╫สนพ.SENSE BOOK╫ ► MY STUDENT เด็กคนนี้แฟนผม ◄

ตอนที่ 13 : บทเรียนที่ 13 [4/4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    11 ก.พ. 61

บทเรียนที่ 13

 

                ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดระแวงตลอดเวลา คิดมากจนนอนไม่หลับถึงกับต้องกินยากันเลยทีเดียว และผมใช้ช่วงเวลานี้ที่พี่พฤกมีบินถี่มากและวันหนึ่งไม่ได้มีบินครึ่งวันอีกแล้ว แต่มีบินแบบต่อเนื่องยาวนานขึ้นหน่อย อย่างบินจากกรุงเทพไปเชียงใหม่แล้วกลับมากรุงเทพ จากนั้นบินต่อจากกรุงเทพไปเชียงรายแล้วก็กลับมา ใช้เวลาเป็นวันแหละ ผมก็เลย...กลับมาอยู่ที่หอซะ ง่ายต่อการเดินทางของผม และผมจะได้พักใจไว้คิดอะไรด้วย

                นี่ผมก็อยู่คนเดียวมาสามวันแล้ว ยังมีความสุขดีนะไม่ต้องมีใครมากวน จนบางทีอดคิดไม่ได้ว่าผมอยู่แบบนี้ของผมหรืออยู่กับพี่พฤกมีความสุขกว่ากันแน่ เวลามีพี่พฤกอยู่ข้างๆตลอดเวลามันดีจริงๆเหรอ? มานั่งคิดทบทวนอะไรดูมันก็น่าแปลกใจที่ผมคืนดีกับเขาง่ายดายเหมือนกับเขาไม่เคยทำให้ผมเจ็บปวดมาอย่างนั้นแหละ

                ผมแม่งปากแข็งใจอ่อนอย่างที่พี่เขาว่าจริงๆว่ะ แต่ก็นะ ผมยังมั่นใจในตัวเองอยู่เต็มร้อยว่าตอนนี้น่ะผมไม่ได้รักเขาเท่าเมื่อก่อนหรอก เหมือนมันคุ้นเคยกันมากกว่า ยังยั้งใจไว้อยู่เพราะผมยังไม่ลืมสักนิดว่าเขาทำอะไรกับผมเอาไว้บ้าง หากวันไหนเขาทำตัวสารเลวอีกผมก็แค่ถอยออกมา ครั้งนี้มันคงไม่เจ็บเท่าครั้งแรกแล้วล่ะมั้ง

                ช่างเถอะ ไม่รู้มานั่งคิดมากให้มันได้อะไร ทั้งที่ตอนนี้พี่พฤกดีกับผมมาก แล้วก็ดีเสมอต้นเสมอปลายมาหลายเดือนพอสมควรนะ

                “ไอ้วา นี่ก็ค่ำแล้วอ่ะงานยังไม่เสร็จเลย ถ้าสามทุ่มยังไม่เสร็จพวกกูนอนค้างนี่นะ ทำมันจนเสร็จอ่ะขี้เกียจดินพอกหางหมู นี่เราค้างงานมาสามวิชาแล้วนะมึง คืนนี้ให้เสร็จสามวิชะเลยเป็นไง”

                ไอ้เพื่อนสามคนหันมองหน้าผมตาแป๋ว คือพวกมันแห่กันมาทำรายงานห้องผมเหมือนที่เมื่อก่อนชอบทำนั่นแหละ เพียงแต่ช่วงก่อนผมปฏิเสธพวกมันทุกครั้งเพราะผมอยู่กับพี่พฤกที่คอนโดเลยให้มันมาไม่ได้ อ่า คิดถึงบรรยากาศแบบนี้จัง

                “เออ ได้สิ เสร็จไม่เสร็จก็นอนนี่ได้ ไม่ได้นอนเตียงเบียดสี่คนมานานแล้วว่ะ”

                พวกมันพยักหน้าหงึกๆแล้วหันไปสนใจโน๊ตบุคของตัวเองกันต่อรวมถึงผมด้วย เราแบ่งหัวข้อกันหาแล้วเอามาแชร์กัน ส่วนผมมีหน้าที่ทำพาวเวอร์พ็อย จะว่าไปพวกมันทำเหมือนกับว่าถ้าทำรายงานเสร็จดึกจะกลับบ้านกันไม่ได้อย่างนั้นแหละ ก็อตกับบีมมันอยู่หอซอยข้างๆผมนี่เองนะ ส่วนนิคน่ะอยู่บ้าน ก็ไกลแหละ มันน่าจะเป็นคนเอ่ยปากนอนค้างมากที่สุดไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นมันจะพูดอะไร แต่คนอยู่หอใกล้ๆดันขอแทน ไอ้พวกบ้า

                “โอ้ย หัวตื้อไปหมด ได้เหล้าสักแก้วคงจะโล่งดี”

                ไอ้บีมพูดขึ้นเปิดทางให้เพื่อนอีกสองคนยิ้มกริ่ม ไอ้พวกนี้พูดถึงเหล้าเบียร์ไม่ได้เลย มันจะเปรี้ยวปากอยากดื่มขึ้นมาทันที รวมถึงผมด้วย...  เอ่อ ก็ไม่ได้สังสรรค์นานแล้วอ่ะ

                “เอาเงินมาเดี๋ยวกูไปซื้อให้ มาๆคนละสองร้อย เหล้า โซดา น้ำแข็ง กับแกล้มนะ ใครเอาไรอีกปะ”

