4]

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ


ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์

 #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย

(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1336 Spices_smile (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 23:15
    เอาหล่ะ นาวาฟังนะ

    งี้เลยนะพฤกนะ
    #1,336
    0
  2. #1262 Miki_milky (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 11:25
    อธิบายมาสิพี่พฤกษ
    #1,262
    0
  3. #1143 Pookkai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 23:40
    คุยกันดีๆนะ
    #1,143
    0
  4. #1120 Rose_Kanokporn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:55
    เคลียร์ดีๆ ให้เข้าใจตรงกันด้วย
    #1,120
    0
  5. #1119 Nartnapha Pholjan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:22
    มาต่อเร็วๆนะคร้าาาารออยู่น่าาา
    #1,119
    0
  6. #1118 Kibibiza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:06
    ก่อนเคลียร์กะนาวา มาเคลียร์กะเราก่อนเลยนะพี่พฤก
    #1,118
    0
  7. #1117 Kibibiza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 22:05
    ยังไงกันแน่ แล้วคู่หมั้นกะลูกนี่คือ???
    #1,117
    0
  8. #1116 มิรา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 16:56
    รีบไปเคลียร์กันให้จบ
    #1,116
    0
  9. #1115 narudetsaen (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 16:28
    ใช้ๆ สมควรเคลียร์กัน ไปเอาไอคนที่บอกว่าเป็นคู่หมั้นกะชีริต้ามาด้วยน่ะ จะได้รู้กันไปเลยใครผิดใครถูก 
    #1,115
    0
  10. #1114 jibbubu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 15:59
    เออ จะได้เคลียร์ๆ กันซะที เอาริต้ามาเคลียร์ด้วยจะได้หมดเรื่อง หมดปัญหากันไป
    #1,114
    0
  11. #1112 feliona_p (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 15:54
    ริต้าน่าจะท้องหลานพี่พฤกอ่ะ ไม่ใช่ลูกหรอก
    #1,112
    0
  12. #1111 DaDa Suttida (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 15:41
    เริ่มจากโทรตามริต้ามาค่ะ...เอานางมาแหกอก..เฮ้ย...เปิดอกไปเลยว่านางเป็นใครสำคัญระดับไหน
    #1,111
    0
  13. #1110 Kibibiza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 22:43
    คำก็เมีย สองคำก็เมีย เมียที่พูดถึงนี่คือคนไหนละคะ เมียคนที่เป็นเด็กน้อยที่เคยแสนสดใส หรือเมียที่เป็นคู่หมั้นและกำลังอุ้มท้องลูกให้ตัวเอง
    #1,110
    0
  14. #1109 narudetsaen (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 19:25
    พี่พฤกษ์ช่วยนึกให้ออกสักทีสองทีเถอะน่ะ เค้าสงสารและเห็นใจทั้งสองฝ่ายมากๆ แล้วนี่ก็ลุ้นตลอด...เห้อ
    #1,109
    0
  15. #1108 Kibibiza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:13
    แล้วใครล่ะที่มันบอกว่าพฤกมีคู่หมั้นกับลูกในท้องอีกหนึ่ง
    #1,108
    1
  16. #1107 Meaw chan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:52
    อยากให้น้องได้คุยกับพี่เร็วๆๆ จัง
    #1,107
    0
  17. #1106 Rose_Kanokporn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 21:07
    เมืาอไหร่จะคุยกันสักที สงสารทั้งคู่เลย ทั้งคนไม่รู้กับคนเข้าใจผิด
    #1,106
    0
  18. #1105 มิรา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 18:26
    ความเชื่อใจมันก็มีให้แต่ก็เหมือนโอกาสของพี่ก็เกือบหมด เพราะอะไรๆรอบตัวพี่ทั้งนั้น เจอแบบนั้นใครเขาก็เข้าใจผิดทั้งนั้นแหละค่ะคุณ
    #1,105
    0
  19. #1104 jibbubu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 16:44
    ที่น้องมันคิดมากและระแวงจนหนีไปแบบนี้มันก็เป็นเพราะอดีตดีๆ ที่ตัวเองเคยทำเอาไว้นั่นแหล่ะพี่พฤก ว่าใครไม่ได้นอกจากจะให้เวลาเป็นตัวตัดสินว่าพี่ทำตัวดีขึ้นแล้วจริงๆ ไม่นอกใจ คบซ้อนเหมือนในอดีตอีก และตอนนี้เราก็เห็นใจพี่พฤกนะไม่ใช่ไม่เห็นใจแต่มีคนมาบอกแบบนั้นเป็นเราก็คงช็อกจนต้องหนีไปตั้งหลักก่อนที่จะกลับมาเคลียร์ว่าเรื่องมันเป็นยังไง
    #1,104
    2
    • #1104-1 narudetsaen(จากตอนที่ 17)
      5 มีนาคม 2561 / 18:40
      +++++++
      #1104-1
    • #1104-2 narudetsaen(จากตอนที่ 17)
      6 มีนาคม 2561 / 16:32
      +++++++
      #1104-2
  20. #1103 narudetsaen (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 16:30
    ใจเย็นๆน่ะอิพี่พฤกษ์ ลองคิดทบทวนดูดีๆ ว่าตัวเองทำอะไรผิดไป ถ้าเกิดไปง้อแต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดมันก็เปล่าประโยชน์
    #1,103
    0
  21. #1102 Mirinmama (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 16:15
    เราคิดอาจจะเป็นเพราะคนน้องระแวงมากไปรึเปล่าคิดว่าคนพี่นอกใจตลอดเวลา อย่างนี้ถ้าอีพี่ไม่ผิดคนน้องต้องรับผิดชอบนะ รอบนี้เราเข้าข้างอีพี่แหละ
    #1,102
    0
  22. #1101 ~Queen Of Dark~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 16:07
    เหนื่อยก็ปล่อยสิ
    #1,101
    0
  23. #1100 - Nusjung - (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 15:50
    ระหว่างที่อิคนพี่ไม่รู้อะไรเลย คนน้องกลับต้องมานั่งทรมาณเพราะเรื่อวเดิม ๆ เหมือนจะเห็นใจพี่นะ แต่เราสงสารน้องมากกว่า
    #1,100
    0
  24. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 15:35
    สงสารพี่
    #1,099
    0
  25. #1098 DaDa Suttida (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 23:20
    อิพี่เอ้ย...เอ็งหันหน้าเข้าวัดไปบวชแล้วไม่ต้องศึกเลยไป...โมโห
    #1,098
    0