                “อยากกินไรก็ซื้อมา แต่พรุ่งนี้เรามีเรียนบ่ายพวกมึงอย่าเมาหัวทิ่มแล้วไม่ตื่นนะเว้ย ไอ้นิคมันต้องกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดอีก”

                ผมพูดยั้งเอาไว้ก่อน ยิ่งไม่ค่อยจะรู้ลิมิตตัวเองอยู่ด้วย

Rrrrrr

                สายตาผมเหลือบมองหน้าจอมือถือของตัวเอง เพียงแค่เห็นชื่อคนโทรเข้าร่างผมก็ชาวาบ คือก่อนหน้านี้พี่พฤกไลน์มาแต่ผมทำงานอยู่เลยไม่ได้ตอบ กะว่าเสร็จตรงนั้นแล้วจะตอบก็ลืมไปเลย นี่โทรมาบ่นอีกแน่ๆ แต่เรื่องอะไรผมจะรับสายล่ะ

                ผมตัดสายทิ้งและเลือกที่จะตอบไลน์เขาแทนโดยส่งรูปเพื่อนๆกำลังนั่งทำรายงานไปให้เขา

                NAVA : โทษทีฮะ ผมยุ่งๆกันอยู่

            PRUEKHERUN : อ่า พี่จะบอกว่าพี่ถึงห้องแล้ว เหนื่อยโคตร แล้วก็คิดถึงเมียโคตรๆ กลับมาไม่มีใครให้กอดเลย เมื่อไหรหนูจะกลับมาอยู่กับพี่

            NAVA : ก็สเก็ตงานพี่มันไม่ค่อยได้พักเลยนี่ฮะ บินยาวแบบนั้นก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอยู่ดี

            PRUEKHERUN : จริงๆพี่แว้บไปหาก็ได้นะ ได้กอดทีนึงแล้วกลับก็ได้

            NAVA : อย่างอแงนะครับ นี่เพื่อนผมก็อยู่เต็มห้องพี่จะมาทำไม ไปพักผ่อนได้แล้ว หาอะไรรกินด้วยนะ ถ้าเหงาก็ไลน์มาละกันถ้าผมเห็นผมจะรีบตอบนะครับ แล้วพรุ่งนี้มีบินกี่โมง?

            PRUEKHERUN : บ่ายสอง กว่าจะเสร็จก็สามสี่ทุ่มโน่นแหละ งั้นพี่ไปกินข้าวก่อนนะครับ หนูก็หาอะไรกินด้วยล่ะ พี่รักหนูนะ

            NAVA : ครับ รักเหมือนกันครับ

                “เฮ้ย คุยกับใครวะนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่”


LOADING [1/4]

                เสียงไอ้บีมแซวทำให้ผมรีบล็อคหน้าจอแล้ววางมือถือทันที กลัวพวกมันจะวิ่งเข้ามาดู ถ้าผมคุยกับคนอื่นจะไม่ปิดบังเพื่อนเลย แต่นี่พี่พฤกกเป็นอาจารย์ของพวกมันด้วยไงจึงต้องเป็นความลับ แต่ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าผมจะต้องซ่อนความสัมพันธ์นี้ของเราไปอีกนานเท่าไหร่ ไม่ได้ชอบการหลบๆซ่อนๆคนอื่นหรอก เพียงแต่ผมมีทางเลือกอะไรที่ดีกว่านี้ล่ะ

                “มึงมีแฟนเหรอไอ้วา”

                “อะไรของพวกมึง กูคุยกับพ่อกู”

                เออ พ่อทูนหัวกูเอง...

                นี่ขนาดพวกมันเหลืออยู่สองคนนะยังสอดส่องผมขนาดนี้ ถ้าอยู่ครบสามพวกมันต้องเซ้าซี้ถามถึงแฟนผมให้จนได้ ผมนั่งง่วนกับงานตรงหน้าต่อโดยร้องเพลงงึมงำตีเนียนต่อไปจนไอ้นิคหอบของกลับขึ้นมาเต็มไม้เต็มมือ โอ้ สวรรค์มาโปรด วันนี้ผมได้ปาร์ตี้กับเพื่อนสักที และเรื่องนี้พี่พฤกจะรู้ไม่ได้ ผมน่ะแอบถ่ายรูปเพื่อนตอนพวกมันทำงานไว้เยอะ หลายมุม เอาไว้ส่งให้พี่พฤกดูเป็นระยะ หึๆ

                เหล้าเข้มๆถูกกรอกใส่ปากจนหมดแก้ว อ่า ผมนำเพื่อนไปก่อนเลย จากนั้นก็มาชงใหม่แล้วเอามานั่งจิบตอนทำงานไปด้วย เมื่อดื่มกันสามแก้วผ่านไป ไม่น่าเชื่อว่าการทำงานดูราบรื่นขึ้นเยอะเลย จากที่คิดอะไรไม่ออกตอนนี้โล่งเลย หมายถึงสมองโล่งกว่าเดิมอีก นั่งยิ่มนั่งหัวเราะไปเรื่อยเลยกู แต่งานมันดูทำไวขึ้นนะ

 

01.45

                 “เสร็จแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยย  วู้ววว”

                ผมตะโกนขึ้นเสียงดังด้วยอาการลิ้นพันกันสุดๆ ก่อนจะมานั่งสุมหัวกันสี่คนแล้วซัดกันอีกไม่รู้กี่แก้ว จนเหล้ากลมที่สองหมด แกะกลมที่สามขึ้นมาต่อทันที ทว่าเพียงไม่นานภาพตรงหน้าผมก็ดับวูบไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ คลับคล้ายคลับคลาว่าเสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินเหมือนมีใครสักคนในกลุ่มมาแตะใหล่ผมแล้วถามว่า

                “ไอ้วา อาจารย์พฤกทำไมนะ?”

            อะ อะไรวะ ทำไมพี่พฤกถึงมาเอี่ยวในบทสนทนาของพวกเราได้ นี่ผมไม่ได้หลุดพูดอะไรออกไปใช่ไหม? ตายห่า นึกอะไรไม่ออกเลยว่ะ ลำพังจะลืมตาขึ้นมองหรือขยับปากถามยังยากเลยตอนนี้ แต่หูผมยังพอได้ยินพวกมันคุยกันอยู่นะเพียงแต่ไม่มีสติจะพยุงตัวเองให้ลุกมานั่งคุยกับพวกมันด้วยหรอก ผมน่ะคออ่อนกว่าเพื่อน สู้เขาไม่ได้เลย ไอ้พวกนี้คอแข็งอย่างกับเหล็ก เมื่อปีใหม่ปีที่แล้วมันยังเคยนั่งกินเหล้ากันตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสิบโมงเช้ามาแล้วโดยไม่มีใครล้มพับไปก่อน มีแต่ผมนี่ไง สภาพเหมือนเดิมไม่มีผิด

                แต่เวลาอยู่กับเพื่อนมันเป็นเวลาที่ผมมีความสุขที่สุดแล้วอ่ะ ผมชินกับการไม่มีแฟนมาสองปีเลยนะ แล้วพวกมันมาเติมเต็มทุกอย่างให้ผมรู้สึกไม่ได้ขาดอะไร แต่พอพี่พฤกเข้ามาดึงผมออกไปผมก็ค่อนข้างจะอึดอัดเล็กน้อย ทว่ามันต้องแบ่งกันระหว่างเวลาให้เพื่อนกับเวลาให้แฟน ซึ่งผมแทบจะไม่มีเวลาให้เพื่อนเลยด้วยซ้ำในเมื่อพี่พฤกเอาเวลาทั้งหมดที่ผมมีไปไว้ที่ตัวเขาคนเดียว

               

12.15

                “ตื่นนนนนนนนนนน!!!!!

                เสียงใครสักคนตะโกนดังลั่นทำให้ผมสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นนั่งในทันที ตาปรือมองไปยังเบื้องหน้าพบว่าไอ้นิคกับไอ้บีมนอนหมดสภาพอยู่ที่พื้น ส่วนไอ้ก็อตที่ดูจะตื่นก่อนเพื่อนก็ตะโกนปลุกเสียงดังเพื่อฉุดให้คนเมาตื่นจากภวังค์

                “กี่โมงแล้ววะ”

                ผมถามขณะที่มองไปยังผ้าม่านแล้วแสงมันแยงตาเหลือเกิน

                “ไอ้ห่า พวกมึงตื่นเดี๋ยวนี้เลย ไอ้บีม ไอ้นิค! นี่เที่ยงกว่าแล้วมึง เรามีเรียนบ่ายนะเว้ย!

                “บ่ายนี้พรีเซ้นส์งานด้วยนี่หว่า”

                แล้วดูสภาพแต่ละคน พร้อมออกไปพรีเซ้นส์งานมากเลยมั้ง ลำพังพูดให้ลิ้นไม่พันกันยังยากเลย เวลาซ้อมก็ไม่มี แถมยังไม่รู้ว่าจะไปเรียนทันไหมเลยด้วย เรียนบ่ายโมงตื่นเที่ยงกว่า อานุภาพแอลกอฮอล์นี่มันยากจะต้านทานจริงๆ ถ้าแยกย้ายกันไปผมว่าคงไม่ทันแน่เลย

                “เอางี้ พวกมึงอ่ะ ใส่เสื้อผ้ากูไปก่อน น่าจะใส่กันได้ แล้วพวกเข็มกลัด บั้งติดบ่าก็ไม่ต้องกลับไปเอาหรอก พวกมึงใส่เสื้อกันหนาวกูทับไปคนละตัว วันนี้ไม่ได้เรียนกับอาจารย์ดุๆคงไม่เป็นไร”

                “ไอ้วา แล้วกูจะแปรงฟันยังไงวะ”

                “ไม่ต้องแปรงแล้ว น้ำไม่ต้องอาบด้วย รีบแต่งตัวเลย แล้วค่อยไปซื้อน้ำยาบ้วนปากเซเว่นเอา เร็วๆ!

                พวกมันแตกฮือ พลัดกันเข้าห้องน้ำล้างหน้า แต่งตัวกันชุลมุนวุ่นวายรวมถึงตัวผมด้วยที่ก็วุ่นกับการแต่งตัวเหมือนกัน ในหัวนี่ปวดตุ้บๆเหมือนจะระเบิดให้ได้ ถ้าไม่มีพรีเซ้นส์สัญญาตรงนี้เลยว่าผมจะโดดเรียนแล้วนอนโง่อยู่ห้องจริงๆ

                “เฮ้ย ไอ้วา เสื้อคู่อะไรในตู้เสื้อผ้าวะ มีเสื้อคู่ป๊าม๊าด้วย นี่มึงมีแฟนแล้วจริงดิ่? แต่แฟนมึงตัวใหญ่จังวะ”

                เอ้า ก็พี่พฤกตัวใหญ่นี่หว่า

                “อย่าถามมากน่ามึง รีบๆแต่งตัวเข้าเถอะ”

                ผมตอบตัดปัญหาไปแล้วจัดการตัวเองให้เสร็จสรรพซึ่งพวกมันก็เสร็จแล้วเหมือนกัน ฉิบหาย ฟันไม่ได้แปรงสักคน แต่พากันปาดเจลแต่งผมมาเสยกันเป็นทรงเป๊ะเชียวพวกมึง

                “เสร็จแล้ว ไปกันมึง จะเที่ยงสี่สิบแล้ว”

                วันนี้เรานั่งแท็กซี่ไปเรียนพร้อมกันด้วยใจที่ลุ้นระทึก ชั่วโมงพรีเซ้นส์งานที่ไม่มีใครได้เตรียมตัวกันเลยสักคน สภาพคือหัวต่ำกว่าไหล่แล้วหลับแน่นอน

ตึก ตึก ตึก

                สี่หนุ่มจตุรเทพหลังจากซื้อน้ำยาบ้วนปากบ้วนกันเรียบร้อยแล้วก็วิ่งขาพันกันไปยังห้องเรียน ซึ่งมันเลยเวลามาสิบกว่านาทีแล้วล่ะ ป่านนี้อาจารย์คงเข้าเรียนแล้ว


LOADING [2/4]


แกร๊ก

                “อาจารย์ครับ พวกผมขอพรีเซ้นส์เป็นกลุ่มแรกครับ”

                “ไอ้นิค!!

                มันหันหน้ามาทำตาปรือใส่พวกผมก่อนจะพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                “พรีเซ้นส์เสร็จกูกลับไปนอนแล้วนะ ไม่ไหวว่ะ วันนี้วิชาอื่นโดดให้เรียบ”

                อ่อ เหตุผลฟังขึ้นแบบนี้ผมเห็นด้วย

                “เดี๋ยวนะพวกเธอ ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ใส่รองเท้าแตะกันมาได้ยังไง ไม่เคารพสถานศึกษากันบ้างเหรอ ไปเลยนะ ไปซื้อรองเท้าที่ห้องบริการนักศึกษามาใส่ให้เรียบร้อย ไม่งั้นครูไม่ให้พรีเซ้นส์”

                “ครับ”

                มัวแต่แต่งตัว ตอนออกมาเลยไม่ได้สังเกตว่าใส่รองเท้าอะไรกันมา บัดซบ คนเมาหนอคนเมา ตอนนี้คงมีผมคนเดียวแหละที่พร้อมสุด

                “งั้นผมเป็นตัวแทนกลุ่มพรีเซ้นส์เองครับอาจารย์”

                “ได้ค่ะ เชิญ”

                เอาวะ ยังไงผมเป็นคนทำพาวเวอร์พ็อย ผมย่อมรู้ข้อมูลทั้งหมดดี แต่ติดอยู่อย่างเดียวคือความเมาและความง่วงตีตื้นขึ้นมาทุกขณะ

 

14.25

                นาทีนี้ผมได้เดินทางกลับมายังหอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่ลืมแวะซื้อเครื่องดื่มเย็นๆมาดื่มให้สร่าง เดี๋ยวต้องเก็บห้องด้วยเนี่ย เมื่อคืนขวดเหล้าขวดโซดาอะไรวางกันเกลื่อนกลาดเลย เฮ้อ แต่ก็สนุกดีแฮะ คิดถึงบรรยากาศแบบนี้จังเลย ไอ้คำจำกัดความของกลุ่มเราที่ว่าเมาได้ก็เรียนได้ ไม่เคยมีครั้งไหนที่กินแล้วไม่เมากันจนน็อคแบบนี้

                เอ๊ะ ผมไม่ได้ล็อคห้องเหรอวะ...

                คำถามแรกที่ผมถามตัวเองหลังจากเสียบกุญแจเข้าลูกบิดประตู

                “เป็นไง สนุกไหมเมื่อคืน”

                “พะ พี่พฤก!!

                ร่างสูงนั่งกอดอกมองมาที่ผมด้วยแววตาดุดันน่ากลัว สองขาผมค่อยๆก้าวเข้าห้องแล้วถอดรองเท้าออกช้าๆเพื่อถ่วงเวลาตัวเอง คือพี่พฤกเข้ามาเก็บขวดต่างๆภายในห้องจนสะอาดหมดจด ผมคิดว่าเขาคงจะมาได้สักพักแล้วล่ะ

                “มีอะไรจะสารภาพกับพี่ไหมครับ?”

                “สารภาพอะไรล่ะครับ ไม่มี”

                “อื้ม หมดไปสองกลมครึ่ง สี่คน เมายับเลยสิ”

                “อะไร ผมไม่ได้กินกับพวกมันสักหน่อย”

                “แน่ใจเหรอ?”

                ไม่ได้อยากโกหกนะ แต่เพื่อความสบายใจของเราทั้งคู่ไง

                “แน่ใจสิครับ แล้วนี่ทำไมพี่ไม่ไปทำงาน?”

                “ก็โทรไปลาป่วยน่ะสิ ห่วงเราน่ะ จู่ๆก็หายไป ไลน์ก็ไม่ตอบ โทรก็ไม่รับ นึกว่าเป็นอะไร”

                พี่พฤกเดินเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าจับผิด ซึ่งผมก็ทำเป็นไม่สนใจ จัดการวางกระเป๋าตัวเองแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า ทว่าพี่เขาก็จับให้ผมหันมาเผชิญหน้าก่อนจะโน้มหน้าลงมาจูบอย่างรวดเร็ว แต่เฮ้ยพี วันนี้ผมยังไม่ได้แปรงฟันไง แค่ใช้น้ำยาบ้วนปากเอง แหวะ

                “อย่าเพิ่งจูบนะพี่ คือผมร้อนอยู่อย่าเพิ่งมายุ่ง”

                ไม่กล้าจะบอกไปว่ายังไม่ได้แปรงฟัน เลยต้องแกล้งทำเป็นร้อนกลบเกลื่อนไว้ก่อน

                “กลิ่นเหล้าในปากคลุ้งขนาดนั้นยังโกหกพี่อีกว่าไม่ได้แตะเหล้า เหอะ นิสัยเสียนะเราน่ะ พอพี่ไม่อยู่ด้วยแล้วเหลวไหลเหรอ? พอเลย ถ้างั้นก็กลับไปอยู่คอนโด พี่ชักไม่ไว้ใจให้วาอยู่ที่นี่แล้วนะ พี่เป็นห่วง”

                “...”

                พี่เขากลับมายึดอิสระผมไปอีกแล้วเหรอ เกิดเป็นนาวานี่อิสระน้อยกว่าคนอื่นเขาเลยเนอะ

                “วันนี้ไปกินข้าวกันเถอะ พี่อยากกินข้าวกับวา คิดถึงวามากเลยรู้ไหม”

                เขาทำหน้าอ้อนผมอีกแล้ว หน้าแบบนี้ผมเห็นกี่ทีก็แพ้ราบคาบ เฮ้อ แล้วนอกจากตามใจพี่เขาผมก็ไม่มีอะไรที่ทำได้ดีกว่านี้แล้วล่ะ

                “ก็ได้ครับ แต่ไม่กลัวรูปหลุดแล้วเหรอ? มันหายไปพักหนึ่งก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่กลับมานะครับ ไม่แน่มันอาจจะซุ่มทำอะไรอยู่ก็ได้”

                “ก็พรางตัวสิ ไปกันเดี๋ยวนี้เลยเถอะ ตื่นมายังไม่ได้กินอะไรเลยใช่ไหมล่ะเราน่ะ”

                “ยังครับ”

                “เฮ้อ หนูชอบทำให้พี่เป็นห่วงอยู่เรื่อย ทีหลังอย่าหายเงียบไปแบบนี้อีกนะครับ อยู่ไหนทำอะไรก็บอกพี่บ้าง เสียใจนะที่ลับหลังพี่วามานั่งกินเหล้ากับเพื่อนจนเมาแอ๋แบบนี้ เหมือนพี่ดูแลหนูได้ไม่ดีพอ พี่ให้ความสุขหนูไม่พอหนูเลยยังขวนขวายที่จะมาอยู่กับเพื่อน หรือวันหลังอยากดื่ม อยากเมาบอกพี่ได้นะ มานั่งกินเหล้ากับพี่แทนก็ได้”

                อยากจะเถียงอะไรออกไปสักอย่างแต่หัวมันกลับคิดไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งให้พี่พฤกสวมหมวกให้ผม ใส่แมสปิดหน้าให้ผม เหลือแค่ลูกตาเท่านั้นที่โผล่พ้นออกมา

                “พี่พฤก คือต่อให้เราพรางตัวดีแค่ไหนแต่มันมีรูปหน้าเต็มเราสองคนอยู่ในมืออ่ะ มันก็ปล่อยรูปนั้นได้นะพี่”

                “ย้อนรอยมันไง ถ้ามันมีรูปที่เราพรางตัวแบบนี้เท่ากับว่ามันยังตามเราไม่ปล่อย ถ้ามันปล่อยรูปเก่าก็แสดงว่ามันยังต้องการที่จะเปิดเผยเราอยู่ไง ถูกไหม ในเมื่อรูปเก่าคือรูปที่มันเห็นหน้าเราเต็มๆ เอาเป็นว่าเราออกไปไหนด้วยกันเพื่อดูทีท่าของมัน ตอนนี้เพื่อนไอ้อิฐกลับมาไทยแล้วกำลังสืบให้เราอยู่ พี่เลยอยากทำให้มันเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นอีก เป็นการช่วยเขาอีกทาง และที่สำคัญคือพี่อยากมีเวลาอยู่กับหนูบ้าง”


LOADING [3/4]


ก็จริงอย่างที่พี่พฤกว่า ถ้าเราถอย เราจะไม่รู้เลยว่ามันต้องการอะไร แต่ถ้าเราออกตัวสู้สักหน่อยก็จะรู้ความเคลื่อนไหวของมันและรับมือ ถึงแม้ตอนนี้ผมจะไม่ได้อยากออกไปไหนกับพี่เขาเลยนะ ผมง่วง ผมเมา ผมอยากนอน ซึ่งก็ไม่ได้บอกเขาออกไปเพราะรู้ว่ายังไงพี่พฤกต้องลากผมออกไปด้วยอยู่ดี

                “อื้อ งั้นไปกันฮะ”

                ผมจำใจแต่งเนื้อแต่งตัวให้เข้าที่อีกครั้งและก้าวออกจากห้องพร้อมทิ้งคำว่าอิสระไว้ที่ห้องนี้ คือผมไม่รู้ว่าเห็นแก่ตัวหรือเปล่านะแต่ผมว่าวัยอย่างผมน่ะมันควรได้อยู่กับเพื่อนให้เต็มที่ ได้เรียนเต็มที่ มันถึงเวลาที่จะขลุกอยู่กับแฟนแบบนั้นแล้วเหรอ ผมไม่อยากพูดแบบนี้กับพี่พฤกหรอก ไม่อยากทำร้ายใจใคร ซึ่งมันต้องแลกมาด้วยการอดทนของผมเอง จริงๆอยู่กับเขามันไม่ได้แย่นะ พี่พฤกน่ะยังแสนดีกับผมเสมอ เพียงแต่ในบางครั้งผมแค่อยากทำอะไรตามวัยกับเพื่อนบ้าง ไม่ใช่ต้องมีคนคอยประคบประหงมตลอดเวลา ตอนนี้ผมอยู่ปีสองแล้วมันไม่เหมือนกับตอนมัธยมที่อะไรก็พี่พฤกๆซะทุกอย่าง

                พูดยากอ่ะ ผมผ่านอะไรกับพี่เขามาเยอะพอสมควร จะให้ผมมาเห็นแก่ตัวตอนนี้มันคงไม่ดีแน่ ก็แค่รอว่าวันใดวันหนึ่งเขานอกใจผมขึ้นมาอีก วันนั้นผมแค่ถอยมาอยู่ในที่ของตัวเองก็แค่นั้น ยังไงความดีที่พี่เขาทำให้ผมอยู่ทุกวี่วันมันก็ไม่มีอะไรมายืนยันว่าพี่พฤกจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีกนี่ ผมเจ็บผมก็จำนะ ถึงผมจะขี้ใจอ่อนแต่ไม่ใช่ว่าผมไม่รักตัวเองจนยอมโง่ซ้ำซากซะเมื่อไหร่ เรื่องในอดีตมันสอนให้เราเข้มแข็งขึ้น

                วันนี้เรามาเดินห้างสรรพสินค้ากันด้วยการพรางตัวกันทั้งคู่ ใส่หมวก ใส่แมส อย่างกับดาราเวลาไม่แต่งหน้าออกสื่ออย่างนั้นแหละ มากินข้าวก็ต้องนั่งโต๊ะในสุดให้ห่างไกลสายตาจากผู้คนถึงจะถอดแมสออกแล้วกินข้าวตามปกติได้ ทุกวินาทีผมลุ้นใจแทบขาดว่าจะมีคนแอบถ่ายเราไหม เห็นใครยกมือถือขึ้นมาผมก็หันหน้าหนีหมด หวาดระแวงตลอดเวลา ในใจมันอยากรู้มากว่าใครกันที่คอยตามเราอยู่ แฟนคลับพี่พฤกน่ะคนไหนซึ่งมันเยอะ อยากถามเหมือนกันนะว่าเกลียดผมมากเลยเหรอที่ผมเป็นแฟนกับพี่เขา ผมทำอะไรผิด ผมทำอะไรให้ทำไมต้องคอยเกลียดผมแบบนี้ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

                “หนู รองเท้าคู่นี้สวยดีนะ เอาไหมพี่ซื้อให้”

                “อื้อ สวยดีครับ พี่พฤกซื้อใส่เองเถอะผมมีเยอะแล้ว”      

                เราเข้ามาเดินเล่นในช็อปรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังและพี่พฤกสนใจคอลเล็คชั่นใหม่ที่เพิ่งออกมาล่าสุด เห็นพี่เขาอายุเยอะแล้วแต่นี่เจ้าพ่อแห่งการช็อปปิ้งของจริงเลยผมจะบอกให้ อยากได้อะไรเขาซื้อทันทีแหละ ตามประสาคนมีเงินน่ะนะ

                “ที่มีก็ไม่เหมือนคู่นี้นี่ มาลองก่อน เดี๋ยวซื้อไว้ใส่คู่กันก็ได้”

                รองเท้าคู่สวยถูกพี่พฤกถือมาลองกับเท้าผมทันที ร่างสูงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วจับเท้าผมสวมลงไปอย่างไม่รังเกียจ ผู้ชายคนนี้ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เห็นแต่ความอ่อนโยนที่มีให้ผมเสมอเลย แบบนี้จะให้ผมใจร้ายกับพี่เขาลงได้ยังไงนะ

                “หลวมไปนิดนึงครับ”

                “ขอลองเล็กกว่านี้ไซส์นึง แล้วก็ใหญ่กว่านี้ไซส์นึงครับน้อง”

                เขาหันไปบอกพนักงานด้วยรอยยิ้มก่อนจะถอดรองเท้าให้ผมอีกครั้ง ไม่นานรองเท้าไซส์ใหม่ก็มาถึง

                “นี่ค่ะคุณผู้ชาย เอ่อ ให้ฉันช่วยลองรองเท้าให้ไหมคะ?”

                “อ๋อ ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมดูแลแฟนผมเอง”

                เฮือก พี่พฤก! พูดแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง แล้วดูสายตาพี่พนักงานมองผมสิ อารมณ์แบบว่าน้องโชคดีจังเลยนะคะที่ได้แฟนหล่อขนาดนี้ อะไรทำนองนั้นอ่ะ โถ่ ผมก็เขินเป็นนะ

                “พี่ ผมลองสวมเองดีกว่า พี่ยืนขึ้นเถอะ”

                “ไม่เป็นไร อ่ะ หนูลองคู่นี้ก่อน”

                คนดื้อก็คือคนดื้อ จนกว่าผมจะลองสวมคู่ที่พอดีและตัดสินใจซื้อเขาจึงจะลุกขึ้นแล้วลองสวมของตัวเอง สรุปวันนี้เราได้ไอเท็มคู่มาอีกหนึ่งชิ้น

                “พี่พฤกครับ ผมอยากกินไอติม”

                ผมกระตุกมือที่เรากุมกันเมื่อเดินผ่านร้านไอติมร้านหนึ่ง

                “กลับไปกินไอติมพี่ที่ห้องก็ได้ ใหญ่ยาวกว่านี้เยอะ”

                “ชู่ววว อย่าพูดเสียงดังสิ ทะลึ่งจริงๆพี่เนี่ย”

                พี่พฤกหัวเราะแต่ก็ยอมปล่อยมือผมแล้วเดินไปซื้อไอติมให้จนได้ ขณะนั้นผมก็ยกมือถือขึ้นมาเช็คแอคเคานท์นั้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวันว่ามีการเคลื่อนไหวไหม ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรแต่ตอนนี้มีแล้ว!

                [รองเท้าสวยดีนี่]

            มันไม่ลงรูปแต่โพสแคปชั่นสั้นๆง่ายๆแบบนี้แทน ซึ่งเราเพิ่งซื้อรองเท้ากันมาแล้วมันรู้ได้ไงวะ ผมหันมองคนรอบตัวในทันทีว่ามีใครน่าสงสัยไหม แม่งคนใกล้นี่แหละงั้นอ่ะ ใกล้ตัวผมตอนนี้ด้วย ไม่งั้นไม่มีทางรู้ว่าเราเพิ่งทำอะไรกันมา

                “อ่ะนี่ ไอติมหนู แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น?”

                “พี่ดูนี่”

                ผมหันจอมือถือให้พี่พฤกดู ซึ่งพี่เขาก็ตกใจและหันมองรอบตัวอย่างที่ผมทำเหมือนกัน โมโหอ่ะ คือรู้ว่ามันอยู่ใกล้ตัวมากแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร เหมือนเราโง่ที่เป็นฝ่ายตามมันตลอดเลย

                “เออ พี่ลองเช็คในเฟซบุ๊คพี่แล้วนะ มันไม่เห็นแอดมา พอพี่แอดเพื่อนไปก็ไม่รับ แต่มันกลับแอดวาไป งงว่ะ”

                “ผมว่ามันเป็นแฟนคลับพี่สักคนนั่นแหละ เขาจะแอดไปทำไมล่ะครับในเมื่อตัวจริงๆของเขาติดตามพี่ทุกช่องทางอยู่แล้วรึเปล่า”

                พี่พฤกโทรไปหาเพื่อนพี่อิฐบอกถึงความเคลื่อนไหวแล้วให้สืบต่อ ส่วนผมน่ะหมั่นไส้ไอ้เฟซบุ๊คเวรนี่เหลือเกินเลยถ่ายรูปตอนกินไอติมที่พี่พฤกซื้อให้ลงหน้าเฟซบุ๊คของตัวเองด้วยแคปชั่นว่า

                [ไอติมว่าอร่อยแล้ว คนซื้ออร่อยกว่า]

                เอาให้อกแตกตายไปข้างหนึ่งเลย ถ้ามันตามผมอยู่จริงมันจะรู้ว่าพี่พฤกเป็นคนซื้อให้ แต่ถ้าเพื่อนคนอื่นมาถามผมก็จะตอบว่าผมซื้อเอง แบบเป็นแคปชั่นอ่อยอะไรแบบนั้น ไม่มีคนสงสัยหรอก

                “เขาสืบอยู่นะ พรุ่งนี้น่าจะรู้ เห็นว่ามันปลอมเมลล์มาสมัครเฟซบุ๊คนั้นหลายทอดมาก กำลังตามเมลล์หลักอยู่”

                “พรุ่งนี้ก็รู้แล้วเหรอฮะ? ไวเหมือนกันนะ”

                “เขาว่างั้นนะ นี่อยากเดินดูอะไรอีกไหม?”

                “ไม่เอาแล้วครับ อยากนอน”

                “อืม พี่ก็ง่วงเหมือนกัน เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย มัวแต่เป็นห่วง ก็คิดว่าโหมทำงานจะมีอะไรกินกันไหม ถ้าพี่ซื้อข้าวมาให้กินกันแล้วให้ลงไปรับข้างล่างหอจะดีไหม จะว่าพี่ไหม คิดไปสารพัดที่จะห่วง อยากมาดูแลก็มาไม่ได้เพราะเพื่อนอยู่ด้วย แต่มันจะบ้าตายตรงติดต่อไม่ได้นี่แหละ”

                “ฮืออออ ขอโทษครับบบ ตั้งแต่พี่อยู่กับผมมาพี่ต้องเสียงานเสียการไปเท่าไหร่แล้วน่ะ เสียรายได้ไปหลายบาทเลยนะ ทีหลังอย่าโทรไปลาป่วยแบบนี้เลยครับ ผมเสียดายเงินแทนอ่ะ”

                “ไม่เป็นไร ถึงไม่ได้ค่าบินก็ได้เงินเดือนอยู่ดี รวย”

                หมั่นไส้คนรวยจริงๆ ซึ่งที่เขาพูดมาก็รวยจริงไม่มีอะไรจะแย้ง จิ๊ แต่คิดไปคิดมาการที่ผมหลบซ่อนความสัมพันธ์ไม่ให้คนอื่นรู้ผมก็ไม่ได้อึดอัดอยู่ฝ่ายเดียวนี่เนอะ ดูพี่พฤกเขาก็อึดอัดเหมือนกัน และเพราะเขาแคร์ผมมากไงเมื่อคืนเลยไม่โผล่มาไม่งั้นก็เป็นเรื่องใหญ่อีกถ้าเพื่อนผมเห็นเขาเดินดุ่มๆเข้ามาในห้อง เขาเลือกที่จะอดทนจนข้ามวันและรอเวลาที่ผมมีเรียนแอบเข้ามา จริงๆผมผิดเองแหละที่ไม่ได้แตะมือถือเลยเพราะรีบทำงานแล้วรีบกินเหล้ากับเพื่อน พอตอนตื่นก็รีบไปเรียนเลย มือถือก็ลืมทิ้งไว้ที่ห้อง ถ้าพี่เขาจะห่วงก็ไม่แปลกหรอก

                


LOADING [4/4]

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ


ไปหวีดกันได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์

 #เด็กคนนี้แฟนผม

คอมเมนท์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ...

1คอมเมนท์ 1กำลังใจนะคะ


กดแอดแฟนจิ้มที่รูป



กดติดตามเพจเค้าด้วยน้าาา  จิ้มรูปเบยย

(c)                 Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,341 ความคิดเห็น

  1. #1332 Spices_smile (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 22:48
    เราคิดว่าโยอะ เเล้วเมื่อคืนตอนเมาน้องพูดอะไรไปบ้างนะ
    #1,332
    0
  2. #1314 BLACKAlone_II (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 06:06
    โยหรือป่าววว สงสัยโย
    #1,314
    0
  3. #1258 Miki_milky (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 10:57
    เมื่อไรจะจับคนร้ายได้นะ
    #1,258
    1
  4. #950 MomoLoveKk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:51
    เอิ่ม...อิโรคจิตก็ตามติดทุกฝีก้าวจังเลยนะ
    #950
    0
  5. #936 Meaw chan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:40
    อยากตบกระบาน คนที่แอบส่งน้อง ร้ายนักใช่มะ แอบโหด 555
    #936
    0
  6. #935 25037602 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:08
    เฮ้อ ....จะเลนไทน์แล้วอยังหาแฟนไม้ได้เลย
    #935
    0
  7. #934 NUNKORNKANOK (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:12
    ทำไมเหมือนวาอึดอัดมากเลยอ่ะ จะม่ามั้ยน๊าาาา
    #934
    0
  8. #933 narudetsaen (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:34
    ในส่วนการสวมรองเท้าให้นั้น..ละมุน อบอุ่น อิจมากๆ^^
    #933
    0
  9. #932 narudetsaen (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:32
    โอ๊ย..อิจ
    #932
    0
  10. #931 0830694384 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:02
    นี้คิดว่าทำไมเหมือนนาวาอึดอัดมาเลยอ่ะที่ต้องกลับมาเป็นแฟนกับพี่พฤษ หรือคิดไปเองอ่ะ5555
    #931
    0
  11. #930 Kibibiza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:35
    คนตามนี่จะเป็นคนที่เป็นคนทำให้นาวากับพี่พฤกเลิกกันรึป่าวอะ แต่แอบคิดว่าจะเป็นคนที่มาชอบนาวาอยู่นะ
    #930
    0
  12. #929 DaDa Suttida (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:23
    พี่พฤกน่าจะจับคนเมากดนะคะ...จะได้สร่างเฮ้ย!!!สารภาพ
    #929
    0
  13. #928 Kibibiza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:12
    พี่พฤกน่ารักที่สุดเลย
    #928
    0
  14. #927 Kibibiza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:09
    เราคิดว่าถ้าเพื่อนๆในแก๊งค์นาวารู้ความจริงน่าจะมีเรื่องสนุกๆให้คนขี้หวงได้ตามจิกเมียนะคะ
    เพื่อนๆก็แสบๆทั้งนั้น คงก่อกวนให้สองคนหัวหมุนแบบตลกๆได้
    #927
    0
  15. #925 25037602 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:35
    แหม เอะอะก็หนูตลอดเลยน้ะ
    #925
    0
  16. #924 Kibibiza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:59
    ระวังพี่พฤกจับได้เหอะ
    #924
    0
  17. #923 Kibibiza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:59
    ระวังพี่พฤกจับได้เหอะ
    #923
    0
  18. #922 JT-T (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:16
    งง งง งง งง งง .. เรื่องอะไรอ่ะ
    #922
    0
  19. #921 JT-T (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:16
    งง งง งง งง งง .. เรื่องอะไรอ่ั
    #921
    0
  20. #920 Mean Preechaya Worasiri (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:00
    อัพผิดเรื่องรึป่าวคะ ^^
    #920
    0
  21. #917 Kibibiza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:32
    สงสารพี่พฤกจังคะ
    สิ่งที่นาวากำลังเป็นอยู่ตอนนี้คือความเห็นแก่ตัวนะ
    #917
    0
  22. #916 25037602 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:33
    ลำบากเนาะคบคนดังเนีย
    #916
    0
  23. #915 oonnyppjaejoong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:20
    เจิมมมมม
    #915
    0
  24. #914 narudetsaen (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:34
    หมั่นไส้จริงๆ
    #914
    0
  25. #910 MomoLoveKk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:47
    หมั่นไส้คำว่าหนู อิอิ
    #910
    0